🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนอื่นเรื่องที่ต้องรู้ที่สุด คือภูกระดึงไม่ได้เปิดทั้งปี ฤดูกาลท่องเที่ยวคือ 1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคม แล้วปิดฟื้นฟูธรรมชาติช่วงหน้าฝน 1 มิถุนายน–30 กันยายน ฉะนั้นแพลนนี้ใช้ได้เฉพาะหน้าหนาวถึงต้นหน้าร้อน และก่อนออกเดินทางควรเช็กกับอุทยานอีกทีว่าวันที่ไปเปิดรับปกติ เพราะบางช่วงวันหยุดยาวคนล้นจนต้องจำกัดจำนวน
แพลน 2 วัน 1 คืนเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดและอยากได้ครบทั้งบรรยากาศกางเต็นท์บนยอดและพระอาทิตย์ขึ้น แต่บอกตรง ๆ ว่ามันค่อนข้างตึง วันแรกหมดไปกับการเดินขึ้นล้วน ๆ ส่วนน้ำตกและผาหล่มสักที่อยู่ไกลจะไม่ทันในทริปนี้ ถ้าอยากเที่ยวให้ครบแบบสบาย ๆ ควรเผื่อเป็น 3 วัน 2 คืน แต่ถ้าเวลาน้อยจริง 2 วัน 1 คืนก็พิชิตยอดและเก็บผานกแอ่นได้สบาย
เตรียมของก่อนออกเดินทาง
หัวใจของการแพ็กภูกระดึงคือ แยกของเป็นสองกอง กองที่ฝากลูกหาบแบกขึ้น (ของหนักที่ไม่ต้องใช้ระหว่างเดิน) กับกองที่สะพายเองในเป้เล็ก (ของจำเป็นที่ต้องหยิบใช้ตลอดทาง) เพราะลูกหาบกับเราอาจขึ้นถึงคนละจังหวะ ของที่ขาดไม่ได้ระหว่างเดินต้องอยู่กับตัวเสมอ
- ฝากลูกหาบแบกขึ้น — เต็นท์ ถุงนอน เสื่อรอง เสื้อกันหนาว อาหารแห้ง น้ำสำรอง ของหนักทั้งหมดรวมเป็นกระเป๋าใบเดียว
- สะพายเองในเป้เล็ก — น้ำดื่ม 1.5–2 ลิตร ยาประจำตัว เงินสด มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ของกินเล่นให้พลังงาน
- รองเท้า — รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะดี ทางหินช่วงหลังแปลื่น อย่าใส่รองเท้าใหม่ที่ยังไม่เคยเดิน
- เสื้อกันหนาว + ไฟคาดหัว — กลางคืนหน้าหนาวต่ำกว่า 10 องศาได้ และต้องใช้ไฟตอนเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้น
- ถุงกันฝน/ถุงพลาสติก — ห่อของในเป้กันชื้น เผื่อหมอกหรือฝนปรอยช่วงต้นฤดู
เรื่องน้ำหนักของ
ลูกหาบคิดเป็นกิโล (ราว 30–40 บาท/กก. ขั้นต่ำราว 10 กก.) ฉะนั้นเอาเฉพาะที่จำเป็น อย่าขนของฟุ่มเฟือยขึ้นไปให้หนักเปล่า แพ็กรวมเป็นถุงเดียวจะชั่งง่ายและคิดราคาง่ายกว่าแยกหลายใบ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว เลย ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เดินทางมาภูกระดึง
ภูกระดึงอยู่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย วิธีมาที่ง่ายสุดสำหรับคนกรุงเทพคือนั่งรถทัวร์กลางคืนจาก หมอชิต 2 (สถานีขนส่งจตุจักร) สายที่วิ่งคือภูกระดึงทัวร์ แอร์เมืองเลย และซันบัส ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง ลงที่ จุดจอดผานกเค้า แล้วต่อรถสองแถวหรือรถรับจ้างเข้าที่ทำการอุทยานราว 30 กิโลเมตร ค่ารถทัวร์ราว 450–500 บาทต่อเที่ยว
- จากกรุงเทพ — รถทัวร์หมอชิต 2 → ผานกเค้า ราว 7 ชม. แล้วต่อสองแถวเข้าที่ทำการอุทยาน
- จากตัวเมืองเลย — ขับรถราว 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือนั่งรถสองแถวต่อ
- จากขอนแก่น — มาทางอำเภอภูผาม่าน ขับรถราว 2 ชั่วโมง ใกล้สุดถ้าบินลงขอนแก่นก่อน
- ขับรถเอง — มีที่จอดรถที่ศูนย์บริการด้านล่าง จอดค้างคืนได้ สะดวกถ้าจะเที่ยวเลยต่อ
จัดเวลารถทัวร์ให้ดี
ขึ้นรถทัวร์เที่ยวค่ำจากกรุงเทพ จะถึงผานกเค้าเช้ามืดพอดี ได้เริ่มเดินขึ้นตอนสายโดยไม่เสียวันแรกไปกับการนั่งรถ อุทยานมักให้เริ่มเดินขึ้นได้ถึงราวบ่าย 2 โมง เพราะกลัวเดินไม่ทันมืด มาเช้าจึงปลอดภัยกว่า
ตารางเดินทาง 2 วัน 1 คืน
แพลนนี้กะให้คุณถึงที่ทำการอุทยานช่วงสายของวันแรก เดินขึ้นถึงวังกวางก่อนค่ำ พักหนึ่งคืน แล้วตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนเดินลงในวันที่สอง เวลาที่ใส่ไว้เป็นค่าประมาณสำหรับคนเดินปานกลาง ถ้าฟิตน้อยให้เผื่อเวลาเพิ่ม
เดินขึ้นยอด — พิชิตหลังแปถึงวังกวาง
พระอาทิตย์ขึ้นผานกแอ่น แล้วเดินลง
จ้างลูกหาบยังไงให้คุ้ม
ลูกหาบคือพระเอกที่ทำให้คนทั่วไปขึ้นภูกระดึงได้สบายขึ้นเยอะ บอกตรง ๆ ว่าถ้าไม่ได้ฟิตระดับนักเดินป่า การจ้างลูกหาบคุ้มมาก เพราะคุณจะได้เดินตัวเปล่ากับเป้เล็ก ไม่ต้องแบกเต็นท์และของหนักขึ้นเขา 9 กิโล จุดจ้างอยู่ที่ด่านล่าง เขาจะชั่งน้ำหนักแล้วคิดเป็นกิโล แบกขึ้นไปส่งให้ที่วังกวาง ที่สำคัญลูกหาบเป็นอาชีพของคนในพื้นที่ การจ้างคือการอุดหนุนชุมชนตรง ๆ
- คิดเป็นกิโล — ราว 30–40 บาทต่อกิโลกรัม ขั้นต่ำราว 10 กก. ขาขึ้นและขาลงคิดแยกรอบ
- แพ็กถุงเดียว — รวมของหนักเป็นกระเป๋าใบเดียวจะชั่งง่ายและถือสะดวกกว่า
- ของที่ฝากได้ — เต็นท์ ถุงนอน เสื้อกันหนาว อาหาร น้ำสำรอง สิ่งที่ไม่ต้องใช้ระหว่างเดิน
- ของที่ต้องพกเอง — น้ำดื่ม ยา เงิน มือถือ เพราะลูกหาบอาจถึงคนละจังหวะกับเรา
นัดจุดรับของให้ชัด
ตกลงกับลูกหาบให้ชัดว่าไปรับของที่ไหนบนวังกวาง และขาลงจะฝากของกี่โมง จดเบอร์หรือชื่อไว้ เผื่อหากันตอนของถึง ช่วงวันหยุดยาวลูกหาบคิวยาว มาเช้าจะได้จ้างทันก่อนเริ่มเดิน
นอนที่วังกวาง เลือกแบบไหนดี
วังกวาง คือศูนย์กลางบนยอดที่ทุกคนใช้เป็นฐานพักแรม มีลานกางเต็นท์กว้างใต้ร่มสน บ้านพักอุทยาน ร้านอาหาร ร้านขายของ และห้องน้ำ เลือกที่นอนได้ตามงบและความสบายที่อยากได้ หน้าหนาวบางคืนต่ำกว่า 10 องศา เตรียมถุงนอนและเสื้อกันหนาวให้พร้อมไม่ว่าเลือกแบบไหน
กางเต็นท์เอง
เอาเต็นท์ขึ้นเองหรือให้ลูกหาบแบก จ่ายค่าพื้นที่กางถูกสุด เหมาะสายแคมป์ที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว
เช่าเต็นท์อุทยาน
เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนหน้างานที่วังกวาง ราว 225–600 บาท/คืน ไม่ต้องแบกขึ้นเอง
บ้านพักอุทยาน
บ้านพักเป็นหลัง นอนกันลมสบายกว่า ราว 1,200–2,500 บาท จองล่วงหน้าผ่าน nps.dnp.go.th
ช่วงธันวาคม–มกราคมเป็นไฮซีซันที่คนเยอะที่สุด ลานกางเต็นท์แน่นและบ้านพักจองยากมาก ถ้าอยากได้บ้านพักต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบ nps.dnp.go.th ได้ก่อนถึงวันเข้าพักราว 60 วัน ส่วนเต็นท์เช่าหน้างานมักพอมี แต่ถ้าไปวันหยุดยาวเผื่อใจว่าอาจต้องรอคิว
ค่าใช้จ่ายทั้งทริปประมาณเท่าไหร่
ลองกะงบคร่าว ๆ ต่อคนสำหรับทริป 2 วัน 1 คืน แบบประหยัดและแบบสบาย ตัวเลขเป็นค่าประมาณ ปรับได้ตามจำนวนของที่ฝากลูกหาบและแบบที่พักที่เลือก
- รถทัวร์ไป-กลับกรุงเทพ — ราว 900–1,000 บาท (เที่ยวละ 450–500 บาท)
- สองแถวผานกเค้า-อุทยาน ไป-กลับ — ราว 80–120 บาท
- ค่าเข้าอุทยาน — ผู้ใหญ่ 40 บาท
- ลูกหาบ — ราว 300–600 บาท ขึ้นกับน้ำหนักของและรอบขึ้น-ลง
- ที่พัก 1 คืน — กางเต็นท์เองหลักร้อย เช่าเต็นท์ 225–600 บาท บ้านพักแชร์กันหลายคน
- ค่ากินบนยอด + ระหว่างทาง — เผื่อราว 300–500 บาท
- รวมโดยประมาณ — แบบประหยัดราว 1,800–2,400 บาท แบบสบายราว 3,000 บาทขึ้นไป
พกเงินสดให้พอ
บนยอดร้านค้ารับเงินสดเป็นหลัก สัญญาณมือถือและตู้เอทีเอ็มจำกัด เตรียมเงินสดเผื่อค่ากิน ค่าเช่าของ และค่าลูกหาบขาลงไว้ให้พอ ไม่ต้องหวังว่าจะกดเงินหรือสแกนจ่ายได้บนภู
ข้อควรรู้ก่อนไป บอกกันตรง ๆ
- 2 วัน 1 คืนค่อนข้างตึง — ได้พิชิตยอดและผานกแอ่น แต่ผาหล่มสักกับน้ำตกที่อยู่ไกลจะไม่ทัน ถ้าอยากครบควรเผื่อ 3 วัน 2 คืน
- ขาลงกระแทกเข่า — หลายคนบ่นว่าลงเจ็บเข่ากว่าตอนขึ้น ใส่ที่รัดเข่าหรือใช้ไม้เท้าช่วยได้
- คนเยอะหน้าหนาว — ธันวาคม–มกราคมแน่นมาก ถ้าเลี่ยงคนได้ลองวันธรรมดาต้นหรือปลายฤดู
- ปิดหน้าฝน — มิถุนายน–กันยายนปิดฟื้นฟู วางแผนให้ตรงฤดูเปิดเสมอ
- เตรียมร่างกาย — ถ้าไม่ค่อยออกกำลัง ลองเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งเบา ๆ ก่อนไปสักสองสัปดาห์ จะเดินขึ้นสบายขึ้นมาก
วางแผนเที่ยวเลยต่อให้ครบทั้งเชียงคาน ภูเรือ และของกินอีสาน
ดูคู่มือเที่ยวเลย →