🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนอื่นขอเคลียร์ให้ชัด ศรีสะเกษสายธรรมชาติเกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ฝั่งใต้สองอำเภอคือ กันทรลักษ์ (ที่ตั้งของผามออีแดง เขาพระวิหาร) กับ ขุนหาญ (น้ำตก สวนทุเรียนภูเขาไฟ วัดในป่า) ทั้งคู่ห่างจากตัวเมืองราว 1–1.5 ชั่วโมง ติดเทือกเขาที่กั้นพรมแดนไทย–กัมพูชา แพลนนี้เลยพาลงใต้ไปนอนแถวนั้นเลยจะได้ไม่ต้องวิ่งกลับเข้าเมืองทุกวัน ที่เที่ยวอยู่ห่างกัน ทริปนี้แทบจำเป็นต้องมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า
เรื่องชายแดนที่ต้องเช็กก่อนออกเดินทาง
ผามออีแดงในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารถูกประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวตั้งแต่ 29 พฤษภาคม 2568 จากเหตุตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และยังไม่มีกำหนดเปิดที่แน่ชัด ขึ้นกับสถานการณ์ ก่อนวางแผนไปต้องเช็กประกาศล่าสุดของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและข่าวสถานการณ์ชายแดนทุกครั้ง อย่ายึดข้อมูลเก่า แพลนด้านล่างเลยทำเป็นสองทาง คือถ้าผามออีแดงเปิดให้เข้าได้ตามปกติ กับถ้ายังปิดอยู่ จะได้ไม่เสียเที่ยวไม่ว่าเจอแบบไหน
เดินทางมายังไง และใช้รถอะไรในพื้นที่
จากกรุงเทพนั่งรถไฟสายอีสานใต้มาลงสถานีศรีสะเกษได้ตรง ๆ หรือนั่งรถทัวร์จากหมอชิตก็ถึง ใครบินก็ลงสนามบินอุบลฯ แล้วต่อรถมาตัวเมืองราว 1.5 ชั่วโมง จากตัวเมืองลงใต้ไปกันทรลักษ์–ขุนหาญอีกราว 1–1.5 ชั่วโมง ขนส่งสาธารณะในโซนนี้มีจำกัดมาก น้ำตกกับสวนทุเรียนอยู่ลึกเข้าไปในเขา รถสาธารณะแทบไปไม่ถึง แนะนำเช่ารถขับเองหรือจ้างคนขับเป็นวัน คล่องตัวกว่าเยอะ
แพลนสายธรรมชาติ 2 วัน 1 คืน
ถ้ามีเวลาสองวัน วางแบบนี้ได้พอดี วันแรกลงใต้ไปกันทรลักษ์ เก็บจุดชมวิวริมเทือกเขาและคาเฟ่ระหว่างทาง วันที่สองไปสายน้ำตกกับสวนทุเรียนภูเขาไฟแถบขุนหาญ แล้วเก็บของฝากกลับ ระหว่างทางมีคาเฟ่กลางทุ่งให้แวะหลายร้าน
ลงใต้สู่กันทรลักษ์ — จุดชมวิวริมเทือกเขาและคาเฟ่
ขุนหาญ — น้ำตกสำโรงเกียรติ + สวนทุเรียนภูเขาไฟ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ศรีสะเกษ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ถ้ามีเวลา 3 วัน เพิ่มอะไรได้บ้าง
ใครมีเวลาสามวัน ไม่ต้องรีบลงใต้วันแรก เพิ่มวันแรกไว้เก็บฝั่งเมืองและปราสาทขอมก่อน แล้วค่อยลงใต้สายธรรมชาติสองวันหลัง จะได้เห็นศรีสะเกษทั้งสองด้าน ทั้งประวัติศาสตร์ขอมพันปีและธรรมชาติริมเทือกเขา
เมือง + ปราสาทขอม ก่อนลงใต้
ถ้าผามออีแดงยังปิด เที่ยวธรรมชาติที่ไหนแทนได้
ข่าวดีคือสายธรรมชาติศรีสะเกษไม่ได้มีแค่ผามออีแดง ถึงจุดชมวิวริมหน้าผาจะปิด ก็ยังมีน้ำตก ป่า และสวนผลไม้บนดินภูเขาไฟให้เที่ยวอีกหลายที่ในกันทรลักษ์–ขุนหาญที่ไปได้ตามปกติ ด้านล่างคือจุดที่ใช้แทนได้ถ้าวันที่ไปยังเข้าผามออีแดงไม่ได้
น้ำตกสำโรงเกียรติ
น้ำตกกลางป่าร่มรื่นที่บ้านสำโรงเกียรติ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ ตกจากหน้าผาสูงราว 8 เมตร เดินบันไดลงชั้นล่างได้ น้ำเยอะสุดหน้าฝน เปิดราว 08.30–16.30 น.
สวนทุเรียนภูเขาไฟ ขุนหาญ–บักดอง
สวนผลไม้บนดินภูเขาไฟ ช่วง มิ.ย.–ส.ค. หลายสวนเปิดให้นั่งกินทุเรียนในสวน เนื้อหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนจัด หน้าสวนราว 180–250 บาท/กก.
คาเฟ่กลางทุ่งกันทรลักษ์
คาเฟ่วิวนาและภูเขาหลายร้าน เช่น Nata Café บนเส้นไปผามออีแดง และคาเฟ่หลังบ้าน บรรยากาศร่มรื่น เหมาะนั่งพักช่วงแดดแรง
วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว)
วัดในป่าขุนหาญที่ประดับด้วยขวดแก้วกว่า 1.5 ล้านใบ ไฮไลต์คือโบสถ์กลางน้ำทรงจตุรมุข เปิดราว 08.00–17.00 น. เข้าฟรี
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- ที่พัก 1 คืน — เกสต์เฮาส์/รีสอร์ตเล็กฝั่งใต้หรือในเมือง เริ่มราว 400–800 บาท โรงแรมระดับกลางในเมือง 800–1,500 บาท
- ค่าเข้าที่เที่ยว — ผามออีแดงปกติราว 40 บาท/คน (ตอนนี้ปิด) น้ำตกและวัดเข้าฟรีหรือมีแค่ค่าจอด/ทำบุญตามศรัทธา
- ค่ารถ — เช่ารถขับเองวันละราว 1,000–1,500 บาท บวกค่าน้ำมัน หารกันถ้าไปหลายคน
- ค่ากิน 2 วัน — อาหารถิ่น คาเฟ่ และตลาด ราว 500–800 บาท ทั้งทริป
- ของฝาก — ทุเรียนภูเขาไฟ (เฉพาะฤดู) ผลไม้สวน ผ้าย้อมดิน ข้าวหอมมะลิ เผื่อตามใจ
ช่วงไหนเที่ยวธรรมชาติศรีสะเกษดีที่สุด
แต่ละช่วงให้คนละบรรยากาศ ถ้าอยากได้ทะเลหมอกริมหน้าผาและอากาศเย็น ฤดูหนาวราวพฤศจิกายน–มกราคมเช้า ๆ จะสวยและหนาวสบายที่สุด (เผื่อว่าผามออีแดงกลับมาเปิด) ถ้าอยากกินทุเรียนภูเขาไฟจากต้นต้องมาช่วงกลาง มิ.ย.–ส.ค. ปลายมิถุนายนพีคสุดและมักมีงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟ ส่วนน้ำตกน้ำเยอะสุดช่วงฤดูฝนราวกันยายน หน้าแล้งน้ำจะน้อยลงมาก แดดอีสานแรงเกือบทั้งปี เดินกลางแจ้งช่วงเช้าหรือบ่ายแก่สบายที่สุด เลี่ยง 12:00–15:00 ถ้าทำได้
กินอะไรดีระหว่างสายธรรมชาติ
ฝั่งใต้ไม่ได้มีร้านหรูเยอะ แต่ของถิ่นอร่อยและราคาน่ารัก คนสี่เผ่าทำให้เมนูแถวนี้ปนกันทั้งของลาว เขมร และกูย ด้านล่างคือของกินที่ลองแล้วเข้าใจว่าทำไมคนถึงติดใจ บางเมนูเก่าต้องสั่งล่วงหน้าหรือหากินง่ายช่วงงานประเพณี
ทุเรียนภูเขาไฟ (เฉพาะฤดู)
ของเด่นของฝั่งใต้ ปลูกบนดินภูเขาไฟแถบขุนหาญ–กันทรลักษ์ เนื้อหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนจัด เนื้อหนาเม็ดเล็ก กินจากต้นได้ช่วง มิ.ย.–ส.ค.
ปลานิลน้ำปลาหวานสะเดา
ศรีสะเกษขึ้นชื่อเรื่องปลานิลเลี้ยง ทอดกรอบราดน้ำปลาหวานกินคู่สะเดาลวก ขมนิด หวานหน่อย ร้านพื้นเมืองหลายร้านทำดี
ลาบก้อย–อ่อมแบบบ้าน
สายอาหารลาวอีสานที่เจอตามร้านลาบก้อยทั่วอำเภอ อ่อมเครื่องในใส่ผักพื้นบ้านตามฤดู รสนัวจากเครื่องและใบแมงลัก กินกับข้าวเหนียวร้อน ๆ
ส้มตำ–ตำรสจัดแบบศรีสะเกษ
ตำท้องถิ่นรสจัดที่เครื่องและความแซ่บต่างจากตำทั่วไป กินคู่ปลานิลทอดหรือไก่ย่างได้ตามร้านอาหารพื้นเมืองทั่วกันทรลักษ์–ขุนหาญ
ป่นปลา–ปลาส้ม
มื้อบ้าน ๆ ที่อยู่ในทุกครัว ป่นปลาคือน้ำพริกปลาต้มกินกับผักสด ปลาส้มทอดกินกับข้าวเหนียว อิ่มและถูกปาก สั่งคู่กันได้
เงาะ–มังคุดสวนภูเขาไฟ (เฉพาะฤดู)
ช่วงเดียวกับทุเรียน สวนแถบกันทรลักษ์–ขุนหาญมีเงาะและมังคุดสด เก็บจากสวนกินหวานฉ่ำ ราคาน่ารัก ซื้อกลับเป็นของฝากได้
กาแฟคาเฟ่กลางทุ่ง
คาเฟ่วิวนาและภูเขาแถบกันทรลักษ์ เช่น Nata Café และคาเฟ่หลังบ้าน เหมาะนั่งพักจิบกาแฟช่วงแดดแรง บรรยากาศร่มรื่น
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา–ข้าวฮาง
ศรีสะเกษอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งข้าวหอมมะลิชั้นดี ข้าวฮางคือข้าวเปลือกนึ่งแล้วสีที่หอมและมีคุณค่าทางอาหารสูง เหมาะซื้อกลับเป็นของฝาก
เตรียมตัวก่อนเที่ยวสายธรรมชาติฝั่งใต้
ใส่รองเท้าที่เดินทางลื่นได้ น้ำตกหินเปียกลื่น พกน้ำดื่ม หมวก และยากันยุงไปด้วยเพราะหลายจุดอยู่ในป่า เติมน้ำมันให้เต็มก่อนลงใต้เพราะปั๊มในเขตห่างกัน และที่สำคัญที่สุด เช็กประกาศอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและข่าวชายแดนล่าสุดก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ถ้าผามออีแดงยังปิดให้สลับไปสายน้ำตก–สวนทุเรียน–วัด จะไม่เสียเที่ยว
อยากได้ที่พักทำเลดีในเมืองศรีสะเกษ ดูตัวเลือกที่คนรีวิวจริง
ดู Top 10 โรงแรมศรีสะเกษ →