✍️ เขียนโดย Doctor Chat
🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
สองจังหวัดนี้คือหัวใจของอีสานใต้สายขอม สุรินทร์เด่นเรื่องช้างกับผ้าไหม แต่ที่หลายคนมองข้ามคือปราสาทหินอายุพันปีที่กระจายตามรายทาง ส่วนศรีสะเกษมีทั้งปราสาทที่เคยเป็นโรงพยาบาลชุมชนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และขอบเขาพนมดงรักที่มองข้ามไปเห็นเขาพระวิหาร แพลนนี้วางให้เดินทางไปทางเดียว ไม่ย้อนกลับไปกลับมา เริ่มจากตัวเมืองสุรินทร์ ค่อย ๆ ไล่ปราสาทไปทางตะวันออกจนถึงศรีสะเกษ
เช็กก่อนออกเดินทาง
ช่วงนี้ (อัปเดตกลางปี 2026) สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและจุดชมวิวผามออีแดงประกาศปิดไม่มีกำหนด ส่วนปราสาทตาเมือนธมฝั่งสุรินทร์อยู่ในเขตอ่อนไหวติดแนวชายแดน เปิด–ปิดขึ้นกับสถานการณ์รายวัน ก่อนวางวันที่ 3 ให้โทรเช็กกับอุทยานฯ หรือ ททท. สุรินทร์/ศรีสะเกษ และดูประกาศกองทัพภาคที่ 2 ก่อนเสมอ แพลนนี้เลยวางวันที่ 3 ให้ยืดหยุ่น มีทางเลือกในเมืองศรีสะเกษเผื่อไว้
เดินทางยังไงดี
จากกรุงเทพมีรถไฟสายอีสานใต้และรถทัวร์เข้าสุรินทร์ทุกวัน ระหว่างสุรินทร์กับศรีสะเกษห่างกันราว 100 กิโล นั่งรถไฟต่อระหว่างเมืองชั่วโมงกว่า ๆ ราคาเริ่มหลักสิบถึงราว 90 บาท แต่ปราสาทส่วนใหญ่อยู่นอกตัวเมือง วิธีที่คล่องสุดคือเช่ารถหรือขับรถมาเอง เพราะจุดต่าง ๆ กระจายตามทางหลวง 226 และ 24 ถ้าไม่มีรถ จ้างเหมารถพร้อมคนขับเป็นวันก็สะดวก ตกลงราคาก่อนออกรถ
วันแรก เริ่มสายปราสาทฝั่งสุรินทร์
วันที่ 1
ตัวเมืองสุรินทร์ → ปราสาทบ้านพลวง → ปราสาทศีขรภูมิ
08:00
เริ่มมื้อเช้าในเมืองสุรินทร์ก่อนออกทริปแวะข้าวมันไก่ร้านหวัง (ข้าวมันไก่สิงคโปร์เจ้าแรกในเมือง) เปิดราว 07:30–14:30 หรือก๋วยจั๊บญวนพลสุวรรณ ถนนสุริยกานต์ น้ำซุปเข้ม เส้นเหนียวนุ่ม เปิดสาย ๆ ราว 09:45 จานละหลักห้าสิบถึงเกือบร้อย เติมพลังก่อนลุยปราสาท
09:30
ขับลงใต้ไปปราสาทบ้านพลวง อำเภอปราสาทปราสาทหินทรายขาวองค์เดียวบนฐานศิลาแลง จุดที่คนมาดูคือทับหลังและหน้าบันแกะสลักลายพรรณพฤกษาและเทพเจ้าที่ยังคมชัดมาก เปิดทุกวัน 07:00–18:00 เข้าฟรี อยู่ห่างเมืองราว 30 กิโล แดดเช้ายังไม่แรง ถ่ายรูปสวย
11:30
วกขึ้นเหนือไปทางอำเภอศีขรภูมิ หาข้าวเที่ยงตามทางเส้นทางผ่านอำเภอเมืองกลับขึ้นทางหลวง 226 ระหว่างทางมีร้านอาหารอีสานและก๋วยเตี๋ยวพื้นบ้านให้แวะ สั่งส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ กินรองท้องก่อนไปปราสาทถัดไป
13:30
ปราสาทศีขรภูมิ ไฮไลต์ของฝั่งสุรินทร์ปรางค์อิฐหมู่ 5 องค์บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีคูน้ำล้อมสามด้าน องค์ประธานมีทับหลังนางอัปสรและลายแกะสลักที่งามที่สุดองค์หนึ่งของอีสานใต้ เปิด 07:00–18:00 คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 50 บาท ห่างเมืองสุรินทร์ราว 36 กิโล ตามทางหลวง 226
15:30
นั่งพักคาเฟ่ในตัวเมืองศีขรภูมิหรือกลับเข้าเมืองสุรินทร์ถ้าจะค้างคืนที่สุรินทร์ ขับกลับเข้าเมืองราว 40 นาที พักผ่อนก่อนมื้อเย็น แต่ถ้าอยากขยับเข้าใกล้ศรีสะเกษ จะค้างแถวศีขรภูมิหรือเลยไปเมืองศรีสะเกษเลยก็ได้ แล้วแต่จองที่พักไว้ที่ไหน
18:00
มื้อเย็นในเมืองสุรินทร์ ลองหมูกระทะหรืออาหารอีสานเมืองสุรินทร์มีหมูกระทะกับร้านอาหารอีสานเยอะ ราคาเป็นมิตร ถ้ายังไม่เบื่อเส้น ก๋วยจั๊บญวนตอนเย็นก็มีหลายเจ้า เก็บแรงไว้ข้ามจังหวัดวันรุ่งขึ้น
🎟️จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สุรินทร์ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม สุรินทร์ ทั้งหมด (Klook) วันที่สอง ข้ามไปศรีสะเกษ เก็บปราสาทอโรคยาศาล
วันนี้คือวันข้ามจังหวัด ขับหรือนั่งรถไฟจากฝั่งสุรินทร์เข้าศรีสะเกษ ทางหลวง 226 วิ่งตรงเข้าตัวเมืองศรีสะเกษ ระหว่างทางผ่านอำเภออุทุมพรพิสัยที่มีปราสาทขอมใหญ่ที่สุดของจังหวัดให้แวะพอดี
วันที่ 2
ปราสาทสระกำแพงใหญ่ → สระกำแพงน้อย → ตัวเมืองศรีสะเกษ
09:00
ออกจากสุรินทร์ มุ่งหน้าอุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษถ้าขับรถใช้ทางหลวง 226 ตรงยาว ราวชั่วโมงเศษถึงอุทุมพรพิสัย ถ้านั่งรถไฟ ลงสถานีอุทุมพรพิสัยแล้วต่อรถเข้าปราสาทได้ เผื่อเวลาแวะกินกาแฟตามทาง
10:30
ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทขอมใหญ่สุดของศรีสะเกษอยู่ในวัดสระกำแพงใหญ่ อายุกว่าพันปี เป็นปรางค์หลายองค์เรียงกันบนฐานเดียว มีทับหลังและภาพสลักให้ดูหลายจุด ตัวปราสาทอยู่ในเขตวัดเลยเข้าชมฟรี เดินชมสบาย ๆ ราวชั่วโมง
12:00
หาข้าวเที่ยงในอุทุมพรพิสัยหรือขับเข้าตัวเมืองแถวอำเภอมีร้านอาหารตามสั่งและอีสานให้เลือก ถ้าไม่รีบจะขับเข้าเมืองศรีสะเกษก่อนแล้วค่อยกินก็ได้ ระยะจากอุทุมพรพิสัยเข้าเมืองราว 25 กิโล
14:00
แวะปราสาทสระกำแพงน้อย อโรคยาศาลพันปีปราสาทศิลาแลงที่เคยเป็นโรงพยาบาลชุมชนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณและกำแพงแก้วล้อม อยู่ริมทางหลวง 226 ก่อนถึงตัวเมือง แวะลงถ่ายรูปได้ไว เข้าฟรี
15:30
เข้าตัวเมืองศรีสะเกษ เก็บของเข้าที่พักตัวเมืองศรีสะเกษไม่ใหญ่ ขับวนง่าย หาที่พักได้ทั้งโรงแรมและเกสต์เฮาส์ราคาไม่แพง พักล้างตัวก่อนออกหาของกินมื้อเย็น
18:00
มื้อเย็นในเมืองศรีสะเกษ เลือกได้หลายแนวอยากบรรยากาศชิลมีดนตรีสดลอง BARCO Café & Eatery สายญี่ปุ่นมี Kokoi สายเกาหลีไก่ทอดมีมาชิดนึล ทงทัก หรือคาเฟ่ยาว ๆ ถึงดึกอย่าง Cafe De Tree ที่มีทั้งอาหารอิตาเลียนและรูฟท็อป
วันที่สาม ผามออีแดง (เช็กก่อน) หรือแผนสำรองในเมือง
อ่านก่อนวางวันนี้
ผามออีแดงและทางขึ้นเขาพระวิหารอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารที่ติดแนวชายแดน ตอนนี้ประกาศปิดไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัย ถ้าวันที่ไปสถานการณ์คลี่คลายและอุทยานฯ เปิดแล้ว ค่อยใช้แผน A ด้านล่าง ถ้ายังปิดอยู่ ข้ามไปแผน B ได้เลย ไม่เสียทริป
วันที่ 3 · แผน A
ถ้าอุทยานฯ เปิด — ผามออีแดง จุดชมวิวขอบเขาพนมดงรัก
06:00
ออกเช้ามืดมุ่งกันทรลักษ์ เพื่อทันทะเลหมอกผามออีแดงอยู่อำเภอกันทรลักษ์ ห่างตัวเมืองศรีสะเกษพอสมควร ช่วงปลายฝนต้นหนาวเช้า ๆ มีโอกาสเจอทะเลหมอก ขับไปกินลมเย็น ๆ ตอนเช้าคุ้มกว่าไปสาย
08:00
ขึ้นจุดชมวิวผามออีแดงหน้าผาที่มองข้ามไปเห็นป่าและแผ่นดินฝั่งกัมพูชา มีภาพสลักนูนต่ำริมผาอายุกว่า 1,500 ปีให้ดู อุทยานฯ เปิดราว 05:00–19:00 ค่าเข้าราว 40 บาท/คน รถยนต์อีก 30 บาท/คัน (ตรวจสอบอีกครั้งวันที่ไป)
10:30
ลงจากผา แวะจุดชมวิวหรือน้ำตกในอุทยานฯในเขตอุทยานฯ มีเส้นทางเดินและจุดพักให้แวะ ถ้าเจ้าหน้าที่อนุญาตเข้าได้ตามปกติ เดินเล่นถ่ายรูปก่อนกลับเข้าเมือง
13:00
กลับเข้าเมืองศรีสะเกษ หาข้าวเที่ยงระยะทางไกล เผื่อเวลาขับ กินข้าวเที่ยงในเมืองแล้วค่อยเดินทางกลับหรือต่อรถไฟ
วันที่ 3 · แผน B
ถ้าชายแดนยังปิด — เที่ยวในเมืองศรีสะเกษแบบสบาย
08:00
มื้อเช้าแบบศรีสะเกษแวะร้านเจียวกี่ ร้านอาหารเช้าเก่าแก่กลางเมืองแถววงเวียนแม่ศรี เปิดตั้งแต่หกโมง มีไข่กระทะ โจ๊ก ขนมจีบ ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ข้าวต้ม ครบในร้านเดียว
09:30
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)วัดที่ผนังและกำแพงทำจากขวดแก้วนับล้านใบ เป็นจุดเช็กอินแปลกตาของศรีสะเกษ เดินชมถ่ายรูปได้รอบ ทำบุญตามศรัทธา
11:30
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษสวนสาธารณะกว้างกว่าพันไร่กลางเมือง มีต้นไม้ร่มรื่นและบึงน้ำ เดินเล่นหรือนั่งพักสบาย ๆ หนีร้อนได้ดี
13:00
ข้าวเที่ยงแล้วเดินเล่นของฝากศรีสะเกษมีของฝากอย่างหอมแดง กระเทียม และทุเรียนภูเขาไฟตามฤดู เก็บติดไม้ติดมือก่อนกลับ
15:00
เดินทางกลับ หรือต่อรถไฟสถานีศรีสะเกษมีรถไฟกลับสุรินทร์และกรุงเทพหลายรอบ เช็กตารางล่วงหน้า ช่วงเย็นคนเยอะ
ร้านกินตามทางสองจังหวัด
1
หวัง ข้าวมันไก่สิงคโปร์ (สุรินทร์)
ในเมืองสุรินทร์ · เปิดราว 07:30–14:30
ข้าวมันไก่สิงคโปร์เจ้าแรกในเมืองสุรินทร์ ไก่นุ่มฉ่ำ น้ำจิ้มรสจัด มีทั้งแบบสิงคโปร์และข้าวมันไก่ไทย มื้อเช้า–เที่ยงเหมาะเริ่มทริปก่อนออกไปปราสาท
ข้าวมันไก่มื้อเช้า
เริ่ม ฿50–70
2
ถนนสุริยกานต์ ในเมืองสุรินทร์ · เปิดสาย ๆ ราว 09:45–15:00
ก๋วยจั๊บญวนเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปเข้ม เครื่องแน่นทั้งหมูยอ หมูตุ๋น น่องไก่ ไข่นกกระทา ของกินคู่เมืองอีสานใต้ที่คนสุรินทร์กินจริง
ก๋วยจั๊บญวนของพื้นถิ่น
เริ่ม ฿50–80
3
ทิพย์รส (สุรินทร์)
ถนนธนสาร ในเมืองสุรินทร์
ร้านเก่าแก่กลางเมืองที่อยู่มานาน เมนูเด่นคือข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ และเกาเหลาเลือดหมู รสคุ้นลิ้นแบบร้านเจ๊กดั้งเดิม
ข้าวหมูแดงร้านเก่า
เริ่ม ฿50–80
4
เจียวกี่ (ศรีสะเกษ)
กลางเมืองศรีสะเกษ · เปิดเช้าตั้งแต่ราว 06:00
ร้านอาหารเช้าเก่าแก่คู่เมืองศรีสะเกษ แถววงเวียนแม่ศรี เปิดตั้งแต่หกโมงเช้า มีไข่กระทะ โจ๊ก ขนมจีบ ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ข้าวต้ม สั่งกระจายได้ทั้งโต๊ะ
มื้อเช้าร้านเก่า
เริ่ม ฿40–80
5
BARCO Café & Eatery (ศรีสะเกษ)
ในเมืองศรีสะเกษ · มื้อกลางวัน–ค่ำ
ร้านสไตล์อินดัสเทรียลผสมคาเฟ่ อาหารไทยผสมตะวันตก ทั้งหมูกรอบทอดน้ำปลา สปาเกตตีหมึกดำ ปลากะพงทอดน้ำปลา ค่ำ ๆ มีดนตรีสด เหมาะมื้อเย็นชิล ๆ
บรรยากาศดีมื้อเย็น
จานละ ฿120–300
6
มาชิดนึล ทงทัก (ศรีสะเกษ)
ในเมืองศรีสะเกษ
ร้านอาหารเกาหลีในตัวเมือง เมนูกว่า 40 อย่าง ไก่ทอดเกาหลี ต๊อกบกกี จับแช จาจังเมียง และบุฟเฟต์ปิ้งย่าง เหมาะคนอยากเปลี่ยนแนวจากอาหารอีสาน
อาหารเกาหลีไก่ทอด
จานละ ฿120–250 · บุฟเฟต์ตามโปร
7
Kokoi (ศรีสะเกษ)
ในเมืองศรีสะเกษ
ร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองศรีสะเกษที่รีวิวดี ซูชิ ข้าวหน้าต่าง ๆ และเซตญี่ปุ่นในเมืองเล็กที่หาไม่ง่ายนัก
อาหารญี่ปุ่น
จานละ ฿100–250
8
Cafe De Tree (ศรีสะเกษ)
ในเมืองศรีสะเกษ · เปิดราว 07:00–00:00
คาเฟ่–ร้านอาหารเปิดยาวถึงดึก มีโซนคาเฟ่ อาหารอิตาเลียน บาร์ และรูฟท็อป นั่งทำงานตอนกลางวันหรือนั่งยาวตอนค่ำได้
คาเฟ่เปิดดึก
เครื่องดื่ม ฿60–120 · อาหาร ฿120–280
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- ที่พัก 2 คืน — เกสต์เฮาส์เริ่มราว 400–700 บาท/คืน โรงแรมในเมือง 800–1,500 บาท/คืน เลือกค้างสุรินทร์ 1 คืน ศรีสะเกษ 1 คืนกำลังดี
- ค่าเข้าปราสาท — ศีขรภูมิคนไทย 10 บาท บ้านพลวง–สระกำแพงใหญ่–สระกำแพงน้อยเข้าฟรี รวมทั้งทริปไม่ถึง 50 บาท
- ผามออีแดง (ถ้าเปิด) — ค่าเข้าอุทยานราว 40 บาท/คน รถยนต์อีก 30 บาท/คัน
- ค่าเดินทาง — ถ้าขับเอง ค่าน้ำมันสองจังหวัดราว 600–1,000 บาท ถ้านั่งรถไฟต่อระหว่างเมืองเริ่มหลักสิบถึงราว 90 บาท เหมารถพร้อมคนขับตกลงเป็นวัน
- ค่ากิน 3 วัน — กินร้านพื้นถิ่นกับคาเฟ่ ราว 600–1,000 บาท
ช่วงไหนไปดีที่สุด
อีสานใต้แดดแรงเกือบทั้งปี เดินปราสาทกลางแจ้งสบายสุดช่วงเช้ากับเย็น เลี่ยงช่วง 12:00–15:00 ถ้าทำได้ หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อากาศกำลังดี ถ้าผามออีแดงเปิดก็มีลุ้นทะเลหมอกช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่วนหน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) ปราสาทเขียวชอุ่มสวยแต่พกร่มไว้ และอย่าลืมว่าแผนวันที่ 3 ขึ้นกับสถานการณ์ชายแดน เช็กก่อนเสมอ
เก็บเป็นทริปข้ามไปบุรีรัมย์ได้ด้วย
ถ้ายังไม่จุใจกับปราสาทขอม สุรินทร์อยู่ติดบุรีรัมย์ที่มีปราสาทพนมรุ้งกับปราสาทเมืองต่ำระดับต้น ๆ ของไทย ต่อทริปไปอีกฝั่งได้สบาย เป็นสายปราสาทอีสานใต้แบบเต็มที่