🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
นครพนมอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามแขวงคำม่วนของลาว เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวริมโขงและความสงบ ไฮไลต์คือพระธาตุพนมที่อำเภอธาตุพนม พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองภาคอีสาน ถนนเลียบโขงในเมืองที่มองเห็นทิวเขาฝั่งลาวและมีองค์พญาศรีสัตตนาคราช (พญานาค) ริมน้ำ วิถีชนเผ่าผู้ไทยที่เรณูนคร และย่านบ้านเก่าสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส-เวียดนามในเมือง
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ริมโขงสวยและอากาศดีช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ช่วงออกพรรษามีงานไหลเรือไฟที่โด่งดัง คนเยอะและที่พักเต็มไว ควรจองล่วงหน้ามาก วัดและพระธาตุควรแต่งกายสุภาพ
พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (Wat Phra That Phanom — พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองอีสาน อ.ธาตุพนม)
พระธาตุพนมคือพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของภาคอีสานและเป็นหนึ่งในพระธาตุที่คนไทยเคารพศรัทธามากที่สุด องค์พระธาตุตั้งอยู่ในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม ห่างจากตัวเมืองนครพนมลงมาทางใต้ราวห้าสิบกิโลเมตร อยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำโขงที่มองข้ามไปเห็นฝั่งลาว องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสีขาวยอดทองสูงราวห้าสิบเจ็ดเมตร ภายในเชื่อกันว่าประดิษฐานพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า จึงเป็นจุดหมายปลายทางของสายบุญจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะคนที่เกิดปีวอกและคนเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งถือกันว่าพระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดและวันเกิดของตน การได้มากราบสักครั้งในชีวิตจึงเป็นความตั้งใจของหลายคน
สิ่งที่ทำให้พระธาตุพนมมีเรื่องเล่าให้พูดถึงคือประวัติที่ยาวนานและเหตุการณ์เมื่อปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบแปด ที่องค์พระธาตุพังทลายลงมาทั้งองค์หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ครั้งนั้นคนไทยทั้งประเทศร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อบูรณะขึ้นใหม่ให้กลับมาสง่างามเหมือนเดิม ใช้เวลาก่อสร้างราวสี่ปีจึงแล้วเสร็จ องค์ที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นองค์ที่สร้างขึ้นใหม่บนฐานเดิม บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor พระธาตุพนมได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 จากรีวิวสองร้อยกว่าราย เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นวัดสวยและศักดิ์สิทธิ์ องค์พระธาตุงดงามน่าเลื่อมใส บรรยากาศสงบ ผู้คนเป็นมิตร และเป็นจุดที่คนอีสานภาคภูมิใจ หลายคนแนะนำให้แวะไหว้เป็นจุดหลักเมื่อมาเที่ยวนครพนม
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือระยะทางจากตัวเมืองนครพนมราวห้าสิบกิโลเมตร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องการเดินทางไว้ล่วงหน้า ทั้งเช่ารถ เหมารถ หรือสอบถามรถท้องถิ่น เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวกนัก ข้อสองคือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ห่มไหล่คลุมเข่า ถอดรองเท้าและสำรวมกิริยาตามธรรมเนียมการเข้าวัด ข้อสามคือช่วงกลางวันแดดแรงและลานรอบองค์พระธาตุเป็นพื้นโล่งร้อน ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม หรือเลือกไปช่วงเช้ากับช่วงเย็นที่อากาศเย็นสบายกว่าและแสงสวยสำหรับถ่ายรูป ข้อสี่คือถ้าตั้งใจไปช่วงงานนมัสการพระธาตุพนมราวเดือนกุมภาพันธ์ คนจะเยอะมากและที่พักในอำเภอเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าและเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและที่จอดรถ
- พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของอีสานที่คนไทยเคารพศรัทธา องค์เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสีขาวยอดทองสูงราว 57 เมตร งดงามน่าเลื่อมใส
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ทำบุญถวายดอกไม้ธูปเทียนตามศรัทธา เหมาะทั้งครอบครัวและผู้สูงอายุ
- เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีวอกและวันเกิดของคนเกิดวันอาทิตย์ หลายคนตั้งใจมากราบสักครั้งในชีวิต
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 ชมว่าวัดสวย สงบ ศักดิ์สิทธิ์ และผู้คนเป็นมิตร
- อยู่ห่างตัวเมืองนครพนมราว 50 กม. รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวต้องวางแผนเช่ารถหรือเหมารถล่วงหน้า
- ลานรอบองค์พระธาตุเป็นพื้นโล่งไม่มีร่ม ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม
- ช่วงงานนมัสการพระธาตุพนม (ราวเดือนกุมภาพันธ์) คนแน่นมาก ที่พักเต็มเร็ว และการจราจรกับที่จอดรถติดขัด
องค์พญาศรีสัตตนาคราช ริมโขงกลางเมืองนครพนม (Phaya Sri Sattanakarat — พญานาคทองสำริด 7 เศียร ลานริมโขง จุดไหว้ขอพร-ถ่ายรูป)
องค์พญาศรีสัตตนาคราชเป็นพญานาคทองสำริดขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนลานริมเขื่อนหน้าเมืองนครพนม บนถนนสุนทรวิจิตร หันหน้าออกแม่น้ำโขงไปทางทิศเหนือ ฝั่งตรงข้ามคือแขวงคำม่วนของ สปป.ลาว องค์พญานาคเป็นแบบขดกายเจ็ดเศียร หล่อจากทองสำริดน้ำหนักรวมราวเก้าตัน สูงราวสิบเมตรเศษ สร้างแล้วเสร็จราวปี 2559 และกลายเป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดที่คนมานครพนมมักแวะมาไหว้ขอพรและถ่ายรูปกันแทบทุกคน ความเชื่อเรื่องพญานาคผูกโยงกับลุ่มน้ำโขงมายาวนาน ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายสำคัญของสายมูที่เดินทางไหว้พญานาคหลายจังหวัดในภาคอีสาน คนส่วนใหญ่มาขอพรเรื่องเงินทอง การงาน และความเป็นสิริมงคล
จุดที่ทำให้ลานแห่งนี้เที่ยวง่ายคือเข้าชมฟรี อยู่กลางเมืองติดถนนเลียบโขง เดินต่อไปตลาดริมโขงหรือลานคนเดินช่วงเย็นได้สบาย บริเวณลานมีร้านขายดอกไม้ ธูปเทียน และพวงมาลัยสำหรับบูชาให้เลือกซื้อหน้างาน ราคาไม่กี่สิบถึงหลักร้อยบาทตามชุด หลายคนนิยมมาช่วงเช้าตรู่หรือก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงสวยและอากาศริมโขงยังไม่ร้อน ได้ทั้งภาพองค์พญานาคและวิวแม่น้ำโขงกว้างที่มีแนวภูเขาฝั่งลาวเป็นฉากหลัง บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor สถานที่นี้ถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในเมืองนครพนมและได้ตรา Travelers' Choice โดยได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.5 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมว่าองค์พญานาคงดงาม ลานริมโขงสะอาดและร่มรื่น เดินเล่นถ่ายรูปได้เพลิน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือกลางวันแดดริมโขงแรงและร้อนมาก ลานเป็นที่โล่งเกือบตลอด ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงถึงบ่ายแล้วมาช่วงเช้าหรือเย็นแทน พกหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ข้อสองคือที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบไหว้จริง ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือยืนถ่ายรูปในจุดที่บังคนกำลังไหว้ ข้อสามคือช่วงวันหยุด เทศกาล หรืองานไหลเรือไฟเดือนตุลาคม คนจะแน่นมากและที่จอดรถริมถนนหายาก ควรเผื่อเวลาและหาที่จอดให้ดี ข้อสี่คือถ้าอยากไหว้พญานาคให้ครบสายมู หลายคนวางแผนแวะจุดใกล้เคียงอย่างวัดในเมืองและพระธาตุพนมต่อในทริปเดียว จึงควรจัดลำดับเส้นทางล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เสียเวลาย้อนไปมา
- แลนด์มาร์กประจำเมืองนครพนม พญานาคทองสำริดเจ็ดเศียรขนาดใหญ่ริมโขง เข้าชมฟรีและอยู่กลางเมืองเดินทางง่าย
- เป็นหมุดหมายสายมูสำคัญของลุ่มน้ำโขง คนมาไหว้ขอพรเรื่องเงินทองการงาน มีดอกไม้ธูปเทียนพวงมาลัยขายหน้างาน
- วิวแม่น้ำโขงกว้างพร้อมแนวภูเขาฝั่งลาวเป็นฉากหลัง ถ่ายรูปสวยโดยเฉพาะช่วงเช้าและก่อนพระอาทิตย์ตก
- Tripadvisor จัดเป็นอันดับ 1 สถานที่น่าเที่ยวในเมืองนครพนม ได้ตรา Travelers' Choice คะแนนเฉลี่ยราว 4.5 เต็ม 5
- ลานเป็นที่โล่งริมโขง กลางวันแดดแรงและร้อนมาก ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงถึงบ่ายแล้วมาเช้าหรือเย็นแทน
- เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบไหว้จริง ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม เลี่ยงถ่ายรูปบังคนกำลังไหว้
- ช่วงวันหยุด เทศกาล หรืองานไหลเรือไฟเดือนตุลาคม คนแน่นมากและที่จอดรถริมถนนหายาก
เดินเลียบโขง + หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ + จุดชมวิว (นครพนม)
เสน่ห์ของเมืองนครพนมอยู่ที่ริมแม่น้ำโขงเป็นหลัก ทางจังหวัดพัฒนาถนนสุนทรวิจิตรที่ทอดยาวเลียบฝั่งโขงให้เป็นทางเดินเท้าและเลนจักรยาน มีลานกว้าง ศาลาพัก และประติมากรรมพญานาคเป็นระยะ เดินเล่นได้ยาวหลายกิโลเมตรตั้งแต่โซนหอนาฬิกาไปจนถึงแถบสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จุดที่หลายคนถ่ายรูปคือหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ซึ่งชาวเวียดนามที่เคยลี้ภัยมาพึ่งพิงเมืองนครพนมช่วยกันสร้างขึ้นราวปี 2503 ก่อนอพยพกลับประเทศ เพื่อเป็นของขวัญขอบคุณคนไทยที่ให้ที่พักพิง ตัวหอตั้งเด่นอยู่ริมถนนใกล้ตลาดริมโขง กลางคืนมีไฟส่องเปลี่ยนสี กลายเป็นแลนด์มาร์กที่คนมักนัดพบและเริ่มต้นเดินเลียบโขงจากตรงนี้
จุดขายของการเดินเลียบโขงที่นครพนมคือวิวอีกฝั่งแม่น้ำ ตรงข้ามคือเมืองท่าแขกของลาว มีแนวภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง ทำให้ภาพแม่น้ำโขงที่นี่ต่างจากเมืองริมโขงอื่นที่เป็นที่ราบ ช่วงเช้าตรู่อากาศเย็นสบาย เหมาะออกมาเดินหรือปั่นจักรยาน ส่วนช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่คนออกมามากที่สุด แสงอ่อน ๆ ทาบผิวน้ำและเงาภูเขาฝั่งลาวเป็นบรรยากาศที่คนรีวิวพูดถึงบ่อย ริมทางมีคาเฟ่และร้านอาหารหันหน้าออกแม่น้ำให้นั่งจิบกาแฟหรือกินข้าวชมวิวได้สบาย ๆ พอถึงวันศุกร์ถึงอาทิตย์ ช่วงเย็นบริเวณลานหอนาฬิกาและถนนเลียบโขงจะกลายเป็นถนนคนเดิน มีของกินพื้นถิ่น ของฝาก และร้านค้าตลอดแนว เดินซื้อของกินแล้วมานั่งกินริมโขงได้พอดี
เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือกลางวันแดดแรงและร้อนมาก ทางเดินเลียบโขงแทบไม่มีร่มเงา ช่วงสายถึงบ่ายจึงเดินไม่ค่อยไหว คนส่วนใหญ่เลี่ยงมาเดินเช้าหรือเย็นแทน ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ข้อสองคือถนนคนเดินเปิดเฉพาะวันศุกร์ถึงอาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาบรรยากาศจะเงียบกว่าที่เห็นในรูปรีวิว ร้านรวงบางส่วนปิด จึงควรเช็ควันก่อนวางแผน ข้อสามคือระดับน้ำโขงและความสวยของวิวขึ้นกับฤดู หน้าแล้งน้ำลดจนเห็นสันดอนทราย ส่วนหน้าฝนน้ำขึ้นสูงและบางช่วงเจอฝน ควรดูพยากรณ์อากาศเผื่อไว้ ข้อสุดท้ายคือจุดเที่ยวริมโขงกระจายยาวหลายกิโลเมตร ถ้าอยากเก็บให้ครบทั้งหอนาฬิกา ลานพญานาค และจุดชมวิวไกล ๆ การเช่าจักรยานหรือมีรถจะสะดวกกว่าเดินอย่างเดียว
- เดินเล่นและปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขงได้ยาวหลายกิโลเมตร มีลานกว้าง ศาลาพัก และประติมากรรมพญานาคเป็นระยะ ไม่มีค่าเข้า
- วิวอีกฝั่งเป็นเมืองท่าแขกของลาวที่มีแนวภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง ต่างจากเมืองริมโขงอื่นที่เป็นที่ราบ สวยเป็นพิเศษช่วงเย็น
- หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์เป็นแลนด์มาร์กใจกลางเมืองที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ถ่ายรูปสวย และกลางคืนมีไฟส่องเปลี่ยนสี
- ริมทางมีคาเฟ่และร้านอาหารหันหน้าออกแม่น้ำ และช่วงศุกร์-อาทิตย์มีถนนคนเดินขายของกินพื้นถิ่นให้เดินซื้อมานั่งกินริมโขง
- กลางวันแดดแรงและร้อนมาก ทางเดินเลียบโขงแทบไม่มีร่มเงา ช่วงสายถึงบ่ายเดินไม่ค่อยไหว ต้องเลี่ยงมาช่วงเช้าหรือเย็น
- ถนนคนเดินเปิดเฉพาะวันศุกร์ถึงอาทิตย์ วันธรรมดาบรรยากาศเงียบกว่าที่เห็นในรูปรีวิวและร้านบางส่วนปิด
- ความสวยของวิวขึ้นกับฤดูและระดับน้ำโขง หน้าแล้งน้ำลดเห็นสันดอนทราย และจุดเที่ยวกระจายยาว ถ้าไม่มีจักรยานหรือรถเดินให้ครบเหนื่อย
ย่านบ้านเก่าฝรั่งเศส-เวียดนามริมโขง นครพนม (ถนนสุนทรวิจิตร-หอนาฬิกาเวียดนาม เขตในเมือง)
ย่านบ้านเก่าฝรั่งเศส-เวียดนามของนครพนมอยู่ในเขตในเมืองริมแม่น้ำโขง เป็นย่านที่เล่าประวัติเมืองผ่านตึกรามได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน สมัยก่อนนครพนมเป็นเมืองท่าค้าขายริมโขงที่มีชาวเวียดนามอพยพเข้ามาตั้งรกรากจำนวนมาก บวกกับช่วงที่ฝั่งลาวตรงข้ามอยู่ใต้อิทธิพลฝรั่งเศส ทำให้บ้านเรือนแถบนี้ผสมกลิ่นอายอาคารสองแบบเข้าด้วยกัน มีทั้งเรือนแถวไม้เก่า อาคารปูนทรงโคโลเนียลหน้าต่างบานเกล็ด และตึกที่ยังเห็นลายปูนปั้นแบบเก่า เดินเลาะไปตามซอยจะเจอทั้งบ้านที่ยังมีคนอยู่จริงและอาคารที่ปรับเป็นคาเฟ่กับร้านของฝาก จุดหมายที่คนมักแวะถ่ายรูปคือหอนาฬิกาเวียดนามกลางย่าน ซึ่งชาวไทยเชื้อสายเวียดนามร่วมกันสร้างไว้ เป็นแลนด์มาร์กที่บอกเล่าความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามของเมืองได้ชัด
เสน่ห์ของการเดินย่านนี้อยู่ที่ความช้าและรายละเอียดเล็ก ๆ ริมถนนสุนทรวิจิตรเลียบแม่น้ำโขงมีทางเดินเลียบตลิ่งที่มองข้ามไปเห็นฝั่งลาวได้ ช่วงเช้าและเย็นแดดอ่อนเหมาะกับการถ่ายรูปตึกเก่ากับสายน้ำ หลายบ้านเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ให้นั่งจิบกาแฟมองวิวโขง บางหลังทำเป็นร้านอาหารเวียดนามที่ขายแหนมเนือง ข้าวเปียก และปากหม้อญวนซึ่งเป็นของกินประจำถิ่นที่ตกทอดมาจากชุมชนชาวเวียดนาม เดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงบ้านที่โฮจิมินห์เคยพำนักในช่วงเคลื่อนไหวทางการเมือง และหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนามที่บอกเล่าเรื่องราวยุคนั้น การเที่ยวย่านนี้จึงเหมือนได้อ่านหน้าประวัติศาสตร์เมืองไปพร้อมกับหาของอร่อยกินระหว่างทาง เหมาะกับคนชอบเดินเนิบ ๆ เก็บภาพสถาปัตยกรรมและบรรยากาศเมืองเก่ามากกว่าจะรีบเช็กอินให้ครบทุกจุด
ก่อนไปเดินย่านนี้มีบางอย่างที่ควรเผื่อใจแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือย่านบ้านเก่าที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวจัดเต็มแบบมีป้ายบอกทุกจุด อาคารเก่าหลายหลังยังเป็นบ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริง ควรเคารพความเป็นส่วนตัวและขออนุญาตก่อนถ่ายรูปคนหรือด้านในบ้าน ข้อสองคือสภาพตึกเก่ามีทั้งหลังที่ได้รับการดูแลและหลังที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา บางมุมจึงอาจดูไม่สวยเป๊ะอย่างในรูปที่คัดมาแล้ว ข้อสามคือกลางวันแดดค่อนข้างแรงและทางเดินริมโขงมีร่มเงาไม่มาก ควรพกหมวก น้ำดื่ม และเลี่ยงเดินช่วงเที่ยงตรง คาเฟ่และร้านของฝากบางร้านเปิดเฉพาะช่วงสายถึงเย็นและอาจปิดวันธรรมดา ควรเช็กเวลาเปิดล่วงหน้าถ้าตั้งใจไปนั่งร้านใดร้านหนึ่ง การจอดรถให้จอดตามจุดจอดริมถนนแล้วเดินเอา เพราะซอยในย่านค่อนข้างแคบ ช่วงที่เดินสบายที่สุดคือหน้าหนาวราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ที่อากาศเย็นและฟ้าใส เหมาะกับการถ่ายรูปและเดินยาว ๆ ได้ทั้งวัน
- ตึกโคโลเนียลผสมเรือนไม้เก่าริมแม่น้ำโขงถ่ายรูปสวย มีหอนาฬิกาเวียดนามเป็นแลนด์มาร์กกลางย่าน เดินเก็บภาพได้เพลิน
- เดินชมย่านและถ่ายรูปได้ฟรี ทำเลอยู่ในเขตในเมือง เดินเชื่อมถึงลานพญาศรีสัตตนาคราชและตลาดริมโขงได้ในทริปเดียว
- มีคาเฟ่และร้านอาหารเวียดนามแท้ ๆ อย่างแหนมเนืองและข้าวเปียกให้แวะกินระหว่างเดิน ราคาย่อมเยา
- ได้เรียนรู้ประวัติเมืองและความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม มีบ้านที่โฮจิมินห์เคยพำนักและหมู่บ้านมิตรภาพอยู่ไม่ไกล
- ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวจัดเต็มแบบมีป้ายบอกทุกจุด อาคารเก่าหลายหลังยังเป็นบ้านที่มีคนอยู่จริง ต้องเคารพความเป็นส่วนตัว
- สภาพตึกเก่ามีทั้งหลังที่ดูแลดีและหลังที่ทรุดโทรม บางมุมจึงไม่สวยเป๊ะทุกจุด
- กลางวันแดดแรงและทางเดินริมโขงร่มเงาน้อย คาเฟ่-ร้านของฝากบางร้านเปิดเฉพาะช่วงสายถึงเย็นและอาจปิดวันธรรมดา
เรณูนคร — วัดพระธาตุเรณู + วิถีผู้ไทยและผ้าทอ (Renu Nakhon: Phra That Renu, Phu Tai culture & hand-woven cloth)
เรณูนครเป็นอำเภอเล็กทางใต้ของตัวเมืองนครพนม ห่างออกไปราวห้าสิบกิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างทางไปพระธาตุพนม จุดหมายหลักคือวัดพระธาตุเรณู ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุเรณูทรงสี่เหลี่ยมสีขาวสลับชมพูอ่อนสไตล์ลาว-ล้านช้าง องค์พระธาตุสร้างขึ้นครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2461 แล้วบูรณะต่อจนแล้วเสร็จในช่วงต้นทศวรรษถัดมา ถอดแบบมาจากพระธาตุพนมองค์เดิมก่อนการบูรณะครั้งใหญ่ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสายบุญนิยมมากราบไหว้กัน เพราะถือเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันจันทร์ เสน่ห์ของที่นี่ต่างจากวัดใหญ่หลายแห่งตรงที่ไม่ได้เน้นการปิดทองประดับประดาจนแพรวพราว แต่เป็นเจดีย์สีพาสเทลเรียบง่ายกลางชุมชนที่เงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศไหว้พระแบบไม่พลุกพล่าน
สิ่งที่ทำให้เรณูนครน่ามาเที่ยวมากกว่าการไหว้พระอย่างเดียวคือวิถีของชาวผู้ไทย กลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพข้ามลำน้ำโขงเข้ามาตั้งถิ่นฐานแถบนี้ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และยังรักษาภาษา การแต่งกาย และประเพณีของตนไว้เหนียวแน่น บริเวณวัดมีลานวัฒนธรรมผู้ไทยที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง มีการฟ้อนผู้ไทยซึ่งเป็นการรำต้อนรับที่ผู้หญิงชาวผู้ไทยแต่งกายด้วยเสื้อและผ้าซิ่นทอมือ เล็บสวมปลอกยาว เคลื่อนไหวพร้อมกันอย่างอ่อนช้อยตามจังหวะดนตรีพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมการต้อนรับแบบบายศรีสู่ขวัญและการเลี้ยงอาหารแบบพาแลงที่จัดสำรับวางบนพื้น รอบวัดมีร้านจำหน่ายสินค้าโอทอปและผ้าทอมือของชุมชน ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมลายพื้นเมืองที่ทอด้วยกี่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทั้งของฝากและรายได้ที่หมุนกลับสู่ช่างทอในท้องถิ่นโดยตรง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือเรณูนครอยู่นอกตัวเมืองนครพนมพอสมควร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวการเดินทางค่อนข้างลำบาก รถสาธารณะไปถึงมีจำกัด ควรวางแผนเช่ารถหรือรวมจุดนี้ไว้ในเส้นทางเดียวกับพระธาตุพนมเพื่อให้คุ้มค่าเดินทาง ข้อสองคือการฟ้อนผู้ไทยแบบเต็มคณะที่หลายคนอยากดูมักไม่มีรอบประจำทุกวัน แต่จะแสดงในช่วงงานประเพณี งานบุญ หรือเมื่อมีคณะติดต่อขอชมล่วงหน้า ถ้าตั้งใจมาเพื่อดูการแสดงโดยเฉพาะควรสอบถามทางวัดหรือกลุ่มวัฒนธรรมชุมชนก่อน เพื่อไม่ให้ผิดหวัง ข้อสามคือเป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตที่กำหนด และสำรวมเมื่อมีพิธีกรรมหรือผู้มาทำบุญ ข้อสี่คือเรื่องอากาศ ภาคอีสานช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมร้อนจัด ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็นสบายและเป็นฤดูที่เหมาะกับการเดินเที่ยวชุมชนกลางแจ้งมากที่สุด
- ได้ไหว้พระธาตุเรณูซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ องค์เจดีย์สีขาว-ชมพูสไตล์ลาว-ล้านช้างสวยแบบเรียบง่าย ไม่พลุกพล่านเท่าวัดดัง
- สัมผัสวิถีชาวผู้ไทยได้จริง ทั้งการฟ้อนผู้ไทย ธรรมเนียมบายศรีสู่ขวัญ และอาหารพื้นถิ่นแบบพาแลง ที่ยังรักษาไว้เหนียวแน่น
- มีผ้าทอมือและสินค้าโอทอปของชุมชนให้เลือกซื้อ เป็นของฝากที่รายได้กลับสู่ช่างทอในท้องถิ่นโดยตรง
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 ชมว่าเจดีย์สวย บรรยากาศเงียบสงบ และดูแลรักษาดี
- อยู่นอกตัวเมืองนครพนมราว 50 กม. ถ้าไม่มีรถส่วนตัวเดินทางลำบาก รถสาธารณะมีจำกัด ควรเช่ารถหรือรวมกับเส้นทางพระธาตุพนม
- การฟ้อนผู้ไทยแบบเต็มคณะไม่มีรอบแสดงทุกวัน มักจัดในงานประเพณีหรือต้องติดต่อคณะล่วงหน้า ถ้ามาเพื่อดูการแสดงโดยเฉพาะควรสอบถามก่อน
- เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าและสำรวม อีกทั้งช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมอากาศอีสานร้อนจัดเดินเที่ยวกลางแจ้งลำบาก
หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม บ้านนาจอก (บ้านลุงโฮจิมินห์)
หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม บ้านนาจอก หรือที่คนเรียกติดปากว่าบ้านลุงโฮ คือบ้านไม้หลังเก่าในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตะวันตกของตัวเมืองนครพนม ที่โฮจิมินห์ ผู้นำคนสำคัญของเวียดนาม เคยเข้ามาพำนักและใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวช่วงกู้เอกราชในราวปี พ.ศ. 2471-2472 ย่านนี้เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากมานาน จึงยังเห็นวิถีบ้านไม้ สวนหลังบ้าน และของใช้เก่า ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนสองแผ่นดินได้ชัด ตัวบ้านจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน มีทั้งเตียง โต๊ะทำงาน และเครื่องมือช่างที่จำลองบรรยากาศสมัยนั้น หลังบ้านมียุ้งข้าวแบบโบราณและต้นไม้ที่เล่าต่อกันมาว่าปลูกไว้ในยุคที่ท่านอยู่ที่นี่
จุดที่ทำให้คนแวะมากันเรื่อย ๆ คือได้เดินดูบ้านจริงในบรรยากาศร่มรื่นแบบบ้านสวนอีสาน เข้าชมฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม ใกล้กันมีอาคารพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนามที่เล่าประวัติชุมชนและความร่วมมือของสองประเทศเพิ่มเติม เหมาะกับคนที่อยากรู้จักนครพนมในมุมประวัติศาสตร์มากกว่าแค่ริมโขง หลายคนที่มาบอกว่าใช้เวลาไม่นาน เดินชมสบาย ๆ ราวหนึ่งชั่วโมง แล้วต่อไปเที่ยวจุดอื่นในเมืองได้ ในบริเวณยังมีมุมขายของฝากอย่างชาและกาแฟเวียดนาม รวมถึงหมวกงอบให้ซื้อกลับเป็นที่ระลึก บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor สถานที่นี้ได้คะแนนเฉลี่ยราว 3.8 เต็ม 5 จากรีวิวราว 46 ราย ส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ใช่จุดถ่ายรูปหวือหวา คนที่คาดหวังความอลังการอาจรู้สึกว่าเรียบง่ายกว่าที่คิด เสน่ห์อยู่ที่เรื่องราวและบรรยากาศมากกว่าตัวอาคาร ข้อสองคือป้ายและคำบรรยายหลายจุดเน้นภาษาไทยและเวียดนาม บางส่วนมีอังกฤษไม่ครบ ถ้าอยากเข้าใจลึกควรหาข้อมูลไปก่อนหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ ข้อสามคือสถานที่อยู่นอกตัวเมืองราวสามถึงสี่กิโลเมตร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ข้อสี่คือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและมีบางส่วนต้องเดินกลางแจ้ง ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกร่มหรือหมวกไปด้วย และเนื่องจากเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ควรแต่งกายสุภาพและเดินชมด้วยความเคารพ เก็บเนื้อหาเชิงข้อเท็จจริงไว้ ไม่ต้องถกเรื่องการเมือง
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ได้เห็นบ้านไม้จริงที่โฮจิมินห์เคยพำนัก พร้อมข้าวของเครื่องใช้และยุ้งข้าวโบราณที่จำลองบรรยากาศยุคนั้น
- บรรยากาศร่มรื่นแบบบ้านสวน เงียบสงบ เดินชมสบาย ๆ ราวหนึ่งชั่วโมง เหมาะกับครอบครัวและคนชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
- อยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ต่อยอดเรียนรู้ประวัติชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามได้ในจุดเดียว
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 3.8 เต็ม 5 ส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศเงียบสงบและได้ความรู้
- เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เรียบง่าย เน้นเรื่องราวและบรรยากาศ ไม่ใช่จุดถ่ายรูปหวือหวา คนคาดหวังความอลังการอาจรู้สึกธรรมดา
- อยู่นอกตัวเมืองราวสามถึงสี่กิโลเมตร รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ามอเตอร์ไซค์
- ป้ายและคำบรรยายเน้นภาษาไทยกับเวียดนาม บางส่วนมีอังกฤษไม่ครบ อยากเข้าใจลึกควรหาข้อมูลไปก่อน
พระธาตุท่าอุเทน ริมโขง (อ.ท่าอุเทน) — ไหว้พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ ชมเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมริมแม่น้ำโขง
พระธาตุท่าอุเทนตั้งอยู่ในวัดพระธาตุท่าอุเทน ริมแม่น้ำโขงในเขตอำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวเมืองนครพนมขึ้นไปทางเหนือราว 26 กิโลเมตร องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมสอบขึ้นไปหายอด ทาสีขาวตัดกับยอดฉัตรสีทอง จุดที่คนพูดถึงกันมากคือทำเลริมโขง ยืนอยู่หน้าองค์พระธาตุแล้วมองข้ามแม่น้ำไปเห็นฝั่งลาวได้ชัด ช่วงเช้าแดดอ่อนหรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่แสงสวยและอากาศไม่ร้อนเกินไป ที่นี่ถือเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันศุกร์ตามความเชื่อพระธาตุประจำวันของภาคอีสาน จึงมีคนเกิดวันศุกร์ตั้งใจมาไหว้เป็นการเฉพาะ ควบคู่กับการเวียนไหว้พระธาตุองค์อื่นในเส้นทางสายศรัทธาริมโขงของนครพนม
เรื่องเล่าที่ผูกกับพระธาตุองค์นี้คือการจำลองรูปทรงมาจากพระธาตุพนม สร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ผ่านมาโดยพระอาจารย์สายวัดในท้องถิ่นร่วมกับชาวบ้าน ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและของมีค่าตามคติการสร้างพระธาตุ คนที่มาแล้วมักบอกว่าเสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศสงบและไม่พลุกพล่านเท่าพระธาตุพนม เดินชมรอบองค์ได้สบาย ๆ ใช้เวลาไม่นาน เหมาะแวะเป็นจุดหนึ่งระหว่างขับรถเลียบแม่น้ำโขงจากตัวเมืองขึ้นไปทางท่าอุเทนหรือบ้านแพง มากกว่าจะเป็นจุดหมายที่ต้องอยู่ทั้งวัน หากวางแผนดีสามารถไหว้พระธาตุพนม พระธาตุเรณู แล้วต่อมาที่ท่าอุเทนได้ในทริปเดียว
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมาคือ ที่นี่เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ไม่ใช่แหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์ สิ่งอำนวยความสะดวกจึงมีเท่าที่จำเป็น ร้านค้าและร้านอาหารรอบวัดมีไม่มาก ควรเติมน้ำมันและหาของกินจากตัวเมืองมาก่อน การเดินทางสะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อยและต้องต่อรถหลายทอด แดดกลางวันริมโขงค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย ควรเผื่อหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย ที่สำคัญคือเรื่องการแต่งกาย ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย งดกางเกงขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยวเมื่อเข้าเขตพุทธสถาน ถอดรองเท้าตามป้ายกำหนด และลดเสียงลงเพื่อรักษาบรรยากาศของการเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- เป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ ต่อยอดเส้นทางไหว้พระธาตุสายศรัทธาริมโขงของนครพนมได้ครบ
- ทำเลริมแม่น้ำโขงมองเห็นฝั่งลาว บรรยากาศสงบ เดินชมและถ่ายรูปได้สบายในเวลาไม่นาน
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา ไม่พลุกพล่านเท่าพระธาตุพนม เหมาะแวะระหว่างทาง
- องค์พระธาตุจำลองทรงมาจากพระธาตุพนม สถาปัตยกรรมและลวดลายน่าเดินชมสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์
- อยู่ห่างตัวเมืองราว 26 กม. รถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า และร้านอาหารรอบวัดมีน้อย ควรเตรียมน้ำ-ของกินไปก่อน
- แดดริมโขงกลางวันแรงและร่มเงาน้อย ต้องมีข้อกำหนดการแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเขตพุทธสถาน
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) — จุดข้ามแดนสู่ท่าแขก เดย์ทริปข้ามฝั่งโขง
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ทอดข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมจังหวัดนครพนมฝั่งไทยกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ของลาว เปิดใช้เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ตัวสะพานยาวราว 780 เมตร กว้าง 13 เมตร มีสองช่องจราจร ฝั่งไทยอยู่ที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม ห่างจากตัวเมืองราวสิบสองกิโลเมตร ตัวสะพานเองไม่ใช่จุดถ่ายรูปเก๋ ๆ แบบริมโขงกลางเมือง แต่คุณค่าของมันอยู่ที่การเป็นประตูข้ามแดนที่ทำให้การเที่ยวลาวฝั่งคำม่วนกลายเป็นเดย์ทริปที่ทำได้จริงจากนครพนม ใครพักในเมืองอยู่แล้วสามารถข้ามไปเดินตลาด ไหว้พระธาตุ และเดินเล่นเมืองท่าแขกแบบไปเช้าเย็นกลับได้ในวันเดียว หลายคนยังใช้เส้นทางนี้ต่อรถไปเวียดนามกลางและจีนตอนใต้ตามเส้นทาง R12 ด้วย
วิธีข้ามที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถบัสข้ามแดนที่วิ่งระหว่างสถานีขนส่งนครพนมกับสถานีขนส่งท่าแขกเป็นรอบ ๆ ตลอดวัน ค่าโดยสารหลักร้อยบาทต่อเที่ยว เพราะกฎของสะพานไม่อนุญาตให้เดินเท้าข้าม ต้องข้ามด้วยรถบัส รถยนต์ หรือรถรับจ้างเท่านั้น ขั้นตอนคือประทับตราออกที่ด่านฝั่งไทย นั่งรถข้ามสะพาน แล้วประทับตราเข้าที่ด่านฝั่งลาว จุดที่หลายคนสับสนคือรถวิ่งชิดซ้ายแบบไทยบนสะพาน แล้วค่อยสลับมาชิดขวาแบบลาวเมื่อถึงฝั่งโน้น ด่านทั้งสองฝั่งเปิดทำการทุกวันในช่วงเวลาโดยประมาณหกโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ควรเผื่อเวลาผ่านด่านฝั่งละราวครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงในวันที่คนเยอะ และควรข้ามแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเที่ยวท่าแขกและกลับเข้าฝั่งไทยก่อนด่านปิด
เรื่องเอกสารควรเตรียมให้พร้อมก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คนไทยใช้หนังสือเดินทางเข้าลาวและพำนักได้สามสิบวันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนชาวต่างชาติบางสัญชาติต้องขอวีซ่าที่ด่านฝั่งลาว ควรพกเงินสดทั้งเงินบาทและเงินกีบไว้จ่ายค่าธรรมเนียมและค่ารถ เพราะจุดกดเงินและร้านแลกเงินแถวด่านมีจำกัด ใครตั้งใจขับรถส่วนตัวข้ามไปเองต้องทำเอกสารศุลกากรทั้งขาออกฝั่งไทยและขาเข้าฝั่งลาว พร้อมซื้อประกันภัยรถที่คุ้มครองถึงลาวซึ่งหาซื้อได้ที่หน้าด่าน ขั้นตอนนี้กินเวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คนที่ไม่อยากยุ่งยากจึงนิยมจอดรถไว้ฝั่งไทยแล้วนั่งรถบัสข้ามไปมากกว่า อีกข้อที่ควรรู้คือเวลาเปิดปิดด่านและกฎการข้ามแดนปรับเปลี่ยนได้เป็นระยะ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดกับด่านหรือแหล่งข่าวทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลที่คนข้ามแดนหนาแน่นเป็นพิเศษ
- เป็นประตูข้ามแดนที่ทำให้เที่ยวเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ลาว แบบเดย์ทริปไปเช้าเย็นกลับจากนครพนมได้จริง
- มีรถบัสข้ามแดนวิ่งระหว่างสถานีขนส่งนครพนมกับท่าแขกเป็นรอบตลอดวัน ค่าโดยสารหลักร้อยบาท ไม่ต้องนำรถข้ามเอง
- คนไทยใช้แค่หนังสือเดินทางข้ามได้ พำนักในลาวได้ 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
- ยังใช้เป็นเส้นทางต่อรถไปเวียดนามกลางและจีนตอนใต้ตามเส้นทาง R12 ได้ เหมาะกับคนวางทริปข้ามหลายประเทศ
- เดินเท้าข้ามสะพานไม่ได้ ต้องข้ามด้วยรถบัส รถยนต์ หรือรถรับจ้างเท่านั้น
- ด่านอยู่นอกเมืองราว 12 กม. และต้องเผื่อเวลาผ่านด่านฝั่งละราวครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงในวันที่คนเยอะ ด่านปิดราวสี่ทุ่ม
- นำรถส่วนตัวข้ามต้องทำเอกสารศุลกากรและซื้อประกันภัยรถที่คุ้มครองถึงลาว มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีกทั้งเวลาเปิดปิดและกฎข้ามแดนปรับเปลี่ยนได้ ควรเช็กล่าสุดก่อนไป
วัดนักบุญอันนา หนองแสง (โบสถ์คริสต์เก่าริมโขง)
วัดนักบุญอันนา หนองแสง เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกเก่าแก่ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กหนึ่งของนครพนม ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำโขงบนถนนสุนทรวิจิตร ถนนเลียบแม่น้ำที่คนมาเดินเล่นรับลมเย็นตอนเย็น ตัวโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926 โดยบาทหลวงเอดัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ในสมัยนั้น จุดที่หลายคนประทับใจคืองานสถาปัตยกรรมทรงยุโรปที่ผสมกลิ่นอายท้องถิ่น มีหอคอยสูง ซุ้มโค้ง และหน้าต่างทรงยาวที่ให้แสงลอดเข้ามาในตัวอาคาร โบสถ์แห่งนี้ยังเป็นภาพสะท้อนของเมืองนครพนมที่มีคนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันมานาน ทั้งคนไทย คนญวน คนจีน และคนลาว ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปสวย แต่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ค่อย ๆ อ่านไปด้วย
เสน่ห์ของการมาที่นี่อยู่ที่บรรยากาศสงบและทำเลริมโขงที่เดินต่อได้สบาย จากตัวโบสถ์เดินเลียบแม่น้ำไปเจอหอนาฬิกา ตลาดริมโขง และจุดชมวิวฝั่งลาวได้ในระยะไม่ไกล ช่วงเช้ากับช่วงเย็นแสงจะนุ่มและเหมาะกับการถ่ายรูปตัวอาคารมากที่สุด หลายคู่เลือกที่นี่เป็นฉากถ่ายพรีเวดดิ้งเพราะผนังสีขาวครีมและซุ้มโค้งเข้ากับภาพได้ง่าย ด้านในโบสถ์เปิดให้เข้าไปนั่งพักและไหว้ได้ในเวลาที่ไม่มีพิธี บรรยากาศเงียบและเย็นสบาย เข้าชมฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม มีที่จอดรถ ทำให้เป็นจุดแวะที่ใส่ไว้ในทริปเที่ยวเมืองนครพนมได้ง่ายโดยไม่ต้องวางแผนอะไรมาก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นศาสนสถานที่ยังใช้ประกอบพิธีจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ จึงควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยเบา ๆ และหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปหรือส่งเสียงดังรบกวนช่วงที่มีมิสซาหรือพิธีทางศาสนา ถ้าอยากเข้าชมด้านในควรเช็กเวลาพิธีของโบสถ์ก่อน เพราะบางช่วงประตูอาจปิดหรือจำกัดการเข้า ตัวโบสถ์ผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง หลังเดิมเคยได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดสมัยกรณีพิพาทอินโดจีน สภาพที่เห็นทุกวันนี้จึงเป็นอาคารที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ ไม่ใช่ของดั้งเดิมทั้งหมด ช่วงเทศกาลคริสต์มาสรอบโบสถ์จะประดับดาวและไฟสวยเป็นพิเศษ คนจะเยอะกว่าปกติ ใครอยากได้ภาพเงียบ ๆ คนน้อยแนะนำให้มาช่วงเช้าวันธรรมดา
- สถาปัตยกรรมโบสถ์คริสต์เก่าทรงยุโรปสวยแปลกตา มีหอคอยและซุ้มโค้งที่ถ่ายรูปออกมาสวยทั้งเช้าและเย็น
- ทำเลริมแม่น้ำโขงกลางเมือง เดินต่อไปหอนาฬิกา ตลาดริมโขง และจุดชมวิวฝั่งลาวได้ง่าย
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีที่จอดรถ แวะได้สะดวกในทริปเที่ยวเมืองนครพนม
- บรรยากาศสงบร่มเย็น มีเรื่องราวประวัติศาสตร์คนหลายเชื้อชาติของเมืองให้ศึกษาไปด้วย
- เป็นศาสนสถานที่ยังใช้ประกอบพิธี ต้องแต่งกายสุภาพและเลี่ยงถ่ายรูป/ส่งเสียงดังช่วงมีมิสซา
- อาคารที่เห็นเป็นของบูรณะใหม่ ไม่ใช่ของดั้งเดิมทั้งหมด เพราะหลังเดิมเคยเสียหายจากสงคราม
- จุดหลักคือการชมด้านนอกและถ่ายรูป ใช้เวลาไม่นาน คนที่ไม่ชอบสถาปัตยกรรมอาจรู้สึกว่าเที่ยวได้ไว
ตลาดอินโดจีน ริมโขง นครพนม (ของฝากไทย-ลาว-เวียดนาม) — Indochina Market ริมแม่น้ำโขง
ตลาดอินโดจีนริมโขงเป็นย่านซื้อของฝากใจกลางเมืองนครพนมที่วางตัวเลียบเขื่อนริมแม่น้ำโขงบนถนนสุนทรวิจิตร เดินได้ต่อเนื่องกับลานพญาศรีสัตตนาคราชและหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ชื่อ อินโดจีน มาจากสินค้าที่ขายซึ่งผสมกันสามชาติ ทั้งของไทย ของลาว และของเวียดนาม เพราะนครพนมอยู่ตรงข้ามเมืองท่าแขกของลาวพอดี ในตลาดจึงมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผ้าทอ ของแห้ง ขนมลาว กาแฟและของกินเวียดนาม รวมถึงเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดราคาย่อมเยาให้เลือกหยิบ จุดที่ทำให้คนแวะกันเยอะคือได้เดินเล่นริมโขงไปพร้อมกับเลือกซื้อของ ไม่ต้องข้ามด่านไปฝั่งลาวก็ได้ของแบบชายแดนติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ช่วงเวลาที่ตลาดคึกคักที่สุดคือบ่ายแก่ถึงค่ำ เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่คนออกมาเดินริมโขงรับลมเย็นและรอชมพระอาทิตย์ตกเหนือแม่น้ำ หลายคนจัดโปรแกรมเป็นเดินตลาดซื้อของฝากก่อน แล้วต่อด้วยถ่ายรูปกับองค์พญาศรีสัตตนาคราชที่อยู่ติดกัน จบด้วยมื้อเย็นร้านริมโขงหรือของกินเล่นตามแผงในตลาด สินค้าที่คนนิยมซื้อกลับมีทั้งเสื้อยืดลายนครพนม ผ้าทอมือ ของแห้งอย่างหมูยอ แหนม กุนเชียง กาแฟเวียดนาม และขนมพื้นบ้าน ราคาส่วนใหญ่ไม่แพงและต่อรองได้บ้างในบางแผง เข้าตลาดไม่เสียค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อ จึงเป็นจุดแวะที่ยืดหยุ่นตามงบ จะเดินดูเฉย ๆ หรือกวาดของฝากยกกระเป๋าก็ได้ทั้งนั้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือสินค้าหลายอย่างเป็นของทั่วไปที่หาได้ตามตลาดชายแดนอื่น ๆ ไม่ได้แปลกใหม่ทั้งหมด ควรเทียบราคาและคุณภาพก่อนซื้อ โดยเฉพาะเสื้อผ้าและกระเป๋าที่งานอาจไม่ประณีตนัก ข้อสองคือแผงค้าไม่ได้เปิดครบทุกวันเท่ากัน วันธรรมดาช่วงกลางวันบางแผงยังไม่เปิดหรือของน้อย ถ้าอยากเห็นตลาดเต็มรูปแบบควรไปช่วงเย็นหรือวันหยุด ข้อสามคือทางเดินริมโขงช่วงเย็นคนเยอะและแดดยังแรงในหน้าร้อน ควรเตรียมหมวกหรือร่มและดื่มน้ำให้พอ ข้อสี่คือของกินสดหรือของแช่เย็นอย่างหมูยอและของหมักดอง ควรถามวันผลิตและเลือกร้านที่เก็บรักษาดีก่อนซื้อกลับไกล ๆ และควรพกเงินสดย่อยไว้ เพราะแผงเล็กหลายเจ้ายังไม่รับโอนหรือบัตร
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อ เดินดูเฉย ๆ หรือกวาดของฝากก็ได้ตามงบ
- รวมสินค้าไทย-ลาว-เวียดนามไว้ที่เดียว ได้ของแบบชายแดนติดมือกลับโดยไม่ต้องข้ามด่านไปฝั่งลาว
- ทำเลริมแม่น้ำโขงใจกลางเมือง เดินต่อเนื่องกับลานพญาศรีสัตตนาคราชและหอนาฬิกาเวียดนาม ชมพระอาทิตย์ตกได้
- สินค้าราคาย่อมเยา ต่อรองได้บ้าง มีทั้งเสื้อผ้า ผ้าทอ ของแห้ง หมูยอ กาแฟเวียดนาม และของกินเล่น
- สินค้าหลายอย่างเป็นของทั่วไปที่หาได้ตามตลาดชายแดนอื่น งานเสื้อผ้าและกระเป๋าอาจไม่ประณีต ควรเทียบก่อนซื้อ
- แผงค้าเปิดไม่ครบทุกวันเท่ากัน วันธรรมดากลางวันบางแผงยังไม่เปิดหรือของน้อย ควรไปช่วงเย็นหรือวันหยุด
- ทางเดินริมโขงช่วงเย็นคนเยอะและแดดยังแรงในหน้าร้อน แผงเล็กหลายเจ้ายังไม่รับโอนหรือบัตร ต้องพกเงินสด
เที่ยวนครพนม พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักริมโขงวิวแม่น้ำ-ภูเขาลาว หรือโรงแรมในเมืองใกล้พญาศรีสัตตนาคราช เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ที่พักริมโขงเต็มไวช่วงออกพรรษา (ไหลเรือไฟ) และหน้าหนาว จองล่วงหน้าจะสะดวกกว่า
💡 รู้ก่อนเที่ยวนครพนม
ถนนเลียบโขงและองค์พญาศรีสัตตนาคราชชมวิวสวยช่วงเช้าและเย็น มองเห็นทิวเขาฝั่งลาว อากาศดีสุดหน้าหนาว มีร้านอาหาร-คาเฟ่ริมโขง
พระธาตุพนมอยู่ที่อำเภอธาตุพนม ห่างจากตัวเมืองราว 50 กิโล ควรเผื่อเวลาเดินทาง แต่งกายสุภาพ งานนมัสการพระธาตุพนมช่วงเดือน 3 คนเยอะมาก
งานประเพณีไหลเรือไฟริมโขงจัดช่วงออกพรรษา (ราวเดือน ต.ค.) เป็นไฮไลต์ที่สวยและคนเยอะมาก ควรจองที่พักริมโขงล่วงหน้าหลายเดือน
อำเภอเรณูนครมีวิถีชนเผ่าผู้ไทย ผ้าทอ การฟ้อนผู้ไทย และวัดพระธาตุเรณู อยู่ห่างตัวเมือง ควรเผื่อเวลาและสอบถามวันมีการแสดง
จัดทริปนครพนมยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — สักการะพญาศรีสัตตนาคราช เดินเลียบโขง ชมบ้านเก่าฝรั่งเศส-เวียดนาม เย็นชิลริมโขง วันที่สองไปพระธาตุพนมและแวะเรณูนครชมวิถีผู้ไทย ถ้ามาช่วงออกพรรษาเผื่อคืนดูไหลเรือไฟ นครพนมรวมทริปกับสกลนคร-มุกดาหารได้
พร้อมเที่ยวนครพนมแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักริมโขงก่อนเลย
ดูที่พักนครพนม →