📝 เขียนเมื่อ 3 ก.ค. 2026 · ✅ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
นนทบุรีอยู่ติดกรุงเทพฯ ทางทิศเหนือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจังหวัดปริมณฑลที่เที่ยวแบบเดย์ทริปได้ง่าย ไฮไลต์คือเกาะเกร็ดเกาะกลางแม่น้ำของชาวมอญที่ปั่นจักรยานรอบเกาะ ชิมขนมมอญ และช้อปเครื่องปั้นดินเผาปั้นมือได้ วัดปรมัยยิกาวาสวัดหลักบนเกาะที่มีเจดีย์เอนริมน้ำ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารวัดหลวงริมเจ้าพระยา วัดเล่งเน่ยยี่ 2 วัดจีนขนาดใหญ่ที่คนไปแก้ชง และตลาดน้ำไทรน้อยบรรยากาศชุมชน
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ข้อสำคัญคือเกาะเกร็ด ตลาดน้ำไทรน้อย และตลาดน้ำประชารัฐสวนบัวคึกคักเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ (วันธรรมดาร้านปิดเยอะ) ควรไปวันหยุด ส่วนวัดริมน้ำและสวนสาธารณะเที่ยวได้ทุกวัน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง เรือด่วนเจ้าพระยา หรือขับรถจากกรุงเทพฯ
เดินเที่ยวเกาะเกร็ด — เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาไร้รถยนต์ ปั่นจักรยานวนเกาะ ตลาดริมน้ำ ขนมมอญ เครื่องปั้นดินเผา
เกาะเกร็ดเป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่เกิดจากการขุดคลองลัดโค้งน้ำสมัยอยุธยา ทำให้แผ่นดินตรงนี้กลายเป็นเกาะแยกออกมา จุดเด่นคือเป็นชุมชนชาวมอญเก่าแก่ที่ยังรักษาวิถีริมน้ำ วัฒนธรรม และงานฝีมือไว้ได้ดี ทั้งเกาะไม่มีถนนให้รถยนต์วิ่ง คนบนเกาะและนักท่องเที่ยวจึงเดินหรือปั่นจักรยานไปตามทางเดินคอนกรีตที่วนรอบเกาะระยะทางราว 6 กิโลเมตร การไปเกาะเกร็ดง่ายกว่าที่คิด เพราะแค่ขับรถหรือนั่งรถมาที่ท่าเรือวัดสนามเหนือฝั่งปากเกร็ด แล้วลงเรือข้ามฟากไม่กี่นาทีก็ถึงฝั่งเกาะ ค่าเรือแค่หลักสิบบาท และตัวเกาะเข้าฟรี
สิ่งที่คนไปเกาะเกร็ดมักติดใจคือตลาดเดินริมน้ำที่ขายขนมมอญและของกินพื้นถิ่นแทบทุกร้าน เช่น ทอดมันหน่อกะลา ข้าวแช่ ขนมหวานหลากสี และผลไม้ตามฤดู อีกไฮไลต์คือเครื่องปั้นดินเผาปั้นมือของชาวมอญที่ทำกันมาหลายชั่วอายุคน มีเตาเผาโบราณและร้านขายของแต่งบ้านให้เดินดูตลอดทาง ระหว่างทางยังผ่านวัดเก่าอย่างวัดปรมัยยิกาวาสที่มีเจดีย์เอนริมน้ำเป็นสัญลักษณ์ของเกาะ ใครชอบปั่นจักรยานก็เช่าได้ที่ท่าเรือในราคาไม่กี่สิบบาท ปั่นวนเกาะผ่านสวน บ้านเรือนไม้ และทุ่งริมน้ำที่ยังเงียบสงบ เห็นวิถีชีวิตจริงของคนบนเกาะแบบใกล้ชิด
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมาคือ เกาะเกร็ดคึกคักและเต็มรูปแบบเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวเท่านั้น เพราะร้านค้า ตลาดริมน้ำ และแผงขนมส่วนใหญ่เปิดเฉพาะวันหยุด ถ้าไปวันธรรมดาหลายร้านปิดหรือเงียบมาก บรรยากาศจะเหมือนหมู่บ้านเงียบ ๆ มากกว่าตลาดท่องเที่ยว จึงควรวางแผนไปวันเสาร์หรืออาทิตย์ และไปช่วงเช้าถึงบ่ายก่อนที่คนจะแน่นและอากาศจะร้อนจัด ทางเดินบางช่วงแคบและมีทั้งคนเดินและคนปั่นจักรยานปนกัน ต้องระวังและใจเย็น ฤดูฝนทางอาจลื่นและบางจุดน้ำท่วมถึง ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและกันลื่น เตรียมเงินสดไปเผื่อเพราะร้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่รับแต่เงินสด และพกร่มหรือหมวกกันแดดไว้ด้วยจะเที่ยวได้สบายตลอดวัน
- ทริปครึ่งวันใกล้กรุงเทพฯ เข้าเกาะฟรี ค่าเรือข้ามฟากแค่หลักสิบบาท ไปเช้าเย็นกลับได้ไม่ต้องค้างคืน
- เกาะไร้รถยนต์ เดินหรือปั่นจักรยานวนเกาะราว 6 กม. ผ่านสวน บ้านไม้ และวิถีริมน้ำที่ยังเงียบสงบ
- ตลาดริมน้ำขายขนมมอญและของกินพื้นถิ่นหลากหลาย ทั้งทอดมันหน่อกะลา ข้าวแช่ และขนมหวานหลากสี
- ได้ดูเครื่องปั้นดินเผาปั้นมือของชาวมอญ เตาเผาโบราณ และวัดเก่าอย่างวัดปรมัยยิกาวาสที่มีเจดีย์เอนริมน้ำ
- คึกคักและร้านเปิดเต็มที่เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด วันธรรมดาหลายร้านปิดหรือเงียบมาก
- ทางเดินบางช่วงแคบ คนเดินกับคนปั่นจักรยานปนกัน วันหยุดคนแน่นและอากาศร้อน
- ร้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่รับแต่เงินสด และหน้าฝนทางเดินอาจลื่นหรือบางจุดน้ำท่วมถึง
วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร (เกาะเกร็ด) — เจดีย์มุเตาเอียงริมน้ำ + โบสถ์สมัยรัชกาลที่ 5 + พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามอญ
วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารเป็นวัดหลักและจุดหมายแรกของคนที่นั่งเรือข้ามไปเกาะเกร็ด เพราะท่าเรือขึ้นเกาะอยู่หน้าวัดพอดี เดินขึ้นจากท่าก็เจอตัววัดเลย จุดที่คนถ่ายรูปกันมากคือเจดีย์มุเตา เจดีย์ทรงมอญสีขาวที่ตั้งเอียงอยู่ริมน้ำจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะ ความเอียงเกิดจากตลิ่งทรุดตามกาลเวลา ไม่ได้ตั้งใจสร้างให้เอียง แต่กลับเป็นภาพจำที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่านี่คือเกาะเกร็ด ถัดจากเจดีย์เข้าไปในเขตวัดยังมีพระอุโบสถที่บูรณะในสมัยรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้วยงานประดับสไตล์อิตาลี ทั้งซุ้มประตูหน้าต่างและลวดลายที่ต่างจากวัดไทยทั่วไป รวมถึงพระนอนองค์ใหญ่ให้เข้าไปกราบไหว้ ใครสนใจงานฝีมือท้องถิ่นก็มีพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามอญที่เล่าเรื่องเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของชุมชนมอญที่นี่
วัดนี้ผูกกับวิถีชุมชนมอญเกาะเกร็ดอย่างแนบแน่น รอบวัดและตลอดทางเดินเลียบเกาะมีตลาดของกินของฝาก ทั้งขนมไทยโบราณ ทอดมันหน่อกะลา และเครื่องปั้นดินเผาลายวิจิตรที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น การมาวัดจึงมักรวมอยู่ในทริปเดินเที่ยวเกาะครึ่งวันถึงหนึ่งวัน เดินชมวัด แวะกินของอร่อย แล้ววนเกาะด้วยการเดินหรือปั่นจักรยาน วันธรรมดาวัดเปิดช่วงบ่าย (จันทร์–ศุกร์ 13.00–16.00 น.) ส่วนเสาร์–อาทิตย์เปิดยาวตั้งแต่เช้าถึงเย็น (09.00–17.00 น.) ซึ่งตรงกับช่วงที่ตลาดเกาะเกร็ดคึกคักที่สุด คนส่วนมากจึงเลือกมาวันหยุด เพราะได้ทั้งเที่ยววัดและเดินตลาดในรอบเดียว การเข้าชมไม่เสียค่าเข้า มีเพียงค่าเรือข้ามฟากหลักหน่วยบาทต่อเที่ยว ทำให้เป็นจุดเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่คุ้มค่าและไปเช้าเย็นกลับได้สบาย
ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือเกาะเกร็ดวันหยุดคนเยอะและอากาศร้อน ทางเดินเลียบเกาะบางช่วงแคบและแดดจัด ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ที่วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นมากเกินไป และถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารบูชา ช่วงเวลาเปิดวันธรรมดาที่จำกัดแค่บ่ายทำให้บางคนที่มาช่วงเช้าวันธรรมดาเข้าไม่ทัน จึงควรเช็กวันเวลาก่อนออกเดินทาง คิวเรือข้ามฟากช่วงบ่ายวันเสาร์–อาทิตย์อาจต้องรอบ้างในวันที่คนแน่น เผื่อเวลาไว้สักหน่อยจะได้ไม่ต้องรีบ ใครอยากได้ภาพเจดีย์มุเตาสวย ๆ แบบคนไม่พลุกพล่านลองไปช่วงเช้าวันหยุดที่แดดยังไม่แรงและคนยังไม่มาก
- เจดีย์มุเตาทรงมอญเอียงริมน้ำเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด ถ่ายรูปสวยและเห็นแล้วจำได้ทันที
- รวมหลายจุดในวัดเดียว ทั้งพระอุโบสถประดับสไตล์อิตาลีสมัยรัชกาลที่ 5 พระนอนองค์ใหญ่ และพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามอญ
- เข้าชมฟรี มีแค่ค่าเรือข้ามฟากหลักหน่วยบาท เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบเช้าเย็นกลับได้
- อยู่หน้าท่าเรือขึ้นเกาะพอดี เดินต่อไปตลาดเกาะเกร็ดและวนเกาะด้วยจักรยานได้ในทริปเดียว
- วันธรรมดาเปิดแค่ช่วงบ่าย (13.00–16.00) คนที่มาเช้าวันธรรมดาอาจเข้าไม่ทัน ต้องเช็กเวลาก่อนไป
- วันหยุดคนแน่นและอากาศร้อน ทางเดินเลียบเกาะบางช่วงแคบและแดดจัด
- คิวเรือข้ามฟากช่วงบ่ายวันเสาร์–อาทิตย์อาจต้องรอในวันที่นักท่องเที่ยวเยอะ
เครื่องปั้นดินเผามอญเกาะเกร็ด — โรงปั้น/เวิร์กช็อป (บ้านปั้นป้าตุ่มและโรงปั้นในชุมชน)
เกาะเกร็ดเป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาในนนทบุรี ชุมชนที่นี่เป็นชาวมอญที่อพยพเข้ามาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา และนำงานปั้นดินเผามาด้วยจนกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำเกาะ เดินจากท่าเรือเข้าตลาดไปไม่ไกลก็จะเจอโรงปั้นและร้านเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายตามทางเดินริมน้ำ งานที่เห็นเป็นดินเผาสีอิฐแบบไม่เคลือบ ลวดลายฉลุโปร่งละเอียดเป็นเอกลักษณ์ของมอญ ทั้งหม้อน้ำ โอ่ง กระถาง แจกัน และของตกแต่งชิ้นเล็กที่ซื้อกลับได้ง่าย บางโรงเปิดให้ยืนดูช่างนั่งปั้นด้วยแป้นหมุนมือถึงหน้าร้าน เป็นภาพงานฝีมือที่ยังทำกันจริงในชุมชน ไม่ใช่แค่ของวางขาย
โรงปั้นที่คนพูดถึงกันบ่อยคือบ้านปั้นเก่าแก่อย่างของป้าตุ่ม ที่เปิดมานานและยังปั้นด้วยมือแบบดั้งเดิม บางช่วงมีให้ลองนั่งแป้นปั้นเองภายใต้การช่วยของช่าง ราคาลองปั้นและเวิร์กช็อปขึ้นกับแต่ละโรงและช่วงเวลา ควรถามหน้างานก่อนเพราะไม่ได้ตั้งราคาตายตัวเหมือนตั๋วทัวร์ ส่วนของที่ระลึกมีตั้งแต่ชิ้นเล็กหลักหลายสิบบาทไปจนถึงงานใหญ่หลักหลายร้อยหรือหลักพัน แล้วแต่ขนาดและความละเอียดของลาย เกาะเกร็ดคึกคักที่สุดในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด เพราะโรงปั้นกับร้านค้าเปิดครบและมีคนมาเดินตลาด วันธรรมดาหลายร้านปิดหรือเปิดไม่ครบ ถ้าตั้งใจมาดูงานปั้นควรเลือกมาวันหยุดจะเห็นบรรยากาศเต็มกว่า
เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือการเดินทางต้องนั่งเรือข้ามฟากจากท่าวัดสนามเหนือ ช่วงวันหยุดคนเยอะและต้องต่อคิวเรือทั้งขาไปขากลับ อย่างที่สองคือทางเดินรอบเกาะเป็นทางแคบเลียบน้ำ วันที่คนแน่นจะเดินช้าและเบียดกันพอสมควร โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ ๆ อย่างที่สามคือของปั้นดินเผาแตกและหนัก ถ้าซื้อชิ้นใหญ่ต้องคิดเรื่องขนกลับและการห่อกันกระแทกให้ดี อย่างที่สี่คือส่วนที่เป็นการลองปั้นหรือเวิร์กช็อปไม่ได้เปิดทุกโรงและไม่ได้มีทุกวัน บางครั้งต้องสอบถามหรือนัดล่วงหน้า ควรเผื่อเวลาและถามให้ชัดก่อนไป จะได้ไม่ผิดหวังถ้าตั้งใจมาเพื่อลงมือปั้นเอง อากาศริมน้ำช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน เตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปด้วยจะสบายกว่า
- ได้เห็นงานปั้นดินเผามอญที่ยังทำด้วยมือจริงถึงหน้าโรงปั้น ลวดลายฉลุโปร่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาดูได้ไม่บ่อย
- บางโรงเปิดให้ลองนั่งแป้นปั้นเองภายใต้การช่วยของช่าง เป็นกิจกรรมที่เด็กและผู้ใหญ่สนุกด้วยกันได้
- ของที่ระลึกมีให้เลือกหลายขนาดหลายราคา ตั้งแต่ชิ้นเล็กหลักสิบไปจนงานใหญ่ ซื้อเป็นของฝากได้ง่าย
- อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ รวมเดินตลาดริมน้ำและกินของอร่อยในทริปเดียว
- ต้องนั่งเรือข้ามฟากเข้าเกาะ วันหยุดคนเยอะและต้องต่อคิวเรือทั้งขาไปขากลับ
- ส่วนลองปั้น/เวิร์กช็อปไม่ได้เปิดทุกโรงและไม่ได้มีทุกวัน บางครั้งต้องสอบถามหรือนัดล่วงหน้า
- ของปั้นดินเผาหนักและแตกง่าย ซื้อชิ้นใหญ่ต้องคิดเรื่องห่อกันกระแทกและขนกลับ อีกทั้งวันธรรมดาหลายร้านปิด
วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร นนทบุรี (พระอารามหลวงริมเจ้าพระยา ใกล้ท่าน้ำนนท์)
วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางศรีเมือง อยู่ตรงข้ามท่าน้ำนนท์พอดี วัดนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระอัยกาและพระอัยยิกา (ตระกูลของสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระราชชนนี) นับเป็นวัดสุดท้ายที่พระองค์ทรงสร้าง จุดที่คนไปแล้วจำได้คือหลังคาและซุ้มประตูที่ผสมศิลปะไทยกับจีนเข้าด้วยกัน สะท้อนความนิยมศิลปะจีนในรัชสมัยนั้นชัดเจน ตัวพระอุโบสถล้อมด้วยกำแพงแก้วและป้อมมุมสีขาวคล้ายป้อมปราการเล็ก ๆ พระประธานในพระอุโบสถหล่อด้วยทองแดงทั้งองค์ซึ่งหาดูได้ไม่บ่อย ส่วนเจดีย์ประธานสีขาวองค์ใหญ่ตั้งอยู่ด้านหลังพร้อมซุ้มทางเข้าแบบจีน มองจากแม่น้ำเข้ามาจะเห็นเป็นภาพวัดริมน้ำที่สงบและถ่ายรูปสวย
เสน่ห์ของที่นี่คือความเงียบและไม่พลุกพล่านเหมือนวัดดังกลางกรุง คนที่ไปหลายคนบอกตรงกันว่าเหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ ชมรายละเอียดงานปูนปั้น ลายกระเบื้อง และบรรยากาศริมน้ำแบบไม่ต้องรีบ วิธีไปที่คนนิยมคือมาลงที่ท่าน้ำนนท์ (ปลายทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงต่อรถหรือเรือด่วนเจ้าพระยามาลงท่านนทบุรี) แล้วนั่งเรือข้ามฟากไปอีกฝั่ง ค่าเรือเพียงหลักหน่วยบาทและใช้เวลาไม่กี่นาที พอขึ้นฝั่งก็เดินเข้าวัดได้เลย การเดินทางช่วงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทริปสนุก เพราะได้เห็นวิถีริมเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากที่คนท้องถิ่นใช้จริง ใครมาเที่ยวย่านท่าน้ำนนท์อยู่แล้วสามารถแวะวัดนี้ต่อได้สบาย
ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ วัดเปิดให้เข้าชมฟรีแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า และถอดรองเท้าเมื่อเข้าอาคาร พระอุโบสถบางช่วงอาจปิดหรือเปิดเฉพาะเวลา ถ้าอยากเข้าไปกราบพระประธานควรไปช่วงกลางวันและเผื่อเวลาสอบถามเจ้าหน้าที่ ตัววัดอยู่ริมน้ำจึงร้อนและแดดจัดในช่วงกลางวัน ควรเตรียมหมวกหรือร่มและน้ำดื่มไปด้วย ช่วงเช้าและเย็นแดดอ่อนกว่าและแสงสวยกว่าสำหรับถ่ายรูปเจดีย์กับซุ้มประตูจีน ร้านค้าและร้านอาหารรอบวัดมีไม่มากนัก หากอยากกินข้าวจริงจังแนะนำให้กลับไปฝั่งท่าน้ำนนท์ที่มีตลาดและร้านให้เลือกมากกว่า เรือข้ามฟากมีรอบต่อเนื่องในเวลากลางวัน แต่ควรเช็กเวลารอบสุดท้ายไว้เพื่อไม่ให้ตกเรือช่วงเย็น
- พระอารามหลวงเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 3 สถาปัตยกรรมไทยผสมจีน มีเจดีย์ขาวองค์ใหญ่และซุ้มประตูแบบจีนให้ชมและถ่ายรูป
- เข้าชมฟรี บรรยากาศริมเจ้าพระยาเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดดังกลางกรุง
- เดินทางง่ายจากท่าน้ำนนท์ นั่งเรือข้ามฟากไม่กี่นาที ค่าเรือถูก และได้เห็นวิถีริมน้ำจริง
- พระประธานหล่อทองแดงทั้งองค์และงานปูนปั้นเก่าที่หาดูได้ไม่บ่อย เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และงานศิลป์
- ริมน้ำแดดจัดและร้อนช่วงกลางวัน ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปเอง
- พระอุโบสถบางช่วงอาจปิดหรือเปิดเฉพาะเวลา ถ้าอยากเข้าไปด้านในต้องเผื่อเวลาและสอบถามเจ้าหน้าที่
- ร้านอาหารและร้านค้ารอบวัดมีไม่มาก ต้องข้ามฟากกลับไปฝั่งท่าน้ำนนท์ถึงจะมีให้เลือกมากกว่า
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) — วัดจีนมหายานอลังการ อ.บางบัวทอง
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือที่คนเรียกติดปากว่า วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เป็นวัดจีนมหายานขนาดใหญ่ในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ตัววัดออกแบบตามศิลปะวัดหลวงจีนสมัยราชวงศ์หมิง-ชิง หมู่วิหารหลังคาซ้อนชั้นสีสด งานปูนปั้นมังกร ซุ้มประตูแดง-ทอง และลานกว้างเรียงต่อกันเป็นชั้น ๆ หลายคนเทียบว่าเดินแล้วให้อารมณ์คล้ายพระราชวังต้องห้ามที่ปักกิ่งย่อส่วนมาไว้ใกล้กรุงเทพฯ จุดเด่นคือความเงียบสงบและเป็นระเบียบกว่าวัดเล่งเน่ยยี่ต้นตำรับในเยาวราชที่คนแน่นตลอด ทำให้ที่นี่กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนอยากไหว้พระในบรรยากาศวัดจีนแท้ ๆ โดยไม่ต้องเบียดเสียด
คนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อไหว้พระเสริมดวงและทำพิธีแก้ชง ซึ่งเป็นไฮไลต์ช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันขึ้นปีใหม่จีน ภายในมีทั้งพระประธานปางต่าง ๆ องค์เทพจีน เจ้าแม่กวนอิม และจุดสำหรับจุดธูปเทียนตามความเชื่อ เดินไหว้ได้ครบทุกวิหารในรอบเดียว ระหว่างทางมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ เยอะ ทั้งซุ้มโคมแดง บันไดมังกร และลวดลายเพดานที่แกะสลักละเอียด เข้าชมฟรีไม่มีค่าบัตร เตรียมแค่เงินสดสำหรับค่าธูปเทียน ชุดแก้ชง และทำบุญตามศรัทธาก็พอ วัดเปิดให้เข้าทุกวันราวเก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ถ้าอยากได้บรรยากาศโล่งและแสงสวยควรมาช่วงเช้าก่อนแดดจะแรง เพราะลานวัดเป็นพื้นเปิดโล่ง ตอนบ่ายอากาศร้อนจัดและแทบไม่มีร่มเงา
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือวัดอยู่ไกลจากตัวเมืองนนทบุรีและกรุงเทพฯ พอสมควร ไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงโดยตรง ต้องขับรถเองหรือนั่งแท็กซี่ ทางที่ดีควรกดแผนที่นำทางไว้เพราะเส้นทางในบางบัวทองมีซอยเยอะและป้ายบอกทางไม่ชัดนัก ช่วงตรุษจีนและวันหยุดยาวคนแน่นมาก ที่จอดรถเต็มเร็วและของไหว้ราคาสูงกว่าปกติ ถ้าไม่ชอบเบียดเสียดให้เลี่ยงไปวันธรรมดา การแต่งกายควรสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ งดใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นเกินไป และควรสำรวมเสียงระหว่างที่คนอื่นกำลังสวดมนต์หรือทำพิธี รอบวัดมีร้านอาหารเจและของไหว้ให้เลือกซื้อ แต่ตัวเลือกร้านกาแฟหรือที่นั่งพักยังไม่มากนัก วางแผนเผื่อเรื่องน้ำดื่มและร่มกันแดดไปด้วยจะสบายตัวกว่า
- สถาปัตยกรรมวัดจีนมหายานสวยจัดเต็ม หลังคาซ้อนชั้น ปูนปั้นมังกร ซุ้มแดง-ทอง หลายคนเทียบว่าคล้ายพระราชวังต้องห้ามที่ปักกิ่ง
- เงียบสงบและเป็นระเบียบกว่าวัดเล่งเน่ยยี่ต้นตำรับในเยาวราช เดินไหว้ได้สบายไม่ต้องเบียดเสียด
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร มีจุดไหว้พระ-แก้ชง-เสริมดวงครบ เหมาะทั้งสายมูเตลูและครอบครัวพาผู้ใหญ่
- มีมุมถ่ายรูปสวยเยอะ ทั้งโคมแดง บันไดมังกร และลวดลายเพดานแกะสลักละเอียด ที่จอดรถกว้าง
- อยู่ไกลตัวเมืองนนทบุรีและกรุงเทพฯ ไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึง ต้องขับรถเองหรือนั่งแท็กซี่ และซอยในบางบัวทองหาทางยาก
- ลานวัดเปิดโล่งแทบไม่มีร่มเงา ตอนบ่ายอากาศร้อนจัด ควรเตรียมร่มและน้ำดื่มไปเอง
- ช่วงตรุษจีนและวันหยุดยาวคนแน่นมาก ที่จอดรถเต็มเร็ว และของไหว้ราคาสูงกว่าปกติ
ท่าน้ำนนทบุรี (ท่าน้ำนนท์) — ท่าเรือด่วนเจ้าพระยา + ย่านของกินริมน้ำ ข้างศาลากลางหลังเก่า
ท่าน้ำนนทบุรี หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันติดปากว่าท่าน้ำนนท์ คือท่าเรือด่วนเจ้าพระยาต้นสายฝั่งเหนือของแม่น้ำ ตั้งอยู่ปลายถนนประชาราษฎร์ในตัวเมืองนนทบุรี ติดกับหอนาฬิกาและอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าอายุร้อยกว่าปีที่ยังตั้งสง่าอยู่ริมน้ำ จุดนี้เป็นทั้งท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งบางศรีเมือง ท่าเรือด่วนที่วิ่งเข้ากรุงเทพฯ ลงไปถึงสาทร และเป็นท่าที่คนนิยมใช้ต่อเรือไปเกาะเกร็ด เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นวิถีชีวิตจริงของคนเมืองนนท์ ไม่ได้จัดฉากเพื่อนักท่องเที่ยว มีทั้งคนขึ้นลงเรือไปทำงาน แม่ค้าหาบเร่ และร้านของกินริมน้ำที่ขายกันมานาน เดินเล่นดูเรือ ดูแม่น้ำ ถ่ายรูปหอนาฬิกา แล้วนั่งกินของริมทางได้เพลิน ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าอะไรเลย
ของกินแถวท่าน้ำนนท์ขึ้นชื่อเรื่องราคาย่อมเยาและเป็นของพื้นถิ่น มีตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวแกง ขนมไทยโบราณ ไปจนถึงผลไม้ตามฤดูอย่างทุเรียนนนท์ที่เป็นของดีประจำจังหวัด ช่วงเช้าและเย็นจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นชั่วโมงคนขึ้นลงเรือ ใครมาสายทะเลของกินก็เดินชิมไปเรื่อยได้ ส่วนคนที่ตั้งใจใช้ท่านี้เป็นจุดออกเดินทาง แนะนำให้เช็กตารางเรือด่วนเจ้าพระยาก่อน เพราะแต่ละสี (ธงส้ม ธงเหลือง ธงเขียว) จอดไม่เท่ากันและวิ่งคนละช่วงเวลา เรือข้ามฟากไปฝั่งตรงข้ามมีตลอดวันและราคาถูกมาก ส่วนเรือไปเกาะเกร็ดมักต้องต่อที่ท่าปากเกร็ดหรือใช้เรือทัวร์เป็นรอบ ควรถามชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ท่าเรือให้ชัดก่อนลงเรือ
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือที่นี่เป็นท่าเรือใช้งานจริง ช่วงเร่งด่วนคนเยอะ โป๊ะแคบและลื่นเวลาฝนตก ต้องระวังก้าวขึ้นลงเรือให้ดีโดยเฉพาะพาเด็กหรือผู้สูงอายุไปด้วย อย่างที่สองคือบรรยากาศเป็นแบบท่าเรือท้องถิ่น ไม่ได้ตกแต่งสวยงามเหมือนแลนด์มาร์ก บางมุมยังดูเก่าและรก คนที่คาดหวังจุดถ่ายรูปเป๊ะ ๆ อาจรู้สึกเฉย ๆ อย่างที่สามคือที่จอดรถรอบท่าน้ำมีจำกัดและวันหยุดคนแน่น ถ้ามารถส่วนตัวควรเผื่อเวลาหาที่จอด หรือใช้ขนส่งสาธารณะมาลงจะสะดวกกว่า และเนื่องจากเป็นพื้นที่กลางแจ้งริมน้ำ ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรมาช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศสบายและได้เห็นวิถีท่าเรือคึกคักที่สุด
- เดินเที่ยวย่านท่าน้ำฟรี ได้เห็นวิถีชีวิตริมเจ้าพระยาของคนเมืองนนท์แบบจริง ไม่ได้จัดฉากเพื่อนักท่องเที่ยว
- เป็นจุดตั้งต้นล่องเรือที่สะดวก ทั้งเรือข้ามฟาก เรือด่วนเจ้าพระยาเข้ากรุงเทพฯ และต่อเรือไปเกาะเกร็ด
- ของกินริมน้ำราคาถูกและเป็นของพื้นถิ่น มีก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมไทย และผลไม้ตามฤดูอย่างทุเรียนนนท์
- ติดหอนาฬิกาและศาลากลางหลังเก่าอายุร้อยกว่าปี ได้ทั้งเที่ยวและซึมซับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในที่เดียว
- เป็นท่าเรือใช้งานจริง ช่วงเร่งด่วนคนเยอะ โป๊ะแคบและลื่นตอนฝนตก ต้องระวังก้าวขึ้นลงเรือ
- บรรยากาศเป็นแบบท่าเรือท้องถิ่น ไม่ได้ตกแต่งสวยงาม บางมุมยังดูเก่าและรก
- ที่จอดรถรอบท่าน้ำมีจำกัด วันหยุดคนแน่น และเป็นพื้นที่กลางแจ้งที่ช่วงกลางวันแดดแรง
พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี (ศาลากลางหลังเก่า) ริมเจ้าพระยา ท่าน้ำนนท์
พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรีตั้งอยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงท่าน้ำนนท์ เป็นอาคารเก่าอายุกว่าร้อยปีที่สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2453 เดิมเคยเป็นโรงเรียน แล้วมาเป็นศาลากลางจังหวัดอยู่หลายสิบปี ก่อนย้ายราชการออกไปและเปิดบางส่วนเป็นพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องเมืองนนท์ ตัวอาคารเป็นงานสถาปัตยกรรมไม้ผสมอิฐแบบไทย-ตะวันตกสองชั้น มีระเบียงยาวรอบตัว หน้าต่างบานเกล็ดไม้ หลังคาทรงสูงระบายอากาศ และลวดลายราวระเบียงสมัยรัชกาลที่ 6 กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 จุดที่คนชอบกันคือความเก่าขลังของเนื้อไม้และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่มองจากระเบียงชั้นสอง เห็นเรือแล่นผ่านไปมาให้บรรยากาศริมน้ำแบบเมืองเก่า
ข้างในจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของนนทบุรีแบบพอดีคำ ทั้งความเป็นมาของเมือง วิถีริมน้ำ เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด สวนทุเรียนเมืองนนท์ที่ขึ้นชื่อ และภาพถ่ายเก่า เดินดูไม่นานก็ทั่ว เหมาะเป็นจุดแวะสั้น ๆ มากกว่าจะเป็นไฮไลต์ทั้งวัน เสน่ห์จริง ๆ อยู่ที่ทำเลริมเจ้าพระยาซึ่งเดินต่อได้หลายที่ในละแวกเดียว ทั้งท่าน้ำนนท์ที่มีของกินและตลาด นั่งเรือข้ามฟากไปวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หรือเดินเล่นถ่ายรูปตัวอาคารเก่าเป็นฉากหลัง หลายคนที่มารีวิวชอบตรงที่เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า และอยู่ติดท่าเรือจนแวะง่ายระหว่างทางไปที่อื่น
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ของท้องถิ่น ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ที่มีของจัดแสดงเยอะหรือสื่ออินเทอร์แอคทีฟทันสมัย บางส่วนของอาคารและป้ายคำบรรยายดูขาดการดูแลและเก่าไปตามกาลเวลา ซึ่งเป็นเสียงที่พบได้ในรีวิวจริงหลายราย ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติอาจได้ข้อมูลไม่ครบเท่าคนไทย เรื่องวันเวลาเปิดควรเช็กก่อนไปทุกครั้ง เพราะพิพิธภัณฑ์มักปิดวันจันทร์และบางช่วงปิดปรับปรุงหรือใช้จัดกิจกรรมราชการ ที่จอดรถแถวท่าน้ำนนท์ค่อนข้างจำกัดและวันหยุดคนเยอะ การมาด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาลงท่านนทบุรีแล้วเดินต่อจึงสะดวกกว่าขับรถมาเอง อากาศกลางวันร้อน ควรมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะเดินเล่นริมน้ำได้สบายกว่า
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า และอยู่ติดท่าน้ำนนท์-ท่าเรือด่วนเจ้าพระยา แวะง่ายระหว่างทางไปที่อื่น
- ตัวอาคารศาลากลางหลังเก่าอายุกว่าร้อยปี งานไม้แบบไทย-ตะวันตกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน สวยและถ่ายรูปได้ดี
- ระเบียงชั้นสองมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ให้บรรยากาศริมน้ำเมืองเก่าแบบสบาย ๆ
- จับคู่เที่ยวได้ในละแวกเดียว ทั้งนั่งเรือข้ามไปวัดเฉลิมพระเกียรติและเดินตลาดท่าน้ำนนท์
- เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเล็ก ๆ ของจัดแสดงไม่เยอะ เดินดูไม่นานก็ทั่ว เหมาะเป็นจุดแวะสั้นมากกว่าไฮไลต์ทั้งวัน
- บางส่วนของอาคารและป้ายคำบรรยายขาดการดูแลและดูเก่าไปตามกาลเวลา ตามที่พบในรีวิวจริงหลายราย
- ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติอาจได้ข้อมูลไม่ครบ และมักปิดวันจันทร์-บางช่วงปิดปรับปรุง ควรเช็กเวลาก่อนไป
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี (ปากเกร็ด) — ลู่วิ่ง-ปั่นจักรยานริมบึง
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในอำเภอปากเกร็ด ย่านเมืองทองธานี เนื้อที่ราว 109 ไร่ ที่พิเศษคือส่วนใหญ่ของสวนเป็นบึงน้ำกว้าง ล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและลู่ทางเดินริมน้ำ จุดขายของที่นี่คือลู่วิ่งและเส้นทางปั่นจักรยานที่วนรอบบึงได้ราว 2.5 กิโลเมตร ทำให้เป็นที่ออกกำลังกายยอดนิยมของคนนนทบุรีและคนกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ เพราะขับรถจากตัวเมืองมาถึงในเวลาไม่นาน จอดรถได้ในสวน และไม่มีค่าเข้า ใครที่เบื่อฟิตเนสในห้องแอร์แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาวิ่งกลางแจ้งริมน้ำ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่หาได้ยากในโซนใกล้เมือง
ภายในสวนมีมากกว่าลู่วิ่ง ทั้งลานออกกำลังกายพร้อมเครื่องเล่นกลางแจ้ง สนามหญ้าให้ปูเสื่อนั่งเล่น มุมพระราชานุสาวรีย์ริมบึง และศาลาพักริมน้ำที่นั่งรับลมได้สบาย ๆ ช่วงเวลาที่คนนิยมมากที่สุดคือตอนเช้าตรู่และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศเย็นลง แดดไม่แรง และวิวบึงยามเย็นสวยกำลังดี หลายคนพาครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น บางคนมานั่งอ่านหนังสือหรือให้อาหารปลาในบึง ถือเป็นพื้นที่พักใจสีเขียวที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนโดยไม่ต้องเสียเงิน ต่างจากคาเฟ่หรือสวนสนุกที่ต้องจ่ายก่อนเข้า
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาไม่ได้มีตลอดเส้นทางรอบบึง จึงควรเลี่ยงมาเช้าหรือเย็น เตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ช่วงหน้าฝนบางจุดของลู่อาจมีน้ำขังหรือลื่น ควรระวังเรื่องรองเท้า ริมบึงมียุงในบางช่วงเวลาโดยเฉพาะตอนพลบค่ำ พกยากันยุงติดตัวไว้จะสบายกว่า ร้านค้าในสวนมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นรถเข็นหน้าสวน ถ้าจะอยู่ยาวควรเตรียมของกินติดไม้ติดมือมาเอง และเนื่องจากเป็นสวนสาธารณะที่เข้าฟรี ไม่ต้องจองล่วงหน้า มาถึงก็เข้าได้เลย เหมาะกับคนที่อยากได้กิจกรรมกลางแจ้งเบา ๆ ใกล้เมืองแบบไม่ต้องวางแผนอะไรมาก
- เข้าฟรี ไม่มีค่าบัตร จอดรถได้ในสวน และอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถจากตัวเมืองมาถึงในราว 20–30 นาที
- ลู่วิ่งและทางปั่นจักรยานวนรอบบึงได้ราว 2.5 กม. เหมาะกับสายออกกำลังกายที่อยากได้เส้นทางกลางแจ้งริมน้ำ
- สวนกว้าง มีบึงใหญ่ ลานออกกำลังกาย สนามหญ้า และศาลาริมน้ำ ให้ทั้งครอบครัวและคนมาคนเดียวใช้เวลาได้
- วิวบึงยามเย็นและพระอาทิตย์ตกสวย บรรยากาศเงียบสงบ เป็นพื้นที่สีเขียวพักใจใกล้เมืองแบบไม่ต้องจ่ายเงิน
- ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาไม่ตลอดเส้นทางรอบบึง ควรเลี่ยงมาเช้าหรือเย็น
- ริมบึงมียุงเยอะในบางช่วงเวลาโดยเฉพาะตอนพลบค่ำ ควรพกยากันยุง
- ร้านค้าในสวนมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นรถเข็นหน้าสวน ถ้าจะอยู่ยาวต้องเตรียมของกินมาเอง
ตลาดน้ำไทรน้อย (ตลาดน้ำวัดไทรใหญ่) — ตลาดชุมชนริมคลอง อ.ไทรน้อย
ตลาดน้ำไทรน้อย หรือที่หลายคนเรียกตามชื่อวัดว่าตลาดน้ำวัดไทรใหญ่ เป็นตลาดชุมชนริมคลองในอำเภอไทรน้อย ฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี จุดที่ทำให้ตลาดนี้ต่างจากตลาดน้ำชื่อดังทั่วไปคือความเป็นตลาดของคนในพื้นที่จริง ๆ คนเดินส่วนใหญ่เป็นคนไทยจากละแวกใกล้เคียงและครอบครัวที่ขับรถมาเที่ยวเช้าวันหยุด ยังไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรยากาศจึงเป็นแบบหมู่บ้านเก่าริมน้ำที่ผ่อนคลาย เดินชิล ๆ ได้ไม่ต้องเบียดเสียด ตลาดเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ราวแปดโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง ช่วงสายเป็นเวลาที่ของกินออกครบและร้านคึกคักที่สุด
ของเด่นของที่นี่คืออาหารพื้นบ้านและขนมไทยราคาย่อมเยา เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวหน้าเป็ด เป็ดพะโล้ เย็นตาโฟ ไปจนถึงขนมเบื้อง ขนมครก และผลไม้ผักสวนจากเกษตรกรในพื้นที่ ราคาส่วนใหญ่อยู่ในหลักไม่กี่สิบบาทต่อจานหรือต่อห่อ งบต่อคนหลักร้อยก็อิ่มและได้ลองหลายอย่าง ตัวตลาดจัดโซนขายของแยกตามประเภทด้วยระบบสีค่อนข้างเป็นระเบียบ ทำให้เดินหาของที่อยากกินได้ง่าย มีทั้งของกินนั่งกินตรงนั้นและของฝากกลับบ้าน จุดที่หลายคนชอบคือได้นั่งกินริมคลองมองวิถีชีวิตริมน้ำไปด้วย เข้าตลาดไม่เสียค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อ
อีกเสน่ห์คือทำเลติดวัดไทรใหญ่ ซึ่งเป็นวัดเก่าประจำอำเภอ มีหลวงพ่อทองคำให้สักการะ หลายครอบครัวจึงมาไหว้พระทำบุญตอนเช้าแล้วเดินต่อเข้าตลาดในทริปเดียว ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไม่ไกล ขับรถจากตัวเมืองราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึง เหมาะกับทริปเช้าวันหยุดแบบไปเช้ากลับบ่าย ข้อควรรู้ก่อนไปคือตลาดเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด ถ้าไปวันธรรมดาจะไม่มีร้านเปิด ควรเช็กวันให้ดี ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและบางส่วนของตลาดเป็นทางเดินกลางแจ้ง ใส่หมวกหรือพกร่มไปด้วยจะสบายกว่า และเนื่องจากเป็นตลาดชุมชนขนาดกลาง สเกลจึงเล็กกว่าตลาดน้ำท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เดินราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นท้องถิ่นมากกว่าความอลังการ
- ตลาดชุมชนของคนในพื้นที่จริง บรรยากาศบ้าน ๆ ริมคลอง ยังไม่แน่นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินชิลได้สบาย
- อาหารพื้นบ้านและขนมไทยหลากหลาย ราคาย่อมเยาหลักไม่กี่สิบบาท งบต่อคนหลักร้อยก็อิ่ม
- จัดโซนขายของแยกตามประเภทด้วยระบบสี เดินหาของง่าย มีที่นั่งกินริมคลอง
- ติดวัดไทรใหญ่ ไหว้หลวงพ่อทองคำทำบุญแล้วเดินตลาดต่อได้ในทริปเดียว ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถราวชั่วโมง
- เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไปวันธรรมดาจะไม่มีร้านเปิด ต้องเช็กวันให้ดี
- สเกลเป็นตลาดชุมชนขนาดกลาง เดินราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว เล็กกว่าตลาดน้ำท่องเที่ยวใหญ่ ๆ
- ทางเดินบางส่วนเป็นกลางแจ้ง ช่วงกลางวันแดดแรง ควรพกหมวกหรือร่มและเผื่อเรื่องที่จอดรถวันคนเยอะ
วัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง (ธรรมะเช้าวันอาทิตย์ · ลานหินโค้ง)
วัดชลประทานรังสฤษดิ์เป็นพระอารามหลวงในอำเภอปากเกร็ด อยู่ริมถนนติวานนท์ ไปมาสะดวกทั้งจากตัวเมืองนนทบุรีและฝั่งกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ชื่อของวัดผูกอยู่กับหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ พระนักเทศน์ที่คนไทยรุ่นก่อนคุ้นเคยกันดี ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสและวางแนวทางให้วัดเน้นการเผยแผ่ธรรมะแบบเข้าใจง่าย ใช้ชีวิตประจำวันได้จริง จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือลานหินโค้ง ลานกลางแจ้งที่ใช้จัดการแสดงธรรมเช้าวันอาทิตย์เป็นประจำ ญาติโยมมานั่งฟังธรรมกันเป็นวงกว้างท่ามกลางร่มไม้ บรรยากาศต่างจากวัดท่องเที่ยวทั่วไปตรงที่ไม่เน้นความอลังการของสิ่งก่อสร้าง แต่เน้นความสงบและเนื้อหาที่ได้กลับบ้าน เข้าชมได้ฟรี เหมาะกับคนที่อยากหาที่พักใจกลางเมืองโดยไม่ต้องเดินทางไกล
ภายในวัดมีพื้นที่ให้เดินหลายส่วน ทั้งเขตพุทธาวาสสำหรับไหว้พระ ลานปฏิบัติธรรมที่มีคนมานั่งสมาธิ ร้านหนังสือธรรมะที่รวบรวมงานเขียนและคำสอนของหลวงพ่อปัญญานันทะไว้ให้เลือกซื้อกลับไปอ่าน และพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่บอกเล่าประวัติของวัดและของท่าน ต้นไม้ใหญ่ทั่วบริเวณช่วยให้ร่มเย็นแม้ในวันที่แดดจัด หลายคนที่ทำงานย่านนนทบุรีแวะมาช่วงเช้าเพื่อทำบุญ นั่งพักใต้ต้นไม้ แล้วค่อยไปต่อ ถ้าตั้งใจมาฟังธรรมเช้าวันอาทิตย์ ควรมาถึงก่อนเวลาเริ่มราว 9 โมงเช้าเพื่อหาที่นั่งสบาย ๆ ส่วนวันธรรมดาบรรยากาศจะเงียบกว่า เหมาะกับคนที่อยากเดินชมแบบไม่รีบ วัดนี้จับคู่เที่ยวกับที่อื่นในปากเกร็ดได้ดี เช่น ตลาดน้ำหรือเกาะเกร็ด ทำเป็นทริปครึ่งวันสาย ๆ ได้ลงตัว
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรง คือช่วงเช้าวันอาทิตย์และวันพระคนจะเยอะ ลานจอดรถเต็มเร็วและอาจต้องเดินจากที่จอดพอสมควร ใครขับรถมาเองแนะนำให้มาแต่เช้าหรือใช้บริการรถสาธารณะแทน วัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจริง ไม่ใช่จุดถ่ายรูปเช็กอิน จึงควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยเบา ๆ และสำรวมเมื่ออยู่ในเขตที่มีคนนั่งสมาธิหรือฟังธรรม พื้นที่กว้างและมีหลายโซน คนที่มาครั้งแรกอาจต้องถามทางเจ้าหน้าที่หรือดูป้ายเพื่อไปให้ถูกจุด ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงแม้จะมีต้นไม้เยอะ ควรพกร่มหรือหมวกและน้ำดื่มติดตัว และเนื่องจากเข้าชมฟรี รายได้ของวัดมาจากการทำบุญและการซื้อหนังสือ ใครประทับใจก็ร่วมสมทบตามกำลังได้
- เข้าชมฟรี บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบกลางเมืองปากเกร็ด เดินทางสะดวกจากทั้งนนทบุรีและกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
- มีธรรมะเช้าวันอาทิตย์ที่ลานหินโค้งซึ่งสืบทอดแนวทางของหลวงพ่อปัญญานันทะ เนื้อหาเข้าใจง่ายใช้ได้จริง
- มีร้านหนังสือธรรมะ พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ และลานปฏิบัติธรรมให้เดินชมและนั่งสมาธิได้หลายจุด
- จับคู่กับเกาะเกร็ดหรือตลาดปากเกร็ดทำเป็นทริปครึ่งวันได้ลงตัว เหมาะทั้งคนมาคนเดียวและมาเป็นครอบครัว
- เช้าวันอาทิตย์และวันพระคนเยอะ ลานจอดรถเต็มเร็วและอาจต้องเดินไกลจากจุดจอด
- เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมไม่ใช่จุดเช็กอิน จึงไม่มีสิ่งก่อสร้างอลังการให้ถ่ายรูปเหมือนวัดท่องเที่ยว
- พื้นที่กว้างหลายโซน คนมาครั้งแรกอาจต้องถามทางหรือดูป้าย และช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง
เที่ยวนนทบุรี พักที่ไหนดี?
นนทบุรีเที่ยวเดย์ทริปจากกรุงเทพฯ ได้ หรือเลือกพักย่านปากเกร็ด-แคราย ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
เกาะเกร็ดและตลาดน้ำคึกคักช่วงวันหยุด จองทัวร์เรือหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวนนทบุรี
เกาะเกร็ด ตลาดน้ำไทรน้อย และตลาดน้ำประชารัฐสวนบัวคึกคักเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด วันธรรมดาร้านและตลาดปิดเยอะ ควรไปวันหยุดถึงจะได้บรรยากาศเต็มที่
เกาะเกร็ดเป็นเกาะไม่มีถนนรถยนต์ ต้องนั่งเรือข้ามฟากจากท่าวัดสนามเหนือ (ปากเกร็ด) ค่าเรือไม่กี่บาท บนเกาะเดินหรือเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะราว 6 กม. ได้
นนทบุรีมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงและเรือด่วนเจ้าพระยาถึงหลายจุด เที่ยวท่าน้ำนนท์ วัดเฉลิมพระเกียรติ และปากเกร็ดสะดวกโดยไม่ต้องมีรถ ส่วนตลาดน้ำไทรน้อยอยู่นอกเมืองควรมีรถหรือต่อรถ
วัดเล่งเน่ยยี่ 2 (บรมราชากาญจนาภิเษก) อ.บางบัวทอง เป็นวัดจีนใหญ่ที่คนไปไหว้-แก้ชง ช่วงตรุษจีนคนเยอะมาก ควรเผื่อเวลาและแต่งกายสุภาพ
จัดทริปนนทบุรียังไงให้คุ้ม
นนทบุรีเที่ยวเดย์ทริปวันหยุดกำลังดี ครึ่งวันเช้าลงเกาะเกร็ด ปั่นจักรยานรอบเกาะ ไหว้วัดปรมัยยิกาวาส ดูเครื่องปั้นดินเผามอญ และชิมขนมมอญที่ตลาดริมน้ำ บ่ายกลับฝั่งไหว้วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารริมเจ้าพระยา เดินท่าน้ำนนท์ หรือแวะวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ที่บางบัวทอง ถ้าชอบตลาดน้ำเพิ่มไทรน้อยหรือประชารัฐสวนบัว นนทบุรีรวมทริปกับกรุงเทพฯ ได้ง่าย
พร้อมเที่ยวนนทบุรีแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักใกล้รถไฟฟ้าก่อนเลย
ดูที่พักนนทบุรี →