🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ภูกระดึงอยู่ในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด ด้านบนเป็นที่ราบสูงราว 1,200–1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีพื้นที่กว้างเป็นทุ่งหญ้าสลับป่าสนเขา ทำให้อากาศเย็นสบายแม้หน้าร้อน เสน่ห์ของที่นี่คือคุณต้องออกแรงเดินขึ้นเอง ไม่มีรถหรือกระเช้าพาขึ้น ทุกคนที่ขึ้นไปถึงเลยรู้สึกว่ามันคือรางวัลที่ได้มาด้วยขาตัวเอง
เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนวางแผน คือภูกระดึงไม่ได้เปิดทั้งปี โดยปกติเปิดให้เที่ยวและพักแรมช่วง 1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคม ของทุกปี แล้วปิดช่วง 1 มิถุนายน–30 กันยายน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวและเลี่ยงทางลื่นอันตรายในหน้าฝน ฉะนั้นถ้าจะไป ต้องวางแผนให้ตรงหน้าหนาวถึงต้นหน้าร้อน
เส้นทางเดินขึ้น หลังแป คือด่านหิน
ทางขึ้นเริ่มที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้านล่าง (ที่ทำการอุทยาน) เดินขึ้นเขาระยะ 5.5 กิโลเมตร ผ่านจุดพักเป็นช่วง ๆ ที่เรียกว่า ซำ มีทั้งหมดราว 5–6 ซำ เช่น ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า แต่ละซำมีร้านขายน้ำ ของกิน และที่นั่งพัก เดินสบายขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงสุดท้ายที่ชันที่สุดคือ หลังแป ระยะราว 1 กิโลเมตรก่อนถึงยอด เป็นทางบันไดหินและไม้ที่ชันจนต้องไต่
- ระยะทางขึ้นยอด — 5.5 กม. จากที่ทำการถึงหลังแป (ปากทางขึ้นที่ราบ)
- เวลาเดิน — ราว 3–5 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพร่างกายและสัมภาระ
- หลังแป — ช่วง 1 กม.สุดท้ายชันสุด เป็นบันไดหิน ค่อย ๆ ไต่
- ถึงหลังแปแล้วยังไม่จบ — เดินต่อบนหลังเขาอีกราว 3.5 กม. ถึงลานกางเต็นท์วังกวาง
หลายคนเข้าใจผิดว่าถึงหลังแปแล้วคือถึงที่พัก จริง ๆ พอพ้นหลังแปจะเจอทุ่งหญ้ากว้างและทางเดินราบ แต่ยังต้องเดินต่ออีกราว 3.5 กิโลเมตรกว่าจะถึงลานกางเต็นท์วังกวาง ช่วงนี้เดินง่ายขึ้นมากเพราะเป็นทางราบบนทรายนุ่ม ผ่านทุ่งหญ้าและดงสน แต่รวมแล้วทั้งวันคุณจะเดินราว 9 กิโลเมตร เตรียมใจและเตรียมขาไว้ให้ดี
เคล็ดลับเดินขึ้น
ออกเดินเช้า ก่อน 9 โมงยิ่งดี จะได้ไม่ต้องเดินตากแดดเที่ยงและมีเวลาเหลือถึงที่พักก่อนมืด อุทยานมักให้ขึ้นได้ถึงราวบ่าย 2 โมง เพราะกลัวนักท่องเที่ยวเดินไม่ทันค่ำ เดินช้า ๆ พักเป็นช่วง จิบน้ำบ่อย ๆ ดีกว่าเร่งจนหมดแรงกลางทาง
อยากเที่ยว เลย ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ค่าเข้า ค่าลูกหาบ และค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าอุทยานคิดตามอัตราอุทยานแห่งชาติทั่วไป สำหรับคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (ชาวต่างชาติแพงกว่านี้) จ่ายครั้งเดียวที่ด่านล่างก่อนขึ้น ส่วนพระเอกตัวจริงของการขึ้นภูกระดึงคือ ลูกหาบ คนแบกสัมภาระขึ้น-ลงเขาแทนเรา ทำให้คุณเดินตัวเปล่าได้สบายขึ้นเยอะ
- ค่าเข้าอุทยาน — ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (คนไทย)
- ค่าลูกหาบ — ราว 30–40 บาท/กิโลกรัม ขั้นต่ำประมาณ 10 กก.ขึ้นไป
- ค่ากางเต็นท์ — เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนราว 225–600 บาท/คืน ตามขนาด
- ที่พักบ้านพักอุทยาน — ราว 1,200–2,500 บาท/หลัง จองล่วงหน้าผ่านระบบ nps.dnp.go.th
- ค่ากินบนยอด — เผื่อราว 200–350 บาท/วัน มีร้านข้าวที่วังกวาง
เรื่องลูกหาบ บอกกันตรง ๆ ว่าคุ้มมากถ้าไม่ได้แข็งแรงระดับนักเดินป่า ลูกหาบจะชั่งน้ำหนักสัมภาระแล้วคิดเป็นกิโล จุดรับของอยู่ที่ด่านล่าง เขาจะแบกขึ้นไปส่งที่วังกวางให้ คุณแค่เดินตัวเปล่ากับเป้เล็กใส่น้ำและของจำเป็น ทั้งนี้ลูกหาบเป็นอาชีพของคนในพื้นที่ การจ้างคือการอุดหนุนชุมชนโดยตรง
เรื่องลูกหาบที่ควรรู้
แพ็กของให้รวมเป็นถุงหรือกระเป๋าใบเดียวจะคิดง่ายและถือสะดวก ของที่ฝากลูกหาบควรเป็นพวกเต็นท์ ถุงนอน เสื้อกันหนาว อาหาร ส่วนน้ำดื่ม มือถือ ยา เงิน ให้พกติดตัวเอง เพราะลูกหาบอาจขึ้นถึงคนละจังหวะกับเรา
ลานกางเต็นท์วังกวาง จุดศูนย์กลางบนยอด
วังกวาง คือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดเขา เป็นจุดที่ทุกคนใช้เป็นฐานพักแรม มีลานกางเต็นท์กว้างใต้ร่มสน มีบ้านพักของอุทยาน ร้านอาหาร ร้านขายของ ห้องน้ำ และจุดเช่าเต็นท์-เครื่องนอน ตกเย็นอากาศเย็นจัด หน้าหนาวบางคืนลงไปต่ำกว่า 10 องศา จึงต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและถุงนอนให้พร้อม
กางเต็นท์เอง
เอาเต็นท์ขึ้นไปเองหรือให้ลูกหาบแบกขึ้น จ่ายค่าพื้นที่กางถูกที่สุด เหมาะสายแคมป์ตัวจริง
เช่าเต็นท์อุทยาน
เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนที่วังกวาง ไม่ต้องแบกขึ้นเอง ราว 225–600 บาท/คืน
บ้านพักอุทยาน
บ้านพักเป็นหลัง นอนสบายกันลม จองล่วงหน้าผ่าน nps.dnp.go.th เพราะมีจำกัด
ช่วงหน้าหนาว ธันวาคม–มกราคม คือไฮซีซันที่คนเยอะที่สุด ลานกางเต็นท์เต็มและบ้านพักจองยาก ถ้าอยากได้บ้านพักต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ส่วนเต็นท์เช่าหน้างานมักพอมี แต่ถ้าไปวันหยุดยาวควรเผื่อใจว่าอาจต้องรอคิว
ทุ่งหญ้าและป่าสนบนหลังเขา
เสน่ห์ที่ทำให้ภูกระดึงต่างจากภูเขาอื่นคือยอดเป็นที่ราบกว้างคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนา สลับกับดงสนสองใบสามใบสูงโปร่ง เดินหรือปั่นจักรยานเล่นได้สบาย หน้าหนาวหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทอง บางจุดมีใบเมเปิลแดงร่วงตามทาง โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีที่อากาศเย็นจัด เป็นภาพที่หาดูยากในเมืองไทย
- ทุ่งหญ้าหน้าวังกวาง — เดินเล่นถ่ายรูปได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ยามเช้ามีหมอกบาง
- ดงสน — ป่าสนเขาโปร่ง ร่มเย็น เดินทอดน่องไปตามทางสบาย ๆ
- ใบเมเปิลแดง — ปลายปี–ต้นปีตามทางเดินไปน้ำตก โชคดีจะเจอใบแดงร่วงพื้น
น้ำตกบนภูกระดึง
บนหลังเขามีน้ำตกหลายแห่งซ่อนอยู่ในป่า ต้องเดินเท้าจากวังกวางไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกที่คนนิยมไปคือ น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกโผนพบ ช่วงต้นฤดู (ตุลาคม–พฤศจิกายน) น้ำจะแรงและสวยที่สุด เพราะเพิ่งผ่านหน้าฝนมา ส่วนปลายฤดูน้ำเริ่มน้อยลง
เส้นทางไปน้ำตกหลายสายเดินผ่านดงเมเปิล ฉะนั้นไปน้ำตกหน้าหนาวจึงได้สองอย่างในทริปเดียว ทั้งสายน้ำและใบไม้เปลี่ยนสี แต่ระยะทางไปกลับบางน้ำตกหลายกิโล ควรเช็กแผนที่และออกเดินแต่เช้า อย่าเริ่มเดินบ่ายแก่เพราะกลับมาค่ำในป่ามืดและเย็นจัด
จัดเวลาให้ดี
ถ้าพักบนยอดคืนเดียว เวลาจะตึงมาก แนะนำพักสองคืนจะได้เที่ยวน้ำตกและจุดชมวิวครบโดยไม่ต้องรีบ คืนแรกเหนื่อยจากการเดินขึ้น ใช้พักผ่อน วันถัดมาค่อยลุยน้ำตกและผาต่าง ๆ
ผานกแอ่นและผาหล่มสัก สองจุดชมวิวห้ามพลาด
ผานกแอ่น คือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คนตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อเดินไปรอ อยู่ห่างจากวังกวางราว 2 กิโลเมตร เป็นหน้าผาหันไปทางทิศตะวันออก มีต้นสนต้นเดียวยืนเด่นริมผาที่กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของภูกระดึง เช้ามืดอากาศหนาวจัด ต้องใส่เสื้อกันหนาวและพกไฟฉาย เพราะเดินไปตอนยังมืด
ส่วน ผาหล่มสัก คือจุดชมพระอาทิตย์ตกที่คนรู้จักมากที่สุด อยู่ไกลจากวังกวางราว 9 กิโลเมตร เป็นหน้าผายื่นออกไปมีต้นสนเอนริมผา ภาพคนนั่งบนชะง่อนผากับต้นสนยามแสงทองคือภาพคลาสสิกที่เห็นบ่อย ระยะไกลพอควร ควรออกจากวังกวางช่วงบ่ายเพื่อให้ทันแสงเย็นและเผื่อเวลาเดินกลับ
- ผานกแอ่น — ชมพระอาทิตย์ขึ้น ห่างวังกวางราว 2 กม. เดินไปตอนเช้ามืด
- ผาหล่มสัก — ชมพระอาทิตย์ตก ห่างวังกวางราว 9 กม. มีต้นสนริมผาเป็นภาพคลาสสิก
- ผาเหยียบเมฆ–ผาหมากดูก — จุดชมวิวรองที่คนน้อยกว่า เห็นทะเลภูเขากว้าง
เช่าจักรยานช่วยได้
บนยอดมีจักรยานให้เช่า ช่วยร่นเวลาไปจุดที่ไกลอย่างผาหล่มสักได้มาก แต่ทางบางช่วงเป็นทราย ปั่นหนัก ใครไม่ถนัดปั่นเดินเอาก็ได้ แค่ต้องเผื่อเวลาให้พอ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและการเตรียมตัว
ช่วงที่คนนิยมไปคือ ปลายตุลาคมถึงมกราคม ต้นฤดูน้ำตกสวย ป่าเขียวสดหลังหน้าฝน ส่วนพฤศจิกายน–มกราคมอากาศหนาวกำลังดีและมีโอกาสเจอใบเมเปิลแดง แต่ก็เป็นช่วงคนเยอะที่สุดเช่นกัน ถ้าอยากเลี่ยงคนลองต้นเดือนหรือวันธรรมดา จะเดินสบายและจองที่พักง่ายกว่า
- รองเท้า — รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่ายึดเกาะดี ทางหินลื่นช่วงหลังแป
- เสื้อกันหนาว — หน้าหนาวยอดเขาเย็นจัด กลางคืนต่ำกว่า 10 องศาได้
- ไฟฉาย/ไฟคาดหัว — จำเป็นมากเวลาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนมืด
- เป้เล็ก + น้ำ — พกน้ำ ยา เงิน มือถือติดตัว ของหนักฝากลูกหาบ
- เงินสด — บนยอดร้านค้ารับเงินสดเป็นหลัก สัญญาณและตู้เอทีเอ็มจำกัด
การเดินทางมาภูกระดึง ถ้าขับรถมาจากตัวเมืองเลยใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง หรือนั่งรถทัวร์มาลงที่ผาหนาม–อำเภอภูกระดึงแล้วต่อรถสองแถวหรือรถรับจ้างเข้าที่ทำการอุทยาน แนะนำถึงด่านล่างช่วงเช้าเพื่อมีเวลาเดินขึ้นเต็มที่ และอย่าลืมเช็กกับอุทยานก่อนว่าวันนั้นเปิดรับนักท่องเที่ยวปกติ
วางแผนเที่ยวเลยให้ครบทั้งภูกระดึง เชียงคาน และภูเรือ
ดูคู่มือเที่ยวเลย →