หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย หนองคาย 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยหนองคายรีวิวศาลาแก้วกู่ (อุทยานเทวาลัย) สวนประติมากรรมปูนยักษ์ริมโขง
📍 หนองคาย · ภาคอีสาน · รีวิวเชิงลึก · อัปเดต 2026

รีวิวศาลาแก้วกู่ (อุทยานเทวาลัย)
สวนประติมากรรมปูนยักษ์ริมโขง

ศาลาแก้วกู่ หรือที่คนหนองคายเรียกกันติดปากว่า "วัดแขก" คือสวนประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่ที่รวมเทวรูป พระพุทธรูป พญานาค และรูปปั้นตามคติความเชื่อไว้เป็นร้อยองค์ในพื้นที่เดียว เกิดจากแรงศรัทธาของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ที่ปั้นสะสมมาหลายสิบปีจนกลายเป็นสถานที่แปลกตาที่สุดแห่งหนึ่งของอีสาน หน้านี้เราไล่ให้ดูว่าเดินชมจริง ๆ เป็นยังไง คนรีวิวชมอะไร และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนไป — ทั้งเรื่องค่าเข้า เวลาเปิด แดดที่แรงเพราะเดินกลางแจ้ง และส่วนจัดแสดงในอาคารที่มีร่างหลวงปู่บุญเหลือ

เลื่อนดูทั้ง 1 กิจกรรม ภาพ: Jpatokal · CC BY-SA 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ถ้ามาหนองคายแล้วอยากได้ที่เที่ยวที่ไม่เหมือนใคร ศาลาแก้วกู่คือชื่อที่คนแนะนำต่อกันมาตลอด ตัวสวนอยู่ในตำบลหาดคำ ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปทางตะวันออกราว 3–4 กิโลเมตร ข้างในเต็มไปด้วยรูปปั้นปูนขนาดมหึมาที่ตั้งเรียงรายกลางลานกว้าง มีทั้งพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เทวดา พญานาคเจ็ดเศียร และรูปปั้นเล่าเรื่องตามคติศาสนาที่บางองค์สูงหลายเมตร มองไกล ๆ เหมือนเดินหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ

ที่นี่เกิดจากหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ผู้เริ่มปั้นรูปปั้นชุดนี้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน โดยเคยสร้างสวนแบบเดียวกันไว้ที่ฝั่งเวียงจันทน์มาก่อน แล้วจึงข้ามมาสร้างที่หนองคาย รูปปั้นแต่ละองค์ปั้นด้วยมือจากปูนล้วน ๆ ไม่ได้หล่อจากแม่พิมพ์ จึงมีรายละเอียดและอารมณ์ที่ต่างกันไปทุกองค์ หน้านี้เราจะรีวิวตัวประสบการณ์เดินชมแบบเจาะลึก ทั้งฝั่งที่ทำให้คนทึ่งและฝั่งที่ควรทำใจไว้ก่อนไป

ศาลาแก้วกู่ (อุทยานเทวาลัย / วัดแขก)

📍 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย 🧭 ริมแม่น้ำโขง (ห่างเมืองหนองคาย ~3–4 กม.)
(ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Jpatokal · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาเดินชม ~1–1.5 ชม.
ราคาโดยประมาณค่าเข้าราว ฿20–40/คน (ต่างชาติอาจแยกอัตรา)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบที่เที่ยวแปลกตา เดินชมงานปูนปั้นและถ่ายรูปกับรูปปั้นขนาดใหญ่
สวนประติมากรรมปูนปั้นริมโขง

พอจ่ายค่าเข้าที่หน้าประตูแล้วเดินเข้าไป สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่พูดตรงกันคือความ "ตะลึง" กับสเกลของรูปปั้น เพราะพญานาคเจ็ดเศียรที่แผ่พังพานปกพระพุทธรูปตรงกลางลานนั้นสูงหลายเมตร ยืนอยู่ใต้ฐานแล้วต้องแหงนคอมอง รอบ ๆ ยังมีรูปปั้นเทวดา พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ช้างสามเศียร และรูปปั้นเล่าเรื่องตามคติศาสนาวางเรียงไปทั่วสวน แต่ละองค์ปั้นด้วยมือจากปูนล้วน จึงมีลายละเอียดและท่าทางที่ไม่ซ้ำกัน หลายคนบอกว่าเดินถ่ายรูปเพลินจนลืมเวลา

จุดที่คนรีวิวพูดถึงบ่อยอีกอย่างคือกลุ่มรูปปั้น "วงล้อแห่งชีวิต" ที่เรียงเล่าเรื่องตั้งแต่เกิดจนตายเป็นวงกลม ให้เดินลอดผ่านทีละช่วงวัย เป็นงานที่สื่อความหมายเชิงธรรมะแบบตรงไปตรงมาและถ่ายรูปออกมาแปลกตา นอกจากลานกลางแจ้ง ในอาคารด้านในยังมีส่วนจัดแสดงวัตถุและรูปปั้นเล็ก ๆ รวมถึงส่วนที่เก็บร่างของหลวงปู่บุญเหลือไว้ให้คนที่ศรัทธาได้เข้าไปกราบ จากรีวิวจริงบนกูเกิลและทริปแอดไวเซอร์ คนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเป็นที่เที่ยวที่คุ้มค่าเข้าและไม่เหมือนที่ไหน

ส่วนข้อที่ต้องทำใจคือเกือบทั้งหมดเป็นการเดินกลางแจ้ง ลานสวนเปิดโล่ง ต้นไม้ให้ร่มไม่มากนัก ถ้ามาช่วงกลางวันแดดจะแรงและร้อนมาก ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย อีกเรื่องคือรูปปั้นบางองค์เริ่มมีคราบและรอยแตกตามอายุ บรรยากาศจึงออกไปทางขลัง ๆ ดิบ ๆ มากกว่าจะเนี้ยบเป็นสวนสวยงาม บางคนที่คาดหวังสวนจัดแต่งอาจรู้สึกว่าดูเก่า แต่หลายคนกลับชอบเสน่ห์แบบนี้มากกว่า

💡
เคล็ดลับ: ถ้าเลี่ยงได้ลองมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แดดจะไม่แรงเท่ากลางวัน เดินชมสบายและถ่ายรูปได้แสงสวยกว่า เผื่อเวลาเดินราวหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปเพราะรูปปั้นเยอะ และเตรียมเงินสดเป็นเหรียญ-แบงก์ย่อยไว้จ่ายค่าเข้าที่หน้าประตูให้สะดวก
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • รูปปั้นปูนปั้นขนาดใหญ่หลายร้อยองค์ แปลกตาไม่เหมือนที่เที่ยวไหนในไทย
  • ค่าเข้าถูก คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้เห็น ตามที่หลายรีวิวยืนยันตรงกัน
  • ถ่ายรูปสวยและได้มุมแปลก โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรและวงล้อแห่งชีวิต
  • อยู่ใกล้ตัวเมืองหนองคาย แวะรวมกับที่เที่ยวริมโขงอื่นในวันเดียวได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • เดินชมกลางแจ้งเกือบทั้งหมด ร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อนมาก
  • รูปปั้นบางองค์เก่าและมีรอยแตกตามอายุ บรรยากาศออกดิบ ไม่ใช่สวนจัดแต่งเนี้ยบ
  • ในอาคารมีส่วนจัดแสดงร่างหลวงปู่บุญเหลือ บางคนอาจไม่คุ้นชิน ควรทำใจก่อนเข้าชม

💡 รู้ก่อนไปศาลาแก้วกู่

🎟️
ค่าเข้าเตรียมเงินสด

มีเก็บค่าเข้าที่หน้าประตูราวคนละ 20–40 บาท (นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจคิดคนละอัตรา) ยังใช้เงินสดเป็นหลัก เตรียมเหรียญหรือแบงก์ย่อยไปให้พร้อมจะจ่ายสะดวกกว่า

🧴
เดินกลางแดด เตรียมหมวก-น้ำ

ลานสวนเปิดโล่ง ร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรพกหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และน้ำดื่มติดตัว จะเดินชมรูปปั้นได้สบายและนานขึ้น

🕒
เช็กเวลาเปิด

โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมทุกวันช่วงกลางวันประมาณ 07.00–18.00 น. เวลาอาจปรับได้ตามช่วง แนะนำมาก่อนเย็นเพื่อให้มีเวลาเดินชมได้ครบ ไม่ต้องรีบ

🙏
ในอาคารมีส่วนจัดแสดงร่างหลวงปู่บุญเหลือ

อาคารด้านในมีส่วนเก็บร่างของหลวงปู่บุญเหลือ ผู้สร้างศาลาแก้วกู่ ไว้ให้คนที่ศรัทธาเข้ากราบ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยาขณะเข้าชมส่วนนี้

🎟️

จองทริปและกิจกรรมเที่ยวหนองคาย

เทียบรอบและราคาหลายเจ้า จองออนไลน์ล่วงหน้าช่วยล็อกที่ว่างและวางแผนวันเที่ยวได้ง่ายขึ้น

ดูกิจกรรมหนองคายทั้งหมดบน Klook

เที่ยวหนองคาย พักที่ไหนดี?

ศาลาแก้วกู่อยู่ใกล้ตัวเมือง พักในเมืองหนองคายหรือริมโขงแล้วขับไปสะดวก เดินชมเสร็จแวะจุดริมโขงต่อได้ ดูที่พักทำเลดีเทียบราคาได้เลย

ค้นหาที่พักบน Agoda

วางแผนวันเดียวให้คุ้ม: เที่ยวศาลาแก้วกู่ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่แล้วต่อจุดริมโขงในเมืองหนองคาย เช่น ตลาดท่าเสด็จ ถนนคนเดินริมโขง หรือวัดโพธิ์ชัย ได้ในวันเดียว เตรียมเงินสดไปให้พอเพราะบางจุดยังไม่รับโอน

เที่ยวศาลาแก้วกู่แล้วอยากพักทำเลดีในหนองคาย? ดูที่พักที่เราคัดมาให้

ดูที่พักทำเลดีในหนองคาย →

คำถามที่พบบ่อย

ศาลาแก้วกู่ค่าเข้าเท่าไร?

มีเก็บค่าเข้าที่หน้าประตูราวคนละ 20–40 บาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจคิดคนละอัตรา ยังใช้เงินสดเป็นหลัก จึงควรเตรียมเหรียญหรือแบงก์ย่อยไปให้พร้อม อัตราอาจปรับได้ตามช่วงเวลา ควรเช็กที่หน้างานอีกครั้ง

ศาลาแก้วกู่เปิดกี่โมง?

โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมทุกวันช่วงกลางวัน ประมาณ 07.00–18.00 น. เวลาอาจปรับได้ตามช่วง แนะนำให้มาก่อนเย็นเพื่อจะมีเวลาเดินชมรูปปั้นได้ครบโดยไม่ต้องรีบ และหลีกเลี่ยงเดินตอนแดดแรงกลางวัน

ศาลาแก้วกู่กับวัดแขกคือที่เดียวกันไหม?

ใช่ ศาลาแก้วกู่ อุทยานเทวาลัย และวัดแขก เป็นชื่อเรียกของสถานที่เดียวกัน คนหนองคายมักเรียกติดปากว่าวัดแขก ตัวสถานที่คือสวนประติมากรรมปูนปั้นเทวรูปและพญานาคขนาดใหญ่ที่สร้างจากแรงศรัทธาของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์

ในอาคารมีอะไรจัดแสดงบ้าง?

นอกจากลานรูปปั้นกลางแจ้ง อาคารด้านในยังมีส่วนจัดแสดงวัตถุและรูปปั้นเล็ก ๆ รวมถึงส่วนที่เก็บร่างของหลวงปู่บุญเหลือ ผู้สร้างศาลาแก้วกู่ ไว้ให้คนที่ศรัทธาเข้ากราบ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยาขณะเข้าชมส่วนนี้

ศาลาแก้วกู่ไปยังไง อยู่ไกลจากตัวเมืองไหม?

ศาลาแก้วกู่อยู่ที่ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปทางตะวันออกราว 3–4 กิโลเมตร ขับรถหรือนั่งรถรับจ้างไปได้สะดวก ใช้เวลาไม่นาน จึงแวะเที่ยวรวมกับจุดริมโขงอื่นในเมืองได้ในวันเดียว

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →