🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
พิษณุโลกอยู่ภาคเหนือตอนล่างเป็นเมืองชุมทางที่เดินทางสะดวก จุดเด่นคือความหลากหลาย — พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปงดงามที่คนไทยเดินทางมากราบไหว้ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากับทุ่งแสลงหลวงที่มีลานหินปุ่ม ทุ่งหญ้าสะวันนา และน้ำตกแก่งโสภา รวมถึงเมืองเก่าริมแม่น้ำน่านที่เป็นถิ่นประสูติสมเด็จพระนเรศวร
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงอากาศดีและสวยช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ถนนขึ้นภูเขาบางช่วงคดโค้ง ควรเช็กสภาพรถ ส่วนวัดใหญ่และเมืองเก่าเที่ยวได้ทั้งปี ไปช่วงเช้าคนน้อยกว่า
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) — นมัสการพระพุทธชินราช
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่คนพิษณุโลกเรียกกันติดปากว่า "วัดใหญ่" เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านใจกลางเมือง สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยราวปี พ.ศ. 1900 สิ่งที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาคือการนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดปิดทอง สูงราว 3.75 เมตร ที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย เอกลักษณ์อยู่ที่เส้นสายพระวรกายอ่อนช้อย พระพักตร์สงบ และซุ้มเรือนแก้วรูปเปลวเพลิงด้านหลังที่แกะสลักละเอียด องค์จริงประดิษฐานในวิหารเก่าที่บรรยากาศขรึมสงบ แสงลอดเข้ามาต้ององค์พระทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าน่าประทับใจกว่าที่คิดจากรูปถ่าย
นอกจากองค์พระประธาน รอบวัดยังมีอะไรให้เดินชมพอสมควร ทั้งปรางค์ประธานทรงสูงที่เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ วิหารและระเบียงคด บานประตูประดับมุกฝีมือช่างหลวงที่งดงาม รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในบริเวณวัดที่เก็บพระพุทธรูปและของเก่าให้ชม เดินออกมาอีกหน่อยก็ถึงริมแม่น้ำน่านที่มีบรรยากาศเมืองริมน้ำแบบพิษณุโลก ช่วงเช้าและช่วงเย็นคนจะบางกว่ากลางวัน ถ่ายรูปและไหว้พระได้สบายกว่า วัดนี้เข้าฟรีไม่มีค่าเข้าชม ใครอยากทำบุญก็บูชาดอกไม้ธูปเทียนหรือปิดทองตามศรัทธา จุดนี้เหมาะเป็นหมุดแรกของทริปพิษณุโลกเพราะอยู่กลางเมือง เดินทางง่าย และใช้เวลาไม่นานก็เที่ยวได้ครบ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปตามตรง คือวัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีคนมาไหว้พระต่อเนื่อง จึงต้องแต่งกายสุภาพ งดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และเสื้อผ้าบางโปร่ง ก่อนเข้าวิหารต้องถอดรองเท้าและควรสำรวมเสียงพูดคุย ช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนจะแน่นเป็นพิเศษ ถ่ายรูปองค์พระแบบไม่มีคนบังแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบให้เลี่ยงมาช่วงเช้าตรู่หรือใกล้เย็น รอบวัดมีร้านขายของที่ระลึกและวัตถุมงคลค่อนข้างเยอะ บางจุดพลุกพล่าน ควรระวังของมีค่าและดูให้ดีก่อนเลือกซื้อ ที่จอดรถช่วงคนเยอะอาจหายาก มาด้วยรถส่วนตัวเผื่อเวลาหาที่จอด หรือใช้บริการรถสาธารณะในเมืองจะสะดวกกว่า
- ได้นมัสการพระพุทธชินราช ที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย องค์จริงงามกว่าในรูปถ่ายมาก
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามศรัทธา คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกงบ
- อยู่ริมแม่น้ำน่านใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เหมาะเป็นหมุดแรกของทริปพิษณุโลก
- รอบวัดมีปรางค์ประธาน วิหารเก่า บานประตูประดับมุก และพิพิธภัณฑ์ให้เดินชมเพิ่มในที่เดียว
- ช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนแน่นมาก ถ่ายรูปองค์พระแบบไม่มีคนบังทำได้ยาก
- ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร คนแต่งตัวไม่พร้อมอาจถูกทักหรือเข้าไม่ได้
- รอบวัดมีร้านของที่ระลึกและวัตถุมงคลค่อนข้างพลุกพล่าน และที่จอดรถช่วงคนเยอะหายาก
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า — เดินป่าประวัติศาสตร์ พคท. + ลานหินปุ่ม-ผาชูธง
ภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานแห่งชาติบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ตอนบน คร่อมรอยต่อสามจังหวัดคือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานฯ ทั่วไปคือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เพราะพื้นที่นี้เคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในช่วงความขัดแย้งกับรัฐบาลไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันยังเหลือร่องรอยให้เดินชม ทั้งโรงเรียนการเมืองการทหาร สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาล และกังหันน้ำที่เคยใช้ในชีวิตประจำวันของคนที่เคยอยู่บนเขา เดินไปตามเส้นทางแล้วมีป้ายเล่าเหตุการณ์เป็นช่วง ๆ ทำให้การมาที่นี่ได้ทั้งเดินป่าและเข้าใจอดีตของพื้นที่ไปพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบมีเรื่องเล่ามากกว่ามาถ่ายรูปเฉย ๆ
ไฮไลต์ธรรมชาติของภูหินร่องกล้าอยู่ที่ลานหินสองแบบซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติมานาน ลานหินปุ่มเป็นที่ราบกว้างที่มีหินก้อนกลมมนโผล่พ้นพื้นกระจายเต็มลานเหมือนปุ่มนูน ส่วนลานหินแตกเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่แยกเป็นร่องลึกให้เดินลัดเลาะ ทั้งสองจุดเดินถึงง่ายและถ่ายรูปสวย ถัดไปคือผาชูธง จุดชมวิวริมหน้าผาที่มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนไกลสุดสายตา เป็นจุดที่คนนิยมมารอชมพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในเช้าที่อากาศเป็นใจ อุทยานฯ อยู่บนที่สูงจึงอากาศเย็นเกือบทั้งปี ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเย็นสบายและมีดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกกระดาษบานให้เห็น หลายคนเลือกมาค้างคืนเพื่อกางเต็นท์รับอากาศเย็นและตื่นเช้ามาดูหมอก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมาคือเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและชันในหลายช่วง คนขับควรชำนาญและเช็กสภาพรถโดยเฉพาะเบรกให้พร้อม รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง จุดเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร การมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถท้องถิ่นจะสะดวกกว่ารอรถสาธารณะซึ่งมีน้อย ช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาวคนเยอะและที่พักในอุทยานฯ เต็มเร็ว ควรจองบ้านพักหรือจุดกางเต็นท์ล่วงหน้าและเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้พอ บางรีวิวติงเรื่องเสียงรบกวนจากงานดูแลพื้นที่ในบางช่วงเวลา และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ครอบคลุมทุกจุด ใครอยากได้ความสงบให้เลี่ยงวันหยุดใหญ่และไปถึงจุดชมวิวแต่เช้าจะได้บรรยากาศที่ดีกว่า
- ได้ทั้งเดินป่าและประวัติศาสตร์ในที่เดียว มีร่องรอยฐานที่มั่น พคท. พร้อมป้ายเล่าเหตุการณ์ให้เข้าใจอดีตของพื้นที่
- ลานหินปุ่มและลานหินแตกเดินถึงง่าย ถ่ายรูปสวย ส่วนผาชูธงเป็นจุดชมวิวทิวเขากว้างไกลและดูพระอาทิตย์ตกได้
- อยู่บนที่สูง อากาศเย็นเกือบทั้งปี ปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกและดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกกระดาษ
- มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ให้ค้างคืนรับอากาศเย็นและตื่นเช้ามาดูหมอกได้
- เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและชัน คนขับต้องชำนาญและเช็กสภาพรถ โดยเฉพาะเบรก ให้พร้อมก่อนไป
- จุดเที่ยวอยู่ห่างกันและรถสาธารณะมีน้อย แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถท้องถิ่น
- หน้าหนาวและวันหยุดยาวคนเยอะ ที่พักเต็มเร็ว และบางรีวิวติงเรื่องเสียงรบกวนกับสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ครอบคลุมทุกจุด
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง — ทุ่งหญ้าสะวันนา + น้ำตกแก่งโสภา (Thung Salaeng Luang National Park, พิษณุโลก)
ทุ่งแสลงหลวงเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของไทย พื้นที่กว้างพาดผ่านทั้งพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ คนเรียกกันติดปากว่า "ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย" เพราะมีทุ่งหญ้ากว้างสลับดงป่าสนแบบที่ไม่ค่อยเห็นในเมืองร้อน จุดที่แวะกันง่ายที่สุดคือน้ำตกแก่งโสภา อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก จอดรถแล้วเดินลงไปไม่ไกลก็เห็นสายน้ำไหลลดหลั่นลงโขดหินเป็นชั้น ๆ มีน้ำเกือบทั้งปีและแรงเป็นพิเศษช่วงปลายฝน ส่วนใครอยากได้บรรยากาศทุ่งหญ้าเต็ม ๆ ต้องเข้าไปฝั่งหน่วยหนองแม่นา ซึ่งเป็นลานกางเต็นท์และจุดชมวิวที่คนนิยมมานอนรับอากาศเย็นและหมอกเช้า
เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นธรรมชาติแบบดิบ ๆ กลางวันเดินเล่นในทุ่งหญ้าและป่าสน เย็นลงอากาศเริ่มเย็น พอเช้ามืดหน้าหนาวมักมีหมอกลอยต่ำคลุมทุ่ง เป็นภาพที่คนถ่ายรูปตั้งใจมาเก็บกัน กิจกรรมหลักคือกางเต็นท์นอนดูดาว ขี่จักรยานรอบลานทุ่ง เดินชมป่าสน และแวะน้ำตกแก่งโสภากับจุดชมวิวอื่น ๆ ในเขตอุทยาน การเข้าชมเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราอุทยานแห่งชาติทั่วไป คนไทยกับต่างชาติจ่ายคนละอัตราชัดเจน ถ้าจะค้างคืนควรจองบ้านพักหรือลานกางเต็นท์ล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่คนเยอะ ส่วนใครไม่มีเต็นท์ก็เช่าที่หน่วยได้ บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ตัวอุทยานได้คะแนนเฉลี่ยราว 3.9 เต็ม 5 คนที่ไปมาชมเรื่องทุ่งหญ้ากว้างและอากาศเย็นสบายเป็นหลัก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือทุ่งหญ้าจะเขียวสวยและหมอกลงหนาเฉพาะหน้าหนาวถึงต้นปี ช่วงหน้าแล้งราวมีนาคมถึงเมษายนหญ้าจะแห้งเป็นสีน้ำตาลและร้อน บรรยากาศต่างจากรูปที่เห็นตามอินเทอร์เน็ตพอสมควร ข้อสองคือหน่วยหนองแม่นาซึ่งเป็นจุดทุ่งหญ้าหลักอยู่ลึกเข้าไปและเส้นทางบางช่วงเป็นถนนดินลูกรัง หน้าฝนลื่นและควรใช้รถที่สภาพพร้อม ส่วนน้ำตกแก่งโสภาที่ริมทางหลวงเข้าถึงง่ายกว่ามาก ข้อสามคือหินริมน้ำตกลื่นมากตอนเปียก ควรใส่รองเท้าเกาะพื้นดีและระวังเวลาปีนโขดหิน หน้าฝนน้ำแรงไม่ควรลงเล่นใกล้แก่ง ข้อสี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแบบอุทยาน ร้านค้าและสัญญาณโทรศัพท์มีจำกัด ควรเตรียมน้ำ อาหาร ของใช้ และเงินสดค่าธรรมเนียมไปให้พร้อม รวมถึงเสื้อกันหนาวถ้ามาค้างคืนหน้าหนาวเพราะกลางคืนเย็นจริง
- ทุ่งหญ้าสะวันนากว้างสลับป่าสนแบบเมืองหนาว หาได้ไม่บ่อยในไทย หน้าหนาวมีหมอกเช้าลอยต่ำสวยเป็นพิเศษ
- น้ำตกแก่งโสภาอยู่ริมทางหลวง 12 เข้าถึงง่าย จอดรถแล้วเดินลงไม่ไกล มีน้ำเกือบทั้งปีและแรงช่วงปลายฝน
- มีลานกางเต็นท์และบ้านพักในเขตหนองแม่นา เหมาะกางเต็นท์นอนดูดาวรับอากาศเย็น ไม่มีเต็นท์ก็เช่าได้ที่หน่วย
- ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับคนไทยไม่แพง เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนสายแคมป์
- ทุ่งหญ้าเขียวและหมอกลงหนาเฉพาะหน้าหนาว ช่วงหน้าแล้ง (มี.ค.-เม.ย.) หญ้าแห้งเป็นสีน้ำตาลและร้อน
- จุดทุ่งหญ้าหลักหน่วยหนองแม่นาอยู่ลึก เส้นทางบางช่วงเป็นถนนดินลูกรัง หน้าฝนลื่นและควรใช้รถสภาพพร้อม
- หินริมน้ำตกลื่นมากตอนเปียก หน้าฝนน้ำแรง อีกทั้งร้านค้าและสัญญาณโทรศัพท์ในเขตอุทยานมีจำกัด
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (พิพิธภัณฑ์ของใช้พื้นบ้าน จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์) พิษณุโลก
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเกิดจากแรงสะสมของจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ที่ตระเวนเก็บข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านไทยมานานกว่าสามสิบปี แล้วนำมาจัดแสดงเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมในตัวเมืองพิษณุโลก ของที่รวบรวมไว้มีจำนวนมากจนต้องแบ่งจัดแสดงหลายอาคาร ตั้งแต่เครื่องมือทำการเกษตรและประมง เครื่องจักสาน หม้อไห เครื่องครัวรุ่นปู่ย่า ของเล่นเด็กสมัยก่อน ไปจนถึงเครื่องหีบอ้อยและอุปกรณ์ทำมาหากินที่หลายอย่างแทบไม่มีให้เห็นแล้วในชีวิตประจำวัน จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือความเป็นของจริงที่จับต้องเรื่องราวได้ ไม่ใช่แค่ป้ายบรรยาย แต่เป็นข้าวของที่คนไทยเคยใช้จริงในวิถีชีวิตชนบท
การเดินชมใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งถ้าดูละเอียด อาคารจัดวางของแน่นเต็มพื้นที่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินย้อนเข้าไปในบ้านชาวบ้านสมัยก่อน ค่าเข้าชมถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็น ผู้ใหญ่ราวห้าสิบบาท เด็กและนักเรียนถูกลงไปอีก จึงเหมาะกับครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านแบบเห็นของจริง หรือคนที่สนใจงานหัตถกรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำเลอยู่ในเมืองใกล้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จึงจัดรวมกับการไหว้พระพุทธชินราชและเดินตลาดในตัวเมืองได้สบายในวันเดียว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ที่นี่ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าร้อยราย และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในพิษณุโลก เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นแหล่งเก็บของพื้นบ้านที่สมบูรณ์และให้ความรู้ดี
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือหลายส่วนของอาคารเป็นแบบเปิดและไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงกลางวันหน้าร้อนจะค่อนข้างอบอ้าว ควรไปช่วงเช้าและแต่งตัวสบาย ข้อสองคือของจัดแสดงเยอะและวางแน่นมาก บางจุดป้ายอธิบายเป็นภาษาไทยเป็นหลัก ชาวต่างชาติอาจอ่านรายละเอียดได้ไม่ครบ ถ้าอยากเข้าใจลึกควรหาข้อมูลหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ ข้อสามคือควรเช็กวันเวลาเปิดและอัตราค่าเข้าล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่อาจปรับเวลาได้ ข้อสี่คือบางมุมเก็บของค่อนข้างเก่าและฝุ่นตามสภาพของสะสมจำนวนมาก คนที่แพ้ฝุ่นง่ายควรเตรียมใจ โดยรวมถ้าชอบของเก่าและวิถีพื้นบ้าน ที่นี่ให้บรรยากาศและปริมาณของสะสมที่คุ้มค่าเข้าชมอย่างมาก
- รวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านไทยไว้จำนวนมากในที่เดียว ทั้งเครื่องมือเกษตร-ประมง เครื่องจักสาน ของเล่น และเครื่องครัวรุ่นเก่า
- ค่าเข้าถูกมาก ผู้ใหญ่ราว 50 บาท เด็กและนักเรียนถูกลงไปอีก เหมาะกับครอบครัวและสายวัฒนธรรมงบน้อย
- ทำเลอยู่ในเมืองใกล้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จัดรวมทริปในวันเดียวได้ง่าย
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในพิษณุโลก
- หลายอาคารเป็นแบบเปิดไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงกลางวันหน้าร้อนค่อนข้างอบอ้าว
- ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติอาจอ่านรายละเอียดได้ไม่ครบ
- ของสะสมเยอะและวางแน่น บางมุมเก่าและมีฝุ่นตามสภาพ คนแพ้ฝุ่นง่ายควรเตรียมใจ
พระราชวังจันทน์ + ศูนย์ประวัติศาสตร์ (โบราณสถานที่ประทับสมเด็จพระนเรศวร เมืองพิษณุโลก)
พระราชวังจันทน์อยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตกในตัวเมืองพิษณุโลก ติดกับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นวังเก่าที่เชื่อกันว่าใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายเหนือมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงอยุธยา สมัยที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงย้ายราชธานีมาอยู่พิษณุโลกก็ทรงใช้ที่นี่เป็นที่ประทับ และเป็นวังที่ผูกพันกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในช่วงที่ทรงประทับ ณ เมืองสองแคว จุดที่ทำให้ที่นี่มีค่าในเชิงประวัติศาสตร์คือ เมื่อปี 2535 มีการขุดพบแนวฐานรากอิฐเก่าระหว่างก่อสร้างอาคาร กรมศิลปากรจึงเข้ามาสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ปัจจุบันเปิดให้เดินชมแนวกำแพงและฐานรากที่อนุรักษ์ไว้กลางลานกว้าง เห็นผังของวังเก่าได้พอสมควร บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ พร้อมอ่านป้ายบรรยายไปด้วย
ในพื้นที่เดียวกันยังมีศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้คนได้เข้าสักการะ เป็นจุดที่คนพิษณุโลกและนักท่องเที่ยวสายบุญแวะมาไหว้ขอพรกันเป็นประจำ ถัดมาอีกส่วนคือศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อาคารจัดแสดงที่เล่าเรื่องเมืองพิษณุโลกย้อนหลังหลายร้อยปี ทั้งพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร งานช่างหลวงเมืองสองแคว และแบบจำลองวัดสำคัญในเขตวังเก่า มีทั้งภาพ ป้ายบรรยาย และแบบจำลองให้ดูเข้าใจง่าย เหมาะพาเด็กหรือคนที่อยากปูพื้นเรื่องเมืองก่อนไปเที่ยววัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่อยู่ไม่ไกล ข้อดีที่ชัดที่สุดของที่นี่คือเข้าฟรีทั้งหมด ทั้งลานโบราณสถาน ศาล และศูนย์ประวัติศาสตร์ ไม่ต้องเสียค่าเข้า จอดรถสะดวก และอยู่ในเมืองจึงแวะง่ายระหว่างทางไปจุดอื่น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือตัวศูนย์ประวัติศาสตร์ (อาคารจัดแสดง) มักปิดวันจันทร์และเปิดราว 9.00–16.00 น. ส่วนลานโบราณสถานกับศาลเข้าได้ตลอด ถ้าตั้งใจมาดูนิทรรศการในอาคารควรเลี่ยงวันจันทร์และมาในเวลาทำการ ข้อสองคือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรมาช่วงเช้าหรือเย็น เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ข้อสามคือสิ่งที่เห็นเป็นแนวฐานรากและกำแพงเตี้ย ๆ ไม่ใช่ตัวอาคารวังที่สมบูรณ์ คนที่คาดหวังปราสาทหรือวังใหญ่แบบในภาพวาดอาจรู้สึกว่าน้อยกว่าที่คิด แนะนำให้เข้าศูนย์ประวัติศาสตร์ก่อนเพื่อเห็นแบบจำลองและเข้าใจผังวัง แล้วค่อยออกมาเดินดูของจริงจะอินกว่า ข้อสี่คือเป็นสถานที่ที่มีศาลและเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมโดยเฉพาะบริเวณศาล และเนื่องจากอยู่ติดเขตค่ายทหาร ควรจอดรถและเดินตามจุดที่จัดไว้ ไม่ล้ำเข้าเขตหวงห้าม
- เข้าฟรีทั้งหมด ทั้งลานโบราณสถาน ศาลสมเด็จพระนเรศวร และศูนย์ประวัติศาสตร์ ไม่มีค่าเข้า
- เป็นวังเก่าที่ผูกพันกับสมเด็จพระนเรศวรและสมัยอยุธยา-สุโขทัย ได้เดินดูแนวฐานรากและกำแพงของจริงที่ขุดพบและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
- ศูนย์ประวัติศาสตร์จัดแสดงเข้าใจง่าย มีป้ายบรรยายและแบบจำลองวัดสำคัญ เหมาะปูพื้นเรื่องเมืองสองแควและพาเด็กมาเรียนรู้
- อยู่ในตัวเมืองริมน่าน จอดรถสะดวก แวะง่าย และเที่ยวต่อวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ในทริปเดียวได้
- อาคารศูนย์ประวัติศาสตร์มักปิดวันจันทร์และเปิดเฉพาะเวลาทำการ ถ้ามาผิดวันจะได้แค่เดินลานด้านนอก
- พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน
- สิ่งที่เห็นเป็นแนวฐานรากและกำแพงเตี้ย ไม่ใช่ตัววังที่สมบูรณ์ คนที่คาดหวังวังใหญ่อาจรู้สึกว่าน้อยกว่าที่คิด
วัดจุฬามณี — โบราณสถานปรางค์ศิลาแลงสมัยอยุธยาริมแม่น้ำน่าน (ต.ท่าทอง เมืองสองแควเก่า)
วัดจุฬามณีเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านในตำบลท่าทอง ห่างจากตัวเมืองลงมาทางใต้ราว 5 กิโลเมตรตามถนนบรมไตรโลกนารถ พื้นที่นี้เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่าก่อนย้ายไปตั้งเมืองใหม่ในภายหลัง ตัวโบราณสถานเด่นคือปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง ฐานกว้างราว 11 เมตร ยาวราว 18 เมตร ด้านหน้าก่อยื่นเป็นแบบตรีมุขและตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น เป็นงานสถาปัตยกรรมที่นักประวัติศาสตร์ศิลป์จัดว่าเป็นแบบอยุธยาตอนต้น ใครที่ชอบเดินดูร่องรอยอิฐเก่าและงานศิลาแลงจะได้เห็นฝีมือช่างสมัยนั้นแบบใกล้ ๆ โดยไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากเหมือนโบราณสถานดัง ๆ ที่อื่น
จุดที่ทำให้วัดนี้มีชื่อในหน้าประวัติศาสตร์คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดจุฬามณีเมื่อ พ.ศ. 2007 เป็นเวลาราว 8 เดือนเศษ โดยมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จเป็นจำนวนมาก เรื่องราวช่วงนี้ถูกเล่าต่อกันมาและมีศิลาจารึกที่เกี่ยวข้องกับวัด ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่วัดเก่า แต่เป็นหมุดหมายของเหตุการณ์สำคัญสมัยอยุธยา นอกจากปรางค์แล้ว ในเขตวัดยังมีพระวิหารและพระอุโบสถแบบอยุธยาตอนต้น มณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เจดีย์รายทรงระฆังอีกหลายองค์ และแนวกำแพงแก้ว เดินวนดูรอบ ๆ ได้ครบในเวลาไม่นาน เหมาะแวะระหว่างทางเที่ยวเมืองพิษณุโลกที่ปกติคนมักไปกราบพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่เป็นหลัก
สำหรับสายบุญ ในวัดมีหลวงพ่อเพชรและพระพุทธรูปให้กราบไหว้ ทั้งยังเป็นวัดที่คนพิษณุโลกรู้จักในฐานะแหล่งพระกรุเก่า จึงมีทั้งคนมาไหว้พระและคนสายพระเครื่องแวะเวียนมา บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ร่มรื่น เดินชมได้สบาย ๆ การมาที่นี่ควรแต่งกายสุภาพเพราะเป็นทั้งวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจและเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ควรเดินบนทางเดินที่จัดไว้ ไม่ปีนป่ายหรือแตะต้ององค์ปรางค์และผนังศิลาแลงเพราะเป็นของเก่าที่เปราะบาง ช่วงเช้าและช่วงเย็นแดดไม่แรงเดินสบายกว่ากลางวัน และเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง แดดจัด ควรพกหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย รวมทั้งเผื่อเวลาสำหรับถ่ายรูปปรางค์กับแสงเช้าหรือแสงเย็นที่ทำให้ก้อนศิลาแลงดูมีมิติสวยกว่าตอนเที่ยง
- ปรางค์ศิลาแลงแบบอยุธยาตอนต้นของแท้ที่เดินดูใกล้ ๆ ได้ ไม่พลุกพล่านเหมือนโบราณสถานดัง ๆ ที่อื่น
- มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ชัดเจน จุดที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จออกผนวช พ.ศ. 2007 เหมาะสายประวัติศาสตร์
- เข้าชมฟรี จอดรถในวัดได้ ครบทั้งปรางค์ วิหาร-โบสถ์อยุธยา มณฑปรอยพระพุทธบาท และเจดีย์รายในที่เดียว
- อยู่ไม่ไกลตัวเมือง แวะจับคู่กับวัดใหญ่ (พระพุทธชินราช) ในทริปเดียวได้ ทั้งกราบพระและดูของเก่า
- พื้นที่โบราณสถานเปิดโล่ง แดดจัดช่วงกลางวัน เดินชมร้อนถ้าไม่เตรียมหมวกกับน้ำ
- เป็นวัดเงียบ ๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านค้ามากเท่าวัดใหญ่ในเมือง
- ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ เพราะอยู่นอกตัวเมืองราว 5 กม. ขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก
เดินเล่นริมแม่น้ำน่าน + ถนนคนเดินพิษณุโลก + ตลาดใต้ (ล่องเรือชมเมือง ริมเขื่อนแม่น้ำน่าน อ.เมืองพิษณุโลก)
แม่น้ำน่านคือเส้นเลือดของเมืองพิษณุโลกมาแต่ไหนแต่ไร ริมฝั่งช่วงกลางเมืองมีแนวเขื่อนและทางเดินเลียบถนนวังจันทร์ที่เดินทอดยาวได้สบาย ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ผ่านหน้าพระราชวังจันทน์ มองข้ามฝั่งไปเห็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ระหว่างทางมีภาพสตรีตอาร์ต ม้านั่ง และร้านกาแฟร้านของกินให้แวะนั่งชมบรรยากาศ ช่วงเย็นแดดร่มลมริมน้ำกำลังดี เป็นจุดที่คนเมืองมาเดินออกกำลัง มานั่งเล่น และรอดูพระอาทิตย์ตกกัน จุดเด่นของย่านนี้คือเข้าฟรีทั้งหมด เดินเที่ยวได้ตามใจ ไม่ต้องซื้อตั๋ว และรวมหลายอย่างไว้ในระยะเดินถึงกัน
ถ้ามาตรงคืนวันเสาร์จะเจอถนนคนเดินพิษณุโลกที่ถนนสังฆบูชา ความยาวราวห้าร้อยเมตร เชื่อมถนนพุทธบูชากับถนนบรมไตรโลกนาถ เปิดประมาณห้าโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม จัดธีมความเป็นไทย มีอาหารพื้นถิ่น ขนมไทย ของแฮนด์เมด และบางช่วงมีการรำวงย้อนยุคให้ดู ส่วนสายตื่นเช้าไม่ควรพลาดตลาดใต้ ตลาดเช้าเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างถนนบรมไตรโลกนาถกับแม่น้ำน่าน ไม่ไกลจากหอนาฬิกาใจกลางเมือง ย่านนี้มีเรื่องเล่าเรื่องเรือนแพค้าขายริมน่านที่สืบทอดกันมาเกือบสองร้อยปี เดินดูวิถีชาวบ้าน ซื้อกับข้าวถิ่น หาก๋วยเตี๋ยวเช้ากินได้เพลิน ส่วนการล่องเรือชมเมืองริมน่านมีให้บริการเป็นบางช่วงและมักคึกในงานเทศกาล หากอยากล่องควรสอบถามรอบล่วงหน้าเพราะไม่ได้เปิดทุกวันตายตัว
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือเรื่องวันเวลาต้องวางแผนให้ดี ถนนคนเดินมีเฉพาะคืนวันเสาร์ ตลาดใต้คึกช่วงเช้าแล้วซาลงตอนสาย ส่วนล่องเรือชมเมืองไม่ได้เปิดทุกวัน มาผิดวันอาจได้แค่เดินริมน้ำเฉย ๆ อย่างที่สองคือกลางวันของพิษณุโลกร้อนและแดดจัด เดินริมเขื่อนช่วงบ่ายจะเหนื่อย ควรเลี่ยงมาช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำและหมวกไปด้วย อย่างที่สามคือคืนเสาร์คนแน่นและที่จอดรถแถวถนนคนเดินหายาก ถ้าพักในเมืองเดินหรือใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างจะสะดวกกว่า อย่างที่สี่คือของกินในตลาดและถนนคนเดินเป็นเงินสดเป็นหลัก ร้านเล็กหลายเจ้าไม่รับโอน ควรพกแบงก์ย่อยติดตัว เก็บของมีค่าให้ดีในที่คนพลุกพล่าน และช่วยกันทิ้งขยะให้เป็นที่เพื่อรักษาริมน้ำให้สวยต่อไป
- เข้าฟรีทั้งย่าน เดินเล่นริมแม่น้ำน่านได้ตามใจ ไม่ต้องซื้อตั๋ว เหมาะกับทริปประหยัดและครอบครัว
- รวมหลายอย่างในระยะเดินถึงกัน ริมเขื่อน สตรีตอาร์ต ถนนคนเดินคืนเสาร์ และตลาดใต้ตอนเช้า
- ของกินพื้นถิ่นและขนมไทยหลากหลาย ราคาย่อมเยา ได้ชิมของถิ่นพิษณุโลกแบบจุใจ
- ริมน้ำช่วงเย็นบรรยากาศดี ลมเย็น เห็นวัดใหญ่ฝั่งตรงข้าม เป็นมุมดูพระอาทิตย์ตกของคนเมือง
- ต้องวางวันให้ตรง ถนนคนเดินเปิดเฉพาะคืนเสาร์ ตลาดใต้คึกเฉพาะเช้า ล่องเรือชมเมืองเปิดเป็นบางช่วง
- กลางวันแดดจัดและร้อน เดินริมเขื่อนช่วงบ่ายเหนื่อย คืนเสาร์คนแน่นและที่จอดรถหายาก
- ร้านเล็กในตลาดและถนนคนเดินรับเงินสดเป็นหลัก หลายเจ้าไม่รับโอน ต้องพกแบงก์ย่อยไปเอง
น้ำตกแก่งโสภา อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (Kaeng Sopha Waterfall, เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก)
น้ำตกแก่งโสภาเป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ริมทางหลวงหมายเลข 12 หรือเส้นสายพิษณุโลก-หล่มสัก จุดที่ทำให้คนแวะกันเยอะคือทำเลที่อยู่ติดถนนสายหลัก ขับรถจากตัวเมืองพิษณุโลกมาราวเจ็ดสิบกว่ากิโลเมตรก็ถึง เลี้ยวเข้าลานจอดแล้วเดินเท้าเข้าไปไม่กี่นาทีก็เห็นสายน้ำที่ไหลลงมาเป็นหลายชั้นบนลานหินกว้าง คนที่ขับรถขึ้นเขาค้อหรือภูทับเบิกมักถือโอกาสแวะพักยืดเส้นยืดสายที่นี่ระหว่างทาง เพราะไม่ต้องเดินป่าไกลเหมือนน้ำตกลึก ๆ หลายแห่ง ตัวน้ำตกมีทั้งชั้นบนที่เป็นแก่งหินลดหลั่นและชั้นล่างที่น้ำตกลงแอ่ง มีศาลาและม้านั่งให้นั่งพักชมได้สบาย ๆ เหมาะกับการแวะสั้น ๆ ระหว่างทริปมากกว่าจะมาปักหลักทั้งวัน
การเข้าน้ำตกต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งเก็บแยกอัตราระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติชัดเจน และคิดค่ารถเพิ่มอีกเล็กน้อย เนื่องจากเป็นจุดแวะที่ขับรถมาเที่ยวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยมีทัวร์เจาะจงมาลง การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจึงสะดวกที่สุด บริเวณน้ำตกมีร้านอาหารตามสั่งและของกินเล่นให้แวะเติมพลังก่อนไปต่อ หลายคนรวมแก่งโสภาไว้ในทริปเที่ยวเส้นสาย 12 ที่ไล่แวะน้ำตกแก่งซอง น้ำตกปอย และจุดชมวิวอื่น ๆ ในวันเดียว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor แก่งโสภาได้คะแนนราว 3.5 เต็ม 5 จากรีวิวจำนวนไม่มาก เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นน้ำตกกว้างและสูง เสียงน้ำดังฟังสบาย เดินชมรอบ ๆ ง่าย แต่บางรีวิวก็ติงว่าถ้ามาช่วงน้ำน้อยจะดูไม่อลังการเท่าที่คิด
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือปริมาณน้ำขึ้นกับฤดูอย่างมาก ช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาวราวเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนน้ำจะเยอะและน้ำตกดูเต็มแรงที่สุด ส่วนหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมน้ำมักเหลือน้อยจนเห็นเป็นสายบาง ๆ บนลานหิน รีวิวหลายรายที่ไปหน้าแล้งบอกตรงกันว่าน้ำน้อยกว่าที่คาด ข้อสองคือลานหินและโขดหินริมน้ำลื่นมากโดยเฉพาะตอนเปียกและช่วงที่มีน้ำไหลแรง ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาเดินลงไปใกล้ตัวน้ำตก อย่าปีนข้ามไปยืนกลางแก่งตอนน้ำมากเพราะกระแสน้ำแรงและเคยมีอุบัติเหตุพลัดตก ข้อสามคือช่วงวันหยุดยาวและหน้าฝนคนค่อนข้างเยอะ ที่จอดรถและมุมถ่ายรูปอาจต้องรอคิว หากอยากได้บรรยากาศเงียบและน้ำใสควรมาช่วงเช้าของวันธรรมดา และอย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่าน
- น้ำตกใหญ่หลายชั้นบนลานหินกว้าง อยู่ติดทางหลวงสาย 12 แวะพักยืดเส้นได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินป่าไกล
- ทำเลเหมาะเป็นจุดแวะระหว่างทริปเขาค้อ-ภูทับเบิก รวมกับน้ำตกแก่งซองและน้ำตกปอยในเส้นทางเดียว
- มีศาลา ม้านั่ง ร้านอาหารและของกินเล่นบริเวณน้ำตก เหมาะกับครอบครัวที่อยากแวะพักกินข้าว
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนราว 3.5 เต็ม 5 หลายคนชมว่าน้ำตกกว้าง สูง เสียงน้ำดังฟังสบาย เดินชมรอบง่าย
- ปริมาณน้ำขึ้นกับฤดูอย่างมาก หน้าแล้ง (มี.ค.-พ.ค.) น้ำมักเหลือน้อยจนดูเป็นสายบาง ๆ ไม่อลังการเท่าที่คาด
- ลานหินและโขดหินริมน้ำลื่นมากตอนเปียก และกระแสน้ำแรงช่วงน้ำมาก ต้องระวังการเดินลงใกล้ตัวน้ำตก
- ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ และเดินทางเองด้วยรถส่วนตัว ไม่ค่อยมีทัวร์เจาะจงมาลง
กลุ่มโบราณสถานเมืองเก่าพิษณุโลก วัดนางพญา-วัดราชบูรณะ (เดินชมต่อกันได้ ติดวัดใหญ่ริมน้ำน่าน)
ถ้ามาถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่คนพิษณุโลกเรียกกันติดปากว่าวัดใหญ่แล้ว อีกสองวัดที่อยู่ติดกันและควรเดินต่อคือวัดนางพญากับวัดราชบูรณะ ทั้งสามวัดตั้งเรียงกันอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านในเขตเมืองเก่า เดินจากวัดใหญ่ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง จึงเที่ยวต่อกันได้ในทริปเดียวโดยไม่ต้องขึ้นรถ วัดราชบูรณะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีเจดีย์และวิหารเก่า ส่วนวัดนางพญาเป็นที่รู้จักในหมู่คนสายพระเครื่องทั่วประเทศ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดพระนางพญา ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในคราวบูรณะวัดราชบูรณะเมื่อหลายร้อยปีก่อน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวิหารและเจดีย์ย่อมุมของวัดนางพญาไว้เป็นโบราณสถาน จุดที่ทำให้เดินชมสนุกคือได้เห็นงานสถาปัตยกรรมวัดสมัยเก่าในระยะใกล้ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองริมน้ำที่ยังมีชีวิตของคนในพื้นที่
เสน่ห์ของการเดินชมกลุ่มวัดเก่านี้อยู่ที่ความเงียบและความเป็นกันเอง ต่างจากวัดใหญ่ที่คนมักแน่นกว่า พอเดินเลยออกมาที่วัดนางพญาและวัดราชบูรณะ จำนวนคนจะน้อยลงและได้เดินชมแบบไม่ต้องเบียดเสียด หลายคนที่มาไหว้พระที่วัดใหญ่แล้วมักแวะทั้งสองวัดต่อเพื่อไหว้พระประธานและซื้อวัตถุมงคลติดมือกลับไป โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจมาถึงต้นกำเนิดพระนางพญาจริง ๆ รอบ ๆ วัดมีร้านพระเครื่องและร้านของฝากให้เดินดู ทำเลของทั้งสามวัดอยู่กลางเมืองพอดี เดินออกมาริมน้ำน่านก็เจอถนนคนเดินและตลาดในบางช่วงเวลา จึงเหมาะกับคนที่อยากเก็บวัดเก่ากลางเมืองพร้อมสัมผัสชีวิตริมน้ำของพิษณุโลกไปในคราวเดียว การเข้าชมทั้งสองวัดไม่เสียค่าตั๋ว มีเพียงตู้ทำบุญให้หยอดตามศรัทธา
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือทั้งสองวัดเป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ไม่ใช่โบราณสถานร้างที่เดินได้ทุกมุม บางส่วนเป็นเขตสังฆาวาสหรือพื้นที่ของพระ ควรสำรวมและดูป้ายก่อนเข้า ข้อสองคือเรื่องการแต่งกาย ต้องแต่งตัวสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น และถอดรองเท้าก่อนเข้าในวิหารหรืออุโบสถตามธรรมเนียม ข้อสามคือพื้นที่จอดรถกลางเมืองมีจำกัด ช่วงวันหยุดหรือวันพระคนจะเยอะเป็นพิเศษ หากไม่อยากวนหาที่จอด การเดินจากวัดใหญ่ต่อมาเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า ข้อสี่คือแดดกลางวันค่อนข้างแรงเพราะลานวัดเป็นที่โล่ง ควรมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศเย็นลงและแสงสวยกว่า พกร่มหรือหมวกกับน้ำดื่มติดตัวไว้ และเผื่อเงินสดไว้ทำบุญหรือซื้อของฝากรอบวัด เพราะหลายร้านยังรับเฉพาะเงินสด
- อยู่ติดวัดใหญ่ เดินต่อกันได้ในไม่กี่นาที เก็บสามวัดเก่ากลางเมืองได้ในทริปเดียวโดยไม่ต้องขึ้นรถ
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว มีแค่ตู้ทำบุญตามศรัทธา คุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบเดินชมวัดเก่า
- คนน้อยกว่าวัดใหญ่ ได้เดินชมเจดีย์-ปรางค์เก่าและไหว้พระแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเบียดเสียด
- วัดนางพญาเป็นแหล่งกำเนิดพระนางพญาที่คนสายพระเครื่องทั่วประเทศรู้จัก รอบวัดมีร้านพระและของฝากให้เดินดู
- เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง บางส่วนเป็นเขตของพระ เดินได้ไม่ทุกมุมและต้องสำรวม
- ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกง/กระโปรงสั้น
- ที่จอดรถกลางเมืองมีจำกัด วันหยุดหรือวันพระคนเยอะและหาที่จอดยาก ลานวัดโล่งแดดแรงช่วงกลางวัน
เขาสมอแคลง + วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง (จุดชมวิวเมือง + รอยพระพุทธบาทตะแคง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก)
เขาสมอแคลงเป็นภูเขาลูกเตี้ยชานเมืองพิษณุโลก สูงจากพื้นราบราว 200 เมตร ตั้งอยู่ริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสักในอำเภอวังทอง ขับรถจากตัวเมืองมาถึงประมาณ 20-30 นาที จุดที่คนมากันมากที่สุดคือวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงบนเชิงเขา ซึ่งมีบันไดพญานาคทอดยาวขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทตะแคง เป็นรอยพระพุทธบาทที่วางในลักษณะตะแคงข้าง หาชมได้ไม่กี่ที่ในเมืองไทย บนเขายังมีโบราณสถานเก่าแก่ทั้งเจดีย์ยอดด้วนและซากสิ่งก่อสร้างที่พบโบราณวัตถุจำนวนมาก บ่งบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคเก่า รอบเขายังมีศาลเจ้าและองค์เจ้าแม่กวนอิมให้แวะไหว้ต่อได้ในทริปเดียว เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งสายบุญและได้เดินสำรวจร่องรอยประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
เสน่ห์อีกอย่างของเขาสมอแคลงคือเป็นจุดชมวิวเมืองที่ขึ้นง่ายที่สุดจุดหนึ่งของพิษณุโลก เพราะไม่ต้องขับรถขึ้นเขาสูงหรือเดินไกลเหมือนภูเขาลูกใหญ่ พอขึ้นไปถึงลานด้านบนจะมองเห็นพื้นราบของอำเภอวังทองและตัวเมืองพิษณุโลกทอดยาว ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่แสงสวยและอากาศเย็นสบายที่สุด หลายคนมาถ่ายรูปเจดีย์เก่ากับฉากหลังทิวเขา หรือมานั่งพักรับลมหลังไหว้พระเสร็จ เพราะที่นี่ไม่มีค่าเข้าและไม่พลุกพล่านเท่าวัดใหญ่กลางเมือง จึงเป็นจุดแวะที่ลงตัวสำหรับคนที่มีเวลาครึ่งวันแล้วอยากได้ทั้งบรรยากาศสงบ วิวเมือง และการทำบุญในที่เดียว
ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรรู้ตามตรง บันไดพญานาคขึ้นวัดมีเกือบสองร้อยขั้นและค่อนข้างชัน คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรค่อย ๆ ขึ้นและพักเป็นระยะ ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาบนลานด้านบนมีไม่มาก ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยงถ้าไม่อยากเจอความร้อน สภาพโบราณสถานบางส่วนเป็นซากเก่าที่ยังไม่ได้บูรณะเต็มที่ ป้ายอธิบายข้อมูลมีไม่มากนัก คนที่อยากเข้าใจประวัติลึก ๆ อาจต้องอ่านข้อมูลมาก่อนหรือหาไกด์ท้องถิ่น นอกจากนี้ที่นี่เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตบูชา และสำรวมเสียงในบริเวณที่คนกำลังสวดมนต์ ที่จอดรถมีแต่ช่วงวันหยุดยาวหรือวันพระใหญ่คนจะเยอะขึ้น ควรเผื่อเวลาหาที่จอดไว้บ้าง
- ขึ้นง่าย ใกล้ตัวเมืองพิษณุโลก (ราว 17 กม.) ได้ทั้งจุดชมวิวเมืองและวัดบนเขาในที่เดียว
- มีรอยพระพุทธบาทตะแคงที่หาชมได้ไม่กี่แห่งในไทย บวกโบราณสถานเจดีย์เก่าให้เดินสำรวจ
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า บรรยากาศสงบกว่าวัดใหญ่กลางเมือง เหมาะทั้งสายบุญและสายถ่ายรูป
- รอบเขามีศาลเจ้าและองค์เจ้าแม่กวนอิมให้แวะไหว้ต่อได้ในทริปเดียว
- บันไดพญานาคขึ้นวัดชันเกือบสองร้อยขั้น คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุต้องค่อย ๆ ขึ้น
- ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาบนลานด้านบนมีน้อย
- โบราณสถานบางส่วนยังไม่บูรณะเต็มที่และป้ายอธิบายข้อมูลมีไม่มาก
เที่ยวพิษณุโลก พักที่ไหนดี?
เลือกโรงแรมในเมืองพิษณุโลกใกล้วัดใหญ่-ริมน่าน หรือที่พักโซนขึ้นเขา เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ที่พักและลานกางเต็นท์ภูหินร่องกล้า-ทุ่งแสลงหลวงเต็มไวหน้าหนาว จองล่วงหน้าจะสะดวกกว่า
💡 รู้ก่อนเที่ยวพิษณุโลก
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (พระพุทธชินราช) คนมากราบไหว้ตลอดวัน ไปช่วงเช้าจะไม่แออัด ควรแต่งกายสุภาพ รอบวัดมีตลาดและของฝาก
ภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงอากาศดีและวิวสวยช่วง พ.ย.–ก.พ. ถนนขึ้นเขาบางช่วงคดโค้ง ควรเช็กเบรก-ยาง และจองที่พัก/ลานกางเต็นท์ล่วงหน้า
น้ำตกแก่งโสภาบนเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก น้ำเยอะและสวยช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว ควรระวังลื่นบริเวณโขดหิน
พระราชวังจันทน์ วัดจุฬามณี และกลุ่มโบราณสถานอยู่ริมแม่น้ำน่าน เดินหรือขับรถชมต่อกันได้ เย็น ๆ มีถนนคนเดินและตลาดริมน่าน
จัดทริปพิษณุโลกยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — วัดใหญ่ (พระพุทธชินราช) พระราชวังจันทน์ พิพิธภัณฑ์จ่าทวี และเย็นเดินริมน่าน วันที่สองขึ้นภูหินร่องกล้าหรือทุ่งแสลงหลวง (แก่งโสภา) ถ้ามีเวลาน้อยเที่ยวเฉพาะสายวัด-เมืองเก่าแบบ 1 วันก็ได้ พิษณุโลกรวมทริปกับสุโขทัยหรือเพชรบูรณ์ได้
พร้อมเที่ยวพิษณุโลกแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักพิษณุโลก →