🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
พิจิตรอยู่ภาคเหนือตอนล่าง เป็นเมืองริมแม่น้ำน่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ก่อนสุโขทัย ไฮไลต์คือบึงสีไฟบึงน้ำจืดขนาดใหญ่และรูปปั้นพญาชาละวันจระเข้ยักษ์ตามตำนานไกรทอง (เป็นประติมากรรมสัญลักษณ์ของเมือง) หลวงพ่อเพชรวัดท่าหลวงพระพุทธรูปคู่เมือง หลวงพ่อเงินวัดบางคลานที่คนสายบุญ-สายมูเดินทางมาไหว้ อุทยานเมืองเก่าพิจิตรในกำแพงเมืองโบราณ และวัดโพธิ์ประทับช้างสมัยอยุธยา
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป จุดเที่ยวส่วนใหญ่เป็นวัดและสวนสาธารณะเข้าฟรี บึงสีไฟและสวนสมเด็จฯ เที่ยวได้ทั้งปี ช่วงหน้าหนาวมีนกน้ำอพยพ ส่วนน้ำตกคลองตรอนสวยหน้าฝน หลายจุดกระจายนอกเมืองควรมีรถ
บึงสีไฟ + รูปปั้นพญาชาละวัน (Bueng Si Fai & Chalawan Statue)
บึงสีไฟเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ของภาคเหนือตอนล่าง และเป็นแลนด์มาร์กประจำเมืองพิจิตรที่คนท้องถิ่นใช้เดินเล่นรับลมกันเป็นประจำ รอบบึงมีสนามหญ้า ทางเดิน และเลนปั่นจักรยานเลียบน้ำให้เดินหรือปั่นชมวิวได้สบาย ๆ จุดที่คนแวะถ่ายรูปกันมากคือรูปปั้นพญาชาละวัน จระเข้ยักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ราว 38 เมตร ที่ปั้นขึ้นตามตำนานพื้นบ้านเรื่องไกรทองกับชาละวัน ตัวรูปปั้นอ้าปากให้เดินเข้าไปด้านในได้ เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมือง ไม่ใช่สัตว์จริง จึงเหมาะกับการพาเด็กมาถ่ายรูปและเล่าตำนานให้ฟังไปด้วย เข้าชมพื้นที่สวนได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
ช่วงเวลาที่คนนิยมมามากที่สุดคือตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศเริ่มเย็นลง แสงนุ่ม และผืนน้ำกว้างสะท้อนท้องฟ้าเป็นฉากถ่ายรูปที่ดี ใครมาช่วงเย็นจะเจอคนท้องถิ่นออกมาวิ่ง ปั่นจักรยาน และพาครอบครัวมานั่งเล่นริมบึงกันเยอะ บางจุดมีจักรยานหรือรถถีบน้ำให้เช่าราคาไม่แพงสำหรับคนที่อยากปั่นรอบบึงหรือลงน้ำเล่นเบา ๆ บริเวณรอบ ๆ มีร้านอาหารและของกินเล่นให้แวะซื้อติดมือ ทำให้จัดทริปช่วงเย็นแบบสบาย ๆ ได้โดยไม่ต้องวางแผนอะไรมาก เดินทางสะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมืองพิจิตร ขับรถหรือนั่งรถเข้ามาถึงได้ง่าย และมีที่จอดรถกว้าง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา คือบึงสีไฟเป็นสวนสาธารณะกลางแจ้ง ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาไม่มากนัก จึงควรมาช่วงเช้าหรือเย็นและเตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย บางมุมของบึงและทางเดินได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว แต่บางจุดยังดูเก่าและมีวัชพืชในน้ำตามฤดูกาล คนที่คาดหวังสวนที่ตกแต่งจัดเต็มอาจรู้สึกว่าเป็นบึงธรรมชาติแบบเรียบง่ายมากกว่า ในพื้นที่ยังมีบ่อจระเข้ที่เลี้ยงสัตว์จริงอยู่ด้วย ซึ่งเป็นส่วนแยกต่างหากจากรูปปั้นและสวน ใครไม่สบายใจเรื่องการเลี้ยงสัตว์ในกรงสามารถเลี่ยงไปเดินเล่นและถ่ายรูปกับรูปปั้นชาละวันริมบึงแทนได้ กิจกรรมหลักที่คุ้มค่าที่สุดของที่นี่คือการเดินเล่น ปั่นจักรยาน และเก็บภาพวิวพระอาทิตย์ตกริมน้ำ ซึ่งทำได้ฟรีทั้งหมด
- เข้าชมสวนและถ่ายรูปกับรูปปั้นพญาชาละวันได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม เหมาะพาครอบครัวและเด็ก
- บึงกว้างและทางเดินเลียบน้ำเหมาะเดินเล่น ปั่นจักรยาน และชมพระอาทิตย์ตกช่วงเย็น
- อยู่ใกล้ตัวเมืองพิจิตร เดินทางสะดวก มีที่จอดรถกว้าง และมีร้านอาหารของกินเล่นรอบบึง
- รูปปั้นชาละวันตัวใหญ่เป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมจากตำนานไกรทอง เดินเข้าไปด้านในและเล่าเรื่องให้เด็กฟังได้
- เป็นสวนกลางแจ้ง ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อย ควรมาเช้าหรือเย็น
- บางจุดยังดูเก่าและมีวัชพืชในน้ำตามฤดูกาล คนคาดหวังสวนตกแต่งจัดเต็มอาจรู้สึกเรียบง่ายไป
- ในพื้นที่มีบ่อจระเข้เลี้ยงสัตว์จริงเป็นส่วนแยก คนที่ไม่สบายใจเรื่องสัตว์ในกรงควรเลี่ยงส่วนนั้น
วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร) ริมแม่น้ำน่าน เมืองพิจิตร — พระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมือง
วัดท่าหลวงเป็นพระอารามหลวงกลางเมืองพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านบนถนนบุษบา เป็นวัดที่คนพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ เพราะภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน ที่ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน องค์พระมีพุทธลักษณะงดงามอ่อนช้อยตามแบบเชียงแสน หน้าตักกว้าง เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนที่แวะมากราบไหว้ขอพร ตัววัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองฝั่งโดยมีถนนคั่นกลาง ฝั่งหนึ่งเป็นเขตพุทธาวาสที่ตั้งพระอุโบสถ อีกฝั่งเป็นเขตสังฆาวาส ทำให้เดินชมได้เป็นสัดส่วน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และมองเห็นสายน้ำน่านที่ไหลผ่านหน้าวัด เป็นวัดที่เที่ยวได้สบายในเวลาไม่นานสำหรับคนที่แวะผ่านหรือมาเที่ยวเมืองพิจิตรโดยเฉพาะ
จุดหมายหลักของคนที่มาที่นี่คือการเข้าไปกราบหลวงพ่อเพชรในพระอุโบสถ ซึ่งเปิดให้เข้านมัสการทุกวันตั้งแต่ราวหกโมงครึ่งเช้าถึงหกโมงเย็น นอกจากไหว้พระประธานแล้ว หลายคนยังนิยมถวายดอกไม้ธูปเทียน ปิดทอง และอธิษฐานขอพรเรื่องหน้าที่การงานและความเป็นสิริมงคล บางช่วงเย็นทางวัดมีสวดมนต์ทำวัตรให้ร่วมได้ตามรีวิวของผู้ที่เคยไป การเข้าวัดไม่มีค่าเข้าชม เป็นการทำบุญตามศรัทธา จึงเหมาะกับทั้งสายบุญที่ตั้งใจมาไหว้พระโดยเฉพาะ ครอบครัวที่พาผู้ใหญ่มาทำบุญ และนักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านเมืองพิจิตรแล้วอยากแวะจุดสำคัญของจังหวัด บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor วัดท่าหลวงได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 และถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งในสิ่งที่น่าทำของพิจิตร รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องความสวยงามของวัด หลังคาปิดทองอร่าม และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเพชรที่เป็นพระคู่เมือง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือเรื่องการแต่งกาย เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพระอารามหลวง ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นเข้าพระอุโบสถ ผู้หญิงควรเตรียมผ้าคลุมไหล่ติดตัวไว้เผื่อ ข้อสองคือช่วงเวลา หากมาตรงเทศกาลหรือวันพระวันสำคัญทางศาสนา คนจะแน่นและหาที่จอดรถยากขึ้น ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบควรเลี่ยงวันหยุดยาวหรือมาช่วงเช้าที่คนยังไม่มาก ข้อสามคือตัววัดเน้นการไหว้พระและชมสถาปัตยกรรมเป็นหลัก ไม่ได้มีกิจกรรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ใช้เวลาเดินชมไม่นานก็ทั่ว จึงเหมาะรวมไว้ในทริปเที่ยวเมืองพิจิตรพร้อมจุดอื่น มากกว่าตั้งใจมาที่นี่ที่เดียวทั้งวัน และข้อสุดท้ายคือควรเผื่อทำบุญด้วยเงินสดย่อยและเงินเหรียญ เพราะจุดถวายและตู้บริจาคภายในวัดสะดวกกับเงินสดมากกว่า
- ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปสำริดศิลปะเชียงแสนที่เป็นพระประธานคู่เมืองพิจิตร ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในพื้นที่
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้ไหว้พระทุกวันราว 06.30–18.00 น. เข้าถึงง่ายเพราะอยู่กลางเมืองริมแม่น้ำน่าน
- เป็นพระอารามหลวงที่คนพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ เดินชมสถาปัตยกรรมและริมแม่น้ำได้ในเวลาไม่นาน
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 และจัดเป็นอันดับ 1 ในสิ่งที่น่าทำของพิจิตร หลายคนชมความสวยงามของวัด
- เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพระอารามหลวง ต้องแต่งกายสุภาพ เลี่ยงเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเข้าพระอุโบสถ
- ช่วงเทศกาลหรือวันพระวันสำคัญคนแน่นและหาที่จอดรถยากขึ้น ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบต้องเลี่ยงวันหยุดยาว
- ตัววัดเน้นไหว้พระและชมสถาปัตยกรรม ไม่มีกิจกรรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ใช้เวลาเดินชมไม่นานก็ทั่ว
วัดบางคลาน (หิรัญญาราม) — กราบหลวงพ่อเงินและชมมณฑปพิพิธภัณฑ์ 2 ชั้น
วัดบางคลาน หรือชื่อทางการว่าวัดหิรัญญาราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเดิมในอำเภอโพทะเล ลงใต้จากตัวเมืองพิจิตรราว 40 กิโลเมตร เป็นวัดที่คนพิจิตรและคนต่างจังหวัดตั้งใจมากราบหลวงพ่อเงิน พุทธโธ เกจิอาจารย์ในตำนานที่ผู้คนศรัทธาเรื่องเมตตามหานิยมและการค้าขาย จุดหลักที่คนมาไหว้คือรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่ในมณฑปทรงพิพิธภัณฑ์สองชั้น ชั้นบนเป็นที่กราบสักการะ ส่วนชั้นล่างจัดแสดงวัตถุโบราณและข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ที่เล่าเรื่องราวของวัดและชุมชนริมน้ำแห่งนี้ บรรยากาศโดยรอบเป็นวัดริมน้ำที่ร่มรื่น มีลานกว้างให้เดินและมุมถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมไทยที่ดูแลไว้อย่างดี
ที่นี่ขึ้นชื่อในหมู่สายมูเรื่องการขอพรเกี่ยวกับเงินทองและหน้าที่การงาน ด้วยชื่อ "หลวงพ่อเงิน" ที่ฟังแล้วเป็นมงคล ทำให้มีคนแวะเวียนมาบนบานและแก้บนกันไม่ขาด หลายคนมาเช่าวัตถุมงคลและเหรียญรุ่นต่าง ๆ ที่วัดเป็นของติดตัวกลับบ้าน รอบวัดมีตลาดและร้านค้าของฝากให้เดินเลือกซื้อ ทั้งของกินพื้นถิ่น ขนม และเครื่องสังฆทาน การเข้าชมไม่มีค่าเข้า เปิดให้กราบไหว้ได้ตลอดวัน แต่ควรเผื่อเงินสดไว้ทำบุญ ตักบาตร และซื้อของ เพราะร้านส่วนใหญ่ยังรับเงินสดเป็นหลัก ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลจะมีคนมามากเป็นพิเศษ หากอยากได้บรรยากาศสงบแนะนำให้มาช่วงเช้าของวันธรรมดา
การเดินทางสะดวกที่สุดคือขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะวัดอยู่นอกตัวเมืองและรถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อยนัก เส้นทางจากตัวเมืองพิจิตรใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ถนนช่วงท้ายเป็นทางสองเลนผ่านทุ่งนาและชุมชนริมน้ำที่วิวสวยเป็นธรรมชาติ หากมาจากนครสวรรค์หรือพิษณุโลกก็แวะได้ในเส้นทางเดียวกัน เมื่อมาถึงมีลานจอดรถกว้างรองรับ ควรแต่งกายสุภาพเข้าเขตศาสนสถาน งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า ถอดรองเท้าก่อนขึ้นมณฑป และช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยเพราะเป็นสถานที่ที่คนมาปฏิบัติศาสนกิจจริง ใครสนใจสายประวัติศาสตร์และของเก่าจะเพลินกับการชมวัตถุจัดแสดงชั้นล่าง ส่วนใครมาสายบุญล้วน ๆ ก็ใช้เวลาไม่นานก็อิ่มบุญกลับได้
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดให้กราบไหว้หลวงพ่อเงินได้ตลอดวัน เหมาะแวะสั้น ๆ ระหว่างทาง
- มีรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดเท่าองค์จริงในมณฑป 2 ชั้น พร้อมวัตถุโบราณจัดแสดงชั้นล่างให้ชม
- เป็นจุดหมายสายมูที่คนศรัทธาเรื่องเงินทองการค้า มีวัตถุมงคลให้เช่าและตลาดของฝากหน้าวัด
- ทำเลริมแม่น้ำร่มรื่น ลานกว้าง เดินเที่ยวและถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมไทยได้สบาย
- อยู่นอกตัวเมืองราว 40 กม. รถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อย สะดวกสุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- วันหยุดยาวและเทศกาลคนแน่นมาก ที่จอดรถและจุดกราบไหว้อาจต้องรอคิว
- ร้านค้าและจุดทำบุญส่วนใหญ่ยังรับเงินสดเป็นหลัก ควรเตรียมเงินสดไปให้พอ
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร (Muang Kao Historical Park) — เมืองพิจิตรเก่า กำแพง-คูเมือง เจดีย์วัดมหาธาตุ ในสวนรุกขชาติ
อุทยานเมืองเก่าพิจิตรคือพื้นที่ของเมืองพิจิตรเก่า ที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ราวปี พ.ศ. 1601 ตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า ห่างจากตัวเมืองพิจิตรปัจจุบันราว 7 กิโลเมตร ทั้งบริเวณเป็นเมืองโบราณผังรูปสี่เหลี่ยม มีกำแพงเมืองและคูเมืองล้อมรอบพื้นที่ราว 400 ไร่ อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า ภายในยังเห็นแนวคันดินกำแพง คูน้ำ และร่องรอยของเมืองในอดีตกระจายอยู่ในดงไม้ใหญ่ จุดที่คนแวะกันมากคือวัดมหาธาตุซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองเก่า เป็นโบราณสถานก่ออิฐ มีพระธาตุเจดีย์ทรงลังกาที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2478 ถัดออกไปมีศาลหลักเมืองที่ประดิษฐานรูปพระยาโคตรบอง และถ้ำชาละวันที่ผูกกับตำนานไกรทอง-ชาละวันซึ่งเป็นเรื่องเล่าคู่เมืองพิจิตร
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความร่มรื่น เพราะกรมป่าไม้จัดตั้งสวนรุกขชาติกาญจนกุมารทับบนพื้นที่เมืองเก่าเมื่อ พ.ศ. 2520 ทำให้ทั้งบริเวณเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ให้ร่มเงา เดินหรือปั่นจักรยานชมโบราณสถานได้สบายแม้แดดแรง เหมาะกับคนที่อยากได้ที่เที่ยวเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน ได้ทั้งเดินออกกำลัง ถ่ายรูปแนวประวัติศาสตร์ และนั่งพักใต้ร่มไม้ จุดเด่นคือเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถ และอยู่ไม่ไกลถนนสายหลัก จึงเป็นจุดแวะพักเปลี่ยนบรรยากาศที่ดีสำหรับคนขับรถผ่านพิจิตร หรือคนที่มาเที่ยวบึงสีไฟและวัดในตัวเมืองแล้วอยากต่อโปรแกรมสายประวัติศาสตร์
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือ ที่นี่ไม่ใช่อุทยานประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่แบบสุโขทัยหรืออยุธยา โบราณสถานหลายจุดเหลือเป็นซากอิฐและแนวคันดิน ป้ายอธิบายมีไม่มากและบางจุดกลืนไปกับพงหญ้า คนที่หวังเห็นเจดีย์สมบูรณ์อลังการอาจรู้สึกว่าน้อยกว่าที่คิด การอ่านประวัติมาก่อนหรือหาไกด์ท้องถิ่นช่วยเล่าจะทำให้เที่ยวสนุกขึ้นมาก ช่วงหน้าฝนพื้นบางส่วนอาจแฉะและยุงชุมเพราะเป็นป่าโปร่งริมคูเมือง ควรเตรียมยากันยุงและรองเท้าที่เดินง่าย ส่วนหน้าแล้งอากาศร้อนกลางวันแต่ใต้ร่มไม้ยังพอเดินไหว แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดอ่อนและแสงสวยกว่าสำหรับถ่ายรูป และพกน้ำดื่มไปเองเพราะร้านค้าในบริเวณมีไม่มาก
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถ เหมาะเป็นจุดแวะพักเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างทางผ่านพิจิตร
- ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ของสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร เดินหรือปั่นจักรยานชมได้สบายแม้แดดแรง
- ได้เห็นเมืองโบราณจริง ทั้งแนวกำแพง-คูเมือง เจดีย์ทรงลังกาวัดมหาธาตุ และศาลหลักเมืองในที่เดียว
- เงียบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ ครอบครัว และคนชอบถ่ายรูปบรรยากาศเก่า
- ไม่ใช่อุทยานประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ โบราณสถานหลายจุดเหลือเป็นซากอิฐและแนวคันดิน ป้ายอธิบายมีน้อย
- หน้าฝนพื้นบางส่วนแฉะและยุงชุมเพราะเป็นป่าโปร่งริมคูเมือง ควรเตรียมยากันยุง
- ร้านค้า/สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณมีไม่มาก ควรพกน้ำดื่มและของว่างไปเอง
วัดโพธิ์ประทับช้าง (ถิ่นประสูติสมเด็จพระเจ้าเสือ · โบราณสถานสมัยอยุธยาตอนปลาย)
วัดโพธิ์ประทับช้างตั้งอยู่ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ห่างจากตัวเมืองพิจิตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราวยี่สิบกิโลเมตร ริมแม่น้ำน่านสายเก่า เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นราวพุทธศักราชสองพันสองร้อยสี่สิบสองถึงสองพันสองร้อยสี่สิบสี่ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าสมเด็จพระเจ้าเสือ ตำนานเล่าว่าบริเวณนี้คือจุดประสูติของพระองค์ เมื่อครั้งขบวนเสด็จของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชผ่านมา แล้วนางสนมเจ็บครรภ์คลอดพระโอรสตรงลานระหว่างต้นโพธิ์กับต้นมะเดื่อ ภายหลังพระเจ้าเสือจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ ถิ่นกำเนิดของพระองค์ วัดจึงมีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และความผูกพันกับราชวงศ์ปลายกรุงศรีอยุธยา
จุดที่คนมาชมกันคืออุโบสถก่ออิฐถือปูนหลังใหญ่ที่ยังคงเค้าโครงสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนปลาย มีกำแพงแก้วล้อมรอบถึงสองชั้น ภายในเขตวัดยังมีเจดีย์และซากปรางค์เก่าให้เดินชม บรรยากาศโดยรวมเป็นวัดเก่าที่ผ่านการบูรณะและยังใช้ประกอบศาสนกิจอยู่ พระสงฆ์จากวัดข้างเคียงเข้ามาดูแลและจัดพิธีสวดมนต์อวยพร ทำให้สถานที่มีทั้งความขลังของโบราณสถานและความมีชีวิตของวัดที่ยังใช้งานจริง ด้านหนึ่งมีศาลสมเด็จพระเจ้าเสือประดิษฐานรูปเคารพให้ผู้ศรัทธาสักการะ พร้อมรูปพันท้ายนรสิงห์ คนพิจิตรและนักท่องเที่ยวสายไหว้พระนิยมแวะมากราบขอพร ช่วงที่กระแสละครอิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพระเจ้าเสือมาแรง วัดแห่งนี้ก็กลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้ง บนหน้ารีวิว Tripadvisor วัดได้คะแนนเฉลี่ยราวสี่จุดหกเต็มห้าจากรีวิวจำนวนไม่มาก และถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือวัดนี้เน้นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และบรรยากาศมากกว่าความอลังการของงานศิลป์ รีวิวบางรายตั้งข้อสังเกตว่าตัวอาคารไม่มีจิตรกรรมฝาผนัง ลวดลายแกะสลัก หรือของประดับเก่าให้ชมมากนัก คนที่คาดหวังโบราณสถานหรูหราอาจรู้สึกว่าเรียบง่ายกว่าที่คิด ข้อสองคือทำเลอยู่นอกตัวเมืองพิจิตรพอสมควร ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะคล่องตัวกว่ามาก ข้อสามคือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนค่อนข้างเยอะ บรรยากาศเงียบสงบที่เป็นเสน่ห์ของวัดจะลดลง หากอยากได้ความสงบเต็มที่ควรเลือกไปวันธรรมดาช่วงเช้า และเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายหรือแตะต้องโครงสร้างเก่า และช่วยกันรักษาความสะอาดเพื่อให้วัดคงสภาพไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ชม
- โบราณสถานสมัยอยุธยาตอนปลายอายุกว่า 300 ปี ที่มีเรื่องราวผูกกับถิ่นประสูติสมเด็จพระเจ้าเสือ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จริง
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า และมีป้ายอธิบายสองภาษารอบบริเวณ ช่วยให้เข้าใจประวัติได้ทั้งคนไทยและต่างชาติ
- บรรยากาศเงียบสงบ ขลัง วัดผ่านการบูรณะและยังมีพระสงฆ์ดูแลจัดพิธี ทำให้เป็นทั้งโบราณสถานและวัดที่ยังมีชีวิต
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 และจัดเป็นอันดับ 1 ของสิ่งที่น่าทำในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง
- เน้นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และบรรยากาศมากกว่างานศิลป์ ตัวอาคารแทบไม่มีจิตรกรรมฝาผนัง ลวดลายแกะสลัก หรือของประดับให้ชม
- ทำเลอยู่นอกตัวเมืองพิจิตรราว 20 กม. รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนเยอะ บรรยากาศสงบที่เป็นเสน่ห์จะลดลง ควรเลือกไปวันธรรมดาช่วงเช้า
วัดนครชุม (วัดใหญ่) เมืองเก่าพิจิตร — พระประธานสุโขทัยจากพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
วัดนครชุมหรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ประจำเขตเมืองเก่าพิจิตร มีอายุยาวนานสืบมาตั้งแต่ปลายสมัยสุโขทัยต่อต้นอยุธยา ตัววัดตั้งอยู่ในเขตอุทยานเมืองเก่าพิจิตร ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกราว 7-8 กิโลเมตร บริเวณนี้เคยเป็นย่านชุมชนเก่าริมแม่น้ำน่านสายเดิม ชื่อ นครชุม จึงมีความหมายถึงการเป็นที่ชุมนุมของผู้คน สิ่งที่ทำให้วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือ พระพุทธรูปประธานพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ซึ่งตามหลักฐานท้องถิ่นระบุว่าเคยใช้เป็นองค์ประธานในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของหัวเมืองพิจิตรมาก่อน อันเป็นพิธีที่ข้าราชการและขุนนางดื่มน้ำสาบานแสดงความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน วัดจึงผูกพันกับประวัติการปกครองของเมืองพิจิตรโบราณอย่างแนบแน่น
จุดที่คนมาวัดนครชุมมักไม่พลาดคืออุโบสถหลังเก่าทางด้านตะวันออกของวัด ก่อด้วยอิฐฉาบปูนตามแบบช่างโบราณ ส่วนเครื่องบนหลังคาเป็นไม้ที่ใช้สลักไม้ยึดแทนตะปูเหล็ก และมีลักษณะเฉพาะที่หาดูได้ยากคือการเจาะช่องระบายลมตามผนังแทนการทำหน้าต่างแบบวัดทั่วไป ทำให้ภายในโปร่งและมีแสงลอดเข้ามาเป็นจังหวะ ภายในยังปรากฏร่องรอยงานจิตรกรรมและพระพุทธรูปเก่าให้กราบไหว้ นอกจากองค์พระประธานแล้ว ในเขตวิหารยังมีพระพุทธรูปที่ชาวพิจิตรเคารพศรัทธาให้แวะสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเดินชมงานสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์เก่าแก่จึงเป็นเสน่ห์หลักของที่นี่ มากกว่าความหวือหวาของสิ่งก่อสร้างใหม่
วัดนครชุมเที่ยวได้สบายเพราะเข้าชมฟรีและเปิดให้เข้าไหว้พระในช่วงกลางวันของทุกวัน เหมาะกับการวางไว้เป็นหนึ่งจุดของทริปเมืองเก่าพิจิตร ซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานเมืองเก่า กำแพงเมืองคูเมืองโบราณ และตำนานถ้ำชาละวัน สามารถเที่ยวเชื่อมกันได้ในครึ่งวันโดยไม่ต้องรีบ ด้วยความที่เป็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาและใช้ประกอบศาสนกิจจริง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอุโบสถหรือวิหาร และไม่ส่งเสียงดังรบกวน ช่วงเวลาที่แสงสวยสำหรับถ่ายภาพอุโบสถเก่าคือตอนเช้าและช่วงบ่ายแก่ที่แดดไม่แรงจนเกินไป หากมากับผู้สูงอายุ ทางเดินภายในวัดค่อนข้างราบเรียบ เดินชมได้ไม่ลำบากนัก
- พระพุทธรูปประธานพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ผูกกับประวัติพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองพิจิตรโบราณ ให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์จริง
- อุโบสถเก่าก่ออิฐฉาบปูน เครื่องบนไม้ใช้สลักไม้แทนตะปู และเจาะช่องระบายลมแทนหน้าต่าง เป็นงานช่างโบราณที่หาดูได้ยาก
- เข้าชมฟรี เปิดทุกวันช่วงกลางวัน เที่ยวสบายไม่มีค่าใช้จ่าย
- อยู่ในเขตเมืองเก่าพิจิตร เที่ยวต่อเนื่องกับอุทยานเมืองเก่า กำแพงคูเมือง และถ้ำชาละวันได้ในทริปเดียว
- อยู่นอกตัวเมืองพิจิตรราว 7-8 กม. ไม่มีขนส่งสาธารณะสะดวก ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- เป็นวัดเชิงประวัติศาสตร์-โบราณสถาน จุดเด่นคืองานเก่าและการไหว้พระ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวมากนัก
- ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวมเพราะยังเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง อาจไม่เหมาะกับคนที่อยากได้จุดถ่ายรูปหวือหวา
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร (สวนสาธารณะริมบึงสีไฟ)
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร เป็นสวนสาธารณะขนาดราว 170 ไร่ที่ตั้งอยู่ริมบึงสีไฟ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองพิจิตร ตัวสวนวางตัวเลียบไปกับผืนน้ำ มีสนามหญ้ากว้าง ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทางเดินและทางปั่นจักรยานที่ทอดยาวไปตามริมบึง เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งที่คนเมืองใช้เดินเล่น วิ่งออกกำลัง หรือมานั่งพักผ่อนแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า ช่วงเช้าและเย็นจะเห็นคนท้องถิ่นมาออกกำลังกาย พาเด็กมาวิ่งเล่น หรือมานั่งชมบรรยากาศริมน้ำเป็นประจำ เพราะอยู่ในเมืองจึงแวะง่ายและเข้าถึงสะดวก เหมาะกับคนที่ผ่านมาพิจิตรแล้วอยากหาที่ยืดเส้นยืดสายเงียบ ๆ สักชั่วโมงสองชั่วโมง
จุดที่ทำให้สวนแห่งนี้ต่างจากสวนทั่วไปคือการที่มันจับคู่กับบึงสีไฟได้พอดี เดินออกจากสวนก็เจอทิวทัศน์ท้องน้ำกว้าง มีสะพานและจุดชมวิวให้แวะถ่ายรูป ใกล้กันมีรูปปั้นจระเข้ชาละวันขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองพิจิตรตามตำนานไกรทองกับชาละวัน หลายคนจึงมาเดินสวน ต่อด้วยเดินเลียบบึง แล้วแวะถ่ายรูปกับจระเข้ยักษ์ในทริปเดียว ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ บึงสีไฟเป็นจุดที่นกน้ำอพยพจำนวนหนึ่งลงมาหากินและพักตัว คนที่ชอบดูนกหรือชอบธรรมชาติจึงได้เห็นฝูงนกน้ำเพิ่มสีสันให้ผืนบึง ส่วนรอบบึงยังมีร้านอาหารและร้านกาแฟริมน้ำให้แวะนั่งต่อได้ ทำให้แผนเที่ยวยืดหยุ่นตามเวลาที่มี
ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามจริง ข้อแรกคือที่นี่เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมหวือหวาหรือเครื่องเล่น คนที่คาดหวังความตื่นเต้นอาจรู้สึกว่าเรียบไปหน่อย จุดขายจริงคือความสงบและพื้นที่สีเขียว ข้อสองคือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร้อน โดยเฉพาะหน้าร้อน ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยงและเลือกมาตอนเช้าหรือเย็นที่อากาศเย็นลงและแสงสวยกว่า ข้อสามคือปริมาณน้ำในบึงและจำนวนนกขึ้นกับฤดูกาล บางช่วงน้ำน้อยหรือนกยังไม่ลงมา วิวจะต่างจากภาพในโปสการ์ด ถ้าตั้งใจมาดูนกน้ำควรมาช่วงหน้าหนาว และข้อสุดท้ายคือสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึงในบางจุด ควรพกน้ำดื่ม หมวก และร่มกันแดดมาเอง แล้วปรับความคาดหวังให้ตรงกับการมาพักผ่อนแบบเรียบง่าย
- เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม อยู่ในเมืองพิจิตรจึงแวะง่ายและเข้าถึงสะดวก เหมาะกับการเดินเล่นวิ่งออกกำลังหรือนั่งพักผ่อน
- พื้นที่สีเขียวกว้างราว 170 ไร่ มีสนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา และทางเดินเลียบริมบึงสีไฟที่บรรยากาศเงียบสบาย
- จับคู่กับบึงสีไฟและรูปปั้นจระเข้ชาละวันที่เป็นสัญลักษณ์เมืองได้พอดี เดินสวนต่อชมบึงและถ่ายรูปในทริปเดียว
- ช่วงหน้าหนาวมีนกน้ำอพยพลงมาที่บึง เพิ่มบรรยากาศให้คนที่ชอบดูนกและธรรมชาติ
- เป็นสวนพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่มีกิจกรรมหวือหวาหรือเครื่องเล่น คนที่คาดหวังความตื่นเต้นอาจรู้สึกว่าเรียบไป
- ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อนโดยเฉพาะหน้าร้อน ควรมาเช้าหรือเย็น พกน้ำ หมวก และร่มกันแดดมาเอง
- ปริมาณน้ำในบึงและจำนวนนกขึ้นกับฤดูกาล บางช่วงน้ำน้อยหรือนกยังไม่ลงมา วิวจะต่างจากภาพในโปสการ์ด
วัดพระพุทธบาทเขารวก (รอยพระพุทธบาทจำลอง + กลองไม้ประดู่ยักษ์ + จุดชมวิว) อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร
วัดพระพุทธบาทเขารวกตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยในตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน เป็นวัดที่หลวงปู่โง่น โสรโย พระเกจิที่คนพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงเคารพนับถือ เคยจำพรรษาและบุกเบิกไว้ จุดที่คนขึ้นมากราบไหว้กันมากที่สุดคือรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา ซึ่งจำลองแบบมาจากรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ต้องเดินขึ้นบันไดจากลานวัดด้านล่างไปถึงมณฑปที่ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ระหว่างทางขึ้นมีศาลาและจุดพักให้แวะหายใจ พอถึงด้านบนจะมองเห็นทุ่งนาและบ้านเรือนของอำเภอตะพานหินแผ่กว้าง เป็นจุดชมวิวเงียบ ๆ ที่คนท้องถิ่นชอบมาช่วงเช้าและเย็นที่แดดไม่แรง
อีกสิ่งที่ทำให้วัดนี้เป็นที่จดจำคือกลองที่ทำจากไม้ประดู่ทั้งต้นขนาดใหญ่ ตั้งชื่อยาวว่ากลองนันทะเภรีศรีราชรุกโข ซึ่งทางวัดระบุว่าเป็นกลองไม้ประดู่ขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีรูปหล่อหลวงปู่โง่นให้สักการะ และรูปปั้นฤๅษีจากหินศิลาแลงที่วัดเล่าว่ามีอายุเก่าแก่ ทั้งหมดอยู่ในบริเวณวัดเดียวกัน เดินชมต่อเนื่องได้ในรอบเดียว วัดเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าเข้า ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้หรือถวายปัจจัยตามศรัทธา บรรยากาศโดยรวมเป็นวัดต่างจังหวัดที่ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับคนที่อยากได้ความสงบมากกว่าความคึกคัก
ก่อนไปมีเรื่องควรเผื่อใจไว้ตามจริง วัดอยู่นอกตัวเมืองและการเดินทางสะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก ทางขึ้นยอดเขาเป็นบันไดที่ต้องออกแรงเดินพอสมควร คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรเผื่อเวลาและพักเป็นช่วง ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างจัดและบนยอดเขาร่มเงาน้อย ควรเลี่ยงมาช่วงเช้าหรือใกล้เย็น พกน้ำดื่ม หมวก และร่มติดตัวไว้ การแต่งกายควรสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และควรถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตมณฑปหรือศาลาตามป้ายบอก ร้านค้าและร้านอาหารในบริเวณวัดมีไม่มาก แนะนำให้หาของกินจากตัวอำเภอตะพานหินหรือตัวเมืองพิจิตรมาเผื่อ แล้วค่อยแวะวัดเป็นจุดหนึ่งในทริปเที่ยวพิจิตรจะลงตัวกว่า
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เหมาะเป็นจุดแวะไหว้พระเก็บบุญระหว่างทริปเที่ยวพิจิตร
- มีของดูครบในวัดเดียว ทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง กลองไม้ประดู่ขนาดใหญ่ รูปหล่อหลวงปู่โง่น และรูปปั้นฤๅษีหินศิลาแลง
- ยอดเขาเป็นจุดชมวิวทุ่งนาและบ้านเรือนตะพานหินแบบกว้าง ๆ บรรยากาศสงบ คนไม่พลุกพล่าน
- เป็นวัดที่หลวงปู่โง่น โสรโย เคยจำพรรษา จึงมีความหมายทางศรัทธาสำหรับคนในพื้นที่และผู้ที่นับถือท่าน
- อยู่นอกตัวเมือง รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
- ทางขึ้นยอดเขาเป็นบันไดที่ต้องออกแรงเดิน ไม่เหมาะกับคนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุที่เดินลำบาก
- บนเขาร่มเงาน้อยและช่วงกลางวันแดดจัด อีกทั้งร้านค้า-ร้านอาหารในบริเวณวัดมีไม่มาก
วัดเขารูปช้าง (Wat Khao Rup Chang) — เจดีย์ลานนาบนเขารูปช้าง ต.ดงป่าคำ
วัดเขารูปช้างเป็นวัดเก่าบนเนินเขาเตี้ย ๆ ในตำบลดงป่าคำ ห่างจากตัวเมืองพิจิตรลงมาทางใต้ราว 18 กิโลเมตร ชื่อวัดมาจากก้อนหินสีขาวที่กองซ้อนกันอยู่บนยอดเขาจนมองดูคล้ายรูปช้างหมอบ คนพื้นที่จึงเรียกกันติดปากว่าเขารูปช้างมาแต่เดิม ตัววัดมีประวัติยาวนานย้อนไปตั้งแต่สมัยอยุธยาราวปี พ.ศ. 2244 และในสมัยต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดเขา จุดเด่นของที่นี่คือเจดีย์ทรงลานนาสีทองที่ตั้งอยู่บนเนิน มองเห็นได้แต่ไกล และเป็นหมุดหมายทางใจของชาวบ้านแถบดงป่าคำมาหลายชั่วอายุคน บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดดังในเมืองใหญ่ จึงเหมาะกับคนที่อยากหาที่ทำบุญแบบสงบ ๆ ระหว่างเดินทางผ่านพิจิตร
กิจกรรมหลักที่คนมาที่นี่ทำคือเดินขึ้นบันไดไปกราบพระธาตุและพระพุทธรูปบนยอดเขา ระยะทางไม่ไกลและความชันไม่มาก เดินขึ้นสบาย ๆ ราวสิบถึงสิบห้านาทีก็ถึง เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนจะเห็นวิวทุ่งนาและที่ราบกว้างของพิจิตรทอดยาว เป็นมุมถ่ายรูปที่หลายคนชอบโดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่แดดไม่แรง ระหว่างทางขึ้นมีศาลาและจุดพักให้นั่งเป็นระยะ ผู้ใหญ่ที่เดินช้าก็ค่อย ๆ ขึ้นได้ วัดเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นและไม่เก็บค่าเข้า ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้หรือถวายสังฆทานได้ตามศรัทธา รอบวัดมีลานจอดรถและมักมีร้านขายของและน้ำดื่มเล็ก ๆ ให้แวะซื้อก่อนเดินขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวัดพื้นถิ่นขนาดกลาง ไม่ได้เป็นแหล่งเที่ยวใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ จำนวนรีวิวออนไลน์ยังน้อยและคะแนนมาจากผู้เข้าชมไม่กี่ราย จึงควรมองว่าเป็นจุดแวะเสริมมากกว่าจะเป็นหมุดหมายหลักของทริป ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและบันไดขึ้นเขาไม่มีร่มเงาตลอดทาง ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และสวมรองเท้าที่เดินสบาย ถ้าพาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไปให้เผื่อเวลาเดินขึ้น-ลงและพักเป็นช่วง ๆ เพราะเป็นทางเดินขึ้นเนินไม่ใช่ทางราบ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่มีรถส่วนตัวอาจเดินทางมาลำบากเพราะอยู่นอกเมืองและระบบขนส่งสาธารณะน้อย ทางที่สะดวกที่สุดคือเช่ารถหรือเหมารถจากตัวเมืองพิจิตร และแนะนำให้แต่งกายสุภาพเข้าเขตวัดตามธรรมเนียม
- เข้าฟรี ไม่มีค่าบัตร ทำบุญได้ตามศรัทธา เหมาะเป็นจุดแวะเสริมระหว่างผ่านพิจิตร
- เดินขึ้นเขาเตี้ย ๆ ไม่ชันมาก ราว 10-15 นาทีก็ถึงยอด มีศาลาพักเป็นระยะ
- วิวทุ่งนาและที่ราบกว้างจากยอดเขาเป็นมุมถ่ายรูปสวย โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
- บรรยากาศเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับสายบุญและครอบครัวที่พาผู้ใหญ่ไปไหว้พระ
- เป็นวัดพื้นถิ่นขนาดกลาง รีวิวออนไลน์ยังน้อยและสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ครบ ควรมองเป็นจุดแวะเสริม
- บันไดขึ้นเขาไม่มีร่มเงาตลอดทาง ช่วงกลางวันแดดแรง ควรเตรียมหมวกและน้ำดื่ม
- อยู่นอกเมืองและรถสาธารณะน้อย คนไม่มีรถส่วนตัวเดินทางมาลำบาก ต้องเหมารถจากตัวเมือง
อุทยานแห่งชาติคลองตรอน — น้ำตกคลองตรอน (น้ำตกหลายชั้นในป่าต้นน้ำ)
น้ำตกคลองตรอนเป็นน้ำตกในป่าต้นน้ำของอุทยานแห่งชาติคลองตรอน ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ พื้นที่ป่ากว้างราว 518 ตารางกิโลเมตร กินแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดพิจิตรกับอุตรดิตถ์ พูดกันตรง ๆ คือ แม้ชื่อจะผูกกับพิจิตรในความรู้สึกของหลายคน แต่ที่ทำการอุทยานฯ และทางเข้าหลักที่ใช้กันจริงอยู่ฝั่งอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ใครวางแผนจากฝั่งพิจิตรจึงควรเช็กเส้นทางให้ดีก่อน เพราะการเข้าถึงสะดวกกว่าทางอุตรดิตถ์ ตัวน้ำตกคลองตรอนเกิดจากลำห้วยคลองตรอน แบ่งเป็นสองช่วงหลัก ช่วงแรกเป็นชั้นเตี้ย ๆ หลายชั้นรวมความสูงราว 20 เมตร ส่วนอีกช่วงห่างออกไปราว 1.5 กิโลเมตร สูงกว่าราว 30 เมตร นับรวมชั้นย่อยตลอดสายแล้วจึงมีระดับให้ไต่ขึ้นหลายชั้นในทริปเดียว
จุดที่ต้องรู้ก่อนไปคือ ทางขึ้นน้ำตกไม่มีถนนให้รถวิ่งเข้าถึงตัวน้ำตกโดยตรง ต้องจอดรถแล้วเดินเท้าเข้าไปตามเส้นทางในป่า ระยะและความชันขึ้นกับว่าจะขึ้นถึงชั้นบนสุดหรือหยุดแค่ชั้นล่าง คนที่ชอบเดินป่าจะสนุกกับบรรยากาศป่าดิบและป่าเบญจพรรณสองข้างทาง แต่คนที่หวังจอดรถปุ๊บถึงน้ำตกปั๊บอาจต้องปรับความคาดหวัง นอกจากน้ำตกแล้ว อุทยานฯ ยังมีของขึ้นชื่ออีกหลายอย่างในละแวกเดียวกัน ทั้งต้นสักใหญ่ที่เป็นที่มาของชื่อใหม่ น้ำตกสายอื่น และกลุ่มถ้ำอย่างถ้ำจันกับถ้ำเจดีย์ จึงวางแผนเที่ยวต่อเนื่องได้ในวันเดียวถ้าเผื่อเวลาไว้พอ
ช่วงเวลาที่น้ำตกสวยและน้ำแรงที่สุดคือระหว่างและหลังหน้าฝน ราวเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่ลำห้วยมีน้ำเต็มสาย ส่วนหน้าแล้งน้ำจะน้อยลงจนบางชั้นแทบไม่มีสายน้ำ ข้อแลกเปลี่ยนของหน้าฝนคือทางเดินลื่นและหินตามน้ำตกจับยาก จึงควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีและระวังเป็นพิเศษ ถ้าเลี่ยงได้ ช่วงปลายฝนต้นหนาวมักลงตัวที่สุด คือน้ำยังแรงแต่ทางเริ่มแห้งและอากาศเย็นสบายเวลาเดิน เรื่องค่าใช้จ่ายมีเพียงค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ตามอัตรามาตรฐาน ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่ต้องซื้อทัวร์ จุดนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากได้น้ำตกในป่าเงียบ ๆ มากกว่าที่เที่ยวยอดฮิตที่คนแน่น
- น้ำตกหลายชั้นในป่าต้นน้ำที่ยังเงียบและคนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับคนอยากหนีที่เที่ยวยอดฮิตที่คนแน่น
- อยู่ในอุทยานฯ ผืนใหญ่ที่มีทั้งต้นสักใหญ่ น้ำตกสายอื่น และกลุ่มถ้ำอย่างถ้ำจัน ถ้ำเจดีย์ เที่ยวต่อเนื่องได้ในวันเดียว
- ค่าใช้จ่ายน้อย มีแค่ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ไม่ต้องซื้อทัวร์ ถ้าขับรถไปเองแล้วเดินเข้าน้ำตก
- บรรยากาศป่าดิบและป่าเบญจพรรณสองข้างทางเดินให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติจริง เหมาะกับสายเดินป่า
- ไม่มีถนนถึงตัวน้ำตกโดยตรง ต้องจอดรถแล้วเดินเท้าเข้าไป ไม่เหมาะกับคนที่เดินไกลไม่ไหว
- แม้ชื่อผูกกับพิจิตร แต่ที่ทำการและทางเข้าหลักอยู่ฝั่งอุตรดิตถ์ คนที่ตั้งต้นจากพิจิตรต้องวางแผนเส้นทางให้ดี
- หน้าแล้งน้ำน้อยจนบางชั้นแทบไม่มีสายน้ำ ส่วนหน้าฝนน้ำแรงแต่ทางลื่นและหินจับยาก ต้องเลือกช่วงเวลาให้เหมาะ
เที่ยวพิจิตร พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักในเมืองพิจิตรใกล้บึงสีไฟและสถานีรถไฟ เดินทางเที่ยววัดต่าง ๆ สะดวก เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
จุดเที่ยวพิจิตรกระจายหลายอำเภอ จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าไว้จะเที่ยววัดและบึงได้สะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวพิจิตร
บึงสีไฟเป็นบึงน้ำจืดใหญ่กลางเมือง มีรูปปั้นพญาชาละวันจระเข้ยักษ์ (ประติมากรรมตามตำนานไกรทอง) สนามหญ้า ทางเดิน-ปั่นจักรยาน ช่วงเย็นแสงสวย เข้าฟรี เหมาะพาครอบครัวมาพักผ่อน
วัดบางคลาน (หิรัญญาราม) ที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินอยู่ อ.โพทะเล ห่างตัวเมืองราว 40 กม. เป็นจุดสายบุญ-สายมูยอดนิยม ควรเผื่อเวลาเดินทางและแต่งกายสุภาพ
วัดท่าหลวงริมแม่น้ำน่านในตัวเมืองเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปสำริดเชียงแสนคู่บ้านคู่เมือง เปิดให้สักการะทุกวัน แวะง่ายระหว่างเที่ยวในเมือง
อุทยานฯ คลองตรอนคาบเกี่ยวพิจิตร-อุตรดิตถ์ ทางเข้าหลักอยู่ฝั่งอุตรดิตถ์ น้ำตกสวยและน้ำแรงช่วงหน้าฝน (มิ.ย.–พ.ย.) มีค่าเข้าอุทยาน ควรเช็กเส้นทางก่อนไป
จัดทริปพิจิตรยังไงให้คุ้ม
พิจิตรเที่ยว 1–2 วันกำลังดี วันแรกเที่ยวในเมือง เช้าไหว้หลวงพ่อเพชรวัดท่าหลวง เดินอุทยานเมืองเก่าพิจิตรและวัดนครชุม เย็นพักผ่อนบึงสีไฟ-สวนสมเด็จฯ ชมรูปปั้นชาละวันและพระอาทิตย์ตก วันที่สองออกนอกเมือง ไหว้หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน (อ.โพทะเล) แวะวัดโพธิ์ประทับช้าง หรือวัดพระพุทธบาทเขารวกที่ตะพานหิน พิจิตรเที่ยวรวมกับพิษณุโลก-นครสวรรค์ได้
พร้อมเที่ยวพิจิตรแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักพิจิตร →