🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ข้อดีของการไปเวียงจันทน์จากหนองคายคือใกล้มาก ด่านสะพานมิตรภาพอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายราว 2 กิโลเมตร ข้ามสะพานไปเชิงสะพานฝั่งลาวอยู่ที่บ้านท่านาแล้ง แล้วเข้าตัวเมืองเวียงจันทน์อีกราว 20 กิโลเมตร รวมแล้วระยะทางจากที่พักในหนองคายถึงใจกลางเวียงจันทน์สั้นกว่าขับรถข้ามจังหวัดในไทยหลายเส้น ทำให้ไปเช้าเย็นกลับได้สบาย ไม่ต้องหาที่พักฝั่งลาว แค่ต้องวางแผนเรื่องเอกสารผ่านแดนกับเวลาเปิดปิดด่านให้ดี
ภาพรวมแผน เลือกตามเอกสารที่มี
ก่อนวางแผนต้องตัดสินใจก่อนว่าจะข้ามด้วยอะไร เพราะมันกำหนดว่าไปได้ไกลแค่ไหนและอยู่ได้กี่วัน คนไทยมีสองทางเลือกหลัก คือใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวที่ทำง่ายกว่าแต่จำกัดพื้นที่ กับใช้พาสปอร์ตที่ไปได้ทั่วลาว แผนไปเช้าเย็นกลับนี้ใช้ได้กับทั้งสองแบบ เพราะเวียงจันทน์อยู่ในเขตที่บัตรผ่านแดนครอบคลุม
ไปเช้าเย็นกลับ วันเดียว
ออกเช้าจากหนองคาย ข้ามด่าน เก็บพระธาตุหลวง ประตูชัย หอพระแก้ว วัดสีสะเกด กินเฝอ เดินตลาดเช้า แล้วกลับมานอนหนองคายตอนเย็น เหมาะคนเวลาน้อย
เต็มวัน ค้างคืนหนองคาย
เหมือนวันเดียวแต่ไม่รีบ เพิ่มชมพระอาทิตย์ตกริมโขงฝั่งเวียงจันทน์ หรือเดินเล่นถนนคนเดินก่อนข้ามกลับ แล้วกลับมานอนหนองคาย
วันที่ต่อ เที่ยวหนองคาย
วันถัดมาเก็บฝั่งไทยให้คุ้ม ลานพญานาคริมโขง ตลาดท่าเสด็จ ศาลาแก้วกู่ วัดโพธิ์ชัย ก่อนเดินทางกลับ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว หนองคาย ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — ข้ามแดนไปเวียงจันทน์แบบไปเช้าเย็นกลับ
หัวใจของแผนนี้คือวันเดียวนี้ เริ่มเช้าเพราะยิ่งออกเช้ายิ่งมีเวลาในเวียงจันทน์ และเลี่ยงคิวด่านช่วงสายที่คนเยอะ จัดเรียงตามจังหวะของวัน ไหว้พระและเดินกลางแจ้งตอนเช้าที่ยังไม่ร้อน พักกินกลางวัน บ่ายเก็บที่ในร่มกับช้อปปิ้ง แล้วข้ามกลับก่อนด่านปิดสามทุ่มแบบไม่ต้องลุ้น
ข้ามแดนเช้า เก็บเวียงจันทน์ทั้งวัน กลับเย็น
ออกเช้าคุ้มกว่าเสมอ
ตัวแปรที่ทำให้ทริปไปเช้าเย็นกลับสนุกหรือเครียดคือเวลา ออกจากหนองคายก่อนแปดโมงเช้า จะมีเวลาเต็มวันในเวียงจันทน์และไม่ต้องลุ้นด่านขากลับ ช่วงสายถึงเที่ยงด่านขาออกคนเยอะ คิวยาวกว่า ส่วนขากลับพยายามถึงด่านก่อนหนึ่งทุ่ม เพราะแม้ด่านปิดสามทุ่มแต่ช่วงเย็นรถเข้าเมืองอาจติด
