🔄 ตรวจสอบล่าสุด 26 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเสน่ห์ฉะเชิงเทราแบบสั้น ๆ ก็คือเมืองริมน้ำบางปะกงที่อยู่ใกล้กรุงเทพมาก ขับรถออกมาแป๊บเดียวก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ทั้งวัน สายมูกับสายไหว้พระจะถูกใจที่สุด เพราะที่นี่คือเมืองพระพิฆเนศของไทย ทั้งองค์ปางนอนสีชมพูที่วัดสมาน ตลาดน้ำริมวัด และองค์ยืนสำริดตัวสูงลิ่วที่คลองเขื่อน ส่วนสายชิลชอบเดินตลาดเก่า แปดริ้วมีตลาดร้อยปีริมน้ำหลายแห่งให้เดินกินของวินเทจราคาเบา ทั้งตลาดบ้านใหม่ และตลาดนครเนื่องเขต บรรยากาศย้อนยุคถ่ายรูปสวยทุกมุม อยากพักผ่อนเฉย ๆ ก็มีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์กลางเมืองให้นั่งเล่นรับลม แต่ละจุดอยู่ไม่ไกลกันนัก วันเดียวเก็บได้หลายที่
หลายที่ในลิสต์นี้เป็นแลนด์มาร์กที่มีเรื่องเล่าจริง หลวงพ่อพุทธโสธรที่วัดโสธรวรารามคือพระคู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานพระลอยน้ำ คนทั้งประเทศเดินทางมากราบไหว้ขอพรและนิยมแก้บนด้วยไข่ต้ม ส่วนพระพิฆเนศองค์ยืนที่อุทยานคลองเขื่อนเป็นองค์สำริดตัวสูงรวมฐาน 39 เมตร ประกอบจากชิ้นส่วน 854 ชิ้น ยืนเด่นริมแม่น้ำบางปะกงเห็นแต่ไกล ที่บางคล้ามีวัดโพธิ์บางคล้าที่ฝูงค้างคาวแม่ไก่เกาะเต็มต้นไม้กลางวัน ตกค่ำยังล่องเรือชมหิ่งห้อยริมน้ำได้ อีกสองหมุดที่คนชอบคือวัดหงษ์ทองที่มีโบสถ์ตั้งกลางทะเลกับทางเดินกระจกใส และวัดปากน้ำโจ้โล้ที่บางคล้าซึ่งมีอุโบสถทาทองทั้งหลัง ส่วนตลาดร้อยปีก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวโบราณ ขนมไทย กาแฟโบราณให้ชิมเหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยอากงอาม่า ไม่ต้องไปไกล แปดริ้วมีให้เที่ยวมากกว่าที่คิด มาลองดูแล้วจะติดใจ
วัดสมานรัตนาราม (พระพิฆเนศปางนอน องค์สีชมพู)
ถ้าพูดถึง "พระพิฆเนศองค์ใหญ่" คนส่วนมากนึกถึงที่นี่ก่อนเลย วัดสมานรัตนาราม ริมแม่น้ำบางปะกง ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ไฮไลต์คือ "พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุของค์สีชมพู" สูง 16 เมตร กว้าง 14 เมตร นอนตะแคงสบาย ๆ ถือเป็นองค์ปางนอนที่ใหญ่ที่สุด เดินรอบฐานจะเจอพระพิฆเนศปางต่าง ๆ อีก 32 ปางให้ไหว้ขอพรตามเรื่องที่อยากได้ เหมาะมากสำหรับสายมูที่อยากขอพรเรื่องการงาน การเรียน ความสำเร็จ และคนที่หาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ขับรถจากเมืองหลวงแค่ราวสองชั่วโมงก็ถึง
สิ่งที่หลายคนชอบเล่าต่อคือธรรมเนียมกระซิบหนู หน้าองค์พระจะมีหนูสองตัว ให้กระซิบสิ่งที่ขอใส่หูหนูข้างหนึ่ง แล้วใช้มืออุดหูอีกข้างไว้ เชื่อกันว่าหนูจะนำคำขอไปบอกพระพิฆเนศ นอกจากองค์พระพิฆเนศแล้ว ในวัดยังมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ พระพรหม พระราหู และเรือพระบรมสารีริกธาตุที่ตกแต่งสีสันสดใส ถ่ายรูปสวยทุกมุม รีวิวจริงหลายคนบอกว่าวัดนี้สีสันจัดจ้านมาก ใครชอบความสดใสจะถูกใจ
เรื่องบรรยากาศ ตัววัดอยู่ติดแม่น้ำ มีลมเย็น ๆ และมีตลาดริมวัดให้เดินกินของ ทั้งอาหารตามสั่ง ขนม ของฝาก ผลไม้ราคาไม่แพง บางช่วงโดยเฉพาะวันหยุดจะมีตลาดน้ำและล่องเรือริมน้ำด้วย เข้าวัดไม่เสียค่าเข้า มีลานจอดรถกว้าง งบที่เตรียมจริง ๆ คือค่าธูปเทียนดอกไม้ ค่าทำบุญ และค่าของกินในตลาดเท่านั้น
เปิดทุกวัน ช่วงเวลาแนะนำคือ 08.00–17.00 น. (บางวันเปิดยาวกว่านี้) วันธรรมดาคนน้อยเดินสบาย ส่วนวันหยุดและวันมงคลอย่างวันที่ 9 เดือน 9 คนเยอะมาก ข้อควรรู้คือควรแต่งกายสุภาพ เผื่อเวลาเดินเพราะวัดกว้าง และถ้าไม่อยากเจอแดดร้อนให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ด้วยความที่เป็นองค์พระพิฆเนศที่ทั้งใหญ่และถ่ายรูปสวย บวกกับอยู่ใกล้กรุงเทพ ที่นี่เลยกลายเป็นหมุดหมายสายมูและสายเที่ยวที่คนแวะกันไม่ขาด
วัดโสธรวรารามวรวิหาร (หลวงพ่อโสธร)
ถ้าพูดถึงฉะเชิงเทราหรือ "แปดริ้ว" ชื่อแรกที่คนทั้งจังหวัดจะนึกถึงคือวัดโสธรวรารามวรวิหาร วัดคู่บ้านคู่เมืองริมแม่น้ำบางปะกง ที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วประเทศตั้งใจมากราบสักครั้งในชีวิต ไฮไลต์อยู่ที่พระอุโบสถหลังใหญ่ทรงไทยประยุกต์ หินอ่อนสีขาวตัดทอง ยอดเรียวสูงเสียดฟ้า ภายในเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องสวรรค์และดาวนพเคราะห์งดงามทั้งหลัง เหมาะกับสายบุญ สายไหว้พระขอพร และคนที่ชอบสถาปัตยกรรมวัดสวย ๆ มาเที่ยวง่ายเพราะใกล้กรุงเทพ ขับรถมาแบบวันเดย์ทริปได้สบาย
ตำนานที่ทำให้วัดนี้ดังคือเรื่อง "พระพุทธรูปลอยน้ำ" เล่ากันว่าหลวงพ่อโสธรลอยมาตามแม่น้ำบางปะกงพร้อมพระอีกสององค์ ชาวบ้านอัญเชิญขึ้นฝั่งได้ที่บริเวณวัดแห่งนี้ องค์จริงเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปัจจุบันพอกปูนหุ้มไว้เพื่อรักษา สิ่งที่ห้ามพลาดคือเข้าไปกราบหลวงพ่อในพระอุโบสถหลังใหม่ ส่วนใครจะจุดธูปเทียนหรือแก้บนให้ไปที่อุโบสถหลังเดิมข้าง ๆ ที่ประดิษฐานองค์จำลอง ของแก้บนที่นิยมสุดคือไข่ต้ม หลายคนถวายเป็นร้อยฟอง บางคนบนละครรำก็มี รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่าวัดสะอาด เป็นระเบียบ และอลังการกว่าที่คิด
เรื่องงบสบายมาก เข้าไหว้พระไม่เสียค่าเข้า มีแค่ค่าดอกไม้ธูปเทียนและทำบุญตามศรัทธา รอบวัดมีตลาดของฝากแปดริ้ว ทั้งมะม่วง ขนม และของกินให้เดินต่อได้ ทำเลอยู่ในตัวเมืองริมแม่น้ำบางปะกง เลขที่ 134 ถ.เทพคุณากร ต.หน้าเมือง เปิดให้เข้าทุกวัน วันธรรมดาราว 07.00–16.30 น. เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดยืดถึง 17.00 น. มีลานจอดรถกว้าง เดินทางสะดวก
ข้อควรรู้นิดหน่อย ช่วงวันหยุด วันพระ และเทศกาลคนเยอะมาก ที่จอดรถอาจต้องวนหาและแถวกราบพระยาว แนะนำมาช่วงเช้าจะโล่งและเย็นสบายกว่า แต่งกายสุภาพเพราะเป็นพระอารามหลวง และระวังของมีค่าเพราะคนแน่น เผื่อเวลาสัก 1–2 ชั่วโมงเพื่อได้ทั้งไหว้พระ ชมจิตรกรรมในอุโบสถ และเดินตลาดของฝากให้ครบ
อุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน (องค์ยืน)
ถ้าใครเคยขับรถเลียบแม่น้ำบางปะกงแถวอำเภอคลองเขื่อน แล้วเห็นองค์พระพิฆเนศสีทองสำริดยืนเด่นตระหง่านมาแต่ไกล นั่นเองคืออุทยานพระพิฆเนศ องค์ยืน ที่คนสายมูพูดถึงกันเยอะมาก จุดขายคือองค์พระปางประทับยืนเนื้อสำริดสูงรวมฐานถึง 39 เมตร ประกอบจากชิ้นส่วนหล่อมากกว่า 854 ชิ้น เริ่มสร้างปี 2551 เสร็จสมบูรณ์ปี 2555 และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นองค์ยืนที่ใหญ่ที่สุด ใครชอบที่เที่ยวสายศรัทธาที่ได้ทั้งกราบไหว้และถ่ายรูปสวย ที่นี่เหมาะมาก
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเดินดูรายละเอียดองค์พระ พระหัตถ์ทั้งสี่ถือผลไม้และของมงคล ทั้งดอกบัว มะม่วง กล้วย อ้อย และขนุน ส่วนที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าวซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ อีกอย่างที่หลายคนตั้งใจมาคือพิธีพราหมณ์สวดขอพร ซึ่งมีวันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น. (เน้นช่วงเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด) ใครอยากได้บรรยากาศเต็มที่แนะนำให้กะเวลามาให้ตรงรอบ รอบ ๆ ยังมีศาลพระพรหม พิพิธภัณฑ์ และจุดบูชาให้เดินครบ
เรื่องงบถือว่าสบายกระเป๋า คนไทยเข้าฟรี ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าเข้าราว 100 บาท (รวมพวงมาลัย/ของบูชา) มีลานจอดรถกว้าง ร้านขายดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องบูชาให้พร้อม รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าสถานที่สะอาด จัดเป็นระเบียบ และบรรยากาศริมน้ำสงบ จึงได้คะแนนกูเกิลสูงถึง 4.7 จากรีวิวหลายพันรายการ
ทำเลอยู่ที่ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง ขับรถมาเองสะดวกสุด เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 09.00–17.30 น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00–18.00 น. ข้อควรรู้เล็กน้อย แดดช่วงกลางวันค่อนข้างแรงเพราะเป็นลานเปิดโล่ง ควรเตรียมร่มหรือหมวก และแต่งกายสุภาพให้เหมาะกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มาเที่ยวคลองเขื่อนหรือบางคล้าทั้งที แวะที่นี่สักรอบคุ้มแน่นอน
ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี
ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี คือตลาดบ้านไม้โบราณริมแม่น้ำบางปะกง ย่าน ถ.ศุภกิจ ต.บ้านใหม่ ในตัวเมืองแปดริ้ว ที่อยู่คู่ชาวฉะเชิงเทรามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตัวตลาดเป็นห้องแถวไม้เก่าเรียงยาวขนานไปกับสายน้ำ บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าฉากหนังย้อนยุค เหมาะมากสำหรับคนชอบเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สายคาเฟ่วินเทจ และคนที่อยากเดินกินของอร่อยเพลิน ๆ แบบสบายกระเป๋า ใครมาฉะเชิงเทราครั้งแรกแล้วอยากได้ที่เดินชิว ๆ ครึ่งวัน ที่นี่ลงตัวพอดี
ของห้ามพลาดคือร้านกาแฟโบราณ "แป๊ะเอ๊ย" ร้านในตำนานของตลาดที่เปิดมากว่าร้อยปี นั่งจิบกาแฟคั่วเองหรือชา-น้ำชงรสหวานมันแบบเก่า ราคาแค่หลักสามสิบกว่าบาท ท่ามกลางโต๊ะกลมและบ้านไม้เก่า ส่วนของกินก็มีให้ลองเยอะ ทั้งก๋วยเตี๋ยวปากหม้อของขึ้นชื่อเมืองแปดริ้ว กุยช่ายแป้งบางไส้แน่น ขนมไทยโบราณอย่างขนมหม้อแกง ขนมตาล ลอดช่อง ทอดมัน-หอยจ๊อ ไปจนถึงข้าวห่อใบบัว เดินไปกินไปได้เรื่อย ๆ แทบทุกร้านราคาเบา ตามรีวิวบอกว่าก๋วยเตี๋ยวบางร้านชามละ 35 บาทเท่านั้น
เสน่ห์อีกอย่างคือมุมถ่ายรูปย้อนยุคที่มีให้เก็บภาพแทบทุกซอก ทั้งป้ายเก่า ผนังไม้ ระเบียงริมน้ำ และวิวแม่น้ำบางปะกง บางช่วงยังมีการแสดงรำวงและกิจกรรมพื้นบ้านให้ดูฟรี เข้าตลาดไม่เสียค่าเข้า มีลานจอดรถใกล้ ๆ คิดค่าจอดราว 30-50 บาท จุดที่ควรรู้คือตลาดคึกคักและร้านเปิดครบเฉพาะ "เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์" ประมาณ 08:30-17:00 น. ส่วนวันธรรมดาร้านเปิดน้อยมาก ใครจะมาควรเล็งวันหยุดไว้
ที่นี่ดังเพราะเป็นตลาดเก่าแท้ที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง ไม่ได้จัดฉากเอาใจนักท่องเที่ยวจนเกินงาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนไทยและคนในพื้นที่ บรรยากาศเลยยังเป็นกันเองและจริงใจ รีวิวหลายเสียงชมว่าของกินเยอะ ราคาไม่แรง วิวริมน้ำสบายตา เดินจบได้ในสิบกว่านาทีแต่แวะกินแวะถ่ายรูปได้เพลินทั้งบ่าย เดินทางจากกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงเดียวก็ถึง
วัดปากน้ำโจ้โล้
วัดปากน้ำโจ้โล้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงในอำเภอบางคล้า เป็นวัดเก่าตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา แต่สิ่งที่ทำให้คนแห่กันมาคือพระอุโบสถที่ทาสีทองทั้งหลัง ทั้งด้านนอกและด้านในเป็นสีทองอร่ามหมด ซึ่งทางวัดบอกว่าเป็นอุโบสถทองทั้งหลังแห่งเดียวในเมืองไทย จุดเด่นอีกอย่างคือออกแบบให้เดินลอดใต้ฐานพระประธานเข้าไปด้านในได้ เป็นความเชื่อเรื่องลอดเพื่อความเป็นสิริมงคล เหมาะกับคนชอบวัดสวยแปลกตาและสายไหว้พระทำบุญ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือเดินรอบอุโบสถสีทองแล้วเก็บภาพมุมที่แสงตกกระทบทองวาว ๆ จากนั้นลองเดินลอดใต้ฐานพระประธานตามทางที่จัดไว้ ด้านหลังวัดติดแม่น้ำบางปะกงมีลานริมน้ำให้นั่งรับลม บางช่วงมีเรือล่องชมแม่น้ำที่ไหลวนรอบบริเวณ ใครมาช่วงเย็นจะเจอแสงทองจากอุโบสถตัดกับฟ้าริมน้ำสวยอีกแบบ
เข้าวัดไม่เสียค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา เปิดทุกวันประมาณ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ทำเลอยู่ในอำเภอบางคล้า จากตัวเมืองฉะเชิงเทราขับรถมาราว 30–40 นาที ส่วนจากกรุงเทพประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงตามเส้นทาง หลายคนนิยมจัดทริปบางคล้าวันเดียว แวะวัดนี้รวมกับตลาดน้ำบางคล้าและจุดชมค้างคาวแม่ไก่ที่อยู่ใกล้กัน
ข้อควรรู้คือเป็นวัดที่อยู่ในความนิยม ช่วงวันหยุดคนเยอะและที่จอดรถอาจแน่น ควรแต่งกายสุภาพเพราะเป็นเขตอุโบสถ และถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมเรื่องความสวยของสีทองที่ไม่เหมือนวัดทั่วไปและบรรยากาศริมน้ำที่ร่มเย็น ทำให้มันกลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมของคนที่มาเที่ยวบางคล้า
🛏️ ที่พักฉะเชิงเทรา
เที่ยวฉะเชิงเทราหลายจุดในวันเดียวจะสบายกว่าถ้ามีที่พักทำเลดีเป็นฐาน อยากใกล้วัดโสธร ตลาด และของกินก็เลือกโรงแรมในเมืองแปดริ้ว อยากเงียบ ๆ ริมน้ำก็มีรีสอร์ตแถวบางคล้าและคลองเขื่อน มีตั้งแต่โรงแรมในเมืองราคาเบาไปจนรีสอร์ตริมแม่น้ำบางปะกง ลองเทียบราคาหลายเจ้าแล้วจองล่วงหน้า มักได้ดีลดีกว่าวอล์กอิน
วัดหงษ์ทอง
วัดหงษ์ทอง หรือที่คนแถวนี้เรียกกันว่าวัดกลางน้ำ ตั้งอยู่ริมอ่าวไทยที่ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จุดที่ทำให้คนพูดถึงคือพระอุโบสถและเจดีย์ที่สร้างยื่นออกไปกลางทะเลจริง ๆ ต้องเดินตามสะพานยาวออกไปถึงจะถึง พอน้ำขึ้นน้ำทะเลจะล้อมรอบจนดูเหมือนวัดลอยอยู่บนน้ำ ที่นี่ยังมีทางเดินพื้นกระจกใสมองทะลุลงไปเห็นทะเลข้างล่าง ซึ่งทางวัดบอกว่าเป็นแห่งแรกของเมืองไทย เหมาะกับคนที่อยากได้วัดสวยแปลกตาแบบไม่ต้องไปไกลจากกรุงเทพ
ไฮไลต์ที่คนมาแล้วมักไม่พลาดคือเดินสะพานออกไปไหว้พระบนเจดีย์กลางทะเล แล้วลองยืนบนทางเดินกระจกใสถ่ายรูปกับวิวอ่าวไทยกว้าง ๆ ระหว่างสะพานจะมีกระดิ่งเล็ก ๆ แขวนเรียงเป็นแถวยาว ลมทะเลพัดทีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งทั้งแนว เป็นบรรยากาศที่หลายคนในรีวิวบอกว่าฟังแล้วเพลิน ช่วงเย็นแดดอ่อนวิวพระอาทิตย์ตกตรงนี้ก็สวย
เข้าวัดไม่เสียค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา (มีจุดให้เช่ารองเท้าเดินสะพานราว 30–60 บาทตามแต่จะหยิบ) เปิดประมาณ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวัน ทำเลอยู่ริมถนนสุขุมวิทสายเก่า จากกรุงเทพขับรถมาทางบางนา-ตราดแล้วเลี้ยวเข้าบางปะกงราว 1 ชั่วโมงนิด ๆ จากตัวเมืองฉะเชิงเทราก็ประมาณ 40 นาที มีที่จอดรถและห้องน้ำในวัด เดินทางง่ายแม้มารถส่วนตัว
ข้อควรรู้คือเดินสะพานกลางทะเลแดดค่อนข้างแรงและไม่มีร่มเงา ควรเตรียมหมวกกับน้ำ และเช็กเวลาน้ำขึ้นน้ำลงถ้าอยากเห็นวัดตอนน้ำล้อม ส่วนกระจกใสบางคนกลัวความสูงต้องทำใจนิดหน่อย ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมความเป็นวัดทำบุญกับมุมถ่ายรูปทะเลไว้ในที่เดียว เสียงจากรีวิวจริงมักชมว่าอากาศดี ลมเย็น และเป็นวัดที่หาแบบนี้ยากในแถบใกล้กรุงเทพ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ฉะเชิงเทรา
ถ้าอยากหามุมหายใจกลางเมืองแปดริ้ว สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เป็นคำตอบที่คนฉะเชิงเทราพูดถึงมากที่สุด เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองเนื้อที่ราว 90 ไร่ ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด สร้างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อ พ.ศ.2529 จุดเด่นคือร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ทั้งสวน ตรงกลางเป็นบึงน้ำทรงคดโค้งมีน้ำพุพุ่งกลางบึง บางวันยังเห็นหงส์ขาวหงส์ดำแหวกว่ายให้ดูเพลิน เหมาะกับคนที่อยากได้ที่พักผ่อนใกล้ตัวเมือง ครอบครัวพาเด็กมาเล่น หรือสายออกกำลังกายที่ไม่อยากขับรถไกล
สิ่งที่ห้ามพลาดคือเดินหรือวิ่งรอบบึงตอนแดดร่มลมตก ปั่นจักรยานเล่นในเส้นทางร่มไม้ และมาปิกนิกนั่งชิลริมน้ำช่วงเย็น ใครมากับเด็กจะถูกใจสนามเด็กเล่นฝั่งซ้ายที่เครื่องเล่นเยอะมาก ทั้งสไลเดอร์ ที่ปีนป่าย หน้าผาจำลอง ม้าหมุน รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่าตอนเย็นลมเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงบ เป็นที่ให้อาหารปลา ถ่ายรูป และพาผู้สูงอายุมาเดินได้สบาย ๆ บางช่วงเทศบาลยังจัดงานเทศกาลและดนตรีในสวนด้วย
เรื่องงบสบายมาก เพราะเป็นสวนสาธารณะของเทศบาลเมือง เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า ทำเลอยู่ถนนเอมอรอุทิศ 1 ต.หน้าเมือง ห่างจากตลาดและย่านใจกลางเมืองแค่ไม่กี่นาที จอดรถง่าย โดยทั่วไปเปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ช่วงเช้าตรู่กับเย็นคือเวลาที่คนเยอะสุดเพราะมาออกกำลังกาย ที่นี่ได้คะแนนราว 4.5 ดาวบน Google จากรีวิวหลักพัน สะท้อนว่าเป็นปอดสีเขียวที่คนท้องถิ่นรักจริง
ข้อควรรู้นิดหน่อย เวลาเปิด-ปิดที่ระบุในแต่ละแหล่งไม่ตรงกันบ้าง บางส่วนของพื้นที่อาจคึกคักเฉพาะเสาร์-อาทิตย์หรือช่วงมีงาน เช็กเวลาก่อนไปจะชัวร์กว่า แนะนำพกน้ำดื่ม หมวก และยากันยุงไปด้วย โดยเฉพาะถ้ามาช่วงเย็นริมบึง จะได้เที่ยวสบายไม่มีสะดุด
บางคล้า (วัดโพธิ์บางคล้า ดูค้างคาวแม่ไก่ + ล่องเรือชมหิ่งห้อย/ตลาดน้ำบางคล้า)
วัดโพธิ์บางคล้าเป็นวัดเก่าริมแม่น้ำบางปะกง อ.บางคล้า ที่คนแปดริ้วชอบพามาเพราะมี "ค้างคาวแม่ไก่" ฝูงใหญ่นับร้อยนับพันตัวเกาะห้อยหัวเต็มต้นไม้กลางวัดให้ดูแบบจะ ๆ ตอนกลางวัน ตัวใหญ่มากเท่าเป็ด กางปีกแล้วกว้างเป็นเมตร เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก สายถ่ายรูป และคนชอบเที่ยววัดที่ได้ทั้งไหว้พระและดูธรรมชาติในที่เดียว เดินจากกรุงเทพฯ มาแค่ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือแหงนหน้ามองฝูงค้างคาวบนยอดไม้ (ช่วงสายถึงบ่ายเห็นชัดสุด) แล้วเข้าไปกราบพระนอนในวิหารจตุรมุขเก่าทรงสมัยอยุธยาตอนปลายที่เหลือผนังปูนดั้งเดิม รอบนอกมีพระพุทธรูปหินปางมารวิชัยเรียงล้อม เดินเล่นริมน้ำบางปะกงหลังวัดได้บรรยากาศสบาย ๆ หลายรีวิวแปลกใจตรงที่ค้างคาวเยอะขนาดนี้แต่แทบไม่มีกลิ่นมูลเหม็นเลย ทำให้เดินชมได้สบาย
ตัววัดเปิดทุกวันราว 08.00–17.00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา จุดที่ทำให้ที่นี่ครบทริปคืออยู่ใกล้ตลาดน้ำบางคล้าหน้าที่ว่าการอำเภอ ซึ่งเปิดเฉพาะเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดยาว ราว 08.00–16.00 น. มีของกินพื้นบ้าน ของฝาก และบริการล่องเรือชมวิถีรอบเกาะลัด พอตกค่ำมีเรือพาชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำบางปะกง (สอบถามคิวเรือหน้างานหรือกับผู้ประกอบการในตลาด ราคาแล้วแต่รอบ/จำนวนคน)
ข้อควรรู้: ค้างคาวจะออกหากินตอนกลางคืน ถ้าอยากเห็นเกาะเต็มต้นให้มากลางวัน ส่วนหิ่งห้อยกับตลาดน้ำต้องมาเสาร์–อาทิตย์ ใครอยากได้ครบทั้งวัด-ตลาด-เรือ แนะนำวางแผนมาวันหยุด มาช่วงสายเดินวัดดูค้างคาว แล้วต่อตลาดน้ำ ก่อนรอเรือหิ่งห้อยตอนค่ำ อย่าลืมพกร่ม/หมวกเพราะกลางวันแดดแรง และสำรวมเมื่ออยู่ในเขตวิหาร
สวนปาล์มฟาร์มนก
สวนปาล์มฟาร์มนกคือฟาร์มสัตว์ปีกในสวนปาล์มกว้างกว่า 100 ไร่ ที่อำเภอคลองเขื่อน ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไม่ไกล ขับจากกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงเดียวก็ถึง จุดขายคือคอลเลกชันนกแก้วที่เยอะมาก ทั้งมาคอว์สีสด นกแก้วไฮยาซินตัวสีฟ้าที่เป็นนกแก้วใหญ่สุดในโลก และนกกระตั้วขนขาว นอกจากนกยังมีสวนหงส์-ห่าน เป็ด กวาง แพะ-แกะ ให้เดินชมและให้อาหารได้ เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้ใกล้ชิดสัตว์ และสายถ่ายรูปที่อยากได้ภาพคู่นกสวย ๆ
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากสุดคือกรงนกขนาดใหญ่ที่เดินเข้าไปได้ ข้างในมีนกแก้วหลายสายพันธุ์บินอยู่อิสระ ส่งเสียงดังกังวาน เราซื้อถ้วยอาหารแล้วยื่นให้นกมาเกาะแขนเกาะมือ ถ่ายรูปคู่ได้ใกล้แบบจับต้องได้จริง หลายรีวิวบอกว่าตื่นเต้นกว่าที่คิด เพราะนกเชื่องและเข้าหาคน ใครเดินไม่ไหวเพราะพื้นที่กว้าง เช่ารถกอล์ฟวิ่งชมสวนได้ (4 ที่นั่งราว 300 บาท/ชม. 6 ที่นั่งราว 500 บาท/ชม.) หรือเช่าจักรยานปั่นเล่นราว 50 บาท/ชม. บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นปาล์มและมีทะเลสาบกว้างให้เดินเล่น
ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ราว 160 บาท เด็ก 80 บาท ถ้าจะเข้ากรงนกเล็กเพิ่มเป็นผู้ใหญ่ราว 250 บาท เด็ก 150 บาท ส่วนแพ็กเกจเข้าทั้งกรงเล็กและกรงใหญ่สำหรับชาวต่างชาติผู้ใหญ่ราว 450 บาท เด็ก 250 บาท (ราคาปรับได้ เช็กหน้าเพจก่อนไป) เปิดวันธรรมดาประมาณ 09:30-17:00 น. และเสาร์-อาทิตย์/วันหยุดถึงราว 18:00 น. ภายในมีคาเฟ่และที่พักรีสอร์ทในสวนเดียวกันด้วย
ข้อควรรู้: เป็นจุดเที่ยวกลางแจ้ง ควรมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงแดดเที่ยง ใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมเงินสดเผื่อค่าอาหารนก ค่ารถกอล์ฟ ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นฟาร์มนกแก้วที่ใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของไทย ได้ทั้งความเพลินและมุมรูปสวย เป็นทริปวันเดย์ใกล้กรุงที่จับคู่กับไหว้พระในเมืองเก่าแปดริ้วได้ลงตัว
ตลาดโบราณนครเนื่องเขต
ตลาดโบราณนครเนื่องเขตเป็นตลาดเก่าริมคลองอายุกว่า 130 ปี ในตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เสน่ห์อยู่ตรงที่คลองพาดผ่านกลางตลาด ทำให้มีห้องแถวไม้เก่าเรียงสองฝั่งคลอง แถมยังมีสี่แยกทางน้ำที่หาดูได้ยาก เดิมเป็นย่านค้าขายทางเรือของชาวไทยเชื้อสายจีน พอการคมนาคมเปลี่ยนไปก็ซบเซา แล้วค่อยฟื้นกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เหมาะกับคนชอบบรรยากาศย้อนยุค สายถ่ายรูป และคนที่อยากกินของอร่อยราคาเบา ๆ แบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ที่หลายรีวิวพูดถึงตรงกันคือก๋วยเตี๋ยวโบราณ ที่บางร้านยังขายชามละ 10 บาท รสชาติแบบดั้งเดิม มีรีวิวบอกว่า "ก๋วยเตี๋ยวโบราณชามละ 10 อร่อยมาก มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ ๆ เยอะ" นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ หมูสะเต๊ะย่าง ของกินทำสด ๆ และขนมโบราณให้เดินชิมไปเรื่อย ๆ บางช่วงยังมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายของริมคลอง บรรยากาศได้ฟีลตลาดน้ำเก่าจริง ๆ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือมุมห้องแถวไม้ริมคลอง สะพานข้ามคลอง พิพิธภัณฑ์คลองนครเนื่องเขต และศาลเจ้าเก่าในชุมชน
ค่าเข้าฟรี งบต่อหัวสบายกระเป๋ามาก เผื่อไว้หลักร้อยต้น ๆ ก็เดินกินได้ทั้งวัน ทำเลอยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไม่ไกล ขับจากกรุงเทพฯ ราว 1–1.5 ชั่วโมงทางถนนสุวินทวงศ์ จุดเด่นคือเปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงประมาณ 09:00–16:00 น. ใครจะมาควรเช็กวันให้ดีก่อน เพราะวันธรรมดาตลาดจะเงียบ บางช่วงมีกิจกรรมตลาดยามเย็นประดับไฟริมคลองเป็นครั้งคราว
ที่นิยมเพราะเป็นตลาดน้ำโบราณขึ้นชื่อของแปดริ้ว เที่ยวง่ายแบบวันเดย์ทริปจากกรุงเทพฯ ได้สบาย คะแนนรีวิวออนไลน์อยู่ในเกณฑ์ดี แต่จำนวนรีวิวยังไม่เยอะนัก ข้อควรรู้คือร้านค้าจะคึกคักช่วงสาย ๆ ถึงบ่าย มาเช้าหน่อยจะได้บรรยากาศสบายและของยังไม่หมด แดดกลางวันค่อนข้างร้อน เตรียมหมวกหรือร่มมาด้วยจะเดินสนุกกว่า
ทัวร์ & ตั๋วเที่ยวฉะเชิงเทรา
อยากเที่ยวฉะเชิงเทราหลายวัดหลายตลาดในวันเดียวโดยไม่ต้องขับเอง ลองดูทัวร์เดย์ทริปจากกรุงเทพหรือแพ็กเกจไหว้พระเสริมดวงผ่าน Klook และ GetYourGuide ที่มีรถรับส่งและไกด์พาวนครบทั้งวัดสมาน วัดโสธร และพระพิฆเนศองค์ยืน บางแพ็กเกจรวมตั๋วเข้าสวนปาล์มฟาร์มนกหรือล่องเรือชมหิ่งห้อยบางคล้าไว้ให้ จองล่วงหน้าออนไลน์สะดวกกว่าและไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วหน้างาน
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ฉะเชิงเทรา
จุดเที่ยวฉะเชิงเทรากระจายหลายอำเภอ ทั้งเมือง บางแก้ว คลองเขื่อน และบางคล้า เช่ารถหรือเหมารถพร้อมคนขับจากกรุงเทพสะดวกกว่ามาก Grab พอมีในตัวเมืองแต่นอกเมืองหายาก
ตลาดร้อยปี สตรีทฟู้ด ก๋วยเตี๋ยวโบราณ และค่าทำบุญตามวัดส่วนใหญ่รับเงินสด มีพร้อมเพย์บ้างแต่ไม่ทุกร้าน เตรียมแบงก์ย่อยไว้จ่ายสะดวกกว่า
ตลาดบ้านใหม่ ตลาดนครเนื่องเขต และตลาดน้ำบางคล้าคึกคักเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ ถ้ามาวันธรรมดาหลายร้านจะปิด วางทริปให้ตรงวันถ้าอยากเดินตลาด
วัดสมาน วัดโสธร และอุทยานพระพิฆเนศเป็นที่เคารพของคนท้องถิ่น ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และสำรวมเมื่อเข้าไปกราบไหว้ คนนิยมแก้บนหลวงพ่อโสธรด้วยไข่ต้ม
วัดสมานและวัดโสธรช่วงวันหยุดคนเยอะมาก มาช่วงเช้าจะไหว้พระสบายและถ่ายรูปได้โล่ง ส่วนค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์บางคล้าดูได้ตอนกลางวัน ล่องเรือหิ่งห้อยต้องรอตกค่ำ
ตามวัดและตลาดเก่าคนพูดอังกฤษไม่มาก เซฟแผนที่ออฟไลน์และแคปชื่อสถานที่เป็นภาษาไทยไว้ถามทางจะช่วยได้มาก เมนูส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย
วางแผนเที่ยวฉะเชิงเทราให้คุ้มในวันเดียว
เริ่มเช้าที่สายมูก่อน แวะกราบหลวงพ่อพุทธโสธรที่วัดโสธรวรารามในเมือง (เปิดราว 07.00 น.) แล้วต่อไปวัดสมานรัตนารามที่บางแก้ว ไหว้พระพิฆเนศปางนอนองค์สีชมพูพร้อมเดินตลาดน้ำริมวัด สองจุดนี้อยู่โซนริมบางปะกงใกล้กัน เก็บได้ในเช้าเดียว
ช่วงบ่ายข้ามไปฝั่งคลองเขื่อนไหว้พระพิฆเนศองค์ยืนสำริดตัวใหญ่ริมแม่น้ำ ใครมากับเด็ก ๆ แวะสวนปาล์มฟาร์มนกที่อยู่โซนเดียวกันให้ป้อนนกถ่ายรูปได้ ถ้ามาตรงวันเสาร์–อาทิตย์ ปิดท้ายที่ตลาดบ้านใหม่ 100 ปีหรือตลาดนครเนื่องเขต เดินกินก๋วยเตี๋ยวโบราณ ขนมไทย กาแฟโบราณริมน้ำ ส่วนใครชอบบรรยากาศบางคล้า แยกไปไหว้วัดปากน้ำโจ้โล้อุโบสถทอง ดูค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์บางคล้าตอนกลางวัน แล้วต่อล่องเรือชมหิ่งห้อยตอนค่ำได้
เที่ยวฉะเชิงเทราหลายจุดสบายกว่าถ้ามีที่พักทำเลดีเป็นฐาน เลือกโรงแรมในเมืองแปดริ้วใกล้วัดโสธรและตลาดไว้ก่อน จองล่วงหน้าได้ราคาดีกว่า
ดูที่พักฉะเชิงเทรา →

