หน้าแรก จุดหมาย ศรีสะเกษ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยศรีสะเกษวิถีสี่เผ่าศรีสะเกษ ลาว เขมร ส่วย เยอ
🪕 วัฒนธรรมศรีสะเกษ

วิถีสี่เผ่าศรีสะเกษ
ลาว เขมร ส่วย เยอ

ศรีสะเกษไม่ใช่จังหวัดเดียวที่มีคนหลายเชื้อสาย แต่เป็นไม่กี่ที่ที่คนสี่กลุ่ม ลาว เขมร ส่วย (กูย) และเยอ อยู่ปนกันมานานจนกลายเป็นเสน่ห์ของเมือง เดินตลาดเดียวอาจได้ยินสามสี่ภาษาในสิบนาที กินข้าวมื้อเดียวเจอทั้งของลาว ของเขมร และของกูย ที่นี่เราจะพาไปรู้จักสี่เผ่าแบบเข้าใจง่าย ทั้งภาษา อาหารถิ่นที่หากินยาก งานประเพณีที่ยังจัดจริงทุกปี และจุดที่ไปสัมผัสได้เองในทริปสองวัน

🗣️ สี่ภาษาในเมืองเดียว🍲 อาหารถิ่นสี่เผ่า🎏 ดอกลำดวนบาน
วิถีสี่เผ่าศรีสะเกษ ลาว เขมร ส่วย เยอ

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ถ้าเปิดแผนที่อีสานใต้ ศรีสะเกษวางตัวอยู่ริมเทือกเขาพนมดงรักที่กั้นไทยกับกัมพูชา ตำแหน่งแบบนี้ทำให้ที่นี่เป็นทางผ่านของผู้คนหลายสายมานานหลายร้อยปี กลายเป็นจังหวัดที่มีคนสี่กลุ่มหลักอยู่ปนกัน คือ ลาว เขมร ส่วย (ที่หลายคนเรียกตัวเองว่ากูย) และเยอ แต่ละกลุ่มมีภาษา ความเชื่อ และอาหารของตัวเอง แต่อยู่ด้วยกันมานานจนซึมเข้าหากัน หลายหมู่บ้านพูดได้สองสามภาษาในบ้านเดียว นี่คือสิ่งที่ทำให้ศรีสะเกษน่าสนใจกว่าที่คนขับรถผ่านมักคิด

บทความนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นตำราชาติพันธุ์ แต่อยากให้คนที่มาเที่ยวเข้าใจว่ากำลังเห็นอะไรอยู่ เวลาเจอป้ายภาษาแปลก ๆ ในตลาด เจออาหารชื่อไม่คุ้น หรือไปงานประเพณีที่มีการแสดงหลายชุดในเวทีเดียว จะได้ดูสนุกขึ้นและให้เกียรติเจ้าของวัฒนธรรมได้ถูก

สี่เผ่าคือใครบ้าง

พูดสั้น ๆ สี่เผ่าของศรีสะเกษคือกลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานต่างยุคต่างเส้นทาง ลาวมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เขมรเป็นคนพื้นถิ่นเก่าที่สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ยุคขอม ส่วยหรือกูยเป็นกลุ่มที่ชำนาญเรื่องช้างและงานช่าง ส่วนเยอเป็นกลุ่มเล็กที่สุดแต่มีภาษาและพิธีกรรมของตัวเองชัดเจน

กลุ่มใหญ่สุด

ลาว

กลุ่มใหญ่ที่สุดของจังหวัด อพยพมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ภาษาลาวอีสานกลายเป็นภาษากลางที่คนทุกเผ่าใช้คุยกัน วัฒนธรรมลาวเด่นเรื่องบุญประเพณีตามฮีตสิบสอง และพิธีลงข่วงที่เกี่ยวกับการรักษาและความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ

ขุขันธ์–ปรางค์กู่

เขมร

คนพื้นถิ่นเก่าที่สืบสายมาตั้งแต่ยุคขอม อยู่หนาแน่นแถบอำเภอขุขันธ์ ปรางค์กู่ ภูสิงห์ ใกล้ชายแดน ภาษาเขมรถิ่น (เขมรสูง) ยังใช้ในบ้านอยู่ มรดกเด่นคือปราสาทหินและงานบุญที่ผูกกับวัด

คนเลี้ยงช้าง

ส่วย / กูย

กลุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องคชศาสตร์ การจับและเลี้ยงช้างที่สืบทอดมานาน คำว่าส่วยมาจากการส่งบรรณาการสมัยก่อน หลายคนจึงเรียกตัวเองว่ากูยซึ่งแปลว่าคน อยู่มากแถบปรางค์กู่ ขุขันธ์ ภาษากูยอยู่ตระกูลมอญ–เขมร

กลุ่มเล็กสุด

เยอ

กลุ่มเล็กที่สุดในสี่เผ่า อยู่แถบราษีไศล อำเภอเมือง (โพนค้อ ตูม) มีภาษาเยอเป็นของตัวเองในตระกูลมอญ–เขมร ใกล้กับกูยแต่ออกเสียงต่างกัน นิยมผ้าไหมย้อมครามและมีพิธีไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน

เรื่องชื่อเรียก

หลายคนในกลุ่มส่วยขอเรียกตัวเองว่ากูยมากกว่า เพราะคำว่าส่วยมาจากระบบส่งบรรณาการสมัยก่อน ไม่ใช่ชื่อที่เจ้าของวัฒนธรรมตั้งเอง ถ้าได้คุยกับคนพื้นที่ ลองถามว่าเขาอยากให้เรียกแบบไหน จะให้เกียรติกันได้ถูก

🎟️

อยากเที่ยว ศรีสะเกษ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ศรีสะเกษ ทั้งหมด (Klook)

ภาษา — สี่เสียงในเมืองเดียว

เสน่ห์ที่สัมผัสได้ง่ายที่สุดของศรีสะเกษคือภาษา ในชีวิตจริงคนที่นี่สลับภาษาไปมาตามคู่สนทนาแบบไม่รู้ตัว ภาษาลาวอีสานเป็นภาษากลางที่ทุกคนพูดได้ แต่พอกลับเข้าบ้านหรืออยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หลายคนก็เปลี่ยนไปพูดเขมร กูย หรือเยอ

  • ลาว (อีสานใต้) — ภาษากลางของจังหวัด ฟังคล้ายอีสานทั่วไปแต่มีสำเนียงและคำเฉพาะถิ่น คนต่างเผ่าใช้คุยกันในตลาดและที่ทำงาน
  • เขมรถิ่น (เขมรสูง) — คนละสำเนียงกับเขมรในพนมเปญ ใช้กันแถบขุขันธ์ ปรางค์กู่ ภูสิงห์ ฟังเป็นเสียงสูงต่ำชัด คำหลายคำตรงกับชื่ออาหารถิ่น
  • กูย (ส่วย) — อยู่ตระกูลมอญ–เขมร มีคำศัพท์เกี่ยวกับช้างและป่าเยอะ เป็นภาษาพูด ไม่มีตัวอักษรของตัวเอง
  • เยอ — ใกล้กับกูยแต่ออกเสียงต่างและเอียงไปทางลาวมากกว่า เป็นภาษาที่ใช้ในวงแคบ คนรุ่นใหม่พูดได้น้อยลง จึงเป็นกลุ่มที่น่าตั้งใจฟังถ้ามีโอกาส

บอกตรง ๆ ว่าภาษากูยและเยอเป็นภาษาพูดที่คนรุ่นใหม่ใช้น้อยลงทุกปี การมาเที่ยวแล้วสนใจฟัง ถามด้วยความเคารพ หรืออุดหนุนสินค้าของชุมชน ก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ภาษาเหล่านี้ยังมีที่ยืน

อาหารถิ่นสี่เผ่า — ของกินที่หากินที่อื่นยาก

อาหารคือทางลัดที่สุดในการเข้าใจสี่เผ่า เพราะแต่ละกลุ่มมีเมนูดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบรอบบ้านและวิธีปรุงต่างกัน หลายเมนูเป็นของเก่าที่เกือบหายไปแล้วและเพิ่งถูกฟื้นกลับมาในงานวัฒนธรรมและร้านท้องถิ่น ด้านล่างคือเมนูที่ผูกกับเผ่าและน่าตามไปลอง

1

ละแวกะตาม (แกงอ่อมปูนา)

อาหารกูย · มื้อหลัก

อาหารถิ่นของชาวกูย เป็นแกงอ่อมที่ใช้ปูนาตำกับเครื่อง รสนัวจากปูและผักพื้นบ้าน เป็นเมนูที่จังหวัดยกให้เป็นหนึ่งจังหวัดหนึ่งเมนูเชิดชูอาหารถิ่น เคยเกือบหายไปแล้วฟื้นกลับมา

ของหายากกูย
2

เซาอัง (ขนมปาด)

ของหวานเขมร

ขนมในตำนานของชาวเขมรถิ่น ทำจากแป้งกวนแล้วนำไปปิ้งหรือผิงไฟ เนื้อหนึบหวานอ่อน เป็นของกินเล่นเก่าแก่ที่คนรุ่นใหม่หลายคนยังไม่เคยลอง

ขนมโบราณเขมร
3

เบ๊าะกะต๊าด (ส้มตำสไตล์ศรีสะเกษ)

ของแซ่บ · กินเล่น/กับข้าว

ตำรสจัดแบบท้องถิ่นที่เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด เครื่องและความแซ่บต่างจากตำไทยทั่วไป หากินได้ตามร้านอาหารพื้นเมืองในเมือง

รสจัดขึ้นชื่อ
4

ปลาส้ม–ป่นปลา

อาหารลาวอีสาน

สายอาหารลาวอีสานที่อยู่ในทุกครัว ปลาส้มทอดกินกับข้าวเหนียว ส่วนป่นปลาคือน้ำพริกปลาต้มกินกับผักสด เป็นมื้อบ้าน ๆ ที่อิ่มและถูกปาก

พื้นบ้านลาว
5

ข้าวเหนียว + แจ่ว + ผักลวก

สำรับร่วมสี่เผ่า

หัวใจของสำรับอีสานใต้ทุกเผ่า ข้าวเหนียวร้อน ๆ จิ้มแจ่วรสจัด กินกับผักลวกและของย่าง เป็นมื้อที่บอกได้ว่าทุกกลุ่มกินคล้ายกันแค่ปรุงต่างมือ

พื้นฐานทุกเผ่า
6

ปลานิลน้ำปลาหวานสะเดา

อาหารจาน · ตามฤดู

เมนูปลาเลี้ยงในจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องปลานิล ทอดกรอบราดน้ำปลาหวานกินคู่สะเดาลวก ขมนิด หวานหน่อย เป็นจานที่ร้านพื้นเมืองหลายร้านทำดี

ปลานิลขึ้นชื่อ
7

อ่อม–ต้มเครื่องในแบบบ้าน

กับข้าวพื้นบ้าน

แกงอ่อมเครื่องในและเนื้อสไตล์อีสานใต้ ใส่ผักอีรอกผักติ้วตามฤดู รสนัวจากเครื่องและใบแมงลัก เป็นกับข้าวที่เจอตามร้านลาบก้อยทั่วเมือง

อ่อมลาว
8

ข้าวฮาง–ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา

ของฝาก · วัตถุดิบ

ศรีสะเกษอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งข้าวหอมมะลิชั้นดี ข้าวฮางคือข้าวเปลือกนึ่งแล้วสีที่หอมและมีคุณค่าทางอาหารสูง ซื้อกลับเป็นของฝากได้

ทุ่งกุลาของฝาก

ตามหาอาหารถิ่นยังไง

เมนูเก่าอย่างละแวกะตามและเซาอังไม่ได้มีทุกร้าน ช่วงที่เจอง่ายสุดคืองานเทศกาลดอกลำดวนบานเดือนมีนาคม ที่มีโซนอาหารพื้นเมืองสี่เผ่ารวมกัน นอกช่วงงานลองถามร้านอาหารพื้นเมืองในเมืองหรือถามคนแก่ในหมู่บ้าน หลายเมนูต้องสั่งล่วงหน้า

งานประเพณีที่ยังจัดจริง

ถ้าอยากเห็นสี่เผ่ามารวมกันในที่เดียว งานประเพณีคือโอกาสที่ดีที่สุด เพราะการแสดง อาหาร และผ้าทอของทั้งสี่กลุ่มจะมาอยู่ในงานเดียว งานใหญ่ที่สุดและเป็นหมุดหมายของจังหวัดคือเทศกาลดอกลำดวนบาน

มีนาคม

เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ

งานประจำปีช่วงราว 11–15 มีนาคม ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ ตรงกับช่วงดอกลำดวนบานหอมทั้งสวน มีการแสดงวิถีสี่เผ่า โซนอาหารพื้นเมือง และตลาดผ้าทอ

ภาคกลางคืน

การแสดงแสง สี เสียง

ไฮไลต์ภาคกลางคืนของงานดอกลำดวนบาน ชุดอารยธรรมศรีพฤทเธศวร เล่าเรื่องรากเหง้าและความศรัทธาของเมือง จัดช่วงค่ำของวันท้าย ๆ งาน ควรเช็กรอบและจองที่นั่งล่วงหน้า

ตามรอบปี

บุญตามฮีตสิบสอง + ไหว้ศาลปู่ตา

นอกงานใหญ่ แต่ละหมู่บ้านยังมีบุญประเพณีของตัวเองตามรอบปี ทั้งบุญลาวตามฮีตสิบสอง และพิธีไหว้ศาลปู่ตาของเยอและกูย ถ้าบังเอิญตรงช่วง ลองถามคนพื้นที่ว่าหมู่บ้านไหนมีงาน

ไปงานประเพณีให้สนุก

งานดอกลำดวนบานคนเยอะและแดดกลางวันแรง แนะนำไปช่วงบ่ายแก่ต่อเย็นเพื่อดูการแสดงและรอชมแสง สี เสียงตอนค่ำ เตรียมเงินสดไปอุดหนุนอาหารถิ่นและผ้าทอจากชุมชนโดยตรง ราคาย่อมเยากว่าซื้อตามร้านของฝาก

ผ้าทอและงานหัตถกรรมสี่เผ่า

อีกอย่างที่บอกตัวตนของแต่ละเผ่าได้ดีคือผ้าทอ ศรีสะเกษมีผ้าพื้นเมืองหลายสายที่ลายและสีต่างกันตามกลุ่มชน คนเยอนิยมผ้าไหมย้อมคราม คนกูยและเขมรมีลายมัดหมี่และผ้าเหยียบเป็นเอกลักษณ์ ส่วนผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดคือผ้าทอย้อมจากดินภูเขาไฟ ที่ใช้ดินแดงในพื้นที่ย้อมจนได้สีเอิร์ธโทนเฉพาะตัว

  • ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ — ของขึ้นชื่อของจังหวัด ใช้ดินภูเขาไฟแถบกันทรลักษ์–ขุนหาญย้อม ได้สีน้ำตาลแดงนุ่มตา หาซื้อได้ตามกลุ่มทอผ้าและงานประเพณี
  • ผ้าไหมย้อมครามของเยอ — สีครามเข้มเรียบ เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มเยอแถบราษีไศลและโพนค้อ
  • มัดหมี่กูย–เขมร — ลายดั้งเดิมที่ผูกกับความเชื่อและวิถีของแต่ละหมู่บ้าน เหมาะสายสะสมผ้า
  • เครื่องเงินและงานช่างกูย — กลุ่มกูยมีฝีมือเชิงช่าง ลองมองหางานเครื่องเงินและงานหัตถกรรมเล็ก ๆ ตามชุมชน

ไปสัมผัสเองได้ที่ไหน

วัฒนธรรมสี่เผ่าฟังดูเป็นนามธรรม แต่จริง ๆ มีจุดที่เดินเข้าไปสัมผัสได้เอง ทั้งพิพิธภัณฑ์ วัดที่สะท้อนความหลากหลาย และหมู่บ้านที่ยังใช้ชีวิตตามวิถีเดิม

1

พิพิธภัณฑ์ชาวกูย (บ้านกู่ อ.ปรางค์กู่)

อ.ปรางค์กู่ · เช็กเวลาเปิดก่อน

ศูนย์รวมข้าวของและเรื่องราวของชาวกูย ตั้งอยู่บ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ บอกเล่าวิถีคชศาสตร์ การเลี้ยงช้าง และภูมิปัญญาท้องถิ่น เหมาะเริ่มทำความเข้าใจกูยก่อนไปที่อื่น

กูยพิพิธภัณฑ์
2

วัดพระธาตุเรืองรอง (อ.เมือง)

อ.เมือง · ใกล้เมือง

พระธาตุศิลปะผสมสี่เผ่า ภายในมีหลายชั้น ชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เล่าวิถีลาว เขมร กูย เยอ ขึ้นชั้นบนได้วิวเมือง อยู่ใกล้ตัวเมือง แวะง่ายที่สุด

สี่เผ่าแวะง่าย
3

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ (ดงลำดวน)

อ.เมือง · มี.ค. คือพีค

สวนสาธารณะที่มีดงลำดวนหลายหมื่นต้น เป็นที่จัดงานดอกลำดวนบานทุกปี ถ้ามาเดือนมีนาคมดอกบานหอมทั้งสวน นอกช่วงงานก็เป็นที่เดินเล่นในเมืองได้

ดอกลำดวนในเมือง
4

ชุมชนเยอ ราษีไศล–โพนค้อ

อ.ราษีไศล/อ.เมือง · ติดต่อล่วงหน้า

ย่านที่ยังมีคนเยอใช้ชีวิตและทอผ้า ถ้าตั้งใจไปดูวิถีเยอจริง ๆ ควรติดต่อกลุ่มชุมชนหรือไปช่วงมีงานประเพณีของหมู่บ้าน จะได้เห็นภาษาและพิธีของจริง

เยอชุมชน
5

ปราสาทขอมแถบขุขันธ์–ปรางค์กู่

อ.ปรางค์กู่/ขุขันธ์ · ส่วนใหญ่เข้าฟรี

มรดกของรากเขมรในจังหวัด ทั้งปรางค์กู่และปราสาทอื่นในย่านนี้ ส่วนใหญ่เข้าฟรี เดินดูทับหลังและงานสลักได้สบาย เป็นจุดที่เชื่อมเรื่องอดีตขอมกับคนเขมรถิ่นปัจจุบัน

เขมรปราสาท

เรื่องชายแดน

ที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรมในบทความนี้อยู่ในเขตปลอดภัยและไปได้ตามปกติ แต่ถ้าวางแผนต่อไปผามออีแดงหรือทางขึ้นเขาพระวิหารในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต้องเช็กประกาศล่าสุดของอุทยานและสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาก่อนทุกครั้ง เพราะมีช่วงที่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว ถ้ายังปิดอยู่ให้เที่ยวสายวัฒนธรรมในเมืองแทน

ทริปสองวันสายวัฒนธรรมสี่เผ่า

ถ้าอยากเที่ยวศรีสะเกษโดยมีธีมวัฒนธรรมเป็นหลัก สองวันหนึ่งคืนกำลังพอดี วันแรกเก็บในเมืองและสายเขมร–กูยฝั่งปรางค์กู่ วันที่สองตามรอยเยอและของกินถิ่น ปรับเวลาได้ตามใจ แต่แนะนำมีรถส่วนตัวหรือรถเช่าเพราะจุดต่าง ๆ กระจายหลายอำเภอ

วันที่ 1

ในเมือง + รากเขมร–กูย

09:00
เริ่มที่วัดพระธาตุเรืองรอง ดูพิพิธภัณฑ์สี่เผ่าชั้นล่างและขึ้นชั้นบนปูพื้นความเข้าใจสี่เผ่าก่อน
10:30
เดินสวนสมเด็จฯ ดงลำดวน (ถ้ามีนาคมจะตรงงานดอกลำดวนบานพอดี)นอกฤดูก็เดินเล่นได้
12:00
มื้อกลางวันร้านอาหารพื้นเมืองในเมือง ลองเบ๊าะกะต๊าดและปลานิลน้ำปลาหวานสะเดาถามหาเมนูถิ่นถ้ามี
14:00
ขับไปอำเภอปรางค์กู่ เข้าพิพิธภัณฑ์ชาวกูย บ้านกู่เช็กเวลาเปิดล่วงหน้า
16:00
แวะปรางค์กู่หรือปราสาทขอมใกล้เคียง ดูรากเขมรของจังหวัดส่วนใหญ่เข้าฟรี แดดบ่ายแก่กำลังดี
18:30
กลับเข้าเมือง หาลาบก้อยและอ่อมแบบบ้าน ปิดท้ายวัน
วันที่ 2

ตามรอยเยอ + ของกินถิ่น

08:30
ออกจากเมืองไปย่านราษีไศล/โพนค้อ ดูวิถีเยอและกลุ่มทอผ้าติดต่อชุมชนล่วงหน้าจะได้เห็นของจริง
10:30
เลือกซื้อผ้าไหมย้อมครามและผ้าย้อมดินภูเขาไฟจากกลุ่มทอซื้อจากชุมชนตรงราคาดีกว่า
12:00
มื้อเที่ยงตามหาอาหารถิ่นอย่างละแวกะตามหรือป่นปลาเมนูเก่าหลายอย่างต้องสั่งล่วงหน้า
14:00
แวะตลาดในเมืองเก็บของฝาก ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ข้าวฮาง ปลาส้มฟังหลายภาษาในตลาดเดียว
16:00
ปิดทริปด้วยขนมเขมรอย่างเซาอังถ้าหาได้ หรือของหวานพื้นเมืองถามแม่ค้าคนแก่มักรู้แหล่ง

เรื่องการเดินทาง

จุดเที่ยวสายวัฒนธรรมกระจายหลายอำเภอและขนส่งสาธารณะมีจำกัด ทริปนี้สะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่า ถ้านั่งรถไฟหรือรถทัวร์มาลงตัวเมือง แนะนำเช่ารถหรือจ้างคนขับเป็นวัน และถ้าตั้งใจไปดูพิธีหรือวิถีชุมชน ควรประสานกับกลุ่มในพื้นที่ก่อนเพื่อไม่รบกวนงานของชาวบ้าน

วางแผนเที่ยวศรีสะเกษให้เต็มทริป ดูที่พัก ที่กิน และที่เที่ยวเพิ่ม

ดูคู่มือเที่ยวศรีสะเกษ →

คำถามที่พบบ่อย

สี่เผ่าศรีสะเกษคือเผ่าอะไรบ้าง?

สี่เผ่าหลักของศรีสะเกษคือ ลาว เขมร ส่วย (ที่หลายคนเรียกตัวเองว่ากูย) และเยอ แต่ละกลุ่มมีภาษา ความเชื่อ และอาหารของตัวเอง ลาวเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและภาษาลาวอีสานกลายเป็นภาษากลางที่ทุกเผ่าใช้คุยกัน

ส่วยกับกูยคือเผ่าเดียวกันไหม?

เป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วยเป็นชื่อที่มาจากระบบส่งบรรณาการสมัยก่อน ส่วนกูยเป็นคำที่กลุ่มนี้เรียกตัวเองและแปลว่าคน หลายคนจึงขอให้เรียกว่ากูยมากกว่า กลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องคชศาสตร์หรือการจับและเลี้ยงช้าง

อยากเห็นวัฒนธรรมสี่เผ่ารวมกันต้องไปช่วงไหน?

ช่วงที่ดีที่สุดคืองานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ จัดราว 11–15 มีนาคมทุกปีที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ มีการแสดงวิถีสี่เผ่า อาหารพื้นเมือง ผ้าทอ และการแสดงแสง สี เสียงตอนค่ำ ตรงกับช่วงดอกลำดวนบานพอดี

อาหารถิ่นสี่เผ่าศรีสะเกษมีอะไรน่าลอง?

เมนูที่ผูกกับเผ่าและน่าตามไปลองคือ ละแวกะตามหรือแกงอ่อมปูนาของชาวกูย เซาอังหรือขนมปาดของเขมร เบ๊าะกะต๊าดที่เป็นตำรสจัดประจำจังหวัด รวมถึงปลาส้ม ป่นปลา และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา เมนูเก่าบางอย่างต้องสั่งล่วงหน้าหรือหากินได้ง่ายช่วงงานประเพณี

ไปสัมผัสวัฒนธรรมสี่เผ่าใช้กี่วันพอ?

สองวันหนึ่งคืนกำลังดี วันแรกเก็บในเมืองและรากเขมร–กูยแถบปรางค์กู่ วันที่สองตามรอยเยอและของกินถิ่น ควรมีรถส่วนตัวหรือรถเช่าเพราะจุดต่าง ๆ กระจายหลายอำเภอ และถ้าจะดูพิธีของชุมชนควรติดต่อกลุ่มในพื้นที่ก่อน

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