หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย สมุทรปราการ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยสมุทรปราการ10 กิจกรรมน่าทำ ใน สมุทรปราการ
📍 สมุทรปราการ · ภาคกลาง · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน สมุทรปราการ

สมุทรปราการหรือปากน้ำอยู่ติดกรุงเทพฯ เที่ยวได้แบบเดย์ทริป จุดขายคือเมืองโบราณที่รวมสถาปัตยกรรมไทยทั่วประเทศ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณอาคารช้างสามเศียร บางกะเจ้าปอดสีเขียวสำหรับปั่นจักรยาน และพระสมุทรเจดีย์ริมปากแม่น้ำ เที่ยวได้ทั้งสายวัฒนธรรม สายธรรมชาติ และสายวัด

🏛️ เมืองโบราณ🐘 ช้างเอราวัณ🌿 บางกะเจ้า🛕 พระสมุทรเจดีย์
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: HAH · CC BY 2.5

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

สมุทรปราการอยู่ติดกรุงเทพฯ ทางใต้ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางสะดวกด้วยรถและรถไฟฟ้า เที่ยวแบบเดย์ทริปได้ ไฮไลต์คือเมืองโบราณ (Ancient City/Muang Boran) พื้นที่กว้างที่จำลองสถาปัตยกรรมและโบราณสถานสำคัญจากทั่วไทย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณอาคารรูปช้างสามเศียรขนาดใหญ่ บางกะเจ้าคุ้งน้ำสีเขียวที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ เหมาะปั่นจักรยาน และพระสมุทรเจดีย์กับวัดริมปากน้ำ

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป เมืองโบราณและช้างเอราวัณมีค่าเข้าและใช้เวลาชมครึ่งวัน บางกะเจ้าเหมาะปั่นจักรยานช่วงเช้า-เย็น อากาศดีหน้าหนาว อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้

1

เมืองโบราณ สมุทรปราการ (Ancient City / Muang Boran) — สวนจำลองสถาปัตยกรรมและโบราณสถานทั่วไทยกลางแจ้ง

📍 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ · ห่างจากตัวกรุงเทพฯ ราว 30 กม. ต่อรถเมล์/แท็กซี่จากสถานี BTS เคหะฯ ได้ 🧭 บางปู-เมืองสมุทรปราการ ⭐ 4.5 (Tripadvisor (Ancient City / Mueang Boran, 1,198 รีวิว, Travelers' Choice))
ซุ้มประตูทางเข้าเมืองโบราณ สมุทรปราการ พร้อมสถาปัตยกรรมไทยประดับลวดลาย (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: HAH · CC BY 2.5
ระยะเวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน ~4-6 ชม. (พื้นที่กว้างมาก เดินอย่างเดียวไม่ทั่ว แนะนำปั่นจักรยานหรือเช่ารถกอล์ฟ)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าราคาป้าย ~฿700 ต่างชาติ / คนไทยราคาต่างกัน (เด็กถูกกว่า) · จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มักถูกกว่าหน้างาน · เช่าจักรยานรวมในบัตรบางแบบ · รถกอล์ฟเช่าแยก ~฿350 ชม.แรก แล้วชม.ละ ~฿100
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมไทย ประวัติศาสตร์ และถ่ายรูป อยากเดินหรือปั่นจักรยานชมโบราณสถานจำลองแบบไม่ต้องรีบ ครอบครัวและคู่รักที่หาที่เที่ยวเงียบ ๆ ใกล้กรุงเทพฯ
สถาปัตยกรรมจำลองทั่วไทยปั่นจักรยานในสวนถ่ายรูปสายวัฒนธรรม

เมืองโบราณคือสวนวัฒนธรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ ผังพื้นที่ทำเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย แล้ววางโบราณสถานและสถาปัตยกรรมสำคัญจากแต่ละภาคเอาไว้ตามตำแหน่งจริงบนแผนที่ ทั้งพระที่นั่ง ปราสาทหิน วัด เจดีย์ ตลาดน้ำ และเรือนไทยหลายแบบ บางหลังเป็นของจริงที่ย้ายมาบูรณะ บางหลังสร้างจำลองตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เดินชมทีเดียวเหมือนได้เห็นงานช่างจากเหนือจรดใต้ในที่เดียว เหมาะกับคนที่สนใจศิลปะไทย ประวัติศาสตร์ หรือชอบถ่ายรูปกับฉากสวย ๆ ที่ไม่พลุกพล่านเท่าวัดกลางเมือง

จุดที่ต้องเตรียมใจคือพื้นที่กว้างมากจริง ๆ เดินเท้าอย่างเดียวทั้งวันก็ยังไม่ทั่ว วิธียอดนิยมคือปั่นจักรยานที่ทางสวนมีให้ หรือเช่ารถกอล์ฟไฟฟ้าถ้ามากันหลายคนหรือมีผู้สูงอายุไปด้วย บัตรเข้าชมบางแบบรวมค่าจักรยานไว้แล้ว ส่วนรถกอล์ฟคิดแยกเป็นรายชั่วโมง การจองบัตรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ล่วงหน้ามักได้ราคาถูกกว่าซื้อหน้างาน และช่วยให้เทียบได้ว่าบัตรแต่ละแบบรวมอะไรบ้าง ควรไปถึงตั้งแต่เช้าเพื่อมีเวลาเดินได้เต็มที่ก่อนแดดแรงช่วงกลางวัน และเผื่อเวลาให้พอกับการแวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่มีเยอะกว่าที่คิด

สิ่งที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยและควรรู้ไว้ก่อนไป คืออากาศกลางแจ้งค่อนข้างร้อนและร่มเงาไม่ได้มีทุกจุด ควรเตรียมหมวก ร่ม ครีมกันแดด และน้ำดื่มติดตัว ร้านอาหารและจุดขายของภายในมีจำกัดและหลายคนบอกว่าราคาสูงกว่าข้างนอก บางคนจึงเตรียมของว่างเข้าไปเอง ช่วงวันธรรมดาคนไม่เยอะทำให้เดินสบายและถ่ายรูปได้โล่ง แต่ก็แลกกับบรรยากาศที่เงียบมากในบางโซน การเดินทางมาเองด้วยรถส่วนตัวสะดวกสุดเพราะมีที่จอด ส่วนคนที่มาด้วยขนส่งสาธารณะต้องต่อรถเมล์หรือแท็กซี่จากสถานีรถไฟฟ้า ควรวางแผนเที่ยวกลับเผื่อไว้เพราะรถสาธารณะแถวนั้นไม่ได้ถี่มาก

💡
เคล็ดลับ: จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้ามักถูกกว่าหน้างาน และเช็กว่าบัตรรวมค่าจักรยานไหม พื้นที่กว้างมาก ควรปั่นจักรยานหรือเช่ารถกอล์ฟถ้ามากันหลายคน ไปถึงแต่เช้าเพื่อเลี่ยงแดดกลางวันและมีเวลาเดินเต็มที่ เตรียมหมวก ร่ม ครีมกันแดด และน้ำดื่มไปเอง ร้านอาหารในสวนมีจำกัดและราคาสูง พกของว่างเข้าไปได้ ถ้ามาด้วยขนส่งสาธารณะให้วางแผนเที่ยวกลับเผื่อไว้
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เห็นสถาปัตยกรรมและโบราณสถานสำคัญจากทุกภาคของไทยในที่เดียว จัดวางตามผังรูปแผนที่ประเทศ
  • พื้นที่กว้างและร่มรื่น เดินหรือปั่นจักรยานชมได้เรื่อย ๆ เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายประวัติศาสตร์
  • คนไม่พลุกพล่านเท่าวัดกลางเมือง โดยเฉพาะวันธรรมดา ถ่ายรูปได้โล่งและบรรยากาศสงบ
  • อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้ มีที่จอดรถสะดวกสำหรับคนขับรถมาเอง
⚠️ ข้อสังเกต
  • พื้นที่กว้างมากจนเดินเท้าอย่างเดียวไม่ทั่ว ต้องพึ่งจักรยานหรือรถกอล์ฟที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • อากาศกลางแจ้งร้อนและร่มเงาไม่ทั่วถึง ร้านอาหารภายในมีจำกัดและราคาสูงกว่าข้างนอก
  • มาด้วยขนส่งสาธารณะไม่สะดวกนัก ต้องต่อรถเมล์หรือแท็กซี่จากรถไฟฟ้าและวางแผนเที่ยวกลับเผื่อไว้
2

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (Erawan Museum อาคารช้างสามเศียร)

📍 ถนนสุขุมวิท ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ · ใกล้สถานี BTS ช้างเอราวัณ เดินต่ออีกราว 800 เมตร 🧭 เมืองสมุทรปราการ (ริมสุขุมวิทสายเก่า) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (681 รีวิว · อันดับ 1 สิ่งที่น่าทำในสมุทรปราการ))
อาคารรูปช้างสามเศียรสีเขียวสำริดขนาดใหญ่ตั้งบนฐานลวดลายปูนปั้น พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Don Ramey Logan · CC BY 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5–2.5 ชม. (รวมชมสวนรอบอาคาร ขึ้นลิฟต์/บันไดเวียนสู่ท้องช้าง และเดินชมสามชั้น)
ราคาโดยประมาณค่าเข้า ~฿250 คนไทย / ~฿400 ต่างชาติ (เด็กและผู้สูงอายุถูกกว่า) · หลัง 17:00 น. บางช่วงลดครึ่งราคา
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมและงานหัตถศิลป์ อยากถ่ายรูปอาคารช้างสามเศียรองค์ใหญ่ และขึ้นชมภายในที่ตกแต่งด้วยกระจกสีและงานปั้น เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพในครึ่งวัน
อาคารช้างสามเศียรงานกระจกสี-หัตถศิลป์ถ่ายรูปสวย

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่จำง่ายที่สุดของสมุทรปราการ เพราะตัวอาคารทำเป็นรูปช้างสามเศียรสีเขียวสำริดองค์มหึมาตั้งอยู่บนฐานอาคารทรงกลม มองเห็นได้แต่ไกลจากถนนสุขุมวิท ตัวช้างหล่อด้วยทองแดงเคาะมือทีละแผ่นประกอบกันขึ้นเป็นรูปทรง สูงหลายสิบเมตรและหนักหลายร้อยตัน แนวคิดของผู้สร้างคือใช้อาคารเก็บรักษาวัตถุโบราณและงานศิลป์สะสม โดยแบ่งพื้นที่ชมออกเป็นสามส่วนเชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่ชั้นใต้ดินที่แทนโลกบาดาล ชั้นกลางที่แทนโลกมนุษย์ ไปจนถึงส่วนบนในท้องช้างที่แทนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุดที่คนพูดถึงมากคือบันไดเวียนและโถงกลางที่ประดับด้วยกระจกสีหลากเฉด งานปูนปั้น และเซรามิกลวดลายละเอียด เดินขึ้นไปแล้วได้ทั้งมุมถ่ายรูปและได้เห็นฝีมือช่างที่ตั้งใจทำจริง

รอบตัวอาคารยังจัดเป็นสวนที่มีสระน้ำ รูปปั้น และซุ้มประดับให้เดินเล่นถ่ายรูปได้สบาย ๆ ก่อนหรือหลังขึ้นชมด้านใน การเดินทางค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าช้างเอราวัณ ลงจากสถานีแล้วเดินต่ออีกราวแปดร้อยเมตรก็ถึง หรือจะนั่งรถ แท็กซี่ และรถสาธารณะจากตัวเมืองก็ได้ ค่าเข้าชมเก็บแยกอัตราระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติอย่างชัดเจน มีส่วนลดสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ และบางช่วงเวลาเย็นหลังห้าโมงมีการลดราคาลง ควรเตรียมเงินสดหรือเช็กช่องทางจ่ายล่วงหน้า และเผื่อเวลาชมราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่งเพื่อเดินได้ครบทั้งสามชั้นและสวนรอบนอก บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ที่นี่ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากรีวิวกว่าหกร้อยแปดสิบราย และติดอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในจังหวัด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือด้านในตัวช้างช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อนและอบ รีวิวหลายรายพูดตรงกันว่าถ้ามาช่วงบ่ายแดดจัดจะเดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยและเหงื่อออกมาก การมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจึงสบายตัวกว่า ข้อสองคือการขึ้นสู่ท้องช้างต้องเดินบันไดเวียนที่ค่อนข้างชัน แม้จะมีลิฟต์บริการแต่บางช่วงคนเยอะต้องรอคิว ผู้สูงอายุและคนที่เดินไม่สะดวกควรวางแผนเรื่องนี้ไว้ ข้อสามคือค่าเข้าสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่า บางรีวิวมองว่าราคานี้แพงเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ชม จึงเหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมและงานศิลป์เป็นทุนเดิม ข้อสี่คือที่นี่เป็นสถานที่ที่มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย จึงมีกติกาเรื่องการแต่งกายให้สุภาพ ควรเลี่ยงเสื้อกล้ามหรือกางเกงขาสั้นมากเกินไป และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด เผื่อผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไปด้วยจะช่วยได้เวลาต้องเข้าเขตที่ต้องแต่งกายเรียบร้อย

💡
เคล็ดลับ: เลี่ยงช่วงบ่ายแดดจัดเพราะด้านในตัวช้างร้อนและอบ มาช่วงเช้าหรือหลังห้าโมงเย็นที่บางช่วงลดราคาจะสบายตัวและคุ้มกว่า เผื่อเวลาชมราว 1.5–2.5 ชั่วโมงให้ครบทั้งสามชั้นและสวนรอบนอก แต่งกายสุภาพเลี่ยงเสื้อกล้าม-กางเกงขาสั้นมาก เพราะมีจุดสักการะที่ต้องแต่งกายเรียบร้อยและถอดรองเท้า พกผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไว้ เตรียมเงินสดเผื่อค่าเข้าที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ และมาด้วย BTS ลงสถานีช้างเอราวัณแล้วเดินต่อราว 800 เมตร
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อาคารช้างสามเศียรสำริดองค์ใหญ่เป็นแลนด์มาร์กที่จำง่ายและถ่ายรูปสวยทั้งจากด้านนอกและในสวนรอบอาคาร
  • ภายในตกแต่งด้วยกระจกสี งานปูนปั้น และเซรามิกลวดลายละเอียด เห็นฝีมือช่างที่ตั้งใจทำจริง เดินชมได้ทั้งสามชั้น
  • เดินทางสะดวก อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าช้างเอราวัณ เดินต่อราว 800 เมตร เที่ยวเป็นครึ่งวันได้ง่าย
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 จากกว่า 681 ราย และติดอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในจังหวัด
⚠️ ข้อสังเกต
  • ด้านในตัวช้างช่วงกลางวันอากาศร้อนและอบ เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยและเหงื่อออกมาก ควรเลี่ยงช่วงบ่ายแดดจัด
  • ขึ้นสู่ท้องช้างต้องเดินบันไดเวียนที่ค่อนข้างชัน มีลิฟต์แต่บางช่วงคนเยอะต้องรอคิว ผู้สูงอายุต้องวางแผน
  • ค่าเข้าสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่า บางรีวิวมองว่าแพงเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ชม
3

ปั่นจักรยานบางกะเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ) + ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

📍 คุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ · เช่าจักรยานแถวท่าเรือหรือใกล้ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แล้วปั่นตามทางเลียบคลอง · ต้องนั่งเรือข้ามฟากจากฝั่งบางนา/คลองเตย 🧭 พระประแดง-คุ้งบางกะเจ้า ⭐ 4.1 (Tripadvisor (ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จุดหมายหลักของเส้นทางปั่น, 185 รีวิว))
ทางปั่นจักรยานยกระดับเลียบคลองท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: mohigan · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3-4 ชม. (รวมนั่งเรือข้ามฟาก เช่าจักรยาน ปั่นวนทางเลียบคลอง และแวะตลาดน้ำ)
ราคาโดยประมาณเช่าจักรยาน ~฿30-50 / ชม. หรือ ~฿80-100 / คัน ทั้งวัน · ค่าเรือข้ามฟากพร้อมจักรยาน ~฿10-20 / เที่ยว · ทัวร์ปั่นแบบมีไกด์รวมจักรยานและอาหาร ~฿1,000-1,800 / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากหนีเมืองไปปั่นจักรยานชิล ๆ ในพื้นที่สีเขียวเลียบคลองใกล้กรุงเทพฯ แวะตลาดน้ำบางน้ำผึ้งวันเสาร์-อาทิตย์ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่ปั่นไม่แข่งกัน
ปั่นจักรยานเลียบคลองพื้นที่สีเขียวใกล้กรุงเทพฯตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเสาร์-อาทิตย์

คุ้งบางกะเจ้าเป็นแผ่นดินรูปกระเพาะหมูที่แม่น้ำเจ้าพระยาโค้งอ้อม อยู่ฝั่งตรงข้ามกับย่านบางนา-คลองเตย แม้จะขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการและอยู่ห่างใจกลางกรุงเทพฯ แค่ข้ามแม่น้ำ แต่บรรยากาศต่างกันคนละเรื่อง เพราะที่นี่ยังเต็มไปด้วยสวนมะพร้าว ป่าจาก และคลองเล็กคลองน้อย จนได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ที่ช่วยฟอกอากาศให้เมือง กิจกรรมที่คนนิยมที่สุดคือการเช่าจักรยานปั่นไปตามทางปูนแคบ ๆ ที่ยกระดับเลียบคลอง ลอดใต้ร่มไม้ครึ้ม ผ่านบ้านสวน วัด และร้านกาแฟเล็ก ๆ เส้นทางไม่ชันและไม่ยาวมาก จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้ปั่นเป็นประจำ รวมถึงพาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วยได้

วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือฝั่งกรุงเทพฯ เช่น ท่าเรือวัดบางนานอกหรือท่าคลองเตย ข้ามมาขึ้นฝั่งบางกะเจ้าแล้วเช่าจักรยานที่ร้านใกล้ท่าเรือหรือแถวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ค่าเช่าจักรยานคิดเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาทั้งวันในราคาหลักสิบบาท ส่วนเรือข้ามฟากรับทั้งคนและจักรยานในราคาไม่กี่บาทต่อเที่ยว จุดหมายที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจแวะคือตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ มีของกินพื้นบ้าน ขนมไทย และสินค้าชุมชนให้เดินชิม ใครไปวันธรรมดาจะเจอตลาดปิด แต่ก็ยังปั่นชมสวนและแวะสวนศรีนครเขื่อนขันธ์กับพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อได้ ควรเผื่อเวลานั่งเรือและหาที่จอดรถฝั่งกรุงเทพฯ ไว้ด้วย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือทางปั่นหลายช่วงเป็นสะพานปูนแคบยกสูงจากพื้นและไม่มีราวกั้น บางจุดผิวทางลื่นหรือมีร่อง จึงต้องปั่นด้วยความระวัง โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตกที่ตะไคร่ทำให้ลื่นง่าย จักรยานให้เช่าบางคันเก่าและเบรกไม่ค่อยดี ควรลองเบรกและปรับอานให้พอดีก่อนออกตัว แผนที่เส้นทางในคุ้งค่อนข้างซับซ้อนและป้ายบอกทางมีไม่มาก คนที่ปั่นครั้งแรกมักหลงทางได้ง่าย การเปิดแผนที่ในมือถือหรือถ่ายรูปแผนผังไว้จะช่วยได้ อากาศช่วงกลางวันร้อนและมียุงชุมโดยเฉพาะช่วงลอดใต้ร่มไม้ ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และยากันยุงไปด้วย ช่วงเช้าก่อนแดดแรงหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เป็นเวลาที่ปั่นสบายที่สุด

💡
เคล็ดลับ: ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ อยากได้ครบทั้งปั่นและเดินตลาดให้ไปวันหยุด · ลองเบรกและปรับอานจักรยานเช่าก่อนออกตัวเพราะบางคันเก่า · ทางเลียบคลองเป็นสะพานปูนแคบไม่มีราว ปั่นช้า ๆ ระวังช่วงหลังฝนที่ลื่น · เปิดแผนที่ในมือถือไว้กันหลง และเตรียมน้ำดื่ม หมวก กับยากันยุง · ไปช่วงเช้าก่อนแดดแรงจะปั่นสบายและคนน้อยกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ปั่นจักรยานในพื้นที่สีเขียวเลียบคลองที่ร่มรื่นและอากาศดี ทั้งที่อยู่ห่างใจกลางกรุงเทพฯ แค่ข้ามแม่น้ำ
  • ค่าเช่าจักรยานและค่าเรือข้ามฟากถูกมาก เริ่มต้นหลักสิบบาท ไม่ต้องจองล่วงหน้า
  • เส้นทางไม่ชันและระยะไม่ยาว เหมาะกับมือใหม่ พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วยได้
  • แวะตลาดน้ำบางน้ำผึ้งวันเสาร์-อาทิตย์ได้ของกินพื้นบ้านและบรรยากาศชุมชนแบบท้องถิ่น
⚠️ ข้อสังเกต
  • ทางปั่นหลายช่วงเป็นสะพานปูนแคบยกสูงไม่มีราว บางจุดลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตก ต้องปั่นระวัง
  • เส้นทางในคุ้งซับซ้อน ป้ายบอกทางน้อย คนปั่นครั้งแรกหลงทางได้ง่าย
  • ตลาดน้ำเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ไปวันธรรมดาจะเจอตลาดปิด และอากาศกลางวันร้อนกับมียุงชุม
4

องค์พระสมุทรเจดีย์ (พระเจดีย์กลางน้ำ) ปากน้ำ + นั่งเรือข้ามฟากไหว้พระ สมุทรปราการ

📍 ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ · นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือปากน้ำ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด 🧭 ปากน้ำ-พระสมุทรเจดีย์ (ปากแม่น้ำเจ้าพระยา) ⭐ 4.0 (Tripadvisor (Wat Phra Samut Chedi, 26 รีวิว))
องค์พระสมุทรเจดีย์สีทองทรงระฆังคว่ำริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Preecha.MJ · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5–2.5 ชม. (รวมนั่งเรือข้ามฟากไป-กลับ ไหว้พระ เดินชมรอบเจดีย์และวิหาร)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · ค่าเรือข้ามฟากปากน้ำ–พระสมุทรเจดีย์ ~฿5–10 / เที่ยว / คน
👍 เหมาะสุดสำหรับสายบุญและคนชอบบรรยากาศริมน้ำที่อยากนั่งเรือข้ามฟากไปไหว้เจดีย์เก่าแก่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเรียบง่าย เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนมาเดย์ทริปจากกรุงเทพฯ
เจดีย์ริมปากแม่น้ำนั่งเรือข้ามฟากไหว้พระงานห่มผ้าแดงปลายปี

องค์พระสมุทรเจดีย์ หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า “พระเจดีย์กลางน้ำ” เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตัวเมืองปากน้ำและศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการพอดี เดิมทีเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางปากแม่น้ำ ก่อนที่ตะกอนทรายจะทับถมจนกลายเป็นแผ่นดินติดฝั่งอย่างทุกวันนี้ ชื่อ “พระเจดีย์กลางน้ำ” จึงยังติดปากมาจนถึงปัจจุบัน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 มาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และต่อมามีการเสริมองค์เจดีย์ให้สูงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้เป็นหมุดหมายสำคัญของคนที่ล่องเรือเข้าออกปากแม่น้ำมายาวนาน สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่อยากหาที่เที่ยวสายบุญใกล้เมือง ที่นี่จึงเป็นจุดหมายเดย์ทริปที่ไปกลับได้สบายในครึ่งวัน

เสน่ห์ที่ทำให้คนพูดถึงมากที่สุดคือการเดินทางไปไหว้พระด้วยการนั่งเรือข้ามฟาก เรือข้ามฟากจากท่าเรือปากน้ำวิ่งบ่อยตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่างไปจนถึงค่ำ ค่าโดยสารเพียงหลักบาท ระหว่างนั่งเรือก็ได้เห็นวิถีริมน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใกล้ปากอ่าว เรือสินค้า เรือประมง และสายลมทะเลอ่อน ๆ พอขึ้นฝั่งอีกด้านก็เดินเข้าเขตวัดไปสักการะองค์เจดีย์ ภายในบริเวณมีทั้งพระวิหาร พระพุทธรูป และซุ้มให้กราบไหว้ บนหน้ารีวิว Tripadvisor เจดีย์แห่งนี้ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 จากรีวิว 26 ราย หลายเสียงบอกตรงกันว่าเสน่ห์อยู่ที่การได้นั่งเรือข้ามฟากไป ตัวเจดีย์สวยและร่มรื่น เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ มากกว่าที่เที่ยวคึกคัก และหลายคนบอกว่ายามค่ำที่เปิดไฟส่ององค์เจดีย์เป็นสีชมพูก็สวยไปอีกแบบ

ช่วงที่คึกคักที่สุดของปีคืองานห่มผ้าแดงองค์พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นงานประจำจังหวัดปลายปี ต่อเนื่องหลายวัน มีขบวนแห่ผ้าแดงไปห่มองค์เจดีย์ ออกร้าน และผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันแน่น ใครอยากเห็นบรรยากาศเทศกาลเต็มที่ให้เล็งช่วงนี้ไว้ แต่ก็ต้องเผื่อใจว่าคนเยอะและเรือข้ามฟากแน่นกว่าปกติ สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่เป็นสถานที่ทางศาสนา ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเกินไป ข้อสองคือเที่ยวกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาไม่มาก ควรพกร่มหรือหมวกและไปช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า ข้อสามคือถ้าไม่นั่งเรือข้ามฟากแล้วขับรถอ้อมไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์เอง เส้นทางค่อนข้างอ้อมและที่จอดรถมีจำกัด การนั่งเรือข้ามฟากจากปากน้ำจึงสะดวกและได้อารมณ์กว่ามาก และข้อสุดท้ายควรพกเงินสดย่อยไว้ทั้งค่าเรือและร่วมทำบุญ เพราะจุดนี้ยังใช้เงินสดเป็นหลัก

💡
เคล็ดลับ: ไปแบบนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือปากน้ำจะสะดวกและได้บรรยากาศริมน้ำมากกว่าขับรถอ้อมไปเอง ค่าเรือแค่หลักบาทและวิ่งบ่อยตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เลือกไปช่วงเช้าหรือเย็นเพราะกลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อย แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พกเงินสดย่อยไว้ทั้งค่าเรือและร่วมทำบุญ และถ้าอยากเห็นบรรยากาศเทศกาลเต็มที่ให้เล็งงานห่มผ้าแดงปลายปี แต่ต้องเผื่อใจว่าคนเยอะและเรือแน่นกว่าปกติ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้นั่งเรือข้ามฟากจากปากน้ำไปไหว้พระ ค่าเรือแค่หลักบาทและวิ่งบ่อยตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เป็นเสน่ห์ที่รีวิวจริงพูดถึงมากที่สุด
  • เจดีย์เก่าแก่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 บรรยากาศเงียบร่มรื่น เหมาะกับสายบุญที่ไม่ชอบที่เที่ยวคึกคัก
  • เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา เป็นเดย์ทริปสายบุญใกล้กรุงเทพฯ ที่ไปกลับได้สบายในครึ่งวัน
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 หลายคนชมว่าตัวเจดีย์สวยและยามค่ำเปิดไฟส่องเป็นสีชมพูสวยอีกแบบ
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวกลางวันแดดแรงและร่มเงาไม่มาก ควรพกร่มหรือหมวกและไปช่วงเช้าหรือเย็น
  • ถ้าไม่นั่งเรือข้ามฟากแล้วขับรถอ้อมไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์เอง เส้นทางค่อนข้างอ้อมและที่จอดรถมีจำกัด
  • ช่วงงานห่มผ้าแดงปลายปีคนเยอะและเรือข้ามฟากแน่นกว่าปกติ อีกทั้งจุดนี้ยังใช้เงินสดเป็นหลัก ควรพกเงินสดย่อยไปด้วย
5

วัดอโศการาม + พระธุตังคเจดีย์ริมทะเลบางปู (วัดสายกรรมฐานท่านพ่อลี ธมฺมธโร)

📍 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ · ริมทะเลบางปู ถนนสุขุมวิทสายเก่า ห่างตัวเมืองราว 6 กม. · เข้าจากสถานีตากอากาศบางปูราว 5-10 นาทีโดยรถ 🧭 บางปู-ท้ายบ้าน (ริมทะเลสมุทรปราการ) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Wat Asokaram, 59 รีวิว · #4 of 20 things to do in Samut Prakan))
หมู่พระธุตังคเจดีย์สีขาวของวัดอโศการาม สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Preecha.MJ · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5-2.5 ชม. (เดินชมพระธุตังคเจดีย์ กราบพระบรมสารีริกธาตุ นั่งสงบริมทะเล)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · เดินทางเอง ค่าน้ำมัน/แท็กซี่จากตัวเมืองไม่เกิน ~฿100-200 · จอดรถในวัดได้
👍 เหมาะสุดสำหรับสายทำบุญไหว้พระและนั่งสมาธิที่อยากได้วัดเงียบสงบริมทะเล ถ่ายรูปหมู่พระธุตังคเจดีย์สีขาว เที่ยวได้ครึ่งวันแบบสบาย ๆ ทั้งครอบครัวและมาคนเดียว
เจดีย์สีขาวริมทะเลวัดกรรมฐานเงียบสงบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ

วัดอโศการามเป็นวัดสายวิปัสสนากรรมฐานริมทะเลบางปู อยู่ในตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ก่อตั้งโดยท่านพ่อลี ธมฺมธโร พระสายกรรมฐานลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือพระธุตังคเจดีย์ ซึ่งเป็นหมู่เจดีย์สีขาวเรียงตัวกันหลายองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนมากราบไหว้ ตัวเจดีย์ทาสีขาวสะอาดตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำทะเลด้านหลัง เดินชมและถ่ายรูปได้รอบ ๆ บรรยากาศโดยรวมของวัดค่อนข้างเงียบและร่มรื่น ต่างจากวัดในเมืองที่คนพลุกพล่าน จึงเหมาะกับคนที่อยากมาทำบุญแบบสงบ ๆ หรือหาที่นั่งสมาธิใกล้กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางไกล

เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ทั้งไหว้พระและได้เห็นทะเลในที่เดียว วัดอยู่ติดชายฝั่งบางปู เดินไม่กี่ก้าวก็เจอลมทะเลและวิวกว้าง ๆ ช่วงเช้าและเย็นแดดไม่แรง เดินชมเจดีย์ได้สบายและได้ภาพสวย นอกจากพระธุตังคเจดีย์แล้วในวัดยังมีวิหารและอาคารปฏิบัติธรรมให้เข้าไปกราบพระ บางช่วงมีคอร์สปฏิบัติธรรมและงานบุญตามเทศกาล คนที่สนใจแนวสายกรรมฐานสามารถสอบถามทางวัดเรื่องกำหนดการล่วงหน้าได้ การเดินทางไม่ยาก ขับรถเองจากตัวเมืองสมุทรปราการราว 6 กิโลเมตร มีที่จอดรถในวัด หรือจะแวะต่อจากสถานีตากอากาศบางปูที่อยู่ใกล้กันก็ทำได้ในทริปเดียว เข้าชมไม่เสียค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวัดปฏิบัติธรรม ไม่ใช่แหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงต้องแต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยา งดเสียงดังหรือถ่ายรูปในลักษณะที่ไม่เหมาะกับสถานที่ เพราะมีทั้งพระและผู้มาปฏิบัติธรรมใช้พื้นที่อยู่ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างจัดและลานเจดีย์เปิดโล่งเกือบทั้งหมด ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มไปด้วย บริเวณริมทะเลบางปูเป็นหาดเลนมากกว่าหาดทราย จึงมาเพื่อบรรยากาศและการทำบุญ ไม่ใช่มาเล่นน้ำ วันหยุดยาวและวันพระคนจะมากกว่าปกติ ถ้าอยากได้ความสงบจริง ๆ แนะนำมาวันธรรมดาช่วงเช้า และควรเช็กเวลาเปิด-ปิดของวัดกับกิจกรรมประจำวันก่อนออกเดินทาง เพื่อจัดเวลาให้พอดีกับการเดินชมและกราบพระ

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าหรือเย็นวันธรรมดาจะเงียบและแดดไม่แรง ได้ภาพเจดีย์สีขาวตัดฟ้าสวยกว่ากลางวัน · แต่งกายสุภาพและสำรวมเพราะเป็นวัดปฏิบัติธรรมจริง ๆ · ลานเจดีย์เปิดโล่ง เตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม · จับคู่ทริปกับสถานีตากอากาศบางปูที่อยู่ใกล้กันได้ในวันเดียว · ริมทะเลเป็นหาดเลน มาเพื่อบรรยากาศและทำบุญ ไม่ได้มาเล่นน้ำ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • หมู่พระธุตังคเจดีย์สีขาวสวยเด่น ถ่ายรูปได้สวยและได้กราบพระบรมสารีริกธาตุในที่เดียว
  • บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นริมทะเล เหมาะกับการทำบุญและนั่งสมาธิ ต่างจากวัดในเมืองที่คนแน่น
  • อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางง่าย เข้าชมฟรี มีที่จอดรถ จับทริปครึ่งวันได้สบาย
  • จับคู่เที่ยวต่อกับสถานีตากอากาศบางปูที่อยู่ใกล้กันได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นวัดปฏิบัติธรรม ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบครึกครื้น
  • ลานเจดีย์เปิดโล่ง กลางวันแดดจัด ร้อน ควรเตรียมหมวกร่มและเลี่ยงช่วงเที่ยง
  • ริมทะเลบางปูเป็นหาดเลน ไม่ใช่หาดทราย ลงเล่นน้ำไม่ได้ วันพระ/วันหยุดยาวคนเยอะ
6

สถานตากอากาศบางปู — ชมนกนางนวล เดินสะพานสุขตา ริมอ่าวไทย (Bangpu Recreation Center)

📍 ถ.สุขุมวิท กม.37 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ · ริมอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ห่างตัวกรุงเทพฯ ราว 40 นาที–1 ชั่วโมงโดยรถ 🧭 บางปู-ปากอ่าวสมุทรปราการ ⭐ 4.1 (Tripadvisor (Bangpu Recreation Center, 135 รีวิว · #3 ของสิ่งที่น่าทำในสมุทรปราการ · Travelers' Choice))
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2–3 ชม. (เดินสะพานสุขตา ให้อาหารนก ถ่ายรูป และแวะกินอาหารทะเลริมทะเล) · ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกคนนิยมมากสุด
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (จอดรถมีค่าบริการเล็กน้อยบางช่วง) · ขนมปังให้อาหารนกถุงละ ~฿20–30 · อาหารทะเลตามสั่งราว ~฿150–400 / จาน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากออกไปดูนกนางนวลอพยพและเดินรับลมทะเลใกล้กรุงเทพฯ แบบเช้าไป-เย็นกลับ เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก สายถ่ายรูป และคนชอบธรรมชาติที่ไม่ต้องขับรถไกล
ชมนกนางนวลอพยพเดินสะพานสุขตาเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ

สถานตากอากาศบางปูอยู่ริมถนนสุขุมวิทช่วงกิโลเมตรที่ 37 ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ ห่างจากตัวกรุงเทพฯ แค่ราวสี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงโดยรถ จึงเป็นจุดที่คนกรุงนิยมขับออกมาเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ ที่นี่เป็นพื้นที่พักผ่อนริมทะเลของกองทัพบกที่เปิดมาตั้งแต่ราวปี 2480 มีทั้งลานกว้าง ป่าชายเลน และแนวชายฝั่งอ่าวไทยให้เดินรับลม ไฮไลต์ที่ทำให้คนมากันเยอะคือฝูงนกนางนวลอพยพจากไซบีเรียและแถบตอนเหนือของเอเชียที่บินหนีหนาวลงมาพักในช่วงราวเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน จำนวนหลายพันถึงหลายหมื่นตัว เกาะเรียงรายอยู่ตามเสาและราวสะพานให้ถ่ายรูปได้ใกล้ชิด

แลนด์มาร์กหลักคือสะพานสุขตา ทางเดินคอนกรีตที่ทอดยาวออกไปในทะเล ปลายสะพานเป็นอาคารเก่าที่เคยเป็นฟลอร์ลีลาศริมทะเลในอดีต เดินออกไปสุดสะพานจะได้วิวอ่าวไทยเปิดโล่งและลมทะเลเย็นสบาย ระหว่างทางมีคนขายขนมปังถุงเล็กสำหรับโยนให้นกนางนวล ซึ่งพอโยนขึ้นฟ้าฝูงนกจะบินตามมาโฉบรับเป็นภาพที่หลายคนตั้งใจมาถ่าย ช่วงเวลาที่คนนิยมที่สุดคือตอนบ่ายแก่ถึงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัด นอกจากดูนกและเดินเล่นแล้ว บริเวณเดียวกันยังมีร้านอาหารทะเลริมทะเลให้นั่งกินยาว ๆ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนให้เดินต่อสำหรับคนที่อยากใช้เวลามากขึ้น การเข้าชมไม่มีค่าบัตร มีเพียงค่าที่จอดรถเล็กน้อยในบางช่วง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือนกนางนวลมาเป็นฤดูกาล ถ้ามานอกช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนอาจเจอนกน้อยหรือแทบไม่เห็นเลย ควรวางแผนให้ตรงหน้าหนาวถ้าตั้งใจมาดูนกจริง ๆ อย่างที่สองคือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะและรถติดสะสมบริเวณทางเข้า ควรมาก่อนบ่ายสามเพื่อหาที่จอดและมุมถ่ายรูปสบาย ๆ อย่างที่สามคือน้ำทะเลแถบปากอ่าวค่อนข้างขุ่นและเป็นเลนตามธรรมชาติ ที่นี่เหมาะกับการเดินชมและถ่ายรูปมากกว่าการลงเล่นน้ำ อย่างที่สี่คือแดดริมทะเลแรงและลมพัดตลอด ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วย ส่วนคนที่พาเด็กมาให้อาหารนกควรดูแลใกล้ชิดเพราะฝูงนกโฉบเร็วและพื้นสะพานบางช่วงอาจลื่นจากละอองน้ำและมูลนก

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นนกนางนวลเต็มฝูงต้องมาช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งเป็นฤดูนกอพยพ นอกช่วงนี้มักเจอนกน้อย · มาก่อนบ่ายสามจะได้ที่จอดง่ายและเลี่ยงรถติดช่วงเย็นวันหยุด · ซื้อขนมปังถุงเล็กที่ขายบนสะพานไว้โยนให้นก จะได้ภาพนกโฉบสวย ๆ · เตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดเพราะแดดและลมริมทะเลแรง · ที่นี่เหมาะเดินชมและถ่ายรูปมากกว่าลงเล่นน้ำเพราะน้ำแถบปากอ่าวค่อนข้างขุ่น · เดินสุดสะพานสุขตาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกจะได้แสงและวิวอ่าวไทยสวยที่สุด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ราว 40 นาที–1 ชั่วโมง เที่ยวได้แบบเช้าไป-เย็นกลับ เข้าชมฟรี เหมาะกับครอบครัวและคนงบน้อย
  • ช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนมีฝูงนกนางนวลอพยพหลายพันถึงหลายหมื่นตัว ให้อาหารและถ่ายรูปใกล้ชิดได้จริง
  • สะพานสุขตาทอดยาวออกทะเล เดินรับลมและชมวิวอ่าวไทยได้กว้าง โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ย 4.1 เต็ม 5 จาก 135 รีวิว ติดอันดับ #3 ของสิ่งที่น่าทำในสมุทรปราการ และได้ Travelers' Choice
⚠️ ข้อสังเกต
  • นกนางนวลมาเป็นฤดูกาล ถ้ามานอกช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนอาจเจอนกน้อยหรือแทบไม่เห็นเลย
  • ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ รถติดสะสมบริเวณทางเข้า และหาที่จอดยากขึ้น
  • น้ำทะเลแถบปากอ่าวค่อนข้างขุ่นและเป็นเลน เหมาะเดินชมและถ่ายรูปมากกว่าลงเล่นน้ำ อีกทั้งแดดและลมริมทะเลแรง
7

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์ ในสวนบางกะเจ้า)

📍 ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ · อยู่กลางคุ้งบางกะเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ · เข้าจากฝั่งพระประแดงหรือนั่งเรือข้ามฟากจากบางนา-คลองเตย 🧭 คุ้งบางกะเจ้า (พระประแดง) ⭐ 4.1 (Tripadvisor (Bang Nam Phueng Floating Market, ~185 รีวิว))
บรรยากาศตลาดน้ำบางน้ำผึ้งริมคลองในคุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: mohigan · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3-4 ชม. (เดินตลาด กินของ แล้วปั่นจักรยานต่อในคุ้งบางกะเจ้า) · เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ราว 8.00-14.00 น.
ราคาโดยประมาณเข้าตลาดฟรี · ของกินจานละ ~฿30-80 · เช่าจักรยานราว ฿40-100 / วัน (บวกมัดจำ) · ค่าเรือข้ามฟาก ~฿10-20 / เที่ยว
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากหนีความวุ่นวายกรุงเทพฯ มาเดินตลาดชุมชนริมคลอง กินของถิ่น อุดหนุนงานคราฟต์ OTOP แล้วปั่นจักรยานเล่นในสวนสีเขียว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนสายชิล
ตลาดชุมชนริมคลองของกินถิ่น-งานคราฟต์ปั่นจักรยานต่อได้

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งอยู่กลางคุ้งบางกะเจ้า ผืนสีเขียวรูปกระเพาะหมูที่แม่น้ำเจ้าพระยาโค้งล้อมเอาไว้ คนเรียกกันว่าปอดของกรุงเทพฯ ทั้งที่ตัวพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ตั้งอยู่ในสวนร่มรื่นริมคลอง เดินตามทางไม้ที่ทอดยาวใต้ร่มไม้ ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงที่เอาของกินถิ่นกับงานคราฟต์ OTOP มาขาย ทั้งของคาวของหวาน ขนมไทยโบราณ น้ำสมุนไพร ไปจนถึงงานฝีมือของที่ระลึก บรรยากาศจึงเป็นตลาดชุมชนที่คนไทยไปเดินกันเยอะ ไม่ใช่ตลาดจัดฉากสำหรับนักท่องเที่ยว

จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือชื่อ ตลาดน้ำ ทำให้คาดหวังภาพเรือพายขายของเต็มคลองเหมือนที่อื่น แต่ทางตลาดปรับมาเป็นตลาดเดินริมคลองเป็นหลัก เพราะระดับน้ำขึ้นลงตามเวลาคาดเดายาก จึงมีเรือขายของบ้างประปรายเท่านั้น ถ้าปรับความคาดหวังตรงนี้ได้ เสน่ห์จริงของที่นี่คือการมาเดินกินของถิ่นแบบสบาย ๆ ใต้ร่มไม้ อุดหนุนชาวบ้าน แล้วเช่าจักรยานปั่นต่อเข้าไปในคุ้งบางกะเจ้า เส้นทางปูนยกระดับเลาะสวนและคลอง ผ่านสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ วัดเก่า และบ้านสวนที่ยังเขียวชอุ่ม เป็นการเที่ยวครึ่งวันที่รวมทั้งกิน เดิน และออกกำลังไว้ในทริปเดียว การมาที่นี่ยังง่ายจากฝั่งกรุงเทพฯ เพราะนั่งเรือข้ามฟากจากท่าฝั่งบางนาหรือคลองเตยมาขึ้นฝั่งบางกะเจ้าได้เลย

ก่อนไปมีเรื่องควรรู้ตามตรง ตลาดเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และช่วงกลางวัน ถ้าไปสายเกินบ่ายสองร้านเริ่มทยอยเก็บ ควรไปช่วงเช้าถึงเที่ยงจะได้ของครบและอากาศยังไม่ร้อนจัด วันหยุดยาวคนค่อนข้างเยอะ ทางเดินไม้บางช่วงแคบและที่จอดรถจำกัด ใครขับรถมาเองอาจต้องจอดไกลหน่อยแล้วเดินเข้า ส่วนคนที่ตั้งใจมาปั่นจักรยานให้เผื่อเวลาเช็กสภาพจักรยานเช่าและเตรียมยากันยุงกับน้ำดื่มไปด้วย เพราะเส้นทางในสวนร่มครึ้มและมียุงพอสมควร รวม ๆ แล้วเหมาะกับคนที่อยากได้วันหยุดแบบเนิบ ๆ ใกล้เมือง ไม่ได้มาหาความหวือหวา แต่มาเก็บบรรยากาศชุมชนริมน้ำที่ยังมีชีวิตจริง

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าถึงเที่ยงของวันเสาร์หรืออาทิตย์จะได้ของครบและคนยังไม่แน่น อย่าคาดหวังเรือพายเต็มคลองเพราะตอนนี้เป็นตลาดเดินริมคลองเป็นหลัก · เช่าจักรยานที่ตลาดแล้วปั่นต่อเข้าคุ้งบางกะเจ้าได้เลย เตรียมยากันยุงกับน้ำดื่มไปด้วย · ถ้ามาจากฝั่งกรุงเทพฯ ลองนั่งเรือข้ามฟากจากบางนาหรือคลองเตยจะสะดวกกว่าขับรถอ้อม
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ตลาดชุมชนริมคลองที่คนไทยไปเดินกันจริง บรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้ ไม่ใช่ตลาดจัดฉากสำหรับนักท่องเที่ยว
  • ของกินถิ่นและงานคราฟต์ OTOP จากชาวบ้านบางน้ำผึ้ง ราคาย่อมเยา ได้อุดหนุนชุมชนโดยตรง
  • เช่าจักรยานปั่นต่อเข้าคุ้งบางกะเจ้าได้เลย เที่ยวครึ่งวันได้ทั้งกิน เดิน และออกกำลัง
  • เดินทางง่ายจากกรุงเทพฯ นั่งเรือข้ามฟากจากบางนาหรือคลองเตยมาถึงได้สะดวก
⚠️ ข้อสังเกต
  • เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ช่วงกลางวัน ไปสายเกินบ่ายสองร้านเริ่มเก็บ
  • ชื่อว่าตลาดน้ำแต่ปัจจุบันเป็นตลาดเดินริมคลองเป็นหลัก เรือขายของมีน้อย บางคนผิดหวังกับความคาดหวัง
  • วันหยุดยาวคนเยอะ ทางเดินไม้บางช่วงแคบ ที่จอดรถจำกัด และในสวนมียุงพอสมควร
8

ป้อมพระจุลจอมเกล้า + พิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง (Phra Chulachomklao Fort & HTMS Maeklong Museum)

📍 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ · ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ก่อนออกอ่าวไทย · ในความดูแลของกองทัพเรือ 🧭 พระสมุทรเจดีย์-ปากอ่าวเจ้าพระยา ⭐ 4.2 (Tripadvisor (Pom Phra Chulachomklao, 32 รีวิว · #1 of 7 things to do in Phra Samut Chedi))
เรือรบหลวงแม่กลองจอดจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินชมเรือหลวงแม่กลอง ป้อมปืนเสือหมอบ พิพิธภัณฑ์ และริมทะเล)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ไม่มีค่าเข้า) · มีลานจอดรถกว้าง · ทัวร์เอกชนแบบมีรถรับส่งจากกรุงเทพฯ ~฿800-1,500 / คน (แล้วแต่โปรแกรมและจุดแวะ)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนชอบเรือรบ อยากขึ้นเดินบนเรือหลวงแม่กลองของจริง ดูปืนเสือหมอบ และเดินเล่นริมทะเลปากอ่าวแบบไม่ต้องเสียค่าเข้า เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
เรือรบหลวงแม่กลองปืนเสือหมอบริมทะเลเข้าชมฟรี

ป้อมพระจุลจอมเกล้าอยู่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ห่างจากตัวกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงเศษโดยรถยนต์ เป็นป้อมปืนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อป้องกันข้าศึกที่จะรุกเข้าทางปากอ่าว และเคยใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 จุดที่คนมาดูกันมากที่สุดคือปืนใหญ่อาร์มสตรองแบบหลุมหรือที่เรียกกันว่า ปืนเสือหมอบ ซึ่งติดตั้งฝังอยู่ในหลุมริมแนวป้อม เดินชมได้ใกล้ ๆ พร้อมป้ายอธิบายประวัติแต่ละกระบอก บรรยากาศโดยรอบเป็นลานกว้างริมทะเล มีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ให้สักการะ และมีทางเดินเลียบชายฝั่งให้เดินรับลมทะเลได้สบาย ๆ

ไฮไลต์อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ต่างจากป้อมทั่วไปคือเรือรบหลวงแม่กลองที่จอดจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ในบริเวณเดียวกัน เรือลำนี้เคยประจำการในกองทัพเรือไทยมายาวนานหลายสิบปีก่อนปลดระวาง ปัจจุบันเปิดให้ขึ้นไปเดินบนดาดฟ้าเรือ ดูปืนเรือ หอบังคับการ และห้องต่าง ๆ ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์กองทัพเรือ การได้ขึ้นไปยืนบนเรือรบของจริงเป็นประสบการณ์ที่เด็ก ๆ และคนชอบประวัติศาสตร์ชอบกันมาก จุดเด่นสำคัญคือเข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า มีลานจอดรถกว้าง เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ เหมาะกับทริปครึ่งวันใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งความรู้และวิวทะเล ในพื้นที่ยังมีร้านอาหารและสโมสรริมน้ำให้แวะพักกินข้าวชมวิวปากอ่าวหลังเดินชมเสร็จ

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ จึงควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามป้ายบอกจุดที่ห้ามเข้าหรือห้ามถ่ายภาพในบางบริเวณ วันเวลาเปิดให้ขึ้นเรือและเข้าชมพิพิธภัณฑ์อาจไม่ตรงกับเวลาเปิดของลานป้อมด้านนอก บางส่วนปิดในวันหยุดราชการหรือช่วงซ่อมบำรุง ควรเช็กก่อนออกเดินทาง พื้นที่กลางแจ้งค่อนข้างโล่งและร้อนจัดช่วงกลางวัน แดดแรงและมีร่มเงาน้อย จึงควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกอากาศเย็นสบายและถ่ายรูปสวยกว่า บนเรือมีบันไดชันและทางเดินแคบบางช่วง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรระวังเป็นพิเศษ และเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการจึงไม่มีบริการนักท่องเที่ยวครบเท่าแหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์ วางแผนเรื่องอาหารและห้องน้ำเผื่อไว้บ้างจะสบายกว่า

💡
เคล็ดลับ: เข้าชมฟรีและมีลานจอดรถกว้าง แต่เวลาเปิดให้ขึ้นเรือหลวงแม่กลองกับพิพิธภัณฑ์อาจต่างจากลานป้อมด้านนอก และบางส่วนปิดวันหยุดราชการหรือช่วงซ่อมบำรุง ควรเช็กก่อนไป · แต่งกายสุภาพเพราะเป็นพื้นที่กองทัพเรือ · กลางวันแดดแรงร่มเงาน้อย เตรียมหมวกและน้ำดื่ม ไปช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะสบายและถ่ายรูปสวยกว่า · บนเรือมีบันไดชันและทางเดินแคบ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กให้ระวัง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า มีลานจอดรถกว้าง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวจบในครึ่งวัน เหมาะเป็นทริปวันหยุดแบบไม่ต้องวางแผนเยอะ
  • ได้ขึ้นเดินบนเรือรบหลวงแม่กลองของจริง ดูปืนเรือ หอบังคับการ และห้องจัดแสดง เป็นประสบการณ์ที่เด็กและคนชอบประวัติศาสตร์ชอบ
  • มีปืนใหญ่อาร์มสตรอง (ปืนเสือหมอบ) ริมแนวป้อมพร้อมป้ายอธิบายประวัติ และมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ให้สักการะ
  • บรรยากาศริมทะเลปากอ่าวโล่งสบาย มีทางเดินเลียบชายฝั่งและร้านอาหารริมน้ำให้แวะพักชมวิว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นพื้นที่ราชการของกองทัพเรือ ต้องแต่งกายสุภาพและมีบางจุดที่ห้ามเข้าหรือห้ามถ่ายภาพ บริการนักท่องเที่ยวไม่ครบเท่าแหล่งเที่ยวเชิงพาณิชย์
  • เวลาเปิดให้ขึ้นเรือและเข้าพิพิธภัณฑ์อาจไม่ตรงกับลานป้อมด้านนอก บางส่วนปิดวันหยุดราชการหรือช่วงซ่อมบำรุง ควรเช็กก่อนไป
  • พื้นที่กลางแจ้งโล่งและร้อนจัดช่วงกลางวัน ร่มเงาน้อย อีกทั้งบนเรือมีบันไดชันและทางเดินแคบ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องระวัง
9

วัดบางพลีใหญ่ใน (หลวงพ่อโต บางพลี) — ไหว้พระ ปิดทอง และงานประเพณีรับบัว

📍 ถนนบางนา-ตราด/ริมคลองสำโรง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ · ห่างสนามบินสุวรรณภูมิราว 15–20 นาทีโดยรถ 🧭 บางพลี-คลองสำโรง ⭐ 4.6 (Wongnai (วัดบางพลีใหญ่ใน · 13 รีวิว))
อุโบสถและอาคารภายในวัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Battery2029 · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1.5–3 ชม. (ไหว้พระ ปิดทอง เดินวิหารคด และแวะตลาดน้ำ) · วันงานรับบัวเผื่อทั้งวัน
ราคาโดยประมาณเข้าวัดฟรี · ค่าดอกไม้ธูปเทียนชุดบูชา ~฿20–60 · ทองคำเปลว/เครื่องสังฆทานตามศรัทธา · อาหารตลาดน้ำ ~฿30–120 / จาน
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากไหว้พระขอพรหลวงพ่อโตพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองบางพลี เดินตลาดน้ำริมคลอง หรือมาช่วงงานประเพณีรับบัวเดือนตุลาคมเพื่อดูพิธีโยนบัวและขบวนแห่เรือ
หลวงพ่อโตพระคู่เมืองงานประเพณีรับบัวตลาดน้ำริมคลอง

วัดบางพลีใหญ่ใน หรือที่คนเรียกติดปากว่าวัดหลวงพ่อโต ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่คนสมุทรปราการและปริมณฑลนับถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ตามตำนานที่เล่าสืบกันมา หลวงพ่อโตเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปพี่น้องสามองค์ที่ลอยน้ำมาตามลำน้ำ พร้อมหลวงพ่อโสธรที่ฉะเชิงเทราและหลวงพ่อวัดบ้านแหลมที่สมุทรสงคราม จนมาขึ้นที่คลองสำโรงและได้อัญเชิญประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ เรื่องเล่านี้ทำให้วัดกลายเป็นจุดหมายของสายบุญที่มาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล คนที่เพิ่งซื้อรถใหม่นิยมขับมาให้พระประพรมน้ำมนต์เจิมรถกันเป็นประจำ วัดอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ขับรถราวสิบห้าถึงยี่สิบนาที จึงเป็นจุดแวะที่คนแวะไหว้ก่อนหรือหลังเดินทางได้สะดวก

ภายในวัดกว้างขวาง มีวิหารหลวงพ่อโตให้เข้าไปกราบไหว้และปิดทอง มีวิหารคดและซุ้มบูชาให้เดินชมสถาปัตยกรรมไทย รอบวัดมีจุดทำบุญ ถวายสังฆทาน และร้านขายดอกไม้ธูปเทียนให้ครบ เดินออกไปริมคลองยังมีตลาดน้ำบางพลีที่เปิดให้เดินกินของอร่อยและซื้อของฝากต่อได้ในทริปเดียว ไฮไลต์ประจำปีคืองานประเพณีรับบัว ซึ่งจัดช่วงวันขึ้นสิบสี่ค่ำเดือนสิบเอ็ด ราวเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวบ้านนำดอกบัวมาโยนลงเรือที่อัญเชิญหลวงพ่อโตแห่ไปตามคลองสำโรง เชื่อกันว่าถ้าโยนบัวลงเรือได้จะได้บุญและสมหวัง งานนี้มีทั้งขบวนแห่เรือทางน้ำ การละเล่น และตลาดนัดริมคลอง คนไปกันแน่นทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Wongnai วัดได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเป็นวัดที่บรรยากาศดี ไหว้พระได้สบายใจ และเดินตลาดน้ำต่อได้เลย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือเรื่องการแต่งกาย วัดขอความร่วมมือให้แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นเหนือเข่า เสื้อสายเดี่ยว หรือชุดรัดรูปเข้าเขตวิหาร ควรเตรียมเสื้อคลุมหรือผ้าถุงไว้เผื่อ ข้อสองคือวันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนเยอะมาก ที่จอดรถเต็มเร็วและต้องเดินไกลจากลานจอด ถ้าไปช่วงงานรับบัวยิ่งต้องเผื่อเวลาเรื่องรถติดและที่จอด แนะนำให้ไปแต่เช้าหรือใช้ขนส่งสาธารณะ ข้อสามคือช่วงตลาดน้ำจะคึกคักเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาบางร้านอาจปิด ควรเช็กวันเปิดก่อน ข้อสี่คือมีร้านค้าและคนขายของเยอะพอสมควร ควรระวังทรัพย์สินในช่วงคนแน่น และเตรียมเงินสดไว้สำหรับทำบุญและซื้อของ เพราะหลายร้านยังรับแต่เงินสด ทั้งนี้การเข้าวัดไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะชุดบูชาและของทำบุญตามศรัทธาเท่านั้น

💡
เคล็ดลับ: แต่งกายสุภาพ งดขาสั้นเหนือเข่ากับเสื้อสายเดี่ยว เตรียมเสื้อคลุมหรือผ้าถุงไว้เผื่อเข้าวิหาร เลี่ยงเสาร์อาทิตย์และวันพระที่คนแน่นและที่จอดเต็มเร็ว ถ้าอยากเดินตลาดน้ำบางพลีให้มาวันเสาร์อาทิตย์ที่ร้านเปิดครบ อยากดูพิธีโยนบัวและขบวนแห่เรือให้มาช่วงงานประเพณีรับบัวราวเดือนตุลาคม (ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11) และเผื่อเวลาเรื่องรถติด เตรียมเงินสดไว้ทำบุญและซื้อของเพราะหลายร้านยังรับแต่เงินสด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คนสมุทรปราการและปริมณฑลศรัทธา มีตำนานพระลอยน้ำสามพี่น้องให้ไปกราบขอพร
  • อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ขับรถราว 15–20 นาที แวะไหว้ก่อนหรือหลังเดินทางได้สะดวก และเข้าวัดฟรี
  • ไหว้พระเสร็จเดินตลาดน้ำบางพลีริมคลองต่อได้เลย ทั้งกินของอร่อยและซื้อของฝากในทริปเดียว
  • รีวิวจริงบน Wongnai ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 ชมว่าบรรยากาศดีและไหว้พระสบายใจ
⚠️ ข้อสังเกต
  • วันหยุดสุดสัปดาห์และวันพระคนเยอะมาก ที่จอดรถเต็มเร็วและต้องเดินไกลจากลานจอด ช่วงงานรับบัวยิ่งรถติด
  • ตลาดน้ำคึกคักเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาบางร้านอาจปิด
  • ต้องแต่งกายสุภาพเข้าเขตวิหาร และหลายร้านรับแต่เงินสด ต้องเตรียมเสื้อคลุมและเงินสดไปเอง
10

เดินตลาดปากน้ำ + ริมเจ้าพระยา (วิถีเมืองปากน้ำ)

📍 ตลาดปากน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ · เดินจาก BTS ปากน้ำราว 10 นาที ต่อท่าเรือข้ามฟากไปพระสมุทรเจดีย์ได้ 🧭 ตัวเมืองปากน้ำ-ริมเจ้าพระยา ⭐ 4.2 (Google Maps (Pak Nam Market, ~4,904 รีวิว))
ท่าเรือข้ามฟากริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งเมืองปากน้ำ สมุทรปราการ ให้ภาพบรรยากาศวิถีริมน้ำใกล้ตลาดปากน้ำ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Phoebus 28 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินตลาด ชิมของกิน แล้วออกไปนั่งริมน้ำหรือข้ามฟาก)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี · ของกินรายจานราว ฿20-80 · ซีฟู้ดสดคิดตามน้ำหนัก · ค่าเรือข้ามฟากไปพระสมุทรเจดีย์หลักไม่กี่บาท
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากเดินเที่ยวตลาดจริงของคนพื้นที่ ชิมของกินริมเจ้าพระยาแบบไม่ต้องจ่ายค่าเข้า เหมาะทั้งสายกิน สายถ่ายรูปวิถีเมือง และคนแวะพักก่อนต่อเรือไปพระสมุทรเจดีย์
ตลาดวิถีเมืองของกินริมเจ้าพระยาเดินเที่ยวฟรี

ตลาดปากน้ำคือตลาดใจกลางเมืองสมุทรปราการที่คนพื้นที่ใช้จริงมาหลายสิบปี ตัวตลาดทอดยาวจากย่านการค้าลงไปถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินเข้าไปจะเจอทั้งแผงผักผลไม้ ของแห้ง ร้านข้าวแกง และโซนอาหารทะเลสดที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองปากน้ำ กุ้ง หอย ปู ปลามาจากทะเลอ่าวไทยใกล้ ๆ ราคาย่อมเยากว่าในกรุงเทพฯ พอเดินทะลุไปด้านริมน้ำก็จะได้ลมเย็นจากแม่น้ำและเห็นเรือข้ามฟากวิ่งไปมา จุดนี้เองที่ทำให้ตลาดปากน้ำต่างจากตลาดสดทั่วไป เพราะได้ทั้งของกินและบรรยากาศริมเจ้าพระยาในที่เดียว โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าสักบาท

เสน่ห์อีกอย่างคือของกินร้านเก่าแก่ที่คนแถวนี้ต่อคิวกันเอง ทั้งขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ขนมปิ้ง ไปจนถึงร้านซีฟู้ดที่ซื้อของสดจากแผงแล้วให้ปรุงกินตรงนั้นได้เลย ช่วงเย็นถึงค่ำตลาดจะคึกคักขึ้นเป็นย่านของกินกลางคืน ลมริมน้ำทำให้เดินสบายกว่ากลางวันมาก ใครมาทางรถไฟฟ้าลงสถานี BTS ปากน้ำแล้วเดินต่อราวสิบนาทีก็ถึง ไม่ต้องขับรถหาที่จอด และถ้ามาถึงริมน้ำแล้วยังมีเวลา ลองลงเรือข้ามฟากไปไหว้พระสมุทรเจดีย์องค์สีขาวฝั่งตรงข้าม ค่าเรือหลักไม่กี่บาท เป็นการต่อทริปวิถีเมืองปากน้ำให้ครบทั้งกิน เดิน และล่องน้ำในครึ่งวันเดียว

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนรีวิวพูดถึงตรง ๆ คือตลาดปากน้ำเป็นตลาดสดจริง ไม่ใช่ตลาดจัดฉากเพื่อการท่องเที่ยว บางโซนโดยเฉพาะแผงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลจึงมีกลิ่นคาวและพื้นเปียกแฉะ ควรใส่รองเท้าที่เดินลุยได้และระวังลื่น ช่วงวันหยุดและตอนเย็นคนเยอะ ทางเดินระหว่างแผงค่อนข้างแคบ เบียดเสียดพอสมควร ของสดบางแผงเรื่องความสะอาดยังไม่สม่ำเสมอ เลือกร้านที่คนพลุกพล่านและของหมุนเวียนเร็วจะปลอดภัยกว่า ที่จอดรถรอบตลาดหายากในชั่วโมงเร่งด่วน มาด้วยรถไฟฟ้าจะสะดวกที่สุด และถ้าตั้งใจมาชิมของกินร้านดัง ควรมาช่วงสายหรือหัวค่ำ เพราะบางเจ้าขายหมดเร็วหรือปิดก่อนตลาดวาย

💡
เคล็ดลับ: มาด้วย BTS ปากน้ำแล้วเดินต่อราวสิบนาที เลี่ยงปัญหาที่จอดรถ · เดินตลาดช่วงสายหรือหัวค่ำจะได้ของกินร้านดังครบและลมริมน้ำเย็นสบายกว่ากลางวัน · เลือกซื้อซีฟู้ดจากแผงที่คนแน่นและของหมุนเวียนเร็ว · ใส่รองเท้าที่ลุยพื้นเปียกได้ · เผื่อเวลาลงเรือข้ามฟากไปไหว้พระสมุทรเจดีย์ฝั่งตรงข้าม ค่าเรือหลักไม่กี่บาท ต่อทริปริมน้ำให้ครบ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เดินเที่ยวและชิมได้ฟรี ไม่มีค่าเข้า ของกินรายจานราคาถูก ซีฟู้ดสดคิดตามน้ำหนักย่อมเยากว่าในกรุงเทพฯ
  • ได้ทั้งตลาดสดวิถีคนพื้นที่และบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาในที่เดียว มีร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อหลายเจ้าให้ตามชิม
  • เดินทางง่ายด้วย BTS ปากน้ำ ราว 10 นาทีถึง ไม่ต้องหาที่จอดรถ
  • ต่อทริปได้สะดวก ลงเรือข้ามฟากไปไหว้พระสมุทรเจดีย์ฝั่งตรงข้ามด้วยค่าเรือหลักไม่กี่บาท
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นตลาดสดจริง โซนเนื้อสัตว์และอาหารทะเลมีกลิ่นคาวและพื้นเปียกแฉะ ต้องระวังลื่น
  • วันหยุดและตอนเย็นคนเยอะ ทางเดินระหว่างแผงแคบ เบียดเสียดพอสมควร
  • ของสดบางแผงเรื่องความสะอาดไม่สม่ำเสมอ และที่จอดรถรอบตลาดหายากในชั่วโมงเร่งด่วน

เที่ยวสมุทรปราการ พักที่ไหนดี?

เลือกโรงแรมในสมุทรปราการใกล้บีทีเอส-เมืองโบราณ หรือพักกรุงเทพฯ แล้วเที่ยวก็ได้ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ตั๋วเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณจองล่วงหน้าออนไลน์ได้สะดวก

ดูกิจกรรมสมุทรปราการทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวสมุทรปราการ

🏛️
เมืองโบราณเผื่อครึ่งวัน

เมืองโบราณพื้นที่กว้างมาก มีจักรยาน/รถรางให้ชม ควรเผื่อเวลาครึ่งวัน-เต็มวัน มีค่าเข้า ไปเช้าเลี่ยงแดดกลางวันและคนเยอะวันหยุด

🐘
ช้างเอราวัณชมด้านในได้

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเป็นอาคารรูปช้างสามเศียร ภายในตกแต่งงดงามและขึ้นชมได้ มีค่าเข้า ควรแต่งกายสุภาพ

🚲
บางกะเจ้าปั่นจักรยานเช้า-เย็น

บางกะเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า) เป็นพื้นที่สีเขียวเหมาะปั่นจักรยานเลียบคลอง มีตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์) ควรปั่นช่วงเช้า-เย็นเลี่ยงแดด

🚆
ไปง่ายด้วยรถไฟฟ้า

สมุทรปราการติดกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า BTS ถึงปากน้ำ-เคหะฯ เที่ยวหลายจุดต่อรถได้ แต่บางกะเจ้าต้องนั่งเรือข้ามฟากและเช่าจักรยาน

จัดทริปสมุทรปราการยังไงให้คุ้ม

ทริปวันเดียว เช้าเที่ยวเมืองโบราณ (เผื่อครึ่งวัน) บ่ายแวะพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณและพระสมุทรเจดีย์ ถ้าชอบธรรมชาติ เลือกวันปั่นจักรยานบางกะเจ้าและตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์) หรือชมนกที่บางปูช่วงหน้าหนาว จะได้ครบทั้งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวัด ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้

พร้อมเที่ยวสมุทรปราการแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักใกล้บีทีเอสก่อนเลย

ดูที่พักสมุทรปราการ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวสมุทรปราการทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือเที่ยวเมืองโบราณที่จำลองสถาปัตยกรรมทั่วไทย ชมพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณอาคารช้างสามเศียร ปั่นจักรยานบางกะเจ้าปอดสีเขียว ไหว้พระสมุทรเจดีย์และวัดอโศการาม เดินตลาดปากน้ำ ชมนกที่สถานตากอากาศบางปู และเดินตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (เสาร์-อาทิตย์)

เที่ยวสมุทรปราการไปเช้าเย็นกลับได้ไหม?

ได้ สมุทรปราการติดกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า BTS และรถถึงสะดวก เที่ยวเมืองโบราณ ช้างเอราวัณ หรือบางกะเจ้าแบบวันเดย์ทริปได้สบาย เหมาะทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวัน

เมืองโบราณสมุทรปราการเที่ยวยังไง?

เมืองโบราณ (Ancient City) เป็นพื้นที่กว้างมากที่จำลองโบราณสถานและสถาปัตยกรรมสำคัญจากทั่วไทย มีบริการจักรยานและรถรางให้ชม ควรเผื่อเวลาครึ่งวันถึงเต็มวัน มีค่าเข้า และไปช่วงเช้าเพื่อเลี่ยงแดดกับคนเยอะ

ไปสมุทรปราการช่วงไหนดี?

เที่ยวได้ทั้งปี หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อากาศดีเหมาะปั่นจักรยานบางกะเจ้าและชมนกที่บางปู เมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์อยู่กลางแจ้ง/ในร่ม เที่ยวได้ทุกฤดู ควรเลี่ยงแดดกลางวันหน้าร้อน

ไปบางกะเจ้ายังไง?

บางกะเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า) นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือฝั่งพระประแดง/คลองเตย แล้วเช่าจักรยานปั่นเลียบคลอง มีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดเสาร์-อาทิตย์ ควรไปช่วงเช้า-เย็นและเตรียมกันแดด

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →