🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
สมุทรปราการอยู่ติดกรุงเทพฯ ทางใต้ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางสะดวกด้วยรถและรถไฟฟ้า เที่ยวแบบเดย์ทริปได้ ไฮไลต์คือเมืองโบราณ (Ancient City/Muang Boran) พื้นที่กว้างที่จำลองสถาปัตยกรรมและโบราณสถานสำคัญจากทั่วไทย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณอาคารรูปช้างสามเศียรขนาดใหญ่ บางกะเจ้าคุ้งน้ำสีเขียวที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ เหมาะปั่นจักรยาน และพระสมุทรเจดีย์กับวัดริมปากน้ำ
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป เมืองโบราณและช้างเอราวัณมีค่าเข้าและใช้เวลาชมครึ่งวัน บางกะเจ้าเหมาะปั่นจักรยานช่วงเช้า-เย็น อากาศดีหน้าหนาว อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้
เมืองโบราณ สมุทรปราการ (Ancient City / Muang Boran) — สวนจำลองสถาปัตยกรรมและโบราณสถานทั่วไทยกลางแจ้ง
เมืองโบราณคือสวนวัฒนธรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ ผังพื้นที่ทำเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย แล้ววางโบราณสถานและสถาปัตยกรรมสำคัญจากแต่ละภาคเอาไว้ตามตำแหน่งจริงบนแผนที่ ทั้งพระที่นั่ง ปราสาทหิน วัด เจดีย์ ตลาดน้ำ และเรือนไทยหลายแบบ บางหลังเป็นของจริงที่ย้ายมาบูรณะ บางหลังสร้างจำลองตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เดินชมทีเดียวเหมือนได้เห็นงานช่างจากเหนือจรดใต้ในที่เดียว เหมาะกับคนที่สนใจศิลปะไทย ประวัติศาสตร์ หรือชอบถ่ายรูปกับฉากสวย ๆ ที่ไม่พลุกพล่านเท่าวัดกลางเมือง
จุดที่ต้องเตรียมใจคือพื้นที่กว้างมากจริง ๆ เดินเท้าอย่างเดียวทั้งวันก็ยังไม่ทั่ว วิธียอดนิยมคือปั่นจักรยานที่ทางสวนมีให้ หรือเช่ารถกอล์ฟไฟฟ้าถ้ามากันหลายคนหรือมีผู้สูงอายุไปด้วย บัตรเข้าชมบางแบบรวมค่าจักรยานไว้แล้ว ส่วนรถกอล์ฟคิดแยกเป็นรายชั่วโมง การจองบัตรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ล่วงหน้ามักได้ราคาถูกกว่าซื้อหน้างาน และช่วยให้เทียบได้ว่าบัตรแต่ละแบบรวมอะไรบ้าง ควรไปถึงตั้งแต่เช้าเพื่อมีเวลาเดินได้เต็มที่ก่อนแดดแรงช่วงกลางวัน และเผื่อเวลาให้พอกับการแวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่มีเยอะกว่าที่คิด
สิ่งที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยและควรรู้ไว้ก่อนไป คืออากาศกลางแจ้งค่อนข้างร้อนและร่มเงาไม่ได้มีทุกจุด ควรเตรียมหมวก ร่ม ครีมกันแดด และน้ำดื่มติดตัว ร้านอาหารและจุดขายของภายในมีจำกัดและหลายคนบอกว่าราคาสูงกว่าข้างนอก บางคนจึงเตรียมของว่างเข้าไปเอง ช่วงวันธรรมดาคนไม่เยอะทำให้เดินสบายและถ่ายรูปได้โล่ง แต่ก็แลกกับบรรยากาศที่เงียบมากในบางโซน การเดินทางมาเองด้วยรถส่วนตัวสะดวกสุดเพราะมีที่จอด ส่วนคนที่มาด้วยขนส่งสาธารณะต้องต่อรถเมล์หรือแท็กซี่จากสถานีรถไฟฟ้า ควรวางแผนเที่ยวกลับเผื่อไว้เพราะรถสาธารณะแถวนั้นไม่ได้ถี่มาก
- เห็นสถาปัตยกรรมและโบราณสถานสำคัญจากทุกภาคของไทยในที่เดียว จัดวางตามผังรูปแผนที่ประเทศ
- พื้นที่กว้างและร่มรื่น เดินหรือปั่นจักรยานชมได้เรื่อย ๆ เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายประวัติศาสตร์
- คนไม่พลุกพล่านเท่าวัดกลางเมือง โดยเฉพาะวันธรรมดา ถ่ายรูปได้โล่งและบรรยากาศสงบ
- อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้ มีที่จอดรถสะดวกสำหรับคนขับรถมาเอง
- พื้นที่กว้างมากจนเดินเท้าอย่างเดียวไม่ทั่ว ต้องพึ่งจักรยานหรือรถกอล์ฟที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- อากาศกลางแจ้งร้อนและร่มเงาไม่ทั่วถึง ร้านอาหารภายในมีจำกัดและราคาสูงกว่าข้างนอก
- มาด้วยขนส่งสาธารณะไม่สะดวกนัก ต้องต่อรถเมล์หรือแท็กซี่จากรถไฟฟ้าและวางแผนเที่ยวกลับเผื่อไว้
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (Erawan Museum อาคารช้างสามเศียร)
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่จำง่ายที่สุดของสมุทรปราการ เพราะตัวอาคารทำเป็นรูปช้างสามเศียรสีเขียวสำริดองค์มหึมาตั้งอยู่บนฐานอาคารทรงกลม มองเห็นได้แต่ไกลจากถนนสุขุมวิท ตัวช้างหล่อด้วยทองแดงเคาะมือทีละแผ่นประกอบกันขึ้นเป็นรูปทรง สูงหลายสิบเมตรและหนักหลายร้อยตัน แนวคิดของผู้สร้างคือใช้อาคารเก็บรักษาวัตถุโบราณและงานศิลป์สะสม โดยแบ่งพื้นที่ชมออกเป็นสามส่วนเชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่ชั้นใต้ดินที่แทนโลกบาดาล ชั้นกลางที่แทนโลกมนุษย์ ไปจนถึงส่วนบนในท้องช้างที่แทนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุดที่คนพูดถึงมากคือบันไดเวียนและโถงกลางที่ประดับด้วยกระจกสีหลากเฉด งานปูนปั้น และเซรามิกลวดลายละเอียด เดินขึ้นไปแล้วได้ทั้งมุมถ่ายรูปและได้เห็นฝีมือช่างที่ตั้งใจทำจริง
รอบตัวอาคารยังจัดเป็นสวนที่มีสระน้ำ รูปปั้น และซุ้มประดับให้เดินเล่นถ่ายรูปได้สบาย ๆ ก่อนหรือหลังขึ้นชมด้านใน การเดินทางค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าช้างเอราวัณ ลงจากสถานีแล้วเดินต่ออีกราวแปดร้อยเมตรก็ถึง หรือจะนั่งรถ แท็กซี่ และรถสาธารณะจากตัวเมืองก็ได้ ค่าเข้าชมเก็บแยกอัตราระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติอย่างชัดเจน มีส่วนลดสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ และบางช่วงเวลาเย็นหลังห้าโมงมีการลดราคาลง ควรเตรียมเงินสดหรือเช็กช่องทางจ่ายล่วงหน้า และเผื่อเวลาชมราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งเพื่อเดินได้ครบทั้งสามชั้นและสวนรอบนอก บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ที่นี่ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าหกร้อยแปดสิบราย และติดอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในจังหวัด
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือด้านในตัวช้างช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อนและอบ รีวิวหลายรายพูดตรงกันว่าถ้ามาช่วงบ่ายแดดจัดจะเดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยและเหงื่อออกมาก การมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจึงสบายตัวกว่า ข้อสองคือการขึ้นสู่ท้องช้างต้องเดินบันไดเวียนที่ค่อนข้างชัน แม้จะมีลิฟต์บริการแต่บางช่วงคนเยอะต้องรอคิว ผู้สูงอายุและคนที่เดินไม่สะดวกควรวางแผนเรื่องนี้ไว้ ข้อสามคือค่าเข้าสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่า บางรีวิวมองว่าราคานี้แพงเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ชม จึงเหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมและงานศิลป์เป็นทุนเดิม ข้อสี่คือที่นี่เป็นสถานที่ที่มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย จึงมีกติกาเรื่องการแต่งกายให้สุภาพ ควรเลี่ยงเสื้อกล้ามหรือกางเกงขาสั้นมากเกินไป และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด เผื่อผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไปด้วยจะช่วยได้เวลาต้องเข้าเขตที่ต้องแต่งกายเรียบร้อย
- อาคารช้างสามเศียรสำริดองค์ใหญ่เป็นแลนด์มาร์กที่จำง่ายและถ่ายรูปสวยทั้งจากด้านนอกและในสวนรอบอาคาร
- ภายในตกแต่งด้วยกระจกสี งานปูนปั้น และเซรามิกลวดลายละเอียด เห็นฝีมือช่างที่ตั้งใจทำจริง เดินชมได้ทั้งสามชั้น
- เดินทางสะดวก อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าช้างเอราวัณ เดินต่อราว 800 เมตร เที่ยวเป็นครึ่งวันได้ง่าย
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากกว่า 681 ราย และติดอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในจังหวัด
- ด้านในตัวช้างช่วงกลางวันอากาศร้อนและอบ เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยและเหงื่อออกมาก ควรเลี่ยงช่วงบ่ายแดดจัด
- ขึ้นสู่ท้องช้างต้องเดินบันไดเวียนที่ค่อนข้างชัน มีลิฟต์แต่บางช่วงคนเยอะต้องรอคิว ผู้สูงอายุต้องวางแผน
- ค่าเข้าสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่า บางรีวิวมองว่าแพงเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ชม
ปั่นจักรยานบางกะเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ) + ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
คุ้งบางกะเจ้าเป็นแผ่นดินรูปกระเพาะหมูที่แม่น้ำเจ้าพระยาโค้งอ้อม อยู่ฝั่งตรงข้ามกับย่านบางนา-คลองเตย แม้จะขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการและอยู่ห่างใจกลางกรุงเทพฯ แค่ข้ามแม่น้ำ แต่บรรยากาศต่างกันคนละเรื่อง เพราะที่นี่ยังเต็มไปด้วยสวนมะพร้าว ป่าจาก และคลองเล็กคลองน้อย จนได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ที่ช่วยฟอกอากาศให้เมือง กิจกรรมที่คนนิยมที่สุดคือการเช่าจักรยานปั่นไปตามทางปูนแคบ ๆ ที่ยกระดับเลียบคลอง ลอดใต้ร่มไม้ครึ้ม ผ่านบ้านสวน วัด และร้านกาแฟเล็ก ๆ เส้นทางไม่ชันและไม่ยาวมาก จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้ปั่นเป็นประจำ รวมถึงพาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วยได้
วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือฝั่งกรุงเทพฯ เช่น ท่าเรือวัดบางนานอกหรือท่าคลองเตย ข้ามมาขึ้นฝั่งบางกะเจ้าแล้วเช่าจักรยานที่ร้านใกล้ท่าเรือหรือแถวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ค่าเช่าจักรยานคิดเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาทั้งวันในราคาหลักสิบบาท ส่วนเรือข้ามฟากรับทั้งคนและจักรยานในราคาไม่กี่บาทต่อเที่ยว จุดหมายที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจแวะคือตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ มีของกินพื้นบ้าน ขนมไทย และสินค้าชุมชนให้เดินชิม ใครไปวันธรรมดาจะเจอตลาดปิด แต่ก็ยังปั่นชมสวนและแวะสวนศรีนครเขื่อนขันธ์กับพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อได้ ควรเผื่อเวลานั่งเรือและหาที่จอดรถฝั่งกรุงเทพฯ ไว้ด้วย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือทางปั่นหลายช่วงเป็นสะพานปูนแคบยกสูงจากพื้นและไม่มีราวกั้น บางจุดผิวทางลื่นหรือมีร่อง จึงต้องปั่นด้วยความระวัง โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตกที่ตะไคร่ทำให้ลื่นง่าย จักรยานให้เช่าบางคันเก่าและเบรกไม่ค่อยดี ควรลองเบรกและปรับอานให้พอดีก่อนออกตัว แผนที่เส้นทางในคุ้งค่อนข้างซับซ้อนและป้ายบอกทางมีไม่มาก คนที่ปั่นครั้งแรกมักหลงทางได้ง่าย การเปิดแผนที่ในมือถือหรือถ่ายรูปแผนผังไว้จะช่วยได้ อากาศช่วงกลางวันร้อนและมียุงชุมโดยเฉพาะช่วงลอดใต้ร่มไม้ ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และยากันยุงไปด้วย ช่วงเช้าก่อนแดดแรงหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เป็นเวลาที่ปั่นสบายที่สุด
- ปั่นจักรยานในพื้นที่สีเขียวเลียบคลองที่ร่มรื่นและอากาศดี ทั้งที่อยู่ห่างใจกลางกรุงเทพฯ แค่ข้ามแม่น้ำ
- ค่าเช่าจักรยานและค่าเรือข้ามฟากถูกมาก เริ่มต้นหลักสิบบาท ไม่ต้องจองล่วงหน้า
- เส้นทางไม่ชันและระยะไม่ยาว เหมาะกับมือใหม่ พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วยได้
- แวะตลาดน้ำบางน้ำผึ้งวันเสาร์-อาทิตย์ได้ของกินพื้นบ้านและบรรยากาศชุมชนแบบท้องถิ่น
- ทางปั่นหลายช่วงเป็นสะพานปูนแคบยกสูงไม่มีราว บางจุดลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตก ต้องปั่นระวัง
- เส้นทางในคุ้งซับซ้อน ป้ายบอกทางน้อย คนปั่นครั้งแรกหลงทางได้ง่าย
- ตลาดน้ำเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ไปวันธรรมดาจะเจอตลาดปิด และอากาศกลางวันร้อนกับมียุงชุม
องค์พระสมุทรเจดีย์ (พระเจดีย์กลางน้ำ) ปากน้ำ + นั่งเรือข้ามฟากไหว้พระ สมุทรปราการ
องค์พระสมุทรเจดีย์ หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า “พระเจดีย์กลางน้ำ” เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตัวเมืองปากน้ำและศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการพอดี เดิมทีเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางปากแม่น้ำ ก่อนที่ตะกอนทรายจะทับถมจนกลายเป็นแผ่นดินติดฝั่งอย่างทุกวันนี้ ชื่อ “พระเจดีย์กลางน้ำ” จึงยังติดปากมาจนถึงปัจจุบัน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 มาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และต่อมามีการเสริมองค์เจดีย์ให้สูงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้เป็นหมุดหมายสำคัญของคนที่ล่องเรือเข้าออกปากแม่น้ำมายาวนาน สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่อยากหาที่เที่ยวสายบุญใกล้เมือง ที่นี่จึงเป็นจุดหมายเดย์ทริปที่ไปกลับได้สบายในครึ่งวัน
เสน่ห์ที่ทำให้คนพูดถึงมากที่สุดคือการเดินทางไปไหว้พระด้วยการนั่งเรือข้ามฟาก เรือข้ามฟากจากท่าเรือปากน้ำวิ่งบ่อยตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่างไปจนถึงค่ำ ค่าโดยสารเพียงหลักบาท ระหว่างนั่งเรือก็ได้เห็นวิถีริมน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใกล้ปากอ่าว เรือสินค้า เรือประมง และสายลมทะเลอ่อน ๆ พอขึ้นฝั่งอีกด้านก็เดินเข้าเขตวัดไปสักการะองค์เจดีย์ ภายในบริเวณมีทั้งพระวิหาร พระพุทธรูป และซุ้มให้กราบไหว้ บนหน้ารีวิว Tripadvisor เจดีย์แห่งนี้ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 จากรีวิว 26 ราย หลายเสียงบอกตรงกันว่าเสน่ห์อยู่ที่การได้นั่งเรือข้ามฟากไป ตัวเจดีย์สวยและร่มรื่น เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ มากกว่าที่เที่ยวคึกคัก และหลายคนบอกว่ายามค่ำที่เปิดไฟส่ององค์เจดีย์เป็นสีชมพูก็สวยไปอีกแบบ
ช่วงที่คึกคักที่สุดของปีคืองานห่มผ้าแดงองค์พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นงานประจำจังหวัดปลายปี ต่อเนื่องหลายวัน มีขบวนแห่ผ้าแดงไปห่มองค์เจดีย์ ออกร้าน และผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันแน่น ใครอยากเห็นบรรยากาศเทศกาลเต็มที่ให้เล็งช่วงนี้ไว้ แต่ก็ต้องเผื่อใจว่าคนเยอะและเรือข้ามฟากแน่นกว่าปกติ สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นสถานที่ทางศาสนา ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเกินไป ข้อสองคือเที่ยวกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาไม่มาก ควรพกร่มหรือหมวกและไปช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า ข้อสามคือถ้าไม่นั่งเรือข้ามฟากแล้วขับรถอ้อมไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์เอง เส้นทางค่อนข้างอ้อมและที่จอดรถมีจำกัด การนั่งเรือข้ามฟากจากปากน้ำจึงสะดวกและได้อารมณ์กว่ามาก และข้อสุดท้ายควรพกเงินสดย่อยไว้ทั้งค่าเรือและร่วมทำบุญ เพราะจุดนี้ยังใช้เงินสดเป็นหลัก
- ได้นั่งเรือข้ามฟากจากปากน้ำไปไหว้พระ ค่าเรือแค่หลักบาทและวิ่งบ่อยตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เป็นเสน่ห์ที่รีวิวจริงพูดถึงมากที่สุด
- เจดีย์เก่าแก่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 บรรยากาศเงียบร่มรื่น เหมาะกับสายบุญที่ไม่ชอบที่เที่ยวคึกคัก
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา เป็นเดย์ทริปสายบุญใกล้กรุงเทพฯ ที่ไปกลับได้สบายในครึ่งวัน
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 หลายคนชมว่าตัวเจดีย์สวยและยามค่ำเปิดไฟส่องเป็นสีชมพูสวยอีกแบบ
- เที่ยวกลางวันแดดแรงและร่มเงาไม่มาก ควรพกร่มหรือหมวกและไปช่วงเช้าหรือเย็น
- ถ้าไม่นั่งเรือข้ามฟากแล้วขับรถอ้อมไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์เอง เส้นทางค่อนข้างอ้อมและที่จอดรถมีจำกัด
- ช่วงงานห่มผ้าแดงปลายปีคนเยอะและเรือข้ามฟากแน่นกว่าปกติ อีกทั้งจุดนี้ยังใช้เงินสดเป็นหลัก ควรพกเงินสดย่อยไปด้วย
วัดอโศการาม + พระธุตังคเจดีย์ริมทะเลบางปู (วัดสายกรรมฐานท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
วัดอโศการามเป็นวัดสายวิปัสสนากรรมฐานริมทะเลบางปู อยู่ในตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ก่อตั้งโดยท่านพ่อลี ธมฺมธโร พระสายกรรมฐานลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือพระธุตังคเจดีย์ ซึ่งเป็นหมู่เจดีย์สีขาวเรียงตัวกันหลายองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนมากราบไหว้ ตัวเจดีย์ทาสีขาวสะอาดตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำทะเลด้านหลัง เดินชมและถ่ายรูปได้รอบ ๆ บรรยากาศโดยรวมของวัดค่อนข้างเงียบและร่มรื่น ต่างจากวัดในเมืองที่คนพลุกพล่าน จึงเหมาะกับคนที่อยากมาทำบุญแบบสงบ ๆ หรือหาที่นั่งสมาธิใกล้กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางไกล
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ทั้งไหว้พระและได้เห็นทะเลในที่เดียว วัดอยู่ติดชายฝั่งบางปู เดินไม่กี่ก้าวก็เจอลมทะเลและวิวกว้าง ๆ ช่วงเช้าและเย็นแดดไม่แรง เดินชมเจดีย์ได้สบายและได้ภาพสวย นอกจากพระธุตังคเจดีย์แล้วในวัดยังมีวิหารและอาคารปฏิบัติธรรมให้เข้าไปกราบพระ บางช่วงมีคอร์สปฏิบัติธรรมและงานบุญตามเทศกาล คนที่สนใจแนวสายกรรมฐานสามารถสอบถามทางวัดเรื่องกำหนดการล่วงหน้าได้ การเดินทางไม่ยาก ขับรถเองจากตัวเมืองสมุทรปราการราว 6 กิโลเมตร มีที่จอดรถในวัด หรือจะแวะต่อจากสถานีตากอากาศบางปูที่อยู่ใกล้กันก็ทำได้ในทริปเดียว เข้าชมไม่เสียค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวัดปฏิบัติธรรม ไม่ใช่แหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงต้องแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยา งดเสียงดังหรือถ่ายรูปในลักษณะที่ไม่เหมาะกับสถานที่ เพราะมีทั้งพระและผู้มาปฏิบัติธรรมใช้พื้นที่อยู่ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างจัดและลานเจดีย์เปิดโล่งเกือบทั้งหมด ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย บริเวณริมทะเลบางปูเป็นหาดเลนมากกว่าหาดทราย จึงมาเพื่อบรรยากาศและการทำบุญ ไม่ใช่มาเล่นน้ำ วันหยุดยาวและวันพระคนจะมากกว่าปกติ ถ้าอยากได้ความสงบจริง ๆ แนะนำมาวันธรรมดาช่วงเช้า และควรเช็กเวลาเปิด-ปิดของวัดกับกิจกรรมประจำวันก่อนออกเดินทาง เพื่อจัดเวลาให้พอดีกับการเดินชมและกราบพระ
- หมู่พระธุตังคเจดีย์สีขาวสวยเด่น ถ่ายรูปได้สวยและได้กราบพระบรมสารีริกธาตุในที่เดียว
- บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นริมทะเล เหมาะกับการทำบุญและนั่งสมาธิ ต่างจากวัดในเมืองที่คนแน่น
- อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางง่าย เข้าชมฟรี มีที่จอดรถ จับทริปครึ่งวันได้สบาย
- จับคู่เที่ยวต่อกับสถานีตากอากาศบางปูที่อยู่ใกล้กันได้ในทริปเดียว
- เป็นวัดปฏิบัติธรรม ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบครึกครื้น
- ลานเจดีย์เปิดโล่ง กลางวันแดดจัด ร้อน ควรเตรียมหมวกร่มและเลี่ยงช่วงเที่ยง
- ริมทะเลบางปูเป็นหาดเลน ไม่ใช่หาดทราย ลงเล่นน้ำไม่ได้ วันพระ/วันหยุดยาวคนเยอะ
สถานตากอากาศบางปู — ชมนกนางนวล เดินสะพานสุขตา ริมอ่าวไทย (Bangpu Recreation Center)
สถานตากอากาศบางปูอยู่ริมถนนสุขุมวิทช่วงกิโลเมตรที่ 37 ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ ห่างจากตัวกรุงเทพฯ แค่ราวสี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงโดยรถ จึงเป็นจุดที่คนกรุงนิยมขับออกมาเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ ที่นี่เป็นพื้นที่พักผ่อนริมทะเลของกองทัพบกที่เปิดมาตั้งแต่ราวปี 2480 มีทั้งลานกว้าง ป่าชายเลน และแนวชายฝั่งอ่าวไทยให้เดินรับลม ไฮไลต์ที่ทำให้คนมากันเยอะคือฝูงนกนางนวลอพยพจากไซบีเรียและแถบตอนเหนือของเอเชียที่บินหนีหนาวลงมาพักในช่วงราวเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน จำนวนหลายพันถึงหลายหมื่นตัว เกาะเรียงรายอยู่ตามเสาและราวสะพานให้ถ่ายรูปได้ใกล้ชิด
แลนด์มาร์กหลักคือสะพานสุขตา ทางเดินคอนกรีตที่ทอดยาวออกไปในทะเล ปลายสะพานเป็นอาคารเก่าที่เคยเป็นฟลอร์ลีลาศริมทะเลในอดีต เดินออกไปสุดสะพานจะได้วิวอ่าวไทยเปิดโล่งและลมทะเลเย็นสบาย ระหว่างทางมีคนขายขนมปังถุงเล็กสำหรับโยนให้นกนางนวล ซึ่งพอโยนขึ้นฟ้าฝูงนกจะบินตามมาโฉบรับเป็นภาพที่หลายคนตั้งใจมาถ่าย ช่วงเวลาที่คนนิยมที่สุดคือตอนบ่ายแก่ถึงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัด นอกจากดูนกและเดินเล่นแล้ว บริเวณเดียวกันยังมีร้านอาหารทะเลริมทะเลให้นั่งกินยาว ๆ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนให้เดินต่อสำหรับคนที่อยากใช้เวลามากขึ้น การเข้าชมไม่มีค่าบัตร มีเพียงค่าที่จอดรถเล็กน้อยในบางช่วง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือนกนางนวลมาเป็นฤดูกาล ถ้ามานอกช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนอาจเจอนกน้อยหรือแทบไม่เห็นเลย ควรวางแผนให้ตรงหน้าหนาวถ้าตั้งใจมาดูนกจริง ๆ อย่างที่สองคือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะและรถติดสะสมบริเวณทางเข้า ควรมาก่อนบ่ายสามเพื่อหาที่จอดและมุมถ่ายรูปสบาย ๆ อย่างที่สามคือน้ำทะเลแถบปากอ่าวค่อนข้างขุ่นและเป็นเลนตามธรรมชาติ ที่นี่เหมาะกับการเดินชมและถ่ายรูปมากกว่าการลงเล่นน้ำ อย่างที่สี่คือแดดริมทะเลแรงและลมพัดตลอด ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วย ส่วนคนที่พาเด็กมาให้อาหารนกควรดูแลใกล้ชิดเพราะฝูงนกโฉบเร็วและพื้นสะพานบางช่วงอาจลื่นจากละอองน้ำและมูลนก
- อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ราว 40 นาที–1 ชั่วโมง เที่ยวได้แบบเช้าไป-เย็นกลับ เข้าชมฟรี เหมาะกับครอบครัวและคนงบน้อย
- ช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนมีฝูงนกนางนวลอพยพหลายพันถึงหลายหมื่นตัว ให้อาหารและถ่ายรูปใกล้ชิดได้จริง
- สะพานสุขตาทอดยาวออกทะเล เดินรับลมและชมวิวอ่าวไทยได้กว้าง โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ย 4.1 เต็ม 5 จาก 135 รีวิว ติดอันดับ #3 ของสิ่งที่น่าทำในสมุทรปราการ และได้ Travelers' Choice
- นกนางนวลมาเป็นฤดูกาล ถ้ามานอกช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนอาจเจอนกน้อยหรือแทบไม่เห็นเลย
- ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ รถติดสะสมบริเวณทางเข้า และหาที่จอดยากขึ้น
- น้ำทะเลแถบปากอ่าวค่อนข้างขุ่นและเป็นเลน เหมาะเดินชมและถ่ายรูปมากกว่าลงเล่นน้ำ อีกทั้งแดดและลมริมทะเลแรง
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์ ในสวนบางกะเจ้า)
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งอยู่กลางคุ้งบางกะเจ้า ผืนสีเขียวรูปกระเพาะหมูที่แม่น้ำเจ้าพระยาโค้งล้อมเอาไว้ คนเรียกกันว่าปอดของกรุงเทพฯ ทั้งที่ตัวพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ตั้งอยู่ในสวนร่มรื่นริมคลอง เดินตามทางไม้ที่ทอดยาวใต้ร่มไม้ ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงที่เอาของกินถิ่นกับงานคราฟต์ OTOP มาขาย ทั้งของคาวของหวาน ขนมไทยโบราณ น้ำสมุนไพร ไปจนถึงงานฝีมือของที่ระลึก บรรยากาศจึงเป็นตลาดชุมชนที่คนไทยไปเดินกันเยอะ ไม่ใช่ตลาดจัดฉากสำหรับนักท่องเที่ยว
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือชื่อ ตลาดน้ำ ทำให้คาดหวังภาพเรือพายขายของเต็มคลองเหมือนที่อื่น แต่ทางตลาดปรับมาเป็นตลาดเดินริมคลองเป็นหลัก เพราะระดับน้ำขึ้นลงตามเวลาคาดเดายาก จึงมีเรือขายของบ้างประปรายเท่านั้น ถ้าปรับความคาดหวังตรงนี้ได้ เสน่ห์จริงของที่นี่คือการมาเดินกินของถิ่นแบบสบาย ๆ ใต้ร่มไม้ อุดหนุนชาวบ้าน แล้วเช่าจักรยานปั่นต่อเข้าไปในคุ้งบางกะเจ้า เส้นทางปูนยกระดับเลาะสวนและคลอง ผ่านสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ วัดเก่า และบ้านสวนที่ยังเขียวชอุ่ม เป็นการเที่ยวครึ่งวันที่รวมทั้งกิน เดิน และออกกำลังไว้ในทริปเดียว การมาที่นี่ยังง่ายจากฝั่งกรุงเทพฯ เพราะนั่งเรือข้ามฟากจากท่าฝั่งบางนาหรือคลองเตยมาขึ้นฝั่งบางกะเจ้าได้เลย
ก่อนไปมีเรื่องควรรู้ตามตรง ตลาดเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และช่วงกลางวัน ถ้าไปสายเกินบ่ายสองร้านเริ่มทยอยเก็บ ควรไปช่วงเช้าถึงเที่ยงจะได้ของครบและอากาศยังไม่ร้อนจัด วันหยุดยาวคนค่อนข้างเยอะ ทางเดินไม้บางช่วงแคบและที่จอดรถจำกัด ใครขับรถมาเองอาจต้องจอดไกลหน่อยแล้วเดินเข้า ส่วนคนที่ตั้งใจมาปั่นจักรยานให้เผื่อเวลาเช็กสภาพจักรยานเช่าและเตรียมยากันยุงกับน้ำดื่มไปด้วย เพราะเส้นทางในสวนร่มครึ้มและมียุงพอสมควร รวม ๆ แล้วเหมาะกับคนที่อยากได้วันหยุดแบบเนิบ ๆ ใกล้เมือง ไม่ได้มาหาความหวือหวา แต่มาเก็บบรรยากาศชุมชนริมน้ำที่ยังมีชีวิตจริง
- ตลาดชุมชนริมคลองที่คนไทยไปเดินกันจริง บรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้ ไม่ใช่ตลาดจัดฉากสำหรับนักท่องเที่ยว
- ของกินถิ่นและงานคราฟต์ OTOP จากชาวบ้านบางน้ำผึ้ง ราคาย่อมเยา ได้อุดหนุนชุมชนโดยตรง
- เช่าจักรยานปั่นต่อเข้าคุ้งบางกะเจ้าได้เลย เที่ยวครึ่งวันได้ทั้งกิน เดิน และออกกำลัง
- เดินทางง่ายจากกรุงเทพฯ นั่งเรือข้ามฟากจากบางนาหรือคลองเตยมาถึงได้สะดวก
- เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ช่วงกลางวัน ไปสายเกินบ่ายสองร้านเริ่มเก็บ
- ชื่อว่าตลาดน้ำแต่ปัจจุบันเป็นตลาดเดินริมคลองเป็นหลัก เรือขายของมีน้อย บางคนผิดหวังกับความคาดหวัง
- วันหยุดยาวคนเยอะ ทางเดินไม้บางช่วงแคบ ที่จอดรถจำกัด และในสวนมียุงพอสมควร
ป้อมพระจุลจอมเกล้า + พิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง (Phra Chulachomklao Fort & HTMS Maeklong Museum)
ป้อมพระจุลจอมเกล้าอยู่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ห่างจากตัวกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงเศษโดยรถยนต์ เป็นป้อมปืนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อป้องกันข้าศึกที่จะรุกเข้าทางปากอ่าว และเคยใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 จุดที่คนมาดูกันมากที่สุดคือปืนใหญ่อาร์มสตรองแบบหลุมหรือที่เรียกกันว่า ปืนเสือหมอบ ซึ่งติดตั้งฝังอยู่ในหลุมริมแนวป้อม เดินชมได้ใกล้ ๆ พร้อมป้ายอธิบายประวัติแต่ละกระบอก บรรยากาศโดยรอบเป็นลานกว้างริมทะเล มีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ให้สักการะ และมีทางเดินเลียบชายฝั่งให้เดินรับลมทะเลได้สบาย ๆ
ไฮไลต์อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ต่างจากป้อมทั่วไปคือเรือรบหลวงแม่กลองที่จอดจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ในบริเวณเดียวกัน เรือลำนี้เคยประจำการในกองทัพเรือไทยมายาวนานหลายสิบปีก่อนปลดระวาง ปัจจุบันเปิดให้ขึ้นไปเดินบนดาดฟ้าเรือ ดูปืนเรือ หอบังคับการ และห้องต่าง ๆ ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์กองทัพเรือ การได้ขึ้นไปยืนบนเรือรบของจริงเป็นประสบการณ์ที่เด็ก ๆ และคนชอบประวัติศาสตร์ชอบกันมาก จุดเด่นสำคัญคือเข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า มีลานจอดรถกว้าง เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ เหมาะกับทริปครึ่งวันใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งความรู้และวิวทะเล ในพื้นที่ยังมีร้านอาหารและสโมสรริมน้ำให้แวะพักกินข้าวชมวิวปากอ่าวหลังเดินชมเสร็จ
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ จึงควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามป้ายบอกจุดที่ห้ามเข้าหรือห้ามถ่ายภาพในบางบริเวณ วันเวลาเปิดให้ขึ้นเรือและเข้าชมพิพิธภัณฑ์อาจไม่ตรงกับเวลาเปิดของลานป้อมด้านนอก บางส่วนปิดในวันหยุดราชการหรือช่วงซ่อมบำรุง ควรเช็กก่อนออกเดินทาง พื้นที่กลางแจ้งค่อนข้างโล่งและร้อนจัดช่วงกลางวัน แดดแรงและมีร่มเงาน้อย จึงควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกอากาศเย็นสบายและถ่ายรูปสวยกว่า บนเรือมีบันไดชันและทางเดินแคบบางช่วง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรระวังเป็นพิเศษ และเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการจึงไม่มีบริการนักท่องเที่ยวครบเท่าแหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์ วางแผนเรื่องอาหารและห้องน้ำเผื่อไว้บ้างจะสบายกว่า
- เข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า มีลานจอดรถกว้าง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวจบในครึ่งวัน เหมาะเป็นทริปวันหยุดแบบไม่ต้องวางแผนเยอะ
- ได้ขึ้นเดินบนเรือรบหลวงแม่กลองของจริง ดูปืนเรือ หอบังคับการ และห้องจัดแสดง เป็นประสบการณ์ที่เด็กและคนชอบประวัติศาสตร์ชอบ
- มีปืนใหญ่อาร์มสตรอง (ปืนเสือหมอบ) ริมแนวป้อมพร้อมป้ายอธิบายประวัติ และมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ให้สักการะ
- บรรยากาศริมทะเลปากอ่าวโล่งสบาย มีทางเดินเลียบชายฝั่งและร้านอาหารริมน้ำให้แวะพักชมวิว
- เป็นพื้นที่ราชการของกองทัพเรือ ต้องแต่งกายสุภาพและมีบางจุดที่ห้ามเข้าหรือห้ามถ่ายภาพ บริการนักท่องเที่ยวไม่ครบเท่าแหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์
- เวลาเปิดให้ขึ้นเรือและเข้าพิพิธภัณฑ์อาจไม่ตรงกับลานป้อมด้านนอก บางส่วนปิดวันหยุดราชการหรือช่วงซ่อมบำรุง ควรเช็กก่อนไป
- พื้นที่กลางแจ้งโล่งและร้อนจัดช่วงกลางวัน ร่มเงาน้อย อีกทั้งบนเรือมีบันไดชันและทางเดินแคบ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องระวัง
วัดบางพลีใหญ่ใน (หลวงพ่อโต บางพลี) — ไหว้พระ ปิดทอง และงานประเพณีรับบัว
วัดบางพลีใหญ่ใน หรือที่คนเรียกติดปากว่าวัดหลวงพ่อโต ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่คนสมุทรปราการและปริมณฑลนับถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ตามตำนานที่เล่าสืบกันมา หลวงพ่อโตเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปพี่น้องสามองค์ที่ลอยน้ำมาตามลำน้ำ พร้อมหลวงพ่อโสธรที่ฉะเชิงเทราและหลวงพ่อวัดบ้านแหลมที่สมุทรสงคราม จนมาขึ้นที่คลองสำโรงและได้อัญเชิญประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ เรื่องเล่านี้ทำให้วัดกลายเป็นจุดหมายของสายบุญที่มาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล คนที่เพิ่งซื้อรถใหม่นิยมขับมาให้พระประพรมน้ำมนต์เจิมรถกันเป็นประจำ วัดอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ขับรถราวสิบห้าถึงยี่สิบนาที จึงเป็นจุดแวะที่คนแวะไหว้ก่อนหรือหลังเดินทางได้สะดวก
ภายในวัดกว้างขวาง มีวิหารหลวงพ่อโตให้เข้าไปกราบไหว้และปิดทอง มีวิหารคดและซุ้มบูชาให้เดินชมสถาปัตยกรรมไทย รอบวัดมีจุดทำบุญ ถวายสังฆทาน และร้านขายดอกไม้ธูปเทียนให้ครบ เดินออกไปริมคลองยังมีตลาดน้ำบางพลีที่เปิดให้เดินกินของอร่อยและซื้อของฝากต่อได้ในทริปเดียว ไฮไลต์ประจำปีคืองานประเพณีรับบัว ซึ่งจัดช่วงวันขึ้นสิบสี่ค่ำเดือนสิบเอ็ด ราวเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวบ้านนำดอกบัวมาโยนลงเรือที่อัญเชิญหลวงพ่อโตแห่ไปตามคลองสำโรง เชื่อกันว่าถ้าโยนบัวลงเรือได้จะได้บุญและสมหวัง งานนี้มีทั้งขบวนแห่เรือทางน้ำ การละเล่น และตลาดนัดริมคลอง คนไปกันแน่นทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Wongnai วัดได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นวัดที่บรรยากาศดี ไหว้พระได้สบายใจ และเดินตลาดน้ำต่อได้เลย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือเรื่องการแต่งกาย วัดขอความร่วมมือให้แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่า เสื้อสายเดี่ยว หรือชุดรัดรูปเข้าเขตวิหาร ควรเตรียมเสื้อคลุมหรือผ้าถุงไว้เผื่อ ข้อสองคือวันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนเยอะมาก ที่จอดรถเต็มเร็วและต้องเดินไกลจากลานจอด ถ้าไปช่วงงานรับบัวยิ่งต้องเผื่อเวลาเรื่องรถติดและที่จอด แนะนำให้ไปแต่เช้าหรือใช้ขนส่งสาธารณะ ข้อสามคือช่วงตลาดน้ำจะคึกคักเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาบางร้านอาจปิด ควรเช็กวันเปิดก่อน ข้อสี่คือมีร้านค้าและคนขายของเยอะพอสมควร ควรระวังทรัพย์สินในช่วงคนแน่น และเตรียมเงินสดไว้สำหรับทำบุญและซื้อของ เพราะหลายร้านยังรับแต่เงินสด ทั้งนี้การเข้าวัดไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะชุดบูชาและของทำบุญตามศรัทธาเท่านั้น
- ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คนสมุทรปราการและปริมณฑลศรัทธา มีตำนานพระลอยน้ำสามพี่น้องให้ไปกราบขอพร
- อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ขับรถราว 15–20 นาที แวะไหว้ก่อนหรือหลังเดินทางได้สะดวก และเข้าวัดฟรี
- ไหว้พระเสร็จเดินตลาดน้ำบางพลีริมคลองต่อได้เลย ทั้งกินของอร่อยและซื้อของฝากในทริปเดียว
- รีวิวจริงบน Wongnai ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 ชมว่าบรรยากาศดีและไหว้พระสบายใจ
- วันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนเยอะมาก ที่จอดรถเต็มเร็วและต้องเดินไกลจากลานจอด ช่วงงานรับบัวยิ่งรถติด
- ตลาดน้ำคึกคักเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาบางร้านอาจปิด
- ต้องแต่งกายสุภาพเข้าเขตวิหาร และหลายร้านรับแต่เงินสด ต้องเตรียมเสื้อคลุมและเงินสดไปเอง
เดินตลาดปากน้ำ + ริมเจ้าพระยา (วิถีเมืองปากน้ำ)
ตลาดปากน้ำคือตลาดใจกลางเมืองสมุทรปราการที่คนพื้นที่ใช้จริงมาหลายสิบปี ตัวตลาดทอดยาวจากย่านการค้าลงไปถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินเข้าไปจะเจอทั้งแผงผักผลไม้ ของแห้ง ร้านข้าวแกง และโซนอาหารทะเลสดที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองปากน้ำ กุ้ง หอย ปู ปลามาจากทะเลอ่าวไทยใกล้ ๆ ราคาย่อมเยากว่าในกรุงเทพฯ พอเดินทะลุไปด้านริมน้ำก็จะได้ลมเย็นจากแม่น้ำและเห็นเรือข้ามฟากวิ่งไปมา จุดนี้เองที่ทำให้ตลาดปากน้ำต่างจากตลาดสดทั่วไป เพราะได้ทั้งของกินและบรรยากาศริมเจ้าพระยาในที่เดียว โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าสักบาท
เสน่ห์อีกอย่างคือของกินร้านเก่าแก่ที่คนแถวนี้ต่อคิวกันเอง ทั้งขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ขนมปิ้ง ไปจนถึงร้านซีฟู้ดที่ซื้อของสดจากแผงแล้วให้ปรุงกินตรงนั้นได้เลย ช่วงเย็นถึงค่ำตลาดจะคึกคักขึ้นเป็นย่านของกินกลางคืน ลมริมน้ำทำให้เดินสบายกว่ากลางวันมาก ใครมาทางรถไฟฟ้าลงสถานี BTS ปากน้ำแล้วเดินต่อราวสิบนาทีก็ถึง ไม่ต้องขับรถหาที่จอด และถ้ามาถึงริมน้ำแล้วยังมีเวลา ลองลงเรือข้ามฟากไปไหว้พระสมุทรเจดีย์องค์สีขาวฝั่งตรงข้าม ค่าเรือหลักไม่กี่บาท เป็นการต่อทริปวิถีเมืองปากน้ำให้ครบทั้งกิน เดิน และล่องน้ำในครึ่งวันเดียว
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนรีวิวพูดถึงตรง ๆ คือตลาดปากน้ำเป็นตลาดสดจริง ไม่ใช่ตลาดจัดฉากเพื่อการท่องเที่ยว บางโซนโดยเฉพาะแผงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลจึงมีกลิ่นคาวและพื้นเปียกแฉะ ควรใส่รองเท้าที่เดินลุยได้และระวังลื่น ช่วงวันหยุดและตอนเย็นคนเยอะ ทางเดินระหว่างแผงค่อนข้างแคบ เบียดเสียดพอสมควร ของสดบางแผงเรื่องความสะอาดยังไม่สม่ำเสมอ เลือกร้านที่คนพลุกพล่านและของหมุนเวียนเร็วจะปลอดภัยกว่า ที่จอดรถรอบตลาดหายากในชั่วโมงเร่งด่วน มาด้วยรถไฟฟ้าจะสะดวกที่สุด และถ้าตั้งใจมาชิมของกินร้านดัง ควรมาช่วงสายหรือหัวค่ำ เพราะบางเจ้าขายหมดเร็วหรือปิดก่อนตลาดวาย
- เดินเที่ยวและชิมได้ฟรี ไม่มีค่าเข้า ของกินรายจานราคาถูก ซีฟู้ดสดคิดตามน้ำหนักย่อมเยากว่าในกรุงเทพฯ
- ได้ทั้งตลาดสดวิถีคนพื้นที่และบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาในที่เดียว มีร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อหลายเจ้าให้ตามชิม
- เดินทางง่ายด้วย BTS ปากน้ำ ราว 10 นาทีถึง ไม่ต้องหาที่จอดรถ
- ต่อทริปได้สะดวก ลงเรือข้ามฟากไปไหว้พระสมุทรเจดีย์ฝั่งตรงข้ามด้วยค่าเรือหลักไม่กี่บาท
- เป็นตลาดสดจริง โซนเนื้อสัตว์และอาหารทะเลมีกลิ่นคาวและพื้นเปียกแฉะ ต้องระวังลื่น
- วันหยุดและตอนเย็นคนเยอะ ทางเดินระหว่างแผงแคบ เบียดเสียดพอสมควร
- ของสดบางแผงเรื่องความสะอาดไม่สม่ำเสมอ และที่จอดรถรอบตลาดหายากในชั่วโมงเร่งด่วน
เที่ยวสมุทรปราการ พักที่ไหนดี?
เลือกโรงแรมในสมุทรปราการใกล้บีทีเอส-เมืองโบราณ หรือพักกรุงเทพฯ แล้วเที่ยวก็ได้ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ตั๋วเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณจองล่วงหน้าออนไลน์ได้สะดวก
💡 รู้ก่อนเที่ยวสมุทรปราการ
เมืองโบราณพื้นที่กว้างมาก มีจักรยาน/รถรางให้ชม ควรเผื่อเวลาครึ่งวัน-เต็มวัน มีค่าเข้า ไปเช้าเลี่ยงแดดกลางวันและคนเยอะวันหยุด
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเป็นอาคารรูปช้างสามเศียร ภายในตกแต่งงดงามและขึ้นชมได้ มีค่าเข้า ควรแต่งกายสุภาพ
บางกะเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า) เป็นพื้นที่สีเขียวเหมาะปั่นจักรยานเลียบคลอง มีตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์) ควรปั่นช่วงเช้า-เย็นเลี่ยงแดด
สมุทรปราการติดกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า BTS ถึงปากน้ำ-เคหะฯ เที่ยวหลายจุดต่อรถได้ แต่บางกะเจ้าต้องนั่งเรือข้ามฟากและเช่าจักรยาน
จัดทริปสมุทรปราการยังไงให้คุ้ม
ทริปวันเดียว เช้าเที่ยวเมืองโบราณ (เผื่อครึ่งวัน) บ่ายแวะพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณและพระสมุทรเจดีย์ ถ้าชอบธรรมชาติ เลือกวันปั่นจักรยานบางกะเจ้าและตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์) หรือชมนกที่บางปูช่วงหน้าหนาว จะได้ครบทั้งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวัด ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้
พร้อมเที่ยวสมุทรปราการแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักใกล้บีทีเอสก่อนเลย
ดูที่พักสมุทรปราการ →