🔄 ตรวจสอบล่าสุด 18 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
พูดถึงชลบุรี หลายคนนึกถึงพัทยาก่อน แต่ฝั่งเมืองชลฯ เอง — บางแสน ศรีราชา เกาะสีชัง อ่างศิลา ไปจนสัตหีบ — มีที่เที่ยวและกิจกรรมให้ทำเต็มไปหมด แถมอยู่ห่างกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงกว่า ๆ ไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว
หน้านี้รวมกิจกรรมที่ จองได้จริงหรือมีค่าเข้าจริง คัดจากรีวิวของคนที่ไปมา สรุปให้ทั้งจุดเด่นและข้อสังเกตตรง ๆ พร้อมช่วงราคาและลิงก์จอง เลือกผสมได้ตามสไตล์ ทั้งสายสัตว์-ธรรมชาติ สายทะเล และสายไหว้พระ-ชมศิลปะ
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวคือสวนสัตว์แบบเปิดขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ในเขตบางพระ อ.ศรีราชา ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 130 กิโลเมตร ขับรถชั่วโมงกว่าก็ถึง เลยเป็นตัวเลือกยอดฮิตของครอบครัวที่อยากพาเด็กออกไปเจอสัตว์จริงๆ ในวันหยุดสั้นๆ จุดขายคือสัตว์อยู่ในพื้นที่กว้างแบบกึ่งธรรมชาติ ไม่ได้ขังกรงแคบ มีสัตว์กว่า 300 ชนิด รวมสัตว์ดังอย่างหมูเด้ง (ฮิปโปแคระ) แม่มะลิฮิปโปอายุยืน คาปิบารา ยีราฟ เพนกวิน และหุบเขาเสือที่รวมเสือหลายสายพันธุ์ไว้ในโซนเดียว
สิ่งที่คนไปแล้วชอบเล่าต่อคือกิจกรรมให้อาหารสัตว์ที่มีจุดกระจายอยู่ตลอดทาง ทั้งป้อนยีราฟ กวาง คาปิบารา และเกาะลีเมอร์ที่เข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ ได้ บวกกับโชว์อย่างเพนกวินพาเหรดวันละสองรอบ (ประมาณ 10:00 และ 14:00 น.) และโชว์ช้างว่ายน้ำผ่านตู้กระจกใต้น้ำ ใครมาช่วงเย็นค่ำยังต่อ Night Safari ดูพฤติกรรมสัตว์กลางคืนได้อีก เวลาเปิดคือ 08.00-17.00 น. ทุกวัน ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่อยู่ราว 150-200 บาท เด็ก 30-50 บาท ต่างชาติ 350 บาท และมีค่านำรถเข้าอีกคันละ 80 บาท
ข้อควรรู้ก่อนไปคือพื้นที่กว้างมากจริงๆ ถ้าเดินอย่างเดียวจะเหนื่อยและร้อน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน หลายคนเลยเลือกเช่ารถกอล์ฟ (ประมาณ 500 บาท/2 ชม.) หรือขับรถส่วนตัวเข้าไปตามเส้นทางที่อนุญาต ถ้ามาวันหยุดคนเยอะควรมาถึงแต่เช้าเพื่อจองรถกอล์ฟให้ทัน และระวังลิงที่อาจปีนมาหยิบถุงอาหารหรือของบนรถ วางของให้มิดชิดไว้ก่อน
- พื้นที่กว้างแบบกึ่งธรรมชาติ สัตว์ไม่ได้ขังกรงแคบ เดินดูได้เพลิน
- จุดให้อาหารสัตว์เยอะกระจายทั่ว ป้อนยีราฟ กวาง คาปิบาราได้ใกล้ชิด เด็กชอบ
- ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถชั่วโมงกว่าถึง เหมาะไปเช้า-เย็นกลับในวันเดียว
- มีสัตว์ดังอย่างหมูเด้งกับโชว์เพนกวิน/ช้างว่ายน้ำให้ดูหลายรอบต่อวัน
- พื้นที่กว้างมาก ถ้าเดินอย่างเดียวเหนื่อยและร้อน ต้องเสียเงินเช่ารถกอล์ฟหรือขับรถเข้าไปเอง
- วันหยุดคนเยอะ รถกอล์ฟจองยากถ้ามาสาย
- ลิงในบางโซนซนชอบปีนมาหยิบถุงอาหารหรือของที่วางบนรถ ต้องคอยระวัง
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสน (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ม.บูรพา)
ถ้าไปบางแสนแล้วเจอแดดเปรี้ยงหรือฝนตก ที่หลบที่ดีคือ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา หรือที่คนเรียกกันติดปากว่าอควาเรียมบางแสน เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเปิดมานานคู่บางแสน อยู่ในรั้ว ม.บูรพา เดินจากหาดไม่ไกล ข้างในติดแอร์เย็นฉ่ำ เดินชมสบายๆ ไม่ต้องกลัวเหงื่อ ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ถือว่าราคาย่อมเยามากเมื่อเทียบกับอควาเรียมเอกชนหลายที่ เด็กสูงไม่ถึง 90 ซม. ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี และพระ เข้าฟรี
ข้างในแบ่งเป็นหลายโซน ทั้งตู้ปลาทะเลไทยหลากสี โซนปะการัง โซนป่าชายเลนที่ให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศชายฝั่ง ไฮไลต์ที่คนถ่ายรูปกันเยอะคือ ตู้แมงกะพรุน ที่จัดแสงสวยจนตัวแมงกะพรุนดูเรืองแสงลอยไปมา กับ อุโมงค์ใต้น้ำ ในโซนใหม่ที่เดินลอดใต้ตู้ปลาใหญ่ มีฉลาม กระเบน และปลาทูน่าตัวโตว่ายผ่านหัว เด็กๆ ชอบกันมาก อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือ โชว์นักดำน้ำให้อาหารปลา ในตู้ใหญ่ รอบปกติเวลา 14.30 น. ทุกวัน ส่วนเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการเพิ่มรอบ 10.30 น. ถ้าอยากดูให้เผื่อเวลามาให้ตรงรอบ
เหมาะกับครอบครัวพาเด็กมาเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลแบบเพลินๆ หรือคู่รัก กลุ่มเพื่อนที่อยากได้กิจกรรมในร่มเติมระหว่างเที่ยวทะเลบางแสน ใช้เวลาเดินราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว ข้อควรรู้คือเปิดทุกวัน 9.00–16.30 น. แต่ควรมาก่อนบ่ายสามจะได้เดินครบทุกโซนไม่ต้องรีบ และถ้ามาวันหยุดคนจะแน่นพอสมควร ที่จอดรถอาจหายากช่วงพีค เผื่อเวลาหาที่จอดไว้หน่อย
- ค่าเข้าถูกมาก คนไทยผู้ใหญ่แค่ 80 บาท เด็ก 40 บาท คุ้มเมื่อเทียบกับอควาเรียมเอกชน
- โซนใหม่มีอุโมงค์ใต้น้ำและตู้แมงกะพรุนจัดแสงสวย ถ่ายรูปได้เยอะ
- ติดแอร์เย็น เดินชมสบาย เป็นที่หลบแดดหลบฝนใกล้หาดบางแสน
- มีโชว์นักดำน้ำให้อาหารปลาในตู้ใหญ่ เด็กๆ ชอบ
- อาคารและตู้ปลาโซนเก่าดูเก่าทรุดโทรม บางตู้แสงน้อยและดูค่อนข้างว่าง
- วันหยุดคนแน่น ที่จอดรถหายากช่วงพีค
- การดูแลตู้ไม่สม่ำเสมอ บางจุดสัตว์น้ำน้อยกว่าที่คาด
วันเดย์ทริปเกาะสีชัง
เกาะสีชังคือเกาะเล็ก ๆ นอกฝั่งศรีราชาที่ไปง่ายจนน่าตกใจ ขับรถถึงท่าเรือเกาะลอย ลงเรือข้ามฟากราว 40-45 นาที ก็เหยียบเกาะได้แล้ว เสน่ห์ของที่นี่คือเที่ยวจบในวันเดียวแบบเช้าไปเย็นกลับ ไม่ต้องนอนค้าง แต่ยังได้ครบทั้งวิว ทะเล และของกิน พอถึงท่าเรือบนเกาะจะมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าวันละ 200-250 บาท หรือถ้ามากันหลายคนจะเหมารถสกายแลป (รถสามล้อเครื่องมีคนขับพาวนเกาะ) ก็สะดวกกว่า เพราะจุดเที่ยวกระจายอยู่คนละมุมเกาะ เดินเองไม่ไหวแน่นอน
ไฮไลต์ที่คนไปแล้วพูดถึงตรงกันคือ พระจุฑาธุชราชฐาน วังฤดูร้อนสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เป็นวังบนเกาะแห่งเดียวในไทย มีสะพานอัษฎางค์ไม้สีขาวทอดยาวลงทะเล น้ำใสถ่ายรูปสวย ต่อด้วยช่องเขาขาด จุดชมวิวทะเลเปิดโล่งที่หลายคนยกให้เป็นวิวเด็ดของเกาะ แวะไหว้พระที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่แบบจีน และปิดท้ายที่หาดถ้ำพัง หาดทรายหลักของเกาะที่เล่นน้ำ พายเรือคายัค หรือนั่งชิลริมทะเลได้สบาย ๆ ระหว่างวันก็หาร้านซีฟู้ดกินได้ไม่ยาก
ข้อดีที่ทำให้เกาะนี้เหมาะกับคนงบไม่เยอะคือไม่มีค่าเข้าเกาะ จ่ายแค่ค่าเรือกับค่าเช่ารถ รวมทั้งวันก็หลักร้อยต้น ๆ ต่อคน เรือออกทุกชั่วโมงตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่ต้องวางแผนให้ดีเพราะรอบเรือมีจำกัด ถ้าเผลอเพลินอาจตกเรือรอบสุดท้าย จุดชมวิวหลายที่แดดแรงและร่มเงาน้อย ควรเผื่อหมวก แว่น และน้ำติดตัวไว้
- ไปง่ายมากจากกรุงเทพฯ นั่งเรือจากศรีราชาแค่ 40-45 นาที เที่ยวเช้าไปเย็นกลับได้
- งบประหยัด ไม่มีค่าเข้าเกาะ จ่ายแค่ค่าเรือกับค่าเช่ารถ รวมทั้งวันหลักร้อย
- มุมถ่ายรูปเยอะกว่าที่คิด ทั้งสะพานอัษฎางค์ วังเก่า และวิวทะเลที่ช่องเขาขาด
- บรรยากาศเงียบสงบ คนไม่แน่นเท่าทะเลใกล้ ๆ เหมาะกับสาย slow life
- จุดเที่ยวกระจายคนละมุมเกาะ ต้องเช่ามอเตอร์ไซค์หรือเหมาสกายแลป เดินเองไม่ไหว
- รอบเรือมีจำกัดเป็นรายชั่วโมง ถ้าไม่วางแผนเวลาดี ๆ เสี่ยงตกเรือรอบสุดท้าย
- จุดชมวิวหลายที่แดดแรง ร่มเงาน้อย เที่ยวกลางวันหน้าร้อนค่อนข้างเหนื่อย
หาดบางแสน + วอเตอร์สปอร์ต
หาดบางแสนคือทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพที่สุดแห่งหนึ่ง ขับรถแค่ราวชั่วโมงกว่าก็ถึง เลยกลายเป็นหาดในความทรงจำวัยเด็กของคนภาคกลางหลายคน จุดเด่นคือแนวหาดยาวร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว มีเก้าอี้ผ้าใบสีสันสดเรียงตลอดแนวให้เช่านั่งรับลม สั่งอาหารทะเล ส้มตำ หอยทอด มากินริมทะเลได้เลย ถ้าอยากได้ความมันส์ก็เดินไปที่แผงวอเตอร์สปอร์ตที่กระจายอยู่ทั่วหาด มีทั้งบานาน่าโบ๊ท ห่วงยางโดนัทลากเรือ และเจ็ตสกีให้เช่าขับ เช่าง่ายมาก ไม่ต้องใช้เอกสารหรือวางมัดจำ ต่อรองราคาได้โดยเฉพาะถ้าไปกันเป็นกลุ่ม อีกกิจกรรมที่คนชอบคือเช่าจักรยานปั่นเลียบหาดตอนเช้าหรือเย็นที่แดดร่มลมเย็น
ฝั่งหาดวอนนภาที่อยู่ถัดไปทางใต้จะสงบและโล่งกว่าหาดบางแสนหลัก เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศชิลกว่า มีคาเฟ่ ฟู้ดทรัค และมุมถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกสวย ส่วนใครมากับเด็กๆ แนะนำให้แวะเขาสามมุกที่อยู่ปลายหาด มีจุดชมวิวทะเลและฝูงลิงให้ดู กิจกรรมที่นี่เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่อยากได้ทั้งเล่นน้ำ กินของทะเล และถ่ายรูปในทริปเดียว จะไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ หรือค้างคืนเพราะที่พักรอบหาดมีเยอะและราคาเริ่มต้นไม่แพง
ข้อควรรู้ก่อนไป ค่าเช่าเก้าอี้ผ้าใบทางเทศบาลกำหนดไว้ไม่เกิน 50 บาทต่อตัว ถ้าร้านไหนเรียกแพงกว่านี้หรือกดดันให้สั่งอาหารเยอะเกินจำเป็นถือว่าผิดกติกา สอบถามราคาชัดๆ ก่อนนั่งทุกครั้ง และร้านค้าริมหาดส่วนใหญ่จะหยุดทุกวันอังคารตามระเบียบเมืองแสนสุข ถ้าตั้งใจมากินมาเช่าเก้าอี้ควรเลี่ยงวันนั้น ส่วนคุณภาพน้ำทะเลขึ้นกับฤดู บางช่วงน้ำใส บางช่วงขุ่นและมีขยะลอย เช็กสภาพหน้างานก่อนลงเล่นน้ำ
- ใกล้กรุงเทพมาก ขับรถราวชั่วโมงกว่า เหมาะกับทริปไปเช้า-เย็นกลับ
- กิจกรรมทางน้ำครบ ทั้งบานาน่าโบ๊ท ห่วงยาง เจ็ตสกี เช่าง่ายไม่ต้องมัดจำ ต่อรองได้
- ค่าเช่าเก้าอี้ผ้าใบถูก เทศบาลคุมเพดานไว้ที่ 50 บาท/ตัว
- ร้านอาหารทะเล ที่พัก และห้องน้ำเยอะ พร้อมจุดเที่ยวใกล้ๆ อย่างเขาสามมุกและหาดวอนนภา
- น้ำทะเลบางช่วงฤดูค่อนข้างขุ่นและมีขยะลอย
- วันหยุดและช่วงเทศกาลคนแน่นมาก โดยเฉพาะวันไหล
- ห้องน้ำ/ห้องอาบน้ำบางจุดสภาพไม่ค่อยสะอาด และของกินริมหาดบางร้านราคาสูง
เขาชีจรรย์ + ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค
สองที่นี้อยู่ติดกันแบบเดินไม่ถึงกิโล เลยกลายเป็นคู่แลนด์มาร์กที่คนขับรถผ่านสัตหีบมักแวะพร้อมกันในทริปเดียว เริ่มที่ เขาชีจรรย์ ก่อน จุดเด่นคือองค์พระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์ลงบนหน้าผาหินสูงกว่า 100 เมตร ประดับเส้นทองบนพื้นหินสีเทา มองเห็นได้แต่ไกล ด้านหน้าเป็นลานกว้างกับสวนดอกไม้ที่จัดไว้สวย ลมโล่งๆ เดินเล่นถ่ายรูปได้หลายมุม บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการมาไหว้พระและนั่งพักสายตา เข้าฟรี เปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็น
จากนั้นขับต่ออีกนิดเข้า ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ไร่องุ่นใหญ่กว่าพันไร่ที่จัดโซนอาคารสไตล์ยุโรปกับทะเลสาบและกังหันลมไว้ให้เดินถ่ายรูปเหมือนหลุดไปอิตาลี ใครไม่อยากเดินไกลมีรถรางพาชมไร่รอบๆ ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 30 บาท หรือจะเช่าจักรยานปั่นเลียบแปลงองุ่นรับลมเย็นก็ได้ ในไร่มีคาเฟ่ Movie Cafe ขายไอศกรีมกับของว่าง ร้านอาหารอิตาเลียนสำหรับชิมไวน์ และร้านขายผลิตภัณฑ์จากองุ่นทั้งน้ำองุ่น แยม และคุกกี้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ข้อควรรู้คือทั้งสองที่เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา แดดชลบุรีแรงจริง ควรพกหมวก ร่ม และครีมกันแดดไปด้วย ถ้ามาช่วงหน้าฝนวิวหน้าผาอาจมัวและพื้นแฉะ ที่เขาชีจรรย์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ส่วนซิลเวอร์เลคเปิด 09.00-18.00 น. ถ้าอยากได้แสงสวยและอากาศเย็นแนะนำมาช่วงบ่ายแก่ๆ ยาวไปถึงพระอาทิตย์ตก
- สองแลนด์มาร์กเด่นของสัตหีบอยู่ติดกัน เที่ยวได้ครบในทริปเดียว
- เขาชีจรรย์เข้าฟรี ลานกว้าง เงียบสงบ เหมาะไหว้พระและถ่ายรูป
- ไร่องุ่นตกแต่งสไตล์ยุโรปสวย มีมุมถ่ายรูปเยอะ มีรถราง จักรยาน คาเฟ่และร้านอาหาร
- มีผลิตภัณฑ์จากองุ่นและไวน์ให้ชิมและซื้อกลับ
- เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา แดดแรงมากช่วงกลางวัน
- หลายกิจกรรมในไร่มีค่าใช้จ่ายแยก (รถราง จักรยาน) รวมแล้วบานได้
- พื้นที่กว้างมาก เดินเองเหนื่อยและใช้เวลานานถ้าไม่ขึ้นรถราง
วิหารเซียน (อเนกกุศลศาลา) + วัดญาณสังวราราม
วิหารเซียน หรือชื่อทางการว่า อเนกกุศลศาลา คืออาคารทรงจีน 3 ชั้นที่อัดแน่นไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้า เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ และโบราณวัตถุจีนกว่า 300 ชิ้นที่ขนมาจากเมืองจีนจริง หลายคนที่เดินเข้าไปบอกตรงกันว่าเหมือนหลุดไปเที่ยวเมืองจีนทั้งที่ยังอยู่ชลบุรี ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือหุ่นทหารดินเผา (Terracotta Warriors) จำลองจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ อายุอ้างอิงกว่า 2,000 ปี กับชั้นบนที่มีทั้งวิวภูเขาและรูปเคารพให้กราบไหว้ ใครชอบถ่ายรูปมุมแปลกตาแบบจีนโบราณจะสนุกกับที่นี่มาก
จุดที่ทำให้ทริปนี้คุ้มค่ากว่าที่คิดคือของที่อยู่ใกล้ ๆ กันแบบไปได้ในวันเดียว เลยวิหารเซียนออกไปนิดเดียวคือ วัดญาณสังวราราม วัดหลวงบนเนินเขาที่ร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการทำบุญไหว้พระต่อเนื่อง และถัดไปอีกหน่อยคือ เขาชีจรรย์ ที่มีพระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์บนหน้าผาสูงเห็นแต่ไกล ทั้งวัดญาณฯ และเขาชีจรรย์เข้าชมฟรี เปิดตั้งแต่เช้า 06.00 น. ส่วนวิหารเซียนเปิด 08.00-17.00 น. คิดค่าเข้าผู้ใหญ่ 50 บาท จัดเป็นเส้นทางไหว้พระ-ชมศิลปะที่ลงตัวสำหรับคนที่มาพัทยาแล้วอยากหนีความวุ่นวายริมหาดสักครึ่งวัน
ข้อควรรู้ก่อนไป: ตัวอาคารวิหารเซียนต้องถอดรองเท้าและไม่มีแอร์ อากาศค่อนข้างร้อนในช่วงกลางวัน แถมบันไดขึ้นชั้น 2-3 ค่อนข้างสูงและไม่มีลิฟต์ ถ้าพาผู้สูงอายุหรือคนที่ต้องใช้รถเข็นมาต้องเผื่อใจเรื่องนี้ไว้ พื้นที่เที่ยวจริงใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงก็ทั่ว แต่ถ้าจะเก็บครบทั้งสามที่แนะนำให้มีรถส่วนตัวเพราะจุดต่าง ๆ อยู่ห่างกันพอสมควรและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก
- โบราณวัตถุและรูปปั้นจีนกว่า 300 ชิ้นของจริง เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองจีน
- มุมถ่ายรูปสไตล์จีนโบราณเยอะ พร้อมหุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีเป็นไฮไลต์
- ค่าเข้าถูกแค่ 50 บาท และอยู่ใกล้วัดญาณฯ + เขาชีจรรย์ที่เข้าฟรี ไปได้วันเดียว
- ที่จอดรถกว้าง บรรยากาศบนเนินเขาร่มรื่นเงียบสงบ
- ในอาคารไม่มีแอร์ ต้องถอดรองเท้า ช่วงกลางวันร้อน
- บันไดขึ้นชั้น 2-3 สูงและไม่มีลิฟต์ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็น
- จุดต่าง ๆ อยู่ห่างกัน ไม่มีรถสาธารณะสะดวก แทบต้องมีรถส่วนตัว
อ่างเก็บน้ำบางพระ (คายัค/ปั่นจักรยาน)
อ่างเก็บน้ำบางพระเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทานในอำเภอศรีราชา ที่กลายเป็นสนามเล่นกลางแจ้งของคนแถบชลบุรีและนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติจากกรุงเทพฯ ที่นี่ขับรถถึงง่าย เข้าฟรี และมีเส้นทางปั่นจักรยานรอบอ่างยาวประมาณ 20-22 กิโลเมตร สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ช่วงเช้ามืดจะเจอก๊วนนักปั่นหลายร้อยคนมารวมตัวกัน บางช่วงมีทางจักรยานแยกจากถนน บางช่วงยังต้องปั่นปนกับรถ ใครไม่ปั่นก็เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือใช้เครื่องออกกำลังกายริมทางได้เหมือนกัน
ไฮไลต์อีกอย่างที่หลายคนมาลองคือพายเรือคายัคออกไปกลางอ่าง รับลมเย็น ๆ ชมวิวน้ำกว้างแบบเงียบสงบ รอบอ่างล้อมด้วยป่าละเมาะที่มีนกและสัตว์เล็ก ๆ อาศัยอยู่มาก จึงเป็นจุดดูนกและถ่ายรูปธรรมชาติที่ดี บางคนก็มาตกปลาแบบสบาย ๆ ริมอ่าง และมีคาเฟ่กับร้านอาหารตามสั่งริมน้ำหลายร้านให้แวะนั่งพักจิบกาแฟชมวิวหลังปั่นเสร็จ เหมาะกับครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากได้ทริปพักผ่อนเบา ๆ ไม่ต้องเดินทางไกล
ข้อควรรู้คือที่นี่เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำประปา ไม่ได้เป็นสวนสนุกจัดเต็ม สิ่งอำนวยความสะดวกบางฝั่งของอ่างมีน้อย ควรเตรียมน้ำดื่มไปเอง และการตกปลาบางจุดมีข้อจำกัดของทางราชการ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน ส่วนบริการเช่าคายัคหรือจักรยานไม่ได้มีประจำแน่นอนทุกวัน แนะนำให้เช็กหน้างานหรือติดต่อร้านริมอ่างล่วงหน้า
- เข้าฟรี ขับรถจากกรุงเทพฯ ถึงง่าย เหมาะกับทริปวันเดียว
- เส้นทางปั่นจักรยานรอบอ่างยาว 20-22 กม. ร่มรื่น วิวน้ำกว้าง
- ทำได้หลายกิจกรรมในที่เดียว ทั้งคายัค ดูนก ตกปลา เดินเล่น
- มีคาเฟ่และร้านอาหารริมน้ำให้แวะพักชมวิว
- บางช่วงของเส้นทางยังต้องปั่นปนกับรถยนต์และรถบรรทุก ต้องระวัง
- สิ่งอำนวยความสะดวกบางฝั่งของอ่างมีน้อย หาน้ำ/ห้องน้ำยาก
- การตกปลาบางจุดมีข้อจำกัดของทางราชการ เคยมีข่าวนักตกปลาถูกจับ
เรือข้ามฟากศรีราชา–เกาะสีชัง (ท่าเรือเกาะลอย)
ถ้าอยากหนีเมืองไปเจอทะเลแบบไม่ต้องขับรถไกล เรือข้ามฟากจากท่าเรือเกาะลอย ศรีราชา ไปเกาะสีชังคือประตูด่านแรกที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน จอดรถทิ้งไว้ฝั่งเกาะลอย (มีที่จอดฟรี) แล้วเดินลงเรือโดยสารลำใหญ่ ข้ามทะเลไปเกาะสีชังใช้เวลาราว 45 นาที ระหว่างทางได้นั่งรับลม มองเรือสินค้าลำเบ้อเริ่มที่ทอดสมออยู่กลางอ่าว บางลำมีดาดฟ้าชั้นบนให้ขึ้นไปยืนถ่ายรูปวิวทะเลกับฝูงนกที่บินตามเรือ เป็นบรรยากาศเรียบง่ายแบบเรือชาวบ้านจริงๆ ไม่ใช่ทัวร์หรู แต่ได้ฟีลออกทะเลเต็มๆ
เรือออกทุกชั่วโมงตั้งแต่เช้าถึงเย็น เที่ยวไปกลับหลายรอบต่อวัน เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวเกาะสีชังแบบเช้าไปเย็นกลับ พอถึงเกาะแล้วค่อยเช่ามอเตอร์ไซค์หรือนั่งรถสกายแล็บตระเวนไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ แวะพระจุฑาธุชราชฐาน หาดถ้ำพัง และจุดชมพระอาทิตย์ตกช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ค่าโดยสารต่อเที่ยวอยู่ราวๆ หลักสิบบาทเท่านั้น ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับที่ได้ ใครไม่อยากรอเรือธรรมดาก็มีเรือสปีดโบ๊ตให้เลือก จ่ายแพงขึ้นแต่ข้ามถึงในราวสิบกว่านาที
ข้อควรรู้ก่อนไป คือรอบเรือเที่ยวสุดท้ายขากลับออกช่วงเย็น ต้องเช็กเวลาให้ดีอย่ามัวเที่ยวเพลินจนตกเรือ วันหยุดยาวหรือเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะ เรือแน่นและต้องต่อคิว ช่วงมรสุมคลื่นลมแรงเรืออาจโยกจนบางคนเมาเรือได้ และตัวท่าเรือฝั่งเกาะลอยเคยมีช่วงปิดปรับปรุง ควรเช็กสถานะปัจจุบันก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- ค่าโดยสารถูกมาก แค่หลักสิบบาทต่อเที่ยว
- มีที่จอดรถฟรีฝั่งเกาะลอย ทิ้งรถแล้วลงเรือได้เลย
- เรือออกทุกชั่วโมง ไปเช้าเย็นกลับวันเดียวสบาย
- ได้บรรยากาศออกทะเลจริง วิวเรือสินค้ากลางอ่าวและดาดฟ้าถ่ายรูป
- วันหยุด/เสาร์อาทิตย์คนเยอะ เรือแน่นและต้องต่อคิว
- ช่วงมรสุมคลื่นลมแรง เรือโยกจนเมาเรือได้
- รอบเรือเที่ยวสุดท้ายขากลับหมดเร็ว ถ้าตกเรือต้องเหมาเรือแพง
เที่ยวชลบุรี พักที่ไหนดี?
บางแสนติดหาดเดินเล่นได้ ศรีราชาใกล้ท่าเรือไปเกาะสีชัง เลือกโซนให้ตรงกับกิจกรรมแล้วเทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ตั๋วสวนสัตว์และอควาเรียมช่วงวันหยุดคิวยาว จองออนไลน์ล่วงหน้าสะดวกกว่า
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวชลบุรี
บางแสน-เกาะสีชัง คนกรุงเทพฯ นิยมมาก เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวรถติดและหาดแน่น ไปวันธรรมดาสบายกว่า
เรือข้ามฟากจากท่าเกาะลอยศรีราชามีเป็นรอบ รอบสุดท้ายเย็น ๆ ถ้าไปเช้ากลับเย็นต้องกะเวลาเรือรอบสุดท้ายให้ดี
สวนสัตว์เขาเขียวและอควาเรียมช่วงไฮซีซั่นคิวยาว ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าลดเวลาต่อแถว
จุดเที่ยวกระจายหลายอำเภอ (บางแสน-ศรีราชา-สัตหีบ) มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถสะดวกสุด รถสองแถว/แท็กซี่มีเฉพาะบางเส้น
เลือกกิจกรรมยังไงให้คุ้มวัน
ถ้ามี 2 วัน แนะนำจับโซนใกล้กันไว้ด้วยกัน — วันแรกสายสัตว์-ธรรมชาติ (สวนสัตว์เขาเขียว + อ่างเก็บน้ำบางพระ ฝั่งศรีราชา) ค้างบางแสนหนึ่งคืน วันสองลงเรือเกาะสีชังหรือเที่ยวหาดบางแสน จะไม่ต้องวิ่งข้ามอำเภอไปมาหลายรอบ
พร้อมจัดทริปชลบุรีแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักทำเลดีก่อนเลย
ดูที่พักชลบุรี →