🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 2537 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกระหว่างสองประเทศ ฝั่งไทยอยู่ที่อำเภอเมืองหนองคาย ห่างจากตัวเมืองราว 2 กิโลเมตร ฝั่งลาวเป็นบ้านท่านาแล้ง ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์ราว 20 กิโลเมตร ตัวสะพานเองห้ามคนเดินเท้าหรือมอเตอร์ไซค์ข้าม ต้องนั่งรถบัส บขส. รถยนต์ หรือรถข้ามสะพานเท่านั้น เพราะมีทางรถไฟวางคู่ไปกลางสะพานด้วย จุดที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้คือนั่งรถบัส บขส. ที่วิ่งตรงจากสถานีขนส่งหนองคายไปลงสถานีรถเมล์เวียงจันทน์ ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองฝั่งในเที่ยวเดียว
ข้ามแดนต้องเตรียมเอกสารอะไร
เอกสารขึ้นอยู่กับว่าจะไปไกลแค่ไหน คนไทยมีสองทางเลือก ถ้าจะไปแค่เวียงจันทน์และเมืองใกล้ ใช้ บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Border Pass) ก็พอ แต่ถ้าอยากเที่ยวลาวลึกไปเมืองอื่น เช่น วังเวียง หลวงพระบาง ต้องใช้พาสปอร์ต
- พาสปอร์ตไทย — สะดวกสุด ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เข้าลาวได้และเที่ยวต่อเมืองอื่นในลาวได้ เจ้าหน้าที่ประทับตราที่ด่านทั้งสองฝั่ง ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไทยใช้ทางนี้เพราะง่ายและไปไหนต่อก็ได้
- บัตรผ่านแดนชั่วคราว — สำหรับคนไม่มีพาสปอร์ต ทำได้ที่ศาลากลางจังหวัดหนองคาย (กลุ่มงานปกครอง) ใช้บัตรประชาชนกับรูปถ่าย มีค่าธรรมเนียม เดินทางได้เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ ใช้ได้ในกรอบเวลาที่กำหนด ไปไกลกว่านั้นไม่ได้
- เด็กและผู้ติดตาม — เด็กต้องมีเอกสารของตัวเอง เตรียมสำเนาสูติบัตรหรือพาสปอร์ตเด็กให้พร้อม
- เงินสด — เตรียมเงินบาทกับกีบลาว หรือใช้บาทได้ในร้านนักท่องเที่ยวฝั่งเวียงจันทน์ ตู้แลกเงินมีที่ด่านและในเมือง
บอกตรง ๆ เรื่องเอกสาร
ถ้ายังไม่มีพาสปอร์ตและตั้งใจจะข้ามไปเวียงจันทน์เป็นครั้งคราว บัตรผ่านแดนคุ้มกว่าและทำง่าย แต่ถ้าคิดว่าอยากเที่ยวลาวต่อไปเมืองอื่นในอนาคต ทำพาสปอร์ตไปเลยจบกว่า เพราะบัตรผ่านแดนใช้ได้แค่เขตเวียงจันทน์ กฎและค่าธรรมเนียมฝั่งลาวปรับได้เป็นช่วง ๆ ก่อนไปเช็กกับด่านศุลกากรหนองคายอีกทีจะชัวร์ที่สุด
อยากเที่ยว หนองคาย ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ขั้นตอนข้ามแดนทีละสเต็ป
วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนไม่มีรถคือนั่งรถบัส บขส. สายระหว่างประเทศจากสถานีขนส่งหนองคาย รถจะพาผ่านด่านทั้งสองฝั่งให้เอง ไม่ต้องหารถต่อระหว่างทาง ขั้นตอนจริงเป็นแบบนี้
หนองคาย → เวียงจันทน์
เก็บตั๋วและเอกสารไว้ให้ดี
ตอนลงทำตม. รถจะรอที่ด่าน อย่าทิ้งของไว้บนรถถ้าไม่แน่ใจ และถือตั๋วกับเอกสารผ่านแดนไว้กับตัวตลอด เจ้าหน้าที่อาจขอดูอีกตอนขากลับ ช่วงเช้าวันหยุดยาวคนข้ามเยอะ คิวตม.อาจยาว เผื่อเวลาไว้หน่อย
รถบัส บขส. หนองคาย-เวียงจันทน์
รถบัส บขส. สายระหว่างประเทศ สายที่ 1 วิ่งตรงจากสถานีขนส่งหนองคายไปลงสถานีรถเมล์เวียงจันทน์ (ใกล้ตลาดเช้า) ระยะทางราว 27 กิโลเมตร รวมเวลาผ่านด่านทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นวิธีที่คนไม่มีรถใช้กันมากที่สุดเพราะรถพาผ่านด่านให้เสร็จในเที่ยวเดียว
- ค่าโดยสาร — ราว 55 บาทวันธรรมดา และราว 60 บาทวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมตม.ฝั่งลาว)
- รอบรถโดยประมาณ — มีหลายเที่ยวต่อวัน รอบเช้าเริ่มราว 07:30 แล้วทยอยมีตลอดวันถึงเย็น รอบสุดท้ายราว 18:00 น. (รอบปรับได้ เช็กที่สถานีก่อนเดินทาง)
- จุดขึ้นรถ — สถานีขนส่งหนองคาย ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ บขส. ในสถานี
- ปลายทางฝั่งลาว — สถานีรถเมล์เวียงจันทน์ ตรงตลาดเช้า อยู่กลางเมือง เดินเที่ยวต่อได้เลย
อยากยืดหยุ่น ลองทางอื่น
ถ้าไม่อยากรอรอบรถบัส อีกทางคือนั่งรถข้ามสะพานแบบรถประจำสะพานไปลงฝั่งลาวแล้วต่อตุ๊กตุ๊ก/รถเข้าเมืองเอง ยืดหยุ่นเรื่องเวลากว่าแต่ต้องต่อรถหลายต่อและต่อรองราคาเอง ส่วนใครขับรถส่วนตัวข้ามได้แต่ต้องทำเอกสารรถและประกันฝั่งลาวเพิ่ม ยุ่งกว่าสำหรับทริปวันเดียว สำหรับไปเช้าเย็นกลับ รถบัส บขส. ตรงไปตรงมาที่สุด
ไปเช้าเย็นกลับ เที่ยวเวียงจันทน์อะไรได้บ้าง
เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงที่เดินเที่ยวสบาย จุดเที่ยวหลักกระจุกกันไม่ไกล วันเดียวเก็บแลนด์มาร์กหลักได้ครบ นี่คือจุดที่คนข้ามไปวันเดียวนิยมแวะ
พระธาตุหลวง (That Luang)
เจดีย์สีทองสัญลักษณ์ของลาว เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนลาวภูมิใจที่สุด ถ่ายรูปสวยตอนแดดส่องทอง มีค่าเข้าเล็กน้อย
ประตูชัย (Patuxai)
ซุ้มประตูใจกลางเมืองคล้ายอาร์กเดอทรียงฟ์ ขึ้นไปชั้นบนชมวิวเมืองเวียงจันทน์ได้ รอบ ๆ เป็นสวนน้ำพุ เดินเล่นถ่ายรูปสบาย
วัดสีเมือง / หอพระแก้ว
วัดเก่าใจกลางเมืองที่คนลาวมาขอพร ใกล้กับหอพระแก้วที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต เดินถึงกันได้
ตลาดเช้าเวียงจันทน์
ตลาดใหญ่กลางเมือง มีของกิน ผ้าทอลาว เครื่องเงิน ของฝาก อยู่ติดสถานีรถเมล์พอดี แวะก่อนขึ้นรถกลับได้เลย
ริมแม่น้ำโขงเวียงจันทน์
ทางเดินริมโขงฝั่งลาวมีตลาดเย็นและร้านอาหาร มองข้ามกลับมาเห็นฝั่งไทย เหมาะนั่งกินมื้อกลางวันรับลม
จุดที่คนชอบติด vs จุดที่ข้ามได้
พระธาตุหลวงกับประตูชัยคุ้มที่สุดสำหรับทริปวันเดียว ถ่ายรูปสวยและอยู่ไม่ไกลกัน ส่วนตลาดเช้าอยู่ติดสถานีรถพอดีแวะตอนรอรถกลับได้เลย ถ้าเวลาจำกัด ไม่ต้องฝืนไปให้ครบทุกวัด เลือก 2-3 จุดหลักแล้วเผื่อเวลามากินข้าวริมโขงสบาย ๆ ดีกว่ารีบจนเหนื่อย
ไทม์ไลน์วันเดียว ทันรถกลับ
หัวใจของทริปไปเช้าเย็นกลับคือต้องเผื่อเวลาให้ทันรถบัสรอบกลับ จุดที่หลายคนพลาดคือเที่ยวเพลินจนตกรอบเย็น แล้วต้องหารถข้ามเองตอนค่ำซึ่งยุ่งกว่ามาก วางแผนแบบนี้จะสบายและทันแน่นอน
ออกเช้า กลับก่อนค่ำ
อย่าจับรอบสุดท้ายเป๊ะ
ขากลับต้องผ่านตม.สองฝั่งอีกครั้ง ถ้าจับรถรอบสุดท้ายพอดีแล้วเกิดคิวยาวหรือพลาดรอบ จะลำบากเรื่องหารถข้ามตอนค่ำ แนะนำให้กะรอบที่เผื่ออีกหนึ่งรอบไว้ จะอุ่นใจกว่ามาก และเก็บเงินบาทติดตัวไว้เผื่อค่าธรรมเนียมหรือค่ารถต่อเสมอ
ค่าธรรมเนียมและเวลาเปิดด่าน
- ค่าโดยสารรถบัส บขส. — ราว 55 บาทวันธรรมดา / ราว 60 บาทวันหยุด ต่อเที่ยว
- ค่าธรรมเนียมผ่านแดนฝั่งลาว — มีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยตอนทำตม. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดมักเก็บแพงกว่าวันธรรมดา เตรียมเงินสดบาทหรือกีบไว้
- เวลาเปิดด่าน — ด่านสะพานมิตรภาพเปิดให้ข้ามช่วงเช้าถึงค่ำทุกวัน โดยทั่วไปราว 06:00 ถึงราว 22:00 น. แต่รอบรถบัส บขส. มีถึงแค่ช่วงเย็น ควรยึดรอบรถเป็นหลัก
- เผื่อเงินสำรอง — ตู้แลกเงินมีที่ด่านและในเมืองเวียงจันทน์ แต่อัตราในเมืองมักดีกว่า พกบาทไปแลกหรือใช้จ่ายในร้านนักท่องเที่ยวได้
ค่าธรรมเนียมและรอบเวลาเป็นข้อมูลที่ปรับได้เป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะฝั่งลาว ก่อนเดินทางจริงเช็กกับสถานีขนส่งหนองคายหรือด่านศุลกากรอีกครั้งจะแม่นที่สุด เลขที่หลายคนใช้สอบถามคือสถานีเดินรถหนองคาย โทร 042-412-679
ถ่ายรูปสะพานฝั่งหนองคาย
ถ้ายังไม่พร้อมข้ามแดนแต่อยากเห็นสะพาน ฝั่งหนองคายก็มีมุมถ่ายรูปสวย จุดที่นิยมคือทางเดินริมโขงหนองคายและคาเฟ่ริมโขงที่มองเห็นตัวสะพานทอดข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งลาว ช่วงเย็นแดดหุบเป็นเวลาที่สวยที่สุด ได้ทั้งสะพาน แม่น้ำโขง และพระอาทิตย์ตกในเฟรมเดียว ใครมาหนองคายแล้วไม่ได้ข้ามแดน แค่มานั่งริมโขงมองสะพานก็เป็นภาพที่จำเมืองนี้ได้แล้ว
วางแผนข้ามไปเวียงจันทน์แบบเต็มแพลน
ดูแพลนข้ามแดนเวียงจันทน์ →