🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ทะเลหมอกน่านไม่ได้การันตีว่าตื่นมาแล้วเจอทุกวัน มันขึ้นกับลมหนาวและความชื้นในคืนนั้น แต่ถ้าจังหวะดี ช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมคือเดือนที่โอกาสเห็นหมอกลงเต็มหุบเขาสูงที่สุด เราแบ่งจุดชมวิวเป็นสามโซน คือ ดอยเสมอดาวฝั่งใต้ (อ.นาน้อย) ดอยภูคาฝั่งเหนือ (อ.ปัว–บ่อเกลือ) และ จุดชมวิวรอบเมือง ที่ขับไปง่าย เลือกตามว่าทริปคุณพักโซนไหน จะได้ไม่ต้องวิ่งข้ามจังหวัดเปล่า
ดอยเสมอดาว–ผาหัวสิงห์ (อุทยานฯ ศรีน่าน)
ดอยเสมอดาวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย สูงราว 888 เมตร เป็นลานโล่งโค้งตามสันเขา จุดเด่นคือกลางวันได้ทะเลหมอกกับวิวแม่น้ำน่านคดเคี้ยว กลางคืนท้องฟ้าเปิดเห็นดาวชัด เลยกลายเป็นลานกางเต็นท์ยอดนิยมของคนสายธรรมชาติ ข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปคือ ลานกางเต็นท์เปิดเฉพาะ 1 ตุลาคม–สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี นอกช่วงนี้ยังขึ้นไปชมวิวได้ แต่ค้างคืนไม่ได้
- ค่าเข้าอุทยานฯ — ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
- ค่าพื้นที่กางเต็นท์ — 30 บาท/คืน (นำเต็นท์มาเอง) · เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน 2 คน ราว 345 บาท, 3 คน ราว 405 บาท
- ผาหัวสิงห์ — หน้าผารูปสิงโตนอนหมอบใกล้ลานเต็นท์ เป็นจุดชมวิว 360 องศาและดูพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของโซนนี้
- ผาชู้ — จุดชมทะเลหมอกยามเช้า ต้องเดินขึ้นก่อนฟ้าสว่างราว 2 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง
ตื่นกี่โมง–ใส่อะไร
ถ้าจะเก็บทะเลหมอกกับพระอาทิตย์ขึ้น ตั้งนาฬิกาตี 5 แล้วออกเดินมืด ๆ ใส่รองเท้าผ้าใบที่เกาะพื้นดี ทางขึ้นผาชู้มีช่วงปีนหิน หน้าหนาวที่นี่หนาวจัดช่วงพฤศจิกายน–มกราคม เตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ และจองที่พัก/ลานเต็นท์ล่วงหน้าเพราะคิวยาวมากวันหยุด
การเดินทาง จากตัวเมืองน่านลงใต้ไปทาง อ.เวียงสา แล้วเข้าทางหลวง 1026 สู่ อ.นาน้อย ต่อด้วยสาย 1083 ตามป้ายแยกเข้าดอยเสมอดาว–ผาหัวสิงห์ ระยะทางจากเมืองน่านประมาณ 60–70 กม. เผื่อเวลาขับเขาโค้งเยอะ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ระยะทางรวมราว 650 กม. ใช้เวลาขับ 9–10 ชั่วโมง
อยากเที่ยว น่าน ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
จุดชมวิว 1715 และดอยภูคา (ฝั่งปัว–บ่อเกลือ)
ฝั่งเหนือของน่านคืออุทยานแห่งชาติดอยภูคา ครอบคลุมหลายอำเภอแถบปัว ท่าวังผา บ่อเกลือ ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ราว กม.24–25 บนถนนสาย 1256 (ปัว–บ่อเกลือ) จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ จุดชมวิว 1715 ตั้งชื่อตามความสูง 1,715 เมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกบนถนนลอยฟ้าสาย 1256 มีลานจอดรถ มีเจ้าหน้าที่คอยโบกรถ และมีร้านขายของฝากกับของกินเล็ก ๆ
- ค่าเข้าอุทยานฯ ดอยภูคา — ผู้ใหญ่ราว 40 บาท
- จุดชมวิว 1715 — มาเก็บแสงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จอดรถริมถนนลอยฟ้าได้เลย เป็นจุดที่หมอกลงสวยช่วงปลายฝนต้นหนาว
- ลานดูดาว — จุดกางเต็นท์ในเขตอุทยานฯ ที่ฟ้าเปิดเห็นดาวชัดในคืนอากาศดี
- ดอกชมพูภูคา — ไม้หายากที่บานช่วงกุมภาพันธ์–มีนาคม ถ้ามาตรงฤดูจะได้เห็นทั้งดอกไม้และวิวภูเขาในทริปเดียว
วางเส้นทางให้คุ้ม
ถนน 1256 จากปัวไปบ่อเกลือคือถนนลอยฟ้าที่วิวดีตลอดสาย ถ้าพักแถวปัวอยู่แล้ว แนะนำตื่นเช้าขึ้นมาเก็บ 1715 ก่อน แล้วค่อยขับเลยไปเที่ยวบ่อเกลือต่อในวันเดียว จะได้ไม่ต้องย้อนทาง
จุดชมวิวรอบเมืองน่าน
ถ้าไม่อยากขับไกล รอบ ๆ ตัวเมืองน่านก็มีจุดเก็บแสงเช้าที่ไปง่าย ตื่นเช้าขึ้นรถสิบนาทีก็ถึง เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรือไม่อยากค้างบนดอย
วัดพระธาตุเขาน้อย
วัดบนยอดเขาสูงราว 290 เมตร สูงกว่าเมืองน่านราว 90 เมตร มีลานชมวิวเห็นเมืองน่านทั้งเมือง ขับรถขึ้นถึงลานจอดด้านบนได้ เหมาะเก็บแสงเช้าและมีโอกาสเห็นหมอกบางคลุมเมืองช่วงธันวาคม–มกราคม
ลานพระพุทธมหาอุดมมงคลฯ
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางประทานพรบนวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นจุดถ่ายรูปคู่วิวเมืองที่คนมาน่านแทบทุกคนแวะ
บันไดนาค 303 ขั้น
ทางขึ้นวัดพระธาตุเขาน้อยอีกแบบสำหรับสายเดิน ถ้าไม่อยากเดินขึ้นก็ขับรถขึ้นไปจอดด้านบนได้เลย
บอกตรง ๆ เรื่องหมอก
วัดพระธาตุเขาน้อยอยู่ไม่สูงมาก ทะเลหมอกหนา ๆ ไม่ได้มีทุกวัน ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นหมอกบาง ๆ คลุมเมืองช่วงเช้าหนาวจัด ถ้ามาแล้วฟ้าใสไม่มีหมอกก็ยังได้แสงเช้ากับวิวเมืองสวยอยู่ดี อย่าตั้งความหวังว่าต้องเจอหมอกทุกครั้ง
ไปเดือนไหน หมอกลงจริง
- พฤศจิกายน–มกราคม — ช่วงพีคของทะเลหมอกและอากาศหนาวจัด โอกาสเห็นหมอกเต็มหุบเขาสูงสุด แต่คนเยอะและที่พักเต็มเร็ว
- ตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน — ปลายฝนต้นหนาว ความชื้นสูง หมอกลงบ่อยโดยเฉพาะฝั่งดอยภูคา ลานเต็นท์ดอยเสมอดาวเพิ่งเปิด
- กุมภาพันธ์ — ยังเย็นสบาย เป็นช่วงที่ดอกชมพูภูคาเริ่มบาน เหมาะมาคู่กับเที่ยวธรรมชาติ
- มีนาคม–กันยายน — ลานเต็นท์ดอยเสมอดาวปิด หมอกน้อยลง และบางช่วงมีฝุ่นควันจากการเผา เลี่ยงได้จะดีกว่า
วางแผนทริปน่านให้ลงตัวทั้งเมืองและบนดอย
ดูคู่มือเที่ยวน่าน →