🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
อุดรธานีเป็นศูนย์กลางอีสานตอนบน เดินทางสะดวกมากทั้งเที่ยวบินหลายเที่ยวต่อวัน รถไฟ และรถทัวร์ อีกทั้งเป็นทางผ่านสู่หนองคาย-เวียงจันทน์ จุดขายหลากหลายตั้งแต่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ระดับมรดกโลก ความเชื่อพญานาค ไปจนถึงคาเฟ่และไนต์ไลฟ์ในเมือง
กิจกรรมด้านล่างเป็นตัวที่นักท่องเที่ยวรีวิวถึงมากที่สุด เราสรุปให้ว่าแต่ละอย่างเหมาะกับใคร จุดเด่นคืออะไร และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนไป — อ้างอิงจากรีวิวจริงทั้งฝั่งที่ชอบและฝั่งที่ติงไว้ บางจุดขึ้นกับฤดูอย่างทะเลบัวแดงที่บานเต็มเฉพาะหน้าหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) และต้องไปเช้าก่อนดอกหุบ ควรวางแผนตามฤดู
ล่องเรือชมทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี (Red Lotus Sea, อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี)
ทะเลบัวแดงที่หนองหานกุมภวาปีเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองอุดรธานี ช่วงหน้าหนาวราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกบัวสีชมพูอมแดงจะบานคลุมผิวน้ำเป็นบริเวณกว้างจนกลายเป็นพรมสีชมพูสุดลูกหูลูกตา หลายคนเรียกว่าบัวแดงแต่จริง ๆ แล้วเป็นบัวสายเขตร้อน วิธีชมที่ดีที่สุดคือเช่าเรือหางยาวหรือเรือแจวออกไปกลางบึง เพราะดอกบัวจะหนาแน่นในส่วนที่ลึกเข้าไป ไม่สามารถเห็นเต็มตาได้จากริมฝั่ง คนขับเรือส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ รู้จุดที่ดอกบัวบานสวยและมักพาแวะจุดถ่ายรูปกลางทุ่งบัวให้ด้วย ระหว่างทางยังมีโอกาสเห็นนกน้ำหลายชนิดที่มาอาศัยในบึง ทำให้เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งชมดอกไม้และดูธรรมชาติไปพร้อมกัน
หัวใจของการมาที่นี่อยู่ที่เวลา ดอกบัวจะเริ่มบานตั้งแต่ฟ้าสางและบานเต็มที่ในช่วงราว 7 ถึง 10 โมงเช้า หลังจากนั้นแดดแรงขึ้นดอกจะค่อย ๆ หุบ ดังนั้นควรออกจากตัวเมืองแต่เช้ามืดเพื่อให้ถึงท่าเรือก่อน 7 โมง จะได้ทั้งแสงเช้านุ่ม ๆ อากาศเย็นสบาย และดอกบัวที่บานเต็มที่ ค่าเรือคิดเป็นแบบเหมาลำ ราคาต่อลำไม่แพงเมื่อหารกันหลายคน เรือลำใหญ่นั่งได้หลายคนเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ส่วนคนมาน้อยก็มีเรือลำเล็กให้เลือก การจองที่พักในตัวเมืองอุดรธานีไว้ล่วงหน้าช่วยให้วางแผนตื่นเช้าได้สะดวก และควรเช็กสภาพการบานของดอกบัวในปีนั้นก่อนเดินทาง เพราะช่วงพีคของแต่ละปีขยับได้ตามอากาศ บางปีบานสวยสุดในเดือนมกราคม บางปีลากยาวถึงต้นกุมภาพันธ์
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้อย่างตรงไปตรงมา คือกิจกรรมนี้ขึ้นกับฤดูกาลล้วน ๆ ถ้ามานอกช่วงบานจะเห็นแค่ผืนน้ำกับใบบัว ไม่มีดอกให้ชม จึงต้องเลือกเวลาให้ตรง และถ้ามาสายเกิน 10 โมงดอกบัวจะหุบไปมากแล้ว บางรีวิวติงเรื่องเรือบางลำแล่นเร็วและโยกจนถ่ายรูปยาก รวมถึงช่วงวันหยุดยาวคนเยอะ ต้องรอคิวเรือและบางจุดเรือแน่น ควรตกลงราคากับคนขับให้ชัดก่อนลงเรือ ระบุด้วยว่าอยากให้พาไปกี่จุดและใช้เวลานานแค่ไหน บนเรือแดดแรงและไม่มีที่กำบัง ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไปด้วย ใครเมาเรือง่ายให้เลือกเรือลำใหญ่ที่นิ่งกว่า และควรระวังของมีค่าเพราะพื้นเรือมักเปียกน้ำ
- หน้าหนาวดอกบัวแดงบานคลุมผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพธรรมชาติที่หาชมยากและถ่ายรูปสวย
- ค่าเรือเหมาลำไม่แพงเมื่อหารกันหลายคน มีทั้งเรือลำใหญ่สำหรับครอบครัวและเรือลำเล็กสำหรับคนมาน้อย
- คนขับเรือเป็นชาวบ้านในพื้นที่ รู้จุดบัวบานสวยและพาแวะจุดถ่ายรูปกลางทุ่งให้
- ได้ทั้งชมดอกบัวและดูนกน้ำในบึงไปพร้อมกัน อยู่ห่างตัวเมืองอุดรธานีแค่ราวชั่วโมงเดียว
- ขึ้นกับฤดูกาลล้วน ๆ มานอกช่วง ธ.ค.-ก.พ. หรือมาสายเกิน 10 โมงจะแทบไม่เห็นดอกบัว
- วันหยุดยาวคนเยอะ ต้องรอคิวเรือและบางจุดเรือแน่น
- บนเรือแดดแรงไม่มีที่กำบังและพื้นเรือเปียกน้ำ เรือบางลำโยกจนถ่ายรูปยาก
แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง + หลุมขุดค้นเครื่องปั้นดินเผา 5,000 ปี (วัดโพธิ์ศรีใน)
บ้านเชียงคือแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ตั้งแต่ปี 2535 หลักฐานที่ขุดพบทั้งภาชนะดินเผา เครื่องมือสำริด และโครงกระดูก บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนเกษตรกรรมที่ตั้งถิ่นฐานบนที่ราบสูงอีสานมานานหลายพันปี จุดที่คนพูดถึงกันมากคือ เครื่องปั้นดินเผาเขียนลายสีแดงเป็นก้นหอยและเส้นโค้งบนพื้นสีนวล ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของบ้านเชียงที่เห็นแล้วจำได้ทันที การมาที่นี่จึงเหมือนได้ย้อนดูรากของผู้คนแถบลุ่มน้ำโขงก่อนจะมีตัวอักษรบันทึกเรื่องราวใด ๆ
การเที่ยวบ้านเชียงมีสองส่วนหลักที่ควรดูให้ครบ ส่วนแรกคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ที่จัดแสดงโบราณวัตถุจริงเรียงตามยุคสมัย มีคำอธิบายทั้งไทยและอังกฤษ เห็นได้ตั้งแต่ภาชนะ เครื่องประดับลูกปัด ไปจนถึงเครื่องมือโลหะ ส่วนที่สองคือหลุมขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวพิพิธภัณฑ์ราว 1 กิโลเมตร ที่นี่เปิดให้เดินชมหลุมขุดค้นของจริงที่ยังคงสภาพโครงกระดูกและภาชนะฝังอยู่ในชั้นดินตามตำแหน่งที่พบ ทำให้เห็นภาพวิธีการทำงานทางโบราณคดีชัดกว่าดูในตู้กระจก ควรเผื่อเวลาเดินทั้งสองจุด และแนะนำให้เริ่มที่พิพิธภัณฑ์ก่อนเพื่อปูพื้นความเข้าใจ แล้วค่อยไปดูหลุมขุดค้นจะได้อรรถรสมากขึ้น
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือบ้านเชียงอยู่ไกลจากตัวเมืองอุดรธานีพอสมควร ราว 55 กิโลเมตร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องการเดินทางล่วงหน้า จะเหมารถ เช่ารถ หรือรวมไว้ในทัวร์รอบเมืองก็ได้ ตัวนิทรรศการบางส่วนจัดแสดงมานานและป้ายบางจุดดูเก่า คนที่คาดหวังพิพิธภัณฑ์แบบอินเทอร์แอ็กทีฟทันสมัยอาจรู้สึกว่าเรียบไปบ้าง แต่คุณค่าอยู่ที่ตัวโบราณวัตถุจริงและบริบทของแหล่งขุดค้น อากาศอีสานช่วงกลางวันร้อนและหลุมขุดค้นบางส่วนอยู่กลางแจ้ง ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และไปช่วงเช้าจะสบายตัวกว่า ตรวจสอบวันเปิด-ปิดก่อนไปด้วย เพราะพิพิธภัณฑ์รัฐมักปิดบางวันในสัปดาห์
- แหล่งมรดกโลก UNESCO ตัวจริง ได้เห็นเครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีอายุหลายพันปีและโบราณวัตถุที่ขุดพบในพื้นที่
- หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในเปิดให้ชมโครงกระดูกและภาชนะที่ฝังในชั้นดินตามตำแหน่งจริง เห็นวิธีทำงานโบราณคดีชัดเจน
- นิทรรศการจัดเรียงตามยุคสมัย มีป้ายคำอธิบายทั้งไทยและอังกฤษ เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป
- ค่าเข้าไม่แพง และหลุมขุดค้นเข้าชมฟรี เหมาะพาครอบครัวหรือมาเรียนรู้แบบไม่เร่งรีบ
- อยู่ไกลจากตัวเมืองอุดรธานีราว 55 กม. ถ้าไม่มีรถส่วนตัวต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
- นิทรรศการบางส่วนจัดแสดงมานานและป้ายบางจุดดูเก่า คนคาดหวังพิพิธภัณฑ์อินเทอร์แอ็กทีฟอาจรู้สึกเรียบ
- หลุมขุดค้นบางส่วนอยู่กลางแจ้ง อากาศกลางวันร้อน และพิพิธภัณฑ์มักปิดบางวันในสัปดาห์
คำชะโนด (วังนาคินทร์คำชะโนด) เกาะลอยกลางน้ำ ความเชื่อพญานาค
คำชะโนด หรือชื่อเต็มว่าวังนาคินทร์คำชะโนด อยู่ที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนสายความเชื่อพญานาคตั้งใจมาให้ถึงสักครั้ง จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ต่างจากวัดหรือศาลทั่วไปคือตัวป่าคำชะโนดเป็นเกาะที่มีต้นชะโนด (พืชตระกูลปาล์มคล้ายต้นตาลผสมมะพร้าว) ขึ้นหนาแน่นอยู่กลางน้ำ ต้องเดินข้ามสะพานเข้าไป หลายคนเล่าว่าพอข้ามสะพานเข้าเขตเกาะแล้วอากาศจะเย็นลงและรู้สึกเงียบสงบต่างจากด้านนอก ภายในมีศาลปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาที่คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องงาน การเงิน สุขภาพ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นประตูสู่เมืองบาดาลของพญานาค
คนที่มาส่วนใหญ่มาเพื่อบนบานและแก้บน หลายคนขอเรื่องโชคลาภและเลขเด็ด จึงมักเห็นคนพยายามหาตัวเลขจากต้นไม้ เปลือกไม้ หรือสิ่งของรอบบริเวณ บรรยากาศจึงคึกคักแบบงานบุญมากกว่าจะเงียบขรึม รอบทางเข้ามีร้านขายดอกไม้ธูปเทียน ชุดบูชา ผ้าสไบ และของถวายให้เลือกซื้อ ราคาไม่แพง ตัวสถานที่ไม่เก็บค่าเข้า เปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าราวหกโมงถึงหกโมงเย็น การเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง เหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงลำบาก ถ้าไม่มีรถแนะนำจองทัวร์หรือรถเช่าพร้อมคนขับจากในเมืองไว้ล่วงหน้าจะสะดวกกว่า
เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรงคือช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนแน่นมาก ทั้งแถวรอเข้าไหว้ ที่จอดรถเต็ม และสะพานทางเดินที่แคบทำให้เดินช้าและเบียดกัน ใครไม่ชอบที่แออัดควรเลี่ยงไปวันธรรมดาหรือไปแต่เช้า อีกเรื่องคือการแต่งกาย ที่นี่ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงควรแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงหรือกระโปรงสั้น หลายคนนิยมใส่ชุดสีสุภาพหรือหาผ้าสไบมาคลุมไหล่ ด้านในเกาะพื้นบางช่วงอาจลื่นและมีแดดน้อยเพราะต้นไม้ร่มครึ้ม ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย เตรียมร่มหรือหมวกไว้เผื่อแดดจ้าตอนรอคิว และพกน้ำดื่มติดตัว การมาที่นี่ให้ได้บรรยากาศที่ดีคือมาด้วยใจเคารพสถานที่และความเชื่อของคนในพื้นที่
- จุดหมายสายมูที่มีชื่อเรื่องความเชื่อพญานาค คนมาขอพรงาน โชคลาภ สุขภาพ และบนบานแก้บนกันเยอะ
- ตัวป่าคำชะโนดเป็นเกาะลอยกลางน้ำ ต้องเดินข้ามสะพานเข้าไป บรรยากาศร่มครึ้มเย็นสบายต่างจากด้านนอก
- ไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น รอบทางเข้ามีร้านดอกไม้ธูปเทียนและของบูชาให้เลือกซื้อสะดวก
- เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอุดรธานี จับคู่เที่ยวกับที่อื่นในทริปอีสานได้ เหมาะทั้งครอบครัวและมาเป็นกลุ่ม
- วันหยุด วันพระ และเทศกาลคนแน่นมาก ต้องต่อแถวรอไหว้ ที่จอดรถเต็ม และเดินเบียดกันบนสะพานแคบ
- อยู่ไกลตัวเมืองอุดรธานีราว 100 กม. รถสาธารณะเข้าถึงลำบาก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ/ทัวร์
- ต้องแต่งกายสุภาพตามธรรมเนียมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ งดเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงกระโปรงสั้น
วัดป่าภูก้อน — พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว วัดกลางป่าเขา (อ.นายูง จ.อุดรธานี)
วัดป่าภูก้อนตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม อำเภอนายูง ทางเหนือสุดของจังหวัดอุดรธานีตรงรอยต่อสามจังหวัดคืออุดรธานี เลย และหนองคาย จุดที่คนตั้งใจเดินทางไปกันคือพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระนอนปางปรินิพพานความยาว 20 เมตร แกะสลักจากหินอ่อนขาวไวท์คาร์ราราที่นำเข้ามาจากเมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหินอ่อนชนิดเดียวกับที่ใช้แกะรูปปั้นเดวิดของไมเคิลแองเจโล เนื้อหินสีขาวนวลตัดกับผนังวิหารและลวดลายรอบองค์พระ ทำให้บรรยากาศภายในดูสงบและสว่างต่างจากวัดทั่วไป รอบวัดยังมีเจดีย์และลานชมวิวที่มองเห็นทิวเขาเขียวชอุ่มไกลสุดสายตา เพราะตัววัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกลางผืนป่า
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนวางแผนไปคือระยะทาง วัดอยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีราว 124 กิโลเมตร ขับรถเที่ยวเดียวประมาณสองถึงสองชั่วโมงครึ่ง เส้นทางหลักคือออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2 สายอุดรธานี-หนองคาย แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 มุ่งหน้าอำเภอบ้านผือและนายูง ช่วงท้ายเป็นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว รถเก๋งและรถกระบะขึ้นไปถึงตัววัดได้ แต่ถ้าเป็นรถบัสคันใหญ่ต้องจอดตรงทางขึ้นแล้วต่อรถสองแถวของวัดขึ้นไป จุดสำคัญคือที่นี่ไม่มีรถประจำทางสาธารณะเข้าถึงโดยตรง คนที่ไม่มีรถส่วนตัวจึงต้องเช่ารถขับเองหรือเหมารถจากตัวเมือง การเข้าชมไม่มีค่าบัตรผ่านประตู ทำบุญได้ตามศรัทธา ประตูวิหารเปิดเวลา 08.30 ถึง 17.00 นาฬิกา ควรเผื่อเวลาไปถึงก่อนบ่ายเพื่อให้มีเวลาเดินชมและกลับก่อนมืด เพราะทางลงเขาช่วงกลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว
ข้อควรระวังที่พูดกันตรง ๆ อย่างแรกคือการแต่งกาย ทางวัดเข้มงวดเรื่องนี้มาก ห้ามนุ่งสั้นทั้งชายและหญิง ห้ามใส่เสื้อกล้ามหรือเสื้อสายเดี่ยวเข้าวิหาร แม้จะมีผ้าคลุมสุภาพให้ยืม แต่การเตรียมเสื้อผ้าเรียบร้อยไปเองจะสะดวกกว่าและไม่ต้องรอคิว อย่างที่สองคือเส้นทางช่วงขึ้นเขาแคบและคดเคี้ยว คนขับที่ไม่ชินทางภูเขาหรือเมารถง่ายควรขับช้าและระวังเป็นพิเศษ ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังตั้งแต่ในเมืองเพราะปั๊มแถวนั้นหายาก อย่างที่สามคือสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดมีจำกัด ร้านอาหารและร้านค้ามีไม่มาก ควรเตรียมน้ำดื่มและของว่างติดรถไปด้วย และเนื่องจากอยู่กลางป่าเขาสัญญาณโทรศัพท์บางช่วงอ่อน ควรดาวน์โหลดแผนที่เส้นทางเก็บไว้ล่วงหน้า สุดท้ายคือควรรักษาความสงบและความสะอาดภายในวัด เพราะที่นี่เป็นวัดป่าสายปฏิบัติที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่จริง
- พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวไวท์คาร์ราราจากอิตาลี ยาว 20 เมตร งดงามและหาชมยาก บรรยากาศในวิหารสงบและสว่างต่างจากวัดทั่วไป
- ตั้งอยู่กลางป่าเขาบนพื้นที่สูง มีลานชมวิวเห็นทิวเขาเขียวไกลสุดสายตา เหมาะทั้งสายบุญและสายถ่ายรูปสถาปัตยกรรม
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู ทำบุญได้ตามศรัทธา
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 หลายเสียงยกให้เป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในภาคอีสาน
- อยู่ไกลตัวเมืองอุดรธานีราว 124 กม. ขับรถเที่ยวเดียวราว 2-2.5 ชม. และไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง ต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง
- เส้นทางช่วงขึ้นเขาแคบและคดเคี้ยว คนไม่ชินทางภูเขาหรือเมารถง่ายต้องระวัง และปั๊มน้ำมันแถวนั้นหายาก
- เข้มงวดเรื่องการแต่งกายมาก ห้ามนุ่งสั้นหรือใส่เสื้อกล้ามเข้าวิหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดมีจำกัด สัญญาณโทรศัพท์บางช่วงอ่อน
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ + อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ + เดินเล่นเมืองอุดร (เป็ดยักษ์กลางน้ำ)
หนองประจักษ์ศิลปาคมเป็นสวนสาธารณะกลางเมืองอุดรธานีที่คนท้องถิ่นใช้เป็นที่พักผ่อนจริงจังทุกวัน มีทะเลสาบใหญ่อยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยทางเดินและเลนปั่นจักรยานยาวรอบบึงราวสองกิโลเมตรกว่า ๆ จุดที่คนถ่ายรูปกันมากที่สุดคือเป็ดเหลืองยักษ์ที่ลอยอยู่กลางน้ำ ซึ่งเทศบาลติดตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของสวนจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของเมือง นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนสีขาวข้ามไปเกาะกลางน้ำ ให้เดินเล่นและยืนให้อาหารปลาดุกกับปลาตะเพียนที่มารวมกันเป็นฝูงใต้สะพาน บรรยากาศเป็นสวนเมืองที่ร่มรื่น เข้าได้ฟรี เหมาะกับการเดินยืดเส้นยืดสายก่อนหรือหลังไปเที่ยวจุดอื่นในตัวเมือง
วิธีเที่ยวที่คนนิยมคือมาช่วงเช้าตรู่หรือหลังห้าโมงเย็น เพราะแดดไม่แรงและอากาศเย็นลง สายออกกำลังจะมาวิ่งและปั่นจักรยานรอบบึง ส่วนคนที่มาชิลก็เดินเล่น นั่งคาเฟ่และร้านอาหารที่เรียงรายอยู่ริมสวน หรือเช่าจักรยานถีบเรือลงไปในน้ำ ในสวนมีร้านนวดราคาย่อมเยา สนามเด็กเล่น ลานออกกำลังกาย และมุมนั่งพักหลายจุด รอบ ๆ สวนเดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงย่านใจกลางเมือง หอนาฬิกา และอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี จึงจับคู่เที่ยวสวนกับเดินเล่นเมืองเก่าในทริปเดียวได้สบาย ช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ตกลงหลังบึงเป็นเวลาที่คนมาถ่ายรูปกันเยอะที่สุด
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่คนรีวิวบอกตรง ๆ คือกลางวันในสวนร้อนมากเพราะพื้นที่เปิดโล่งและร่มเงาไม่ทั่วถึงทุกจุด มาเดินตอนบ่ายจะเหนื่อยและเสียเหงื่อ ควรเลี่ยงมาเช้าหรือเย็นแทน ตัวสวนเน้นพักผ่อนและออกกำลังกายเป็นหลัก ไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างหรือของชมแปลกใหม่มากนอกจากบึง เป็ดยักษ์ และเครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์เก่าที่ตั้งโชว์ คนที่คาดหวังแหล่งเที่ยวหวือหวาอาจรู้สึกเฉย ๆ ช่วงหน้าฝนพื้นบางช่วงลื่นและมีน้ำขัง ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย เตรียมน้ำดื่มกับหมวกหรือร่มไปด้วย และถ้ามาปั่นจักรยานช่วงคนเยอะให้ระวังคนเดินและคนวิ่งที่ใช้เส้นทางเดียวกัน
- อยู่ใจกลางเมือง เข้าฟรี เดินทางง่าย เหมาะแวะพักผ่อนก่อน-หลังเที่ยวจุดอื่นในตัวเมือง
- มีเลนปั่นจักรยานและทางวิ่งยาวรอบบึงราว 2 กม. สายออกกำลังกายและครอบครัวใช้ได้ทุกวัย
- เป็ดเหลืองยักษ์กลางน้ำและสะพานแขวนสีขาวเป็นจุดถ่ายรูปเด่น ช่วงเย็นได้ภาพพระอาทิตย์ตกสวย
- รอบสวนมีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านนวดราคาย่อมเยา สนามเด็กเล่น และมุมนั่งพักหลายจุด
- กลางวันร้อนมาก พื้นที่เปิดโล่ง ร่มเงาไม่ทั่วถึง ควรเลี่ยงมาเดินช่วงบ่าย
- เน้นพักผ่อน-ออกกำลังกาย ไม่ค่อยมีของชมหวือหวา คนคาดหวังแหล่งเที่ยวตื่นตาอาจรู้สึกเฉย ๆ
- หน้าฝนพื้นบางช่วงลื่นและมีน้ำขัง ช่วงคนเยอะทางเดิน-ปั่นใช้ร่วมกันต้องระวังชนกัน
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (หินรูปทรงแปลก เพิงหิน ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์) อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทอยู่บนเทือกเขาภูพาน อ.บ้านผือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ จ.อุดรธานี ห่างจากตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วไปคือธรรมชาติกับร่องรอยของคนโบราณมารวมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ก้อนหินทรายขนาดใหญ่ถูกลมและน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นรูปทรงแปลกตา บางก้อนวางซ้อนกันเหมือนดอกเห็ด บางก้อนกลายเป็นเพิงหินที่คนสมัยก่อนประวัติศาสตร์เข้ามาอยู่อาศัยและวาดภาพเขียนสีไว้บนผนัง กลุ่มหินหลายจุดยังผูกกับตำนานพื้นบ้านเรื่องนางอุสา-ท้าวบารส จึงมีชื่อเรียกอย่างหอนางอุสา คอกม้าท้าวบารส และวัดพ่อตา ทำให้เดินชมได้เพลินทั้งในแง่ธรณีวิทยา โบราณคดี และเรื่องเล่า ในเดือนกรกฎาคม 2567 ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายที่คนสนใจประวัติศาสตร์ตั้งใจมาดูสักครั้ง
การเที่ยวที่นี่ใช้วิธีเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ ซึ่งร่มรื่นด้วยป่าเต็งรังและมีป้ายอธิบายแต่ละจุดเป็นระยะ เส้นทางหลักใช้เวลาเดินราวสองถึงสามชั่วโมงหากแวะดูครบทุกจุดสำคัญ ทั้งหอนางอุสาที่เป็นก้อนหินใหญ่ตั้งบนเสาหินธรรมชาติ เพิงหินที่มีภาพเขียนสีอายุหลายพันปี และจุดชมวิวที่มองเห็นทิวเขาไกลออกไป ค่าธรรมเนียมเข้าชมคิดแยกราคาระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติอย่างชัดเจน มีลานจอดรถกว้าง ห้องน้ำสะอาด และเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูล ใครไม่อยากเดินไกลก็มีบริการรถกอล์ฟพาชมภายในอุทยานโดยคิดค่าบริการเพิ่ม เนื่องจากอยู่นอกเมืองและรถสาธารณะเข้าถึงยาก การมีรถส่วนตัวหรือจองทัวร์-รถเช่าพร้อมคนขับจะสะดวกกว่ามาก และควรเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับจากตัวเมืองอุดรธานีราวสามชั่วโมงรวมกันไว้ในแผนเที่ยว
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือระยะทางจากตัวเมืองค่อนข้างไกลและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถ้าไม่มีรถส่วนตัวจะเดินทางลำบาก รีวิวหลายรายบอกว่าที่นี่คนไม่พลุกพล่านเท่าที่ควรส่วนหนึ่งเพราะทำเลนี่เอง ข้อสองคือต้องเดินเท้าพอสมควรบนทางดินและหินสลับขึ้นเนิน แม้ไม่ชันมากแต่คนที่เดินไม่ไหวหรือพาผู้สูงอายุไปควรใช้บริการรถกอล์ฟและใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี ข้อสามคือช่วงกลางวันอากาศร้อนและแดดแรง โดยเฉพาะหน้าร้อน ควรพกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปให้พร้อม ส่วนหน้าฝนทางเดินอาจลื่นและมีแมลง ข้อสี่คือค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่าเช่นเดียวกับอุทยานอื่น ควรเตรียมเงินสดไว้จ่ายหน้าด่าน และเช็กเวลาเปิด-ปิดก่อนออกเดินทางเพราะที่นี่ปิดค่อนข้างเร็วในช่วงบ่ายแก่
- รวมหินรูปทรงแปลก เพิงหิน และภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ไว้ในเส้นทางเดินเดียว ได้ทั้งธรรมชาติ โบราณคดี และตำนานพื้นบ้านนางอุสา-ท้าวบารส
- ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 เป็นหมุดหมายที่คนสนใจประวัติศาสตร์ตั้งใจมาดู
- อุทยานจัดการดี มีป้ายอธิบายแต่ละจุด ลานจอดรถกว้าง ห้องน้ำสะอาด เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล และมีรถกอล์ฟพาชมสำหรับคนไม่อยากเดินไกล
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.5 เต็ม 5 และติดอันดับ #4 จาก 44 สิ่งที่น่าทำในอุดรธานี
- อยู่ไกลจากตัวเมืองอุดรธานีราว 65 กม. ในพื้นที่ห่างไกล ถ้าไม่มีรถส่วนตัวเดินทางลำบาก และคนไม่พลุกพล่านส่วนหนึ่งเพราะทำเล
- ต้องเดินเท้าพอสมควรบนทางดินและหินสลับขึ้นเนิน อากาศกลางวันร้อนและแดดแรงโดยเฉพาะหน้าร้อน
- ค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติสูงกว่าคนไทยหลายเท่า และอุทยานปิดค่อนข้างเร็วในช่วงบ่ายแก่ ควรเช็กเวลาก่อนไป
วัดป่าบ้านตาด (สวนป่าหลวงตามหาบัว วัดเกษรศีลคุณ) — สายวัดป่ากรรมฐาน อุดรธานี
วัดป่าบ้านตาด หรือชื่อทางการว่าวัดเกษรศีลคุณ อยู่ที่ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีลงมาทางใต้ราว 16 กิโลเมตร เป็นวัดป่าสายกรรมฐานที่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก่อตั้งและจำพรรษามาตลอดชีวิต จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่ความอลังการของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นบรรยากาศของป่าที่ยังคงความร่มรื่นเงียบสงบ ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาทั่วบริเวณ มีกุฏิพระเรียบง่ายกระจายอยู่ในดง คนที่เคยไปมักเล่าตรงกันว่าพอก้าวเข้าเขตวัดแล้วรู้สึกใจเย็นลง เสียงรบกวนน้อย เหมาะกับการเดินช้า ๆ กราบพระ และตั้งสติ มากกว่าจะเป็นแหล่งเที่ยวถ่ายรูปทั่วไป
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาคือกราบสรีระธาตุของหลวงตามหาบัวที่พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ญาณสัมปันโน ซึ่งสร้างขึ้นเป็นอาคารทรงเจดีย์เพื่อเก็บอัฐิธาตุและเผยแผ่คำสอนของท่าน ภายในจัดแสดงประวัติ เครื่องอัฐบริขาร และเรื่องราวการปฏิบัติธรรมของหลวงตา ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ตัวเจดีย์และภูมิทัศน์โดยรอบดูสง่างามแต่ยังคงความสำรวมตามแบบวัดป่า หลายคนใช้เวลาเดินชมในส่วนนี้พร้อมกับนั่งพักสงบใจสักครู่ นอกจากนี้วัดยังเป็นที่รู้จักจากเรื่องการทำบุญและโครงการช่วยชาติที่หลวงตาริเริ่มไว้ ทำให้มีทั้งชาวอุดรฯ และคนต่างจังหวัดแวะเวียนมาทำบุญไม่ขาด
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นวัดปฏิบัติที่ยังมีพระจำพรรษาและญาติโยมมาภาวนาจริง จึงเน้นความสงบเป็นหลัก ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย งดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และเสื้อผ้ารัดรูป สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง ปิดเสียงโทรศัพท์ และเดินตามป้ายบอกเขตที่อนุญาต บางโซนเป็นเขตสังฆาวาสที่ขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปรบกวน การถ่ายรูปทำได้ในบริเวณที่เปิดให้ทั่วไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายพระขณะปฏิบัติหรือฉันภัตตาหาร เพราะไม่ใช่วัดสายเที่ยวชม ควรเผื่อเวลาและเตรียมน้ำดื่มไปเอง เพราะร้านค้ารอบวัดมีไม่มาก อากาศช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน ช่วงเช้าจะเดินสบายและเงียบกว่า เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือเหมารถจากตัวเมือง เพราะรถประจำทางเข้าถึงไม่สะดวกนัก
- บรรยากาศวัดป่ากรรมฐานร่มรื่นเงียบสงบ เดินแล้วใจเย็น เหมาะกับการทำบุญและตั้งสติมากกว่าที่เที่ยวทั่วไป
- ได้กราบสรีระธาตุหลวงตามหาบัวและชมพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ที่จัดแสดงประวัติและคำสอนของท่าน
- เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา คุ้มค่ากับสายบุญที่มาอุดรธานี
- อยู่ไม่ไกลตัวเมืองอุดรธานี แวะรวมกับที่เที่ยวอื่นในวันเดียวได้สบาย
- เป็นวัดปฏิบัติที่เน้นความสงบ ต้องสำรวมและแต่งกายสุภาพ ไม่เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวถ่ายรูปแบบสนุกสนาน
- รถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก แนะนำให้มีรถส่วนตัวหรือเหมารถจากตัวเมือง
- ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดมีน้อย ช่วงกลางวันอากาศร้อน ควรเตรียมน้ำและเผื่อเวลาเอง
ยูดีทาวน์ + ถนนคนเดินอุดร + ของกินเวียดนาม-อีสาน (UD Town Walking Street & Night Market)
ยูดีทาวน์เป็นศูนย์การค้าเปิดโล่งใจกลางเมืองอุดรธานี ตั้งอยู่ติดสถานีรถไฟและถนนทองใหญ่ เดินจากย่านกลางเมืองมาได้สบาย จุดที่คนแวะกันมากที่สุดคือช่วงเย็นถึงค่ำ เพราะมีถนนคนเดินและโซนสตรีทฟู้ดที่คึกคัก มีทั้งซุ้มขายของกินเรียงยาว ร้านนั่งกินติดแอร์ ลานกิจกรรมที่บางคืนมีดนตรีสด และร้านเสื้อผ้ากับของฝากให้เดินเล่นไปด้วย บรรยากาศเป็นตลาดกลางคืนในเมืองที่เดินง่าย มีที่จอดรถและห้องน้ำพร้อม เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์กินเที่ยวยามค่ำโดยไม่ต้องขับรถออกไปไกล
เสน่ห์ของที่นี่คือของกินที่ผสมสองวัฒนธรรมในย่านเดียว อุดรธานีเป็นเมืองที่มีชุมชนคนไทยเชื้อสายเวียดนามมานาน ของกินเวียดนามจึงหาได้ทั่วเมือง แหนมเนืองที่ห่อผักสดกับแผ่นแป้งจิ้มน้ำจิ้มรสกลมกล่อม หมูยอ ปอเปี๊ยะสด และข้าวเปียกเส้น เป็นเมนูที่คนมาอุดรมักตามหา ขณะเดียวกันของกินอีสานอย่างส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ และข้าวเหนียวก็มีให้เลือกแทบทุกซุ้ม สองสายนี้อยู่ในระยะเดินถึงกัน จะสั่งจานเวียดนามคู่กับส้มตำจานอีสานในมื้อเดียวก็ทำได้ ราคาส่วนใหญ่จับต้องได้ เดินชิมทีละอย่างหลายเจ้าได้โดยไม่หนักกระเป๋า
ก่อนไปมีบางเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามตรง ช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดคนค่อนข้างแน่น โต๊ะนั่งกินอาจต้องรอหรือเดินหาที่ว่างสักพัก ร้านสตรีทฟู้ดแต่ละเจ้าคุณภาพไม่เท่ากัน บางซุ้มอร่อยคุ้ม บางซุ้มธรรมดา การเดินดูว่าซุ้มไหนคนไทยต่อคิวเยอะช่วยคัดได้ระดับหนึ่ง ที่จอดรถแม้จะมีแต่ช่วงเย็นวันหยุดก็เต็มเร็ว มาถึงก่อนหัวค่ำจะหาที่จอดง่ายกว่า และเนื่องจากเป็นพื้นที่กลางแจ้งบางส่วน ถ้าฝนตกโซนเดินกินอาจสะดุด ควรดูพยากรณ์อากาศคร่าว ๆ ก่อนออกจากที่พัก เท่านี้ก็เดินกินเดินเที่ยวได้เต็มอิ่มในค่ำเดียว
- รวมของกินเวียดนามอย่างแหนมเนือง หมูยอ กับอาหารอีสานส้มตำ-ไก่ย่างไว้ในย่านเดียว เดินชิมได้หลายเจ้าในมื้อเดียว
- อยู่ใจกลางเมืองติดสถานีรถไฟ เดินทางสะดวก มีที่จอดรถและห้องน้ำ เหมาะกับคนไม่อยากขับรถออกไปไกล
- บรรยากาศตลาดกลางคืนคึกคัก บางคืนมีดนตรีสดและลานกิจกรรม เดินเล่นช้อปของฝากได้ไปด้วย
- ราคาสตรีทฟู้ดจับต้องได้ เดินกินทีละอย่างหลายเจ้าได้โดยไม่หนักกระเป๋า
- ช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดคนแน่น โต๊ะนั่งกินอาจต้องรอและที่จอดรถเต็มเร็ว
- ร้านสตรีทฟู้ดแต่ละเจ้าคุณภาพไม่เท่ากัน บางซุ้มอร่อยคุ้ม บางซุ้มธรรมดา
- โซนเดินกินบางส่วนเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ถ้าฝนตกอาจสะดุด และหลายร้านรับแต่เงินสด
ภูฝอยลม — แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ + สะพานเรือนยอดไม้ (canopy walk) สวนพฤกษศาสตร์ 60 พรรษา มหาราชินี อ.หนองแสง
ภูฝอยลมเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติบนเทือกเขาภูพานน้อย เขตอำเภอหนองแสง ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีราวสามสิบห้าถึงสี่สิบกิโลเมตร ตัวภูสูงจากระดับน้ำทะเลราวหกร้อยเมตร จึงมีอากาศเย็นสบายกว่าพื้นราบ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ที่หลายคนตั้งใจขึ้นมารับลมเย็นและชมสวนดอกไม้เมืองหนาวที่บานสะพรั่ง ชื่อภูฝอยลมมาจากไลเคนชนิดหนึ่งที่เรียกว่าฝอยลม เคยขึ้นเกาะตามกิ่งไม้ใหญ่ทั่วบริเวณ ภายในพื้นที่มีทั้งสวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษา มหาราชินี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานโลกล้านปีที่มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์กับพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ และจุดชมวิวที่มองเห็นที่ราบเมืองอุดรธานีได้กว้างไกล เหมาะกับคนที่อยากพาครอบครัวมาเดินเล่นรับธรรมชาติแบบไม่ต้องลุยหนัก
จุดที่หลายคนตั้งใจมาคือสะพานเรือนยอดไม้หรือ canopy walk ทางเดินยกสูงที่พาขึ้นไปเดินระดับเดียวกับยอดไม้ ทำให้ได้มองเรือนยอดป่าและใบไม้ในมุมที่ปกติเห็นได้แค่จากด้านล่าง เป็นการชมป่าแบบใกล้ชิดที่เด็กและผู้ใหญ่สนุกไปด้วยกัน เดินคู่กับเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ผ่านป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบ มีป้ายให้ความรู้ตลอดทาง การเที่ยวภูฝอยลมสะดวกที่สุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขึ้นไป เพราะทางขึ้นภูค่อนข้างชันและไม่มีรถสาธารณะประจำ ใครไม่มีรถควรรวมกลุ่มเช่ารถพร้อมคนขับจากในเมืองอุดรธานี บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ภูฝอยลมได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องสวนสะอาด อากาศเย็น และวิวสวย เหมาะแวะเที่ยวเมื่อผ่านมาแถบอุดรธานีหรือขอนแก่น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือบรรยากาศดีที่สุดจริง ๆ อยู่ช่วงหน้าหนาว ส่วนหน้าร้อนช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและดอกไม้โรยไปมาก จึงควรไปช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายตัวกว่า ข้อสองคือขนาดของสวนและความหลากหลายของพรรณไม้อาจไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่บางคนคาด รีวิวบางรายบอกตรงว่าถ้ามองเป็นสวนสาธารณะทั่วไปก็ถือว่าปกติ แต่ถ้ามองเป็นจุดพักรับอากาศเย็นใกล้เมืองก็คุ้มค่าแก่การแวะ ข้อสามคือทางขึ้นภูชันและคดเคี้ยว ควรตรวจสภาพรถและเบรกให้พร้อม ขับด้วยความระมัดระวัง ข้อสี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนเปิดปิดตามฤดูกาลและงบประมาณดูแล ควรโทรสอบถามหรือเช็กเพจทางการก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว และเตรียมเสื้อกันหนาวบาง ๆ ไว้เผื่อลมเย็นตอนเช้ากับตอนค่ำถ้าตั้งใจกางเต็นท์ค้างคืน
- อากาศเย็นสบายบนภูสูงราว 600 เมตร โดยเฉพาะหน้าหนาวที่มีสวนดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่ง เหมาะหนีร้อนแบบไม่ต้องไปไกลจากตัวเมืองอุดรธานี
- มีสะพานเรือนยอดไม้ (canopy walk) ให้เดินชมป่าระดับยอดไม้ คู่กับเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีป้ายความรู้ เดินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
- รวมหลายจุดในที่เดียว ทั้งสวนพฤกษศาสตร์ 60 พรรษา มหาราชินี พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จุดชมวิวเมืองอุดร และลานกางเต็นท์ค้างคืน
- รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 หลายคนชมว่าสวนสะอาด บรรยากาศร่มรื่น และวิวสวย
- ทางขึ้นภูชันและคดเคี้ยว ไม่มีรถสาธารณะประจำ ต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถพร้อมคนขับ จึงไม่สะดวกสำหรับคนที่ไม่มีรถ
- บรรยากาศดีสุดกระจุกอยู่ช่วงหน้าหนาว ส่วนหน้าร้อนแดดแรงและดอกไม้โรย รีวิวบางรายมองว่าความหลากหลายของพรรณไม้ยังไม่มากนัก
- สิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนเปิดปิดตามฤดูกาลและงบประมาณดูแล ควรโทรเช็กก่อนไป โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว
สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฉน (Udon Sunshine — กล้วยไม้กลิ่นหอม + ต้นไม้ไหวรับเสียง)
สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฉนเป็นสวนเล็กที่ดูแลกันเองในครอบครัว อยู่ทางเหนือของตัวเมืองอุดรธานีไม่ไกล จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากสวนกล้วยไม้ทั่วไปคือเป็นแหล่งที่พัฒนากล้วยไม้กลิ่นหอมจนนำไปสกัดเป็นน้ำหอมได้จริง ภายในสวนจะเห็นกล้วยไม้จัดวางเป็นแถวหลายพันธุ์ บางพันธุ์มีกลิ่นหอมชัดเวลาบานเต็มที่ และมีมุมเล่าเรื่องงานวิจัยที่เจ้าของใช้เวลาสะสมมาหลายสิบปี อีกไฮไลต์ที่คนพูดถึงคือต้นไม้พันธุ์ที่ใบเล็กจะขยับไหวเมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงหรือเสียงดนตรีโทนสูง กลายเป็นของแปลกที่เด็ก ๆ ชอบลองส่งเสียงดูว่าใบจะกระดิกตามจริงไหม
บรรยากาศโดยรวมเป็นสวนบ้าน ๆ ไม่ได้ตกแต่งหรูหรา เดินชมสบาย ๆ ราวชั่วโมงเดียวก็ทั่ว เจ้าของและคนในสวนมักคอยอธิบายและพาดูพันธุ์เด่นด้วยตัวเอง ทำให้ได้ทั้งความรู้และเรื่องเล่าไปพร้อมกัน ที่นี่ไม่ได้เก็บค่าเข้าชมเป็นราคาตายตัว แต่มีร้านขายน้ำหอม น้ำมันหอม และผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้ให้อุดหนุนกลับบ้าน ใครสนใจเรื่องพืชสวนหรืออยากได้ของฝากที่ไม่เหมือนใครจากอุดรธานีจะถูกใจมุมนี้ การไปช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนจัดจะเดินชมได้สบายกว่า และถ้าอยากเห็นกล้วยไม้บานพร้อมกันเยอะ ๆ ควรเล็งช่วงต้นปีที่เป็นฤดูดอกไม้บาน
ข้อที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือสวนมีขนาดเล็กและเป็นสวนส่วนตัว ปริมาณกล้วยไม้ที่บานขึ้นกับฤดูกาลมาก ช่วงที่ดอกไม่บานจะเห็นแต่ต้นและใบเป็นหลัก บางคนจึงรู้สึกว่ามีให้ดูน้อยกว่าที่คาด เดือนกุมภาพันธ์มักเป็นช่วงที่ดอกบานสวยที่สุด ส่วนช่วงกลางปีถึงปลายปีอาจเงียบกว่า เรื่องต้นไม้ไหวรับเสียงก็เป็นการขยับเบา ๆ ของใบเล็ก ไม่ใช่การเคลื่อนไหวหวือหวา ควรตั้งความคาดหวังให้พอดี นอกจากนี้ป้ายบอกทางและเวลาเปิด-ปิดไม่ชัดเจนนัก โทรเช็กหรือดูรีวิวล่าสุดก่อนออกเดินทางจะช่วยไม่ให้ไปถึงแล้วปิด และเตรียมเงินสดไว้อุดหนุนสินค้าเพราะบางจุดรับเฉพาะเงินสด
- จุดเด่นเฉพาะตัว ได้ดูทั้งกล้วยไม้กลิ่นหอมที่นำไปสกัดน้ำหอมได้จริงและต้นไม้พันธุ์ไหวรับเสียง หาดูที่อื่นยาก
- เจ้าของและคนในสวนคอยอธิบายพาชมพันธุ์เด่นเอง ได้ทั้งความรู้และเรื่องเล่าเรื่องงานวิจัยพันธุ์พืช
- อยู่ใกล้ตัวเมืองอุดรธานี แวะได้สะดวกในครึ่งวัน เหมาะพาเด็กและครอบครัวไปดูของแปลก
- มีน้ำหอมและผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้ให้ซื้อเป็นของฝากที่ไม่เหมือนที่อื่นจากอุดรธานี
- สวนขนาดเล็กและเป็นสวนส่วนตัว ปริมาณดอกที่บานขึ้นกับฤดูกาลมาก ช่วงนอกฤดูจะเห็นแต่ต้นและใบ
- ต้นไม้ไหวรับเสียงเป็นการขยับใบเล็กเบา ๆ ไม่หวือหวาอย่างที่บางคนคาดหวัง
- ป้ายบอกทางและเวลาเปิด-ปิดไม่ชัดเจน ควรโทรเช็กก่อนไปและเตรียมเงินสดเพราะบางจุดรับเฉพาะเงินสด
เที่ยวอุดร พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักกลางเมือง/ใกล้หนองประจักษ์-ยูดีทาวน์ เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ล่องเรือทะเลบัวแดงและรถรับส่งช่วยประหยัดเวลาเพราะจุดเที่ยวไกลกัน
💡 รู้ก่อนเที่ยวอุดรธานี
บัวบานเต็มเฉพาะ ธ.ค.-ก.พ. และหุบสาย ๆ ควรล่องเรือช่วง 6-10 โมง อยู่ที่กุมภวาปีห่างเมือง ~45 กม.
บ้านเชียง ~55 กม. คำชะโนด ~100 กม. วัดป่าภูก้อน/ภูพระบาทไกลออกไป มีรถหรือจอยทัวร์จะสะดวกสุด
สายมูนิยมมาขอโชค วันหยุด/วันมงคลคนเยอะและรอคิว ควรไปเช้าและแต่งกายสุภาพ
อุดรมีเที่ยวบินเยอะและเป็นทางผ่านสู่หนองคาย-เวียงจันทน์ จับทริปข้ามไปลาวต่อได้
เลือกกิจกรรมยังไงให้คุ้ม
ถ้ามี 2 วัน แนะนำวันแรก (หน้าหนาว) ล่องเรือทะเลบัวแดงเช้าตรู่ที่กุมภวาปี แล้วต่อบ้านเชียงชมมรดกโลก วันที่สองสายศรัทธาไปคำชะโนด+วัดป่าภูก้อน หรือสายประวัติศาสตร์-ธรรมชาติไปภูพระบาท+ภูฝอยลม เย็นกลับมาเดินยูดีทาวน์-ถนนคนเดินกินของอร่อย จะได้ครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศรัทธา และเมือง
พร้อมเที่ยวอุดรแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักกลางเมืองก่อนเลย
ดูที่พักอุดรธานี →