🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือชื่อทางการคือ เขื่อนรัชชประภา อยู่ในอำเภอบ้านตาขุน ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีราว 78 กิโลเมตร ขับรถประมาณชั่วโมงครึ่ง ตัวทะเลสาบอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก จุดที่คนมานอนแพคือเรือนแพเอกชนที่ลอยอยู่กลางน้ำ ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไปจากท่าเรือ ไกลใกล้แล้วแต่แพ บางแพ 30 นาที บางแพอย่างแพ 500 ไร่ไกลถึงชั่วโมงครึ่ง
เสน่ห์ของที่นี่คือความสงบแบบตัดขาดโลก เพราะกลางทะเลสาบ ไม่มีสัญญาณมือถือ ไฟฟ้าส่วนใหญ่มาจากเครื่องปั่นไฟที่เปิดเป็นช่วงเวลา ใครที่ตั้งใจมาพักจริง ๆ จะชอบ แต่ใครติดมือถือต้องทำใจไว้ก่อน
ภาพรวมแพลน 2 วัน 1 คืน
แพลนนี้คิดมาให้คนที่เริ่มต้นจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีหรือสนามบินสุราษฎร์ธานี ออกเช้าวันแรก นอนแพ 1 คืน แล้วกลับเย็นวันที่สอง ถ้าบินมาลงดอนสักหรือมาทางรถไฟ ก็ปรับเวลานิดหน่อยได้ หัวใจคือต้องไปถึงท่าเรือก่อนเที่ยงเพื่อให้ทันรอบเรือเข้าแพและกิจกรรมล่องเรือช่วงบ่าย
- วันที่ 1 — เมืองสุราษฎร์ → ท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน → เข้าแพ → ล่องเรือดูเขาสามเกลอ → พายเรือคายัค → นอนแพ
- วันที่ 2 — ตื่นรับหมอกเช้า → เดินป่า/ถ้ำ (ตามรอบ) → กลับท่าเรือ → กินกลางวันบ้านตาขุน → กลับเมือง
- งบประมาณคร่าว ๆ — แพคเกจนอนแพเริ่มราว 1,800–2,500 บาท/คน รวมเรือ-อาหาร-กิจกรรม แพหรูอย่าง 500 ไร่เริ่ม 6,000 บาทขึ้นไป
- ค่าธรรมเนียมอุทยาน — โซนทะเลสาบเชี่ยวหลานคนไทยผู้ใหญ่ราว 100 บาท (ต่างชาติ 300 บาท) จ่ายที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวริมท่าเรือ
จองล่วงหน้าดีกว่า
ช่วงไฮซีซั่น (พ.ย.–เม.ย.) แพดัง ๆ เต็มเร็วมาก โดยเฉพาะวันหยุดยาว ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แพส่วนใหญ่รับจองผ่านโทรศัพท์/ไลน์โดยตรง เพราะอยู่กลางน้ำไม่มีหน้าร้าน
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สุราษฎร์ธานี ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — เข้าแพ ล่องเรือ ดูกุ้ยหลินเมืองไทย
เมืองสุราษฎร์ → ท่าเรือ → นอนแพ
เตรียมของให้พร้อม
พกพาวเวอร์แบงก์ (ไฟดับเป็นเวลา) ไฟฉาย ยากันยุง รองเท้ารัดส้นสำหรับเดินป่า และเสื้อกันหนาวบาง ๆ เพราะกลางคืนกลางน้ำลมเย็นกว่าที่คิด
วันที่ 2 — หมอกเช้า เดินป่า แล้วกลับ
รับเช้าบนแพ → กิจกรรม → กลับเมือง
เลือกแพไหนดี — แยกตามสไตล์และงบ
ทะเลสาบเชี่ยวหลานมีแพเอกชนหลายสิบแพ ตั้งแต่แพหลักร้อยแบบบ้าน ๆ จนถึงแพหรูระดับรีสอร์ตลอยน้ำ เลือกตามงบและระยะที่ยอมนั่งเรือไหว นี่คือแพที่คนพูดถึงบ่อยและยังเปิดรับจริงปี 2026
แพ 500 ไร่ (500 Rai Floating Resort)
แพหรูที่สุดในตำนานเชี่ยวหลาน ห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว มีสระว่ายน้ำ สปา และวิวเปิดโล่งทุกห้อง อยู่ลึกสุดต้องนั่งเรือราวชั่วโมงครึ่ง แลกกับความเป็นส่วนตัวและวิวเต็มตา
แพนางไพร
ชื่อคุ้นหูสายเที่ยวเชี่ยวหลาน ราคาเป็นมิตร วิวหลักล้าน เป็นจุดที่เรือนำเที่ยวมักแวะให้ดูปลาในกระชัง บรรยากาศบ้าน ๆ อบอุ่น เหมาะคนงบกลาง
แพเพลินไพร
อีกแพยอดนิยมราคาประหยัด มีแพคเกจ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน ครบเรือ-อาหาร-กิจกรรม เหมาะกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากได้ราคาคุ้ม
เดอะลากูนา เชี่ยวหลาน (The Laguna)
แพสไตล์รีสอร์ตที่ห้องดีไซน์ใหม่กว่าแพดั้งเดิม เหมาะคู่รักหรือคนอยากได้ห้องสบาย ๆ แต่ยังได้บรรยากาศกลางน้ำเต็ม ๆ
บอกตรง
แพหลักร้อยส่วนใหญ่เป็นห้องพัดลม ห้องน้ำรวม และไฟดับตามเวลาเครื่องปั่นไฟ ใครคาดหวังความสบายแบบโรงแรมควรเลือกแพระดับรีสอร์ตอย่าง 500 ไร่หรือลากูนา ส่วนใครมาเอาบรรยากาศและประหยัด แพหลักร้อยก็คุ้มเกินราคา
เดินทางมายังไงดี
ขับรถเอง
ยืดหยุ่นที่สุด จากเมืองสุราษฎร์ใช้ทางหลวง 401 ถึงบ้านตาขุน เลี้ยวเข้า สฎ.3062 อีก 13 กม. ถึงเขื่อน มีที่จอดรถที่ท่าเรือ
เหมารถตู้ / แพคเกจรับส่ง
หลายแพและบริษัททัวร์มีรถรับส่งจากสนามบินหรือตัวเมือง สะดวกถ้ามาเป็นกลุ่ม ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งถึงท่าเรือ
รถตู้สาธารณะ + ต่อรถ
นั่งรถตู้สายสุราษฎร์–เขาสก/ตะกั่วป่า ลงบ้านตาขุน แล้วต่อรถรับจ้างเข้าเขื่อน สายประหยัดแต่ต้องเผื่อเวลาและนัดแพให้ดี
ช่วงไหนควรไป
ช่วงดีที่สุดคือ พฤศจิกายน–เมษายน ฟ้าใส น้ำนิ่ง ถ้ำเปิดครบ หมอกเช้าสวย ส่วนหน้าฝน (พ.ค.–ต.ค.) ทะเลสาบเขียวจัดและเงียบกว่า แต่ฝนตกบ่อย กิจกรรมถ้ำน้ำทะลุมักปิดเพราะน้ำสูง ถ้ามาหน้าฝนให้เน้นล่องเรือ-คายัค และเผื่อใจเรื่องสภาพอากาศ
เผื่อใจเรื่องเรือ
ต้นปี 2026 มีรายงานเรื่องคิวเรือและจำนวนเรือไม่พอช่วงพีค ถ้ามาวันหยุดยาวควรยืนยันรอบเรือกับแพอีกครั้งก่อนออกเดินทาง และไปถึงท่าเรือแต่เช้าเพื่อกันพลาดรอบ
อยากต่อทริปกินเที่ยวในเมืองสุราษฎร์ก่อนหรือหลังเข้าเขื่อน
ดูคู่มือเที่ยวสุราษฎร์ธานี →