🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
สกลนครอยู่ภาคอีสานตอนบน เป็นเมืองที่มีมรดกสายวัดป่ากรรมฐานเข้มข้น (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และครูบาอาจารย์สายป่า) ควบคู่ธรรมชาติภูเขาและทะเลสาบ ไฮไลต์คือพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารที่วัดป่าสุทธาวาส อุทยานแห่งชาติภูพานและพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ทะเลสาบหนองหารที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน พระธาตุเชิงชุมพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง และวัดถ้ำผาแด่นที่มีงานแกะสลักหินผา
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป วัดป่าและปูชนียสถานควรแต่งกายสุภาพและสำรวม ภูพานอากาศดีหน้าหนาว ส่วนงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งและออกพรรษา (ราวเดือน ต.ค.) เป็นช่วงที่เมืองคึกคักเป็นพิเศษ
อุทยานแห่งชาติภูพาน (น้ำตกคำหอม-จุดชมวิว-ลานสาวเอ้ เส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์)
อุทยานแห่งชาติภูพานคือผืนป่าเขาบนเทือกเขาภูพานที่พาดผ่านรอยต่อสกลนครกับกาฬสินธุ์ จุดที่คนสกลนครนิยมแวะมากที่สุดคือฝั่งที่ทำการอุทยานริมทางหลวงสาย 213 ซึ่งขับรถจากตัวเมืองมาราว 25 กิโลเมตรก็ถึง เสน่ห์ของที่นี่คืออากาศบนเขาที่เย็นกว่าพื้นราบ ป่าดิบเขียวครึ้ม และมีน้ำตกคำหอมเป็นพระเอก น้ำตกคำหอมเป็นน้ำตกหินชั้นเตี้ย ๆ ที่เดินเข้าจากลานจอดรถไม่ไกล มีแอ่งน้ำให้ลงเล่นในหน้าที่น้ำเยอะ เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเล่นน้ำแบบไม่ต้องปีนป่ายหนัก ระหว่างทางขึ้นเขายังมีจุดชมวิวและลานหินให้จอดถ่ายรูปทิวเขาภูพานที่ทอดยาวเป็นระลอก
สิ่งที่ทำให้ภูพานต่างจากอุทยานทะเลคือมันเป็นเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องลงเรือหรือดำน้ำ ขับรถเข้ามาเองได้ จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานที่ด่านแล้วเลือกแวะเป็นจุด ๆ ตามใจ น้ำตกคำหอมกับเส้นทางเดินป่าระยะสั้นเหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติแต่มีเวลาครึ่งวัน ส่วนใครมีเวลาทั้งวันก็ต่อไปแวะจุดชมวิวอื่นบนเส้นสกลนคร-กาฬสินธุ์ได้อีกหลายจุด ช่วงที่น้ำตกสวยและน้ำเยอะที่สุดคือปลายหน้าฝนถึงต้นหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงมกราคม อากาศกำลังเย็นสบายและป่าเขียวจัด ส่วนหน้าแล้งช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมน้ำตกอาจแห้งจนเหลือน้ำน้อย เที่ยวได้แต่จะไม่ได้ภาพน้ำตกเต็มสาย จึงควรเช็กสภาพน้ำกับเพจอุทยานก่อนออกเดินทางถ้าตั้งใจมาเล่นน้ำโดยเฉพาะ
เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา คือน้ำตกคำหอมไม่ใช่น้ำตกใหญ่อลังการ ถ้าคาดหวังสายน้ำสูงหลายสิบเมตรอาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด เสน่ห์จริง ๆ อยู่ที่บรรยากาศป่าเย็นและการได้ลงแอ่งเล่นน้ำมากกว่าความยิ่งใหญ่ของตัวน้ำตก ทางเดินบางช่วงเป็นหินและอาจลื่นตอนเปียก ควรใส่รองเท้าที่มีดอกยางเกาะพื้นและระวังก้าวเดิน สัญญาณโทรศัพท์บนเขาบางจุดไม่ค่อยดี ร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัดอยู่แถวที่ทำการ ควรเตรียมน้ำดื่ม ยากันยุง และเก็บขยะกลับลงมาเองเพราะเป็นเขตอุทยาน ช่วงวันหยุดยาวคนท้องถิ่นมาปิกนิกเยอะ น้ำตกและลานจอดรถอาจแน่น มาถึงแต่เช้าจะได้บรรยากาศเงียบและที่จอดสะดวกกว่า
- อากาศบนเขาเย็นสบายกว่าพื้นราบ ป่าเขียวครึ้ม เหมาะหนีร้อนแบบไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมืองสกลนคร
- น้ำตกคำหอมเดินเข้าจากลานจอดรถไม่ไกล มีแอ่งน้ำให้เด็กและครอบครัวลงเล่นในหน้าน้ำเยอะ
- ขับรถเที่ยวเองได้ จ่ายค่าเข้าอุทยานที่ด่านแล้วแวะเป็นจุด ๆ ทั้งน้ำตก จุดชมวิว และลานหินตามเส้นสกลนคร-กาฬสินธุ์
- ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับคนไทยถูก เที่ยวได้งบประหยัด เหมาะเป็นทริปครึ่งวัน
- น้ำตกคำหอมเป็นน้ำตกชั้นเตี้ย ไม่ใหญ่อลังการ ถ้าคาดหวังสายน้ำสูงอาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด
- หน้าแล้ง (มี.ค.-พ.ค.) น้ำตกอาจแห้งเหลือน้ำน้อย ควรเช็กสภาพน้ำกับอุทยานก่อนมาเล่นน้ำ
- ทางเดินบางช่วงเป็นหินลื่นตอนเปียก สัญญาณโทรศัพท์บางจุดไม่ดี ร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัด
พระธาตุเชิงชุมวรวิหาร + สักการะหลวงพ่อองค์แสน (พระธาตุคู่เมืองสกลนคร ริมหนองหาร)
พระธาตุเชิงชุมเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองสกลนครที่ใครมาถึงก็มักตั้งใจมากราบก่อนเป็นอันดับต้น ๆ องค์พระธาตุตั้งอยู่ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวง อยู่กลางเมืองใกล้หนองหาร เดินจากย่านกลางเมืองมาได้สบาย ตัวพระธาตุเป็นเจดีย์ทรงยอดปราสาทสีขาวสูงเด่น ยอดฉัตรทองคำวาววับเมื่อต้องแสงแดด ด้านในบรรจุความเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทของอดีตพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ จึงเป็นที่มาของคำว่า เชิงชุม ที่หมายถึงการมาชุมนุมของรอยพระบาท คนสกลนครและชาวอีสานถือว่าที่นี่เป็นศูนย์รวมจิตใจ มีงานนมัสการพระธาตุประจำปีในช่วงเดือนยี่ที่คนหลั่งไหลมาร่วมทำบุญกันแน่นวัด
อีกจุดที่คนมาแล้วต้องแวะคือวิหารหลวงพ่อองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน หน้าตักกว้างราวสองเมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสกลนครเคารพนับถือมาก มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าสร้างขึ้นแทนพระสุวรรณแสนองค์ทองคำในตำนานเก่าแก่ คนที่มากราบมักมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล บรรยากาศในวิหารเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งไหว้พระทำสมาธิสักครู่ รอบ ๆ วัดยังมีซุ้มประตูโบราณ อุโบสถเก่า และต้นไม้ใหญ่ให้เดินชมเก็บภาพได้เรื่อย ๆ ถ้ามาช่วงเช้าหรือเย็นแดดจะไม่แรงและได้แสงสวยกับองค์พระธาตุพอดี
การมาที่นี่ไม่ยุ่งยาก เข้าชมได้ฟรี ทำบุญตามศรัทธา มีชุดดอกไม้ธูปเทียนขายหน้าวัดในราคาไม่กี่สิบบาทสำหรับคนที่อยากสักการะ เพราะเป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง สิ่งที่ควรเตรียมคือการแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น และต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ช่วงวันพระ วันหยุดยาว และเทศกาลงานนมัสการพระธาตุคนจะเยอะเป็นพิเศษ ที่จอดรถอาจเต็มเร็ว ถ้าไม่อยากเจอคนแน่นแนะนำให้มาช่วงเช้าวันธรรมดา วัดอยู่ใกล้ตลาดและของกินขึ้นชื่อของเมือง จึงแวะไหว้พระตอนเช้าแล้วต่อด้วยเดินตลาดหรือชมหนองหารในทริปเดียวได้ลงตัว เดินทางมาได้ทั้งรถส่วนตัว มอเตอร์ไซค์เช่า และรถสองแถวในเมือง
- พระธาตุคู่เมืองสกลนครที่คนมาถึงต้องมากราบ องค์เจดีย์ทรงยอดปราสาทสีขาวยอดฉัตรทองสวยเด่น เก็บภาพได้ทุกมุม
- ได้กราบหลวงพ่อองค์แสน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองที่ชาวสกลนครเคารพนับถือ ขอพรเรื่องงานและสิริมงคล
- อยู่กลางเมืองใกล้หนองหารและตลาด เดินถึงจากย่านกลางเมือง แวะไหว้พระแล้วต่อทริปในเมืองได้สะดวก
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับทุกวัยรวมถึงครอบครัวและผู้สูงอายุ
- เป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง ต้องแต่งกายสุภาพและถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร
- ช่วงวันพระ วันหยุดยาว และงานนมัสการพระธาตุเดือนยี่คนแน่นมากและที่จอดรถเต็มเร็ว
- กลางวันแดดร้อนและพื้นที่รอบองค์พระธาตุมีร่มเงาน้อย ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงหรือพกร่มและหมวก
วัดป่าสุทธาวาส + พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต (Ajahn Mun Bhuridatta Museum, เมืองสกลนคร)
วัดป่าสุทธาวาสเป็นวัดป่าสายกรรมฐานกลางเมืองสกลนคร เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ซึ่งหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนากรรมฐาน มรณภาพเมื่อปี 2492 ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่มั่น อาคารทรงไทยประยุกต์สีอิฐที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้จริงของท่าน ทั้งบาตร กลด บริขาร ผ้าไตร ถ้วยน้ำ และตำราธรรม พร้อมรูปหล่อเหมือนองค์ให้กราบ และตู้กระจกบรรจุอัฐิที่แปรสภาพเป็นพระธาตุ รอบผนังเล่าประวัติชีวิตและปฏิปทาของท่านไว้เป็นลำดับ อ่านตามได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ คนที่ตั้งใจมากราบและศึกษาประวัติพระป่าจะได้ทั้งความรู้และความสงบใจในคราวเดียว
ตัวพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็นโดยไม่เก็บค่าเข้า ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้ตามศรัทธา บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เดินชมได้สบายและไม่พลุกพล่านเท่าวัดใหญ่ในเมือง ทำเลอยู่ในตัวเมืองสกลนคร ห่างจากวัดพระธาตุเชิงชุมซึ่งเป็นวัดคู่เมืองเพียงไม่กี่นาที จึงจัดเที่ยวสองวัดต่อกันในเช้าเดียวได้ลงตัว ถ้าเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีที่จอดในวัด ส่วนคนที่มาโดยรถทัวร์หรือเครื่องบินลงสนามบินสกลนครแล้วเรียกรถในเมืองต่อก็สะดวก ระยะทางไม่ไกล บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในสกลนคร เสียงส่วนใหญ่ชมว่าจัดแสดงเป็นระเบียบ ให้ข้อมูลละเอียด และเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การมากราบสักการะ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นวัดปฏิบัติและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า สำรวมกิริยาวาจา และถอดรองเท้าตามป้ายเมื่อเข้าเขตอาคาร ข้อสองคือภายในพิพิธภัณฑ์บางจุดขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายรูป โดยเฉพาะบริเวณที่ประดิษฐานอัฐิ ควรสังเกตป้ายและเคารพกติกา ข้อสามคือเนื้อหาที่จัดแสดงเน้นประวัติและปฏิปทาของพระป่า ใครไม่คุ้นกับสายกรรมฐานอาจอยากอ่านประวัติหลวงปู่มั่นคร่าว ๆ มาก่อนจะได้อรรถรสมากขึ้น ข้อสี่คือช่วงงานบุญและวันสำคัญทางศาสนา โดยเฉพาะช่วงใกล้วันมรณภาพของท่าน คนจะมากราบหนาแน่นกว่าปกติ ถ้าอยากได้ความเงียบสงบให้เลี่ยงมาวันธรรมดาช่วงเช้า และเผื่อเวลาเดินชมรอบวัดอย่างไม่รีบร้อน
- เข้าชมฟรี เปิดทุกวัน และอยู่ในตัวเมืองสกลนคร เดินทางง่าย จัดต่อกับวัดพระธาตุเชิงชุมที่อยู่ใกล้ได้ในเช้าเดียว
- พิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้จริงของหลวงปู่มั่นและมีอัฐิให้กราบ มีป้ายเล่าประวัติทั้งไทยและอังกฤษ ให้ข้อมูลละเอียด
- บรรยากาศวัดป่าร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าวัดใหญ่ เหมาะกับการมากราบและตั้งจิตให้สงบ
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 และติดอันดับต้น ๆ ของสิ่งที่น่าทำในสกลนคร
- เป็นวัดปฏิบัติและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องแต่งกายสุภาพ สำรวม และบางจุดขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายรูป โดยเฉพาะบริเวณอัฐิ
- เนื้อหาเน้นประวัติและปฏิปทาของพระป่า คนที่ไม่คุ้นกับสายกรรมฐานอาจต้องอ่านประวัติมาก่อนจึงจะได้อรรถรส
- ช่วงงานบุญและวันสำคัญทางศาสนาคนมากราบหนาแน่นกว่าปกติ อยากได้ความเงียบต้องเลี่ยงมาวันธรรมดาช่วงเช้า
ล่องเรือหนองหาร ไปเกาะดอนสวรรค์ ชมวิวทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดในอีสาน (ท่าเรือสระพังทอง จ.สกลนคร)
หนองหารคือทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีเนื้อที่กว้างกว่าแสนไร่ อยู่ติดตัวเมืองสกลนครแบบเดินถึงได้ กิจกรรมที่คนนิยมมาทำคือลงเรือจากท่าเรือบริเวณสระพังทอง นั่งเรือหางยาวข้ามผืนน้ำกว้างไปยังเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดกลางบึง ใช้เวลานั่งเรือราวยี่สิบนาทีต่อขา ระหว่างทางจะเห็นวิวทะเลสาบเปิดโล่ง มีดงบัวและผักตบชวาลอยเป็นแพเขียวสลับกับน้ำใส บางช่วงมีนกน้ำบินผ่านให้ดู พอขึ้นเกาะจะเจอดงต้นไม้ใหญ่หนาแน่น โดยเฉพาะต้นยางนาสูงเก่าแก่ ร่มรื่นเย็นสบายต่างจากอากาศร้อนบนฝั่ง เดินเที่ยวได้ราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ทั่ว
บนเกาะดอนสวรรค์มีทั้งโบสถ์เก่าที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นพญานาค และต้นตะเคียนคู่ที่กลายเป็นจุดหมายของสายมูที่มาขอพรและบนบาน จึงเป็นเกาะที่ผสมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความเชื่อไว้ในที่เดียว ค่าเรือคิดกันตรงไปตรงมา แบบรวมกลุ่มตกคนละราวหนึ่งร้อยบาท หรือถ้ามากันเป็นหมู่คณะก็เหมาลำได้ราวห้าร้อยบาทต่อเรือ นั่งได้ราวสิบคน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น หลายคนเลือกมาช่วงเช้าตรู่เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนน้ำ หรือมาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเพราะแสงสวยและอากาศไม่ร้อน คนที่มาส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเป็นทะเลสาบกว้างที่คุ้มค่ากับการมาเห็นสักครั้ง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบไม่อ้อมค้อม ข้อแรกคือไม่ควรลงเล่นน้ำในหนองหาร เพราะมีปัญหาพยาธิใบไม้ในน้ำที่เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ มาล่องเรือชมวิวและขึ้นเกาะอย่างเดียวปลอดภัยกว่า ข้อสองคือช่วงที่ผักตบชวาหนาแน่น น้ำบางส่วนจะดูรกและไม่ใสเท่าที่คิด บางคนรู้สึกว่าบดบังความสวยของทะเลสาบ ควรทำใจไว้ก่อนว่าเป็นบึงธรรมชาติจริง ไม่ใช่ทะเลใสแบบภาคใต้ ข้อสามคือเรือเป็นเรือหางยาวแบบชาวบ้าน ควรใส่เสื้อชูชีพและระวังการทรงตัวตอนขึ้นลงเรือ โดยเฉพาะถ้าไปกับเด็กหรือผู้สูงอายุ ข้อสี่คือบนเกาะแดดจัดและมีแมลง ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และยากันยุงไปเอง เพราะร้านค้าบนเกาะมีน้อย และควรเผื่อเวลานัดเรือกลับให้ดี จะได้ไม่ต้องรอนานริมท่า
- ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดในอีสาน วิวเปิดโล่งกว้าง อยู่ติดตัวเมืองสกลนคร เดินทางไปท่าเรือง่าย
- ค่าเรือถูกและตรงไปตรงมา รวมกลุ่มราว ฿100/คน หรือเหมาลำราว ฿500/เรือ นั่งได้ราว 10 คน เปิดทุกวัน
- เกาะดอนสวรรค์มีทั้งต้นยางนาใหญ่ร่มรื่น โบสถ์เก่า และต้นตะเคียนคู่ให้สายมูมาขอพรในที่เดียว
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.1 เต็ม 5 หลายคนบอกเป็นทะเลสาบกว้างที่คุ้มค่ากับการมาเห็น
- ห้ามลงเล่นน้ำเพราะมีพยาธิใบไม้ในน้ำที่เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ มาได้แค่ล่องเรือชมวิวและขึ้นเกาะ
- ช่วงผักตบชวาหนาแน่น น้ำดูรกและไม่ใส บางคนรู้สึกว่าบดบังความสวยของทะเลสาบ
- เรือเป็นเรือหางยาวชาวบ้าน ต้องระวังการทรงตัวตอนขึ้นลง บนเกาะแดดจัด มีแมลง และร้านค้าน้อย
วัดถ้ำผาแด่น — งานแกะสลักหินผาพุทธประวัติ + จุดชมวิวเมืองสกลนคร (เทือกเขาภูพาน)
วัดถ้ำผาแด่นตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน เขต ต.ดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร ห่างจากตัวเมืองราว 17 กิโลเมตร จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคืองานแกะสลักหินผาเล่าเรื่องพุทธประวัติที่สลักลงบนหน้าผาหินทรายยาวต่อเนื่องหลายภาพ ฝีมือช่างพื้นถิ่นที่ใช้เวลาทำหลายปี ทั้งภาพพุทธประวัติ ภาพวิถีอีสาน และลวดลายพญานาคที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดแถบลุ่มน้ำโขง เดินชมไปตามแนวผาได้เรื่อย ๆ พร้อมกับเก็บวิวเมืองสกลนครและหนองหารที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง บนยอดเขายังมีเจดีย์สีทององค์ใหญ่ที่สร้างสื่อถึงเขาพระสุเมรุ รอยพระพุทธบาทจำลองให้กราบไหว้ และพระพุทธรูปใต้พญานาคที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม
การขึ้นวัดต้องเอารถไปจอดที่ลานจอดด้านล่างก่อน แล้วต่อรถสองแถวของวัดขึ้นเขาในราคาราว 20 บาทต่อคน เพราะทางขึ้นเป็นถนนภูเขาที่ชันและมีโค้งต่อเนื่อง วัดจัดระบบรถรับส่งไว้เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหารถติดบนทางแคบ ด้านบนมีลานกว้าง ห้องน้ำสะอาด ร้านของฝาก และคาเฟ่วิวเขาให้นั่งพักจิบกาแฟชมวิวก่อนลงเขา เวลาที่เหมาะไปคือช่วงเช้าหรือใกล้เย็นที่แดดไม่แรงและอากาศบนเขาเย็นสบาย ส่วนหน้าฝนต้นไม้จะเขียวชอุ่มและมีหมอกบาง ๆ ให้บรรยากาศดี แต่พื้นหินอาจลื่นต้องเดินระวังมากขึ้น ใครมาสายบุญก็เตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระและทำบุญตามศรัทธาได้
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนเยอะมาก ต้องรอคิวรถขึ้นเขาและจุดถ่ายรูปยอดฮิตบางมุมต้องต่อแถว การชมงานแกะสลักและเดินขึ้นจุดชมวิวมีบันไดและทางเดินที่ต้องออกแรงพอสมควร ผู้สูงอายุหรือคนเข่าไม่ดีควรค่อย ๆ เดินและพักเป็นระยะ บนเขาแดดค่อนข้างแรงในช่วงกลางวันและร่มเงาน้อย ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย ใครขับรถขึ้นเองในกรณีที่วัดเปิดให้ขึ้นต้องระวังโค้งหักศอกและใช้เกียร์ต่ำทั้งขาขึ้นและขาลง แต่โดยรวมแนะนำให้ใช้รถของวัดจะสบายใจกว่า เรื่องการแต่งกายควรแต่งสุภาพเพราะเป็นวัด งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเกินไปเพื่อความเหมาะสมกับสถานที่
- งานแกะสลักหินผาพุทธประวัติต่อเนื่องหลายภาพ ฝีมือช่างพื้นถิ่น เป็นจุดที่หาดูได้ยากและได้รับคำชมเรื่องความประณีต
- จุดชมวิวเมืองสกลนครและหนองหารจากมุมสูงบนเทือกเขาภูพาน อากาศเย็นสบายและถ่ายรูปสวย
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา มีเจดีย์ทอง รอยพระพุทธบาท และพญานาคให้ไหว้ครบในที่เดียว
- วัดจัดระบบรถรับส่งขึ้นเขา ห้องน้ำสะอาด มีคาเฟ่และร้านของฝาก บริหารจัดการเป็นระเบียบ
- ทางขึ้นเขาชันและมีโค้งต่อเนื่อง ต้องจอดรถลานล่างแล้วต่อรถของวัด ขับขึ้นเองต้องระวังมาก
- วันหยุดยาวและเทศกาลคนเยอะ ต้องรอคิวรถขึ้นเขาและต่อแถวจุดถ่ายรูปยอดฮิต
- มีบันไดและทางเดินต้องออกแรงพอสมควร แดดบนเขาแรงและร่มเงาน้อยในช่วงกลางวัน
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ + สวนไม้ดอกไม้ป่าภูพาน (เดินชมสวนและป่าร่มรื่นบนเทือกเขาภูพาน)
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ริมทางหลวงสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองสกลนครราว 16 กิโลเมตร ขับรถขึ้นเขาไปราวครึ่งชั่วโมงก็ถึง จุดที่คนส่วนใหญ่มาเที่ยวคือสวนและบริเวณชั้นนอกที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในวันที่ไม่มีเจ้านายเสด็จประทับ ทั้งสวนออกแบบให้เดินเล่นสบาย มีไม้ดอกไม้ประดับปลูกไล่ระดับตามเนินเขา แทรกด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาตลอดทาง อากาศบนเขาเย็นกว่าพื้นราบพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ ถ่ายรูป และนั่งพักชมวิวป่าเขารอบตัว จุดที่หลายคนตั้งใจมาดูคือแปลงไม้ดอกป่าภูพานอย่างดุสิตา มณีเทวา และทิพย์เกสร ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำถิ่นตัวเล็ก ๆ สีม่วงอมฟ้า จะบานให้ชมเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม นอกจากนั้นก็มีสวนกล้วยไม้และไม้ประดับหมุนเวียนตามฤดู
การเข้าชมชั้นนอกและสวนไม่เสียค่าเข้า เปิดให้เข้าได้เกือบทุกวันเมื่อไม่มีการเสด็จ แต่วันเวลาเปิดปิดเปลี่ยนได้ตามหมายกำหนดการ จึงควรโทรเช็กกับทางพระตำหนักหรือการท่องเที่ยวสกลนครก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพราะบางช่วงปิดไม่ให้เข้าเลย ส่วนการเข้าชมด้านในตัวพระตำหนักต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าเป็นหมู่คณะ นักท่องเที่ยวทั่วไปที่แวะไปเองมักได้เดินแค่รอบสวนและอาคารชั้นนอก ที่นี่เป็นสถานที่ราชการในพระองค์ จึงมีระเบียบเรื่องการแต่งกายและมารยาทค่อนข้างเคร่ง ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย งดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และเสื้อผ้ารัดรูปหรือบางเกินไป สำรวมกิริยา และทำตามป้ายห้ามถ่ายภาพในบางจุดอย่างเคร่งครัด
เนื่องจากไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณจึงมีจำกัด ไม่มีร้านอาหารหรือร้านกาแฟให้แวะเยอะเหมือนสวนสาธารณะทั่วไป ควรเตรียมน้ำดื่มและของว่างติดตัวไป และเผื่อเวลากินข้าวไว้ในตัวเมืองสกลนครแทน ช่วงหน้าหนาวถือเป็นเวลาที่สวยที่สุดเพราะอากาศเย็นสบายและไม้ดอกกำลังบาน ส่วนหน้าฝนทางเดินอาจลื่นและมียุงเยอะ ควรใส่รองเท้าที่เดินสวนได้และพกยากันยุงไปด้วย การมาที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศสงบ ๆ เดินชมต้นไม้และวิวเขา มากกว่าคนที่มองหาที่เที่ยวคึกคักมีกิจกรรมเยอะ เพราะเสน่ห์หลักคือความร่มรื่นและความเป็นระเบียบของสวนบนเขามากกว่าอย่างอื่น
- เข้าชมชั้นนอกและสวนไม่เสียค่าเข้า อยู่ห่างตัวเมืองสกลนครแค่ราวครึ่งชั่วโมง ขับรถไปเองสะดวก
- สวนบนเขาร่มรื่น อากาศเย็นกว่าพื้นราบ เดินชมต้นไม้และถ่ายรูปได้สบาย บรรยากาศเงียบสงบ
- ช่วงหน้าหนาวมีไม้ดอกป่าภูพานอย่างดุสิตา มณีเทวา ทิพย์เกสร บานให้ชม เป็นจุดถ่ายรูปที่หาดูยาก
- เป็นสถานที่ในพระองค์ที่ดูแลเป็นระเบียบสะอาดตา เหมาะพาครอบครัวและผู้ใหญ่มาเดินเล่น
- วันเวลาเปิดไม่แน่นอน ปิดเมื่อมีการเสด็จ ต้องโทรเช็กก่อนไป ไม่งั้นเสี่ยงเสียเที่ยว
- มีระเบียบการแต่งกายและมารยาทเคร่งครัด บางจุดห้ามถ่ายภาพ และเข้าชมด้านในต้องขออนุญาตล่วงหน้า
- สิ่งอำนวยความสะดวกน้อย ไม่มีร้านอาหาร-ร้านกาแฟในบริเวณ และไม้ดอกจะสวยเฉพาะหน้าหนาว
พระธาตุนารายณ์เจงเวง (ปราสาทหินทรายศิลปะขอม อ.เมืองสกลนคร)
พระธาตุนารายณ์เจงเวงเป็นปราสาทขอมหินทรายที่ตั้งอยู่ชานเมืองสกลนคร ห่างตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกราวหกกิโลเมตร ริมถนนสายสกลนคร-อุดรธานี เข้าซอยจากถนนใหญ่เพียงสามร้อยเมตรก็ถึง องค์ปราสาทเป็นปรางค์หลังเดียวก่อด้วยหินทรายตั้งบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ นักโบราณคดีจัดว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่สิบหกถึงสิบเจ็ด สไตล์ใกล้เคียงศิลปะขอมแบบบาปวน สมัยที่เมืองสกลนครยังเป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรขอมโบราณ ต่อมาถูกปรับให้เป็นพุทธสถานและเชื่อกันในตำนานท้องถิ่นว่าบรรจุพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า ชื่อ 'เจงเวง' สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากภาษาเขมร 'เชิงแวง' ที่แปลว่าขายาว ผูกกับตำนานการแข่งสร้างพระธาตุระหว่างกลุ่มหญิงกับกลุ่มชายเพื่อรอรับพระธาตุ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าคู่กับพระธาตุภูเพ็กบนภูเขาอีกฟากหนึ่ง
จุดที่คนสายประวัติศาสตร์มาแล้วชอบคือทับหลังและลวดลายสลักบนหินทราย ทับหลังบางชิ้นยังเห็นภาพเทพและลายหน้ากาลกลืนสัตว์ที่แกะได้คมชัด เสาประดับมุมประตูมีรูปฤๅษีเล็ก ๆ สลักไว้ตอนล่าง ให้ภาพงานช่างขอมที่หาดูได้ไม่บ่อยในอีสานตอนบน รอบองค์ปราสาทจัดเป็นสวนหญ้าโล่ง มีต้นไม้ให้ร่ม บรรยากาศเงียบสงบ ลานจอดรถกว้าง เข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เหมาะกับคนที่ชอบเดินดูของเก่าแบบไม่ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยว หลายคนแวะที่นี่ช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อถ่ายภาพเก็บลายหิน แล้วต่อไปไหว้พระที่วัดพระธาตุเชิงชุมกลางเมืองในทริปเดียวกัน เพราะระยะทางไม่ไกล
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นโบราณสถานที่ชำรุดพอสมควร ยอดปรางค์และส่วนหลังคาพังหายไปหลายส่วน บางจุดมีการเสริมปูนซ่อมให้พอเห็นโครง จึงเป็นซากปราสาทมากกว่าปราสาทที่สมบูรณ์ทั้งองค์ ขนาดก็ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปราสาทขอมใหญ่อย่างพิมายหรือพนมรุ้ง คนที่คาดหวังความอลังการอาจรู้สึกว่าเรียบไปหน่อย รอบองค์ปราสาทเป็นลานกลางแจ้งไม่ค่อยมีร่ม ช่วงกลางวันแดดแรงมาก ควรเลี่ยงไปช่วงเช้าหรือเย็นและพกหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย ป้ายให้ข้อมูลประวัติมีไม่มากและบางช่วงไม่มีเจ้าหน้าที่บรรยาย คนที่อยากเข้าใจลวดลายและตำนานลึก ๆ ควรอ่านข้อมูลมาก่อนหรือจ้างไกด์ท้องถิ่น จะได้อรรถรสมากกว่าการเดินดูเฉย ๆ และเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมเวลาเดินชม
- ปราสาทขอมหินทรายของแท้บนฐานศิลาแลง หาดูได้ไม่บ่อยในอีสานตอนบน เป็นเทวสถานฮินดูเก่าราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ที่ปรับเป็นพุทธสถานภายหลัง
- ทับหลังและลวดลายสลักบนหินยังเห็นภาพเทพ ลายหน้ากาล และรูปฤๅษีเล็กที่แกะได้คมชัด ถูกใจคนสายโบราณคดีและคนชอบถ่ายภาพงานช่าง
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถกว้าง สวนรอบเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน เดินดูสบาย
- อยู่ห่างตัวเมืองแค่ราว 6 กม. จับคู่ทริปกับวัดพระธาตุเชิงชุมกลางเมืองได้ในครึ่งวัน
- เป็นซากโบราณสถานที่ชำรุด ยอดปรางค์และหลังคาพังหายไปหลายส่วน บางจุดเสริมปูนซ่อม จึงไม่ใช่ปราสาทที่สมบูรณ์ทั้งองค์
- ขนาดเล็กและเรียบเมื่อเทียบกับปราสาทขอมใหญ่อย่างพิมายหรือพนมรุ้ง คนคาดหวังความอลังการอาจรู้สึกเฉย ๆ
- ลานรอบปราสาทเป็นที่โล่งไม่ค่อยมีร่ม แดดกลางวันแรงมาก และป้ายข้อมูลประวัติมีน้อย ไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่บรรยาย
วัดป่าอุดมสมพร + เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร (อ.พรรณานิคม)
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม เป็นวัดป่าสายกรรมฐานที่หลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระเกจิสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เคยจำพรรษาและมรณภาพลงที่นี่ในปี 2520 จุดที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาคือเจดีย์พิพิธภัณฑ์ทรงดอกบัวกลีบซ้อนสามชั้น สูงราว 27.9 เมตร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จมาวางศิลาฤกษ์ในปี 2523 และสร้างเสร็จปี 2525 ภายในจัดแสดงอัฐิ เครื่องอัฐบริขาร และหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริงของหลวงปู่ฝั้นในอิริยาบถนั่ง ให้คนที่มากราบได้ระลึกถึงวัตรปฏิบัติของท่าน รอบเจดีย์เป็นสวนป่าร่มรื่น เดินได้สบายและเงียบสงบตามแบบวัดป่า
บรรยากาศของที่นี่ต่างจากวัดในเมืองอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นวัดปฏิบัติที่เน้นความสำรวมและความเรียบง่าย คนที่มาส่วนใหญ่มาไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมพิพิธภัณฑ์แบบเงียบ ๆ ไม่ใช่จุดถ่ายรูปคึกคัก การแต่งกายจึงควรสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ลดเสียงพูดคุย และปฏิบัติตามป้ายในเขตสังฆาวาส ตัววัดอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครราว 37 กิโลเมตร เดินทางง่ายที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือเหมารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก หลายคนจัดทริปสายบุญสกลนครโดยแวะที่นี่ควบกับวัดป่าสุทธาวาสและพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่นในตัวเมืองในวันเดียวกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะมาคือเช้าถึงบ่ายแก่ ๆ แดดไม่แรงและอากาศกำลังสบาย โดยเฉพาะหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ที่เชิงเทือกเขาภูพานเย็นและเดินชมได้เพลิน สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตรง ๆ คือที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเท่าจุดท่องเที่ยวใหญ่ ร้านค้าและจุดพักมีจำกัด ควรเตรียมน้ำดื่มและของใช้จำเป็นไปเอง ช่วงงานประจำปีหรือวันสำคัญทางศาสนาคนจะแน่นและที่จอดรถเต็มเร็ว หากอยากได้ความสงบแบบเต็มที่ให้เลี่ยงวันเหล่านั้นและมาช่วงวันธรรมดา จะได้เดินชมเจดีย์และกราบสรีระหลวงปู่ฝั้นแบบไม่ต้องรีบ
- เจดีย์พิพิธภัณฑ์ทรงดอกบัวสวยและมีคุณค่า จัดแสดงอัฐบริขารกับหุ่นเท่าองค์จริงของหลวงปู่ฝั้นให้กราบระลึกถึง
- บรรยากาศวัดป่าเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยสวนป่า เดินชมได้สบายเหมาะกับสายบุญและคนชอบที่สงบ
- ไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา และเป็นหมุดหมายสำคัญของทริปสายธรรมสกลนคร
- อยู่ในเส้นทางที่จับคู่กับวัดสายกรรมฐานอื่นในตัวเมืองได้ในวันเดียว จัดทริปง่าย
- รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก อยู่ห่างตัวเมืองราว 37 กม. เกือบต้องมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ
- เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เน้นความสำรวม ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมีจำกัด ควรเตรียมของไปเอง
- ช่วงงานประจำปีและวันสำคัญทางศาสนาคนแน่นและที่จอดรถเต็มเร็ว เสียบรรยากาศสงบ
เวิร์กช็อปย้อมครามผ้าฝ้ายกับชุมชนคราม สกลนคร (ชม-ช้อป-ทดลองย้อมครามธรรมชาติ ที่บ้านโนนเรือ/บ้านดอนกอย และ Kram Sakon)
สกลนครคือเมืองหลวงของผ้าย้อมครามธรรมชาติ มีหมู่บ้านที่ปลูกต้นครามและย้อมผ้ากันเองกว่าสองร้อยชุมชน ทำให้เป็นจังหวัดที่หากิจกรรมย้อมครามลงมือทำเองได้ง่ายที่สุดในไทย เสน่ห์ของครามสกลคือใช้ต้นครามเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ต่างจากผ้าหม้อห้อมทางภาคเหนือที่ใช้ต้นห้อมคนละชนิดกัน สีน้ำเงินอมครามที่ได้จึงมีเฉดเฉพาะตัว และทั้งกระบวนการก่อหม้อครามใช้วัสดุธรรมชาติล้วน ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ ชุมชนที่คนนิยมไปกันมีทั้งบ้านโนนเรือ อำเภอพรรณานิคม ที่มีโฮมครามให้ชมการทอและการย้อม บ้านดอนกอยที่เป็นหมู่บ้านผ้าครามขึ้นชื่อ บ้านหนองครอง และแหล่งเรียนรู้ในตัวเมืองอย่าง Kram Sakon ที่จัดเวิร์กช็อปแบบเป็นระบบและเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน
ตัวเวิร์กช็อปเริ่มจากเลือกชิ้นงานที่จะย้อม จะเป็นผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ เสื้อยืด หรือกระเป๋าผ้าก็ได้ แต่ต้องเป็นผ้าฝ้ายแท้เท่านั้นสีครามถึงจะติด จากนั้นทีมงานจะสอนมัดลายด้วยหนังยางและเชือก ทั้งพับ รัด มัด และขยำ เพื่อให้เกิดลวดลายตอนย้อม แล้วนำผ้าไปจุ่มลงหม้อครามหลายรอบ ยิ่งจุ่มซ้ำหลายครั้งสีก็ยิ่งเข้ม พอแกะออกมาลายที่มัดไว้จะกลายเป็นสีขาวตัดกับพื้นน้ำเงิน ทั้งกระบวนการใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงรวมเวลารอผ้าแห้ง ราคาคิดตามชนิดชิ้นงานตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลายร้อยบาทสำหรับเสื้อผืนใหญ่ ส่วนใครที่แค่อยากชมการทอ ชมการย้อม และเดินเลือกซื้อผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อสำเร็จรูป หรือกระเป๋า ก็เข้าชมได้โดยไม่มีค่าเข้า เงินที่จ่ายตรงเข้ากลุ่มแม่บ้านในชุมชนโดยตรง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือชุมชนเหล่านี้อยู่นอกตัวเมืองและกระจายกันคนละอำเภอ บ้านโนนเรือกับบ้านดอนกอยอยู่อำเภอพรรณานิคม การเดินทางสะดวกที่สุดคือมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก ข้อสองคือหลายกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ไม่ได้เปิดรับเวิร์กช็อปตลอดเวลา ควรโทรนัดล่วงหน้าโดยเฉพาะถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่หรือมาช่วงที่ชาวบ้านติดงานในนา ข้อสามคือมือและเล็บจะเปื้อนครามระหว่างย้อม สีติดอยู่ได้หลายวันแม้จะล้างแล้ว ควรใส่ถุงมือถ้าไม่อยากให้เปื้อน และใส่เสื้อผ้าที่ไม่กลัวเลอะ ข้อสี่คือผ้าที่เพิ่งย้อมเสร็จอาจยังหมาด ควรเผื่อถุงหรือที่ใส่ผ้าเปียกกลับ และช่วงหน้าฝนผ้าจะแห้งช้ากว่าปกติ อีกเรื่องที่ทำให้ทริปสนุกขึ้นคือลองถามที่มาของลายผ้าและการก่อหม้อครามจากแม่ ๆ ในชุมชน เพราะแต่ละลายมักมีเรื่องเล่าของหมู่บ้านซ่อนอยู่
- ได้ลงมือมัดย้อมครามด้วยตัวเองแล้วได้ผ้าพันคอ เสื้อ หรือกระเป๋าเป็นของที่ระลึกที่ทำเองชิ้นเดียวในโลก
- ครามสกลใช้ต้นครามและวัสดุธรรมชาติล้วน ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ สีน้ำเงินอมครามมีเฉดเฉพาะตัว
- ราคาเข้าถึงง่าย เริ่มหลักร้อยต้น ๆ และเงินเข้ากลุ่มแม่บ้านในชุมชนโดยตรง ชมการทอ-ย้อมและซื้อผ้าได้โดยไม่มีค่าเข้า
- มีให้เลือกหลายชุมชนทั้งบ้านโนนเรือ บ้านดอนกอย บ้านหนองครอง และแหล่งเรียนรู้ในเมือง เลือกได้ตามเส้นทางและความสะดวก
- ชุมชนอยู่นอกตัวเมืองและกระจายคนละอำเภอ ไม่มีรถส่วนตัวจะเดินทางลำบากเพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก
- หลายกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ไม่ได้เปิดเวิร์กช็อปตลอดเวลา ควรโทรนัดล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงชาวบ้านติดงานในนา
- มือและเล็บจะเปื้อนครามระหว่างย้อม สีติดอยู่ได้หลายวันแม้ล้างแล้ว และผ้าที่เพิ่งย้อมเสร็จอาจยังหมาด แห้งช้าช่วงหน้าฝน
วัดพระธาตุภูเพ็ก — ปราสาทขอมค้างสร้างบนยอดเขาภูพาน (เดินบันได ~491 ขั้น) อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
พระธาตุภูเพ็กเป็นปราสาทขอมสมัยเก่าที่ตั้งอยู่บนยอดเขาในเทือกเขาภูพาน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ห่างจากตัวเมืองราว 22–37 กิโลเมตร ความพิเศษของที่นี่คือเป็นปราสาทหินที่ยังสร้างไม่เสร็จ เหลือเพียงตัวเรือนธาตุก่อด้วยศิลาแลงและหินทรายวางเรียงเป็นฐาน ยังไม่มีการประดับสลักลวดลายและยอดปราสาทให้สมบูรณ์ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าอาจสร้างค้างไว้ในสมัยที่อิทธิพลขอมแผ่มาถึงบริเวณนี้ ทำให้ได้เห็นโครงสร้างดิบ ๆ ที่บอกเล่าวิธีก่อสร้างปราสาทได้ชัดเจน อีกจุดที่คนพูดถึงคือทำเลบนเขาที่สูงที่สุดในบรรดาปราสาทขอมของไทย มองลงมาเห็นที่ราบสกลนครกว้างไกล ช่วงเช้าและเย็นอากาศเย็นสบาย เป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปที่คนในพื้นที่แนะนำ
จุดที่ต้องเตรียมใจคือการขึ้นไปถึงตัวปราสาท เพราะต้องขับรถหรือนั่งรถขึ้นเขาไปจนสุดทาง แล้วเดินบันไดหินขึ้นต่ออีกราว 491 ขั้น รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่าบันไดค่อนข้างยาวและชัน คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจะเหนื่อยและต้องหยุดพักเป็นระยะ แต่ระหว่างทางมีศาลาและจุดพักให้นั่งหายเหนื่อย เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้วส่วนใหญ่บอกว่าคุ้มกับวิวและความสงบที่ได้ ด้วยความที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในเขตที่กำหนด และสำรวมเสียงเมื่ออยู่บริเวณองค์ปราสาท ที่นี่ไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้ขึ้นไปสักการะและชมได้ทั่วไป ทำบุญได้ตามศรัทธา
เรื่องความปลอดภัยและการเตรียมแรงเป็นสิ่งที่ควรวางแผนก่อนไป บันไดหินบางช่วงอาจลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตกหรือมีมอสจับ จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ยึดเกาะดี ไม่ใส่รองเท้าแตะพื้นเรียบ ควรพกน้ำดื่มขึ้นไปเองเพราะด้านบนร้านค้าน้อย และเผื่อเวลาให้ค่อย ๆ เดินไม่ต้องรีบ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนมีปัญหาข้อเข่าและหัวใจควรประเมินร่างกายตัวเองก่อน ช่วงเวลาที่เดินสบายที่สุดคือเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรง หลีกเลี่ยงเที่ยงวันที่ร้อนจัด เส้นทางขึ้นเขาเป็นถนนภูเขาคดโค้ง คนขับเองควรระวังและขับช้า ๆ ส่วนคนที่ไม่มีรถส่วนตัวมักเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองสกลนครขึ้นไป เพราะรถสาธารณะเข้าถึงจุดนี้ยาก
- ปราสาทขอมค้างสร้างที่หาดูยาก ได้เห็นโครงสร้างศิลาแลงและวิธีก่อสร้างแบบดิบ ๆ อยู่สูงที่สุดในบรรดาปราสาทขอมของไทย
- วิวที่ราบสกลนครกว้างไกลจากยอดเขา อากาศเย็นสบายช่วงเช้าและเย็น เหมาะถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์
- เป็นจุดเที่ยวเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และคนที่ชอบธรรมชาติกับความสงบ
- ไม่มีค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามศรัทธา และมีศาลาให้นั่งพักระหว่างทางเดินขึ้น
- ต้องเดินบันไดหิน ~491 ขั้นที่ยาวและชัน คนไม่ค่อยออกกำลังกายจะเหนื่อยมากและต้องพักเป็นระยะ
- บันไดหินลื่นได้หลังฝนตกหรือมีมอสจับ ควรใส่รองเท้ายึดเกาะดีและระวังเป็นพิเศษ
- รถสาธารณะเข้าถึงยาก ถนนขึ้นเขาคดโค้ง คนไม่มีรถต้องเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์จากตัวเมือง
เที่ยวสกลนคร พักที่ไหนดี?
เลือกโรงแรมในเมืองสกลนครใกล้พระธาตุเชิงชุม-หนองหาร เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ทริปสกลนครเที่ยวได้ทั้งปี จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวกช่วงเทศกาลออกพรรษาที่คนเยอะ
💡 รู้ก่อนเที่ยวสกลนคร
วัดป่าสุทธาวาส (พิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น) และวัดสายกรรมฐานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรแต่งกายสุภาพ พูดเบา และเดินตามทางที่จัดไว้
อุทยานแห่งชาติภูพานและพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์อยู่บนเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ อากาศดีหน้าหนาว มีน้ำตกและจุดชมวิว เช็กวันเปิดพระตำหนักก่อนไป
วัดถ้ำผาแด่นมีงานแกะสลักหินผาและจุดชมวิวเมือง ทางขึ้นเป็นเขา ควรเตรียมรถที่พร้อมและระวังทางโค้ง
งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งและออกพรรษา (ราวเดือน ต.ค.) เป็นไฮไลต์วัฒนธรรมริมหนองหาร ช่วงนั้นเมืองคึกคักและที่พักเต็มไว ควรจองล่วงหน้า
จัดทริปสกลนครยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน วันแรกเที่ยวในเมือง — ไหว้พระธาตุเชิงชุม ชมพิพิธภัณฑ์วัดป่าสุทธาวาส (หลวงปู่มั่น) เย็นชิลริมหนองหาร วันที่สองขึ้นวัดถ้ำผาแด่นชมวิว และเข้าอุทยานฯ ภูพาน/พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จะได้ครบทั้งสายธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม สกลนครรวมทริปกับนครพนม/มุกดาหารได้
พร้อมเที่ยวสกลนครแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักสกลนคร →