🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
นครสวรรค์เป็นเมืองรอยต่อภาคกลาง-เหนือ รู้จักในชื่อปากน้ำโพซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำปิงและน่านไหลมาบรรจบเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ไฮไลต์คือบึงบอระเพ็ดบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของไทยที่ล่องเรือชมนกและพระอาทิตย์ตกได้ วัดคีรีวงศ์บนเขาที่มีเจดีย์และจุดชมวิวเมือง เขาหน่อ-เขาแก้วที่มีถ้ำและฝูงลิง และวัฒนธรรมไทย-จีนที่เข้มข้นกับงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ (มังกรทอง)
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป บึงบอระเพ็ดดูนกดีสุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ที่นกอพยพมามาก งานแห่มังกรทองจัดช่วงตรุษจีนที่คึกคักและคนเยอะเป็นพิเศษ ควรเผื่อที่พักล่วงหน้า
ล่องเรือบึงบอระเพ็ด — ดูนกน้ำ ชมทะเลบัว และพระอาทิตย์ตก (บึงน้ำจืดใหญ่ที่สุดของไทย)
บึงบอระเพ็ดคือบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของไทย กินพื้นที่คร่อมสามอำเภอของนครสวรรค์ และเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องนกน้ำ การล่องเรือชมบึงจึงเป็นกิจกรรมหลักที่คนมาถึงนครสวรรค์มักไม่พลาด เรือจะพาออกจากท่าฝั่งเขตห้ามล่าฯ ใกล้อุทยานนกน้ำและอควาเรียม แล่นเลาะไปตามผืนน้ำกว้างที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้ากับพืชน้ำ ระหว่างทางจะได้เห็นวิถีชาวประมงที่วางลอบวางอวนหากินกับบึงมาหลายชั่วอายุคน บรรยากาศเงียบสงบต่างจากแหล่งเที่ยวทะเลที่คนแน่น เหมาะกับคนที่อยากพักสายตาและได้อยู่กับธรรมชาติจริง ๆ
ไฮไลต์ของการล่องเรือขึ้นกับช่วงเวลาที่ไป รอบเช้ามืดถึงสายเหมาะกับการดูนก เพราะนกน้ำออกหากินและทะเลบัวสายพันธุ์ต่าง ๆ จะบานรับแดดอ่อน ส่วนรอบเย็นเป็นช่วงชมพระอาทิตย์ตกที่ค่อย ๆ จมลงหลังผืนน้ำกว้าง แสงทองสะท้อนผิวบึงเป็นภาพที่สายถ่ายรูปตามล่ากัน หน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงพีคที่สุด เพราะมีนกอพยพหนีหนาวมาลงจำนวนมาก ทั้งเป็ดแดง นกปากห่าง นกกาน้ำ และนกอีกหลายชนิดที่คนดูนกตั้งใจมาส่อง ค่าเรือคิดเป็นแบบเหมาลำเล็กหารกันในกลุ่ม หรือเป็นเรือใหญ่แบบต่อคนตามจุดบริการ จองหรือติดต่อล่วงหน้าได้ที่ท่าเรือและผ่านผู้ให้บริการทัวร์ในพื้นที่ ควรถามให้ชัดว่ารอบนั้นพาไปจุดไหนบ้างและใช้เวลากี่ชั่วโมง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือบึงเป็นแหล่งธรรมชาติจริง สิ่งที่จะได้เห็นขึ้นกับฤดูและดวงมาก ถ้าไปนอกหน้าหนาวหรือช่วงน้ำมาก นกและบัวอาจน้อยกว่าที่คาด บางรีวิวไปเจอวันที่บัวยังไม่บานหรือนกบางตา อย่างที่สองคือกลางบึงไม่มีร่มเงา แดดแรงและลมพัดตลอด ควรเตรียมหมวก ครีมกันแดด และแว่นกันแดดไปด้วย รอบเช้าและเย็นจะสบายตัวกว่ารอบกลางวัน อย่างที่สามคือเรือเล็กโคลงตามคลื่นลม คนที่กลัวน้ำหรือพาเด็กเล็กควรสวมเสื้อชูชีพและถามคนขับเรื่องความปลอดภัยก่อนออก และควรพกกล้องหรือเลนส์ซูมถ้าตั้งใจมาดูนก เพราะนกมักอยู่ไกลเกินกว่าจะถ่ายด้วยมือถือให้ชัด วางแผนเวลาให้ตรงกับรอบเช้าหรือรอบเย็นจะได้ภาพและบรรยากาศที่คุ้มค่าที่สุด
- ได้ล่องบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของไทย บรรยากาศเงียบสงบ ผืนน้ำกว้าง เห็นวิถีชาวประมงและธรรมชาติแบบใกล้ชิด
- หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) มีนกอพยพลงจำนวนมาก ทั้งเป็ดแดง นกปากห่าง นกกาน้ำ เหมาะกับคนดูนกและสายถ่ายรูป
- เลือกรอบได้ตามสไตล์ รอบเช้าดูนกและทะเลบัวบาน รอบเย็นชมพระอาทิตย์ตกเหนือบึง
- ค่าเรือไม่แพง เหมาลำเล็กหารกันในกลุ่มได้ อยู่ใกล้อุทยานนกน้ำและอควาเรียมที่แวะต่อได้ในทริปเดียว
- สิ่งที่จะได้เห็นขึ้นกับฤดูมาก นอกหน้าหนาวหรือช่วงน้ำมาก นกและบัวอาจน้อยกว่าที่คาด
- กลางบึงไม่มีร่มเงา แดดแรงและลมพัดตลอด รอบกลางวันจะร้อน ต้องเตรียมหมวกและครีมกันแดด
- เรือเล็กโคลงตามคลื่นลม คนกลัวน้ำหรือพาเด็กเล็กควรสวมชูชีพ และนกมักอยู่ไกลเกินถ่ายด้วยมือถือ
พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา (ปากน้ำโพ)
พาสานเป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ตรงจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกันแล้วกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ย่านปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ตัวอาคารออกแบบเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยรูปทรงโค้งลื่นไหลคล้ายสายน้ำสองสายที่มาพันเกลียวเข้าหากัน สื่อถึงการรวมตัวของปิงและน่านเป็นเจ้าพระยา จุดนี้ถือเป็นหมุดหมายทางภูมิศาสตร์ที่คนไทยรู้จักในชื่อ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา และกลายเป็นแลนด์มาร์กประจำเมืองที่คนแวะมาถ่ายรูปและเดินเล่นริมน้ำกันมาก จุดเด่นคือเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าบัตร เดินขึ้นไปบนตัวอาคารเพื่อมองวิวจุดบรรจบของแม่น้ำได้แบบเต็มตา เหมาะกับคนที่แวะผ่านนครสวรรค์แล้วอยากได้จุดเช็กอินสวย ๆ ที่มีเรื่องราวของเมืองอยู่เบื้องหลัง
มุมที่คนนิยมถ่ายคือมุมที่เห็นเส้นสายโค้งของตัวอาคารตัดกับสายน้ำและท้องฟ้า ช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุดคือช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแดดไม่แรงและได้แสงสีทองนวลลงบนผิวน้ำ รอบ ๆ พาสานยังมีทางเดินริมน้ำให้เดินเล่นต่อ มองเห็นวิถีชีวิตริมแม่น้ำของชาวปากน้ำโพ เรือประมงเล็ก ๆ และบรรยากาศเมืองริมน้ำแบบสบาย ๆ หลายคนจับคู่การมาพาสานกับการแวะตลาดปากน้ำโพ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม หรือชิมของกินขึ้นชื่อของเมืองอย่างก๋วยเตี๋ยวปากน้ำโพในทริปเดียวกัน เพราะทุกจุดอยู่ในย่านเดียวกันและขับรถถึงกันไม่กี่นาที ทำให้เที่ยวได้ครบในครึ่งวัน
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือตัวอาคารเป็นพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างจัดและร้อน พื้นและราวจับอาจร้อนเมื่อโดนแดดนาน ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยงวันและเตรียมหมวก แว่นกันแดด กับน้ำดื่มติดตัวไว้ วันหยุดและช่วงเทศกาลคนจะเยอะ ถ้าอยากได้ภาพที่คนไม่พลุกพล่านให้มาช่วงเช้าของวันธรรมดา สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและร้านอาหารในตัวจุดชมวิวมีไม่มาก จึงควรหาของกินจากย่านตลาดปากน้ำโพที่อยู่ใกล้กันแทน การเดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัวและมีที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง ส่วนคนที่มาด้วยรถสาธารณะสามารถต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากในเมืองได้ ใช้เวลาเดินชมและถ่ายรูปไม่นานก็ครบ จึงเหมาะเป็นจุดแวะเสริมระหว่างเที่ยวเมืองนครสวรรค์มากกว่าเป็นจุดหมายที่ใช้เวลาทั้งวัน
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร ได้จุดเช็กอินสวยที่มีเรื่องราวต้นแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่เบื้องหลัง
- สถาปัตยกรรมร่วมสมัยรูปทรงโค้งลื่นไหล ถ่ายรูปได้หลายมุม เห็นจุดบรรจบปิง-น่านชัดเจน
- อยู่ในย่านปากน้ำโพ จับคู่กับตลาด ศาลเจ้า และร้านของกินขึ้นชื่อได้ในทริปเดียว
- ใช้เวลาไม่นาน เหมาะเป็นจุดแวะเสริมระหว่างเที่ยวเมืองนครสวรรค์ เที่ยวได้ทุกวัย
- เป็นพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางวันแดดจัดและร้อน พื้น-ราวจับอาจร้อนเมื่อโดนแดดนาน
- ร้านค้าและร้านอาหารในตัวจุดชมวิวมีน้อย ต้องหาของกินจากย่านตลาดใกล้เคียงแทน
- วันหยุดและช่วงเทศกาลคนเยอะ อยากได้ภาพคนน้อยต้องมาช่วงเช้าวันธรรมดา
วัดคีรีวงศ์ — พระจุฬามณีเจดีย์ + จุดชมวิวเมืองปากน้ำโพบนเขา (Wat Khiriwong, เขาดาวดึงส์ อ.เมืองนครสวรรค์)
วัดคีรีวงศ์ตั้งอยู่เชิงเขาดาวดึงส์ในตัวเมืองนครสวรรค์ ห่างจากย่านปากน้ำโพแค่ไม่กี่นาที จุดที่คนขึ้นไปกันเยอะคือพระจุฬามณีเจดีย์ เจดีย์สีทองทรงระฆังองค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา ภายในเจดีย์แบ่งเป็นหลายชั้น มีพระพุทธรูปประจำวันเกิดและพระประธานให้กราบไหว้ ขึ้นบันไดวนไปด้านบนสุดจะเจอระเบียงที่มองเห็นเมืองนครสวรรค์ได้รอบทิศ ทั้งย่านตลาดปากน้ำโพ แม่น้ำ และบึงบอระเพ็ดไกล ๆ เป็นวัดที่รวมทั้งการทำบุญและการชมวิวเมืองไว้ในที่เดียว จึงเป็นหมุดที่คนมานครสวรรค์มักแวะกันก่อนหรือหลังเที่ยวจุดอื่นในเมือง
เสน่ห์ของที่นี่คือวิวมุมสูงที่หาได้ไม่บ่อยในเมืองนครสวรรค์ ปากน้ำโพเป็นจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา การได้ขึ้นไปยืนบนลานเจดีย์แล้วมองลงมาเห็นเส้นแม่น้ำสองสายกับผังเมืองด้านล่างจึงเป็นภาพที่หลายคนประทับใจ ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกแสงจะนวลและอากาศเย็นลง เหมาะกับการถ่ายรูปและนั่งรับลมมากที่สุด ตัวเจดีย์ปิดทองทั้งองค์ เวลาแดดกระทบจะเห็นประกายทองตัดกับท้องฟ้า ด้านล่างวัดยังมีวิหารและศาลาให้เดินไหว้พระต่อได้ ใครขับรถมาเองก็สะดวก เพราะมีถนนขึ้นไปถึงลานจอดใกล้เจดีย์ ไม่ต้องเดินเท้าขึ้นเขาทั้งหมด
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นวัดและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก และถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตในตัวเจดีย์ตามป้ายบอก ข้อสองคือทางขึ้นเป็นเขา ถ้าเลือกเดินขึ้นบันไดจะมีหลายขั้นและค่อนข้างชันในบางช่วง คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุมาควรขับรถขึ้นไปจอดด้านบนจะสบายกว่า ข้อสามคือช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน เพราะลานเจดีย์เป็นที่โล่ง ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย หรือเลี่ยงมาช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นกว่า ข้อสี่คือเป็นวัดของคนในพื้นที่ วันพระและวันหยุดยาวคนจะเยอะเป็นพิเศษ ที่จอดรถด้านบนอาจเต็ม เผื่อเวลาและเผื่อใจไว้หน่อยจะเที่ยวได้สบายกว่า
- ไหว้พระจุฬามณีเจดีย์และชมวิวเมืองปากน้ำโพกับต้นแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาได้ในที่เดียว
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา และมีถนนขับรถขึ้นไปถึงลานจอดใกล้เจดีย์ ไม่ต้องเดินขึ้นเขาทั้งหมด
- อยู่ในตัวเมือง ห่างย่านปากน้ำโพแค่ไม่กี่นาที แวะก่อนหรือหลังเที่ยวจุดอื่นได้ง่าย
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 หลายคนชมว่าวิวเมืองมุมสูงสวยและคุ้มค่าที่ขึ้นไป
- เป็นวัดบนเขา ถ้าเลือกเดินขึ้นบันไดจะมีหลายขั้นและชันบางช่วง คนเข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุควรขับรถขึ้น
- ลานเจดีย์เป็นที่โล่ง ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรเตรียมหมวก แว่น และน้ำดื่มหรือเลี่ยงมาตอนเช้า-เย็น
- ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าในเขตเจดีย์ วันพระและวันหยุดยาวคนเยอะ ที่จอดด้านบนอาจเต็ม
เขาหน่อ-เขาแก้ว (ถ้ำ-วัด-ฝูงลิง อ.บรรพตพิสัย นครสวรรค์)
เขาหน่อ-เขาแก้วเป็นกลุ่มยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาที่ตั้งเด่นกลางทุ่งนาในอำเภอบรรพตพิสัย เหนือตัวเมืองนครสวรรค์ขึ้นไปราว 45 กิโลเมตร จุดเด่นคือมองเห็นได้ชัดจากถนนพหลโยธินช่วงนครสวรรค์ไปกำแพงเพชร จึงกลายเป็นจุดแวะพักยอดนิยมของคนที่ขับรถผ่านสายเหนือ ไม่ต้องออกนอกเส้นทางไกล ที่เชิงเขามีวัดเขาหน่อกับถ้ำหินปูนให้เข้าไปไหว้พระและชมหินงอกหินย้อย บรรยากาศร่มรื่นด้วยเงาเขาและต้นไม้ใหญ่ ใครมีแรงก็เดินขึ้นบันไดไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นทุ่งนาไร่สวนของชาวบ้านทอดยาวสุดสายตา ส่วนคนที่อยากแวะสั้น ๆ ก็เดินเล่นหน้าเขา ให้อาหารลิง และเก็บภาพภูเขาหินปูนได้ในเวลาไม่นาน เข้าชมฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนตั้งใจมาถึงตอนเย็นคือฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลที่อาศัยอยู่ในถ้ำ พอตะวันใกล้ลับฟ้าราวห้าโมงเย็นถึงหกโมง ค้างคาวจะทยอยบินออกจากปากถ้ำเป็นสายยาวต่อเนื่องกันเป็นหมื่นเป็นแสนตัว พาดผ่านท้องฟ้ายามพลบค่ำเป็นภาพที่หาดูได้ไม่บ่อยในภาคกลาง หลายคนนำเก้าอี้หรือเสื่อมานั่งรอชมกันเป็นเรื่องเป็นราว อีกเสน่ห์คือฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่หน้าเขาและบริเวณลานวัด มีแม่ค้าขายข้าวโพดและอาหารลิงให้ซื้อไปป้อน เด็ก ๆ มักชอบเพราะได้ใกล้ชิดสัตว์ บนหน้ารีวิว Tripadvisor เขาหน่อ-เขาแก้วได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 แม้จำนวนรีวิวจะยังไม่มาก (ราว 17 ราย) แต่เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นจุดแวะที่คุ้มค่ากับการหยุดพัก ได้เห็นทั้งถ้ำ วัด ลิง และค้างคาวในที่เดียว
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกและสำคัญที่สุดคือเรื่องลิง ฝูงลิงที่นี่คุ้นคนและค่อนข้างซน มักฉวยถุงอาหาร แว่นตา หมวก มือถือ หรือของที่ถือหลวม ๆ ในมือ ควรเก็บของมีค่าใส่กระเป๋าที่ปิดมิดชิด ไม่ถือถุงพลาสติกเดินโชว์ ไม่หยอกล้อหรือจ้องตาลิงตรง ๆ และระวังเป็นพิเศษถ้าพาเด็กเล็กไปด้วย ข้อสองคือการปีนขึ้นยอดเขาต้องเดินบันไดที่ค่อนข้างชันและใช้แรง ช่วงหน้าฝนขั้นบันไดและทางเดินลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่มไป ข้อสามคือถ้าตั้งใจมาดูค้างคาว ต้องมาให้ทันช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกและเผื่อเวลาเดินทางกลับในที่มืด เพราะบริเวณนี้เป็นถนนต่างจังหวัดที่ไฟทางไม่มาก และควรเตรียมยากันยุงเพราะช่วงเย็นริมเขามียุงพอสมควร
- จุดแวะเดียวได้หลายอย่าง ทั้งไหว้พระในถ้ำหินปูน ให้อาหารฝูงลิง และรอดูค้างคาวนับหมื่นบินออกตอนเย็น
- อยู่ริมถนนพหลโยธินสายนครสวรรค์–กำแพงเพชร มองเห็นภูเขาชัดจากถนน แวะง่ายไม่ต้องออกนอกเส้นทางไกล
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม เหมาะกับครอบครัวและสายชิลที่อยากพักขาระหว่างทางแบบไม่เสียเงินมาก
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 หลายคนชมว่าเป็นจุดแวะที่คุ้มค่ากับการหยุดพัก
- ฝูงลิงคุ้นคนและซน มักฉวยแว่น หมวก มือถือ และถุงอาหาร ต้องเก็บของมีค่าให้มิดชิดและระวังเป็นพิเศษถ้าพาเด็กเล็ก
- การปีนขึ้นยอดเขาต้องเดินบันไดชันและใช้แรง หน้าฝนทางลื่น ต้องใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่ม
- ค้างคาวออกเฉพาะช่วงเย็นก่อนค่ำ ต้องมาให้ทันเวลาและเผื่อเดินทางกลับในที่มืดบนถนนที่ไฟทางน้อย อีกทั้งจำนวนรีวิวออนไลน์ยังไม่มาก
วัดวรนาถบรรพต (เขากบ) — โบราณสถานสมัยสุโขทัย + จุดชมวิวเมืองนครสวรรค์
วัดวรนาถบรรพต หรือที่คนนครสวรรค์เรียกติดปากว่าวัดกบหรือวัดเขากบ เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทั้งเชิงเขาและยอดเขากบกลางเมือง ตัววัดมีประวัติย้อนไปถึงสมัยสุโขทัย จุดที่คนแวะกันเยอะคือของเก่าบนยอดเขา ทั้งเจดีย์ทรงเก่าที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธไสยาสน์ และอุโบสถหลังเก่าที่มีรูปปั้นตากบยายเขียดตามตำนานท้องถิ่น เสน่ห์ของที่นี่คือได้ทั้งไหว้พระ เดินดูโบราณสถาน และขึ้นไปชมวิวเมืองนครสวรรค์กับแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงต้นน้ำแบบกว้างสุดตาในที่เดียว เพราะยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลราวร้อยแปดสิบห้าเมตร มองลงมาเห็นตัวเมืองและทุ่งรอบ ๆ ได้ชัด
การขึ้นเขากบทำได้สองทาง ทางแรกคือเดินขึ้นบันไดที่มีอยู่ราวสี่ร้อยสามสิบเจ็ดขั้น เหมาะกับคนที่อยากออกกำลังไปในตัวและถ่ายรูประหว่างทาง อีกทางคือถนนราดยางที่ขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปจอดด้านบนได้เลย สะดวกสำหรับคนพาผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กไปด้วย วัดอยู่ในตัวเมืองนครสวรรค์ เดินทางง่าย จะเช่ารถ เรียกรถ หรือขี่มอเตอร์ไซค์จากในเมืองก็ถึงในไม่กี่นาที หลายคนจัดวัดนี้ไว้ในทริปวันเดียวคู่กับจุดชมวิวอื่นของนครสวรรค์อย่างเขาคีรีวงศ์และหอชมเมือง เพราะอยู่ไม่ไกลกัน วนไหว้พระและเก็บวิวได้ครบในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน เข้าวัดไม่มีค่าเข้า จะทำบุญตามศรัทธาหรือหยอดตู้บำรุงวัดก็แล้วแต่สะดวก
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือถ้าเลือกเดินบันได สี่ร้อยกว่าขั้นถือว่าเหนื่อยพอตัวโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่แดดแรงและอากาศร้อน คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรใช้ทางรถขึ้นแทน อย่างที่สองคือเป็นเขากลางเมืองที่มีต้นไม้และซอกหิน บางช่วงมีลิงและควรระวังของกินหรือของมีค่าในมือ อย่างที่สามคือเป็นวัด จึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และสำรวมเสียงเวลาอยู่ในเขตอุโบสถและวิหาร ช่วงเวลาที่ไปสบายที่สุดคือตอนเช้าหรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกที่แดดไม่แรงและวิวเมืองสวย เตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เดินขึ้นบันไดถนัดไปด้วย ถ้าไปหน้าฝนบันไดและพื้นหินอาจลื่น ควรเดินระวังเป็นพิเศษ
- ได้ครบในที่เดียว ทั้งไหว้พระ เดินดูโบราณสถานสมัยสุโขทัย และชมวิวเมืองนครสวรรค์แบบกว้างสุดตาจากยอดเขา
- มีของเก่าให้ดูหลายอย่าง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธไสยาสน์ และอุโบสถเก่าตามตำนานตากบยายเขียด
- ขึ้นได้สองทาง เดินบันได 437 ขั้นสำหรับสายออกกำลัง หรือขับรถขึ้นถึงยอดสำหรับคนพาผู้ใหญ่และเด็กเล็ก
- อยู่กลางเมืองเดินทางง่าย ไม่มีค่าเข้า และจัดคู่กับจุดชมวิวอื่นอย่างเขาคีรีวงศ์และหอชมเมืองได้ในทริปวันเดียว
- ถ้าเลือกเดินบันได 437 ขั้นถือว่าเหนื่อยพอตัว โดยเฉพาะกลางวันที่แดดแรง คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุควรใช้ทางรถแทน
- เป็นเขากลางเมืองที่มีลิง ต้องระวังของกินและของมีค่าในมือ
- เป็นวัด ต้องแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าและสำรวม หน้าฝนบันไดกับพื้นหินอาจลื่น ต้องเดินระวัง
อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด (อควาเรียมปลาน้ำจืด + อุโมงค์ปลา)
อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตั้งอยู่ริมบึงบอระเพ็ด ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคกลาง ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปเรือกระแชงยาวราว 105 เมตร กว้าง 35.5 เมตร ข้างในเป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่รวบรวมปลาน้ำจืดของไทยไว้เยอะพอสมควร มีทั้งปลาท้องถิ่นในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปลาหายาก และปลาจากต่างประเทศ จัดแสดงในตู้กระจกมากกว่า 33 ตู้ ไฮไลต์คืออุโมงค์ปลาน้ำจืดยาวราว 24 เมตร ที่เดินลอดเข้าไปแล้วเห็นฝูงปลาว่ายอยู่รอบตัวทั้งด้านข้างและเหนือหัว เด็ก ๆ มักตื่นเต้นกับช่วงนี้มากที่สุด บางรอบยังมีนักประดาน้ำลงไปให้อาหารปลาในตู้ใหญ่ให้ได้ดูกันด้วย
จุดที่ทำให้ที่นี่เหมาะกับครอบครัวคือค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับอควาเรียมในเมืองใหญ่ เดินชมสบาย ๆ ในอาคารที่หลบแดดได้ ใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะจะแวะต่อจากการล่องเรือหรือชมนกที่บึงบอระเพ็ด เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คนที่ชอบถ่ายรูปจะได้มุมสวยในอุโมงค์ปลาและตู้ที่จัดแสงไว้ ส่วนคนที่พาผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กมาก็เดินได้ไม่เหนื่อยเพราะเส้นทางในอาคารไม่ยาวและไม่มีบันไดชันมาก จุดนี้ทำให้หลายคนมองว่าเป็นที่แวะพักเที่ยวในเมืองนครสวรรค์ที่คุ้มค่าเงินและคุ้มเวลา
สิ่งที่อยากให้เผื่อใจไว้ตามตรงคือ ที่นี่เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ปรับปรุงใหม่บ่อยนัก บางตู้อาจดูเก่าหรือมีปลาไม่เต็มทุกตู้ และในบางช่วงเวลาอากาศภายในอาคารค่อนข้างร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะหน้าร้อนตอนกลางวัน คนที่คาดหวังความอลังการแบบอควาเรียมใหญ่ในห้างอาจรู้สึกว่าเรียบง่ายไปหน่อย อีกเรื่องที่ควรระวังคืออาคารเคยมีประกาศปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ จึงควรโทรสอบถามหรือเช็กเพจก่อนเดินทางไป เพื่อไม่ให้ไปถึงแล้วเจอปิด วันธรรมดาคนมักน้อยจนเดินชมได้สบายไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูป ส่วนวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลอาจมีครอบครัวมาเที่ยวเยอะขึ้น แต่โดยรวมยังไม่ถึงกับแออัด
- ค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับอควาเรียมในเมืองใหญ่ เหมาะพาครอบครัวและเด็กมาเที่ยวแบบประหยัด
- มีอุโมงค์ปลาน้ำจืดยาว 24 เมตร เดินลอดเห็นฝูงปลาว่ายรอบตัว เด็ก ๆ ชอบและได้มุมถ่ายรูปสวย
- รวมปลาน้ำจืดของไทยและปลาหายากไว้ในตู้กว่า 33 ตู้ บางรอบมีโชว์นักประดาน้ำให้อาหารปลา
- อยู่ริมบึงบอระเพ็ด จับคู่กับล่องเรือหรือชมนกในทริปเดียวได้ และเป็นอาคารในร่มหลบแดดสบาย
- เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ปรับปรุงใหม่บ่อย บางตู้ดูเก่าหรือปลาไม่เต็มทุกตู้
- ภายในอาคารบางช่วงอากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะหน้าร้อนตอนกลางวัน
- อาคารอควาเรียมเคยประกาศปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ควรเช็กก่อนไปให้แน่ใจว่าเปิด
อุทยานสวรรค์ (หนองสมบุญ) — สวนสาธารณะบึงน้ำใจกลางเมืองนครสวรรค์
อุทยานสวรรค์ หรือที่คนในเมืองเรียกกันติดปากว่าสวนหนองสมบุญ คือสวนสาธารณะบึงน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เป็นเหมือนปอดของเมืองที่คนแวะมาพักผ่อนกันทุกวัน จุดที่ทำให้คนชอบคือมีบึงน้ำกว้างอยู่กลางสวน มีทางเดินและทางปั่นจักรยานลาดยางวนรอบบึงระยะทางประมาณสามกิโลเมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดเส้น เดินหรือปั่นครบรอบก็ได้ออกกำลังพอดี ๆ มีทางเข้าหลายประตูจากถนนรอบสวน ไม่ต้องเสียค่าเข้าสักบาท ใครพักในเมืองก็เดินหรือขับรถมาถึงได้ง่าย จอดรถแล้วเดินเข้ามาได้เลย
ช่วงที่คนมากันเยอะที่สุดคือเช้าตรู่กับตอนเย็นแดดร่ม เพราะอากาศกำลังดีและไม่ร้อน คนวิ่งกับคนปั่นจักรยานจะออกมากันเป็นกลุ่ม บางคนพาเด็กมาวิ่งเล่น บางคนมานั่งปิกนิกริมบึงกับครอบครัว รอบสวนมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรี มีม้านั่งและศาลาให้นั่งพักเป็นระยะ และมีงานปูนปั้นมังกรตรงหน้าบึงที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินของเมือง คนที่มาเที่ยวนครสวรรค์แบบผ่านทางมักแวะมาเดินยืดเส้นยืดสายช่วงเย็นก่อนไปหาของกินต่อในเมือง เพราะสวนอยู่ไม่ไกลจากตลาดและย่านร้านอาหาร วนสวนเสร็จเดินออกไปกินข้าวเย็นได้พอดี
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร้อน เพราะเป็นสวนกลางเมืองที่พื้นที่โล่ง ถ้ามาเดินตอนบ่ายจะเหนื่อยและเสียเหงื่อมาก ควรเลือกมาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่าเยอะ อย่างที่สองคือน้ำในบึงบางช่วงฤดูอาจดูขุ่นหรือมีกลิ่นบ้างตามสภาพอากาศ ไม่ใช่บึงน้ำใสแบบทะเลสาบธรรมชาติ มาที่นี่เน้นบรรยากาศเดินเล่นออกกำลังมากกว่ามาชมความใสของน้ำ อย่างที่สามคือช่วงเย็นวันหยุดคนจะเยอะและลานจอดรถอาจเต็ม ควรมาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกจะหาที่จอดง่ายกว่า และเตรียมยากันยุงกับน้ำดื่มมาเองเผื่อไว้ เพราะร้านรอบสวนมีไม่มากและปิดค่อนข้างเร็ว โดยรวมเป็นที่พักผ่อนฟรีกลางเมืองที่คุ้มค่ากับเวลาถ้ามาถูกช่วง
- เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม อยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เดินหรือขับรถจากที่พักในเมืองถึงง่าย มีทางเข้าหลายประตู
- มีทางเดินและทางปั่นจักรยานลาดยางวนรอบบึงราว 3 กิโลเมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะออกกำลังกายเช้า-เย็น
- มีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรี ม้านั่ง ศาลา และมุมปิกนิกริมบึง เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนวิ่ง
- มีงานปูนปั้นมังกรหน้าบึงเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอิน อยู่ใกล้ตลาดและย่านร้านอาหาร วนสวนเสร็จไปกินข้าวต่อได้
- ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน เพราะเป็นสวนกลางเมืองพื้นที่โล่ง ควรเลี่ยงมาเดินตอนบ่าย
- น้ำในบึงบางฤดูอาจดูขุ่นหรือมีกลิ่นบ้างตามสภาพอากาศ ไม่ใช่บึงน้ำใสแบบทะเลสาบธรรมชาติ
- เย็นวันหยุดคนเยอะและลานจอดรถอาจเต็ม ร้านรอบสวนมีไม่มากและปิดค่อนข้างเร็ว ควรเตรียมน้ำดื่มมาเอง
เดินเที่ยวเมืองเก่าปากน้ำโพ + หอวัฒนธรรมนครสวรรค์ (วิถีไทย-จีนริมแม่น้ำ)
ปากน้ำโพคือย่านเมืองเก่าใจกลางนครสวรรค์ ตรงจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นชุมชนไทย-จีนที่ตั้งรกรากมายาวนานหลายชั่วอายุคน เดินไปตามถนนย่านตลาดจะเจอตึกแถวไม้และตึกปูนเก่าที่ยังเปิดค้าขาย ป้ายชื่อร้านภาษาจีน โรงเจ ศาลเจ้าเล็กใหญ่ และร้านของกินสูตรเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมาในตระกูล บรรยากาศเดินเที่ยวเป็นแบบสบาย ๆ ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่มีทางเข้าออกที่ตายตัว อยากเริ่มตรงไหนก็เดินได้ เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การได้เห็นวิถีชีวิตจริงของคนในย่าน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า คนมาไหว้เจ้า และร้านกาแฟรุ่นใหม่ที่มาเปิดแทรกในตึกเก่า ทำให้ย่านมีทั้งกลิ่นอายดั้งเดิมและมุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ปนกันไป
ถ้ามาเดินย่านนี้ ควรเผื่อเวลาแวะศาลเจ้าริมน้ำที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทย-จีนปากน้ำโพ ช่วงตรุษจีนที่นี่จัดงานใหญ่มีขบวนแห่เจ้าและมังกร-สิงโตที่คนทั้งเมืองรอทั้งปี ส่วนของกินก็เป็นพระเอกอีกอย่าง ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า หอยทอด ขนมจีบซาลาเปา ไปจนถึงกาแฟโบราณและขนมหวานแบบจีน หลายร้านเปิดมานานจนกลายเป็นชื่อประจำย่าน อยากได้วิวมุมสูงเห็นเมืองและแม่น้ำ ก็ขึ้นไปจุดชมวิวบนเขากบ (วัดวรนาถบรรพต) ที่อยู่ไม่ไกล หรือแวะพาสานและหอชมเมืองที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ปากน้ำโพและต้นแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ให้เข้าใจง่ายก่อนลงมาเดินย่านจริง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือย่านเมืองเก่าเป็นถนนในเมืองที่มีรถวิ่งและที่จอดรถค่อนข้างจำกัด ช่วงวันธรรมดาบางร้านปิดเร็วหรือหยุดไม่พร้อมกัน ทำให้ภาพย่านดูเงียบกว่าที่คิด ถ้าอยากเห็นย่านคึกคักเต็มที่แนะนำมาช่วงเช้าถึงสาย หรือมาช่วงเทศกาลตรุษจีนที่คนแน่นและร้านเปิดครบ อากาศกลางวันของนครสวรรค์ค่อนข้างร้อน การเดินกลางแดดนาน ๆ อาจเหนื่อย ควรพกน้ำ ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และวางแผนแวะพักในคาเฟ่หรือร้านของกินเป็นช่วง ๆ ป้ายบอกทางและข้อมูลจุดเที่ยวในย่านยังมีไม่มากนัก การเปิดแผนที่ในมือถือหรือถามคนในพื้นที่จะช่วยให้เดินไม่หลงและเจอร้านเด็ดได้ง่ายขึ้น
- เดินเที่ยวย่านเมืองเก่าและไหว้ศาลเจ้าเข้าฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว เริ่มเดินตรงไหนก็ได้ตามใจ
- ได้เห็นวิถีไทย-จีนของจริง ทั้งตึกแถวเก่า ป้ายจีน โรงเจ และร้านสูตรเก่าแก่ที่ยังเปิดขาย
- ของกินหลากหลายตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ขนมจีบซาลาเปา ถึงกาแฟโบราณ ในระยะเดินถึงกัน
- มีจุดต่อเนื่องให้เที่ยวครบวัน ทั้งศาลเจ้าริมน้ำ พาสาน หอชมเมือง และจุดชมวิวบนเขากบ
- เป็นถนนในเมืองที่มีรถวิ่งและที่จอดรถจำกัด ช่วงคนเยอะหาที่จอดยาก
- วันธรรมดาบางร้านปิดเร็วหรือหยุดไม่พร้อมกัน ย่านอาจดูเงียบกว่าที่คาด
- ป้ายบอกทางและข้อมูลจุดเที่ยวในย่านยังมีน้อย ต้องพึ่งแผนที่มือถือหรือถามคนในพื้นที่
งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ (เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ) — ขบวนแห่มังกรทอง สิงโต และเอ็งกอ
งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ หรือที่คนมักเรียกกันสั้น ๆ ว่าตรุษจีนปากน้ำโพ เป็นงานตรุษจีนที่จัดต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปีของชาวไทยเชื้อสายจีนในนครสวรรค์ และในปี 2561 ประเพณีการแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตัวงานจัดขึ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนราวปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี กินเวลาต่อเนื่องหลายวันหลายคืนที่ย่านตลาดปากน้ำโพกลางเมือง หัวใจของงานคือขบวนแห่ที่อัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่ออกโปรดชาวเมือง พร้อมการแสดงมังกรทอง สิงโต และเอ็งกอที่หาดูได้ยากในที่อื่น จึงเป็นช่วงที่คนทั้งในและนอกจังหวัดหลั่งไหลกันมาชม
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดคือขบวนแห่สองรอบ รอบกลางคืนเรียกกันว่าชิวซา และรอบกลางวันเรียกว่าชิวสี่ แต่ละรอบมีคณะมังกรทองเชิดยกลำตัวขึ้นเสาสูง เล่นมังกรล่อแก้ว มีการพ่นไฟและจุดพลุประกอบจังหวะกลองและฉาบ ตัดสลับกับคณะสิงโตหลายสำเนียงทั้งไหหลำ แคะ ปักกิ่ง กวางตุ้ง และฮกเกี้ยน รวมถึงขบวนเจ้าแม่กวนอิม กลุ่มเด็กตีฉาบ และการแสดงเอ็งกอ-ปาบู๊ เดินยาวไปตามถนนสายหลักรอบเขตเทศบาล บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยโคมแดง ธงมงคล และร้านอาหารริมทางที่ออกมาขายกันคึกคักตลอดคืน ใครมาช่วงนี้จะได้เห็นเมืองนครสวรรค์ในโหมดที่มีชีวิตชีวาต่างจากวันปกติชัดเจน
สิ่งที่ควรบอกกันตรง ๆ ก่อนไปคืองานนี้จัดตามฤดูปีละครั้งเท่านั้น ต้องเช็กวันตรุษจีนของปีนั้นให้ดีเพราะเลื่อนไปมาตามปฏิทินจันทรคติ และวันขบวนใหญ่คนจะแน่นมากจนบางจุดแทบขยับตัวไม่ได้ ที่จอดรถในเมืองหายากและเต็มเร็ว ที่พักย่านกลางเมืองมักถูกจองหมดล่วงหน้าเป็นเดือน ควรวางแผนและจองแต่เนิ่น ๆ ช่วงขบวนกลางคืนมีพ่นไฟและพลุในระยะใกล้ คนพาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกจุดยืนที่ไม่เบียดเกินไปและอยู่ห่างแนวพลุพอสมควร อากาศกลางวันค่อนข้างร้อน ส่วนกลางคืนคนเยอะทำให้เดินช้า เผื่อเวลาและพกน้ำดื่มไปด้วยจะสบายกว่า ใครอยากได้มุมถ่ายภาพดี ๆ แนะนำให้ไปจับจองจุดริมเส้นทางขบวนล่วงหน้าหลายชั่วโมง
- ขบวนแห่มังกรทอง สิงโตห้าสำเนียง และเอ็งกอของจริง จัดเต็มทั้งรอบกลางวัน (ชิวสี่) และกลางคืน (ชิวซา) หาดูได้ยากในที่อื่น
- เป็นประเพณีร้อยกว่าปีที่ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมปี 2561 มีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะของนครสวรรค์
- เดินชมงานและขบวนริมถนนไม่มีค่าเข้า มีอาหารริมทางและบรรยากาศตลาดปากน้ำโพให้เดินกินเที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน
- งานจัดยาวหลายวันหลายคืน มีเวลาเลือกวันไปได้ยืดหยุ่น เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพเทศกาล
- จัดตามฤดูปีละครั้งช่วงตรุษจีน (ม.ค.-ก.พ.) ต้องเช็กวันให้ตรงและวางแผนล่วงหน้า พลาดแล้วต้องรอปีถัดไป
- วันขบวนใหญ่คนแน่นมาก ที่จอดรถหายากและที่พักกลางเมืองมักเต็มจนต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน
- ช่วงพ่นไฟและจุดพลุระยะใกล้อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กหรือคนที่ไม่ชอบเสียงดังและฝูงชนหนาแน่น
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ — จุดชมวิวช่องเย็น (ทะเลหมอกหน้าหนาว) จ.นครสวรรค์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นผืนป่าใหญ่ที่คร่อมระหว่างนครสวรรค์กับกำแพงเพชร บนแนวเทือกเขาถนนธงชัย จุดที่คนขับรถไกลไปหากันมากที่สุดคือ "ช่องเย็น" ซึ่งตามชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นสันเขาที่ลมพัดผ่านตลอดและอากาศเย็นกว่าพื้นราบชัดเจน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว เสน่ห์หลักคือทะเลหมอกที่ลอยคลุมหุบเขาในตอนเช้า พร้อมพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นหลังแนวสัน ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของสายกางเต็นท์และสายถ่ายภาพที่อยากได้บรรยากาศเย็นสบายแบบภูเขาโดยไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือตอนบน การขึ้นช่องเย็นต้องขับรถตามถนนภูเขาลึกเข้าไปจากที่ทำการอุทยานราวยี่สิบแปดกิโลเมตร ทางเป็นถนนลาดยางแคบ คดเคี้ยว มีทั้งช่วงลาดชันและโค้งหักศอกจำนวนมาก จึงเหมาะกับคนที่ขับรถขึ้นเขาได้มั่นใจและรถอยู่ในสภาพพร้อม
รูปแบบที่นิยมที่สุดคือค้างคืนหนึ่งคืน โดยขับขึ้นไปช่วงบ่ายถึงเย็น กางเต็นท์ในลานที่อุทยานจัดไว้ รับลมหนาวและดูดาวตอนกลางคืน แล้วตื่นแต่เช้ามืดเพื่อรอชมทะเลหมอกกับพระอาทิตย์ขึ้น ใครไม่มีอุปกรณ์ก็เช่าเต็นท์และเครื่องนอนจากอุทยานได้ในราคาย่อมเยา มีห้องน้ำรวมและร้านค้าสวัสดิการให้พอประทังท้อง การเข้าพื้นที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตามอัตราที่แยกคนไทยกับต่างชาติ บวกค่ารถและค่าพื้นที่กางเต็นท์ต่อคนต่อคืน ซึ่งรวมแล้วยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ได้ ช่วงเวลาที่เหมาะไปที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็นและมีโอกาสเจอทะเลหมอกสูง ส่วนหน้าฝนถนนขึ้นเขาลื่นและบางช่วงอุทยานอาจปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ควรโทรเช็กกับอุทยานก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือถนนขึ้นช่องเย็นชันและคดมาก รถเก๋งเครื่องเล็กหรือคนขับที่ไม่ชินทางเขาอาจเหนื่อยและต้องใช้เกียร์ต่ำช่วยเบรกตลอดขาลง ควรตรวจเบรกและยางให้พร้อม ข้อสองคือทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นกับความชื้นและอากาศแต่ละคืน บางเช้าขึ้นไปแล้วท้องฟ้าโล่งไม่มีหมอกก็มี จึงควรทำใจว่าเป็นเรื่องของดวงและสภาพอากาศ ข้อสามคือสิ่งอำนวยความสะดวกบนช่องเย็นมีจำกัด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ในหลายจุด ไม่มีร้านอาหารใหญ่ ควรเตรียมน้ำ อาหาร ไฟฉาย และของใช้จำเป็นขึ้นไปเอง ข้อสี่คือกลางคืนอากาศเย็นจัดในหน้าหนาว ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและถุงนอนที่อุ่นพอ และช่วงวันหยุดยาวคนเยอะจนลานกางเต็นท์เต็ม ควรจองหรือไปถึงแต่เนิ่น ๆ อย่าลืมเก็บขยะกลับลงมาทุกชิ้นเพราะเป็นพื้นที่อนุรักษ์
- ทะเลหมอกช่องเย็นในตอนเช้าหน้าหนาวกับพระอาทิตย์ขึ้นเป็นบรรยากาศภูเขาที่หาได้ในภาคกลางตอนบนโดยไม่ต้องไปไกลถึงเหนือตอนบน
- อากาศเย็นสบายบนสันเขา เหมาะกับสายกางเต็นท์ ดูดาว และถ่ายภาพ มีลานกางเต็นท์และเช่าอุปกรณ์จากอุทยานได้
- ค่าธรรมเนียมและค่าที่กางเต็นท์ไม่แพง คุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศและอากาศเย็นที่ได้
- รีวิวจริงบน Google Maps ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.5 เต็ม 5 จากผู้มาเยือนกว่าสองพันเก้าร้อยราย หลายคนชมวิวและความเงียบสงบ
- ถนนขึ้นช่องเย็นชันและคดมากราว 28 กม. รถเครื่องเล็กและคนไม่ชินทางเขาต้องระวัง ควรตรวจเบรกและยางให้พร้อม
- ทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นกับสภาพอากาศแต่ละคืน บางเช้าฟ้าโล่งไม่มีหมอก
- สิ่งอำนวยความสะดวกบนช่องเย็นจำกัด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หลายจุดและไม่มีร้านอาหารใหญ่ ต้องเตรียมของขึ้นไปเอง
เที่ยวนครสวรรค์ พักที่ไหนดี?
เลือกโรงแรมในเมืองปากน้ำโพใกล้ริมน้ำ-ตลาด เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ที่พักในเมืองเต็มไวช่วงตรุษจีน (งานแห่มังกรทอง) จองล่วงหน้าจะสะดวกกว่า
💡 รู้ก่อนเที่ยวนครสวรรค์
บึงบอระเพ็ดล่องเรือชมนกได้ดีสุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ที่นกอพยพมามาก ชมพระอาทิตย์ตกริมบึงสวย ควรสอบถามรอบเรือและราคาก่อนลง
วัดคีรีวงศ์มีเจดีย์และจุดชมวิวเมืองปากน้ำโพบนเขา ขึ้นได้ทั้งเดินและรถ ควรแต่งกายสุภาพและระวังทางขึ้น
งานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ (แห่มังกร-สิงโต) จัดช่วงตรุษจีน เป็นไฮไลต์วัฒนธรรมไทย-จีนที่คนเยอะมาก ควรเช็กกำหนดการและที่พักล่วงหน้า
จุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปิงและน่านมาบรรจบมีจุดชมวิว-ถ่ายรูป เดินเล่นริมน้ำได้ เย็น ๆ อากาศดี
จัดทริปนครสวรรค์ยังไงให้คุ้ม
ถ้ามาวันเดียว เช้าล่องเรือบึงบอระเพ็ดดูนก บ่ายขึ้นวัดคีรีวงศ์ชมวิว แวะจุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาและตลาดปากน้ำโพ ถ้าค้างคืน เช้าวันที่สองไปเขาหน่อ-เขาแก้วชมถ้ำและลิง จะได้ครบทั้งธรรมชาติ วัด และวัฒนธรรมไทย-จีน นครสวรรค์เป็นทางผ่านขึ้นเหนือ แวะเที่ยวได้สะดวก
พร้อมเที่ยวนครสวรรค์แล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักนครสวรรค์ →