ข้ามด่านทีละสเต็ป ทำยังไงบ้าง
หลายคนกังวลเรื่องผ่านด่านเพราะไม่เคยทำ จริง ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แค่ทำตามลำดับและเตรียมเอกสารให้พร้อม ไล่จากฝั่งไทยข้ามไปฝั่งลาว แล้วขากลับทำย้อนกลับเหมือนเดิม
- 1. ถึงด่านฝั่งไทย — ขับรถหรือนั่งตุ๊กตุ๊กมาที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ จอดรถไว้ฝั่งไทยถ้าไม่นำรถข้าม
- 2. ประทับตราออกฝั่งไทย — กรอกบัตรขาออก ยื่นพาสปอร์ตหรือบัตรผ่านแดนที่ช่องตรวจคนเข้าเมือง รับตราออก
- 3. ซื้อตั๋วรถข้ามสะพาน — รถบัสข้ามสะพานคนละ 40 บาท ห้ามเดินหรือขับรถข้ามเอง รถมาทุก 10–15 นาที
- 4. ผ่านด่านฝั่งลาว — ลงรถที่ด่านลาว กรอกบัตรขาเข้า ยื่นเอกสาร คนไทยไม่ต้องวีซ่า รับตราเข้า
- 5. ต่อรถเข้าเมืองเวียงจันทน์ — จากด่านลาวเข้าเมืองอีกราว 20 กม. นั่งรถบัสสาย 14 ตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่
- 6. ขากลับทำย้อนกลับ — กลับมาด่านลาวประทับตราออก ขึ้นรถข้ามสะพานอีก 40 บาท ผ่านด่านไทยประทับตราเข้า เสร็จ
เรื่องรถข้ามสะพาน
ทุกคนต้องขึ้นรถบัสข้ามสะพานเสมอ ไม่ว่าจะมาด้วยรถส่วนตัวหรือเดินมา เพราะกฎห้ามคนเดินและจักรยานข้ามสะพาน ตั๋วเที่ยวละ 40 บาท จ่ายแยกขาไปขากลับ ถ้านำรถยนต์ข้ามเองต้องทำเอกสารรถและจ่ายค่าผ่านเพิ่ม ยุ่งกว่า ส่วนใหญ่คนไปเช้าเย็นกลับจอดรถฝั่งไทยแล้วใช้รถสาธารณะในเวียงจันทน์สะดวกกว่า
บัตรผ่านแดน กับ พาสปอร์ต ต่างกันยังไง
คนไทยข้ามไปลาวที่ด่านนี้เลือกได้สองแบบ แต่ละแบบเหมาะกับคนละสถานการณ์ ถ้าตั้งใจไปแค่เวียงจันทน์แบบวันเดียว บัตรผ่านแดนทำง่ายและพอ แต่ถ้าจะไปไกลกว่านั้นหรือค้างหลายคืน ต้องใช้พาสปอร์ต
บัตรผ่านแดนชั่วคราว
ทำที่ศาลากลางจังหวัดหนองคาย ค่าธรรมเนียมราว 40 บาท ใช้รูปถ่ายกับบัตรประชาชน อยู่ลาวได้จำกัดวันและเฉพาะแขวงชายแดนรวมเวียงจันทน์ ทำง่ายเหมาะคนไปวันเดียว
พาสปอร์ต
เดินทางได้ทั่วลาว ไม่จำกัดแค่เวียงจันทน์ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าลาว อยู่ได้นานกว่า เหมาะคนจะเที่ยวต่อวังเวียงหรือหลวงพระบาง
ข้อควรรู้คือบัตรผ่านแดนต้องไปทำที่ศาลากลางจังหวัดหนองคายด้วยตัวเองก่อนวันเดินทาง ไม่ได้ทำที่ด่าน ดังนั้นถ้าจะใช้บัตรผ่านแดน เผื่อเวลามาทำล่วงหน้า หรือใครมีพาสปอร์ตอยู่แล้วก็ใช้พาสปอร์ตข้ามได้เลยสะดวกกว่า ส่วนคนต่างชาติส่วนใหญ่ใช้พาสปอร์ต บางสัญชาติต้องขอวีซ่าเข้าลาว เช็กเงื่อนไขสัญชาติตัวเองก่อนเดินทาง
เช็กก่อนเสมอ
กฎด่านและค่าธรรมเนียมปรับเปลี่ยนได้ ทั้งเรื่องวีซ่า ระบบอีวีซ่าของลาว และค่าผ่านแดน ก่อนเดินทางจริงควรเช็กเพจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายหรือสอบถามที่ด่านอีกครั้ง โดยเฉพาะคนต่างชาติที่เงื่อนไขวีซ่าต่างกันตามสัญชาติ คนไทยถ้าใช้พาสปอร์ตจะตรงไปตรงมาที่สุด
วิธีข้ามแดน เลือกแบบไหนดี
จากหนองคายไปเวียงจันทน์มีหลายวิธี แต่ละแบบเหมาะกับคนละสไตล์และงบ เรียงจากแบบสะดวกตัวที่สุดสำหรับคนไปเช้าเย็นกลับ ไปจนแบบประหยัดและแบบที่ลองนั่งสนุก
รถบัสข้ามสะพานมิตรภาพ (Shuttle Bus)
วิธีพื้นฐานที่คนใช้มากที่สุด ขับรถหรือนั่งตุ๊กตุ๊กมาที่ด่าน ผ่าน ตม. แล้วขึ้นรถบัสข้ามสะพานคนละ 40 บาท รถมาถี่ทุก 10–15 นาที ลงด่านลาวแล้วค่อยต่อรถเข้าเมือง ยืดหยุ่นเรื่องเวลาที่สุด
ทัวร์ไปเช้าเย็นกลับ (มีไกด์)
บริษัททัวร์ในหนองคายและอุดรจัดแพ็กเกจวันเดียว รับส่งถึงที่พัก พาผ่านด่าน พาไหว้พระเก็บที่เที่ยวหลักครบ มีไกด์ดูแลเรื่องเอกสาร เหมาะคนไม่อยากวุ่นวายเองหรือไปครั้งแรก
รถไฟข้ามแดน หนองคาย–ท่านาแล้ง
รถไฟวิ่งข้ามสะพานจากสถานีหนองคายไปสถานีท่านาแล้งฝั่งลาว ตั๋วราว 20 บาท ได้ประสบการณ์นั่งรถไฟข้ามโขง แต่รอบจำกัดเป็นเวลาตายตัว ต้องเช็กตารางและเผื่อต่อรถเข้าเมือง
เหมาตุ๊กตุ๊กหรือแท็กซี่ฝั่งลาว
ผ่านด่านมาแล้วเหมารถพาเที่ยวรอบเมืองทั้งวัน เก็บได้หลายจุดในเวลาน้อย ไม่ต้องรอรถสาธารณะ ราคาต่อรองได้ คุ้มถ้ามากันหลายคนหารกัน
เวียงจันทน์วันเดียวเก็บอะไรได้บ้าง
เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงที่ขนาดไม่ใหญ่ ที่เที่ยวหลักกระจุกอยู่ในเมืองไม่ไกลกัน ไปวันเดียวเก็บได้หลายจุดถ้าจัดเส้นทางดี ไฮไลต์แบ่งเป็นสายไหว้พระ สายแลนด์มาร์ก และสายกินช้อป
พระธาตุหลวง
เจดีย์สีทององค์ใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของลาว เป็นที่เคารพสูงสุดของคนลาว มาไหว้พระเก็บภาพเป็นที่แรกตอนเช้า
ประตูชัย
อนุสรณ์สถานทรงคล้ายประตูชัยปารีส กลางถนนล้านช้าง ขึ้นไปชั้นบนเห็นวิวเมืองรอบทิศ แลนด์มาร์กถ่ายรูปคู่เวียงจันทน์
หอพระแก้ว–วัดสีสะเกด
ย่านเมืองเก่าสองที่อยู่ติดกัน หอพระแก้วเคยประดิษฐานพระแก้วมรกต วัดสีสะเกดเด่นที่พระพุทธรูปนับพันองค์
ตลาดเช้า–ริมโขง
ตลาดเช้าเปิดทั้งวัน มีของฝาก ผ้าทอ กาแฟลาว ส่วนลานริมโขงมองกลับมาเห็นฝั่งหนองคาย เดินเล่นเย็น ๆ
บอกตรง ๆ เรื่องวันเดียว
วันเดียวเก็บที่เที่ยวหลักได้ราว 4–5 จุดแบบไม่รีบเกินไป ถ้าอยากได้ครบทั้งไหว้พระทุกวัด เดินตลาดละเอียด และนั่งคาเฟ่ชิล อาจรู้สึกแน่นไปนิด เลือกที่อยากเก็บจริง ๆ สัก 4 จุดแล้วเที่ยวให้สนุก ดีกว่าวิ่งเก็บให้ครบแล้วเหนื่อย ใครอยากเที่ยวลาวลึกกว่านี้ ค่อยกลับมาค้างคืนอีกรอบด้วยพาสปอร์ต
เรื่องเงิน ภาษา และของกิน
เวียงจันทน์ใช้เงินกีบเป็นหลัก แต่หลายร้านในย่านท่องเที่ยวรับเงินบาทด้วย ภาษาลาวกับไทยใกล้กันมาก พูดไทยช้า ๆ คนลาวเข้าใจได้ ของกินเด่นคือเฝอลาวกับแหนมเนือง ส่วนกาแฟลาวคั่วเข้มหอม ซื้อกลับเป็นของฝากได้
- เงินกีบ — แลกได้ที่ด่านหรือในเมือง เผื่อเงินสดติดตัว ร้านเล็กบางร้านไม่รับบัตร
- เงินบาทใช้ได้บางที่ — ร้านในย่านท่องเที่ยวและตลาดมักรับบาท แต่อัตราแลกอาจไม่ดีเท่าจ่ายกีบ
- เฝอลาว–แหนมเนือง — ของกินที่คนข้ามมากินกันเยอะ เส้นนุ่มน้ำใส กับแหนมเนืองห่อผักสด
- กาแฟลาว — คั่วเข้มหอม ซื้อเมล็ดกลับเป็นของฝากได้ คาเฟ่ในเมืองมีหลายร้าน
วันที่ 2 — เก็บหนองคายฝั่งไทยให้คุ้ม
ถ้ามีเวลาอยู่หนองคายมากกว่าหนึ่งวัน วันถัดมาไม่ต้องข้ามแดนแล้ว ใช้เวลากับฝั่งไทยให้คุ้ม หนองคายเองมีของดีริมโขงกับวัดคู่เมืองที่หลายคนรีบข้ามไปลาวจนลืมเก็บ
สโลว์ฝั่งไทย ริมโขง–ตลาด–วัด
เตรียมตัวก่อนข้ามแดน
- เตรียมเอกสารให้ครบ — พาสปอร์ตที่อายุเหลือเกิน 6 เดือน หรือบัตรผ่านแดนที่ทำมาแล้ว พกบัตรประชาชนด้วย
- มีเงินสดติดตัว — ทั้งบาทและกีบ เผื่อค่ารถข้ามสะพาน ค่ารถในเมือง และร้านที่ไม่รับบัตร
- ออกเช้า กลับก่อนค่ำ — ด่านเปิด 06:00 ปิด 22:00 ออกเช้ามีเวลาเต็มวัน กลับถึงด่านก่อนหนึ่งทุ่มสบายใจกว่า
- เช็กกฎด่านล่าสุด — เงื่อนไขวีซ่า ค่าธรรมเนียม และระบบอีวีซ่าปรับได้ คนต่างชาติเช็กตามสัญชาติก่อนไป
- เผื่อเวลาคิวด่าน — ช่วงวันหยุดยาวและสุดสัปดาห์คนข้ามเยอะ คิวยาวกว่าปกติทั้งขาไปขากลับ
หน้าไหนเที่ยวสบาย
ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็น เดินกลางแจ้งในเวียงจันทน์สบายที่สุด เก็บพระธาตุหลวงกับประตูชัยได้ไม่ทรมาน ส่วนเดือนเมษายนร้อนจัดและตรงสงกรานต์ทั้งสองฝั่ง คนข้ามเยอะคิวด่านยาว ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงช่วงเทศกาลใหญ่
วางแผนทริปกินเที่ยวหนองคายแบบเต็มอิ่ม
ดูคู่มือเที่ยวหนองคาย →