หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย ศรีสะเกษ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยศรีสะเกษ10 กิจกรรมน่าทำ ใน ศรีสะเกษ
📍 ศรีสะเกษ · ภาคอีสาน · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

10 กิจกรรมน่าทำ
ใน ศรีสะเกษ

ศรีสะเกษเป็นเมืองอีสานใต้ติดชายแดนกัมพูชาที่มีทั้งธรรมชาติหน้าผา ปราสาทขอม และของกินขึ้นชื่ออย่างทุเรียนภูเขาไฟ จุดขายคือผามออีแดงจุดชมวิวริมหน้าผา วัดล้านขวดที่สร้างจากขวดแก้ว และสวนผลไม้เมืองขุนหาญ เที่ยวได้ทั้งสายธรรมชาติ สายวัด และสายกิน

⛰️ ผามออีแดง🍶 วัดล้านขวด🥭 ทุเรียนภูเขาไฟ🏯 ปราสาทขอม
เลื่อนดูทั้ง 10 กิจกรรม ภาพ: Jpatokal · CC BY-SA 3.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

ศรีสะเกษอยู่ภาคอีสานตอนใต้ติดเทือกเขาพนมดงรักและชายแดนกัมพูชา มีภูมิประเทศหลากหลายทั้งที่ราบและหน้าผา ไฮไลต์คือผามออีแดงจุดชมวิวริมหน้าผาที่เห็นแผ่นดินกัมพูชา (ใกล้อุทยานฯ เขาพระวิหารฝั่งไทย) วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) ที่ประดับด้วยขวดแก้วนับล้าน ทุเรียนภูเขาไฟและสวนผลไม้เมืองขุนหาญ และปราสาทขอมอย่างสระกำแพงใหญ่

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ผามออีแดงและพื้นที่ชายแดนควรเช็กสถานการณ์และประกาศทางการก่อนไป ทุเรียนภูเขาไฟออกช่วงราว มิ.ย.–ก.ค. ส่วนอากาศดีเที่ยวกลางแจ้งช่วงหน้าหนาว จุดเที่ยวกระจายนอกเมือง ควรมีรถ

1

ผามออีแดง + อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร (จุดชมวิวหน้าผาริมชายแดน · ภาพสลักนูนต่ำ · สถูปคู่)

📍 อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ · หน้าผายาวราว 300 เมตรกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา 🧭 กันทรลักษ์ (เทือกเขาพนมดงรัก · ชายแดนไทย-กัมพูชา) ⭐ 4.0 (Tripadvisor (Pha Mo E Dang, 48 รีวิว))
หน้าผาผามออีแดงและทัศนียภาพที่ราบฝั่งกัมพูชาเบื้องล่าง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Jpatokal · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินชมจุดชมวิว ภาพสลัก และสถูปคู่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ ~฿40 คนไทย / ~฿400 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ค่ารถแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบจุดชมวิวหน้าผากว้าง ๆ ริมชายแดน อยากดูภาพสลักนูนต่ำโบราณและสถูปคู่ในที่เดียว เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูปวิว และครอบครัวที่เดินระยะสั้นได้
จุดชมวิวหน้าผาชายแดนภาพสลักนูนต่ำโบราณสถูปคู่หินทราย

ผามออีแดงคือหน้าผาหินทรายยาวราว 300 เมตรในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ วางตัวอยู่บนแนวเทือกเขาพนมดงรักที่กั้นพรมแดนไทยกับกัมพูชา จุดเด่นคือเป็นจุดชมวิวหน้าผาที่มองลงไปเห็นที่ราบฝั่งกัมพูชาเบื้องล่างเป็นมุมกว้าง ช่วงปลายฝนต้นหนาวหลายคนมาเฝ้าชมทะเลหมอกที่ลอยปกคลุมหุบเขายามเช้า และในช่วงเย็นก็มีฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำใต้ผาให้ดู ตัวจุดชมวิวเดินถึงได้ไม่ยาก มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเชื่อมไปยังจุดสำคัญอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน จึงเที่ยวได้ครบในครึ่งวันโดยไม่ต้องเดินหนักจนเกินไป

สิ่งที่ทำให้ผามออีแดงต่างจากจุดชมวิวทั่วไปคือมีโบราณสถานอยู่ในพื้นที่ด้วย บนหน้าผามีภาพสลักนูนต่ำสามรูปแกะลงบนหินทราย สันนิษฐานว่าเป็นงานสมัยราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 นับเป็นภาพสลักเก่าแก่ที่ยังหลงเหลือให้เห็นชัดริมหน้าผา ถัดจากนั้นไม่ไกลมีสถูปคู่ที่ก่อด้วยหินทรายสีแดง เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์อีกจุดที่คนนิยมแวะถ่ายรูป การได้เดินดูทั้งวิวหน้าผา ภาพสลักโบราณ และสถูปคู่ในทริปเดียวทำให้ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปวิวอย่างเดียว บริเวณลานชมวิวมีป้ายให้ข้อมูลและมุมนั่งพักพอสมควร

เรื่องที่ต้องบอกกันตรง ๆ ก่อนวางแผนไปคือ ผามออีแดงอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จึงเป็นพื้นที่ที่เปิด-ปิดตามสถานการณ์ความมั่นคง ที่ผ่านมาเคยมีประกาศปิดชั่วคราวเมื่อมีความตึงเครียดบริเวณชายแดน เช่นในช่วงปี 2568 ที่อุทยานฯ ประกาศปิดจุดชมวิวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรเช็กสถานะล่าสุดกับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารหรือเพจของกรมอุทยานฯ ให้แน่ใจว่าเปิดให้เข้าชม อย่าเพิ่งขับรถไปไกลโดยไม่โทรสอบถามก่อน เมื่อเข้าไปแล้วก็ควรอยู่ในเส้นทางและจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่ข้ามแนวรั้วหรือป้ายเตือนเด็ดขาด เพราะเป็นเขตแดนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าเดินสบายไปด้วย ช่วงเช้าตรู่หรือเย็นอากาศกำลังดีและแดดไม่แรงเท่ากลางวัน

💡
เคล็ดลับ: ก่อนไปให้โทรเช็กกับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารหรือเพจกรมอุทยานฯ ว่าจุดชมวิวเปิดหรือปิด เพราะเป็นพื้นที่ชายแดนที่เปิด-ปิดตามสถานการณ์ ไปช่วงปลายฝนต้นหนาว (ต.ค.-ธ.ค.) มีลุ้นทะเลหมอกยามเช้า มาเย็น ๆ ได้ดูฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำใต้ผา เดินตามเส้นทางและป้ายเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามข้ามแนวรั้วหรือป้ายเตือน เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าเดินสบาย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • จุดชมวิวหน้าผามองที่ราบฝั่งกัมพูชาเป็นมุมกว้าง ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีลุ้นทะเลหมอกยามเช้า
  • ได้เที่ยวครบทั้งวิวหน้าผา ภาพสลักนูนต่ำโบราณ และสถูปคู่หินทรายในบริเวณเดียว
  • เส้นทางเดินระยะสั้น เข้าถึงจุดชมวิวได้ไม่ยาก เที่ยวจบได้ในครึ่งวัน เหมาะกับครอบครัว
  • ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ คนไทยไม่แพง และมีป้ายให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ในพื้นที่
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา เปิด-ปิดตามสถานการณ์ความมั่นคง เคยประกาศปิดชั่วคราวมาแล้ว ต้องเช็กก่อนไปทุกครั้ง
  • อยู่ไกลตัวเมืองศรีสะเกษ ต้องมีรถส่วนตัวและวางแผนเวลาเดินทาง ไม่มีขนส่งสาธารณะสะดวก
  • กลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อยบริเวณลานหน้าผา ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงและเตรียมกันแดด
2

วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) — วัดที่สร้างและประดับด้วยขวดแก้วนับล้าน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

📍 ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ · ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษราว 60-70 กม. อยู่ทางใต้ของจังหวัดใกล้เทือกเขาพนมดงรัก 🧭 อ.ขุนหาญ (ศรีสะเกษตอนใต้)
อาคารวัดล้านขวดที่ผนังและโครงสร้างประดับด้วยขวดแก้วสีเขียวและน้ำตาลจำนวนมาก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Markus G. Klötzer · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวันหรือแวะ ~1-2 ชม. (เดินชมอาคารหลัก เจดีย์ ศาลา และถ่ายรูป)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ไม่มีค่าเข้า) · ทำบุญ/บริจาคตามศรัทธา · ค่าเดินทางเช่ารถหรือเหมารถจากตัวเมืองแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรมแปลกตาและอยากถ่ายรูปวัดที่สร้างจากขวดแก้วนับล้าน แวะได้ทั้งครอบครัว สายบุญ และคนชอบเที่ยวมุมที่ไม่เหมือนใครระหว่างเส้นทางขุนหาญ
วัดจากขวดแก้วสถาปัตยกรรมแปลกตาจุดถ่ายรูป

วัดล้านขวด หรือชื่อทางการว่าวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอขุนหาญ ทางตอนใต้ของจังหวัดศรีสะเกษ ใกล้แนวเทือกเขาพนมดงรักที่กั้นชายแดนไทยกับกัมพูชา จุดที่ทำให้วัดนี้เป็นที่พูดถึงคือแนวคิดการนำขวดแก้วที่ใช้แล้วมาเป็นวัสดุก่อสร้างและตกแต่งอาคาร ตั้งแต่ผนัง เสา ซุ้มประตู ไปจนถึงเจดีย์และศาลา รวมกันแล้วนับเป็นหลักล้านขวด ขวดที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นขวดสีเขียวและสีน้ำตาลจากเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันรวบรวมมาถวายวัดตลอดหลายปี เมื่อนำก้นขวดมาเรียงประกบกับปูนก็เกิดเป็นลวดลายและพื้นผิวที่สะท้อนแสงระยิบระยับเวลาโดนแดด ทำให้อาคารดูต่างจากวัดทั่วไปอย่างชัดเจน และกลายเป็นตัวอย่างการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ที่หลายคนตั้งใจแวะมาดูกับตา

สำหรับคนที่วางแผนไปเที่ยวศรีสะเกษ วัดล้านขวดมักถูกจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับแหล่งเที่ยวฝั่งอำเภอขุนหาญและกันทรลักษ์ เช่น สวนผลไม้ตามฤดูกาลและจุดชมวิวเชิงเขา การเดินทางสะดวกที่สุดคือขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถจากตัวเมืองศรีสะเกษ เพราะระยะทางค่อนข้างไกลและรถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อยนัก เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้า ใครอยากทำบุญหรือบริจาคสมทบก็ทำได้ตามกำลังศรัทธา ภายในวัดมีทั้งอาคารหลัก เจดีย์ และศาลาให้เดินชมและถ่ายรูป บรรยากาศเป็นวัดป่าที่เงียบสงบ เหมาะกับการแวะพักระหว่างทางมากกว่าจะเป็นจุดที่ต้องใช้เวลาทั้งวัน คนส่วนใหญ่ใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็เดินชมได้ทั่ว

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือวัดนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงต้องแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น และสำรวมกิริยาขณะอยู่ในเขตวัด ข้อสองคืออากาศแถบขุนหาญช่วงกลางวันร้อนจัด พื้นผิวขวดแก้วสะท้อนแดดทำให้บริเวณลานวัดยิ่งร้อน ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ และเตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย ข้อสามคือระยะทางจากตัวเมืองไกลพอสมควรและป้ายบอกทางบางช่วงไม่ชัด ควรเปิดแผนที่นำทางและเผื่อเวลาเดินทางไว้ ข้อสี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้ารอบวัดมีจำกัด ควรเติมน้ำมันและซื้อของกินติดรถมาก่อน วัดล้านขวดเหมาะกับคนที่สนใจสถาปัตยกรรมแปลกตาและการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ มากกว่าคนที่คาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบแหล่งเที่ยวใหญ่

💡
เคล็ดลับ: แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้น ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเลี่ยงแดดจัดที่สะท้อนจากพื้นผิวขวดแก้ว เตรียมหมวกและน้ำดื่มไปเอง เดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือเช่ารถจากตัวเมืองจะสะดวกกว่ารถสาธารณะเพราะระยะทางไกลและป้ายบางช่วงไม่ชัด เปิดแผนที่นำทางไว้ เติมน้ำมันและซื้อของกินติดรถมาก่อนเพราะร้านค้ารอบวัดมีจำกัด และวางแผนแวะรวมกับที่เที่ยวฝั่งขุนหาญ-กันทรลักษ์ในทริปเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • สถาปัตยกรรมแปลกตาที่สร้างและตกแต่งจากขวดแก้วนับล้าน ผนังและซุ้มสะท้อนแสงระยิบระยับเวลาโดนแดด เป็นจุดถ่ายรูปที่หาไม่ได้ทั่วไป
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า ทำบุญหรือบริจาคได้ตามศรัทธา เหมาะแวะเป็นครึ่งวันหรือระหว่างทาง
  • บรรยากาศวัดป่าเงียบสงบ มีอาคารหลัก เจดีย์ และศาลาให้เดินชม เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและสายบุญ
  • เป็นตัวอย่างการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ ที่คนสนใจงานออกแบบและงานสร้างสรรค์ตั้งใจแวะมาดู
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลจากตัวเมืองศรีสะเกษราว 60-70 กม. รถสาธารณะเข้าถึงไม่บ่อย ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ และป้ายบอกทางบางช่วงไม่ชัด
  • ช่วงกลางวันแดดจัดและพื้นผิวขวดแก้วสะท้อนความร้อน ลานวัดยิ่งร้อน ควรเลี่ยงเที่ยงวันและเตรียมหมวกกับน้ำดื่ม
  • เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจจริง ต้องแต่งกายสุภาพและสำรวม สิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้ารอบวัดมีจำกัด
3

เที่ยวสวนทุเรียนภูเขาไฟ-ผลไม้ อ.ขุนหาญ ศรีสะเกษ (ชิม-ซื้อในสวนตามฤดู มิ.ย.–ก.ค.)

📍 อำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ · กลุ่มสวนกระจายตามตำบลพราน ภูฝ้าย บักดอง กันทรอม ในเขตดินภูเขาไฟรอบเทือกพนมดงรัก · หลายสวนอยู่ห่างตัวเมืองศรีสะเกษราว 60–70 กม. 🧭 ขุนหาญ (ดินภูเขาไฟ เชิงพนมดงรัก)
ทุเรียนหมอนทองผ่าเปิดเห็นเนื้อสีเหลืองทองพร้อมชิม สื่อถึงการเข้าสวนชิมทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Vladimir Menkov · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2–3 ชม. ต่อสวน (เดินชมสวน ชิม เลือกซื้อ ถ่ายรูป) · เที่ยวหลายสวนได้ในวันเดียวถ้ามีรถ
ราคาโดยประมาณค่าเข้าชิมในสวนหลายแห่งราว ฿0–100 / คน (บางสวนคิดค่าบุฟเฟต์ชิมแยก) · ทุเรียนภูเขาไฟหมอนทองราว ฿180–250 / กก. ตามเกรดและช่วงต้น-ปลายฤดู · ผลไม้อื่น เช่น เงาะ มังคุด ลองกอง ราคาตามฤดู
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบทุเรียนและผลไม้สด อยากเข้าสวนจริงเพื่อชิม-เลือกซื้อจากต้น เที่ยวเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนช่วงหน้าทุเรียน สายกินที่อยากลองทุเรียนดินภูเขาไฟรสเฉพาะถิ่นถึงแหล่งปลูก
ทุเรียนดินภูเขาไฟเข้าสวนชิม-ซื้อเที่ยวตามฤดู มิ.ย.-ก.ค.

อำเภอขุนหาญเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนหลักของศรีสะเกษ จุดที่ทำให้ทุเรียนแถบนี้ต่างจากที่อื่นคือดินภูเขาไฟเก่าเชิงเทือกพนมดงรัก ดินสีแดงระบายน้ำดีและมีแร่ธาตุสูง ทำให้ทุเรียนหมอนทองที่ปลูกได้เนื้อแห้ง กลิ่นไม่ฉุนจัด และมีรสหวานอมขมกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ จนได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในชื่อทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ช่วงที่ผลสุกและสวนเปิดให้เข้าชิมคือราวกลางเดือนมิถุนายนถึงปลายกรกฎาคม ตรงกับหน้าเทศกาลผลไม้และของดีศรีขุนหาญที่จัดในตัวอำเภอ นอกจากทุเรียนแล้ว หลายสวนยังปลูกเงาะ มังคุด ลองกอง และสละไว้ในแปลงเดียวกัน จึงได้ชิมผลไม้หลายอย่างในทริปเดียว

รูปแบบการเที่ยวคือขับรถเข้าไปที่สวน เดินชมแปลงปลูก ฟังเจ้าของสวนเล่าวิธีดูทุเรียนแก่-อ่อน แล้วเลือกลูกที่ถูกใจให้ทางสวนแกะให้ชิมและซื้อกลับ บางสวนคิดเป็นราคาต่อกิโลกรัมตามเกรด บางแห่งจัดเป็นชุดชิมหรือบุฟเฟต์คิดต่อหัว ราคาทุเรียนหมอนทองภูเขาไฟช่วงหน้าปกติอยู่ราวกิโลกรัมละร้อยแปดสิบถึงสองร้อยห้าสิบบาท ขึ้นกับเกรดและช่วงต้นฤดูหรือปลายฤดู เพราะสวนกระจายอยู่หลายตำบล เช่น พราน ภูฝ้าย บักดอง และกันทรอม การมีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด หรือจองผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดที่จัดโปรแกรมทัวร์สวนช่วงฤดูกาลก็ได้ ควรโทรเช็กกับสวนก่อนไปว่าเปิดวันไหนและผลสุกพอให้ชิมหรือยัง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือเรื่องฤดูกาล ทุเรียนออกตามธรรมชาติปีละครั้ง ถ้าไปก่อนหรือหลังช่วงพีคผลอาจยังไม่สุกหรือหมดสวนไปแล้ว ปีที่อากาศแปรปรวนผลผลิตก็เลื่อนได้ ต้องโทรถามก่อนเสมอ อย่างที่สองคือช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวคนเยอะมาก ทุเรียนเกรดสวยถูกจองหมดเร็วและราคาขยับขึ้น อยากได้ลูกดีควรไปเช้าหรือสั่งจองล่วงหน้า อย่างที่สามคือสวนอยู่นอกเมือง ถนนเข้าบางสวนเป็นทางลูกรังหรือแคบ หน้าฝนอาจลื่น ควรขับระวังและเช็กเส้นทางให้ดี อย่างที่สี่คือควรเตรียมเงินสดไปเพราะหลายสวนยังไม่รับบัตร และถ้าจะซื้อกลับบ้านไกลให้ถามวิธีแพ็กและระยะสุกก่อน จะได้กินทันพอดี

💡
เคล็ดลับ: โทรเช็กกับสวนหรือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวศรีสะเกษก่อนไปทุกครั้งว่าเปิดวันไหนและทุเรียนสุกพอให้ชิมหรือยัง เพราะผลออกตามฤดูราวกลาง มิ.ย.–ก.ค. เท่านั้น · ไปช่วงเช้าและเลี่ยงวันหยุดยาวจะได้ผลเกรดสวยและคนน้อยกว่า · เตรียมเงินสดเพราะหลายสวนยังไม่รับบัตร · ถ้าซื้อกลับบ้านไกลให้ถามระยะสุกและวิธีแพ็กก่อน · ให้เจ้าของสวนช่วยเลือกและดูความแก่ของลูกจะชัวร์กว่าเลือกเอง
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้ชิมทุเรียนหมอนทองดินภูเขาไฟถึงแหล่งปลูกจริง เนื้อแห้ง กลิ่นไม่ฉุนจัด รสหวานอมขมเป็นเอกลักษณ์จนได้ทะเบียน GI ศรีสะเกษ
  • เลือกลูกและดูความแก่ได้เองในสวน เจ้าของช่วยแกะให้ชิมก่อนตัดสินใจซื้อ สดใหม่กว่าซื้อตามแผงทั่วไป
  • หลายสวนปลูกเงาะ มังคุด ลองกอง สละไว้ในแปลงเดียวกัน ได้ชิมผลไม้ตามฤดูหลายอย่างในทริปเดียว
  • บรรยากาศสวนเชิงเขาร่มรื่น เดินชมและถ่ายรูปได้ เหมาะไปเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนช่วงหน้าทุเรียน
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวได้เฉพาะช่วงผลสุกราวกลาง มิ.ย.–ก.ค. เท่านั้น ปีที่อากาศแปรปรวนผลเลื่อนได้ ต้องโทรเช็กก่อนไปทุกครั้ง
  • ช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวคนแน่น ทุเรียนเกรดสวยจองหมดเร็วและราคาขยับขึ้น
  • สวนกระจายอยู่นอกเมืองหลายตำบล ถนนเข้าบางสวนแคบหรือเป็นลูกรัง หน้าฝนลื่น และหลายสวนยังรับแต่เงินสด
4

ปราสาทสระกำแพงใหญ่ (ปราสาทศรีพฤทเธศวร) อ.อุทุมพรพิสัย

📍 วัดสระกำแพงใหญ่ ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ · ห่างตัวเมืองศรีสะเกษราว 25-30 กม. ริมทางหลวงสาย 226 (ศรีสะเกษ-สุรินทร์) 🧭 อุทุมพรพิสัย-นอกเมืองศรีสะเกษ
ปราสาทหินสระกำแพงใหญ่ ปราสาทขอมโบราณในเขตวัด จ.ศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Ddalbiez · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวันสั้น ๆ ~1-1.5 ชม. (เดินชมรอบปราสาท ปรางค์สามองค์ และพิพิธภัณฑ์ทับหลังในวัด)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (อยู่ในเขตวัด ไม่มีค่าเข้า) · หากบริจาคบำรุงวัดตามศรัทธา · ค่าน้ำมัน/ค่ารถจากตัวเมืองแยกต่างหาก
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนชอบสถาปัตยกรรมขอมที่อยากดูปราสาทหินขนาดใหญ่ ทับหลังจำหลักหลายชิ้น และปรางค์อิฐสามองค์ในที่เดียวแบบใช้เวลาไม่นาน
ปราสาทขอมบาปวนทับหลังหลายชิ้นปรางค์อิฐสามองค์

ปราสาทสระกำแพงใหญ่ หรือชื่อเดิมว่าปราสาทศรีพฤทเธศวร เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในเขตวัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย ห่างจากตัวเมืองราว 25-30 กิโลเมตร ตัวปราสาทสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่สร้างถวายพระศิวะ ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 18 จึงถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา จุดที่คนมาดูกันมากคือปรางค์อิฐสามองค์เรียงกันบนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยมีปรางค์ประธานตรงกลางก่อด้วยหินทรายผสมอิฐ และมีระเบียงคดกับซุ้มประตูล้อมรอบ ทำให้เห็นผังปราสาทขอมได้ค่อนข้างชัดเจนกว่าโบราณสถานหลายแห่งในอีสานใต้

เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ต่างจากปราสาทเล็ก ๆ ทั่วไปคือทับหลังจำหลักภาพที่พบมากถึงสิบกว่าชิ้น ทั้งที่ยังติดอยู่กับตัวปราสาทและที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ในวัด ทับหลังชิ้นเด่นได้แก่ภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเหนือหน้ากาล และภาพเทพในเทวตำนานฮินดูอีกหลายตอน คนที่ชอบอ่านเรื่องราวบนหินจะเดินดูได้เพลินเพราะแต่ละแผ่นเล่าเรื่องต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการขุดพบพระพุทธรูปนาคปรกและโบราณวัตถุสำริดในบริเวณปราสาท ซึ่งบางส่วนจัดแสดงให้ชมได้ การเดินชมใช้เวลาไม่นาน เหมาะแวะระหว่างทางถ้าขับรถเส้นศรีสะเกษ-สุรินทร์ หรือจับคู่กับปราสาทขอมแห่งอื่นในอีสานใต้ในทริปเดียว

ข้อที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือที่นี่เป็นโบราณสถานกลางแจ้งที่ไม่มีร่มเงามากนัก ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อนพอสมควร ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ป้ายอธิบายข้อมูลมีบ้างแต่รายละเอียดเชิงลึกค่อนข้างน้อย ถ้าอยากเข้าใจเรื่องราวบนทับหลังจริง ๆ ควรอ่านข้อมูลมาก่อนหรือหาไกด์ท้องถิ่น ตัวปราสาทอยู่ในเขตวัดจึงควรแต่งกายสุภาพและสำรวมเพราะมีคนมาทำบุญ ที่นี่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเท่าปราสาทดัง ๆ ในบุรีรัมย์ ข้อดีคือได้เดินชมเงียบ ๆ สบาย ๆ แต่ก็แปลว่าสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัด ควรจัดการธุระให้เรียบร้อยจากตัวเมืองก่อนออกเดินทาง และเช็กเวลาเปิด-ปิดของวัดล่วงหน้าเพราะบางช่วงพิพิธภัณฑ์ทับหลังอาจปิด

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงแดดเที่ยง เพราะเป็นโบราณสถานกลางแจ้งไม่มีร่มเงา · อย่าลืมเดินเข้าไปดูทับหลังจำหลักในพิพิธภัณฑ์เล็กในวัดด้วย ไม่ได้มีแค่ตัวปรางค์ · แต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัด · จับคู่กับปราสาทขอมแห่งอื่นเส้นศรีสะเกษ-สุรินทร์ในทริปเดียวจะคุ้มค่าเดินทางกว่า
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ปราสาทขอมขนาดใหญ่ที่สุดในศรีสะเกษ เห็นผังปรางค์อิฐสามองค์และระเบียงคดได้ชัดเจน
  • มีทับหลังจำหลักภาพเทวตำนานฮินดูมากกว่าสิบชิ้น ทั้งที่ตัวปราสาทและในพิพิธภัณฑ์ของวัด
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า และคนไม่พลุกพล่าน เดินชมเงียบ ๆ สบาย ๆ
  • อยู่ริมเส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แวะจับคู่กับปราสาทขอมแห่งอื่นในอีสานใต้ได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นโบราณสถานกลางแจ้ง แดดแรงและร้อน ไม่ค่อยมีร่มเงา ควรพกหมวกและน้ำ
  • ป้ายอธิบายข้อมูลเชิงลึกมีน้อย ถ้าอยากเข้าใจเรื่องบนทับหลังควรอ่านมาก่อนหรือหาไกด์
  • สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้า-ห้องน้ำมีจำกัด และพิพิธภัณฑ์ทับหลังบางช่วงอาจปิด ควรเช็กเวลาก่อนไป
5

ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย (อโรคยาศาลริมทาง) อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

📍 วัดสระกำแพงน้อย ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ · ริมถนนสายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย (ทางหลวง 226) เข้าถึงด้วยรถง่าย 🧭 อุทุมพรพิสัย (ริมทางหลวง 226)
ปรางค์ศิลาแลงของปราสาทสระกำแพงน้อยตั้งเด่นกลางลานวัด จ.ศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Ddalbiez · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลา~30-45 นาที (เดินชมปราสาท สระน้ำ และวิหารรอบ ๆ)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม (เป็นวัดและโบราณสถานเปิดให้ประชาชนเข้าชม)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และสายมูที่อยากแวะปราสาทขอมริมทางแบบไม่ต้องเดินไกล ดูสถาปัตยกรรมอโรคยาศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ระหว่างทางผ่านศรีสะเกษ
ปราสาทขอมริมทางอโรคยาศาลสระน้ำศักดิ์สิทธิ์

ปราสาทสระกำแพงน้อยตั้งอยู่ในวัดสระกำแพงน้อย ริมถนนสายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย (ทางหลวงหมายเลข 226) เป็นปราสาทขอมที่แวะได้ง่ายระหว่างทางโดยแทบไม่ต้องเดินไกลจากที่จอดรถ ตัวปราสาทประกอบด้วยปรางค์ประธานและวิหารก่อด้วยศิลาแลง มีสระน้ำใหญ่อยู่ด้านหน้า ทั้งหมดล้อมด้วยกำแพงศิลาแลงและมีซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก จุดที่หลายคนพลาดไม่ได้คือลวดลายจำหลักบนหินและร่องรอยงานช่างสมัยเก่าที่ยังพอเห็นได้ ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานมาก่อนราวพุทธศตวรรษที่ 16 และต่อมาในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ถูกดัดแปลงหรือสร้างเพิ่มขึ้นเป็น "อโรคยาศาล" ซึ่งหมายถึงสถานพยาบาลหรือสุขศาลาประจำชุมชนในสมัยนั้น จึงเป็นหลักฐานของเครือข่ายอโรคยาศาลที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างกระจายทั่วดินแดนขอมโบราณ

เสน่ห์ของที่นี่คือการได้เห็นปราสาทขอมกับวัดปัจจุบันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ปรางค์ศิลาแลงเก่าแก่ตั้งเคียงกับอาคารวัดที่ยังใช้งาน ทำให้บรรยากาศต่างจากปราสาทกลางทุ่งที่ต้องขับรถเข้าไปลึก สระน้ำหน้าปราสาทถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และเคยถูกนำน้ำไปใช้ในพระราชพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงมีความหมายทั้งเชิงประวัติศาสตร์และเชิงความเชื่อ สำหรับสายมูที่ผ่านมาทางนี้ มักแวะกราบไหว้ขอพรและเดินชมโบราณสถานไปพร้อมกัน ใช้เวลาไม่นานราวครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบห้านาทีก็ครบ เหมาะกับการจอดแวะระหว่างเส้นทางเข้าเมืองศรีสะเกษหรือไปต่อยังปราสาทสระกำแพงใหญ่ที่อยู่ในอำเภอเดียวกัน

ก่อนไปควรเผื่อใจไว้ตรง ๆ ว่านี่คือโบราณสถานขนาดย่อม ไม่ใช่ปราสาทใหญ่โตแบบพนมรุ้งหรือพิมาย ตัวปรางค์และวิหารบางส่วนอยู่ในสภาพชำรุดตามอายุ ป้ายอธิบายข้อมูลมีจำกัด คนที่อยากเข้าใจประวัติลึก ๆ ควรอ่านข้อมูลมาก่อนหรือหาไกด์ท้องถิ่น พื้นที่เป็นลานโล่งมีร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย และเนื่องจากอยู่ในเขตวัด ควรแต่งกายสุภาพและสำรวมเมื่อเข้าไปในเขตศาสนสถาน ที่นี่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงสะดวก การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะคล่องตัวที่สุด และเหมาะกับการวางเป็นจุดแวะสั้น ๆ มากกว่าจุดหมายหลักของทั้งวัน

💡
เคล็ดลับ: วางเป็นจุดแวะสั้น ๆ ระหว่างทางเข้าเมืองศรีสะเกษ แล้วต่อไปปราสาทสระกำแพงใหญ่ที่อยู่อำเภอเดียวกันในทริปเดียว เข้าชมฟรีแต่ควรแต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัด ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงแดดเที่ยงเพราะลานโล่งร่มเงาน้อย พกหมวกกับน้ำดื่ม อ่านข้อมูลประวัติมาก่อนเพราะป้ายอธิบายในพื้นที่มีจำกัด และควรมีรถส่วนตัวเพราะขนส่งสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • อยู่ริมทางหลวง 226 เข้าถึงง่าย จอดรถแล้วเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวปราสาท เหมาะเป็นจุดแวะระหว่างทาง
  • เป็นอโรคยาศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้เห็นปรางค์ศิลาแลงและลวดลายจำหลักของจริง
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม และใช้เวลาไม่นาน ราวครึ่งชั่วโมงก็เดินชมได้ครบ
  • สระน้ำหน้าปราสาทเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และความเชื่อ เหมาะทั้งสายประวัติศาสตร์และสายมู
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นโบราณสถานขนาดย่อม ตัวปรางค์และวิหารบางส่วนชำรุดตามอายุ ไม่ใหญ่โตแบบพนมรุ้งหรือพิมาย
  • ป้ายอธิบายข้อมูลในพื้นที่มีจำกัด คนอยากเข้าใจประวัติลึก ๆ ต้องอ่านมาก่อนหรือหาไกด์เอง
  • ลานโล่งร่มเงาน้อย แดดกลางวันแรง และไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึงสะดวก ต้องมีรถส่วนตัว
6

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ (ป่าดงหลง-บึงน้ำกลางเมือง)

📍 ต.หนองครก อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ · อยู่ในตัวเมือง ห่างสถานีรถไฟและตลาดเทศบาลไม่กี่นาทีโดยรถ 🧭 ตัวเมืองศรีสะเกษ
บรรยากาศร่มรื่นในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ ป่าไม้เขียวและทางเดินริมบึงน้ำกลางเมือง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: PEAK99 · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลา1-2 ชม. (เดินหรือปั่นรอบบึงหนึ่งรอบ แวะจุดพระราชานุสาวรีย์และดงลำดวน)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี ไม่มีค่าบัตร · มีค่าเช่าจักรยาน/เรือถีบเป็ดจากผู้ให้บริการในสวนตามจุด (หลักสิบถึงร้อยบาทต่อชั่วโมง) · ที่จอดรถฟรี
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากหามุมสีเขียวเดินเล่น-ปั่นจักรยานรอบบึงตอนเช้าหรือเย็น ครอบครัวพาเด็กมาให้อาหารปลา คู่รักสายชิล และคนที่อยากพักจากเมืองโดยไม่ต้องขับออกไปไกล
เข้าฟรีเดิน-ปั่นรอบบึงป่ากลางเมือง

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ เป็นสวนสาธารณะป่าธรรมชาติกลางเมืองที่หาได้ไม่บ่อยในเมืองขนาดกลาง จุดเด่นคือผืนป่าดงลำดวนที่ยังหนาแน่น มีต้นลำดวนขึ้นเป็นดงใหญ่นับหมื่นต้น (ลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ) แซมด้วยพรรณไม้พื้นถิ่นและบึงน้ำกว้างอยู่กลางสวน ทำให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายทั้งที่อยู่ในตัวเมือง คนศรีสะเกษใช้ที่นี่เป็นปอดของเมือง มาเดินออกกำลัง ปั่นจักรยานรอบบึง วิ่งเช้า หรือนั่งเล่นใต้ร่มไม้ในช่วงเย็น เข้าได้ฟรีไม่มีค่าบัตร มีที่จอดรถให้ และอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่ากับสถานีรถไฟ จึงแวะได้ง่ายทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา

กิจกรรมยอดนิยมในสวนคือการเดินหรือปั่นจักรยานเลาะรอบบึงหนึ่งรอบ เส้นทางร่มด้วยเรือนยอดไม้ตลอดทาง ระหว่างทางมีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ให้แวะสักการะ มีศาลาริมน้ำนั่งพัก และมุมให้อาหารปลาที่เด็ก ๆ ชอบ บางช่วงมีบริการเช่าจักรยานและเรือถีบรูปเป็ดสำหรับปั่นเล่นในบึง ค่าเช่าเป็นหลักสิบถึงหลักร้อยบาทตามผู้ให้บริการและช่วงเวลา ถ้ามาช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมซึ่งเป็นฤดูลำดวนบาน จะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกลำดวนคลุ้งไปทั่วสวน และบางปีสวนนี้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานเทศกาลดอกลำดวนบานของจังหวัด

ช่วงเวลาที่เดินสบายที่สุดคือเช้าตรู่ราวหกถึงเก้าโมงและช่วงเย็นสี่โมงเป็นต้นไป เพราะกลางวันแดดร้อนและอากาศอบอ้าวแบบอีสาน ควรพกน้ำดื่ม สวมรองเท้าที่เดินสบาย และเตรียมยากันยุงไว้เพราะเป็นพื้นที่ป่าและมีบึงน้ำ ทางเดินส่วนใหญ่เรียบพอปั่นจักรยานได้ แต่บางจุดใกล้บึงอาจมีใบไม้ร่วงหรือพื้นชื้นลื่น เดินระวังนิดหนึ่ง ห้องน้ำและร้านค้าในสวนมีจำกัด ถ้ามาเป็นครอบครัวควรเตรียมของว่างมาเอง และเนื่องจากเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมแบบเสียเงิน คนที่คาดหวังเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบอาจรู้สึกว่าเรียบง่าย แต่ถ้ามองหาที่สงบ ๆ ใกล้ชิดธรรมชาติแบบไม่ต้องจ่าย ที่นี่ทำหน้าที่ได้ดี

💡
เคล็ดลับ: มาเช้าตรู่หรือช่วงเย็นจะเดินสบายที่สุดเพราะกลางวันแดดแรง · อยากปั่นรอบบึงให้มองหาจุดเช่าจักรยานหรือเรือถีบเป็ดในสวน เตรียมเงินสดย่อยไว้ · พกน้ำดื่มกับยากันยุงเพราะเป็นพื้นที่ป่าและมีบึงน้ำ · ถ้าอยากเห็นดอกลำดวนบานและได้กลิ่นหอม ให้มาช่วงปลายธันวาคมถึงต้นมกราคมซึ่งเป็นฤดูลำดวนและมักมีงานเทศกาลของจังหวัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าบัตร มีที่จอดรถ และอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ แวะง่ายทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว
  • เป็นผืนป่าดงลำดวนกลางเมืองที่ร่มรื่นจริง มีบึงน้ำกว้าง เหมาะเดิน ปั่นจักรยาน และวิ่งออกกำลัง
  • มีมุมให้ครอบครัว เช่น ให้อาหารปลา ปั่นเรือถีบเป็ด ศาลาริมน้ำ และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่าให้สักการะ
  • ช่วงปลายปีถึงต้นปีเป็นฤดูลำดวนบาน ได้กลิ่นหอมและบางปีมีเทศกาลดอกลำดวนของจังหวัด
⚠️ ข้อสังเกต
  • กลางวันแดดแรงและอากาศร้อนอบอ้าว ควรเลี่ยงมาช่วงเที่ยง เดินได้สบายเฉพาะเช้ากับเย็น
  • เป็นสวนสาธารณะเรียบง่าย ไม่มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมาก ห้องน้ำและร้านค้าในสวนมีจำกัด
  • เป็นพื้นที่ป่าและมีบึงน้ำ จึงมียุงในบางช่วงเวลา และทางเดินใกล้บึงบางจุดอาจชื้นลื่น
7

วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) กราบหลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ กลางเมือง

📍 ใจกลางเมืองศรีสะเกษ ถนนขุขันธ์ อ.เมืองศรีสะเกษ · เดินจากสถานีรถไฟศรีสะเกษไปทางเหนือราว 2 นาที ใกล้ตลาดและย่านเมืองเก่า 🧭 ตัวเมืองศรีสะเกษ ⭐ 4.4 (Tripadvisor (Wat Maha Phuttharam, 16 รีวิว))
หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ในวัดมหาพุทธาราม กลางเมืองศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Thirathibodi · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาราว 45 นาที - 1.5 ชม. (กราบพระ ชมอุโบสถและจิตรกรรม เดินรอบวัด)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · แนะนำเตรียมเงินสดสำหรับดอกไม้ธูปเทียนและตู้บริจาคหน้าองค์พระ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากกราบพระคู่เมืองศรีสะเกษและชมพระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางเมือง เที่ยวได้ทั้งสายบุญ สายประวัติศาสตร์ และคนแวะระหว่างรอรถไฟเพราะอยู่ติดสถานี
วัดคู่เมืองหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ติดสถานีรถไฟ

วัดมหาพุทธาราม หรือชื่อเดิมที่คนเรียกติดปากว่าวัดพระโต เป็นวัดเก่าแก่ที่ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของศรีสะเกษ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองริมถนนขุขันธ์ เดินจากสถานีรถไฟศรีสะเกษไปทางเหนือแค่ราวสองนาทีก็ถึง ตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งย้ายเมืองศรีสะเกษมาตั้งในบริเวณนี้เมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน มีคนไปพบองค์พระพุทธรูปใหญ่ประดิษฐานอยู่กลางป่าแดงโดยบังเอิญ ชาวเมืองจึงสร้างวัดขึ้นตรงจุดที่พบพระ แล้วเรียกกันว่าวัดพระโตหรือวัดป่าแดง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดมหาพุทธารามในภายหลัง ทุกวันนี้จึงเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในจังหวัดและเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษ

ไฮไลต์ที่คนตั้งใจมากราบคือหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ สูงจากฐานถึงยอดเกศราว 6.85 เมตร หน้าตักกว้างราว 3.50 เมตร เชื่อกันว่าเป็นพระเก่าแก่อายุมาก จนกลายเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่คนศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาสักการะขอพร นอกจากองค์พระประธานแล้ว ตัวอุโบสถและวิหารยังมีงานจิตรกรรมฝาผนังและลวดลายปิดทองให้เดินชมเก็บรายละเอียด บรรยากาศในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลานจอดรถกว้างและห้องน้ำสะอาด รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมว่าเงียบสงบ สวยงาม และเป็นวัดหลักประจำจังหวัดที่ควรแวะสักครั้ง เพราะทำเลอยู่กลางเมืองพอดี หลายคนจึงแวะไหว้พระที่นี่เป็นจุดแรกก่อนไปเที่ยวที่อื่นในตัวเมือง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสำนักปฏิบัติธรรม การแต่งกายจึงต้องสุภาพ งดกางเกงขาสั้นหรือเสื้อสายเดี่ยว ควรเตรียมผ้าคลุมไหล่หรือผ้าถุงติดตัวไว้เผื่อ ก่อนเข้าเขตอุโบสถต้องถอดรองเท้าและสำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดังหรือชี้นิ้วไปที่องค์พระ เวลาถ่ายรูปควรหลีกเลี่ยงการหันหลังหรือยืนสูงกว่าองค์พระ ตัวเมืองศรีสะเกษแดดค่อนข้างแรงช่วงกลางวัน แนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเดินสบายกว่า และเนื่องจากวัดอยู่ติดย่านตลาดกลางเมือง ที่จอดรถหน้าวัดอาจแน่นในวันหยุดหรือวันพระ ถ้ามาด้วยรถไฟหรือเดินจากที่พักในเมืองจะสะดวกกว่า เผื่อเวลาสำหรับเดินชมรอบวัดและกราบพระให้ครบทุกจุดจะได้อิ่มบุญไม่รีบร้อน

💡
เคล็ดลับ: แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยว เตรียมผ้าคลุมไหล่ติดตัวเผื่อ ก่อนเข้าอุโบสถต้องถอดรองเท้าและสำรวม เลี่ยงถ่ายรูปหันหลังหรือยืนสูงกว่าองค์พระ มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเดินสบายกว่าเพราะแดดกลางวันแรง วัดอยู่ติดสถานีรถไฟและย่านตลาด เดินจากที่พักในเมืองสะดวกกว่าขับรถมาเองในวันหยุด เตรียมเงินสดสำหรับดอกไม้ธูปเทียนและทำบุญตามศรัทธา
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เป็นวัดคู่เมืองศรีสะเกษที่มีหลวงพ่อโต พระพุทธรูปองค์ใหญ่สูงราว 6.85 เมตร ให้กราบขอพร เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่คนในจังหวัดนับถือ
  • ทำเลอยู่กลางเมืองพอดี เดินจากสถานีรถไฟศรีสะเกษไปทางเหนือแค่ราว 2 นาที แวะไหว้พระได้ง่ายระหว่างรอรถไฟหรือระหว่างเที่ยวในเมือง
  • บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีอุโบสถ วิหาร และงานจิตรกรรมปิดทองให้เดินชม พร้อมลานจอดรถกว้างและห้องน้ำสะอาด
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมว่าสวยงาม สงบ และเป็นวัดหลักประจำจังหวัดที่ควรแวะ
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำนักปฏิบัติธรรม ต้องแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ และสำรวมกิริยา ไม่เหมาะกับคนที่อยากแต่งตัวสบาย ๆ
  • อยู่ติดย่านตลาดกลางเมือง ที่จอดรถหน้าวัดอาจแน่นในวันหยุดหรือวันพระ
  • ตัวเมืองแดดแรงช่วงกลางวัน เดินชมรอบวัดตอนเที่ยงอาจร้อน ควรเลี่ยงมาช่วงกลางวันจัด
8

น้ำตกสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ (เดินป่า-เล่นน้ำในเทือกเขาพนมดงรัก)

📍 บ้านสำโรงเกียรติ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ · อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เทือกเขาพนมดงรัก ห่างตัวเมืองศรีสะเกษราว 80-90 กม. 🧭 อ.ขุนหาญ (เทือกเขาพนมดงรัก)
สายน้ำตกไหลลงชั้นหินท่ามกลางป่าเขียวในเทือกเขาแถบอีสานใต้ ให้ภาพบรรยากาศน้ำตกกลางป่าคล้ายน้ำตกสำโรงเกียรติ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Naikhumklao · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (รวมเดินจากลานจอดเข้าตัวน้ำตกและเวลาเล่นน้ำ)
ราคาโดยประมาณค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ~฿20-40 คนไทย / ~฿200-400 ต่างชาติ (เด็กถูกกว่า) · ค่าจอดรถแยกต่างหากเล็กน้อย · ไปเองด้วยรถส่วนตัวประหยัดที่สุด
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากเล่นน้ำตกในบรรยากาศป่าเขาแบบไม่ต้องเดินไกล เที่ยวได้ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และสายถ่ายรูปที่มาช่วงหน้าฝนซึ่งน้ำเยอะและเขียวชอุ่ม
น้ำตกหลายชั้นเล่นน้ำหน้าฝนเดินป่าระยะสั้น

น้ำตกสำโรงเกียรติเป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ฝั่งอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ตัวน้ำตกซ่อนอยู่ในหุบของเทือกเขาพนมดงรักที่กั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา เสน่ห์ของที่นี่คือสายน้ำที่ไหลลงมาเป็นชั้นลดหลั่นท่ามกลางป่าดิบเขียวชอุ่ม มีแอ่งน้ำและลานหินให้ลงเล่นน้ำคลายร้อนได้จริง ไม่ใช่แค่ยืนดูจากระยะไกล จุดที่ทำให้คนแวะกันเยอะคือระยะเดินจากลานจอดเข้าไปถึงตัวน้ำตกไม่ไกลนัก เดินตามทางในป่าร่มรื่นไม่นานก็ถึง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสน้ำตกกลางป่าโดยไม่ต้องปีนเขาหนัก ทั้งครอบครัวที่พาเด็กมาเล่นน้ำ กลุ่มเพื่อนที่มาปิกนิก และคนที่ชอบถ่ายรูปธรรมชาติ บริเวณรอบน้ำตกมีร่มไม้ให้นั่งพัก บรรยากาศเงียบสงบต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่คนแน่น

ช่วงเวลาที่เหมาะไปที่สุดคือหน้าฝนราวเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม เพราะปริมาณน้ำจะเยอะ สายน้ำไหลเต็มแรง และป่ารอบตัวจะเขียวสดสวยเป็นพิเศษ ต่างจากหน้าแล้งที่น้ำมักเหลือน้อยจนน้ำตกดูเป็นสายบาง ๆ การไปน้ำตกสำโรงเกียรติสะดวกที่สุดถ้ามีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับไปเอง เพราะอยู่ห่างตัวเมืองศรีสะเกษพอสมควรและรถสาธารณะเข้าถึงยาก หลายคนวางแผนเที่ยวขุนหาญแบบรวมหลายจุดในวันเดียว เช่น แวะน้ำตกสำโรงเกียรติช่วงเช้า แล้วต่อไปจุดชมวิวหรือวัดในละแวกเดียวกัน ก่อนเข้าน้ำตกต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งคิดแยกอัตราระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่านและเผื่อค่าจอดรถเล็กน้อย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือหินริมน้ำและโขดหินในลำธารลื่นมากโดยเฉพาะตอนเปียก ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและระวังเวลาปีนป่ายหรือเดินข้ามลำธาร ข้อสองคือหน้าฝนแม้น้ำจะสวยแต่กระแสน้ำอาจแรงและระดับน้ำขึ้นเร็วหลังฝนตกหนัก ควรดูสถานการณ์น้ำและไม่ลงเล่นในจุดที่น้ำเชี่ยว โดยเฉพาะเวลาพาเด็กเล็กไปด้วยต้องดูแลใกล้ชิด ข้อสามคือหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมน้ำมักน้อย บางคนที่ไปช่วงนี้อาจผิดหวังกับปริมาณน้ำ จึงควรเช็กสภาพน้ำก่อนออกเดินทาง ข้อสี่คือเป็นพื้นที่ป่า หลังฝนตกอาจมีทากและยุง ควรใส่รองเท้าหุ้มและเตรียมยากันแมลง และควรเก็บขยะกลับออกมาด้วยเพราะเป็นเขตอุทยานที่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด

💡
เคล็ดลับ: อยากเห็นน้ำตกเต็มแรงและได้เล่นน้ำสบายให้ไปช่วงหน้าฝนราวกรกฎาคมถึงตุลาคม เลี่ยงหน้าแล้งที่น้ำมักเหลือน้อย ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีเพราะหินริมน้ำลื่นมาก และเป็นรองเท้าหุ้มเผื่อเจอทากหลังฝนตก มีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก เตรียมเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมอุทยานที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ และหลังฝนตกหนักให้ดูกระแสน้ำก่อนลงเล่น อย่าลงจุดที่น้ำเชี่ยวและดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เล่นน้ำในแอ่งใต้น้ำตกได้จริง บรรยากาศป่าเขียวร่มรื่นในเทือกเขาพนมดงรัก ไม่ใช่แค่ยืนดู
  • เดินจากลานจอดเข้าตัวน้ำตกไม่ไกล เหมาะกับครอบครัวและคนไม่อยากปีนเขาหนัก
  • หน้าฝนน้ำเยอะ สายน้ำไหลเต็มแรงและป่ารอบตัวเขียวสด สวยเป็นพิเศษสำหรับสายถ่ายรูป
  • เงียบสงบ คนไม่แน่นเหมือนแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ รวมเที่ยวกับจุดอื่นในอำเภอขุนหาญได้ในวันเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • หินริมน้ำและโขดหินในลำธารลื่นมากตอนเปียก ต้องระวังเวลาปีนป่ายและเดินข้ามลำธาร
  • หน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมน้ำมักน้อยจนน้ำตกดูเป็นสายบาง ๆ ควรเช็กสภาพน้ำก่อนไป
  • อยู่ไกลตัวเมืองและรถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัว อีกทั้งต้องเสียค่าธรรมเนียมอุทยานที่แยกอัตราไทย-ต่างชาติ
9

วัดไพรพัฒนา (หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน) — กราบสรีระหลวงปู่สรวง มณฑปปราสาทศิลปะขอม อ.ภูสิงห์

📍 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ · ติดชายแดนไทย-กัมพูชาฝั่งอีสานใต้ ห่างตัวเมืองศรีสะเกษราว 90-100 กม. 🧭 ภูสิงห์-อีสานใต้ชายแดน
ปราสาทหินศิลปะขอมโบราณก่อด้วยอิฐแดงในจังหวัดศรีสะเกษ ให้ภาพสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Ddalbiez · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~1-2 ชม. (รวมกราบสรีระ ไหว้รูปเหมือน เดินชมมณฑปปราสาท และแวะร้านของฝากหน้าวัด)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า (ทำบุญตามศรัทธา) · เผื่องบดอกไม้ธูปเทียนบูชา ~฿20-100 และของฝากหน้าวัด
👍 เหมาะสุดสำหรับสายมู-สายบุญที่อยากมากราบขอพรหลวงปู่สรวงถึงสรีระในโลงแก้ว ชมมณฑปปราสาทศิลปะขอม และเก็บภาพสถาปัตยกรรมสวย ๆ เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคู่รักในครึ่งวัน
กราบสรีระหลวงปู่สรวงมณฑปปราสาทศิลปะขอมสายมู-สายบุญ

วัดไพรพัฒนาเป็นวัดสายศรัทธาที่คนอีสานใต้เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ริมชายแดนไทย-กัมพูชา เดิมเป็นสถานที่ที่หลวงปู่สรวงจำพรรษาและปฏิบัติธรรม ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านสองฝั่งแดนเลื่อมใส ใช้ชีวิตเรียบง่าย ช่วยเหลือคนยากไร้ จนได้รับการขนานนามว่า "เทวดาเดินดิน" หลังท่านละสังขารเมื่อปี 2542 สรีระของท่านไม่เน่าเปื่อย ทางวัดจึงเก็บรักษาไว้ในโลงแก้วให้ผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ ทุกวันนี้จึงมีทั้งสายบุญและสายมูเดินทางมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลที่คนต่อคิวเข้ากราบกันแน่น

ไฮไลต์ของวัดคือมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง อาคารทรงปราสาทที่ก่อด้วยอิฐแดงตามแบบศิลปะขอมโบราณ ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางวัด ใช้เป็นที่ประดิษฐานสรีระของหลวงปู่ ภายในและรอบบริเวณตกแต่งประณีต มีลวดลายและองค์ประกอบที่ทำให้หลายคนแวะถ่ายรูปเก็บไว้ นอกจากมณฑปแล้วยังมีรูปเหมือนหลวงปู่สรวงองค์ใหญ่ให้กราบไหว้ขอพร และจุดประกอบพิธีตามความเชื่อ เช่น การลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ที่มาส่วนใหญ่มาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน และสุขภาพ ก่อนแก้บนด้วยการถวายสิ่งของหรือทำบุญตามที่ตั้งใจไว้ บรรยากาศโดยรวมสงบแต่คึกคักด้วยผู้คน มีร้านขายดอกไม้ธูปเทียน เครื่องบูชา ของฝาก และอาหารพื้นถิ่นเรียงรายอยู่หน้าวัด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษพอสมควร เส้นทางเข้าสู่ อ.ภูสิงห์ เป็นถนนต่างจังหวัดที่บางช่วงเปลี่ยว การขับรถไปเองสะดวกที่สุด เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยากและเที่ยวรถน้อย ควรเผื่อเวลาเดินทางและเติมน้ำมันให้พร้อม ช่วงวันหยุดคนเยอะและที่จอดรถอาจแน่น ส่วนกลางวันแดดค่อนข้างแรงเพราะลานวัดโล่ง ควรพกร่มหรือหมวกและน้ำดื่มไปด้วย ที่สำคัญคือเรื่องการแต่งกาย วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบด้วยความศรัทธา จึงควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น หรือชุดรัดรูปเกินงาม สำรวมกิริยาและเสียงขณะอยู่ในเขตมณฑป และควรเผื่อจังหวะไปช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดอ่อนและคนน้อยกว่ากลางวัน จะได้กราบไหว้และเก็บภาพได้สบายกว่า

💡
เคล็ดลับ: ขับรถไปเองสะดวกที่สุด เพราะ อ.ภูสิงห์ อยู่ไกลตัวเมืองและรถสาธารณะเข้าถึงยาก เผื่อเวลาเดินทางและเติมน้ำมันให้พร้อม แต่งกายสุภาพเป็นสำคัญ (งดสายเดี่ยว-ขาสั้น-ชุดรัดรูป) เพราะเป็นวัดสายศรัทธา เลี่ยงวันหยุดยาวที่คนต่อคิวกราบสรีระแน่น ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดอ่อนและคนน้อยกว่า พกร่ม-หมวก-น้ำดื่มเพราะลานวัดโล่งแดดแรง เตรียมเงินสดเผื่อดอกไม้ธูปเทียนบูชาและของฝากหน้าวัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ได้กราบสรีระหลวงปู่สรวงในโลงแก้วและไหว้รูปเหมือนองค์ใหญ่ เป็นวัดสายศรัทธาที่คนอีสานใต้เคารพนับถือมาก
  • มณฑปปราสาทศิลปะขอมอิฐแดงสวยและถ่ายรูปได้หลายมุม เป็นจุดเช็กอินที่หลายคนชม
  • เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา และมีร้านของฝากกับอาหารพื้นถิ่นให้แวะหน้าวัด
  • มีพิธีตามความเชื่อให้ร่วม เช่น ลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล เหมาะกับสายมู-สายบุญ
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ไกลตัวเมืองศรีสะเกษใน อ.ภูสิงห์ ริมชายแดน รถสาธารณะเข้าถึงยาก เหมาะกับคนขับรถไปเอง
  • ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลคนแน่น ต้องต่อคิวเข้ากราบสรีระและที่จอดรถอาจเต็ม
  • ลานวัดโล่งแดดแรงช่วงกลางวัน และต้องแต่งกายสุภาพตามระเบียบของวัด
10

เดินเที่ยวเมืองเก่าศรีสะเกษ + ตลาดของกินอีสาน + วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม

📍 เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ (ต.เมืองเหนือ-เมืองใต้) อ.เมืองศรีสะเกษ · เดินจากวงเวียนหอนาฬิกาไปวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ถนนศรีสุมังค์ ราว 10-15 นาที 🧭 ตัวเมืองศรีสะเกษ ⭐ 4.5 (Google (วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม (พระอารามหลวง), 4.5 · ~159 รีวิว))
อาคารและเจดีย์ภายในวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดคู่เมืองศรีสะเกษ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Thirathibodi · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3-4 ชม. (เดินตลาดเช้าหรือตลาดเย็น + แวะวัดเจียงอี ราว 45-60 นาที)
ราคาโดยประมาณเดินเมือง-เข้าวัดฟรี · ค่าของกินตามตลาดราว ฿20-80 ต่ออย่าง · เผื่อค่าทำบุญที่วัดตามศรัทธา
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินเมืองแบบสบาย ๆ ชิมของกินอีสานตามตลาด แล้วแวะไหว้พระที่วัดคู่เมือง เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และสายเที่ยวคนเดียวที่มีเวลาครึ่งวันในตัวเมือง
เดินเมืองครึ่งวันตลาดของกินอีสานวัดคู่เมืองเข้าฟรี

ถ้ามีเวลาครึ่งวันในตัวเมืองศรีสะเกษ การเดินเที่ยวเมืองเก่าเป็นวิธีทำความรู้จักเมืองแบบไม่ต้องรีบ เดินจากย่านวงเวียนหอนาฬิกาเข้าไปตามถนนสายเก่า แวะตลาดสดที่ยังคึกคักด้วยแม่ค้าพ่อค้าท้องถิ่น ของกินอีสานมีให้ชิมตั้งแต่ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง หมูปิ้ง ไปจนถึงขนมพื้นบ้านและผลไม้ตามฤดูกาล ราคาย่อมเยาแบบตลาดต่างจังหวัด เดินไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ กับตึกแถวเก่าที่ยังเก็บกลิ่นอายเมืองไว้ ปลายทางที่คนนิยมแวะคือวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวงคู่เมืองที่อยู่บนถนนศรีสุมังค์ ตำบลเมืองใต้ เดินหรือขี่มอเตอร์ไซค์จากตลาดไปไม่ไกล ทั้งเส้นทางเข้าฟรี ไม่มีค่าตั๋ว จ่ายเฉพาะค่าของกินกับค่าทำบุญตามใจ

วัดเจียงอีศรีมงคลวรารามเป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชื่อ "เจียงอี" มาจากภาษาถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ส่วย แปลว่า "ช้างป่วย" ตามตำนานที่เล่าต่อกันมาเรื่องช้างในพื้นที่ ภายในวัดมีพระอุโบสถ วิหาร และพระพุทธรูปให้กราบไหว้ บรรยากาศร่มรื่น เดินชมสถาปัตยกรรมและถ่ายรูปได้สบาย ๆ นักท่องเที่ยวที่รีวิวไว้ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นวัดที่สะอาด เงียบสงบ เหมาะกับการแวะไหว้พระระหว่างเที่ยวเมือง และเป็นจุดที่คนศรีสะเกษมาทำบุญกันประจำ ช่วงเทศกาลหรือวันพระจะมีคนมากขึ้นและบรรยากาศคึกคักกว่าปกติ ใครอยากได้ภาพวัดสวย ๆ กับแสงนุ่ม ๆ ควรมาช่วงเช้าหรือเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก

ข้อดีของทริปเดินเมืองแบบนี้คือยืดหยุ่น จัดเองได้ตามเวลาและแรง อยากชิมนานก็ชิม อยากนั่งพักร้านกาแฟก็ได้ แต่ควรเผื่อใจไว้ว่าอากาศอีสานช่วงกลางวันร้อนและแดดแรง เดินกลางแจ้งนาน ๆ ต้องเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่มติดตัว ตลาดสดจะคึกคักที่สุดช่วงเช้าตรู่กับช่วงเย็น ถ้ามากลางวันบางแผงอาจปิดหรือของเริ่มหมด การเดินทางในเมืองสะดวกด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถเช่า เพราะจุดต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ติดกันเสียทีเดียว ส่วนวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร และสำรวมเสียงเวลามีคนกำลังสวดมนต์หรือทำบุญ เที่ยวแบบนี้ไม่หวือหวา แต่ได้เห็นวิถีเมืองศรีสะเกษจริง ๆ และอิ่มท้องด้วยของกินท้องถิ่นในงบไม่กี่ร้อย

💡
เคล็ดลับ: ลุยตลาดสดช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นจะได้ของกินครบและคนคึกคักที่สุด กลางวันแดดแรงให้เตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม ค่อยไปแวะวัดเจียงอีตอนแดดอ่อน ๆ เพื่อถ่ายรูปสวยและเดินสบาย ที่วัดแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร และสำรวมเสียง จุดต่าง ๆ ในเมืองไม่ได้อยู่ติดกัน ใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถเช่าจะคล่องกว่าเดินอย่างเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรีทั้งเส้นทาง จ่ายเฉพาะค่าของกินกับค่าทำบุญ จัดทริปได้ในงบไม่กี่ร้อย
  • ได้ชิมของกินอีสานแท้ตามตลาดท้องถิ่น ราคาย่อมเยา หลากหลายทั้งคาวหวาน
  • วัดเจียงอีศรีมงคลวรารามสะอาด ร่มรื่น เงียบสงบ นักท่องเที่ยวรีวิวว่าน่าแวะไหว้พระ
  • ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เดินเที่ยวเองได้ตามแรง เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และเที่ยวคนเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • อากาศอีสานกลางวันร้อนและแดดแรง เดินกลางแจ้งนาน ๆ ต้องเตรียมกันแดดและน้ำ
  • ตลาดสดคึกคักเฉพาะช่วงเช้ากับเย็น มากลางวันบางแผงปิดหรือของเริ่มหมด
  • จุดเที่ยวในเมืองไม่ได้อยู่ติดกัน ต้องพึ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถเช่าเชื่อมจุด

เที่ยวศรีสะเกษ พักที่ไหนดี?

เลือกโรงแรมในเมืองศรีสะเกษ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

จุดเที่ยวศรีสะเกษกระจายนอกเมืองและบางแห่งอยู่ชายแดน จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวก

ดูกิจกรรมศรีสะเกษทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวศรีสะเกษ

🛂
ผามออีแดง-ชายแดนเช็กสถานการณ์

ผามออีแดงและพื้นที่ใกล้อุทยานฯ เขาพระวิหารอยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ควรเช็กสถานการณ์และประกาศของทางการก่อนไป และปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่

🥭
ทุเรียนภูเขาไฟหน้าฤดู

ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษออกช่วงราว มิ.ย.–ก.ค. สวนผลไม้เมืองขุนหาญเปิดให้ชิม-ซื้อ ควรเช็กช่วงผลไม้กับเพจสวนก่อนไป

🍶
วัดล้านขวดแต่งกายสุภาพ

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) ประดับด้วยขวดแก้วจำนวนมาก เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรแต่งกายสุภาพและเดินชมตามทางที่จัดไว้

🚗
จุดเที่ยวกระจาย ควรมีรถ

ที่เที่ยวศรีสะเกษอยู่นอกเมืองคนละอำเภอ ขนส่งสาธารณะจำกัด ควรเช่ารถหรือเหมารถท้องถิ่นเพื่อเที่ยวหลายจุดในวันเดียว

จัดทริปศรีสะเกษยังไงให้คุ้ม

ถ้ามี 2 วัน วันแรกขึ้นผามออีแดงชมวิวหน้าผาและเที่ยวโซนขุนหาญ (สวนผลไม้ตามฤดู) วันที่สองไปวัดล้านขวด ปราสาทสระกำแพงใหญ่ และสวนสมเด็จฯ ในเมือง จะได้ครบทั้งธรรมชาติ ปราสาท วัด และของกิน ศรีสะเกษรวมทริปกับอุบลฯ-สุรินทร์ได้

พร้อมเที่ยวศรีสะเกษแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย

ดูที่พักศรีสะเกษ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวศรีสะเกษทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือขึ้นผามออีแดงชมวิวหน้าผาชายแดน เที่ยววัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) ชิมทุเรียนภูเขาไฟและสวนผลไม้เมืองขุนหาญ ชมปราสาทขอมสระกำแพงใหญ่-สระกำแพงน้อย เดินสวนสมเด็จศรีนครินทร์ และไหว้วัดในเมือง

ผามออีแดงเที่ยวได้ไหม อยู่ตรงไหน?

ผามออีแดงเป็นจุดชมวิวริมหน้าผาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารฝั่งไทย อ.กันทรลักษ์ เห็นทิวทัศน์แผ่นดินกัมพูชา เนื่องจากอยู่แนวชายแดน ควรเช็กสถานการณ์และประกาศของทางการก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่

ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษกินได้ช่วงไหน?

ทุเรียนภูเขาไฟออกช่วงราว มิ.ย.–ก.ค. ปลูกในดินภูเขาไฟเก่าแถบอำเภอขุนหาญ-กันทรลักษ์ มีสวนเปิดให้ชิมและซื้อ ควรเช็กช่วงผลไม้และจองกับสวนล่วงหน้าในช่วงพีก

ไปศรีสะเกษช่วงไหนดี?

พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็นเที่ยวกลางแจ้งและขึ้นผามออีแดงสบาย ช่วง มิ.ย.–ก.ค. เหมาะสายกินทุเรียนภูเขาไฟ หน้าฝนธรรมชาติเขียวชอุ่มแต่ควรระวังทางลื่นบริเวณหน้าผา

ไปศรีสะเกษไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?

มีรถไฟสายอีสานใต้และรถทัวร์ถึงตัวเมือง แต่ผามออีแดง วัดล้านขวด และสวนผลไม้อยู่นอกเมืองไกลและกระจาย ควรเช่ารถ เหมารถท้องถิ่น หรือจองทัวร์ที่มีรถรับส่ง

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →