หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย พิษณุโลก 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยพิษณุโลก10 กิจกรรมน่าทำ ใน พิษณุโลก
📍 พิษณุโลก · ภาคเหนือ · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน พิษณุโลก

พิษณุโลกเป็นชุมทางภาคเหนือตอนล่างที่มีทั้งวัดสำคัญ ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติภูเขา จุดขายคือพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่พระพุทธรูปงดงามคู่เมือง ภูหินร่องกล้ากับทุ่งแสลงหลวงที่อากาศเย็นและวิวสวย และเมืองเก่าถิ่นประสูติสมเด็จพระนเรศวร เที่ยวได้ทั้งสายวัด สายประวัติศาสตร์ และสายธรรมชาติ

🛕 พระพุทธชินราช⛰️ ภูหินร่องกล้า🌾 ทุ่งแสลงหลวง🏯 เมืองเก่านเรศวร
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

พิษณุโลกอยู่ภาคเหนือตอนล่างเป็นเมืองชุมทางที่เดินทางสะดวก จุดเด่นคือความหลากหลาย — พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปงดงามที่คนไทยเดินทางมากราบไหว้ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากับทุ่งแสลงหลวงที่มีลานหินปุ่ม ทุ่งหญ้าสะวันนา และน้ำตกแก่งโสภา รวมถึงเมืองเก่าริมแม่น้ำน่านที่เป็นถิ่นประสูติสมเด็จพระนเรศวร

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงอากาศดีและสวยช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ถนนขึ้นภูเขาบางช่วงคดโค้ง ควรเช็กสภาพรถ ส่วนวัดใหญ่และเมืองเก่าเที่ยวได้ทั้งปี ไปช่วงเช้าคนน้อยกว่า

1

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) — นมัสการพระพุทธชินราช

📍 ริมแม่น้ำน่าน ใจกลางเมืองพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก · อยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ใกล้ตลาดและย่านเมืองเก่า เดินหรือนั่งรถจากสถานีรถไฟพิษณุโลกไม่ไกล 🧭 ใจกลางเมืองพิษณุโลก (ริมแม่น้ำน่าน) ⭐ 4.6 (Tripadvisor (Phra Buddha Chinnarat, 210 รีวิว))
พระพุทธชินราชในวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก องค์พระปางมารวิชัยสีทองพร้อมซุ้มเรือนแก้วเปลวเพลิงด้านหลัง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 1–2 ชม. (ไหว้พระในวิหาร เดินชมรอบวัด พิพิธภัณฑ์ และริมแม่น้ำ)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (ไม่มีค่าเข้าชม) · ทำบุญ/บูชาดอกไม้ธูปเทียนตามศรัทธา ~฿20–100 · พิพิธภัณฑ์ในวัดบางส่วนอาจมีค่าเข้าเล็กน้อย
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากไหว้พระพุทธชินราชที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย เที่ยววัดคู่เมืองแบบสบาย ๆ เหมาะทั้งครอบครัว สายบุญ และคนแวะเมืองพิษณุโลกช่วงสั้น ๆ
พระพุทธชินราชวัดคู่เมืองพิษณุโลกเข้าฟรี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่คนพิษณุโลกเรียกกันติดปากว่า "วัดใหญ่" เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านใจกลางเมือง สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยราวปี พ.ศ. 1900 สิ่งที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาคือการนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดปิดทอง สูงราว 3.75 เมตร ที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย เอกลักษณ์อยู่ที่เส้นสายพระวรกายอ่อนช้อย พระพักตร์สงบ และซุ้มเรือนแก้วรูปเปลวเพลิงด้านหลังที่แกะสลักละเอียด องค์จริงประดิษฐานในวิหารเก่าที่บรรยากาศขรึมสงบ แสงลอดเข้ามาต้ององค์พระทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าน่าประทับใจกว่าที่คิดจากรูปถ่าย

นอกจากองค์พระประธาน รอบวัดยังมีอะไรให้เดินชมพอสมควร ทั้งปรางค์ประธานทรงสูงที่เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ วิหารและระเบียงคด บานประตูประดับมุกฝีมือช่างหลวงที่งดงาม รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในบริเวณวัดที่เก็บพระพุทธรูปและของเก่าให้ชม เดินออกมาอีกหน่อยก็ถึงริมแม่น้ำน่านที่มีบรรยากาศเมืองริมน้ำแบบพิษณุโลก ช่วงเช้าและช่วงเย็นคนจะบางกว่ากลางวัน ถ่ายรูปและไหว้พระได้สบายกว่า วัดนี้เข้าฟรีไม่มีค่าเข้าชม ใครอยากทำบุญก็บูชาดอกไม้ธูปเทียนหรือปิดทองตามศรัทธา จุดนี้เหมาะเป็นหมุดแรกของทริปพิษณุโลกเพราะอยู่กลางเมือง เดินทางง่าย และใช้เวลาไม่นานก็เที่ยวได้ครบ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปตามตรง คือวัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีคนมาไหว้พระต่อเนื่อง จึงต้องแต่งกายสุภาพ งดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และเสื้อผ้าบางโปร่ง ก่อนเข้าวิหารต้องถอดรองเท้าและควรสำรวมเสียงพูดคุย ช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนจะแน่นเป็นพิเศษ ถ่ายรูปองค์พระแบบไม่มีคนบังแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบให้เลี่ยงมาช่วงเช้าตรู่หรือใกล้เย็น รอบวัดมีร้านขายของที่ระลึกและวัตถุมงคลค่อนข้างเยอะ บางจุดพลุกพล่าน ควรระวังของมีค่าและดูให้ดีก่อนเลือกซื้อ ที่จอดรถช่วงคนเยอะอาจหายาก มาด้วยรถส่วนตัวเผื่อเวลาหาที่จอด หรือใช้บริการรถสาธารณะในเมืองจะสะดวกกว่า

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าตรู่หรือใกล้เย็นจะคนน้อยกว่า ไหว้พระและถ่ายรูปสบายกว่ากลางวัน เตรียมเสื้อผ้าสุภาพคลุมไหล่คลุมเข่า เพราะต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร เลี่ยงวันพระและวันหยุดยาวถ้าไม่ชอบคนแน่น จับวัดใหญ่เป็นหมุดแรกของวันแล้วค่อยต่อไปที่อื่นในเมือง เพราะอยู่ใจกลางเมืองเดินทางง่าย และเผื่อเวลาหาที่จอดรถช่วงคนเยอะ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้นมัสการพระพุทธชินราช ที่หลายคนยกให้เป็นพระพุทธรูปงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย องค์จริงงามกว่าในรูปถ่ายมาก
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามศรัทธา คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกงบ
  • อยู่ริมแม่น้ำน่านใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เหมาะเป็นหมุดแรกของทริปพิษณุโลก
  • รอบวัดมีปรางค์ประธาน วิหารเก่า บานประตูประดับมุก และพิพิธภัณฑ์ให้เดินชมเพิ่มในที่เดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • ช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนแน่นมาก ถ่ายรูปองค์พระแบบไม่มีคนบังทำได้ยาก
  • ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร คนแต่งตัวไม่พร้อมอาจถูกทักหรือเข้าไม่ได้
  • รอบวัดมีร้านของที่ระลึกและวัตถุมงคลค่อนข้างพลุกพล่าน และที่จอดรถช่วงคนเยอะหายาก
2

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า — เดินป่าประวัติศาสตร์ พคท. + ลานหินปุ่ม-ผาชูธง

📍 อ.นครไทย จ.พิษณุโลก (รอยต่อ อ.ด่านซ้าย จ.เลย และเพชรบูรณ์) · ห่างตัวเมืองพิษณุโลกราว 120 กม. เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว 🧭 เทือกเขาเพชรบูรณ์ตอนบน · ที่ทำการอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Phu Hin Rong Kla National Park, 127 รีวิว · อันดับ 4 จาก 22 สิ่งน่าทำในพิษณุโลก))
ลานหินปุ่มบนที่ราบสูงในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก หินก้อนกลมมนกระจายทั่วลานท่ามกลางทุ่งหญ้า (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Tang2bar · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาเต็มวัน ~5-7 ชม. (รวมขับรถขึ้นเขาจากตัวเมือง วนจุดหลัก ลานหินปุ่ม ลานหินแตก ผาชูธง โรงเรียนการเมืองการทหาร) · ค้างคืนได้ที่ลานกางเต็นท์-บ้านพักอุทยานฯ
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ไทย ~฿40 เด็ก ~฿20 (ต่างชาติผู้ใหญ่ ~฿200 เด็ก ~฿100) · รถยนต์ ~฿30 · กางเต็นท์/เช่าเต็นท์และบ้านพักมีค่าใช้จ่ายแยกตามประเภท
👍 เหมาะสุดสำหรับสายเดินป่าและประวัติศาสตร์ที่อยากเห็นฐานที่มั่น พคท. เดินลานหินปุ่ม-ลานหินแตก และไปยืนจุดชมวิวผาชูธงรับลมเย็น เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่ชอบธรรมชาติบนที่สูง
ประวัติศาสตร์ พคท.ลานหินปุ่ม-ผาชูธงอากาศเย็นบนที่สูง

ภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานแห่งชาติบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ตอนบน คร่อมรอยต่อสามจังหวัดคือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานฯ ทั่วไปคือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เพราะพื้นที่นี้เคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในช่วงความขัดแย้งกับรัฐบาลไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันยังเหลือร่องรอยให้เดินชม ทั้งโรงเรียนการเมืองการทหาร สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาล และกังหันน้ำที่เคยใช้ในชีวิตประจำวันของคนที่เคยอยู่บนเขา เดินไปตามเส้นทางแล้วมีป้ายเล่าเหตุการณ์เป็นช่วง ๆ ทำให้การมาที่นี่ได้ทั้งเดินป่าและเข้าใจอดีตของพื้นที่ไปพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบมีเรื่องเล่ามากกว่ามาถ่ายรูปเฉย ๆ

ไฮไลต์ธรรมชาติของภูหินร่องกล้าอยู่ที่ลานหินสองแบบซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติมานาน ลานหินปุ่มเป็นที่ราบกว้างที่มีหินก้อนกลมมนโผล่พ้นพื้นกระจายเต็มลานเหมือนปุ่มนูน ส่วนลานหินแตกเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่แยกเป็นร่องลึกให้เดินลัดเลาะ ทั้งสองจุดเดินถึงง่ายและถ่ายรูปสวย ถัดไปคือผาชูธง จุดชมวิวริมหน้าผาที่มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนไกลสุดสายตา เป็นจุดที่คนนิยมมารอชมพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในเช้าที่อากาศเป็นใจ อุทยานฯ อยู่บนที่สูงจึงอากาศเย็นเกือบทั้งปี ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเย็นสบายและมีดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกกระดาษบานให้เห็น หลายคนเลือกมาค้างคืนเพื่อกางเต็นท์รับอากาศเย็นและตื่นเช้ามาดูหมอก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมาคือเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและชันในหลายช่วง คนขับควรชำนาญและเช็กสภาพรถโดยเฉพาะเบรกให้พร้อม รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง จุดเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร การมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถท้องถิ่นจะสะดวกกว่ารอรถสาธารณะซึ่งมีน้อย ช่วงหน้าหนาวและวันหยุดยาวคนเยอะและที่พักในอุทยานฯ เต็มเร็ว ควรจองบ้านพักหรือจุดกางเต็นท์ล่วงหน้าและเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้พอ บางรีวิวติงเรื่องเสียงรบกวนจากงานดูแลพื้นที่ในบางช่วงเวลา และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ครอบคลุมทุกจุด ใครอยากได้ความสงบให้เลี่ยงวันหยุดใหญ่และไปถึงจุดชมวิวแต่เช้าจะได้บรรยากาศที่ดีกว่า

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงปลายฝนต้นหนาว (พ.ย.-ม.ค.) อากาศเย็นและมีโอกาสเจอทะเลหมอกกับดอกกระดาษบาน เช็กสภาพรถโดยเฉพาะเบรกก่อนขึ้นเขาเพราะทางชันและคดเคี้ยว จุดเที่ยวอยู่ห่างกันจึงควรมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถท้องถิ่น อยากดูพระอาทิตย์ตกให้ไปผาชูธงก่อนเวลา และถ้าจะค้างคืนต้องจองบ้านพัก-จุดกางเต็นท์ล่วงหน้าในหน้าหนาว พร้อมเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายไปเอง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ทั้งเดินป่าและประวัติศาสตร์ในที่เดียว มีร่องรอยฐานที่มั่น พคท. พร้อมป้ายเล่าเหตุการณ์ให้เข้าใจอดีตของพื้นที่
  • ลานหินปุ่มและลานหินแตกเดินถึงง่าย ถ่ายรูปสวย ส่วนผาชูธงเป็นจุดชมวิวทิวเขากว้างไกลและดูพระอาทิตย์ตกได้
  • อยู่บนที่สูง อากาศเย็นเกือบทั้งปี ปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกและดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกกระดาษ
  • มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ให้ค้างคืนรับอากาศเย็นและตื่นเช้ามาดูหมอกได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและชัน คนขับต้องชำนาญและเช็กสภาพรถ โดยเฉพาะเบรก ให้พร้อมก่อนไป
  • จุดเที่ยวอยู่ห่างกันและรถสาธารณะมีน้อย แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือจ้างรถท้องถิ่น
  • หน้าหนาวและวันหยุดยาวคนเยอะ ที่พักเต็มเร็ว และบางรีวิวติงเรื่องเสียงรบกวนกับสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ครอบคลุมทุกจุด
3

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง — ทุ่งหญ้าสะวันนา + น้ำตกแก่งโสภา (Thung Salaeng Luang National Park, พิษณุโลก)

📍 ครอบคลุม อ.วังทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ต่อเนื่องถึง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ · ที่ทำการหน่วยหนองแม่นาและด่านแก่งโสภาริมทางหลวง 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) 🧭 วังทอง-หนองแม่นา (ทุ่งแสลงหลวง) ⭐ 3.9 (Tripadvisor (Thung Salaeng Luang National Park, 19 รีวิว))
ทุ่งหญ้ากว้างและแนวป่าสนในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chaiyathat · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาแวะน้ำตกแก่งโสภาราว 1-2 ชม. · ถ้าเข้าเขตทุ่งหญ้าหนองแม่นาและค้างคืนกางเต็นท์ควรกันเวลา 1-2 วัน
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ไทย ~฿40 / เด็ก ~฿20 · ต่างชาติผู้ใหญ่ ~฿200 / เด็ก ~฿100 · ค่ารถเข้าเพิ่มตามประเภท · กางเต็นท์เอง ~฿30/คน/คืน หรือเช่าเต็นท์ ~฿250-400 · บ้านพักอุทยาน ~฿2,000-2,400/หลัง
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบทุ่งหญ้ากว้างและป่าสนแบบเมืองหนาว อยากกางเต็นท์นอนดูดาว-รับหมอกเช้าหน้าหนาว และแวะน้ำตกแก่งโสภาที่จอดรถริมทางแล้วเดินลงไม่ไกล เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนสายแคมป์
ทุ่งหญ้าสะวันนาน้ำตกแก่งโสภากางเต็นท์หน้าหนาว

ทุ่งแสลงหลวงเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของไทย พื้นที่กว้างพาดผ่านทั้งพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ คนเรียกกันติดปากว่า "ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย" เพราะมีทุ่งหญ้ากว้างสลับดงป่าสนแบบที่ไม่ค่อยเห็นในเมืองร้อน จุดที่แวะกันง่ายที่สุดคือน้ำตกแก่งโสภา อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก จอดรถแล้วเดินลงไปไม่ไกลก็เห็นสายน้ำไหลลดหลั่นลงโขดหินเป็นชั้น ๆ มีน้ำเกือบทั้งปีและแรงเป็นพิเศษช่วงปลายฝน ส่วนใครอยากได้บรรยากาศทุ่งหญ้าเต็ม ๆ ต้องเข้าไปฝั่งหน่วยหนองแม่นา ซึ่งเป็นลานกางเต็นท์และจุดชมวิวที่คนนิยมมานอนรับอากาศเย็นและหมอกเช้า

เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นธรรมชาติแบบดิบ ๆ กลางวันเดินเล่นในทุ่งหญ้าและป่าสน เย็นลงอากาศเริ่มเย็น พอเช้ามืดหน้าหนาวมักมีหมอกลอยต่ำคลุมทุ่ง เป็นภาพที่คนถ่ายรูปตั้งใจมาเก็บกัน กิจกรรมหลักคือกางเต็นท์นอนดูดาว ขี่จักรยานรอบลานทุ่ง เดินชมป่าสน และแวะน้ำตกแก่งโสภากับจุดชมวิวอื่น ๆ ในเขตอุทยาน การเข้าชมเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราอุทยานแห่งชาติทั่วไป คนไทยกับต่างชาติจ่ายคนละอัตราชัดเจน ถ้าจะค้างคืนควรจองบ้านพักหรือลานกางเต็นท์ล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่คนเยอะ ส่วนใครไม่มีเต็นท์ก็เช่าที่หน่วยได้ บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ตัวอุทยานได้คะแนนเฉลี่ยราว 3.9 เต็ม 5 คนที่ไปมาชมเรื่องทุ่งหญ้ากว้างและอากาศเย็นสบายเป็นหลัก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือทุ่งหญ้าจะเขียวสวยและหมอกลงหนาเฉพาะหน้าหนาวถึงต้นปี ช่วงหน้าแล้งราวมีนาคมถึงเมษายนหญ้าจะแห้งเป็นสีน้ำตาลและร้อน บรรยากาศต่างจากรูปที่เห็นตามอินเทอร์เน็ตพอสมควร ข้อสองคือหน่วยหนองแม่นาซึ่งเป็นจุดทุ่งหญ้าหลักอยู่ลึกเข้าไปและเส้นทางบางช่วงเป็นถนนดินลูกรัง หน้าฝนลื่นและควรใช้รถที่สภาพพร้อม ส่วนน้ำตกแก่งโสภาที่ริมทางหลวงเข้าถึงง่ายกว่ามาก ข้อสามคือหินริมน้ำตกลื่นมากตอนเปียก ควรใส่รองเท้าเกาะพื้นดีและระวังเวลาปีนโขดหิน หน้าฝนน้ำแรงไม่ควรลงเล่นใกล้แก่ง ข้อสี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแบบอุทยาน ร้านค้าและสัญญาณโทรศัพท์มีจำกัด ควรเตรียมน้ำ อาหาร ของใช้ และเงินสดค่าธรรมเนียมไปให้พร้อม รวมถึงเสื้อกันหนาวถ้ามาค้างคืนหน้าหนาวเพราะกลางคืนเย็นจริง

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นทุ่งหญ้าเขียวและหมอกเช้าให้มาช่วงหน้าหนาวถึงต้นปี (พ.ย.-ม.ค.) และจองลานกางเต็นท์หรือบ้านพักหน่วยหนองแม่นาล่วงหน้าเพราะคนเยอะ เส้นเข้าหนองแม่นาบางช่วงเป็นถนนดินลูกรัง หน้าฝนควรใช้รถสภาพพร้อม ถ้ามีเวลาน้อยแวะน้ำตกแก่งโสภาริมทางหลวง 12 ที่จอดรถแล้วเดินลงไม่ไกล ใส่รองเท้าเกาะพื้นดีเพราะหินริมน้ำลื่น หน้าฝนน้ำแรงอย่าลงเล่นใกล้แก่ง เตรียมน้ำ อาหาร เสื้อกันหนาว และเงินสดค่าธรรมเนียมไปเอง เพราะร้านค้าและสัญญาณมีจำกัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ทุ่งหญ้าสะวันนากว้างสลับป่าสนแบบเมืองหนาว หาได้ไม่บ่อยในไทย หน้าหนาวมีหมอกเช้าลอยต่ำสวยเป็นพิเศษ
  • น้ำตกแก่งโสภาอยู่ริมทางหลวง 12 เข้าถึงง่าย จอดรถแล้วเดินลงไม่ไกล มีน้ำเกือบทั้งปีและแรงช่วงปลายฝน
  • มีลานกางเต็นท์และบ้านพักในเขตหนองแม่นา เหมาะกางเต็นท์นอนดูดาวรับอากาศเย็น ไม่มีเต็นท์ก็เช่าได้ที่หน่วย
  • ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับคนไทยไม่แพง เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนสายแคมป์
⚠️ ข้อสังเกต
  • ทุ่งหญ้าเขียวและหมอกลงหนาเฉพาะหน้าหนาว ช่วงหน้าแล้ง (มี.ค.-เม.ย.) หญ้าแห้งเป็นสีน้ำตาลและร้อน
  • จุดทุ่งหญ้าหลักหน่วยหนองแม่นาอยู่ลึก เส้นทางบางช่วงเป็นถนนดินลูกรัง หน้าฝนลื่นและควรใช้รถสภาพพร้อม
  • หินริมน้ำตกลื่นมากตอนเปียก หน้าฝนน้ำแรง อีกทั้งร้านค้าและสัญญาณโทรศัพท์ในเขตอุทยานมีจำกัด
4

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (พิพิธภัณฑ์ของใช้พื้นบ้าน จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์) พิษณุโลก

📍 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก · ใกล้ตัวเมือง ห่างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ราว 5–10 นาทีโดยรถ 🧭 ในเมืองพิษณุโลก ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Sgt. Maj. Thawee Folk Museum, 129 รีวิว · อันดับ 3 จาก 26 สิ่งที่น่าทำในพิษณุโลก))
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5–2.5 ชม. (เดินชม 3 อาคารจัดแสดงแบบไม่รีบ)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าผู้ใหญ่ ~฿50 · เด็ก ~฿20 · นักเรียน-นักศึกษาหมู่คณะ ~฿10–20 (ควรเช็กอัตราปัจจุบันหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายวัฒนธรรมและคนชอบของเก่าที่อยากเห็นข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านไทยของจริงจำนวนมากในที่เดียว เหมาะกับครอบครัวพาเด็กมาเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน และคนที่มีเวลาครึ่งวันในตัวเมือง
ของใช้พื้นบ้านไทยพิพิธภัณฑ์เอกชนสายวัฒนธรรมงบน้อย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเกิดจากแรงสะสมของจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ที่ตระเวนเก็บข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านไทยมานานกว่าสามสิบปี แล้วนำมาจัดแสดงเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมในตัวเมืองพิษณุโลก ของที่รวบรวมไว้มีจำนวนมากจนต้องแบ่งจัดแสดงหลายอาคาร ตั้งแต่เครื่องมือทำการเกษตรและประมง เครื่องจักสาน หม้อไห เครื่องครัวรุ่นปู่ย่า ของเล่นเด็กสมัยก่อน ไปจนถึงเครื่องหีบอ้อยและอุปกรณ์ทำมาหากินที่หลายอย่างแทบไม่มีให้เห็นแล้วในชีวิตประจำวัน จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือความเป็นของจริงที่จับต้องเรื่องราวได้ ไม่ใช่แค่ป้ายบรรยาย แต่เป็นข้าวของที่คนไทยเคยใช้จริงในวิถีชีวิตชนบท

การเดินชมใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งถ้าดูละเอียด อาคารจัดวางของแน่นเต็มพื้นที่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินย้อนเข้าไปในบ้านชาวบ้านสมัยก่อน ค่าเข้าชมถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็น ผู้ใหญ่ราวห้าสิบบาท เด็กและนักเรียนถูกลงไปอีก จึงเหมาะกับครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านแบบเห็นของจริง หรือคนที่สนใจงานหัตถกรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำเลอยู่ในเมืองใกล้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จึงจัดรวมกับการไหว้พระพุทธชินราชและเดินตลาดในตัวเมืองได้สบายในวันเดียว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ที่นี่ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าร้อยราย และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในพิษณุโลก เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นแหล่งเก็บของพื้นบ้านที่สมบูรณ์และให้ความรู้ดี

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือหลายส่วนของอาคารเป็นแบบเปิดและไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงกลางวันหน้าร้อนจะค่อนข้างอบอ้าว ควรไปช่วงเช้าและแต่งตัวสบาย ข้อสองคือของจัดแสดงเยอะและวางแน่นมาก บางจุดป้ายอธิบายเป็นภาษาไทยเป็นหลัก ชาวต่างชาติอาจอ่านรายละเอียดได้ไม่ครบ ถ้าอยากเข้าใจลึกควรหาข้อมูลหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ ข้อสามคือควรเช็กวันเวลาเปิดและอัตราค่าเข้าล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่อาจปรับเวลาได้ ข้อสี่คือบางมุมเก็บของค่อนข้างเก่าและฝุ่นตามสภาพของสะสมจำนวนมาก คนที่แพ้ฝุ่นง่ายควรเตรียมใจ โดยรวมถ้าชอบของเก่าและวิถีพื้นบ้าน ที่นี่ให้บรรยากาศและปริมาณของสะสมที่คุ้มค่าเข้าชมอย่างมาก

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าจะเดินชมสบายกว่าเพราะหลายอาคารไม่มีแอร์และหน้าร้อนจะอบอ้าว เช็กวัน-เวลาเปิดและอัตราค่าเข้าล่าสุดก่อนไปเพราะเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน จัดทริปรวมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) และตลาดในเมืองได้ในวันเดียวเพราะอยู่ใกล้กัน เผื่อเวลาราว 2 ชั่วโมงถ้าอยากดูของสะสมให้ทั่ว และคนแพ้ฝุ่นง่ายเตรียมหน้ากากไปด้วย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • รวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านไทยไว้จำนวนมากในที่เดียว ทั้งเครื่องมือเกษตร-ประมง เครื่องจักสาน ของเล่น และเครื่องครัวรุ่นเก่า
  • ค่าเข้าถูกมาก ผู้ใหญ่ราว 50 บาท เด็กและนักเรียนถูกลงไปอีก เหมาะกับครอบครัวและสายวัฒนธรรมงบน้อย
  • ทำเลอยู่ในเมืองใกล้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จัดรวมทริปในวันเดียวได้ง่าย
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในพิษณุโลก
⚠️ ข้อสังเกต
  • หลายอาคารเป็นแบบเปิดไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงกลางวันหน้าร้อนค่อนข้างอบอ้าว
  • ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติอาจอ่านรายละเอียดได้ไม่ครบ
  • ของสะสมเยอะและวางแน่น บางมุมเก่าและมีฝุ่นตามสภาพ คนแพ้ฝุ่นง่ายควรเตรียมใจ
5

พระราชวังจันทน์ + ศูนย์ประวัติศาสตร์ (โบราณสถานที่ประทับสมเด็จพระนเรศวร เมืองพิษณุโลก)

📍 ถนนวังจันทน์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก · ติดค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ตัวเมือง 🧭 ในเมืองพิษณุโลก (ริมน่านฝั่งตะวันตก) ⭐ 4.4 (Tripadvisor (Chan Royal Palace Historical Center, Phitsanulok · 21 รีวิว))
อาคารศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ จ.พิษณุโลก แหล่งเรียนรู้ที่ประทับสมเด็จพระนเรศวร (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลา~1–2 ชม. (เดินชมแนวโบราณสถาน สักการะศาล และเข้าชมนิทรรศการในศูนย์ประวัติศาสตร์)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (ทั้งพื้นที่โบราณสถาน ศาลสมเด็จพระนเรศวร และศูนย์ประวัติศาสตร์ ไม่มีค่าเข้า)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา-สุโขทัย อยากเดินดูแนวฐานรากโบราณสถานจริง สักการะศาลสมเด็จพระนเรศวร และเข้าศูนย์ประวัติศาสตร์แบบใช้เวลาไม่นานในตัวเมือง เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและสายวัฒนธรรม
ที่ประทับพระนเรศวรโบราณสถานริมน่านเข้าฟรี

พระราชวังจันทน์อยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตกในตัวเมืองพิษณุโลก ติดกับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นวังเก่าที่เชื่อกันว่าใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายเหนือมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงอยุธยา สมัยที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงย้ายราชธานีมาอยู่พิษณุโลกก็ทรงใช้ที่นี่เป็นที่ประทับ และเป็นวังที่ผูกพันกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในช่วงที่ทรงประทับ ณ เมืองสองแคว จุดที่ทำให้ที่นี่มีค่าในเชิงประวัติศาสตร์คือ เมื่อปี 2535 มีการขุดพบแนวฐานรากอิฐเก่าระหว่างก่อสร้างอาคาร กรมศิลปากรจึงเข้ามาสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ปัจจุบันเปิดให้เดินชมแนวกำแพงและฐานรากที่อนุรักษ์ไว้กลางลานกว้าง เห็นผังของวังเก่าได้พอสมควร บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ พร้อมอ่านป้ายบรรยายไปด้วย

ในพื้นที่เดียวกันยังมีศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้คนได้เข้าสักการะ เป็นจุดที่คนพิษณุโลกและนักท่องเที่ยวสายบุญแวะมาไหว้ขอพรกันเป็นประจำ ถัดมาอีกส่วนคือศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อาคารจัดแสดงที่เล่าเรื่องเมืองพิษณุโลกย้อนหลังหลายร้อยปี ทั้งพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร งานช่างหลวงเมืองสองแคว และแบบจำลองวัดสำคัญในเขตวังเก่า มีทั้งภาพ ป้ายบรรยาย และแบบจำลองให้ดูเข้าใจง่าย เหมาะพาเด็กหรือคนที่อยากปูพื้นเรื่องเมืองก่อนไปเที่ยววัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่อยู่ไม่ไกล ข้อดีที่ชัดที่สุดของที่นี่คือเข้าฟรีทั้งหมด ทั้งลานโบราณสถาน ศาล และศูนย์ประวัติศาสตร์ ไม่ต้องเสียค่าเข้า จอดรถสะดวก และอยู่ในเมืองจึงแวะง่ายระหว่างทางไปจุดอื่น

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือตัวศูนย์ประวัติศาสตร์ (อาคารจัดแสดง) มักปิดวันจันทร์และเปิดราว 9.00–16.00 น. ส่วนลานโบราณสถานกับศาลเข้าได้ตลอด ถ้าตั้งใจมาดูนิทรรศการในอาคารควรเลี่ยงวันจันทร์และมาในเวลาทำการ ข้อสองคือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรมาช่วงเช้าหรือเย็น เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ข้อสามคือสิ่งที่เห็นเป็นแนวฐานรากและกำแพงเตี้ย ๆ ไม่ใช่ตัวอาคารวังที่สมบูรณ์ คนที่คาดหวังปราสาทหรือวังใหญ่แบบในภาพวาดอาจรู้สึกว่าน้อยกว่าที่คิด แนะนำให้เข้าศูนย์ประวัติศาสตร์ก่อนเพื่อเห็นแบบจำลองและเข้าใจผังวัง แล้วค่อยออกมาเดินดูของจริงจะอินกว่า ข้อสี่คือเป็นสถานที่ที่มีศาลและเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมโดยเฉพาะบริเวณศาล และเนื่องจากอยู่ติดเขตค่ายทหาร ควรจอดรถและเดินตามจุดที่จัดไว้ ไม่ล้ำเข้าเขตหวงห้าม

💡
เคล็ดลับ: ถ้าอยากเข้าชมนิทรรศการในอาคารศูนย์ประวัติศาสตร์ ให้เลี่ยงวันจันทร์และมาช่วงเวลาทำการราว 9.00–16.00 น. เดินเข้าศูนย์ประวัติศาสตร์ดูแบบจำลองผังวังก่อน แล้วค่อยออกมาเดินดูแนวฐานรากของจริงจะเข้าใจและอินกว่า มาช่วงเช้าหรือเย็นเพราะลานเป็นกลางแจ้งแดดแรง เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม แต่งกายสุภาพเพราะมีศาลสมเด็จพระนเรศวร และจัดเที่ยวรวมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่อยู่ในเมืองไม่ไกลได้ในทริปเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรีทั้งหมด ทั้งลานโบราณสถาน ศาลสมเด็จพระนเรศวร และศูนย์ประวัติศาสตร์ ไม่มีค่าเข้า
  • เป็นวังเก่าที่ผูกพันกับสมเด็จพระนเรศวรและสมัยอยุธยา-สุโขทัย ได้เดินดูแนวฐานรากและกำแพงของจริงที่ขุดพบและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
  • ศูนย์ประวัติศาสตร์จัดแสดงเข้าใจง่าย มีป้ายบรรยายและแบบจำลองวัดสำคัญ เหมาะปูพื้นเรื่องเมืองสองแควและพาเด็กมาเรียนรู้
  • อยู่ในตัวเมืองริมน่าน จอดรถสะดวก แวะง่าย และเที่ยวต่อวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ในทริปเดียวได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • อาคารศูนย์ประวัติศาสตร์มักปิดวันจันทร์และเปิดเฉพาะเวลาทำการ ถ้ามาผิดวันจะได้แค่เดินลานด้านนอก
  • พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้งแทบไม่มีร่มเงา ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน
  • สิ่งที่เห็นเป็นแนวฐานรากและกำแพงเตี้ย ไม่ใช่ตัววังที่สมบูรณ์ คนที่คาดหวังวังใหญ่อาจรู้สึกว่าน้อยกว่าที่คิด
6

วัดจุฬามณี — โบราณสถานปรางค์ศิลาแลงสมัยอยุธยาริมแม่น้ำน่าน (ต.ท่าทอง เมืองสองแควเก่า)

📍 ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก · ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ห่างตัวเมืองพิษณุโลกลงมาทางใต้ราว 5 กม. ตามถนนบรมไตรโลกนารถ 🧭 ริมแม่น้ำน่านตอนใต้เมือง (ท่าทอง)
ปรางค์ศิลาแลงเก่าแก่ของวัดจุฬามณี พิษณุโลก โบราณสถานสมัยอยุธยาริมแม่น้ำน่าน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาราว 1–1.5 ชม. (เดินชมปรางค์ วิหาร มณฑปรอยพระพุทธบาท และไหว้พระในโบสถ์)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม (ทำบุญตามศรัทธา) · จอดรถในวัดได้
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และสายบุญที่อยากเดินดูปรางค์ศิลาแลงสมัยอยุธยาตอนต้นเงียบ ๆ กราบหลวงพ่อเพชร และแวะรอยพระพุทธบาทระหว่างเที่ยวเมืองพิษณุโลก
ปรางค์ศิลาแลงอยุธยาวัดเก่าเมืองสองแควสายบุญ-สายประวัติศาสตร์

วัดจุฬามณีเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านในตำบลท่าทอง ห่างจากตัวเมืองลงมาทางใต้ราว 5 กิโลเมตรตามถนนบรมไตรโลกนารถ พื้นที่นี้เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่าก่อนย้ายไปตั้งเมืองใหม่ในภายหลัง ตัวโบราณสถานเด่นคือปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง ฐานกว้างราว 11 เมตร ยาวราว 18 เมตร ด้านหน้าก่อยื่นเป็นแบบตรีมุขและตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น เป็นงานสถาปัตยกรรมที่นักประวัติศาสตร์ศิลป์จัดว่าเป็นแบบอยุธยาตอนต้น ใครที่ชอบเดินดูร่องรอยอิฐเก่าและงานศิลาแลงจะได้เห็นฝีมือช่างสมัยนั้นแบบใกล้ ๆ โดยไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากเหมือนโบราณสถานดัง ๆ ที่อื่น

จุดที่ทำให้วัดนี้มีชื่อในหน้าประวัติศาสตร์คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดจุฬามณีเมื่อ พ.ศ. 2007 เป็นเวลาราว 8 เดือนเศษ โดยมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จเป็นจำนวนมาก เรื่องราวช่วงนี้ถูกเล่าต่อกันมาและมีศิลาจารึกที่เกี่ยวข้องกับวัด ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่วัดเก่า แต่เป็นหมุดหมายของเหตุการณ์สำคัญสมัยอยุธยา นอกจากปรางค์แล้ว ในเขตวัดยังมีพระวิหารและพระอุโบสถแบบอยุธยาตอนต้น มณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เจดีย์รายทรงระฆังอีกหลายองค์ และแนวกำแพงแก้ว เดินวนดูรอบ ๆ ได้ครบในเวลาไม่นาน เหมาะแวะระหว่างทางเที่ยวเมืองพิษณุโลกที่ปกติคนมักไปกราบพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่เป็นหลัก

สำหรับสายบุญ ในวัดมีหลวงพ่อเพชรและพระพุทธรูปให้กราบไหว้ ทั้งยังเป็นวัดที่คนพิษณุโลกรู้จักในฐานะแหล่งพระกรุเก่า จึงมีทั้งคนมาไหว้พระและคนสายพระเครื่องแวะเวียนมา บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ร่มรื่น เดินชมได้สบาย ๆ การมาที่นี่ควรแต่งกายสุภาพเพราะเป็นทั้งวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจและเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ควรเดินบนทางเดินที่จัดไว้ ไม่ปีนป่ายหรือแตะต้ององค์ปรางค์และผนังศิลาแลงเพราะเป็นของเก่าที่เปราะบาง ช่วงเช้าและช่วงเย็นแดดไม่แรงเดินสบายกว่ากลางวัน และเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง แดดจัด ควรพกหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย รวมทั้งเผื่อเวลาสำหรับถ่ายรูปปรางค์กับแสงเช้าหรือแสงเย็นที่ทำให้ก้อนศิลาแลงดูมีมิติสวยกว่าตอนเที่ยง

💡
เคล็ดลับ: จับคู่กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่ พระพุทธชินราช) ในทริปเดียวได้สบายเพราะอยู่คนละฝั่งเมืองแต่ไม่ไกล · แต่งกายสุภาพ ปิดเข่าปิดไหล่เพราะเป็นทั้งวัดและโบราณสถานขึ้นทะเบียน · ไปช่วงเช้าหรือเย็นแดดไม่แรง แสงเฉียงทำให้ปรางค์ศิลาแลงดูมีมิติ · พื้นที่เปิดโล่ง พกหมวกและน้ำดื่ม · เดินบนทางที่จัดไว้ ไม่ปีนหรือแตะองค์ปรางค์เพราะเป็นของเก่าเปราะบาง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ปรางค์ศิลาแลงแบบอยุธยาตอนต้นของแท้ที่เดินดูใกล้ ๆ ได้ ไม่พลุกพล่านเหมือนโบราณสถานดัง ๆ ที่อื่น
  • มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ชัดเจน จุดที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จออกผนวช พ.ศ. 2007 เหมาะสายประวัติศาสตร์
  • เข้าชมฟรี จอดรถในวัดได้ ครบทั้งปรางค์ วิหาร-โบสถ์อยุธยา มณฑปรอยพระพุทธบาท และเจดีย์รายในที่เดียว
  • อยู่ไม่ไกลตัวเมือง แวะจับคู่กับวัดใหญ่ (พระพุทธชินราช) ในทริปเดียวได้ ทั้งกราบพระและดูของเก่า
⚠️ ข้อสังเกต
  • พื้นที่โบราณสถานเปิดโล่ง แดดจัดช่วงกลางวัน เดินชมร้อนถ้าไม่เตรียมหมวกกับน้ำ
  • เป็นวัดเงียบ ๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านค้ามากเท่าวัดใหญ่ในเมือง
  • ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ เพราะอยู่นอกตัวเมืองราว 5 กม. ขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก
7

เดินเล่นริมแม่น้ำน่าน + ถนนคนเดินพิษณุโลก + ตลาดใต้ (ล่องเรือชมเมือง ริมเขื่อนแม่น้ำน่าน อ.เมืองพิษณุโลก)

📍 แนวเขื่อนริมแม่น้ำน่าน ถนนวังจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก · ถนนคนเดินอยู่ถนนสังฆบูชา (เสาร์) · ตลาดใต้อยู่ริมน่านใกล้หอนาฬิกา ห่างกันเดินถึงในย่านเดียว 🧭 ริมแม่น้ำน่าน-เขตเมืองเก่าพิษณุโลก
แม่น้ำน่านไหลผ่านกลางเมืองพิษณุโลกกับแนวริมฝั่งและอาคารริมน้ำ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Christophe95 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลายืดหยุ่นได้ ~1.5–3 ชม. ต่อช่วง (ถนนคนเดินเปิดราว 17:00–22:00 เฉพาะเสาร์ · ตลาดใต้คึกช่วงเช้า · ริมเขื่อนเดินได้ทั้งวัน สวยสุดช่วงเย็น)
ราคาโดยประมาณเดินเล่นริมน้ำ ถนนคนเดิน และตลาดใต้ เข้าฟรี · ค่าของกิน/ของฝากตามใจ ราว ฿20–150 ต่ออย่าง · ล่องเรือชมเมือง (ช่วงมีบริการ/งานเทศกาล) มักหลักร้อยต่อคน แล้วแต่รอบ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากซึมซับวิถีริมน่านแบบสบายกระเป๋า เดินกินของถนนคนเดินคืนวันเสาร์ แวะตลาดใต้ตอนเช้า และหามุมชิลริมเขื่อนดูพระอาทิตย์ตก เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายเดินคนเดียว
วิถีริมน่านถนนคนเดินคืนเสาร์ของกินตลาดใต้

แม่น้ำน่านคือเส้นเลือดของเมืองพิษณุโลกมาแต่ไหนแต่ไร ริมฝั่งช่วงกลางเมืองมีแนวเขื่อนและทางเดินเลียบถนนวังจันทร์ที่เดินทอดยาวได้สบาย ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ผ่านหน้าพระราชวังจันทน์ มองข้ามฝั่งไปเห็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ระหว่างทางมีภาพสตรีตอาร์ต ม้านั่ง และร้านกาแฟร้านของกินให้แวะนั่งชมบรรยากาศ ช่วงเย็นแดดร่มลมริมน้ำกำลังดี เป็นจุดที่คนเมืองมาเดินออกกำลัง มานั่งเล่น และรอดูพระอาทิตย์ตกกัน จุดเด่นของย่านนี้คือเข้าฟรีทั้งหมด เดินเที่ยวได้ตามใจ ไม่ต้องซื้อตั๋ว และรวมหลายอย่างไว้ในระยะเดินถึงกัน

ถ้ามาตรงคืนวันเสาร์จะเจอถนนคนเดินพิษณุโลกที่ถนนสังฆบูชา ความยาวราวห้าร้อยเมตร เชื่อมถนนพุทธบูชากับถนนบรมไตรโลกนาถ เปิดประมาณห้าโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม จัดธีมความเป็นไทย มีอาหารพื้นถิ่น ขนมไทย ของแฮนด์เมด และบางช่วงมีการรำวงย้อนยุคให้ดู ส่วนสายตื่นเช้าไม่ควรพลาดตลาดใต้ ตลาดเช้าเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างถนนบรมไตรโลกนาถกับแม่น้ำน่าน ไม่ไกลจากหอนาฬิกาใจกลางเมือง ย่านนี้มีเรื่องเล่าเรื่องเรือนแพค้าขายริมน่านที่สืบทอดกันมาเกือบสองร้อยปี เดินดูวิถีชาวบ้าน ซื้อกับข้าวถิ่น หาก๋วยเตี๋ยวเช้ากินได้เพลิน ส่วนการล่องเรือชมเมืองริมน่านมีให้บริการเป็นบางช่วงและมักคึกในงานเทศกาล หากอยากล่องควรสอบถามรอบล่วงหน้าเพราะไม่ได้เปิดทุกวันตายตัว

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือเรื่องวันเวลาต้องวางแผนให้ดี ถนนคนเดินมีเฉพาะคืนวันเสาร์ ตลาดใต้คึกช่วงเช้าแล้วซาลงตอนสาย ส่วนล่องเรือชมเมืองไม่ได้เปิดทุกวัน มาผิดวันอาจได้แค่เดินริมน้ำเฉย ๆ อย่างที่สองคือกลางวันของพิษณุโลกร้อนและแดดจัด เดินริมเขื่อนช่วงบ่ายจะเหนื่อย ควรเลี่ยงมาช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำและหมวกไปด้วย อย่างที่สามคือคืนเสาร์คนแน่นและที่จอดรถแถวถนนคนเดินหายาก ถ้าพักในเมืองเดินหรือใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างจะสะดวกกว่า อย่างที่สี่คือของกินในตลาดและถนนคนเดินเป็นเงินสดเป็นหลัก ร้านเล็กหลายเจ้าไม่รับโอน ควรพกแบงก์ย่อยติดตัว เก็บของมีค่าให้ดีในที่คนพลุกพล่าน และช่วยกันทิ้งขยะให้เป็นที่เพื่อรักษาริมน้ำให้สวยต่อไป

💡
เคล็ดลับ: วางวันให้ตรง — ถนนคนเดินมีเฉพาะคืนวันเสาร์ (ราว 17:00–22:00) ตลาดใต้คึกช่วงเช้า ส่วนริมเขื่อนสวยสุดตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก จัดทริปเดียวเก็บได้ครบถ้าค้างคืนเสาร์ พกเงินสดแบงก์ย่อยเพราะร้านเล็กมักไม่รับโอน เลี่ยงเดินริมน้ำกลางแดดบ่าย พกน้ำและหมวก คืนเสาร์ที่จอดรถหายาก พักในเมืองแล้วเดินสะดวกกว่า อยากล่องเรือชมเมืองให้สอบถามรอบล่วงหน้าเพราะเปิดเป็นบางช่วง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรีทั้งย่าน เดินเล่นริมแม่น้ำน่านได้ตามใจ ไม่ต้องซื้อตั๋ว เหมาะกับทริปประหยัดและครอบครัว
  • รวมหลายอย่างในระยะเดินถึงกัน ริมเขื่อน สตรีตอาร์ต ถนนคนเดินคืนเสาร์ และตลาดใต้ตอนเช้า
  • ของกินพื้นถิ่นและขนมไทยหลากหลาย ราคาย่อมเยา ได้ชิมของถิ่นพิษณุโลกแบบจุใจ
  • ริมน้ำช่วงเย็นบรรยากาศดี ลมเย็น เห็นวัดใหญ่ฝั่งตรงข้าม เป็นมุมดูพระอาทิตย์ตกของคนเมือง
⚠️ ข้อสังเกต
  • ต้องวางวันให้ตรง ถนนคนเดินเปิดเฉพาะคืนเสาร์ ตลาดใต้คึกเฉพาะเช้า ล่องเรือชมเมืองเปิดเป็นบางช่วง
  • กลางวันแดดจัดและร้อน เดินริมเขื่อนช่วงบ่ายเหนื่อย คืนเสาร์คนแน่นและที่จอดรถหายาก
  • ร้านเล็กในตลาดและถนนคนเดินรับเงินสดเป็นหลัก หลายเจ้าไม่รับโอน ต้องพกแบงก์ย่อยไปเอง
8

น้ำตกแก่งโสภา อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (Kaeng Sopha Waterfall, เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก)

📍 ริมทางหลวงหมายเลข 12 (สายพิษณุโลก-หล่มสัก) กม.72 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก · อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ห่างตัวเมืองพิษณุโลกราว 70-75 กม. 🧭 วังทอง-เส้นทางสาย 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก)
สายหมอกและป่าเขียวในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก พื้นที่ป่าเขาที่เป็นที่ตั้งของน้ำตกแก่งโสภา (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Nirut Sangkeaw · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาแวะสั้น ~1-1.5 ชม. (เดินจากลานจอดถึงจุดชมน้ำตกไม่กี่นาที บวกเวลาเดินชมชั้นบน-ล่างและถ่ายรูป)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ~฿40 คนไทยผู้ใหญ่ / ~฿200 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ค่ารถยนต์เพิ่มอีกเล็กน้อย · ไม่มีค่าทัวร์เพราะเป็นจุดแวะขับรถเที่ยวเอง
👍 เหมาะสุดสำหรับคนขับรถผ่านเส้นพิษณุโลก-หล่มสักที่อยากแวะพักยืดเส้นชมน้ำตกใหญ่หลายชั้นแบบไม่ต้องเดินไกล เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและสายถ่ายรูป โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่น้ำเยอะ
น้ำตกใหญ่หลายชั้นแวะระหว่างทางสาย 12น้ำเยอะหน้าฝน

น้ำตกแก่งโสภาเป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ริมทางหลวงหมายเลข 12 หรือเส้นสายพิษณุโลก-หล่มสัก จุดที่ทำให้คนแวะกันเยอะคือทำเลที่อยู่ติดถนนสายหลัก ขับรถจากตัวเมืองพิษณุโลกมาราวเจ็ดสิบกว่ากิโลเมตรก็ถึง เลี้ยวเข้าลานจอดแล้วเดินเท้าเข้าไปไม่กี่นาทีก็เห็นสายน้ำที่ไหลลงมาเป็นหลายชั้นบนลานหินกว้าง คนที่ขับรถขึ้นเขาค้อหรือภูทับเบิกมักถือโอกาสแวะพักยืดเส้นยืดสายที่นี่ระหว่างทาง เพราะไม่ต้องเดินป่าไกลเหมือนน้ำตกลึก ๆ หลายแห่ง ตัวน้ำตกมีทั้งชั้นบนที่เป็นแก่งหินลดหลั่นและชั้นล่างที่น้ำตกลงแอ่ง มีศาลาและม้านั่งให้นั่งพักชมได้สบาย ๆ เหมาะกับการแวะสั้น ๆ ระหว่างทริปมากกว่าจะมาปักหลักทั้งวัน

การเข้าน้ำตกต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งเก็บแยกอัตราระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติชัดเจน และคิดค่ารถเพิ่มอีกเล็กน้อย เนื่องจากเป็นจุดแวะที่ขับรถมาเที่ยวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยมีทัวร์เจาะจงมาลง การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจึงสะดวกที่สุด บริเวณน้ำตกมีร้านอาหารตามสั่งและของกินเล่นให้แวะเติมพลังก่อนไปต่อ หลายคนรวมแก่งโสภาไว้ในทริปเที่ยวเส้นสาย 12 ที่ไล่แวะน้ำตกแก่งซอง น้ำตกปอย และจุดชมวิวอื่น ๆ ในวันเดียว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor แก่งโสภาได้คะแนนราว 3.5 เต็ม 5 จากรีวิวจำนวนไม่มาก เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นน้ำตกกว้างและสูง เสียงน้ำดังฟังสบาย เดินชมรอบ ๆ ง่าย แต่บางรีวิวก็ติงว่าถ้ามาช่วงน้ำน้อยจะดูไม่อลังการเท่าที่คิด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือปริมาณน้ำขึ้นกับฤดูอย่างมาก ช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาวราวเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนน้ำจะเยอะและน้ำตกดูเต็มแรงที่สุด ส่วนหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมน้ำมักเหลือน้อยจนเห็นเป็นสายบาง ๆ บนลานหิน รีวิวหลายรายที่ไปหน้าแล้งบอกตรงกันว่าน้ำน้อยกว่าที่คาด ข้อสองคือลานหินและโขดหินริมน้ำลื่นมากโดยเฉพาะตอนเปียกและช่วงที่มีน้ำไหลแรง ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาเดินลงไปใกล้ตัวน้ำตก อย่าปีนข้ามไปยืนกลางแก่งตอนน้ำมากเพราะกระแสน้ำแรงและเคยมีอุบัติเหตุพลัดตก ข้อสามคือช่วงวันหยุดยาวและหน้าฝนคนค่อนข้างเยอะ ที่จอดรถและมุมถ่ายรูปอาจต้องรอคิว หากอยากได้บรรยากาศเงียบและน้ำใสควรมาช่วงเช้าของวันธรรมดา และอย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติแพงกว่าคนไทยหลายเท่า ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่าน

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นน้ำตกเต็มแรงให้มาช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (ก.ค.-พ.ย.) เลี่ยงหน้าแล้ง (มี.ค.-พ.ค.) ที่น้ำมักเหลือน้อย มาช่วงเช้าของวันธรรมดาจะได้คนน้อยและน้ำใสกว่า ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะลานหินริมน้ำลื่นมาก และห้ามปีนข้ามไปยืนกลางแก่งตอนน้ำแรงเพราะกระแสน้ำอันตราย เตรียมเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมอุทยานที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ และวางแผนแวะรวมกับน้ำตกแก่งซอง-น้ำตกปอยบนเส้นสาย 12 ในทริปเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • น้ำตกใหญ่หลายชั้นบนลานหินกว้าง อยู่ติดทางหลวงสาย 12 แวะพักยืดเส้นได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินป่าไกล
  • ทำเลเหมาะเป็นจุดแวะระหว่างทริปเขาค้อ-ภูทับเบิก รวมกับน้ำตกแก่งซองและน้ำตกปอยในเส้นทางเดียว
  • มีศาลา ม้านั่ง ร้านอาหารและของกินเล่นบริเวณน้ำตก เหมาะกับครอบครัวที่อยากแวะพักกินข้าว
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนราว 3.5 เต็ม 5 หลายคนชมว่าน้ำตกกว้าง สูง เสียงน้ำดังฟังสบาย เดินชมรอบง่าย
⚠️ ข้อสังเกต
  • ปริมาณน้ำขึ้นกับฤดูอย่างมาก หน้าแล้ง (มี.ค.-พ.ค.) น้ำมักเหลือน้อยจนดูเป็นสายบาง ๆ ไม่อลังการเท่าที่คาด
  • ลานหินและโขดหินริมน้ำลื่นมากตอนเปียก และกระแสน้ำแรงช่วงน้ำมาก ต้องระวังการเดินลงใกล้ตัวน้ำตก
  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ และเดินทางเองด้วยรถส่วนตัว ไม่ค่อยมีทัวร์เจาะจงมาลง
9

กลุ่มโบราณสถานเมืองเก่าพิษณุโลก วัดนางพญา-วัดราชบูรณะ (เดินชมต่อกันได้ ติดวัดใหญ่ริมน้ำน่าน)

📍 ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก · ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ติดกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) เดินจากวัดใหญ่ราว 3-5 นาทีถึงทั้งสองวัด 🧭 เขตเมืองเก่าริมน้ำน่าน (วัดใหญ่-วัดนางพญา-วัดราชบูรณะ)
อาคารและเจดีย์เก่าภายในวัดราชบูรณะ กลางเมืองพิษณุโลก ริมแม่น้ำน่าน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Achompunuch · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาราว 1-1.5 ชม. (เดินชมสองวัดต่อกัน รวมเวลาไหว้พระและถ่ายรูป · ต่อจากวัดใหญ่ได้เลย)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว (ทำบุญ/บริจาคตามศรัทธา) · ค่าเดินทางในเมืองเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ราว ฿150-300/วัน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินชมวัดเก่ากลางเมืองแบบสบาย ๆ ต่อจากวัดใหญ่ อยากเห็นเจดีย์-ปรางค์เก่าและสายพระเครื่องที่อยากมาถึงต้นกำเนิดพระนางพญา เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนเดินทางคนเดียว
วัดเก่ากลางเมืองต้นกำเนิดพระนางพญาเดินต่อจากวัดใหญ่

ถ้ามาถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่คนพิษณุโลกเรียกกันติดปากว่าวัดใหญ่แล้ว อีกสองวัดที่อยู่ติดกันและควรเดินต่อคือวัดนางพญากับวัดราชบูรณะ ทั้งสามวัดตั้งเรียงกันอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านในเขตเมืองเก่า เดินจากวัดใหญ่ไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึง จึงเที่ยวต่อกันได้ในทริปเดียวโดยไม่ต้องขึ้นรถ วัดราชบูรณะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีเจดีย์และวิหารเก่า ส่วนวัดนางพญาเป็นที่รู้จักในหมู่คนสายพระเครื่องทั่วประเทศ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดพระนางพญา ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในคราวบูรณะวัดราชบูรณะเมื่อหลายร้อยปีก่อน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวิหารและเจดีย์ย่อมุมของวัดนางพญาไว้เป็นโบราณสถาน จุดที่ทำให้เดินชมสนุกคือได้เห็นงานสถาปัตยกรรมวัดสมัยเก่าในระยะใกล้ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองริมน้ำที่ยังมีชีวิตของคนในพื้นที่

เสน่ห์ของการเดินชมกลุ่มวัดเก่านี้อยู่ที่ความเงียบและความเป็นกันเอง ต่างจากวัดใหญ่ที่คนมักแน่นกว่า พอเดินเลยออกมาที่วัดนางพญาและวัดราชบูรณะ จำนวนคนจะน้อยลงและได้เดินชมแบบไม่ต้องเบียดเสียด หลายคนที่มาไหว้พระที่วัดใหญ่แล้วมักแวะทั้งสองวัดต่อเพื่อไหว้พระประธานและซื้อวัตถุมงคลติดมือกลับไป โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจมาถึงต้นกำเนิดพระนางพญาจริง ๆ รอบ ๆ วัดมีร้านพระเครื่องและร้านของฝากให้เดินดู ทำเลของทั้งสามวัดอยู่กลางเมืองพอดี เดินออกมาริมน้ำน่านก็เจอถนนคนเดินและตลาดในบางช่วงเวลา จึงเหมาะกับคนที่อยากเก็บวัดเก่ากลางเมืองพร้อมสัมผัสชีวิตริมน้ำของพิษณุโลกไปในคราวเดียว การเข้าชมทั้งสองวัดไม่เสียค่าตั๋ว มีเพียงตู้ทำบุญให้หยอดตามศรัทธา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือทั้งสองวัดเป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ไม่ใช่โบราณสถานร้างที่เดินได้ทุกมุม บางส่วนเป็นเขตสังฆาวาสหรือพื้นที่ของพระ ควรสำรวมและดูป้ายก่อนเข้า ข้อสองคือเรื่องการแต่งกาย ต้องแต่งตัวสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น และถอดรองเท้าก่อนเข้าในวิหารหรืออุโบสถตามธรรมเนียม ข้อสามคือพื้นที่จอดรถกลางเมืองมีจำกัด ช่วงวันหยุดหรือวันพระคนจะเยอะเป็นพิเศษ หากไม่อยากวนหาที่จอด การเดินจากวัดใหญ่ต่อมาเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า ข้อสี่คือแดดกลางวันค่อนข้างแรงเพราะลานวัดเป็นที่โล่ง ควรมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศเย็นลงและแสงสวยกว่า พกร่มหรือหมวกกับน้ำดื่มติดตัวไว้ และเผื่อเงินสดไว้ทำบุญหรือซื้อของฝากรอบวัด เพราะหลายร้านยังรับเฉพาะเงินสด

💡
เคล็ดลับ: เที่ยวต่อจากวัดใหญ่ได้เลย เดินราว 3-5 นาทีถึงทั้งวัดนางพญาและวัดราชบูรณะ ไม่ต้องขึ้นรถและไม่ต้องวนหาที่จอดเพิ่ม แต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกง/กระโปรงสั้น ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร มาช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรงและแสงสวยกว่า พกน้ำดื่มกับหมวก และเตรียมเงินสดไว้ทำบุญและซื้อพระเครื่อง/ของฝากรอบวัด เพราะหลายร้านยังรับเฉพาะเงินสด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อยู่ติดวัดใหญ่ เดินต่อกันได้ในไม่กี่นาที เก็บสามวัดเก่ากลางเมืองได้ในทริปเดียวโดยไม่ต้องขึ้นรถ
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว มีแค่ตู้ทำบุญตามศรัทธา คุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบเดินชมวัดเก่า
  • คนน้อยกว่าวัดใหญ่ ได้เดินชมเจดีย์-ปรางค์เก่าและไหว้พระแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเบียดเสียด
  • วัดนางพญาเป็นแหล่งกำเนิดพระนางพญาที่คนสายพระเครื่องทั่วประเทศรู้จัก รอบวัดมีร้านพระและของฝากให้เดินดู
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง บางส่วนเป็นเขตของพระ เดินได้ไม่ทุกมุมและต้องสำรวม
  • ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกง/กระโปรงสั้น
  • ที่จอดรถกลางเมืองมีจำกัด วันหยุดหรือวันพระคนเยอะและหาที่จอดยาก ลานวัดโล่งแดดแรงช่วงกลางวัน
10

เขาสมอแคลง + วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง (จุดชมวิวเมือง + รอยพระพุทธบาทตะแคง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก)

📍 ริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก · ห่างตัวเมืองพิษณุโลกราว 17 กม. 🧭 วังทอง (ชานเมืองพิษณุโลก) ⭐ 4.1 (Tripadvisor (Wat Khao Samo Klaeng, 11 รีวิว · #3 of 9 ใน อ.วังทอง))
เจดีย์ยอดด้วนโบราณบนยอดเขาสมอแคลง วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง จ.พิษณุโลก (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2 ชม. (รวมขึ้นบันไดพญานาค ไหว้พระ และถ่ายรูปวิว)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (เป็นวัด ไม่มีค่าเข้า) · เตรียมเงินทำบุญตามศรัทธา · ค่าเดินทาง/เช่ารถจากตัวเมืองแล้วแต่ช่องทาง
👍 เหมาะสุดสำหรับสายบุญที่อยากขึ้นเขาเตี้ยชานเมืองไปกราบรอยพระพุทธบาทตะแคง และสายถ่ายรูปที่อยากได้จุดชมวิวเมืองพิษณุโลกแบบไม่ต้องเดินทางไกล เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและมาคนเดียว
จุดชมวิวเมืองวัดบนเขารอยพระพุทธบาทตะแคง

เขาสมอแคลงเป็นภูเขาลูกเตี้ยชานเมืองพิษณุโลก สูงจากพื้นราบราว 200 เมตร ตั้งอยู่ริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสักในอำเภอวังทอง ขับรถจากตัวเมืองมาถึงประมาณ 20-30 นาที จุดที่คนมากันมากที่สุดคือวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงบนเชิงเขา ซึ่งมีบันไดพญานาคทอดยาวขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทตะแคง เป็นรอยพระพุทธบาทที่วางในลักษณะตะแคงข้าง หาชมได้ไม่กี่ที่ในเมืองไทย บนเขายังมีโบราณสถานเก่าแก่ทั้งเจดีย์ยอดด้วนและซากสิ่งก่อสร้างที่พบโบราณวัตถุจำนวนมาก บ่งบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคเก่า รอบเขายังมีศาลเจ้าและองค์เจ้าแม่กวนอิมให้แวะไหว้ต่อได้ในทริปเดียว เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งสายบุญและได้เดินสำรวจร่องรอยประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

เสน่ห์อีกอย่างของเขาสมอแคลงคือเป็นจุดชมวิวเมืองที่ขึ้นง่ายที่สุดจุดหนึ่งของพิษณุโลก เพราะไม่ต้องขับรถขึ้นเขาสูงหรือเดินไกลเหมือนภูเขาลูกใหญ่ พอขึ้นไปถึงลานด้านบนจะมองเห็นพื้นราบของอำเภอวังทองและตัวเมืองพิษณุโลกทอดยาว ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาที่แสงสวยและอากาศเย็นสบายที่สุด หลายคนมาถ่ายรูปเจดีย์เก่ากับฉากหลังทิวเขา หรือมานั่งพักรับลมหลังไหว้พระเสร็จ เพราะที่นี่ไม่มีค่าเข้าและไม่พลุกพล่านเท่าวัดใหญ่กลางเมือง จึงเป็นจุดแวะที่ลงตัวสำหรับคนที่มีเวลาครึ่งวันแล้วอยากได้ทั้งบรรยากาศสงบ วิวเมือง และการทำบุญในที่เดียว

ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรรู้ตามตรง บันไดพญานาคขึ้นวัดมีเกือบสองร้อยขั้นและค่อนข้างชัน คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรค่อย ๆ ขึ้นและพักเป็นระยะ ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาบนลานด้านบนมีไม่มาก ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยงถ้าไม่อยากเจอความร้อน สภาพโบราณสถานบางส่วนเป็นซากเก่าที่ยังไม่ได้บูรณะเต็มที่ ป้ายอธิบายข้อมูลมีไม่มากนัก คนที่อยากเข้าใจประวัติลึก ๆ อาจต้องอ่านข้อมูลมาก่อนหรือหาไกด์ท้องถิ่น นอกจากนี้ที่นี่เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตบูชา และสำรวมเสียงในบริเวณที่คนกำลังสวดมนต์ ที่จอดรถมีแต่ช่วงวันหยุดยาวหรือวันพระใหญ่คนจะเยอะขึ้น ควรเผื่อเวลาหาที่จอดไว้บ้าง

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าตรู่หรือเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้วิวเมืองสวยและอากาศเย็นกว่ากลางวัน บันไดพญานาคขึ้นวัดชันเกือบสองร้อยขั้น ใส่รองเท้าที่เดินสบายและพักเป็นระยะถ้าพาผู้สูงอายุ แต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตไหว้รอยพระพุทธบาทตะแคง เผื่อเวลาแวะศาลเจ้าและองค์เจ้าแม่กวนอิมบริเวณเชิงเขาต่อในทริปเดียว และพกน้ำดื่มขึ้นไปเพราะร่มเงาด้านบนมีน้อย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ขึ้นง่าย ใกล้ตัวเมืองพิษณุโลก (ราว 17 กม.) ได้ทั้งจุดชมวิวเมืองและวัดบนเขาในที่เดียว
  • มีรอยพระพุทธบาทตะแคงที่หาชมได้ไม่กี่แห่งในไทย บวกโบราณสถานเจดีย์เก่าให้เดินสำรวจ
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า บรรยากาศสงบกว่าวัดใหญ่กลางเมือง เหมาะทั้งสายบุญและสายถ่ายรูป
  • รอบเขามีศาลเจ้าและองค์เจ้าแม่กวนอิมให้แวะไหว้ต่อได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • บันไดพญานาคขึ้นวัดชันเกือบสองร้อยขั้น คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุต้องค่อย ๆ ขึ้น
  • ช่วงกลางวันแดดแรงและร่มเงาบนลานด้านบนมีน้อย
  • โบราณสถานบางส่วนยังไม่บูรณะเต็มที่และป้ายอธิบายข้อมูลมีไม่มาก

เที่ยวพิษณุโลก พักที่ไหนดี?

เลือกโรงแรมในเมืองพิษณุโลกใกล้วัดใหญ่-ริมน่าน หรือที่พักโซนขึ้นเขา เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ที่พักและลานกางเต็นท์ภูหินร่องกล้า-ทุ่งแสลงหลวงเต็มไวหน้าหนาว จองล่วงหน้าจะสะดวกกว่า

ดูกิจกรรมพิษณุโลกทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวพิษณุโลก

🛕
วัดใหญ่ไปเช้าคนน้อย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (พระพุทธชินราช) คนมากราบไหว้ตลอดวัน ไปช่วงเช้าจะไม่แออัด ควรแต่งกายสุภาพ รอบวัดมีตลาดและของฝาก

⛰️
ขึ้นเขาหน้าหนาวสวยสุด

ภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงอากาศดีและวิวสวยช่วง พ.ย.–ก.พ. ถนนขึ้นเขาบางช่วงคดโค้ง ควรเช็กเบรก-ยาง และจองที่พัก/ลานกางเต็นท์ล่วงหน้า

💧
แก่งโสภาน้ำเยอะหน้าฝน

น้ำตกแก่งโสภาบนเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก น้ำเยอะและสวยช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว ควรระวังลื่นบริเวณโขดหิน

🏯
เมืองเก่าเดินเที่ยวได้

พระราชวังจันทน์ วัดจุฬามณี และกลุ่มโบราณสถานอยู่ริมแม่น้ำน่าน เดินหรือขับรถชมต่อกันได้ เย็น ๆ มีถนนคนเดินและตลาดริมน่าน

จัดทริปพิษณุโลกยังไงให้คุ้ม

ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — วัดใหญ่ (พระพุทธชินราช) พระราชวังจันทน์ พิพิธภัณฑ์จ่าทวี และเย็นเดินริมน่าน วันที่สองขึ้นภูหินร่องกล้าหรือทุ่งแสลงหลวง (แก่งโสภา) ถ้ามีเวลาน้อยเที่ยวเฉพาะสายวัด-เมืองเก่าแบบ 1 วันก็ได้ พิษณุโลกรวมทริปกับสุโขทัยหรือเพชรบูรณ์ได้

พร้อมเที่ยวพิษณุโลกแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย

ดูที่พักพิษณุโลก →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวพิษณุโลกทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือนมัสการพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ เที่ยวอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า (ลานหินปุ่ม ผาชูธง) และทุ่งแสลงหลวง (ทุ่งหญ้าสะวันนา แก่งโสภา) ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เที่ยวพระราชวังจันทน์และเมืองเก่าริมน่าน และเดินถนนคนเดิน-ล่องเรือแม่น้ำน่าน

ไปพิษณุโลกช่วงไหนดี?

พ.ย.–ก.พ. อากาศดีที่สุด เหมาะขึ้นภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงที่อากาศเย็นและวิวสวย ส่วนวัดใหญ่และเมืองเก่าเที่ยวได้ทั้งปี หน้าฝนน้ำตกแก่งโสภาน้ำเยอะแต่ทางขึ้นเขาควรระวังลื่น

เที่ยวพิษณุโลกกี่วันดี?

1–2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง (วัดใหญ่ เมืองเก่า พิพิธภัณฑ์) วันที่สองขึ้นภูหินร่องกล้าหรือทุ่งแสลงหลวง หลายคนรวมทริปพิษณุโลกกับสุโขทัย เพชรบูรณ์ หรือเลยที่อยู่ใกล้กัน

ขึ้นภูหินร่องกล้าใช้รถแบบไหน?

ถนนขึ้นภูหินร่องกล้าเป็นทางภูเขาคดโค้งบางช่วง รถเก๋งขึ้นได้แต่ควรเช็กเบรกและใช้เกียร์ต่ำตอนลง หน้าฝนควรระวังทางลื่น ถ้าไม่มั่นใจเลือกเช่ารถท้องถิ่นหรือทัวร์ที่มีคนขับชำนาญเส้นทาง

ไปพิษณุโลกไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?

ในเมืองเที่ยววัดใหญ่และเมืองเก่าด้วยรถรับจ้าง-สองแถวได้ แต่ภูหินร่องกล้าและทุ่งแสลงหลวงอยู่ไกลและเป็นเขา ควรเช่ารถ เหมารถท้องถิ่น หรือจองทัวร์ พิษณุโลกมีสนามบิน รถไฟ และรถทัวร์จากกรุงเทพฯ

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →