🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
แพร่อยู่ภาคเหนือตอนบน เป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์เงียบ ๆ และค่าครองชีพเป็นมิตร ไฮไลต์คือแพะเมืองผีที่เกิดจากการกัดเซาะของดินเป็นเสาและหน้าผารูปทรงแปลกตา บ้านไม้สักโบราณที่สะท้อนยุครุ่งเรืองของไม้สัก เช่น คุ้มเจ้าหลวงและบ้านวงศ์บุรี พระธาตุช่อแฮพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง และย่านเมืองเก่ากับงานหัตถกรรมผ้าหม้อห้อม
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป แพร่เที่ยวได้ทั้งปี อากาศดีสุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) เมืองไม่ใหญ่ ที่เที่ยวหลายจุดอยู่ในและรอบเมือง เดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวย่านเก่าได้สบาย
แพะเมืองผี (วนอุทยานแพะเมืองผี) — เสาดินและหน้าผารูปทรงแปลกตาจากการกัดเซาะ
แพะเมืองผีเป็นวนอุทยานเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราวสิบสองถึงสิบแปดกิโลเมตร จุดที่ทำให้คนแวะกันคือภูมิประเทศเสาดินและหน้าผารูปทรงแปลกตาที่เกิดจากธรรมชาติกัดเซาะดินและหินอ่อนมานานนับหมื่นปี น้ำฝนและลมค่อย ๆ เซาะเนื้อดินออกไปทีละน้อยจนเหลือเป็นแท่งเสาสูง เป็นหน้าผาชัน และเป็นร่องลึกคล้ายแคนยอนย่อม ๆ บางแท่งมีก้อนหินแข็งวางอยู่บนยอดคล้ายหมวกเห็ด ชื่อ 'แพะเมืองผี' มาจากคำเมืองเหนือ โดย 'แพะ' หมายถึงป่าละเมาะ ส่วนบรรยากาศเงียบสงบและรูปทรงประหลาดของดินทำให้คนโบราณรู้สึกวังเวงจนเรียกกันติดปาก ที่นี่ถือเป็นเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ของแพร่ที่หาดูได้ไม่บ่อยในภาคเหนือ
การเที่ยวแพะเมืองผีเน้นการเดินชมตามเส้นทางที่ทางวนอุทยานจัดไว้ มีทางเดินและบันไดพาขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนที่มองเห็นแนวเสาดินได้กว้าง ค่าเข้าชมย่อมเยามาก บางช่วงเก็บเพียงค่าบำรุงสถานที่หรือค่าจอดรถเล็กน้อย ไม่ต้องจองล่วงหน้า เหมาะกับคนที่ขับรถผ่านแพร่แล้วอยากแวะจุดที่ไม่เหมือนใครในเวลาไม่นาน ใช้เวลาเดินชมและถ่ายรูปราวสี่สิบห้านาทีถึงชั่วโมงครึ่งก็ทั่ว โดยรอบมีร้านอาหารและร้านไก่ย่างที่คนท้องถิ่นแวะกินหลังเดินชมเสร็จ ถ้าไม่มีรถส่วนตัว การเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองแพร่จะสะดวกที่สุด เพราะรถสาธารณะเข้าถึงจุดนี้ค่อนข้างจำกัด และควรเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับจากตัวเมืองด้วย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นลานดินโล่งแทบไม่มีร่มเงา แดดกลางวันแรงและร้อนมาก ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงถึงบ่ายแล้วไปช่วงเช้าหรือเย็นแทน พร้อมเตรียมหมวก ร่ม แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปเอง ข้อสองคือหน้าฝนดินจะลื่นและบางเส้นทางอาจปิดชั่วคราวเพราะดินถล่มง่าย ช่วงที่เดินสบายและเห็นเสาดินชัดที่สุดคือหน้าแล้งถึงต้นหนาว ข้อสามคือรีวิวจำนวนหนึ่งบอกตรงกันว่าสถานที่ไม่ได้ใหญ่มาก เดินครึ่งชั่วโมงก็ทั่ว ใครคาดหวังแคนยอนขนาดใหญ่แบบต่างประเทศอาจรู้สึกเฉย ๆ จึงควรมองเป็นจุดแวะสั้น ๆ ระหว่างทางมากกว่าจุดหมายหลักของทริป ข้อสุดท้ายคือควรเดินในเส้นทางที่กำหนดและไม่ปีนป่ายบนเสาดิน เพราะเนื้อดินเปราะและพังทลายได้ง่าย ทั้งเพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาภูมิประเทศให้อยู่ต่อไป
- ภูมิประเทศเสาดินและหน้าผากัดเซาะรูปทรงแปลกตา เป็นเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ของแพร่ที่หาดูได้ไม่บ่อยในภาคเหนือ
- ค่าเข้าชมย่อมเยามาก บางช่วงเก็บเพียงค่าบำรุงสถานที่หรือค่าจอดรถเล็กน้อย ไม่ต้องจองล่วงหน้า
- ใช้เวลาเดินชมและถ่ายรูปไม่นาน ราว 45 นาทีถึงชั่วโมงครึ่ง แวะเป็นจุดพักระหว่างทางได้สบาย
- รีวิวจริงบน Google Maps ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าหนึ่งพันแปดร้อยราย และรอบ ๆ มีร้านไก่ย่างและร้านอาหารท้องถิ่นให้แวะ
- พื้นที่เป็นลานดินโล่งแทบไม่มีร่มเงา แดดกลางวันแรงและร้อนมาก ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงถึงบ่าย
- หน้าฝนดินลื่นและบางเส้นทางอาจปิดชั่วคราวเพราะดินถล่มง่าย ช่วงเดินสบายที่สุดคือหน้าแล้งถึงต้นหนาว
- สถานที่ไม่ได้ใหญ่มาก เดินราวครึ่งชั่วโมงก็ทั่ว ใครคาดหวังแคนยอนขนาดใหญ่อาจรู้สึกเฉย ๆ อีกทั้งรถสาธารณะเข้าถึงจำกัด
วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง (พระธาตุประจำปีเกิดปีขาล)
วัดพระธาตุช่อแฮเป็นพระอารามหลวงและพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยนอกตัวเมืองไปทางช่อแฮราว 9 กิโลเมตร จุดหมายหลักคือองค์พระธาตุทรงแปดเหลี่ยมบุแผ่นทองจังโกทั้งองค์ ศิลปะแบบเชียงแสนผสมล้านนา ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุตามความเชื่อที่สืบทอดมายาวนาน ชื่อ "ช่อแฮ" มาจากผ้าแพรชั้นดีที่ผู้คนนำมาผูกบูชาองค์พระธาตุมาแต่โบราณ ที่นี่ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล (ปีเสือ) ตามคติล้านนา คนเกิดปีนี้จึงนิยมเดินทางมาสักการะอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และเชื่อกันว่าการได้มากราบไหว้ช่วยเสริมสิริมงคลและความเป็นสิริแก่ชีวิต
การมาเที่ยวเริ่มจากเดินขึ้นบันไดนาคที่ทอดยาวสู่ลานพระธาตุ ด้านบนมีทั้งองค์พระธาตุ พระวิหาร และพระเจ้าทันใจที่ผู้คนมาขอพร บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และค่อนข้างสงบในวันธรรมดา งานประจำปีที่คึกคักที่สุดคืองานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ ช่วงราวเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม (ขึ้น 9 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ) ซึ่งมีขบวนแห่และผู้คนจากทั่วภาคเหนือมาร่วมนับหมื่น หากอยากได้บรรยากาศเงียบสงบเดินชมสถาปัตยกรรมแบบไม่เบียดเสียด ควรเลี่ยงช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว แล้วมาช่วงเช้าของวันธรรมดาแทน โดยรอบวัดมีร้านขายของที่ระลึก อาหารพื้นเมือง และชุดสักการะให้เลือกซื้อ
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และเสื้อผ้าบางโปร่ง ผู้หญิงบางจุดอาจถูกขอให้ระวังการเข้าใกล้เขตหวงห้ามรอบองค์พระธาตุตามธรรมเนียมล้านนา ต้องถอดรองเท้าเมื่อขึ้นวิหารและเขตลานประทักษิณ พื้นหินช่วงกลางวันร้อน ควรเตรียมถุงเท้าหรือมาช่วงแดดอ่อน ช่วงวันหยุดและเทศกาลคนแน่นและที่จอดรถเต็มเร็ว บางรีวิวติงว่าร้านค้ารอบวัดค่อนข้างเยอะจนบังบรรยากาศ และการเดินขึ้นบันไดอาจลำบากสำหรับผู้สูงอายุหรือคนเข่าไม่ดี ควรค่อย ๆ ขึ้นและพักเป็นระยะ ที่นี่ไม่มีค่าเข้าชม แต่ทำบุญได้ตามศรัทธา และควรสำรวมเสียงพูดคุยเพื่อรักษาบรรยากาศของสถานที่
- พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแพร่และพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล มีความหมายทางใจสำหรับสายไหว้พระและคนเกิดปีเสือ
- องค์พระธาตุบุทองและงานสถาปัตยกรรมล้านนางดงาม ถ่ายรูปได้สวยหลายมุม
- บรรยากาศร่มรื่นและสงบในวันธรรมดา เหมาะเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
- ไม่มีค่าเข้าชม อยู่ไม่ไกลตัวเมืองแพร่ รวมเข้ากับทริปเที่ยวในวันเดียวได้ง่าย
- ต้องเดินขึ้นบันไดนาค อาจลำบากสำหรับผู้สูงอายุหรือคนเข่าไม่ดี
- ช่วงวันหยุดและงานประเพณีคนแน่นมากและที่จอดรถเต็มเร็ว
- ร้านค้ารอบวัดค่อนข้างเยอะ บางรีวิวรู้สึกว่าบังบรรยากาศความสงบไปบ้าง
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ (พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ · บ้านไม้สักโบราณยุคเจ้าหลวง)
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่เป็นคฤหาสน์ไม้สักสองชั้นที่สร้างเมื่อปี 2435 โดยเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย ตัวเรือนผสมสถาปัตยกรรมไทยกับยุโรปเข้าด้วยกัน หลังคาทรงปั้นหยา มีประตูและหน้าต่างรวมกันถึง 72 บาน แต่ละบานประดับลวดลายฉลุไม้ที่ทำด้วยมือ ไม้สักทั้งหลังผ่านเวลามากว่าร้อยปีแต่ยังได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่เก็บค่าเข้า มีเพียงกล่องรับบริจาคตามศรัทธา ด้านในจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ และภาพถ่ายเก่าที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตของเจ้าหลวงและเมืองแพร่เมื่อกว่าร้อยปีก่อน เดินขึ้นชั้นบนจะได้เห็นห้องนอน ห้องรับแขก และระเบียงไม้ที่มองลงมาเห็นสวนด้านหน้า
จุดที่หลายคนพูดถึงคือห้องใต้ถุนชั้นล่างที่เคยใช้เป็นที่คุมขังในอดีต บรรยากาศค่อนข้างมืดและเงียบ บางคนบอกว่าให้ความรู้สึกขนหัวลุกเล็กน้อย แต่ก็เป็นส่วนที่ทำให้เห็นภาพชีวิตยุคเจ้าหลวงชัดขึ้น การเดินชมใช้เวลาไม่นาน ราว 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะกับคนที่อยากพักจากการเที่ยวแบบเร่งรีบมาเดินดูของเก่าเงียบ ๆ ทำเลอยู่ในเขตเมืองเก่าใกล้กำแพงเมืองและวัดพระบาทมิ่งเมือง เดินต่อไปชมบ้านไม้สักหลังอื่นอย่างคุ้มวงศ์บุรีได้สบาย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนอยากทำความรู้จักแพร่ผ่านสถาปัตยกรรมไม้สักที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้
ก่อนไปมีเรื่องควรรู้ไว้ตามตรง คุ้มเจ้าหลวงมีกฎเรื่องการถ่ายรูป โดยทั่วไปถ่ายภาพภายนอกและบรรยากาศได้ แต่บางห้องจัดแสดงและวัตถุเก่ามีป้ายห้ามถ่ายหรือห้ามใช้แฟลช ควรสังเกตป้ายและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดชัตเตอร์ทุกครั้ง อีกเรื่องคือพื้นไม้สักบางช่วงลื่น โดยเฉพาะบันไดที่ชันและแคบ ควรเดินระวังและถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด ผู้สูงอายุหรือคนที่ใช้รถเข็นอาจขึ้นชั้นบนลำบากเพราะบันไดไม่เอื้อ ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ถ้าอยากได้เรื่องราวลึกขึ้นแนะนำให้รอรอบไกด์นำชมที่มีให้ฟรี หรืออ่านข้อมูลไปก่อนล่วงหน้า เวลาเปิดคือทุกวัน 08.30–16.30 น. ควรไปช่วงเช้าที่แสงสวยและคนยังไม่เยอะ จะเดินชมและถ่ายรูปได้สบายกว่า
- คฤหาสน์ไม้สักสองชั้นอายุกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป ลวดลายฉลุไม้และหน้าต่าง 72 บานสวยงาม ได้รับการดูแลรักษาดี
- เข้าชมฟรี มีเพียงกล่องรับบริจาค คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้เห็น และมีที่จอดรถในบริเวณ
- มีไกด์นำชมภาษาไทยฟรีเป็นรอบ เล่าประวัติเจ้าหลวงและวิถีชีวิตเมืองแพร่เมื่อกว่า 120 ปีก่อนได้เห็นภาพชัด
- ทำเลอยู่ในเขตเมืองเก่า เดินต่อไปคุ้มวงศ์บุรีและย่านกำแพงเมืองเก่าได้ในทริปเดียว
- บันไดขึ้นชั้นบนชันและแคบ พื้นไม้บางช่วงลื่น ผู้สูงอายุและคนใช้รถเข็นขึ้นชั้นบนลำบาก
- มีกฎเรื่องถ่ายรูป บางห้องจัดแสดงห้ามถ่ายหรือห้ามใช้แฟลช ต้องสังเกตป้ายและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน
- ป้ายอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ไกด์นำชมภาษาอังกฤษมีจำกัด และบางคนรู้สึกว่าเป็นบ้านเก่าธรรมดาไม่หวือหวา
บ้านวงศ์บุรี (คุ้มวงศ์บุรี) — คฤหาสน์ไม้สักสีชมพูอายุร้อยกว่าปี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านเก่า
บ้านวงศ์บุรีหรือคุ้มวงศ์บุรีเป็นคฤหาสน์ไม้สักสองชั้นทรงยุโรปผสมล้านนา สร้างขึ้นราวปี 2440–2450 ให้หลวงพงษ์พิบูลย์กับเจ้าสุนันตา วงศ์บุรี เจ้าของกิจการสัมปทานป่าไม้สักคนสำคัญของเมืองแพร่ในยุคนั้น จุดที่คนจำได้คือสีชมพูอ่อนทั้งหลังกับงานไม้ฉลุลวดลายละเอียดตามชายคา หน้าจั่ว และระเบียง แบบที่เรียกกันว่าลายขนมปังขิง ทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปประจำเมืองเก่าในเวียง ปัจจุบันทายาทเปิดบ้านให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์บ้านเก่า เก็บค่าเข้าเพียงเล็กน้อยเพื่อนำไปดูแลรักษาตัวเรือน จึงเป็นจุดที่แวะได้สบายกระเป๋าและได้เห็นวิถีชีวิตของตระกูลเจ้าเมืองแพร่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ภายในบ้านแบ่งเป็นหลายห้อง จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่า เครื่องเงิน เครื่องถ้วย ภาพถ่ายโบราณ และเอกสารสำคัญของตระกูล บางชิ้นสะท้อนยุคการค้าไม้สักและระบบสังคมสมัยนั้นได้ชัดเจน เดินชมทีละห้องจะเห็นทั้งห้องรับแขก ห้องนอน และมุมที่ยังคงบรรยากาศบ้านเจ้านายฝ่ายเหนือไว้ ตำแหน่งบ้านอยู่ในย่านเมืองเก่าในเวียง เดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวต่อไปคุ้มเจ้าหลวงและวัดเก่าใกล้เคียงได้ในทริปเดียว เวลาเปิดโดยทั่วไปคือช่วงกลางวันทุกวัน ควรเผื่อเวลาราวหนึ่งชั่วโมงสำหรับเดินชมและถ่ายรูปหน้าบ้านที่เป็นมุมยอดนิยม
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือป้ายคำอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ข้อมูลภาษาอังกฤษยังมีน้อย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเข้าใจเรื่องราวลึก ๆ อาจต้องหาข้อมูลเพิ่มหรือใช้แอปแปลช่วย ตัวบ้านเป็นเรือนไม้เก่าอายุมาก บางจุดพื้นและบันไดไม้ค่อนข้างชันและลื่น ควรเดินระวังและถอดรองเท้าตามที่กำหนด ของที่จัดแสดงหลายชิ้นเป็นของเก่าดั้งเดิม จึงไม่ควรจับหรือพิงเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัด ถ้ามาช่วงที่คณะทัวร์ลงพร้อมกันอาจรู้สึกแออุดสักหน่อย แนะนำมาช่วงเช้าที่คนยังไม่มากและแสงสวยเหมาะกับการถ่ายรูปสีชมพูของตัวบ้าน จอดรถได้บริเวณริมถนนหน้าบ้าน และเที่ยวรวมกับจุดอื่นในเมืองเก่าให้คุ้มค่าการเดินทาง
- คฤหาสน์ไม้สักสีชมพูอายุร้อยกว่าปี งานไม้ฉลุลายขนมปังขิงสวยและเป็นมุมถ่ายรูปประจำเมืองเก่าแพร่
- ค่าเข้าถูกมาก (~฿20) ใช้เวลาไม่นาน คุ้มค่าและเหมาะแวะระหว่างเที่ยวย่านในเวียง
- ภายในเก็บของเก่า เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ภาพถ่ายและเอกสารตระกูล เล่าเรื่องยุคสัมปทานป่าไม้สักได้ดี
- ทำเลอยู่ในเมืองเก่า เดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวต่อคุ้มเจ้าหลวงและวัดใกล้เคียงได้สะดวก
- ป้ายคำอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ข้อมูลภาษาอังกฤษยังมีน้อย ต่างชาติเข้าใจเรื่องราวได้ยาก
- เป็นเรือนไม้เก่า พื้นและบันไดบางจุดชันและลื่น ต้องเดินระวังเป็นพิเศษ
- พื้นที่กะทัดรัด ช่วงคณะทัวร์ลงพร้อมกันอาจรู้สึกแออุดและเดินชมไม่สะดวก
วัดจอมสวรรค์ (สถาปัตยกรรมไทใหญ่-พม่า วิหารไม้สักทั้งหลัง)
วัดจอมสวรรค์เป็นวัดเก่าในตัวเมืองแพร่ที่คนสายสถาปัตยกรรมมักหมายตาไว้ เพราะตัววิหารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังตามแบบศิลปะไทใหญ่ผสมพม่า สังเกตได้จากหลังคาที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นขึ้นไปคล้ายปราสาท ยอดประดับด้วยลวดลายฉลุโปร่งและกระจกสี วัดนี้สร้างโดยชาวไทใหญ่ที่เข้ามาทำการค้าไม้ในแพร่เมื่อกว่าร้อยปีก่อน จึงหอบเอารูปแบบงานช่างจากบ้านเกิดมาถ่ายทอดลงบนเนื้อไม้อย่างเต็มที่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นเสาไม้ ฝาผนัง และเพดานที่แกะสลักและปิดทองลงรักอย่างละเอียด เป็นงานที่ต้องดูใกล้ ๆ ถึงจะเห็นฝีมือช่างจริง ๆ
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงกันมากคือพระพุทธรูปและของสะสมภายในวิหาร ทั้งพระประธานปางต่าง ๆ คัมภีร์โบราณ และงานประดับที่ทำจากไม้สักแกะสลักประกอบกับการติดกระจกสีเป็นลวดลาย บางส่วนยังมีบุษบกและธรรมาสน์ไม้ฝีมือประณีตที่สะท้อนรสนิยมแบบไทใหญ่ชัดเจน รอบ ๆ วิหารยังมีเจดีย์ทรงพม่าสีขาวและอาคารเก่าให้เดินชม บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยวอื่น จึงเหมาะกับคนที่อยากค่อย ๆ เดินดูรายละเอียดงานไม้แบบไม่ต้องรีบ และมักถูกจัดรวมไว้ในเส้นทางเที่ยวเมืองเก่าแพร่ร่วมกับคุ้มเจ้าหลวงและวัดสำคัญอื่นในย่านเดียวกัน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ จึงควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหาร และสำรวมเสียงเมื่อมีคนมาไหว้พระ ข้อสองคือพื้นที่จัดแสดงไม่กว้างมาก เดินชมจบได้ในเวลาไม่นาน ถ้าตั้งใจมาดูงานสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะควรเผื่อจับคู่กับจุดอื่นในเมืองเก่าเพื่อให้คุ้มค่าเดินทาง ข้อสามคือช่วงเปิดให้เข้าชมภายในวิหารอาจไม่ตรงกันทุกวันและบางครั้งปิดนอกเวลา ควรเช็กเวลาหรือสอบถามคนในวัดก่อน ข้อสี่คือแม้ไม่เก็บค่าเข้า แต่การหยอดตู้ทำบุญบำรุงวัดถือเป็นน้ำใจที่ช่วยดูแลรักษางานไม้เก่าให้อยู่ต่อไป และควรระวังไม่จับหรือพิงงานแกะสลักที่เปราะบางเพื่อช่วยถนอมของเดิมเอาไว้
- วิหารไม้สักทั้งหลังแบบไทใหญ่-พม่า หลังคาซ้อนชั้นและงานแกะสลักปิดทองที่หาดูได้ยากในวัดทั่วไป เหมาะกับสายสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ
- อยู่ในตัวเมืองแพร่ เดินทางง่าย รวมกับจุดเที่ยวเมืองเก่าอย่างคุ้มเจ้าหลวงและวัดใกล้เคียงได้ในครึ่งวัน
- เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าเข้า บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ค่อย ๆ เดินดูรายละเอียดได้ตามสบาย
- มีทั้งวิหารไม้ พระพุทธรูป ของสะสมโบราณ และเจดีย์ทรงพม่าให้ชมในพื้นที่เดียว
- พื้นที่ชมไม่กว้าง เดินจบได้ในเวลาไม่นาน ถ้ามาเพื่อดูโดยเฉพาะควรจับคู่กับจุดอื่นในเมืองเก่าให้คุ้มค่าเดินทาง
- เวลาเปิดให้เข้าชมภายในวิหารอาจไม่ตรงกันทุกวันและบางครั้งปิดนอกเวลา ควรเช็กก่อนไป
- เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจ ต้องแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้า และระวังไม่จับหรือพิงงานไม้แกะสลักที่เปราะบาง
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร + ไหว้พระธาตุมิ่งเมือง เดินย่านเมืองเก่าแพร่
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารเป็นพระอารามหลวงที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแพร่ ในเขตกำแพงเมืองเก่า จุดที่คนตั้งใจมากราบไหว้คือองค์พระธาตุมิ่งเมือง เจดีย์สีทองทรงล้านนาที่ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปสำคัญและรอยพระพุทธบาทจำลองให้สักการะ บรรยากาศในวัดร่มรื่น เดินชมสถาปัตยกรรมและลวดลายปูนปั้นได้เพลิน ๆ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นทริปแพร่ด้วยการทำบุญไหว้พระ แล้วค่อยเดินสำรวจย่านเมืองเก่ารอบ ๆ ต่อ เพราะวัดอยู่ในทำเลที่เดินถึงแลนด์มาร์กอื่นได้สบาย
เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ในรั้ววัด แต่อยู่ที่ทำเลกลางเวียงซึ่งเดินต่อไปยังจุดเที่ยวสำคัญของเมืองเก่าแพร่ได้ในระยะไม่ไกล ทั้งวัดหลวงที่เป็นวัดเก่าแก่ประจำเมือง คุ้มเจ้าหลวงที่เป็นอาคารเก่าสีชมพูงามตา และบ้านวงศ์บุรีเรือนไม้สักโบราณที่คนนิยมมาถ่ายรูป การวางแผนเดินเป็นวงรอบจากวัดออกไปตามถนนในย่านเมืองเก่าจึงเป็นวิธีเที่ยวแพร่ที่คุ้มเวลาที่สุด ระหว่างทางมีร้านกาแฟ ร้านของฝาก และผ้าหม้อห้อมซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดให้แวะเลือกซื้อ ใครมาช่วงเช้าจะเจอแดดไม่แรงและร้านรวงเริ่มเปิด บรรยากาศกำลังสบายสำหรับเดินเท้า ส่วนช่วงเย็นแสงจะนวลเหมาะกับการถ่ายรูปเจดีย์และอาคารเก่า
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระอารามหลวง ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก ๆ และถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตวิหารหรืออุโบสถ ข้อสองที่จอดรถรอบวัดในวันหยุดหรือช่วงเทศกาลค่อนข้างจำกัด หลายคนเลือกจอดรถแล้วเดินหรือใช้รถรางชมเมืองเก่าแทนเพื่อเลี่ยงปัญหาหาที่จอด ข้อสามเมืองเก่าแพร่เน้นการเดินเท้าเป็นหลัก ทางเดินบางช่วงเป็นถนนที่มีรถวิ่ง ควรระวังและเดินริมทาง ข้อสี่ร้านค้าและจุดเที่ยวบางแห่งในย่านเมืองเก่าปิดเร็วและบางร้านหยุดวันธรรมดา ถ้าตั้งใจมาซื้อผ้าหม้อห้อมหรือของฝากควรเผื่อเวลาและเช็กวันเปิดล่วงหน้า เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วยเพราะช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง
- พระธาตุมิ่งเมืองเป็นพระธาตุคู่เมืองแพร่ เข้าไหว้ฟรี เหมาะเริ่มต้นทริปด้วยการทำบุญไหว้พระ
- ทำเลอยู่กลางเขตเมืองเก่า เดินต่อวัดหลวง คุ้มเจ้าหลวง และบ้านวงศ์บุรีได้ในระยะใกล้
- ได้ชมสถาปัตยกรรมและงานช่างล้านนาในบรรยากาศวัดที่ร่มรื่น เดินสำรวจได้สบาย
- รอบย่านมีร้านกาแฟ ร้านของฝาก และผ้าหม้อห้อมสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดให้แวะเลือกซื้อ
- เป็นพระอารามหลวงและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าเมื่อเข้าวิหาร
- ที่จอดรถรอบวัดในวันหยุดและช่วงเทศกาลจำกัด อาจต้องจอดรอบนอกแล้วเดินหรือใช้รถราง
- ร้านค้าและจุดเที่ยวบางแห่งในเมืองเก่าปิดเร็วและบางร้านหยุดวันธรรมดา ควรเช็กเวลาล่วงหน้า
เดินเที่ยวเมืองเก่าแพร่ — ประตูชัย กำแพงดินโบราณ คุ้มเจ้าหลวง บ้านวงศ์บุรี และคาเฟ่ตึกไม้
เสน่ห์ของเมืองแพร่อยู่ที่ย่านเมืองเก่าในเขตกำแพงเมืองที่เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่ต้องรีบ จุดตั้งต้นยอดนิยมคือประตูชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในประตูเมืองเดิมและยังเหลือแนวกำแพงดินโบราณสมัยเวียงโกศัยให้เห็นเป็นเนินดินยาวขนาบถนน จากประตูชัยเดินหรือปั่นจักรยานเข้าไปในเขตเมืองเก่าจะเจอถนนเงียบ ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยเรือนไม้สักเก่าอายุหลายสิบถึงร้อยปี ทั้งบ้านคนธรรมดาและคฤหาสน์ของคหบดีค้าไม้ในอดีต บ้านที่คนแวะกันมากคือบ้านวงศ์บุรี เรือนไม้สักสองชั้นสีชมพูประดับลายไม้ฉลุที่ถ่ายรูปสวย และคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ อดีตที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครที่ผสมสถาปัตยกรรมยุโรปกับล้านนาไว้อย่างลงตัว ทั้งสองหลังอยู่ในระยะเดินถึงกันได้สบาย
สิ่งที่ทำให้เมืองเก่าแพร่ต่างจากเมืองเก่าอื่นคือขนาดที่กะทัดรัดและจังหวะชีวิตที่ช้า เดินไม่กี่ช่วงตึกก็เจอวัดเก่า ร้านกาแฟที่ดัดแปลงจากตึกไม้หรือห้องแถวเดิม และร้านของกินท้องถิ่นที่เปิดมานาน หลายคาเฟ่เก็บโครงสร้างไม้และผนังเก่าไว้แล้วแต่งเป็นมุมนั่งจิบกาแฟชิล ๆ ทำให้การเดินเที่ยวกลายเป็นการแวะพักเป็นระยะมากกว่าการเดินยาว ๆ ช่วงเย็นวันศุกร์ถึงอาทิตย์ย่านประตูชัยจะมีถนนคนเดินกาดกองเก่าที่ขายอาหารพื้นเมืองและงานหัตถกรรม บรรยากาศคึกคักขึ้นมาทันที ใครมาเที่ยวกลางวันเพื่อชมบ้านโบราณแล้วอยู่ต่อถึงเย็นก็จะได้เห็นเมืองสองอารมณ์ในวันเดียว การเดินหรือปั่นจักรยานเป็นวิธีเที่ยวที่เข้ากับเมืองนี้ที่สุด เพราะระยะทางระหว่างจุดต่าง ๆ สั้นและถนนไม่พลุกพล่าน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือแดดกลางวันในแพร่ค่อนข้างแรงและร่มเงาระหว่างทางมีไม่ต่อเนื่อง ควรเลี่ยงเดินช่วงเที่ยงถึงบ่ายสอง เตรียมหมวก น้ำดื่ม และครีมกันแดดไปด้วย ข้อสองคือบ้านโบราณแต่ละหลังมีวันและเวลาเปิด-ปิดของตัวเอง บางหลังปิดวันจันทร์หรือปิดพักเที่ยง และบางหลังเก็บค่าเข้าชมเล็กน้อยเพื่อบำรุงรักษา ควรเช็กเวลาก่อนไปเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ข้อสามคือถนนคนเดินกาดกองเก่ามีเฉพาะเย็นวันศุกร์ถึงอาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาจะเจอย่านที่เงียบกว่าและร้านบางส่วนปิด ข้อสี่คือการเดินถ่ายรูปบ้านโบราณควรเคารพว่าบางหลังยังเป็นที่อยู่อาศัยจริง ไม่ควรเข้าไปในบริเวณส่วนตัวหรือส่งเสียงดัง และการปั่นจักรยานบนถนนที่รถยนต์ใช้ร่วมกันควรระวังและใส่ใจกฎจราจร
- ย่านเมืองเก่ากะทัดรัด เดินหรือปั่นจักรยานถึงกันได้สบาย จุดสำคัญอย่างประตูชัย กำแพงดินโบราณ บ้านวงศ์บุรี และคุ้มเจ้าหลวงอยู่ในระยะใกล้
- เดินชมย่านและกำแพงเมือง-ประตูชัยเข้าฟรี ค่าเข้าบ้านโบราณและกาแฟไม่แพง เที่ยวได้ในงบไม่มาก
- สถาปัตยกรรมไม้สักและบ้านโบราณอายุร้อยปีสวยแปลกตา ถ่ายรูปได้หลายมุม เหมาะทั้งสายประวัติศาสตร์และสายคาเฟ่
- ถนนไม่พลุกพล่านและจังหวะเมืองช้า เที่ยวได้สบายทั้งครอบครัวและคู่รัก เย็นวันศุกร์ถึงอาทิตย์มีถนนคนเดินกาดกองเก่าให้เดินต่อ
- แดดกลางวันแรงและร่มเงาระหว่างทางมีไม่ต่อเนื่อง ควรเลี่ยงเดินช่วงเที่ยงถึงบ่ายและเตรียมหมวกกับน้ำดื่ม
- บ้านโบราณแต่ละหลังมีวันเวลาเปิด-ปิดต่างกัน บางหลังปิดวันจันทร์หรือพักเที่ยงและเก็บค่าเข้าชม ควรเช็กก่อนไป
- ถนนคนเดินกาดกองเก่ามีเฉพาะเย็นวันศุกร์ถึงอาทิตย์ มาวันธรรมดาย่านจะเงียบและร้านบางส่วนปิด
หมู่บ้านผ้าหม้อห้อมบ้านทุ่งโฮ้ง — ช้อปผ้าพื้นเมืองและเวิร์กช็อปย้อมคราม (Ban Thung Hong mo hom village, แพร่)
บ้านทุ่งโฮ้งคือแหล่งผลิตและค้าผ้าหม้อห้อมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแพร่ อยู่ริมถนนสายหม้อห้อมที่มีร้านขายเรียงรายสองข้างทางก่อนเข้าตัวเมือง ผ้าหม้อห้อมคือผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีครามจากต้นห้อม ให้สีน้ำเงินเข้มเป็นเอกลักษณ์ของคนเมืองแพร่มาแต่เดิม สินค้าที่วางขายมีตั้งแต่เสื้อม่อฮ่อมทรงพื้นเมือง เสื้อเชิ้ตดีไซน์ร่วมสมัย ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้า ไปจนถึงของแต่งบ้าน หลายร้านเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ทำเองขายเอง ราคาจึงเริ่มต้นไม่แพงและต่อรองกันได้ตามน้ำใจ คนที่ชอบงานผ้าจะเดินเลือกได้เพลินเพราะแต่ละร้านมีลายและเนื้อผ้าต่างกัน
สิ่งที่ทำให้ทุ่งโฮ้งพิเศษกว่าการเดินซื้อของฝากทั่วไปคือหลายบ้านเปิดให้ลองย้อมผ้าด้วยมือตัวเอง จุดที่คนพูดถึงบ่อยคือศูนย์เรียนรู้ของกลุ่มหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทั้งจุดสาธิต จุดขาย และเปิดเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยว เจ้าของบ้านจะเล่าตั้งแต่การปลูกต้นห้อม การก่อหม้อย้อม ไปจนถึงวิธีมัดผ้าให้เกิดลาย แล้วให้ลงมือจุ่มผ้าในถังน้ำย้อมครามเอง พอยกผ้าขึ้นมาสัมผัสอากาศ สีจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเขียวอมเหลืองเป็นน้ำเงินเข้ม ได้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าพันคอลายไม่ซ้ำใครติดมือกลับบ้านเป็นของที่ระลึก เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้และคนที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่ซื้อของสำเร็จรูป
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือหลายบ้านเป็นกิจการครอบครัวขนาดเล็ก เวิร์กช็อปย้อมผ้ามักต้องโทรจองหรือติดต่อล่วงหน้าโดยเฉพาะถ้ามาเป็นกลุ่มหรือมาช่วงวันธรรมดา ไม่ใช่ทุกร้านที่เปิดสอนตลอดเวลา ควรเผื่อเวลารอผ้าแห้งหลังย้อมเสร็จ และเตรียมใจว่าน้ำย้อมครามติดมือติดเล็บได้ง่าย ควรใส่เสื้อผ้าที่เลอะได้หรือถามขอผ้ากันเปื้อนจากทางร้าน ผ้าย้อมครามธรรมชาติผืนใหม่อาจมีสีตกในการซักครั้งแรก ควรซักแยกและซักด้วยน้ำเย็น ร้านส่วนใหญ่รับเงินสดเป็นหลัก บางร้านมีพร้อมเพย์แต่ไม่ควรมั่นใจว่าทุกที่รูดบัตรได้ จึงควรเตรียมเงินสดไปเผื่อ และเนื่องจากร้านกระจายตามถนนสายยาว การมีรถหรือมอเตอร์ไซค์จะสะดวกกว่าการเดินเท้าจากตัวเมือง
- ได้ลองย้อมผ้าหม้อห้อมด้วยมือตัวเองจนได้ผ้าลายไม่ซ้ำใครติดกลับบ้าน เป็นประสบการณ์งานคราฟต์มากกว่าซื้อของสำเร็จรูป
- เป็นแหล่งผ้าหม้อห้อมที่ใหญ่ที่สุดของแพร่ มีร้านให้เลือกเรียงรายตลอดถนนสายหม้อห้อม ทั้งเสื้อผ้าพื้นเมือง ผ้าพันคอ และกระเป๋า
- เดินชมและช้อปได้ฟรีไม่มีค่าเข้า ราคาสินค้าเริ่มต้นไม่แพงเพราะหลายร้านเป็นกลุ่มชุมชนทำเองขายเอง
- เจ้าของบ้านเล่าเรื่องการปลูกต้นห้อมและก่อหม้อย้อมให้ฟัง เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้วิถีท้องถิ่น
- เวิร์กช็อปย้อมผ้ามักต้องติดต่อหรือจองล่วงหน้า ไม่ใช่ทุกร้านที่เปิดสอนตลอดเวลา และต้องเผื่อเวลารอผ้าแห้ง
- น้ำย้อมครามติดมือติดเล็บง่าย และผ้าผืนใหม่อาจสีตกในการซักครั้งแรก ต้องซักแยกด้วยน้ำเย็น
- ร้านกระจายตามถนนสายยาวและส่วนใหญ่รับเงินสดเป็นหลัก ควรมีรถและเตรียมเงินสดไปเผื่อ
อุทยานแห่งชาติแม่ยม — ป่าสักทองผืนใหญ่ + จุดชมวิวแก่งเสือเต้น (ล่องแก่งแม่น้ำยมตามฤดู)
อุทยานแห่งชาติแม่ยมอยู่ในเขตอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ต่อเนื่องไปถึงบางส่วนของจังหวัดลำปาง จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานทั่วไปคือมีป่าสักทองธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ต้นสักที่นี่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่สวนป่าปลูก หลายต้นอายุนับร้อยปีและลำต้นสูงใหญ่ ทางอุทยานทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและทางเดินไม้ให้เดินชมได้สบายโดยไม่ต้องลุยป่าหนัก ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาวใบสักยังเขียว ส่วนหน้าแล้งราวเดือนมกราคมถึงมีนาคมใบจะเปลี่ยนสีและร่วง ให้บรรยากาศป่าโปร่งอีกแบบ อีกไฮไลต์คือจุดชมวิวแก่งเสือเต้นที่มองลงไปเห็นลำน้ำยมคดเคี้ยวและแนวเขา เป็นจุดถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ตกที่คนแวะกันเยอะ
ลำน้ำยมที่ไหลผ่านอุทยานเป็นที่มาของกิจกรรมล่องแก่ง ซึ่งเปิดเฉพาะช่วงหน้าน้ำราวเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมที่ระดับน้ำสูงพอ ผู้ให้บริการในพื้นที่จะจัดเรือยางหรือแพให้ล่องไปตามแก่งเป็นช่วง ๆ ความแรงของแก่งไม่ได้โหดเท่าล่องแก่งบนภูเขาสูง จึงเหมาะกับมือใหม่และคนที่อยากลองสัมผัสสายน้ำแบบไม่หวาดเสียวเกินไป นอกฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะลดลงจนล่องไม่ได้ เหลือไว้แค่การเดินป่าและชมวิว การมาเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่จึงวางแผนตามฤดู คนที่อยากได้ทั้งป่าสักเขียวและล่องแก่งควรเล็งช่วงต้นฤดูฝนถึงกลางฝน ส่วนคนที่เน้นเดินป่าถ่ายรูปสบาย ๆ มาได้เกือบทั้งปี ที่พักในเขตอุทยานมีทั้งลานกางเต็นท์และบ้านพัก ควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะวันหยุดยาว เพราะที่นั่งจำกัด
เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกิจกรรมทางน้ำในหน้าฝน ช่วงที่ฝนตกหนักต่อเนื่องระดับน้ำในลำน้ำยมขึ้นเร็วและกระแสน้ำเชี่ยว บางวันเจ้าหน้าที่อาจสั่งงดล่องแก่งเพื่อความปลอดภัย จึงควรโทรเช็กสภาพน้ำกับอุทยานหรือผู้ให้บริการก่อนเดินทางทุกครั้ง ระหว่างล่องต้องสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาและฟังคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรฝืนล่องเองโดยไม่มีคนนำทางที่ชำนาญเส้นทาง ส่วนการเดินป่าสักทองแม้ทางจะไม่ชัน แต่หลังฝนพื้นลื่นและอาจมีทาก ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและเตรียมยาทากันแมลง เส้นทางบางช่วงสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยมี ควรบอกกำหนดการให้คนที่บ้านทราบและเตรียมน้ำดื่มกับของกินติดตัวไปให้พอ เพราะร้านค้าในพื้นที่มีไม่มาก
- มีป่าสักทองธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ต้นสักขึ้นเองตามธรรมชาติ หลายต้นอายุนับร้อยปี เดินชมได้บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ไม่ต้องลุยหนัก
- จุดชมวิวแก่งเสือเต้นมองเห็นลำน้ำยมคดเคี้ยวและแนวเขา เป็นจุดถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ตกที่สวย
- มีกิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำยมช่วงหน้าน้ำ ความแรงไม่โหดเกินไป เหมาะกับมือใหม่และครอบครัว
- มีลานกางเต็นท์และบ้านพักในเขตอุทยาน พักค้างสัมผัสธรรมชาติและตื่นมาเดินป่าเช้า ๆ ได้
- ล่องแก่งเปิดเฉพาะหน้าน้ำ (ราว ก.ค.–ต.ค.) นอกฤดูน้ำลดจนล่องไม่ได้ เหลือแค่เดินป่าและชมวิว
- หน้าฝนน้ำในลำน้ำยมขึ้นเร็วและเชี่ยว บางวันต้องงดล่องเพื่อความปลอดภัย ต้องเช็กสภาพน้ำก่อนทุกครั้ง
- อยู่ห่างตัวเมืองแพร่ ต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ ร้านค้าในพื้นที่มีน้อยและบางช่วงสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยมี
วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี — วัดล้านนา-พม่าประยุกต์ริมถนนแพร่-ลำปาง อ.เด่นชัย (พร้อมพิพิธภัณฑ์ศิลปะและพระนอนองค์ใหญ่)
วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีเป็นวัดที่คนขับรถผ่านเส้นแพร่-ลำปางมักถอยรถกลับมาแวะ เพราะมองจากถนนก็เห็นหมู่วิหารและเจดีย์ทรงล้านนาประยุกต์ที่ประดับลวดลายละเอียดจนสะดุดตา วัดตั้งอยู่ริมทางในเขตอำเภอเด่นชัย ก่อนเข้าตัวเมืองแพร่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ในยุคหลังแต่ตั้งใจรวบรวมงานศิลปกรรมล้านนาผสมอิทธิพลพม่าและไทใหญ่ไว้ในที่เดียว จุดที่คนพูดถึงกันมากคือความหนาแน่นของรายละเอียด ทั้งช่อฟ้า หน้าบัน ซุ้มประตู และหมู่เจดีย์เล็กใหญ่หลายองค์ที่จัดวางเป็นกลุ่ม เดินถ่ายรูปได้รอบทิศ อีกจุดที่เป็นหมุดหมายคือพระนอนองค์ใหญ่สไตล์พม่าและรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่ที่บันไดทางขึ้น ทำให้ที่นี่ต่างจากวัดทั่วไปในภาคกลางอย่างชัดเจน
นอกจากตัวสถาปัตยกรรม ในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะและข้าวของเก่าแนวล้านนาให้เดินชม เป็นการเติมเรื่องราวให้การแวะครั้งนี้ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปด้านนอก คนที่มารีวิวบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากรีวิวราว 51 ราย และวัดยังติดอันดับ 1 จาก 2 สิ่งที่น่าทำในอำเภอเด่นชัย พร้อมได้ตรา Travelers' Choice เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องความงามของสถาปัตยกรรมและงานประติมากรรมที่ละเอียด บางคนบอกว่าเป็นวัดที่เห็นอิทธิพลพม่าและล้านนาชัดกว่าที่คุ้นตาในกรุงเทพฯ การเข้าชมไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถกว้าง จึงเหมาะกับการแวะพักขาระหว่างเดินทางไกลมากกว่าตั้งใจมาเป็นจุดหมายหลักของทริป
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนแวะแบบตรงไปตรงมา คือวัดนี้เป็นจุดแวะระหว่างทาง ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองแพร่ ถ้าไม่มีรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะเดินทางมาลำบาก เพราะรถสาธารณะผ่านไม่สะดวก รีวิวช่วงหลังบางรายในปี 2026 บอกว่าบางส่วนของวัดดูขาดการดูแลและปิดไม่ให้ขึ้นชมบางจุด อีกทั้งบางช่วงพระนอนองค์ใหญ่อยู่ระหว่างบูรณะ ทำให้เห็นได้ไม่เต็มที่ ควรเช็กสภาพก่อนวางแผนว่าจะแวะนานหรือถ่ายรูปมุมไหน ช่วงกลางวันแดดแรงและพื้นลานปูนสะท้อนความร้อน ควรพกหมวกและน้ำดื่ม แต่งกายสุภาพเข้าเขตศาสนสถานตามธรรมเนียม ที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวคึกคัก คนไม่พลุกพล่าน จึงเหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบสงบไว้พักสายตาและยืดเส้นยืดสายระหว่างขับรถทางไกล
- สถาปัตยกรรมล้านนา-พม่าประยุกต์ประดับลวดลายละเอียด มีวิหาร หมู่เจดีย์หลายองค์ พระนอนองค์ใหญ่ และรูปปั้นสิงห์ใหญ่ที่บันไดทางขึ้น ถ่ายรูปสวยได้รอบทิศ
- มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะและของเก่าแนวล้านนาในบริเวณวัด เติมเรื่องราวให้การแวะไม่ใช่แค่ดูภายนอก
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถกว้าง เหมาะแวะพักขาระหว่างทางแบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 ติดอันดับ 1 จาก 2 สิ่งที่น่าทำในเด่นชัย และได้ตรา Travelers' Choice
- เป็นจุดแวะระหว่างทาง อยู่นอกตัวเมืองแพร่ รถสาธารณะเข้าไม่สะดวก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือรถเช่า
- รีวิวช่วงหลังบางรายบอกว่าบางส่วนดูขาดการดูแลและปิดไม่ให้ขึ้นชมบางจุด
- บางช่วงพระนอนองค์ใหญ่อยู่ระหว่างบูรณะ ทำให้ชมได้ไม่เต็มที่ และลานปูนกลางวันแดดแรงร้อนสะท้อน
เที่ยวแพร่ พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักในย่านเมืองเก่าแพร่ใกล้คาเฟ่-บ้านไม้สัก หรือโรงแรมในเมือง เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทริปแพร่เที่ยวสบายทั้งปี จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวกช่วงหน้าหนาวที่คนเยอะ
💡 รู้ก่อนเที่ยวแพร่
แพะเมืองผีเป็นวนอุทยาน มีค่าเข้าเล็กน้อยและทางเดินชมเสาดิน ควรไปช่วงเช้า-บ่ายแก่ เตรียมหมวก น้ำ และรองเท้าเดินสบาย ระวังลื่นช่วงฝนตก
คุ้มเจ้าหลวง บ้านวงศ์บุรี และบ้านไม้สักโบราณบางแห่งมีค่าเข้าและกฎการถ่ายรูป ควรสอบถามและแต่งกายสุภาพ เดินชมตามทางที่จัดไว้
พระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล (เสือ) อยู่นอกเมืองเล็กน้อย เป็นที่เคารพ ควรแต่งกายสุภาพ มีงานประเพณีไหว้พระธาตุช่วงต้นปี
ย่านเมืองเก่าแพร่มีคาเฟ่ ร้านผ้าหม้อห้อม และบ้านไม้เก่า เมืองไม่ใหญ่ เดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวได้สบาย เย็น ๆ อากาศกำลังดี
จัดทริปแพร่ยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — คุ้มเจ้าหลวง บ้านวงศ์บุรี วัดพระบาทมิ่งเมือง และเดินย่านเมืองเก่าช้อปผ้าหม้อห้อม เย็นนั่งคาเฟ่ วันที่สองออกนอกเมืองไปแพะเมืองผีและไหว้พระธาตุช่อแฮ ถ้ามีเวลาเพิ่มแวะธรรมชาติริมแม่ยมหรือเมืองลอง จะได้ครบทั้งวัฒนธรรม วัด และธรรมชาติ
พร้อมเที่ยวแพร่แล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักย่านเมืองเก่าก่อนเลย
ดูที่พักแพร่ →