🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ข่าวดีของคนจะมาหนองคายคือมีทางเลือกเยอะ และเกือบทุกทางลงตัวเมืองได้ใกล้ ตัวเมืองหนองคายไม่ใหญ่ จากสถานีรถไฟหรือ บขส. เข้าตัวเมืองริมโขงแค่ไม่กี่กิโล ส่วนใครบินก็ลงอุดรธานีที่อยู่ห่างราว 55 กิโลเมตรแล้วต่อรถมาชั่วโมงเดียว เราเรียงให้ตั้งแต่ทางที่นิยมสุดไปจนทางประหยัด เลือกที่เข้ากับเวลาและงบได้เลย
สรุปแต่ละทางสั้น ๆ ก่อน
ถ้าขี้เกียจอ่านยาว นี่คือภาพรวม เร็วสุดคือบินลงอุดรฯ แล้วต่อรถ (รวมแล้วราวครึ่งวัน) ประหยัดเวลานอนคือรถไฟตู้นอนกลางคืน ตื่นมาถึงเมืองพอดี ส่วนถูกสุดคือรถไฟชั้น 3 หรือรถทัวร์ ใครอยากแวะหลายเมืองค่อยขับรถเอง
- เครื่องบินลงอุดรฯ + ต่อรถ — เร็วสุดจากกรุงเทพ บินชั่วโมงเศษ + ต่อรถมาหนองคายราว 1 ชั่วโมง เหมาะคนเวลาน้อย
- รถไฟตู้นอนกลางคืน — ขึ้นหัวค่ำที่กรุงเทพอภิวัฒน์ ตื่นเช้าถึงสถานีหนองคาย ไม่เสียวันเที่ยว
- รถไฟกลางวัน / ชั้น 3 — ถูกสุดเริ่มราว ฿283 ได้เห็นวิวสองข้างทาง แต่ใช้เวลาราว 9–10 ชั่วโมง
- รถทัวร์ บขส. — ออกจากหมอชิต 2 มาลงหนองคายตรง เริ่มราว ฿515 มีรถกลางคืนเยอะ
- ขับรถเอง — ถนนมิตรภาพยาวผ่านโคราช ขอนแก่น อุดรฯ ราว 615 กม. เหมาะคนอยากแวะระหว่างทาง
รถไฟกรุงเทพ–หนองคาย
หนองคายเป็นสถานีปลายทางของรถไฟสายอีสานเหนือ ออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อใหม่) วิ่งผ่านอยุธยา สระบุรี ขอนแก่น อุดรธานี มาจบที่หนองคาย ระยะทางราว 615 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 9–11 ชั่วโมงแล้วแต่ขบวน มีทั้งรถวิ่งกลางวันและตู้นอนกลางคืน ตัวสถานีหนองคายอยู่ห่างตัวเมืองริมโขงไม่กี่กิโล นั่งรถรับจ้างต่อเข้าเมืองได้
รถด่วนพิเศษอีสานมรรคา (ขบวน 25)
ขบวนตู้นอนปรับอากาศรุ่นใหม่ที่คนนิยมสุด ออกกรุงเทพอภิวัฒน์ราว 2 ทุ่ม ถึงหนองคายเช้าตรู่ราว 6:45 นอนหลับมาทั้งคืน ตื่นมาเริ่มเที่ยวได้เลยโดยไม่เสียวัน ตู้สะอาด มีปลั๊กและผ้าม่านส่วนตัว ช่วงวันหยุดยาวเต็มเร็วมาก
รถเร็ว/ด่วน นั่งกลางวัน (ขบวน 75)
ขบวนนั่งกลางวัน ออกกรุงเทพราว 8 โมงเช้า ถึงหนองคายช่วงเย็นราว 17:45 ได้นั่งดูวิวทุ่งนาและเมืองอีสานสองข้างทางตลอดทาง เหมาะคนที่อยากเห็นบรรยากาศระหว่างทางและไม่อยากเดินทางกลางคืน
ขบวนกลางคืนสายนั่ง (ขบวน 77)
ขบวนออกหัวค่ำราว 18:35 ถึงหนองคายเช้ามืดราว 4:15 เป็นทางประหยัดสำหรับคนที่อยากเดินทางกลางคืนแต่ไม่ซีเรียสเรื่องตู้นอน นั่งยาวได้ ราคาเบากว่าตู้นอนมาก
จองตู้นอนล่วงหน้า
ตู้นอนขบวนอีสานมรรคามีจำนวนจำกัดและเต็มไว โดยเฉพาะศุกร์-เสาร์และวันหยุดยาวรอบบั้งไฟพญานาค จองผ่านแอป D-Ticket หรือเว็บ dticket.railway.co.th ล่วงหน้าหลายวันจะชัวร์กว่า เตียงล่างราคาแพงกว่านิดแต่ขึ้นลงสะดวกกว่าเตียงบน
รถทัวร์ บขส. จากหมอชิต
ถ้าอยากมาลงตัวเมืองหนองคายตรง ๆ โดยไม่ต้องต่อรถ รถทัวร์เป็นทางที่ง่าย ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มาลง บขส. หนองคายในตัวเมือง ใช้เวลาราว 9–10 ชั่วโมง มีทั้งเที่ยวเช้าและเที่ยวกลางคืน ส่วนใหญ่คนเลือกรถกลางคืนเพราะถึงเช้าพอดี
- นครชัยแอร์ — เจ้าที่คนคุ้นเคย รถนุ่ม ที่นั่งกว้าง มีบริการระหว่างทาง วิ่งกรุงเทพ-หนองคายประมาณวันละ 3 เที่ยว จองผ่านเว็บหรือแอปได้
- บขส. 999 และเจ้าร่วม — มีทั้งรถ ป.1 และ VIP ราคาตั๋วเริ่มราว ฿515 รถออกหนาแน่นช่วงเช้าและช่วงหัวค่ำถึงดึก
- เจ้าอื่น เช่น บุษราคัมทัวร์ สวัสดีอีสาน — ทางเลือกเพิ่มเติม เทียบราคาและรอบเวลาผ่านเว็บจองตั๋วออนไลน์อย่าง Busonlineticket หรือ ThaiRoute ได้
- ขึ้นที่หมอชิต 2 — เผื่อเวลาเดินทางมาขึ้นรถ เพราะหมอชิต 2 อยู่ไกลตัวเมืองพอควร แนะนำมาก่อนเวลารถออกราวครึ่งชั่วโมง
บอกตรง ๆ เรื่องรถทัวร์
รถทัวร์ถูกกว่าตู้นอนรถไฟก็จริง แต่นอนหลับยากกว่าเพราะมีจอดแวะและไฟในรถ ถ้าเน้นพักผ่อนระหว่างทางและงบไม่จำกัด ตู้นอนรถไฟสบายกว่า ส่วนใครงบประหยัดและนอนรถได้ รถทัวร์กลางคืนคุ้มกว่า
บินลงสนามบินอุดรธานี แล้วต่อรถ
หนองคายไม่มีสนามบินของตัวเอง สนามบินที่ใกล้สุดคือสนามบินอุดรธานี (UTH) ห่างตัวเมืองหนองคายราว 55 กิโลเมตร ขับราว 1 ชั่วโมง ข้อดีคืออุดรฯ มีเที่ยวบินจากกรุงเทพ (ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) ถี่ที่สุดในภาคนี้ หลายสายการบินบินวันละหลายเที่ยว บินชั่วโมงเศษถึง พอลงเครื่องก็มีหลายวิธีต่อมาหนองคาย
- รถตู้สนามบิน-หนองคาย — มีเคาน์เตอร์รถตู้ที่สนามบินอุดรฯ วิ่งตรงเข้าเมืองหนองคายหรือถึงด่านสะพานมิตรภาพ ค่าโดยสารราว ฿150–200 ต่อคน เหมาะคนมาคนเดียวหรือไม่กี่คน
- รถบัส/รถประจำทาง อุดรฯ-หนองคาย — ทางประหยัด ตั๋วเริ่มราว ฿70 แต่ต้องนั่งรถเข้าตัวเมืองอุดรฯ ก่อนไปต่อ เหมาะคนไม่รีบและงบจำกัด
- แท็กซี่/รถรับส่งสนามบิน — เหมาะมากันเป็นกลุ่มหรือมีสัมภาระเยอะ เหมาเที่ยวจากสนามบินมาหนองคายราว ฿800–1,200 แล้วแต่ต่อรอง ถึงที่พักเลยไม่ต้องต่อรถ
- รถเช่าที่สนามบิน — รับรถที่สนามบินอุดรฯ แล้วขับมาหนองคายเอง คล่องตัวสุดถ้าจะเที่ยวนอกเมืองด้วย รายละเอียดราคาดูในหัวข้อเช่ารถด้านล่าง
เคล็ดลับคนบิน
ถ้าจองรถตู้หรือรถรับส่งจากสนามบินอุดรฯ ล่วงหน้าได้ จะไม่ต้องลุ้นรอคิวหลังลงเครื่อง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ลงค่ำ ๆ รถสาธารณะเริ่มน้อยลง อีกทางที่หลายคนทำคือเช่ารถขับเองรับที่สนามบินเลย ประหยัดเวลาต่อรถหลายต่อ
ขับรถเองจากกรุงเทพ
ขับรถเองเหมาะกับคนที่อยากแวะหลายเมืองระหว่างทางหรือจะเที่ยวนอกเมืองหนองคายเยอะ ใช้ถนนมิตรภาพ (ทางหลวง 2) เป็นเส้นหลัก จากกรุงเทพผ่านสระบุรี โคราช ขอนแก่น อุดรธานี แล้วเข้าหนองคาย รวมราว 615 กิโลเมตร ขับสบาย ๆ พักระหว่างทางใช้เวลาราว 8–9 ชั่วโมง
- เส้นทาง — ถนนมิตรภาพเป็นถนนสี่เลนตลอด ป้ายชัด ขับง่าย มีปั๊มและจุดพักเยอะ ช่วงโคราช-ขอนแก่นรถเยอะหน่อย
- จุดแวะยอดนิยม — แวะกินที่โคราชหรือขอนแก่น เที่ยวอุดรฯ (ทะเลบัวแดงช่วงหน้าหนาว คำชะโนด) ก่อนเข้าหนองคายได้
- ในหนองคาย — มีที่จอดตามที่พักริมโขงและลานจอดใกล้ตลาดท่าเสด็จ ตัวเมืองไม่ใหญ่ ขับวนหาที่จอดไม่ยาก
- ขับต่อไปวัดริมโขง — ถ้าจะไปวัดผาตากเสื้อหรือวัดหินหมากเป้งทางอำเภอสังคม/ศรีเชียงใหม่ มีรถเองสะดวกสุด ทางเลียบโขงคดเคี้ยว เผื่อเวลา
เช่ารถขับเองในพื้นที่
ถ้าบินหรือนั่งรถไฟ/รถทัวร์มา แล้วอยากมีรถไว้วิ่งเที่ยวนอกเมือง การเช่ารถเป็นทางที่หลายคนเลือก ส่วนใหญ่บริษัทรถเช่าอยู่ฝั่งอุดรธานีและมีบริการรับ-ส่งรถที่สนามบินอุดรฯ ฟรี บางเจ้าวิ่งมาส่งถึงด่านหนองคายได้
- รถเก๋งขับเอง — เริ่มราว ฿500–700 ต่อวัน รวมประกันชั้น 1 รับรถที่สนามบินอุดรฯ ได้ฟรี เหมาะเที่ยวในเมืองและรอบ ๆ
- รถพร้อมคนขับ — รถเก๋งราว ฿1,300–1,800 ต่อวัน รถตู้ราว ฿1,800–2,400 ต่อวัน เหมาะมากันเป็นกลุ่มและไม่อยากขับเอง
- มอเตอร์ไซค์ในเมืองหนองคาย — มีร้านให้เช่าในตัวเมือง ราว ฿200–300 ต่อวัน คล่องตัวสำหรับวิ่งศาลาแก้วกู่ สะพานมิตรภาพ และจุดใกล้ ๆ
- เอกสารที่ต้องใช้ — ใบขับขี่และบัตรประชาชน บางเจ้าขอมัดจำหรือบัตรเครดิต อ่านเงื่อนไขประกันและน้ำมัน (รับ-คืนเต็มถัง) ให้ชัดก่อนรับรถ
เทียบก่อนเลือก
ถ้าเที่ยวแค่ในเมืองริมโขง ที่เที่ยวหลักเดินถึงกันแทบไม่ต้องมีรถ เช่ามอเตอร์ไซค์วันละ ฿200–300 ก็พอ แต่ถ้าตั้งใจไปสกายวอล์กวัดผาตากเสื้อหรือวัดริมโขงไกล ๆ รถยนต์ปลอดภัยและสบายกว่าเยอะ เพราะทางไกลและคดเคี้ยว
ข้ามสะพานไปเวียงจันทน์
เสน่ห์ของหนองคายคือข้ามไปเที่ยวเวียงจันทน์ ฝั่งลาว ได้แบบไปเช้ากลับเย็น ผ่านด่านที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ระยะจาก บขส. หนองคายถึงสถานีรถเมล์เวียงจันทน์ราว 27 กิโลเมตร ใช้เวลารวมขั้นตอนด่านราว 2 ชั่วโมง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือพาสปอร์ต และห้ามเดินหรือขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามสะพานเอง ต้องนั่งรถที่ได้รับอนุญาตข้ามเท่านั้น
- รถบัสข้ามแดน (นิยมสุด) — รถบัสระหว่างประเทศวิ่งจาก บขส. หนองคายข้ามสะพานไปสถานีรถเมล์เวียงจันทน์ ค่าโดยสารราว ฿55 วันธรรมดา และ ฿60 วันหยุด มีหลายรอบตั้งแต่เช้าถึงเย็น (ราว 7:30, 9:30, 12:40, 14:30, 15:30, 18:00)
- รถไฟข้ามโขง — มีรถไฟข้ามแม่น้ำโขงจากสถานีหนองคายไปฝั่งลาว ระยะสั้น ค่าโดยสารช่วงข้ามแดนถูกมากราว ฿20 ตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีหนองคายก่อนออก เป็นทางเลือกที่แปลกและสนุก
- พาสปอร์ต — ต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างประทับตราอย่างน้อย 2 หน้า คนไทยเข้าลาวเที่ยวระยะสั้นไม่ต้องขอวีซ่า
- เงินและค่าธรรมเนียม — ฝั่งลาวมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยช่วงนอกเวลาราชการและวันหยุด เวียงจันทน์รับเงินบาทหลายที่ แต่พกเงินกีบหรือบัตรไว้บ้างจะสะดวก แลกเงินได้ที่ด่านหรือในเมือง
เผื่อเวลาด่านไว้
ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาไปขากลับใช้เวลาพอควร โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่คนข้ามแดนเยอะ ถ้าตั้งใจไปเวียงจันทน์แบบเช้าไปเย็นกลับ ควรออกแต่เช้าและเช็กรอบรถบัสกลับเที่ยวสุดท้ายให้ดี อย่าจัดโปรแกรมแน่นจนตกรถ
เลือกทางไหนดี — สรุปตามสไตล์
เวลาน้อย รีบถึง
บินลงอุดรฯ แล้วต่อรถตู้หรือเช่ารถ รวมแล้วราวครึ่งวันก็ถึงเมือง เหมาะทริปสุดสัปดาห์สั้น ๆ
ไม่อยากเสียวันเที่ยว
ตู้นอนรถไฟอีสานมรรคา ขึ้นหัวค่ำที่กรุงเทพ ตื่นเช้าถึงหนองคาย เริ่มเที่ยวได้เลย
งบประหยัด
รถไฟชั้น 3 เริ่มราว ฿283 หรือรถทัวร์ บขส. เริ่มราว ฿515 มาลงตัวเมืองตรง
อยากแวะหลายเมือง
ขับรถเองตามถนนมิตรภาพ แวะโคราช ขอนแก่น อุดรฯ ได้ตามใจ และมีรถเที่ยวนอกเมือง
ได้ทางมาแล้ว มาเลือกที่พักริมโขงทำเลดี เดินเที่ยวตลาดท่าเสด็จได้สบาย
ดู Top 10 โรงแรมหนองคาย →