หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย นครสวรรค์ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยนครสวรรค์10 กิจกรรมน่าทำ ใน นครสวรรค์
📍 นครสวรรค์ · ภาคเหนือ · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน นครสวรรค์

นครสวรรค์หรือปากน้ำโพเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยาและประตูสู่ภาคเหนือ จุดขายคือบึงบอระเพ็ดบึงน้ำจืดใหญ่ที่สุดของไทยที่ล่องเรือดูนกได้ จุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปิงกับน่านมาบรรจบ วัดคีรีวงศ์บนเขาที่ชมวิวเมือง และวัฒนธรรมไทย-จีนกับงานแห่มังกรทอง เที่ยวได้ทั้งสายธรรมชาติ สายวัด และสายวัฒนธรรม

🌊 บึงบอระเพ็ด🏞️ ต้นเจ้าพระยา🛕 วัดคีรีวงศ์🐉 มังกรทองปากน้ำโพ
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

นครสวรรค์เป็นเมืองรอยต่อภาคกลาง-เหนือ รู้จักในชื่อปากน้ำโพซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำปิงและน่านไหลมาบรรจบเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ไฮไลต์คือบึงบอระเพ็ดบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของไทยที่ล่องเรือชมนกและพระอาทิตย์ตกได้ วัดคีรีวงศ์บนเขาที่มีเจดีย์และจุดชมวิวเมือง เขาหน่อ-เขาแก้วที่มีถ้ำและฝูงลิง และวัฒนธรรมไทย-จีนที่เข้มข้นกับงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ (มังกรทอง)

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป บึงบอระเพ็ดดูนกดีสุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ที่นกอพยพมามาก งานแห่มังกรทองจัดช่วงตรุษจีนที่คึกคักและคนเยอะเป็นพิเศษ ควรเผื่อที่พักล่วงหน้า

1

ล่องเรือบึงบอระเพ็ด — ดูนกน้ำ ชมทะเลบัว และพระอาทิตย์ตก (บึงน้ำจืดใหญ่ที่สุดของไทย)

📍 บึงบอระเพ็ด อ.เมืองนครสวรรค์ · ท่าเรือหลักอยู่ฝั่งเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ใกล้อุทยานนกน้ำและอควาเรียม 🧭 บึงบอระเพ็ด · อ.เมืองนครสวรรค์ ⭐ 4.0 (Tripadvisor (Bung Boraphet, 43 รีวิว))
ผืนน้ำกว้างของบึงบอระเพ็ดยามแสงอ่อน มีพืชน้ำและท้องฟ้าสะท้อนบนผิวน้ำ นครสวรรค์ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 1.5–2.5 ชม. ต่อรอบเรือ (เลือกได้ทั้งรอบเช้าดูนกและรอบเย็นชมพระอาทิตย์ตก)
ราคาโดยประมาณเหมาเรือเล็ก ~฿600–1,000 / ลำ (นั่งได้หลายคน หารกันได้) · เรือใหญ่แบบรอบ ~฿60–100 / คน ตามจุดบริการ · ค่าเข้าอควาเรียม/อุทยานนกน้ำแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบธรรมชาติแบบสงบ อยากดูนกน้ำ ชมทะเลบัวและพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำกว้าง เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก สายถ่ายรูป และคนที่แวะนครสวรรค์ระหว่างทางขึ้นเหนือ
ดูนกน้ำหน้าหนาวทะเลบัวบานเช้าพระอาทิตย์ตกเหนือบึง

บึงบอระเพ็ดคือบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของไทย กินพื้นที่คร่อมสามอำเภอของนครสวรรค์ และเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องนกน้ำ การล่องเรือชมบึงจึงเป็นกิจกรรมหลักที่คนมาถึงนครสวรรค์มักไม่พลาด เรือจะพาออกจากท่าฝั่งเขตห้ามล่าฯ ใกล้อุทยานนกน้ำและอควาเรียม แล่นเลาะไปตามผืนน้ำกว้างที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ท้องฟ้ากับพืชน้ำ ระหว่างทางจะได้เห็นวิถีชาวประมงที่วางลอบวางอวนหากินกับบึงมาหลายชั่วอายุคน บรรยากาศเงียบสงบต่างจากแหล่งเที่ยวทะเลที่คนแน่น เหมาะกับคนที่อยากพักสายตาและได้อยู่กับธรรมชาติจริง ๆ

ไฮไลต์ของการล่องเรือขึ้นกับช่วงเวลาที่ไป รอบเช้ามืดถึงสายเหมาะกับการดูนก เพราะนกน้ำออกหากินและทะเลบัวสายพันธุ์ต่าง ๆ จะบานรับแดดอ่อน ส่วนรอบเย็นเป็นช่วงชมพระอาทิตย์ตกที่ค่อย ๆ จมลงหลังผืนน้ำกว้าง แสงทองสะท้อนผิวบึงเป็นภาพที่สายถ่ายรูปตามล่ากัน หน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงพีคที่สุด เพราะมีนกอพยพหนีหนาวมาลงจำนวนมาก ทั้งเป็ดแดง นกปากห่าง นกกาน้ำ และนกอีกหลายชนิดที่คนดูนกตั้งใจมาส่อง ค่าเรือคิดเป็นแบบเหมาลำเล็กหารกันในกลุ่ม หรือเป็นเรือใหญ่แบบต่อคนตามจุดบริการ จองหรือติดต่อล่วงหน้าได้ที่ท่าเรือและผ่านผู้ให้บริการทัวร์ในพื้นที่ ควรถามให้ชัดว่ารอบนั้นพาไปจุดไหนบ้างและใช้เวลากี่ชั่วโมง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือบึงเป็นแหล่งธรรมชาติจริง สิ่งที่จะได้เห็นขึ้นกับฤดูและดวงมาก ถ้าไปนอกหน้าหนาวหรือช่วงน้ำมาก นกและบัวอาจน้อยกว่าที่คาด บางรีวิวไปเจอวันที่บัวยังไม่บานหรือนกบางตา อย่างที่สองคือกลางบึงไม่มีร่มเงา แดดแรงและลมพัดตลอด ควรเตรียมหมวก ครีมกันแดด และแว่นกันแดดไปด้วย รอบเช้าและเย็นจะสบายตัวกว่ารอบกลางวัน อย่างที่สามคือเรือเล็กโคลงตามคลื่นลม คนที่กลัวน้ำหรือพาเด็กเล็กควรสวมเสื้อชูชีพและถามคนขับเรื่องความปลอดภัยก่อนออก และควรพกกล้องหรือเลนส์ซูมถ้าตั้งใจมาดูนก เพราะนกมักอยู่ไกลเกินกว่าจะถ่ายด้วยมือถือให้ชัด วางแผนเวลาให้ตรงกับรอบเช้าหรือรอบเย็นจะได้ภาพและบรรยากาศที่คุ้มค่าที่สุด

💡
เคล็ดลับ: อยากดูนกให้มาหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ที่นกอพยพลงเยอะ และเลือกรอบเช้ามืดถึงสายที่นกออกหากินและบัวกำลังบาน ส่วนสายถ่ายพระอาทิตย์ตกให้จองรอบเย็น เหมาเรือเล็กแล้วหารกันในกลุ่มจะคุ้มกว่าซื้อตั๋วรายคน ถามคนขับให้ชัดว่ารอบนั้นพาไปจุดไหนและใช้เวลากี่ชั่วโมง เตรียมหมวก ครีมกันแดด แว่นกันแดด และเสื้อชูชีพเพราะกลางบึงไม่มีร่มเงาและเรือโคลง พกกล้องหรือเลนส์ซูมมาด้วยถ้าตั้งใจส่องนก
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ล่องบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของไทย บรรยากาศเงียบสงบ ผืนน้ำกว้าง เห็นวิถีชาวประมงและธรรมชาติแบบใกล้ชิด
  • หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) มีนกอพยพลงจำนวนมาก ทั้งเป็ดแดง นกปากห่าง นกกาน้ำ เหมาะกับคนดูนกและสายถ่ายรูป
  • เลือกรอบได้ตามสไตล์ รอบเช้าดูนกและทะเลบัวบาน รอบเย็นชมพระอาทิตย์ตกเหนือบึง
  • ค่าเรือไม่แพง เหมาลำเล็กหารกันในกลุ่มได้ อยู่ใกล้อุทยานนกน้ำและอควาเรียมที่แวะต่อได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • สิ่งที่จะได้เห็นขึ้นกับฤดูมาก นอกหน้าหนาวหรือช่วงน้ำมาก นกและบัวอาจน้อยกว่าที่คาด
  • กลางบึงไม่มีร่มเงา แดดแรงและลมพัดตลอด รอบกลางวันจะร้อน ต้องเตรียมหมวกและครีมกันแดด
  • เรือเล็กโคลงตามคลื่นลม คนกลัวน้ำหรือพาเด็กเล็กควรสวมชูชีพ และนกมักอยู่ไกลเกินถ่ายด้วยมือถือ
2

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา (ปากน้ำโพ)

📍 ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จุดบรรจบแม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่าน ย่านปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ · ริมน้ำใกล้ตลาดปากน้ำโพและเจดีย์ดินไทย 🧭 ปากน้ำโพ-ริมเจ้าพระยา
จุดบรรจบแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ทำเลที่ตั้งของอาคารพาสาน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Heinrich Damm · CC BY 2.0
ระยะเวลาครึ่งวันสั้น ๆ ~1–2 ชม. (เดินชมตัวอาคาร ถ่ายรูป และนั่งเล่นริมน้ำ)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร · เผื่อค่าเดินทาง/จอดรถและค่าน้ำดื่มของว่างเล็กน้อย
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมและถ่ายรูป อยากเดินเล่นริมน้ำจุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่เสียค่าเข้า เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพช่วงเย็น
แลนด์มาร์กถ่ายรูปเดินเล่นริมน้ำเข้าฟรี

พาสานเป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ตรงจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกันแล้วกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ย่านปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ตัวอาคารออกแบบเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยรูปทรงโค้งลื่นไหลคล้ายสายน้ำสองสายที่มาพันเกลียวเข้าหากัน สื่อถึงการรวมตัวของปิงและน่านเป็นเจ้าพระยา จุดนี้ถือเป็นหมุดหมายทางภูมิศาสตร์ที่คนไทยรู้จักในชื่อ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา และกลายเป็นแลนด์มาร์กประจำเมืองที่คนแวะมาถ่ายรูปและเดินเล่นริมน้ำกันมาก จุดเด่นคือเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าบัตร เดินขึ้นไปบนตัวอาคารเพื่อมองวิวจุดบรรจบของแม่น้ำได้แบบเต็มตา เหมาะกับคนที่แวะผ่านนครสวรรค์แล้วอยากได้จุดเช็กอินสวย ๆ ที่มีเรื่องราวของเมืองอยู่เบื้องหลัง

มุมที่คนนิยมถ่ายคือมุมที่เห็นเส้นสายโค้งของตัวอาคารตัดกับสายน้ำและท้องฟ้า ช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุดคือช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแดดไม่แรงและได้แสงสีทองนวลลงบนผิวน้ำ รอบ ๆ พาสานยังมีทางเดินริมน้ำให้เดินเล่นต่อ มองเห็นวิถีชีวิตริมแม่น้ำของชาวปากน้ำโพ เรือประมงเล็ก ๆ และบรรยากาศเมืองริมน้ำแบบสบาย ๆ หลายคนจับคู่การมาพาสานกับการแวะตลาดปากน้ำโพ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม หรือชิมของกินขึ้นชื่อของเมืองอย่างก๋วยเตี๋ยวปากน้ำโพในทริปเดียวกัน เพราะทุกจุดอยู่ในย่านเดียวกันและขับรถถึงกันไม่กี่นาที ทำให้เที่ยวได้ครบในครึ่งวัน

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือตัวอาคารเป็นพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างจัดและร้อน พื้นและราวจับอาจร้อนเมื่อโดนแดดนาน ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยงวันและเตรียมหมวก แว่นกันแดด กับน้ำดื่มติดตัวไว้ วันหยุดและช่วงเทศกาลคนจะเยอะ ถ้าอยากได้ภาพที่คนไม่พลุกพล่านให้มาช่วงเช้าของวันธรรมดา สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและร้านอาหารในตัวจุดชมวิวมีไม่มาก จึงควรหาของกินจากย่านตลาดปากน้ำโพที่อยู่ใกล้กันแทน การเดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัวและมีที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง ส่วนคนที่มาด้วยรถสาธารณะสามารถต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากในเมืองได้ ใช้เวลาเดินชมและถ่ายรูปไม่นานก็ครบ จึงเหมาะเป็นจุดแวะเสริมระหว่างเที่ยวเมืองนครสวรรค์มากกว่าเป็นจุดหมายที่ใช้เวลาทั้งวัน

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าตรู่หรือเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้แสงนวลและคนน้อยกว่า เลี่ยงช่วงเที่ยงที่แดดจัดและพื้นอาคารร้อน เตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปเอง เพราะร้านค้าในจุดชมวิวมีน้อย จับคู่กับตลาดปากน้ำโพและก๋วยเตี๋ยวปากน้ำโพที่อยู่ย่านเดียวกันได้ในทริปเดียว เข้าชมฟรี ไม่ต้องซื้อบัตร
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร ได้จุดเช็กอินสวยที่มีเรื่องราวต้นแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่เบื้องหลัง
  • สถาปัตยกรรมร่วมสมัยรูปทรงโค้งลื่นไหล ถ่ายรูปได้หลายมุม เห็นจุดบรรจบปิง-น่านชัดเจน
  • อยู่ในย่านปากน้ำโพ จับคู่กับตลาด ศาลเจ้า และร้านของกินขึ้นชื่อได้ในทริปเดียว
  • ใช้เวลาไม่นาน เหมาะเป็นจุดแวะเสริมระหว่างเที่ยวเมืองนครสวรรค์ เที่ยวได้ทุกวัย
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางวันแดดจัดและร้อน พื้น-ราวจับอาจร้อนเมื่อโดนแดดนาน
  • ร้านค้าและร้านอาหารในตัวจุดชมวิวมีน้อย ต้องหาของกินจากย่านตลาดใกล้เคียงแทน
  • วันหยุดและช่วงเทศกาลคนเยอะ อยากได้ภาพคนน้อยต้องมาช่วงเช้าวันธรรมดา
3

วัดคีรีวงศ์ — พระจุฬามณีเจดีย์ + จุดชมวิวเมืองปากน้ำโพบนเขา (Wat Khiriwong, เขาดาวดึงส์ อ.เมืองนครสวรรค์)

📍 เชิงเขาดาวดึงส์ ถ.มาตุลี อ.เมืองนครสวรรค์ · ห่างตัวเมืองปากน้ำโพราว 5–10 นาทีโดยรถ ต้องขับหรือเดินขึ้นเขาไปยังลานเจดีย์ 🧭 ตัวเมืองนครสวรรค์ (ปากน้ำโพ) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Wat Khiriwong, 73 รีวิว))
พระจุฬามณีเจดีย์สีทองของวัดคีรีวงศ์ตั้งเด่นบนเขาดาวดึงส์ อ.เมืองนครสวรรค์ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Tnwq · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวันสั้น ๆ ~1–2 ชม. (รวมขึ้นเขา ไหว้พระในเจดีย์ 4 ชั้น และเก็บวิวรอบลาน)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · มีรถขับขึ้นถึงลานเจดีย์ ไม่มีค่าเข้า
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากไหว้พระจุฬามณีเจดีย์และขึ้นไปชมวิวเมืองปากน้ำโพกับต้นแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาบนยอดเขา เที่ยวได้ทั้งสายทำบุญ ครอบครัว และคนชอบถ่ายรูปมุมสูง
วัดบนเขาชมวิวเมืองพระจุฬามณีเจดีย์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา

วัดคีรีวงศ์ตั้งอยู่เชิงเขาดาวดึงส์ในตัวเมืองนครสวรรค์ ห่างจากย่านปากน้ำโพแค่ไม่กี่นาที จุดที่คนขึ้นไปกันเยอะคือพระจุฬามณีเจดีย์ เจดีย์สีทองทรงระฆังองค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา ภายในเจดีย์แบ่งเป็นหลายชั้น มีพระพุทธรูปประจำวันเกิดและพระประธานให้กราบไหว้ ขึ้นบันไดวนไปด้านบนสุดจะเจอระเบียงที่มองเห็นเมืองนครสวรรค์ได้รอบทิศ ทั้งย่านตลาดปากน้ำโพ แม่น้ำ และบึงบอระเพ็ดไกล ๆ เป็นวัดที่รวมทั้งการทำบุญและการชมวิวเมืองไว้ในที่เดียว จึงเป็นหมุดที่คนมานครสวรรค์มักแวะกันก่อนหรือหลังเที่ยวจุดอื่นในเมือง

เสน่ห์ของที่นี่คือวิวมุมสูงที่หาได้ไม่บ่อยในเมืองนครสวรรค์ ปากน้ำโพเป็นจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา การได้ขึ้นไปยืนบนลานเจดีย์แล้วมองลงมาเห็นเส้นแม่น้ำสองสายกับผังเมืองด้านล่างจึงเป็นภาพที่หลายคนประทับใจ ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกแสงจะนวลและอากาศเย็นลง เหมาะกับการถ่ายรูปและนั่งรับลมมากที่สุด ตัวเจดีย์ปิดทองทั้งองค์ เวลาแดดกระทบจะเห็นประกายทองตัดกับท้องฟ้า ด้านล่างวัดยังมีวิหารและศาลาให้เดินไหว้พระต่อได้ ใครขับรถมาเองก็สะดวก เพราะมีถนนขึ้นไปถึงลานจอดใกล้เจดีย์ ไม่ต้องเดินเท้าขึ้นเขาทั้งหมด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นวัดและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก และถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตในตัวเจดีย์ตามป้ายบอก ข้อสองคือทางขึ้นเป็นเขา ถ้าเลือกเดินขึ้นบันไดจะมีหลายขั้นและค่อนข้างชันในบางช่วง คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุมาควรขับรถขึ้นไปจอดด้านบนจะสบายกว่า ข้อสามคือช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน เพราะลานเจดีย์เป็นที่โล่ง ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย หรือเลี่ยงมาช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นกว่า ข้อสี่คือเป็นวัดของคนในพื้นที่ วันพระและวันหยุดยาวคนจะเยอะเป็นพิเศษ ที่จอดรถด้านบนอาจเต็ม เผื่อเวลาและเผื่อใจไว้หน่อยจะเที่ยวได้สบายกว่า

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้แสงนวลและอากาศเย็น เห็นเมืองปากน้ำโพกับต้นแม่น้ำเจ้าพระยาชัด แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตในตัวเจดีย์ ถ้าพาผู้สูงอายุหรือเข่าไม่ดีให้ขับรถขึ้นไปจอดด้านบนแทนการเดินบันได เตรียมหมวกและน้ำดื่มเพราะลานเจดีย์เป็นที่โล่งแดดแรง วันพระและวันหยุดยาวคนเยอะ ที่จอดด้านบนอาจเต็ม เผื่อเวลาไว้
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ไหว้พระจุฬามณีเจดีย์และชมวิวเมืองปากน้ำโพกับต้นแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาได้ในที่เดียว
  • เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา และมีถนนขับรถขึ้นไปถึงลานจอดใกล้เจดีย์ ไม่ต้องเดินขึ้นเขาทั้งหมด
  • อยู่ในตัวเมือง ห่างย่านปากน้ำโพแค่ไม่กี่นาที แวะก่อนหรือหลังเที่ยวจุดอื่นได้ง่าย
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 หลายคนชมว่าวิวเมืองมุมสูงสวยและคุ้มค่าที่ขึ้นไป
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นวัดบนเขา ถ้าเลือกเดินขึ้นบันไดจะมีหลายขั้นและชันบางช่วง คนเข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุควรขับรถขึ้น
  • ลานเจดีย์เป็นที่โล่ง ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรเตรียมหมวก แว่น และน้ำดื่มหรือเลี่ยงมาตอนเช้า-เย็น
  • ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าในเขตเจดีย์ วันพระและวันหยุดยาวคนเยอะ ที่จอดด้านบนอาจเต็ม
4

เขาหน่อ-เขาแก้ว (ถ้ำ-วัด-ฝูงลิง อ.บรรพตพิสัย นครสวรรค์)

📍 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ · ริมถนนพหลโยธิน (นครสวรรค์–กำแพงเพชร) มองเห็นภูเขาชัดจากถนน จอดแวะได้เลย 🧭 บรรพตพิสัย (เหนือตัวเมืองนครสวรรค์ราว 45 กม.) ⭐ 4.2 (Tripadvisor (Khao No-Khao Kaeo, 17 รีวิว))
ภูเขาหินปูนกลางทุ่งนาในจังหวัดนครสวรรค์ ให้ภาพลักษณะเขาหินปูนแบบเขาหน่อ-เขาแก้ว (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: CHAMRAT CHAROENKHET · CC BY 3.0
ระยะเวลาแวะสั้น ~1–1.5 ชม. (เดินหน้าเขา-ถ้ำ-ดูลิง) · ถ้าปีนขึ้นยอดเขาเพิ่มราว 40–60 นาทีต่อขา · มารอค้างคาวช่วง 17.30–18.30 น.
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม (ทำบุญตามศรัทธา) · อาหารลิง/ข้าวโพดจากแม่ค้าหน้าเขาถุงละ ~฿20–40
👍 เหมาะสุดสำหรับคนขับรถผ่านนครสวรรค์แล้วอยากแวะจุดเดียวจบ ได้ทั้งไหว้พระในถ้ำ ให้อาหารฝูงลิงหน้าเขา และรอดูค้างคาวนับหมื่นบินออกจากถ้ำตอนเย็น เหมาะกับสายชิลและครอบครัวที่ไม่ได้เน้นปีนเขาหนัก
ภูเขาหินปูน-ถ้ำฝูงค้างคาวตอนเย็นระวังลิงของมีค่า

เขาหน่อ-เขาแก้วเป็นกลุ่มยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาที่ตั้งเด่นกลางทุ่งนาในอำเภอบรรพตพิสัย เหนือตัวเมืองนครสวรรค์ขึ้นไปราว 45 กิโลเมตร จุดเด่นคือมองเห็นได้ชัดจากถนนพหลโยธินช่วงนครสวรรค์ไปกำแพงเพชร จึงกลายเป็นจุดแวะพักยอดนิยมของคนที่ขับรถผ่านสายเหนือ ไม่ต้องออกนอกเส้นทางไกล ที่เชิงเขามีวัดเขาหน่อกับถ้ำหินปูนให้เข้าไปไหว้พระและชมหินงอกหินย้อย บรรยากาศร่มรื่นด้วยเงาเขาและต้นไม้ใหญ่ ใครมีแรงก็เดินขึ้นบันไดไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นทุ่งนาไร่สวนของชาวบ้านทอดยาวสุดสายตา ส่วนคนที่อยากแวะสั้น ๆ ก็เดินเล่นหน้าเขา ให้อาหารลิง และเก็บภาพภูเขาหินปูนได้ในเวลาไม่นาน เข้าชมฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม

ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนตั้งใจมาถึงตอนเย็นคือฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลที่อาศัยอยู่ในถ้ำ พอตะวันใกล้ลับฟ้าราวห้าโมงเย็นถึงหกโมง ค้างคาวจะทยอยบินออกจากปากถ้ำเป็นสายยาวต่อเนื่องกันเป็นหมื่นเป็นแสนตัว พาดผ่านท้องฟ้ายามพลบค่ำเป็นภาพที่หาดูได้ไม่บ่อยในภาคกลาง หลายคนนำเก้าอี้หรือเสื่อมานั่งรอชมกันเป็นเรื่องเป็นราว อีกเสน่ห์คือฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่หน้าเขาและบริเวณลานวัด มีแม่ค้าขายข้าวโพดและอาหารลิงให้ซื้อไปป้อน เด็ก ๆ มักชอบเพราะได้ใกล้ชิดสัตว์ บนหน้ารีวิว Tripadvisor เขาหน่อ-เขาแก้วได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 แม้จำนวนรีวิวจะยังไม่มาก (ราว 17 ราย) แต่เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นจุดแวะที่คุ้มค่ากับการหยุดพัก ได้เห็นทั้งถ้ำ วัด ลิง และค้างคาวในที่เดียว

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกและสำคัญที่สุดคือเรื่องลิง ฝูงลิงที่นี่คุ้นคนและค่อนข้างซน มักฉวยถุงอาหาร แว่นตา หมวก มือถือ หรือของที่ถือหลวม ๆ ในมือ ควรเก็บของมีค่าใส่กระเป๋าที่ปิดมิดชิด ไม่ถือถุงพลาสติกเดินโชว์ ไม่หยอกล้อหรือจ้องตาลิงตรง ๆ และระวังเป็นพิเศษถ้าพาเด็กเล็กไปด้วย ข้อสองคือการปีนขึ้นยอดเขาต้องเดินบันไดที่ค่อนข้างชันและใช้แรง ช่วงหน้าฝนขั้นบันไดและทางเดินลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่มไป ข้อสามคือถ้าตั้งใจมาดูค้างคาว ต้องมาให้ทันช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกและเผื่อเวลาเดินทางกลับในที่มืด เพราะบริเวณนี้เป็นถนนต่างจังหวัดที่ไฟทางไม่มาก และควรเตรียมยากันยุงเพราะช่วงเย็นริมเขามียุงพอสมควร

💡
เคล็ดลับ: เก็บของมีค่าให้มิดชิดก่อนลงจากรถ ลิงที่นี่ฉวยแว่น หมวก มือถือ และถุงอาหารเก่งมาก อย่าถือถุงพลาสติกเดินโชว์และอย่าจ้องตาลิงตรง ๆ ถ้าจะให้อาหารให้ซื้อจากแม่ค้าแล้วโปรยไว้ห่างตัว ถ้าตั้งใจมาดูค้างคาวให้มาถึงก่อนราว 17.00 น. แล้วรอชมช่วง 17.30–18.30 น. เตรียมยากันยุงและไฟฉาย/ไฟมือถือสำหรับเดินกลับตอนมืด ใครจะปีนขึ้นยอดเขาให้ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่ม เพราะบันไดชันและหน้าฝนทางลื่น
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • จุดแวะเดียวได้หลายอย่าง ทั้งไหว้พระในถ้ำหินปูน ให้อาหารฝูงลิง และรอดูค้างคาวนับหมื่นบินออกตอนเย็น
  • อยู่ริมถนนพหลโยธินสายนครสวรรค์–กำแพงเพชร มองเห็นภูเขาชัดจากถนน แวะง่ายไม่ต้องออกนอกเส้นทางไกล
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม เหมาะกับครอบครัวและสายชิลที่อยากพักขาระหว่างทางแบบไม่เสียเงินมาก
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.2 เต็ม 5 หลายคนชมว่าเป็นจุดแวะที่คุ้มค่ากับการหยุดพัก
⚠️ ข้อสังเกต
  • ฝูงลิงคุ้นคนและซน มักฉวยแว่น หมวก มือถือ และถุงอาหาร ต้องเก็บของมีค่าให้มิดชิดและระวังเป็นพิเศษถ้าพาเด็กเล็ก
  • การปีนขึ้นยอดเขาต้องเดินบันไดชันและใช้แรง หน้าฝนทางลื่น ต้องใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมน้ำดื่ม
  • ค้างคาวออกเฉพาะช่วงเย็นก่อนค่ำ ต้องมาให้ทันเวลาและเผื่อเดินทางกลับในที่มืดบนถนนที่ไฟทางน้อย อีกทั้งจำนวนรีวิวออนไลน์ยังไม่มาก
5

วัดวรนาถบรรพต (เขากบ) — โบราณสถานสมัยสุโขทัย + จุดชมวิวเมืองนครสวรรค์

📍 เชิงเขาและยอดเขากบ กลางเมืองนครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ · ขึ้นได้ทั้งบันได 437 ขั้นและถนนราดยางถึงยอด 🧭 เขากบ-กลางเมืองนครสวรรค์
เจดีย์เก่าสมัยสุโขทัยบนยอดเขากบ วัดวรนาถบรรพต จ.นครสวรรค์ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pk pongpaka · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2.5 ชม. (เดินขึ้นบันได 437 ขั้นราว 20-30 นาทีต่อขา หรือขับรถขึ้นถึงยอด รวมเวลาไหว้พระและชมวิว)
ราคาโดยประมาณไม่มีค่าเข้า (วัด) · ทำบุญ/ค่าบำรุงตามศรัทธา · ค่าเดินทางในเมืองไม่กี่สิบบาทถ้าเรียกรถ
👍 เหมาะสุดสำหรับสายไหว้พระ ชอบโบราณสถานสมัยสุโขทัย และอยากขึ้นไปชมวิวเมืองนครสวรรค์แบบ 360 องศาในทริปครึ่งวัน เดินทางง่ายเพราะอยู่กลางเมือง
โบราณสถานสุโขทัยจุดชมวิวเมืองรอยพระพุทธบาทจำลอง

วัดวรนาถบรรพต หรือที่คนนครสวรรค์เรียกติดปากว่าวัดกบหรือวัดเขากบ เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทั้งเชิงเขาและยอดเขากบกลางเมือง ตัววัดมีประวัติย้อนไปถึงสมัยสุโขทัย จุดที่คนแวะกันเยอะคือของเก่าบนยอดเขา ทั้งเจดีย์ทรงเก่าที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธไสยาสน์ และอุโบสถหลังเก่าที่มีรูปปั้นตากบยายเขียดตามตำนานท้องถิ่น เสน่ห์ของที่นี่คือได้ทั้งไหว้พระ เดินดูโบราณสถาน และขึ้นไปชมวิวเมืองนครสวรรค์กับแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงต้นน้ำแบบกว้างสุดตาในที่เดียว เพราะยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลราวร้อยแปดสิบห้าเมตร มองลงมาเห็นตัวเมืองและทุ่งรอบ ๆ ได้ชัด

การขึ้นเขากบทำได้สองทาง ทางแรกคือเดินขึ้นบันไดที่มีอยู่ราวสี่ร้อยสามสิบเจ็ดขั้น เหมาะกับคนที่อยากออกกำลังไปในตัวและถ่ายรูประหว่างทาง อีกทางคือถนนราดยางที่ขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปจอดด้านบนได้เลย สะดวกสำหรับคนพาผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กไปด้วย วัดอยู่ในตัวเมืองนครสวรรค์ เดินทางง่าย จะเช่ารถ เรียกรถ หรือขี่มอเตอร์ไซค์จากในเมืองก็ถึงในไม่กี่นาที หลายคนจัดวัดนี้ไว้ในทริปวันเดียวคู่กับจุดชมวิวอื่นของนครสวรรค์อย่างเขาคีรีวงศ์และหอชมเมือง เพราะอยู่ไม่ไกลกัน วนไหว้พระและเก็บวิวได้ครบในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน เข้าวัดไม่มีค่าเข้า จะทำบุญตามศรัทธาหรือหยอดตู้บำรุงวัดก็แล้วแต่สะดวก

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือถ้าเลือกเดินบันได สี่ร้อยกว่าขั้นถือว่าเหนื่อยพอตัวโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่แดดแรงและอากาศร้อน คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรใช้ทางรถขึ้นแทน อย่างที่สองคือเป็นเขากลางเมืองที่มีต้นไม้และซอกหิน บางช่วงมีลิงและควรระวังของกินหรือของมีค่าในมือ อย่างที่สามคือเป็นวัด จึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และสำรวมเสียงเวลาอยู่ในเขตอุโบสถและวิหาร ช่วงเวลาที่ไปสบายที่สุดคือตอนเช้าหรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกที่แดดไม่แรงและวิวเมืองสวย เตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เดินขึ้นบันไดถนัดไปด้วย ถ้าไปหน้าฝนบันไดและพื้นหินอาจลื่น ควรเดินระวังเป็นพิเศษ

💡
เคล็ดลับ: อยากได้วิวสวยและไม่ร้อน ให้ไปช่วงเช้าหรือเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก คนเข่าไม่ดีหรือพาผู้ใหญ่-เด็กเล็กไปให้ใช้ทางถนนราดยางขับขึ้นยอดแทนบันได 437 ขั้น แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าเพราะเป็นวัด ระวังลิงและอย่าถือของกินให้เห็น เตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าเดินสบาย หน้าฝนบันไดและพื้นหินลื่นให้เดินระวัง จัดคู่กับเขาคีรีวงศ์และหอชมเมืองได้ในทริปวันเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ครบในที่เดียว ทั้งไหว้พระ เดินดูโบราณสถานสมัยสุโขทัย และชมวิวเมืองนครสวรรค์แบบกว้างสุดตาจากยอดเขา
  • มีของเก่าให้ดูหลายอย่าง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธไสยาสน์ และอุโบสถเก่าตามตำนานตากบยายเขียด
  • ขึ้นได้สองทาง เดินบันได 437 ขั้นสำหรับสายออกกำลัง หรือขับรถขึ้นถึงยอดสำหรับคนพาผู้ใหญ่และเด็กเล็ก
  • อยู่กลางเมืองเดินทางง่าย ไม่มีค่าเข้า และจัดคู่กับจุดชมวิวอื่นอย่างเขาคีรีวงศ์และหอชมเมืองได้ในทริปวันเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • ถ้าเลือกเดินบันได 437 ขั้นถือว่าเหนื่อยพอตัว โดยเฉพาะกลางวันที่แดดแรง คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุควรใช้ทางรถแทน
  • เป็นเขากลางเมืองที่มีลิง ต้องระวังของกินและของมีค่าในมือ
  • เป็นวัด ต้องแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าและสำรวม หน้าฝนบันไดกับพื้นหินอาจลื่น ต้องเดินระวัง
6

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด (อควาเรียมปลาน้ำจืด + อุโมงค์ปลา)

📍 ริมบึงบอระเพ็ด ต.แควใหญ่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ · อาคารรูปเรือกระแชงริมทะเลสาบ ห่างตัวเมืองราว 10-15 นาทีโดยรถ 🧭 บึงบอระเพ็ด (เมืองนครสวรรค์)
ทัศนียภาพบึงบอระเพ็ด ทะเลสาบน้ำจืดกว้างของนครสวรรค์ ที่ตั้งของอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำริมบึง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 1-2 ชม. (เดินชมตู้ปลา 33 ตู้ + อุโมงค์ปลาน้ำจืด 24 เมตร และถ้าตรงรอบก็ได้ดูโชว์นักประดาน้ำให้อาหารปลา)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าถูก ~฿10-30 / คน (เด็ก-ผู้ใหญ่คนละอัตรา คนไทยถูกกว่าต่างชาติ) · ควรโทรเช็กก่อนไปเพราะเคยมีช่วงปิดปรับปรุงอาคารอควาเรียม
👍 เหมาะสุดสำหรับครอบครัวพาเด็กมาดูปลาแบบใกล้ชิด คู่รักและคนชอบถ่ายรูปในอุโมงค์ปลา รวมถึงคนที่แวะเที่ยวบึงบอระเพ็ดแล้วอยากหลบแดดเข้าไปเดินชมในอาคารสักชั่วโมงสองชั่วโมง
อุโมงค์ปลาน้ำจืดเหมาะครอบครัวค่าเข้าถูก

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตั้งอยู่ริมบึงบอระเพ็ด ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคกลาง ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปเรือกระแชงยาวราว 105 เมตร กว้าง 35.5 เมตร ข้างในเป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่รวบรวมปลาน้ำจืดของไทยไว้เยอะพอสมควร มีทั้งปลาท้องถิ่นในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปลาหายาก และปลาจากต่างประเทศ จัดแสดงในตู้กระจกมากกว่า 33 ตู้ ไฮไลต์คืออุโมงค์ปลาน้ำจืดยาวราว 24 เมตร ที่เดินลอดเข้าไปแล้วเห็นฝูงปลาว่ายอยู่รอบตัวทั้งด้านข้างและเหนือหัว เด็ก ๆ มักตื่นเต้นกับช่วงนี้มากที่สุด บางรอบยังมีนักประดาน้ำลงไปให้อาหารปลาในตู้ใหญ่ให้ได้ดูกันด้วย

จุดที่ทำให้ที่นี่เหมาะกับครอบครัวคือค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับอควาเรียมในเมืองใหญ่ เดินชมสบาย ๆ ในอาคารที่หลบแดดได้ ใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะจะแวะต่อจากการล่องเรือหรือชมนกที่บึงบอระเพ็ด เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คนที่ชอบถ่ายรูปจะได้มุมสวยในอุโมงค์ปลาและตู้ที่จัดแสงไว้ ส่วนคนที่พาผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กมาก็เดินได้ไม่เหนื่อยเพราะเส้นทางในอาคารไม่ยาวและไม่มีบันไดชันมาก จุดนี้ทำให้หลายคนมองว่าเป็นที่แวะพักเที่ยวในเมืองนครสวรรค์ที่คุ้มค่าเงินและคุ้มเวลา

สิ่งที่อยากให้เผื่อใจไว้ตามตรงคือ ที่นี่เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ปรับปรุงใหม่บ่อยนัก บางตู้อาจดูเก่าหรือมีปลาไม่เต็มทุกตู้ และในบางช่วงเวลาอากาศภายในอาคารค่อนข้างร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะหน้าร้อนตอนกลางวัน คนที่คาดหวังความอลังการแบบอควาเรียมใหญ่ในห้างอาจรู้สึกว่าเรียบง่ายไปหน่อย อีกเรื่องที่ควรระวังคืออาคารเคยมีประกาศปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ จึงควรโทรสอบถามหรือเช็กเพจก่อนเดินทางไป เพื่อไม่ให้ไปถึงแล้วเจอปิด วันธรรมดาคนมักน้อยจนเดินชมได้สบายไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูป ส่วนวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลอาจมีครอบครัวมาเที่ยวเยอะขึ้น แต่โดยรวมยังไม่ถึงกับแออัด

💡
เคล็ดลับ: โทรเช็กหรือดูเพจก่อนไป เพราะอาคารอควาเรียมเคยปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ไปวันธรรมดาหรือช่วงเช้าจะคนน้อย ถ่ายรูปในอุโมงค์ปลาได้สบาย ลองถามเวลารอบที่นักประดาน้ำลงไปให้อาหารปลาไว้ก่อน จะได้จับจังหวะเข้าไปดูพอดี และจัดคู่กับล่องเรือหรือชมนกที่บึงบอระเพ็ดในทริปเดียวจะคุ้มกว่าเพราะอยู่บริเวณเดียวกัน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับอควาเรียมในเมืองใหญ่ เหมาะพาครอบครัวและเด็กมาเที่ยวแบบประหยัด
  • มีอุโมงค์ปลาน้ำจืดยาว 24 เมตร เดินลอดเห็นฝูงปลาว่ายรอบตัว เด็ก ๆ ชอบและได้มุมถ่ายรูปสวย
  • รวมปลาน้ำจืดของไทยและปลาหายากไว้ในตู้กว่า 33 ตู้ บางรอบมีโชว์นักประดาน้ำให้อาหารปลา
  • อยู่ริมบึงบอระเพ็ด จับคู่กับล่องเรือหรือชมนกในทริปเดียวได้ และเป็นอาคารในร่มหลบแดดสบาย
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ปรับปรุงใหม่บ่อย บางตู้ดูเก่าหรือปลาไม่เต็มทุกตู้
  • ภายในอาคารบางช่วงอากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะหน้าร้อนตอนกลางวัน
  • อาคารอควาเรียมเคยประกาศปิดปรับปรุงเป็นช่วง ๆ ควรเช็กก่อนไปให้แน่ใจว่าเปิด
7

อุทยานสวรรค์ (หนองสมบุญ) — สวนสาธารณะบึงน้ำใจกลางเมืองนครสวรรค์

📍 ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ · มีทางเข้าหลายประตู อยู่ใกล้ตลาดและย่านที่พักในเมือง เดินหรือขับรถถึงง่าย 🧭 ตัวเมืองนครสวรรค์ (ปากน้ำโพ) ⭐ 3.9 (Wongnai (อุทยานสวรรค์ หนองสมบุญ, ~12 รีวิว))
ดอกชบาสีชมพูบานในอุทยานสวรรค์ สวนสาธารณะกลางเมืองนครสวรรค์ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Jiafei Slay Queen · CC0
ระยะเวลา1-2 ชม. (เดินหรือปั่นรอบบึงหนึ่งรอบราว 3 กม. บวกเวลานั่งพักและถ่ายรูป)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม · มีลานจอดรถและร้านเครื่องดื่ม-ของกินเล็ก ๆ รอบสวน (เตรียมเงินสดเผื่อซื้อน้ำหรือของว่างช่วงเย็น)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายรอบบึงน้ำช่วงเช้าตรู่กับเย็น ๆ ที่อากาศดี เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก คนวิ่ง และคนที่พักในเมืองแบบไม่ต้องเสียเงิน
เดิน-ปั่นรอบบึงออกกำลังกายเช้า-เย็นเข้าฟรีกลางเมือง

อุทยานสวรรค์ หรือที่คนในเมืองเรียกกันติดปากว่าสวนหนองสมบุญ คือสวนสาธารณะบึงน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เป็นเหมือนปอดของเมืองที่คนแวะมาพักผ่อนกันทุกวัน จุดที่ทำให้คนชอบคือมีบึงน้ำกว้างอยู่กลางสวน มีทางเดินและทางปั่นจักรยานลาดยางวนรอบบึงระยะทางประมาณสามกิโลเมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดเส้น เดินหรือปั่นครบรอบก็ได้ออกกำลังพอดี ๆ มีทางเข้าหลายประตูจากถนนรอบสวน ไม่ต้องเสียค่าเข้าสักบาท ใครพักในเมืองก็เดินหรือขับรถมาถึงได้ง่าย จอดรถแล้วเดินเข้ามาได้เลย

ช่วงที่คนมากันเยอะที่สุดคือเช้าตรู่กับตอนเย็นแดดร่ม เพราะอากาศกำลังดีและไม่ร้อน คนวิ่งกับคนปั่นจักรยานจะออกมากันเป็นกลุ่ม บางคนพาเด็กมาวิ่งเล่น บางคนมานั่งปิกนิกริมบึงกับครอบครัว รอบสวนมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรี มีม้านั่งและศาลาให้นั่งพักเป็นระยะ และมีงานปูนปั้นมังกรตรงหน้าบึงที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินของเมือง คนที่มาเที่ยวนครสวรรค์แบบผ่านทางมักแวะมาเดินยืดเส้นยืดสายช่วงเย็นก่อนไปหาของกินต่อในเมือง เพราะสวนอยู่ไม่ไกลจากตลาดและย่านร้านอาหาร วนสวนเสร็จเดินออกไปกินข้าวเย็นได้พอดี

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร้อน เพราะเป็นสวนกลางเมืองที่พื้นที่โล่ง ถ้ามาเดินตอนบ่ายจะเหนื่อยและเสียเหงื่อมาก ควรเลือกมาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่าเยอะ อย่างที่สองคือน้ำในบึงบางช่วงฤดูอาจดูขุ่นหรือมีกลิ่นบ้างตามสภาพอากาศ ไม่ใช่บึงน้ำใสแบบทะเลสาบธรรมชาติ มาที่นี่เน้นบรรยากาศเดินเล่นออกกำลังมากกว่ามาชมความใสของน้ำ อย่างที่สามคือช่วงเย็นวันหยุดคนจะเยอะและลานจอดรถอาจเต็ม ควรมาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกจะหาที่จอดง่ายกว่า และเตรียมยากันยุงกับน้ำดื่มมาเองเผื่อไว้ เพราะร้านรอบสวนมีไม่มากและปิดค่อนข้างเร็ว โดยรวมเป็นที่พักผ่อนฟรีกลางเมืองที่คุ้มค่ากับเวลาถ้ามาถูกช่วง

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าตรู่หรือเย็นแดดร่มจะได้อากาศดีและไม่ร้อน เพราะกลางวันแดดแรงมาก เดินหรือปั่นรอบบึงหนึ่งรอบราว 3 กิโลเมตรกำลังได้ออกกำลังพอดี รอบสวนมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรี วันหยุดช่วงเย็นคนเยอะและลานจอดอาจเต็ม ควรมาถึงก่อนพระอาทิตย์ตก เตรียมน้ำดื่มกับยากันยุงมาเอง และแวะจุดถ่ายรูปมังกรปูนปั้นหน้าบึงก่อนกลับ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม อยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เดินหรือขับรถจากที่พักในเมืองถึงง่าย มีทางเข้าหลายประตู
  • มีทางเดินและทางปั่นจักรยานลาดยางวนรอบบึงราว 3 กิโลเมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะออกกำลังกายเช้า-เย็น
  • มีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรี ม้านั่ง ศาลา และมุมปิกนิกริมบึง เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนวิ่ง
  • มีงานปูนปั้นมังกรหน้าบึงเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอิน อยู่ใกล้ตลาดและย่านร้านอาหาร วนสวนเสร็จไปกินข้าวต่อได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน เพราะเป็นสวนกลางเมืองพื้นที่โล่ง ควรเลี่ยงมาเดินตอนบ่าย
  • น้ำในบึงบางฤดูอาจดูขุ่นหรือมีกลิ่นบ้างตามสภาพอากาศ ไม่ใช่บึงน้ำใสแบบทะเลสาบธรรมชาติ
  • เย็นวันหยุดคนเยอะและลานจอดรถอาจเต็ม ร้านรอบสวนมีไม่มากและปิดค่อนข้างเร็ว ควรเตรียมน้ำดื่มมาเอง
8

เดินเที่ยวเมืองเก่าปากน้ำโพ + หอวัฒนธรรมนครสวรรค์ (วิถีไทย-จีนริมแม่น้ำ)

📍 ย่านเมืองเก่าปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ · ริมจุดบรรจบต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ตลาดปากน้ำโพและศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม 🧭 เมืองเก่าปากน้ำโพ (ริมน้ำ)
จุดบรรจบต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ริมย่านเมืองเก่า (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Heinrich Damm · CC BY 2.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-4 ชม. (เดินย่านตลาด-ริมน้ำ แวะศาลเจ้า คาเฟ่ และหอวัฒนธรรม/พาสาน ตามจังหวะ)
ราคาโดยประมาณเดินเที่ยวย่านเมืองเก่าและไหว้ศาลเจ้าเข้าฟรี · ของกิน-เครื่องดื่มตามสั่ง ~฿40-150 / อย่าง · หอชมเมือง/จุดชมวิวบางแห่งเก็บค่าเข้าหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเล่นย่านเก่า ถ่ายรูปตึกแถวเก่า ไหว้ศาลเจ้า ชิมของกินไทย-จีน และแวะคาเฟ่แบบไม่ต้องรีบ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายเดินเมืองคนเดียว
ย่านเก่าเดินได้วิถีไทย-จีนเข้าฟรี

ปากน้ำโพคือย่านเมืองเก่าใจกลางนครสวรรค์ ตรงจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นชุมชนไทย-จีนที่ตั้งรกรากมายาวนานหลายชั่วอายุคน เดินไปตามถนนย่านตลาดจะเจอตึกแถวไม้และตึกปูนเก่าที่ยังเปิดค้าขาย ป้ายชื่อร้านภาษาจีน โรงเจ ศาลเจ้าเล็กใหญ่ และร้านของกินสูตรเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมาในตระกูล บรรยากาศเดินเที่ยวเป็นแบบสบาย ๆ ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่มีทางเข้าออกที่ตายตัว อยากเริ่มตรงไหนก็เดินได้ เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การได้เห็นวิถีชีวิตจริงของคนในย่าน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า คนมาไหว้เจ้า และร้านกาแฟรุ่นใหม่ที่มาเปิดแทรกในตึกเก่า ทำให้ย่านมีทั้งกลิ่นอายดั้งเดิมและมุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ปนกันไป

ถ้ามาเดินย่านนี้ ควรเผื่อเวลาแวะศาลเจ้าริมน้ำที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทย-จีนปากน้ำโพ ช่วงตรุษจีนที่นี่จัดงานใหญ่มีขบวนแห่เจ้าและมังกร-สิงโตที่คนทั้งเมืองรอทั้งปี ส่วนของกินก็เป็นพระเอกอีกอย่าง ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า หอยทอด ขนมจีบซาลาเปา ไปจนถึงกาแฟโบราณและขนมหวานแบบจีน หลายร้านเปิดมานานจนกลายเป็นชื่อประจำย่าน อยากได้วิวมุมสูงเห็นเมืองและแม่น้ำ ก็ขึ้นไปจุดชมวิวบนเขากบ (วัดวรนาถบรรพต) ที่อยู่ไม่ไกล หรือแวะพาสานและหอชมเมืองที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ปากน้ำโพและต้นแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ให้เข้าใจง่ายก่อนลงมาเดินย่านจริง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือย่านเมืองเก่าเป็นถนนในเมืองที่มีรถวิ่งและที่จอดรถค่อนข้างจำกัด ช่วงวันธรรมดาบางร้านปิดเร็วหรือหยุดไม่พร้อมกัน ทำให้ภาพย่านดูเงียบกว่าที่คิด ถ้าอยากเห็นย่านคึกคักเต็มที่แนะนำมาช่วงเช้าถึงสาย หรือมาช่วงเทศกาลตรุษจีนที่คนแน่นและร้านเปิดครบ อากาศกลางวันของนครสวรรค์ค่อนข้างร้อน การเดินกลางแดดนาน ๆ อาจเหนื่อย ควรพกน้ำ ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และวางแผนแวะพักในคาเฟ่หรือร้านของกินเป็นช่วง ๆ ป้ายบอกทางและข้อมูลจุดเที่ยวในย่านยังมีไม่มากนัก การเปิดแผนที่ในมือถือหรือถามคนในพื้นที่จะช่วยให้เดินไม่หลงและเจอร้านเด็ดได้ง่ายขึ้น

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าถึงสายจะเห็นย่านคึกคักและร้านของกินเปิดครบกว่าช่วงบ่าย ถ้าอยากได้บรรยากาศจัดเต็มให้เล็งช่วงตรุษจีนที่มีขบวนแห่เจ้าและมังกร-สิงโต จอดรถแถวตลาดหายากในช่วงคนเยอะ ลองหาที่จอดรอบนอกแล้วเดินเข้า พกน้ำและใส่รองเท้าเดินสบายเพราะกลางวันร้อน และเผื่อเวลาขึ้นจุดชมวิวเขากบหรือแวะพาสาน/หอชมเมืองเพื่อเห็นภาพรวมเมืองก่อนลงมาเดินย่าน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เดินเที่ยวย่านเมืองเก่าและไหว้ศาลเจ้าเข้าฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว เริ่มเดินตรงไหนก็ได้ตามใจ
  • ได้เห็นวิถีไทย-จีนของจริง ทั้งตึกแถวเก่า ป้ายจีน โรงเจ และร้านสูตรเก่าแก่ที่ยังเปิดขาย
  • ของกินหลากหลายตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ขนมจีบซาลาเปา ถึงกาแฟโบราณ ในระยะเดินถึงกัน
  • มีจุดต่อเนื่องให้เที่ยวครบวัน ทั้งศาลเจ้าริมน้ำ พาสาน หอชมเมือง และจุดชมวิวบนเขากบ
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นถนนในเมืองที่มีรถวิ่งและที่จอดรถจำกัด ช่วงคนเยอะหาที่จอดยาก
  • วันธรรมดาบางร้านปิดเร็วหรือหยุดไม่พร้อมกัน ย่านอาจดูเงียบกว่าที่คาด
  • ป้ายบอกทางและข้อมูลจุดเที่ยวในย่านยังมีน้อย ต้องพึ่งแผนที่มือถือหรือถามคนในพื้นที่
9

งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ (เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ) — ขบวนแห่มังกรทอง สิงโต และเอ็งกอ

📍 ย่านตลาดปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ · ขบวนแห่วนรอบเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ผ่านถนนสายหลักและศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม 🧭 ตัวเมืองนครสวรรค์ (ปากน้ำโพ)
ขบวนแห่ตรุษจีนปากน้ำโพ นครสวรรค์ สีสันเทศกาลไทย-จีนกลางเมือง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Eternally9 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลางานจัดยาว 12 วัน 12 คืน (ปี 2569 วันที่ 10-21 ก.พ.) · ไฮไลต์คือขบวนกลางคืน (ชิวซา) และขบวนกลางวัน (ชิวสี่) วันละ 3-5 ชม.
ราคาโดยประมาณเดินชมงานและขบวนแห่ริมถนนไม่มีค่าเข้า · งบต่อคนอยู่ที่ค่าเดินทาง อาหารริมทาง และของไหว้ราว ฿200-800 · อัฒจันทร์/จุดชมแบบมีที่นั่งบางปีเก็บค่าบัตรแยก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเทศกาลวัฒนธรรมไทย-จีนแบบเต็มเมือง อยากดูขบวนแห่มังกรทอง สิงโต และเอ็งกอของจริง เหมาะกับครอบครัว สายถ่ายภาพ และคนที่มาช่วงตรุษจีนพอดี
แห่มังกรทอง-สิงโตตรุษจีนเต็มเมืองมรดกภูมิปัญญา 2561

งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ หรือที่คนมักเรียกกันสั้น ๆ ว่าตรุษจีนปากน้ำโพ เป็นงานตรุษจีนที่จัดต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปีของชาวไทยเชื้อสายจีนในนครสวรรค์ และในปี 2561 ประเพณีการแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตัวงานจัดขึ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนราวปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี กินเวลาต่อเนื่องหลายวันหลายคืนที่ย่านตลาดปากน้ำโพกลางเมือง หัวใจของงานคือขบวนแห่ที่อัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่ออกโปรดชาวเมือง พร้อมการแสดงมังกรทอง สิงโต และเอ็งกอที่หาดูได้ยากในที่อื่น จึงเป็นช่วงที่คนทั้งในและนอกจังหวัดหลั่งไหลกันมาชม

ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดคือขบวนแห่สองรอบ รอบกลางคืนเรียกกันว่าชิวซา และรอบกลางวันเรียกว่าชิวสี่ แต่ละรอบมีคณะมังกรทองเชิดยกลำตัวขึ้นเสาสูง เล่นมังกรล่อแก้ว มีการพ่นไฟและจุดพลุประกอบจังหวะกลองและฉาบ ตัดสลับกับคณะสิงโตหลายสำเนียงทั้งไหหลำ แคะ ปักกิ่ง กวางตุ้ง และฮกเกี้ยน รวมถึงขบวนเจ้าแม่กวนอิม กลุ่มเด็กตีฉาบ และการแสดงเอ็งกอ-ปาบู๊ เดินยาวไปตามถนนสายหลักรอบเขตเทศบาล บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยโคมแดง ธงมงคล และร้านอาหารริมทางที่ออกมาขายกันคึกคักตลอดคืน ใครมาช่วงนี้จะได้เห็นเมืองนครสวรรค์ในโหมดที่มีชีวิตชีวาต่างจากวันปกติชัดเจน

สิ่งที่ควรบอกกันตรง ๆ ก่อนไปคืองานนี้จัดตามฤดูปีละครั้งเท่านั้น ต้องเช็กวันตรุษจีนของปีนั้นให้ดีเพราะเลื่อนไปมาตามปฏิทินจันทรคติ และวันขบวนใหญ่คนจะแน่นมากจนบางจุดแทบขยับตัวไม่ได้ ที่จอดรถในเมืองหายากและเต็มเร็ว ที่พักย่านกลางเมืองมักถูกจองหมดล่วงหน้าเป็นเดือน ควรวางแผนและจองแต่เนิ่น ๆ ช่วงขบวนกลางคืนมีพ่นไฟและพลุในระยะใกล้ คนพาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกจุดยืนที่ไม่เบียดเกินไปและอยู่ห่างแนวพลุพอสมควร อากาศกลางวันค่อนข้างร้อน ส่วนกลางคืนคนเยอะทำให้เดินช้า เผื่อเวลาและพกน้ำดื่มไปด้วยจะสบายกว่า ใครอยากได้มุมถ่ายภาพดี ๆ แนะนำให้ไปจับจองจุดริมเส้นทางขบวนล่วงหน้าหลายชั่วโมง

💡
เคล็ดลับ: เช็กวันตรุษจีนของปีนั้นก่อนวางแผน เพราะงานเลื่อนตามปฏิทินจันทรคติ (ปี 2569 จัด 10-21 ก.พ.) · วันขบวนใหญ่ (ชิวซากลางคืน + ชิวสี่กลางวัน) คนแน่นสุด จองที่พักกลางเมืองล่วงหน้าเป็นเดือนและเผื่อเวลาหาที่จอด · ไปจับจุดยืนริมเส้นทางขบวนก่อนหลายชั่วโมงถ้าอยากได้มุมถ่ายภาพดี · ช่วงพ่นไฟ-จุดพลุให้ยืนห่างแนวพอสมควรถ้าพาเด็กหรือผู้สูงอายุ · พกน้ำดื่มและใส่รองเท้าเดินสบายเพราะต้องเดินและยืนนาน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ขบวนแห่มังกรทอง สิงโตห้าสำเนียง และเอ็งกอของจริง จัดเต็มทั้งรอบกลางวัน (ชิวสี่) และกลางคืน (ชิวซา) หาดูได้ยากในที่อื่น
  • เป็นประเพณีร้อยกว่าปีที่ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมปี 2561 มีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะของนครสวรรค์
  • เดินชมงานและขบวนริมถนนไม่มีค่าเข้า มีอาหารริมทางและบรรยากาศตลาดปากน้ำโพให้เดินกินเที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน
  • งานจัดยาวหลายวันหลายคืน มีเวลาเลือกวันไปได้ยืดหยุ่น เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพเทศกาล
⚠️ ข้อสังเกต
  • จัดตามฤดูปีละครั้งช่วงตรุษจีน (ม.ค.-ก.พ.) ต้องเช็กวันให้ตรงและวางแผนล่วงหน้า พลาดแล้วต้องรอปีถัดไป
  • วันขบวนใหญ่คนแน่นมาก ที่จอดรถหายากและที่พักกลางเมืองมักเต็มจนต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน
  • ช่วงพ่นไฟและจุดพลุระยะใกล้อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กหรือคนที่ไม่ชอบเสียงดังและฝูงชนหนาแน่น
10

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ — จุดชมวิวช่องเย็น (ทะเลหมอกหน้าหนาว) จ.นครสวรรค์

📍 อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ (ต่อเนื่องเขตกำแพงเพชร) · ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ริมทางหลวงคลองลาน-อุ้มผาง ช่องเย็นอยู่ลึกเข้าไปตามถนนภูเขาราว 28 กม. 🧭 เทือกเขาถนนธงชัย ฝั่งตะวันตกของนครสวรรค์ ⭐ 4.5 (Google Maps (อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ · รีวิวรวมกว่า 2,900 ราย))
ทิวเขาเขียวชอุ่มและป่าของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เส้นทางขึ้นจุดชมวิวช่องเย็น (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Sirapa Atikomchakorn · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาค้างคืน 1 คืน (ขับขึ้นช่องเย็นบ่าย-เย็น กางเต็นท์ แล้วตื่นเช้ารอทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น) · แบบไปเช้า-กลับเย็นก็ได้แต่พลาดหมอกเช้า
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ~฿40 คนไทยผู้ใหญ่ / ~฿20 เด็ก · ต่างชาติ ~฿200 ผู้ใหญ่ / ~฿100 เด็ก · ค่ารถยนต์ ~฿30 · ค่าพื้นที่กางเต็นท์ ~฿30/คน/คืน (เช่าเต็นท์-เครื่องนอนเพิ่มตามรายการ)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายธรรมชาติและถ่ายภาพที่อยากขับรถขึ้นภูเขาไปนอนรับอากาศเย็นและรอชมทะเลหมอกช่องเย็นตอนเช้าหน้าหนาว เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่ชอบกางเต็นท์
ทะเลหมอกช่องเย็นกางเต็นท์อากาศเย็นถนนภูเขาชมวิว

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นผืนป่าใหญ่ที่คร่อมระหว่างนครสวรรค์กับกำแพงเพชร บนแนวเทือกเขาถนนธงชัย จุดที่คนขับรถไกลไปหากันมากที่สุดคือ "ช่องเย็น" ซึ่งตามชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นสันเขาที่ลมพัดผ่านตลอดและอากาศเย็นกว่าพื้นราบชัดเจน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว เสน่ห์หลักคือทะเลหมอกที่ลอยคลุมหุบเขาในตอนเช้า พร้อมพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นหลังแนวสัน ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของสายกางเต็นท์และสายถ่ายภาพที่อยากได้บรรยากาศเย็นสบายแบบภูเขาโดยไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือตอนบน การขึ้นช่องเย็นต้องขับรถตามถนนภูเขาลึกเข้าไปจากที่ทำการอุทยานราวยี่สิบแปดกิโลเมตร ทางเป็นถนนลาดยางแคบ คดเคี้ยว มีทั้งช่วงลาดชันและโค้งหักศอกจำนวนมาก จึงเหมาะกับคนที่ขับรถขึ้นเขาได้มั่นใจและรถอยู่ในสภาพพร้อม

รูปแบบที่นิยมที่สุดคือค้างคืนหนึ่งคืน โดยขับขึ้นไปช่วงบ่ายถึงเย็น กางเต็นท์ในลานที่อุทยานจัดไว้ รับลมหนาวและดูดาวตอนกลางคืน แล้วตื่นแต่เช้ามืดเพื่อรอชมทะเลหมอกกับพระอาทิตย์ขึ้น ใครไม่มีอุปกรณ์ก็เช่าเต็นท์และเครื่องนอนจากอุทยานได้ในราคาย่อมเยา มีห้องน้ำรวมและร้านค้าสวัสดิการให้พอประทังท้อง การเข้าพื้นที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตามอัตราที่แยกคนไทยกับต่างชาติ บวกค่ารถและค่าพื้นที่กางเต็นท์ต่อคนต่อคืน ซึ่งรวมแล้วยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ได้ ช่วงเวลาที่เหมาะไปที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็นและมีโอกาสเจอทะเลหมอกสูง ส่วนหน้าฝนถนนขึ้นเขาลื่นและบางช่วงอุทยานอาจปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ควรโทรเช็กกับอุทยานก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือถนนขึ้นช่องเย็นชันและคดมาก รถเก๋งเครื่องเล็กหรือคนขับที่ไม่ชินทางเขาอาจเหนื่อยและต้องใช้เกียร์ต่ำช่วยเบรกตลอดขาลง ควรตรวจเบรกและยางให้พร้อม ข้อสองคือทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นกับความชื้นและอากาศแต่ละคืน บางเช้าขึ้นไปแล้วท้องฟ้าโล่งไม่มีหมอกก็มี จึงควรทำใจว่าเป็นเรื่องของดวงและสภาพอากาศ ข้อสามคือสิ่งอำนวยความสะดวกบนช่องเย็นมีจำกัด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ในหลายจุด ไม่มีร้านอาหารใหญ่ ควรเตรียมน้ำ อาหาร ไฟฉาย และของใช้จำเป็นขึ้นไปเอง ข้อสี่คือกลางคืนอากาศเย็นจัดในหน้าหนาว ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและถุงนอนที่อุ่นพอ และช่วงวันหยุดยาวคนเยอะจนลานกางเต็นท์เต็ม ควรจองหรือไปถึงแต่เนิ่น ๆ อย่าลืมเก็บขยะกลับลงมาทุกชิ้นเพราะเป็นพื้นที่อนุรักษ์

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงปลายฝนต้นหนาว (พ.ย.-ก.พ.) จะมีโอกาสเจอทะเลหมอกช่องเย็นสูงและอากาศเย็นสบายที่สุด โทรเช็กกับอุทยานก่อนเดินทางว่าเปิดเส้นทางขึ้นช่องเย็นไหมและลานกางเต็นท์ว่างพอไหม ตรวจเบรกและยางให้พร้อมเพราะถนนภูเขาชันและคดมาก ขาลงใช้เกียร์ต่ำช่วยเบรก เตรียมเสื้อกันหนาว ถุงนอนที่อุ่นพอ ไฟฉาย น้ำ และอาหารขึ้นไปเอง เพราะบนช่องเย็นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หลายจุดและร้านค้ามีจำกัด ตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อรอหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น และเก็บขยะกลับลงมาทุกชิ้น
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ทะเลหมอกช่องเย็นในตอนเช้าหน้าหนาวกับพระอาทิตย์ขึ้นเป็นบรรยากาศภูเขาที่หาได้ในภาคกลางตอนบนโดยไม่ต้องไปไกลถึงเหนือตอนบน
  • อากาศเย็นสบายบนสันเขา เหมาะกับสายกางเต็นท์ ดูดาว และถ่ายภาพ มีลานกางเต็นท์และเช่าอุปกรณ์จากอุทยานได้
  • ค่าธรรมเนียมและค่าที่กางเต็นท์ไม่แพง คุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศและอากาศเย็นที่ได้
  • รีวิวจริงบน Google Maps ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.5 เต็ม 5 จากผู้มาเยือนกว่าสองพันเก้าร้อยราย หลายคนชมวิวและความเงียบสงบ
⚠️ ข้อสังเกต
  • ถนนขึ้นช่องเย็นชันและคดมากราว 28 กม. รถเครื่องเล็กและคนไม่ชินทางเขาต้องระวัง ควรตรวจเบรกและยางให้พร้อม
  • ทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นกับสภาพอากาศแต่ละคืน บางเช้าฟ้าโล่งไม่มีหมอก
  • สิ่งอำนวยความสะดวกบนช่องเย็นจำกัด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หลายจุดและไม่มีร้านอาหารใหญ่ ต้องเตรียมของขึ้นไปเอง

เที่ยวนครสวรรค์ พักที่ไหนดี?

เลือกโรงแรมในเมืองปากน้ำโพใกล้ริมน้ำ-ตลาด เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ที่พักในเมืองเต็มไวช่วงตรุษจีน (งานแห่มังกรทอง) จองล่วงหน้าจะสะดวกกว่า

ดูกิจกรรมนครสวรรค์ทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวนครสวรรค์

🦆
บึงบอระเพ็ดดูนกหน้าหนาว

บึงบอระเพ็ดล่องเรือชมนกได้ดีสุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ที่นกอพยพมามาก ชมพระอาทิตย์ตกริมบึงสวย ควรสอบถามรอบเรือและราคาก่อนลง

🛕
วัดคีรีวงศ์ขึ้นเขาชมวิว

วัดคีรีวงศ์มีเจดีย์และจุดชมวิวเมืองปากน้ำโพบนเขา ขึ้นได้ทั้งเดินและรถ ควรแต่งกายสุภาพและระวังทางขึ้น

🐉
แห่มังกรทองช่วงตรุษจีน

งานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ (แห่มังกร-สิงโต) จัดช่วงตรุษจีน เป็นไฮไลต์วัฒนธรรมไทย-จีนที่คนเยอะมาก ควรเช็กกำหนดการและที่พักล่วงหน้า

🏞️
ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาถ่ายรูปได้

จุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปิงและน่านมาบรรจบมีจุดชมวิว-ถ่ายรูป เดินเล่นริมน้ำได้ เย็น ๆ อากาศดี

จัดทริปนครสวรรค์ยังไงให้คุ้ม

ถ้ามาวันเดียว เช้าล่องเรือบึงบอระเพ็ดดูนก บ่ายขึ้นวัดคีรีวงศ์ชมวิว แวะจุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาและตลาดปากน้ำโพ ถ้าค้างคืน เช้าวันที่สองไปเขาหน่อ-เขาแก้วชมถ้ำและลิง จะได้ครบทั้งธรรมชาติ วัด และวัฒนธรรมไทย-จีน นครสวรรค์เป็นทางผ่านขึ้นเหนือ แวะเที่ยวได้สะดวก

พร้อมเที่ยวนครสวรรค์แล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย

ดูที่พักนครสวรรค์ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวนครสวรรค์ทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือล่องเรือบึงบอระเพ็ดดูนกและชมพระอาทิตย์ตก ชมจุดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ ขึ้นวัดคีรีวงศ์ชมวิวเมือง เที่ยวเขาหน่อ-เขาแก้วชมถ้ำและลิง เดินตลาดปากน้ำโพ และช่วงตรุษจีนชมงานแห่มังกรทอง

บึงบอระเพ็ดดูนกช่วงไหนดี?

ดูนกได้ดีที่สุดช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ซึ่งเป็นฤดูที่นกน้ำอพยพมาอาศัยจำนวนมาก มีบริการล่องเรือชมนกและพระอาทิตย์ตก ควรสอบถามรอบเรือและราคากับผู้ให้บริการก่อนลงเรือ

ไปนครสวรรค์ช่วงไหนดี?

หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ดีที่สุด อากาศดีและดูนกที่บึงบอระเพ็ดได้ ช่วงตรุษจีนมีงานแห่มังกรทองปากน้ำโพที่คึกคักแต่คนเยอะ ควรจองที่พักล่วงหน้า

เที่ยวนครสวรรค์กี่วันดี?

1–2 วันกำลังพอดี วันแรกล่องบึงบอระเพ็ดและเที่ยวในเมือง วันที่สองไปเขาหน่อ-เขาแก้ว หลายคนแวะนครสวรรค์ระหว่างทางขึ้นเหนือหรือรวมทริปกับอุทัยธานีที่อยู่ใกล้กัน

ไปนครสวรรค์ไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?

ในเมืองปากน้ำโพเที่ยวด้วยรถรับจ้างได้ แต่บึงบอระเพ็ดและเขาหน่ออยู่นอกเมือง ควรเช่ารถ เหมารถ หรือจองทัวร์ที่มีรถรับส่ง นครสวรรค์มีรถไฟสายเหนือและรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ผ่านสะดวก

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →