🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เส้นทางนี้เหมาะกับคนมีรถ เพราะจุดเที่ยวฝั่งสิงห์บุรีกระจายอยู่นอกตัวเมืองพอสมควร โดยเฉพาะอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันที่อยู่ห่างตัวเมืองราว 15 กิโล ตามทางหลวง 3032 ส่วนเมืองเก่าลพบุรีนั้นเดินเที่ยวได้ จอดรถทีเดียวแล้วเดินไล่จุดในรัศมีไม่กี่ร้อยเมตรได้เลย ระยะทางสิงห์บุรี–ลพบุรีอยู่ราว 33 กิโล ขับประมาณ 40–50 นาที เราเลยวางให้นอนค้าง 1 คืน จะนอนฝั่งสิงห์บุรีแล้วขับเข้าลพบุรีเช้า หรือขยับไปนอนลพบุรีเลยก็ได้
ภาพรวมทริปและการเดินทาง
- ระยะเวลา — 2 วัน 1 คืน กำลังพอดี เที่ยวสบาย ไม่ต้องวิ่ง
- พาหนะ — รถส่วนตัวสะดวกสุด เพราะจุดในสิงห์บุรีอยู่คนละอำเภอ ถ้าไม่มีรถ ในเมืองลพบุรีมีรถสองแถวและมอเตอร์ไซค์รับจ้างช่วยได้
- จากกรุงเทพ — เข้าสิงห์บุรีทางถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
- สิงห์บุรี → ลพบุรี — ราว 33 กิโล ขับประมาณ 40–50 นาที
- ค่าเข้าชม — วัดในสิงห์บุรีไม่เก็บค่าเข้า ส่วนพระปรางค์สามยอดและพระนารายณ์ราชนิเวศน์ในลพบุรีเก็บค่าเข้าหลักสิบบาทสำหรับคนไทย
สิงห์บุรี — ค่ายบางระจัน พระนอนองค์ยาว และเมืองเก่าริมเจ้าพระยา
เคล็ดลับวันแรก
ตลาดไทยย้อนยุคในสิงห์บุรีเปิดเฉพาะเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราว 08:00–17:00 ถ้ามาตรงวันหยุดแวะเดินกินของพื้นถิ่นได้ แต่ถ้ามาวันธรรมดาให้ข้ามไป แล้วไปเดินสตรีทอาร์ตริมน้ำแทน เพราะดูได้ทุกวันและไม่เสียค่าเข้า
ลพบุรี — พระปรางค์เขมร วังสมเด็จพระนารายณ์ และเมืองลิง
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สิงห์บุรี ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ตามรอยค่ายบางระจันให้ได้อรรถรส
บางระจันคือชื่อที่คนไทยคุ้นจากบทเรียนประวัติศาสตร์ เรื่องชาวบ้านที่รวมตัวกันตั้งค่ายสู้กองทัพพม่าก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง อุทยานวีรชนค่ายบางระจันในวันนี้จัดเป็นสวนสาธารณะกว้าง มีอนุสาวรีย์วีรชน รูปปั้นผู้นำทั้งสิบเอ็ดคนยืนเรียงกัน และวัดโพธิ์เก้าต้นที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งค่ายเดิมอยู่ใกล้กัน เดินดูได้สบาย ๆ ในชั่วโมงเดียว เหมาะพาเด็กมาเชื่อมโยงเรื่องที่เรียนในห้องกับสถานที่จริง
- อ่านป้ายก่อนเดิน — ในอุทยานมีป้ายเล่าลำดับเหตุการณ์ อ่านก่อนจะเข้าใจรูปปั้นและฉากต่าง ๆ มากขึ้น
- แวะวัดโพธิ์เก้าต้นด้วย — อยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นจุดที่เชื่อว่าตั้งค่ายเดิม มีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ให้ดู
- มาช่วงเช้าหรือเย็น — พื้นที่เป็นลานโล่ง กลางวันแดดแรง เดินสบายกว่าถ้าเลี่ยงช่วงเที่ยง
- มีร้านของกินหน้าอุทยาน — แวะกินของว่างหรือซื้อน้ำก่อนเดินได้
เรื่องลิงลพบุรีที่ควรรู้ก่อนไป
ช่วงที่ผ่านมาทางเทศบาลและกรมอุทยานฯ ทยอยจับลิงในเขตเมืองออกไปหลายรอบ เพื่อลดปัญหาลิงล้นเมือง ตอนนี้จึงเหลือลิงไว้เป็นสัญลักษณ์ในเขตศาลพระกาฬและพระปรางค์สามยอดเป็นหลัก แปลว่ายังเจอลิงได้แน่ ๆ ที่สองจุดนี้ แต่ไม่ได้เต็มเมืองเหมือนภาพจำเดิม ถือว่าเดินเที่ยวสบายขึ้น
- เก็บของให้มิดชิด — แว่น หมวก ถุงพลาสติก โทรศัพท์ ลิงคว้าไว ถ้าถือถุงอาหารจะโดนรุมทันที
- อย่าสบตานาน ๆ และอย่าหยอกล้อ — ลิงตีความว่าท้าทาย อาจกระโจนใส่
- ไม่ต้องให้อาหารเอง — ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดูแล จะปลอดภัยกับทั้งคนและลิง
- ระวังตอนถ่ายรูป — ลิงชอบกระโดดเกาะ ถือกล้องและมือถือให้แน่น
พักที่ไหนดีระหว่างทริปนี้
นอนในตัวเมืองสิงห์บุรี
เหมาะถ้าอยากเก็บค่ายบางระจันและวัดในสิงห์บุรีให้ครบในวันแรกแบบไม่รีบ แล้วค่อยขับเข้าลพบุรีเช้าวันสอง
นอนในเมืองลพบุรี
เหมาะถ้าอยากตื่นมาเดินเมืองเก่าตั้งแต่เช้า เจอลิงและถ่ายรูปพระปรางค์ตอนอากาศยังไม่ร้อนและคนยังน้อย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะนอนฝั่งไหน เลือกตามจุดที่อยากเที่ยวเช้า ๆ เป็นหลัก เพราะทั้งสองเมืองมีที่พักให้เลือกตั้งแต่เกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ไปจนโรงแรมขนาดกลาง ดูตัวเลือกที่พักสิงห์บุรีแบบจัดอันดับได้ในหน้ารวมของเรา
ปรับแพลนตามสไตล์
สายประวัติศาสตร์เต็มตัว
ทุ่มเวลาวันแรกให้ค่ายบางระจันและวัดโพธิ์เก้าต้นเต็มที่ อ่านป้ายให้ครบ แล้ววันสองเจาะพระนารายณ์ราชนิเวศน์กับพิพิธภัณฑ์ให้นาน บ้านวิชาเยนทร์ และพระปรางค์เขมร
มากับเด็ก ๆ
เด็กชอบลิงและรูปปั้นวีรชนอยู่แล้ว เพิ่มเวลาที่ค่ายบางระจันให้เชื่อมกับบทเรียน และที่พระปรางค์สามยอดให้ดูลิง ข้ามจุดที่ต้องเดินไกลถ้าเด็กเริ่มงอแง
มาหน้าทานตะวัน (พ.ย.–ม.ค.)
จัดวันสองให้ออกไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ดูทุ่งทานตะวันเป็นไฮไลต์ แล้วค่อยวนกลับมาเก็บเมืองเก่าลพบุรีช่วงบ่าย
อยากดูที่พักสิงห์บุรีแบบจัดอันดับก่อนออกทริป
ดู Top 10 ที่พักสิงห์บุรี →