🔄 ตรวจสอบล่าสุด 24 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของกระบี่อยู่ตรงที่เที่ยวได้หลายแนวในวันเดียว เช้าขึ้นไปไหว้พระบนยอดเขาที่วัดถ้ำเสือ สายแวะถ่ายรูปลานปูดำริมแม่น้ำที่มีเขาขนาบน้ำเป็นฉากหลัง บ่ายนั่งเรือหางยาวข้ามไปนอนเล่นหาดไร่เลย์ที่หน้าผาหินปูนโอบรอบ พอเย็นก็กลับมาเดินอ่าวนางแลนด์มาร์คหรือถนนคนเดินกระบี่ กินซีฟู้ดรับลมทะเล ใครชอบธรรมชาติแบบเต็ม ๆ ก็ขับออกไปคลองท่อมแช่สระมรกตสีเขียวใสกับน้ำตกร้อนอุ่น ๆ เหมือนได้จากุซซี่กลางป่า เป็นจังหวัดที่จะมาพักผ่อนชายหาด ลุยธรรมชาติ หรือสายไหว้พระถ่ายรูปก็ครบในทริปเดียว
หลายจุดในลิสต์นี้เป็นของคู่เมืองที่ใครมากระบี่ก็ต้องผ่าน ลานปูดำกับเขาขนาบน้ำคือสัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่อยู่บนโปสการ์ดและรูปเช็คอินมานาน วัดมหาธาตุวชิรมงคลที่อ่าวลึกมีพระมหาธาตุเจดีย์สีทองสูงกว่า 95 เมตร แรงบันดาลใจจากพุทธคยา บนพื้นที่กว่าร้อยไร่ที่ภูเขาล้อมรอบ ส่วนวัดถ้ำเสือก็ขึ้นชื่อเรื่องบันได 1,237 ขั้นที่พาขึ้นไปเจอวิวเมืองกระบี่ 360 องศา และหาดไร่เลย์ก็เป็นเมกกะของนักปีนผาที่คนทั่วโลกบินมาลอง รวมกันแล้วเป็นสิบจุดที่การันตีว่าไม่ผิดหวัง ไปลองกันได้เลย
ลานปูดำ (อนุสาวรีย์ปูดำ)
ลานปูดำ หรือชื่อทางการว่า "อนุสาวรีย์ปูดำ" คือแลนด์มาร์กคู่เมืองกระบี่ที่ใครมาถึงตัวเมืองก็ต้องแวะถ่ายรูปสักใบ จุดเด่นคือประติมากรรมปูดำสีทองเหลืองรมดำเป็นครอบครัวปู มีแม่ปูตัวใหญ่กระดองกว้างราวสองเมตร พร้อมลูกปูอีกสามตัวชูก้ามอยู่ริมแม่น้ำกระบี่ ฉากหลังเป็นเขาขนาบน้ำ ภูเขาสองลูกตั้งเด่นกลางน้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ถัดไปไม่ไกลยังมีอนุสาวรีย์นกออก (นกอินทรี) ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนปากน้ำกระบี่ เหมาะกับทุกคนที่อยากได้รูปคู่เมืองแบบเป็นทางการ คนมากันเป็นครอบครัว คู่รัก หรือสายเดินเล่นริมน้ำ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือถ่ายรูปคู่ปูดำให้ติดเขาขนาบน้ำ ช่วงที่สวยสุดคือเช้าตรู่ลมเย็นๆ กับตอนเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกที่แสงนุ่มกำลังดี หลายรีวิวบอกว่าเช้าๆ มาวิ่งหรือเดินออกกำลังกายเลียบแม่น้ำได้บรรยากาศป่าโกงกางสดชื่นมาก ส่วนตอนเย็นคนจะเริ่มมานั่งเล่นรับลม ตรงข้ามมีตลาดและของกินสตรีทฟู้ดให้ซื้อมานั่งกินชมวิวได้สบายๆ
เรื่องงบสบายมาก เพราะเป็นลานสาธารณะของเทศบาลเมืองกระบี่ ไม่มีค่าเข้า จอดรถริมถนนได้ฟรี เปิดให้เดินชมได้ตลอด ทำเลอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ ต.ปากน้ำ ติดริมแม่น้ำกลางเมือง เดินทางสะดวก อยู่ใกล้ถนนคนเดินและตลาดกลางคืนกระบี่ เลยนิยมจับคู่เที่ยวต่อเป็นมื้อเย็นได้พอดี ด้วยความที่เป็นจุดเช็คอินอันดับต้นๆ ของเมือง คะแนนรีวิวบน Google จึงอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 4.5 จากผู้รีวิวหลายพันคน
ข้อควรรู้: ที่นี่เป็นจุดแวะถ่ายรูปสั้นๆ ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เก็บภาพครบ ไม่ใช่ที่เที่ยวที่ต้องอยู่ทั้งวัน กลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย แนะนำมาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า และควรเผื่อเวลาเดินเล่นตลาดริมน้ำหรือถนนคนเดินที่อยู่ใกล้ๆ ต่อไปด้วย
เขาขนาบน้ำ
เขาขนาบน้ำคือภูเขาหินปูนสองลูกสูงราว 100 เมตรที่ตั้งขนาบสองฝั่งแม่น้ำกระบี่หน้าตัวเมืองพอดี เป็นภาพจำและเหมือนประตูต้อนรับของจังหวัด ใครมาเที่ยวกระบี่แล้วอยากเห็นวิวโปสการ์ดของจริงต้องมาที่นี่ จุดเริ่มต้นคือลงเรือหัวโทง (เรือประมงพื้นบ้านหางยาว) ที่ท่าเรือเจ้าฟ้าใจกลางเมือง นั่งชิลล์ ๆ ราว 15 นาทีก็ถึง เหมาะมากทั้งสายธรรมชาติ ครอบครัว คู่รัก และคนที่อยากได้รูปสวยแบบไม่ต้องเดินทางไกล
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือล่องเรือลอดอุโมงค์ป่าชายเลนที่เต็มไปด้วยต้นโกงกางสองข้างทาง ร่มรื่นเหมือนเข้าไปอีกโลก แล้วขึ้นเดินบันไดหินไปสำรวจถ้ำหินงอกหินย้อยบนเขา ในถ้ำมีเรื่องราวโบราณคดีให้ดู ทั้งภาพเขียนสีผนังถ้ำอายุหลายพันปี โครงกระดูกมนุษย์โบราณ และประติมากรรมโครงกระดูกยักษ์พันด้วยงูที่เป็นจุดถ่ายรูปเด่น อีกมุมที่หลายคนชอบคือยืนในปากถ้ำมองออกไปเห็นแม่น้ำและเมือง ช่วงเย็นยังมีค้างคาวบินออกจากถ้ำให้ดูด้วย
เรื่องงบถือว่าสบายกระเป๋า ตัวสถานที่เข้าฟรี จ่ายแค่ค่าเรือ เหมาลำหางยาวประมาณ 500 บาท (นั่งได้หลายคน) หรือแบบรวมกลุ่มเฉลี่ยคนละหลักร้อยต้น ๆ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าคุ้มมากกับเวลาที่ใช้แค่ชั่วโมงสองชั่วโมง คะแนนกูเกิลก็อยู่ที่ 4.5 จากรีวิวหลักหลายร้อย สะท้อนว่าคนไปแล้วประทับใจจริง ยิ่งช่วงนี้ดังขึ้นอีกเพราะเป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายหนัง Jurassic World Rebirth
ข้อควรรู้สักนิด ช่วงที่เที่ยวสบายสุดคือพฤศจิกายนถึงเมษายน ฟ้าใส น้ำนิ่ง ถ่ายรูปสวย ควรไปช่วงสายถึงเที่ยงเพื่อให้น้ำกำลังดีสำหรับลอดป่าชายเลน พกไฟฉายไว้ส่องในถ้ำมืด สวมรองเท้าที่เดินบันไดหินสะดวก และระวังลิงแถวนั้นชอบฉวยของ เก็บกระเป๋าให้มิดชิด ต่อราคาเรือก่อนลงได้ตามมารยาท แล้วจะได้ทริปสั้น ๆ ที่จำได้นานกลับบ้าน
วัดถ้ำเสือ
ถ้ามากระบี่แล้วอยากได้วิวเมืองแบบเต็มตา วัดถ้ำเสือคือหมุดที่หลายคนไม่ยอมพลาด วัดนี้อยู่บ้านถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย ห่างตัวเมืองแค่ราว 5-6 กม. เดิมเป็นป่าและถ้ำที่ชาวบ้านเคยเห็นเสือเข้าออก เลยเรียกกันว่าถ้ำเสือ ปัจจุบันเป็นวัดปฏิบัติธรรมพื้นที่กว้างกว่า 200 ไร่ เหมาะกับคนชอบเดิน ชอบวิว และสายทำบุญที่อยากได้ทั้งบุญทั้งภาพสวยกลับบ้าน
ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงคือบันไดพิชิตยอดเขาแก้ว ป้ายระบุ 1,237 ขั้น (บางรีวิวนับได้ราว 1,260) สูงราว 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ขึ้นไปเจอพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่และพระพุทธรูปบนยอด ชมวิวเมืองกระบี่ ภูเขาหินปูน และทะเลแบบ 360 องศา หลายคนตั้งใจขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อรอพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า ส่วนช่วงเย็นก็สวยไปอีกแบบตอนพระอาทิตย์ตก รีวิวพูดตรงกันว่าเหนื่อยจริง บันไดชันและขั้นไม่เท่ากัน แต่พอถึงยอดแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
เข้าชมฟรี มีตู้รับบริจาคบำรุงวัด งบหลักๆ คือค่าน้ำดื่มกับแรงขา เปิดให้ขึ้นแต่เช้ามืดราว 05:00-06:00 ไปจนเย็นราว 18:00 ด้านล่างยังมีถ้ำสำหรับนั่งสมาธิและองค์เจ้าแม่กวนอิมให้กราบไหว้ก่อนขึ้นเขา จุดเด่นที่ทำให้วัดนี้ดังคือมันรวมทั้งความเป็นวัด การออกกำลัง และวิวมุมสูงไว้ในที่เดียว ติดอันดับต้นๆ ของสิ่งที่ต้องทำในกระบี่จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ข้อควรรู้ก่อนไป ใส่รองเท้าที่เดินถนัด แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัด พกน้ำขึ้นไปเยอะๆ และค่อยๆ พักเป็นช่วง ที่สำคัญระหว่างทางมีลิงเยอะมาก ระวังของกิน มือถือ แว่นตา และของมีค่า ถ้าถือถุงพลาสติกหรืออาหารโชว์ลิงอาจเข้ามาคว้า เก็บให้มิดชิดไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
หาดไร่เลย์ (Railay Beach)
หาดไร่เลย์คือคาบสมุทรเล็ก ๆ ในกระบี่ที่ถูกหน้าผาหินปูนสูงตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ จนเข้าได้ทางเรือเท่านั้น เลยให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาอีกโลก เหมาะกับคนที่อยากนอนเล่นชายหาดสวย ๆ คนรักธรรมชาติ คู่รักที่อยากเก็บพระอาทิตย์ตก และสายปีนผาที่ตามมาจากทั่วโลก ตัวคาบสมุทรแบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน คือไร่เลย์ตะวันตกที่ทรายขาวละเอียดน้ำใส เหมาะลงเล่นน้ำและชมวิว กับไร่เลย์ตะวันออกที่เป็นป่าชายเลนกับหน้าผา เป็นเมกกะของนักปีนผาตัวจริง
สิ่งที่ห้ามพลาดคือเดินเลียบจากไร่เลย์ตะวันตกไปออกถ้ำพระนาง (หาดถ้ำพระนาง) ซึ่งหลายคนยกให้เป็นหาดที่สวยที่สุดของย่านนี้ ทรายเนียน น้ำสีเขียวมรกต มีศาลพระนางอยู่ในถ้ำ และนั่งดูคนปีนหน้าผากันสด ๆ ได้ ส่วนช่วงเย็นให้กลับมาฝั่งตะวันตกเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แสงสาดกระทบหน้าผากับผืนน้ำ รีวิวนักท่องเที่ยวพูดตรงกันว่าซันเซ็ตที่นี่สวยจริง ใครชอบเดินป่าสั้น ๆ ลองขึ้นไปจุดชมวิวไร่เลย์หรือลากูนลับด้านในก็คุ้มเหนื่อย
ตัวหาดเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบหลักคือค่าเรือหางยาวจากอ่าวนางหรือท่าอ่าวน้ำเมา ประมาณคนละ 100-150 บาทเที่ยวเดียว ใช้เวลาราว 15-20 นาที (เรือมักรอให้ครบจำนวนคนก่อนออก) ค่ากินค่าน้ำบนเกาะแพงกว่าฝั่งอ่าวนางพอสมควร เพราะของทุกอย่างต้องขนมาทางเรือ แนะนำพกเงินสดและน้ำติดตัวไป มาได้ทั้งวันแต่ช่วงสวยสุดคือเช้าตรู่กับตอนเย็นเลี่ยงคนเยอะ และฤดูที่เหมาะที่สุดคือพฤศจิกายนถึงมีนาคมที่ทะเลนิ่งฟ้าใส
ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งหาดสวยระดับติดอันดับโลก หน้าผาให้ปีน ถ้ำให้เดิน และซันเซ็ตให้เก็บภาพ ข้อควรรู้คือกลางวันคนเยอะและคึกคักมาก ฝั่งตะวันออกช่วงน้ำลงจะเป็นเลนไม่เหมาะลงเล่นน้ำ ควรใส่รองเท้าที่เดินหินได้ และเช็กเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก่อนวางแผนเดินข้ามไปถ้ำพระนาง
สระมรกตและน้ำตกร้อน คลองท่อม
ใครมากระบี่แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลไปเล่นน้ำจืดกลางป่าฝน ที่นี่คือคำตอบ สระมรกตเป็นแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกตท่ามกลางผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม น้ำใสจนมองเห็นพื้นทรายและฝูงปลาตัวเล็ก ลงแช่ได้สบายกายแบบสปาธรรมชาติ ส่วนน้ำตกร้อนอยู่ไม่ไกลกัน เป็นน้ำอุ่นไหลลงแอ่งหินปูนเป็นชั้น ๆ เหมือนอ่างจากุซซี่ที่ธรรมชาติจัดให้ คนส่วนใหญ่นิยมเที่ยวสองที่นี้คู่กันในทริปเดียว เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และสายธรรมชาติที่อยากแช่น้ำให้ผ่อนคลาย
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการลงแช่ในสระมรกตให้ครบ ทั้งสระแก้ว สระมรกต และสระน้ำผุด สีน้ำจะเปลี่ยนเฉดตามแสงแต่ละช่วงเวลา แล้วต่อด้วยน้ำตกร้อนที่อุณหภูมิราว 40-50 องศา หลายคนรีวิวว่าเหมือนนั่งแช่จากุซซี่ แช่อุ่น ๆ แล้วลงไปคูลดาวน์ในลำธารเย็นข้าง ๆ ได้เลย ข้อดีคือหินมีแร่ธาตุเคลือบ ไม่ค่อยลื่น เดินลงแอ่งได้สบายใจกว่าที่คิด
ค่าเข้าสบายกระเป๋า คนไทยหลักสิบบาทต่อจุด ต่างชาติราว 200 บาทที่สระมรกต และมีค่าจอดรถเพิ่มเล็กน้อย เปิดประมาณ 8.30-16.30 น. ทุกวัน ทำเลอยู่ ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 50 กิโลเมตร ขับรถหรือเหมาทัวร์วันเดย์ทริปได้สะดวก คะแนน Google สูงถึง 4.3 จากรีวิวหลักหมื่น สะท้อนว่าคนชอบกันเยอะ
ข้อควรรู้สักนิด ช่วงสายถึงเที่ยงทัวร์ลงเยอะ คนแน่นมาก โดยเฉพาะหน้าน้ำตกร้อนที่พื้นที่ค่อนข้างเล็ก แนะนำให้มาตั้งแต่เปิดจะได้บรรยากาศเงียบสงบและถ่ายรูปสวย เตรียมชุดว่ายน้ำ รองเท้ากันลื่น และของกันยุงมาด้วย จะเที่ยวได้เต็มอิ่มกว่า
🛏️ จองที่พักกระบี่
เที่ยวกระบี่หลายจุดควรเลือกทำเลให้ตรงสไตล์ พักอ่าวนางได้ทั้งหาด ท่าเรือเที่ยวเกาะ และตลาดกลางคืนในระยะเดินถึง ส่วนพักในเมืองกระบี่สะดวกเรื่องร้านอาหาร ถนนคนเดิน และเที่ยวแลนด์มาร์กริมแม่น้ำ เทียบราคาและรีวิวที่พักหลายระดับได้ในที่เดียว แล้วจองล่วงหน้าช่วงไฮซีซั่นจะคุ้มกว่า
อ่าวนางแลนด์มาร์ค (Ao Nang Landmark Night Market)
อ่าวนางแลนด์มาร์ค หรือ Ao Nang Landmark Night Market คือตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดของอ่าวนาง ตั้งอยู่บนถนนเลียบหาดฝั่งหาดนพรัตน์ธารา เป็นคอมเพล็กซ์ติดทะเลที่รวมทั้งสตรีทฟู้ด ร้านของฝาก บาร์ เวทีดนตรีสด และมุมนั่งชิลรับลมทะเล ถ้ามาเที่ยวกระบี่แล้วอยากหามื้อค่ำสบาย ๆ เดินเล่นยาว ๆ ในที่เดียว ที่นี่เหมาะมาก เพราะมีให้เลือกตั้งแต่อาหารทะเลย่าง ผัดไทย พิซซ่า ไปจนถึงอาหารนานาชาติ เดินทีเดียวครบทั้งกินทั้งช้อป
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคืออาหารทะเลย่างสด ทั้งหอยเชลล์ กุ้ง และปลาหมึก ราคาย่อมเยา ของหวานยอดฮิตก็มีข้าวเหนียวมะม่วงกับน้ำผลไม้ปั่นสดแก้วละราว 50 บาท ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ราว 70-100 บาท พิซซ่าราว 200-220 บาท ตกค่ำมีดนตรีสด รำไทย และโชว์ควงไฟริมหาดที่ทำให้บรรยากาศครึกครื้น มุมหน้าตลาดเป็นร้านกึ่งบาร์มีจอใหญ่ถ่ายทอดกีฬา ใกล้กันยังมีเวทีมวยไทยด้วย รีวิวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ชมเรื่องอาหารหลากหลาย ราคาเป็นมิตร และความมีชีวิตชีวา
ตลาดเปิดทุกวัน เริ่มช่วงเย็นราวสี่ถึงห้าโมงไปจนถึงสามทุ่มกว่า แต่ช่วงที่คึกคักสุดคือหลังหกโมงเย็นที่ร้านเปิดเต็มและเริ่มมีโชว์ เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าของกินของช้อปตามจริง งบต่อคนหลักร้อยก็อิ่มสบาย ทำเลอยู่ปลายถนนเลียบหาดอ่าวนางฝั่งเหนือ เดินจากโซนหาดอ่าวนางหลักได้ หรือนั่งรถสองแถวต่อก็สะดวก
ข้อควรรู้คือร้านส่วนใหญ่รับเงินสด ควรพกเงินสดมาให้พอ พื้นที่ค่อนข้างกว้างต้องเดินพอสมควร ใส่รองเท้าสบาย ๆ มาจะดีกว่า ช่วงไฮซีซั่นคนเยอะและดนตรีบางคืนเสียงดัง ถ้าอยากได้บรรยากาศชิลแนะนำมาก่อนหัวค่ำหรือเลือกโซนริมทะเล จะได้ทั้งลมเย็นและมุมไฟสวยพอดี
วัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง)
วัดมหาธาตุวชิรมงคล หรือที่คนกระบี่เรียกติดปากว่า "วัดบางโทง" คือวัดที่ถ้าผ่านอ่าวลึกแล้วไม่แวะ จะเสียดายมาก พระอารามหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวสงบ พระมหาธาตุเจดีย์สีทองอร่ามสูงราว 95 เมตร เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในภาคใต้ ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากมหาเจดีย์พุทธคยาที่อินเดีย เห็นแต่ไกลก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่แล้ว เหมาะกับคนที่อยากไหว้พระทำบุญ สายถ่ายรูปสถาปัตยกรรม และครอบครัวที่อยากหามุมสงบ ๆ พักใจ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการขึ้นไปด้านในพระมหาธาตุเจดีย์ ชมจิตรกรรมฝาผนังและองค์พระที่ประดับตกแต่งละเอียดสวยจนหลายคนในรีวิวบอกว่า "สวยกว่าที่คิดไว้เยอะ" รอบบริเวณยังมีหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เจดีย์พระโพธิสัตว์กวนอิม และอาคารต่าง ๆ ที่ตกแต่งงดงาม เดินชมเพลิน ๆ ราวหนึ่งชั่วโมงกำลังดี บรรยากาศโดยรวมสงบ สะอาด มีลานจอดรถกว้าง และมีร้านกาแฟกับน้ำดื่มให้แวะพักคลายร้อน
เรื่องค่าเข้า คนไทยเข้าได้ฟรี ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมักมีค่าบำรุงเล็กน้อยราว 50 บาท ซึ่งนำไปสมทบทุนบูรณะวัด ทำเลอยู่ที่ ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60-70 กิโลเมตร ขับรถมาเองสะดวกสุด เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.00-18.00 น. ช่วงเช้าวันธรรมดาคนน้อย เดินชมสบายและถ่ายรูปได้สวยที่สุด
ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ยอดนิยมของกระบี่ คะแนนรีวิวบน Google สูงถึง 4.7 จากหลายพันรีวิว เพราะความงามของเจดีย์และความสงบของพื้นที่ ข้อควรรู้คือเป็นวัด ควรแต่งกายสุภาพ ปิดเข่าปิดไหล่ ถ้าใส่มาไม่เรียบร้อยทางวัดมีผ้าให้ยืม และควรเผื่อเวลาเดินทางเพราะอยู่ค่อนข้างไกลจากชายหาดหลัก
ถนนคนเดินกระบี่ (Krabi Walking Street)
ถ้ามาเที่ยวกระบี่แล้วบังเอิญตรงกับวันศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ ถนนคนเดินกระบี่คือที่ที่ควรเดินไปสักรอบ มันอยู่ใจกลางเมืองตรงถนนมหาราช ซอย 8 ข้างห้างโวคพอดี เดินจากโรงแรมในเมืองได้สบาย ไม่ต้องนั่งรถไปไหนไกล เหมาะกับคนที่เที่ยวทะเลมาทั้งวันแล้วอยากเปลี่ยนโหมดมาเดินเล่นชิล ๆ ตอนเย็น หาของกิน หาของฝากกลับบ้าน เป็นตลาดที่คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวมาปนกัน บรรยากาศคึกคักแต่ไม่ถึงกับเบียดเสียดจนเดินไม่ได้
ไฮไลต์จริง ๆ คือของกิน เพราะเต็นท์ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารหมดเลย มีตั้งแต่ซีฟู้ดสด ๆ กุ้งดอง แซลมอนดอง หอยทอด ข้าวห่อหมก ผัดไทย หมูสะเต๊ะ ไปจนถึงขนมหวานและของกินเล่นจิปาถะ หลายเจ้าทำให้ดูสด ๆ ตรงหน้า ราคาย่อมเยา รีวิวฝรั่งบนทริปแอดไวเซอร์ชมผัดไทยกับมันฝรั่งย่างไว้เยอะ บอกว่าปลานึ่งจานละไม่กี่บาทก็มี อีกจุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากตลาดทั่วไปคือลานกลางถนนที่มีเวทีดนตรีสด ซื้อของกินมานั่งฟังเพลงไปด้วยได้ ส่วนใครชอบช้อปก็มีโซนเสื้อผ้า หมวก แว่นตา เครื่องประดับ และของที่ระลึกให้เดินดู
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายใจได้ เดินเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบกินอิ่ม ๆ ต่อคนราว 100-200 บาทก็เหลือเฟือ เปิดเฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเย็นประมาณ 17.00-22.00 น. ข้อควรรู้นิดหน่อยคือตัวถนนค่อนข้างเล็ก เดินรอบเดียวก็ทั่ว ใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงกำลังดี อย่าคาดหวังตลาดใหญ่มหึมาแบบในเมืองท่องเที่ยวอื่น และของเผ็ดที่นี่เผ็ดจริงตามที่หลายคนเตือนไว้ ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งให้บอกแม่ค้าก่อน
ที่ทำให้ถนนคนเดินกระบี่ยังเป็นหมุดยอดนิยมคือทำเลที่อยู่กลางเมืองแบบเดินถึง บวกกับการได้ลองของกินถิ่นใต้หลายอย่างในที่เดียว และบรรยากาศดนตรีสดที่ทำให้มื้อเย็นกลายเป็นกิจกรรมเพลิน ๆ มากกว่าแค่กินเสร็จแล้วกลับ เป็นที่ปิดท้ายวันในเมืองกระบี่ที่ลงตัวสำหรับทั้งคนมาเดี่ยว คู่รัก และครอบครัว
หาดนพรัตน์ธารา
หาดนพรัตน์ธารา หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าหาดคลองแห้ง เป็นหาดยาวเงียบ ๆ ที่อยู่ถัดจากอ่าวนางไปทางเหนือ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ถ้าใครเบื่อความวุ่นวายของอ่าวนางที่คนแน่น ที่นี่คือคำตอบ ทรายขาวอมน้ำตาลทอดยาวเกือบสามกิโลเมตร มีต้นสนปลูกเรียงรายให้ร่มเงาตลอดแนว นั่งเล่นใต้ต้นไม้รับลมทะเลได้สบาย ๆ เหมาะกับคนที่อยากมาพักผ่อนแบบไม่ต้องแย่งที่กับใคร มาเดินเล่นเงียบ ๆ หรือพาครอบครัวมานั่งชิลริมหาด
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือตอนน้ำลง หาดจะกว้างออกไปไกลมาก เดินลุยน้ำตื้น ๆ ออกไปได้เป็นร้อยเมตรน้ำยังแค่เข่า บางช่วงเดินไปถึงเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลได้เลย เป็นภาพที่แปลกตาและถ่ายรูปสวย อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือพระอาทิตย์ตก ช่วงเย็นแสงสีส้มตัดกับเงาเกาะและเรือหางยาวสวยมาก รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่ามาที่นี่ต้องมาตอนเย็น บรรยากาศได้ความเป็นส่วนตัวกว่าหาดดัง ๆ เยอะ ตรงนี้ยังมีท่าเรือนพรัตน์ธาราที่เป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะพีพี เกาะปอดะ ทะเลแหวก และเกาะอื่น ๆ ด้วย
เรื่องค่าใช้จ่าย เดินเล่นบนหาดเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดให้เข้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำและฝักบัวของอุทยาน มีลานกางเต็นท์ และร้านอาหารอยู่บ้าง (ค่าธรรมเนียมอุทยานจะเก็บเฉพาะตอนนั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะ) ทำเลอยู่ ต.อ่าวนาง ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 17 กิโลเมตร ขับรถหรือนั่งสองแถวมาได้
ข้อควรรู้นิดหน่อย ที่จอดรถมีไม่เยอะและร้านอาหารก็ไม่ได้มีให้เลือกมากเท่าฝั่งอ่าวนาง บางช่วงทรายมีเปลือกหอยหรือเศษของแข็งปนอยู่ เดินเท้าเปล่าต้องระวังหน่อย และเพราะเป็นท่าเรือจึงมีเรือเข้าออกบ้าง แต่ถ้ามาเพื่อความเงียบ ร่มรื่น และวิวพระอาทิตย์ตกแบบไม่ต้องเบียดใคร ที่นี่คุ้มค่ามาก
ห้างโวค กระบี่ (Vogue Krabi)
ห้างโวค (Vogue Krabi) คือห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองกระบี่ที่อยู่คู่คนกระบี่มานานกว่าสามสิบปี ตั้งอยู่บนถนนมหาราชย่านเมืองเก่า เดินจากถนนคนเดินกระบี่ได้สบาย ๆ ใครที่มาเที่ยวเมืองกระบี่แล้วอยากหาที่หลบแดดร้อน ๆ ตอนกลางวัน ซื้อของใช้ ของฝาก หรือหาอะไรกินง่าย ๆ ที่นี่ลงตัวทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ตัวห้างเป็นอาคารหลายชั้นรวมโซนช้อปปิ้งพลาซ่าชั้นใต้ดิน บรรยากาศแบบห้างเมืองรองที่เรียบง่าย ไม่หรูหราแต่ครบและเดินสบาย
ไฮไลต์ที่หลายคนมาคือแบรนด์ร้านดังที่คุ้นชื่อ ทั้ง KFC, The Pizza Company, Swensen's, Dairy Queen, Dunkin' รวมถึง Watsons สำหรับของใช้ส่วนตัวและเครื่องสำอาง ส่วนฟู้ดคอร์ตอยู่ชั้นบนสุด มีร้านอาหารให้เลือกหลายเจ้าในราคาเป็นกันเอง ที่ห้ามพลาดคือโรตีหน้าโวคที่รีวิวจริงให้คะแนนดีติดอันดับร้านของหวานในกระบี่ ชั้นแบรนด์เสื้อผ้ามีทั้ง Levi's, Giordano, Wacoal, Guy Laroche ส่วนชั้นใต้ดินเป็นโซนของถูก เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น อุปกรณ์มือถือ ขายราคาย่อมเยา และยังมีโซนเกมอาเขตชั้นบนให้เด็ก ๆ เพลิน
เรื่องค่าเข้าไม่มี เข้าฟรี เดินดูได้ทั้งวัน งบกินอยู่ที่หลักสิบถึงหลักร้อยต้น ๆ ตามร้านที่เลือก ทำเลอยู่ใจกลางเมืองกระบี่ เปิดทุกวัน 10:00–21:00 มีที่จอดรถสะดวก จากรีวิวจริงคนชมว่าของถูก มีหลายแบรนด์ให้เลือก โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงและเด็ก เป็นจุดแวะที่ดีตอนแดดแรง ส่วนข้อสังเกตคือตัวห้างค่อนข้างเก่าและมีแค่ไม่กี่ชั้น บางคนบอกพนักงานไม่ค่อยยิ้มแย้ม แต่โดยรวมยังเป็นห้างของคนเมืองที่ใช้งานได้จริง เหมาะแวะระหว่างเดินเล่นในตัวเมือง อยากได้ของฝากหรือมื้อง่าย ๆ แบบไม่ต้องวางแผนเยอะ
จองทัวร์และตั๋วเที่ยวกระบี่
อยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียวแบบไม่ต้องวุ่นเรื่องรถและเรือ ลองจองทัวร์ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มีทั้งทัวร์เรือเที่ยวเกาะจากอ่าวนาง ทริปสระมรกต-น้ำตกร้อนพร้อมรถรับส่ง และแพ็กเกจมีไกด์ดูแล จองตั๋วล่วงหน้าได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวหน้างานและรู้ราคาชัดตั้งแต่แรก
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่กระบี่
เที่ยวหลายโซนแนะนำเช่ารถหรือใช้ Grab จะคล่องที่สุด รถสองแถวมีแต่เส้นทางจำกัด หาดไร่เลย์เข้าได้ทางเรือเท่านั้นจากอ่าวนางหรือหาดนพรัตน์ธารา
ตลาดกลางคืนและสตรีทฟู้ดอย่างถนนคนเดินกระบี่และอ่าวนางแลนด์มาร์คส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยไว้ ร้านในห้างและที่พักรูดบัตรหรือสแกนจ่ายได้
วัดถ้ำเสือไปเช้าจะร่มและคนน้อย หาดไร่เลย์ช่วงสายถึงบ่ายน้ำสวย ส่วนตลาดกลางคืนคึกคักสุดตอนหัวค่ำ ถนนคนเดินกระบี่มีเฉพาะศุกร์-อาทิตย์
เข้าวัดถ้ำเสือและวัดมหาธาตุวชิรมงคล ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และถอดรองเท้าในเขตโบสถ์หรือเจดีย์ตามป้ายแจ้ง
เหมาเรือหางยาวเข้าเขาขนาบน้ำหรือข้ามไปไร่เลย์ตกลงราคาก่อนขึ้นเรือ (ราว 170-500 บาทแล้วแต่เส้นทาง) การให้ทิปไกด์หรือคนเรือเล็กน้อยถือเป็นน้ำใจ ไม่บังคับ
โซนท่องเที่ยวอย่างอ่าวนางและไร่เลย์มีป้ายและเมนูภาษาอังกฤษทั่วไป คนค้าขายสื่อสารอังกฤษได้พอควร แต่ในตลาดท้องถิ่นและถนนคนเดินอาจต้องชี้รูปหรือใช้แอปแปลภาษาช่วย
วางแผนเที่ยวกระบี่ให้ลงตัว
จัดกลุ่มตามโซนจะประหยัดเวลาที่สุด สายในเมืองรวมลานปูดำ เขาขนาบน้ำ ห้างโวค กระบี่ และถนนคนเดินกระบี่ (เปิดศุกร์-อาทิตย์ ช่วงเย็น) ไว้วันเดียวกัน ส่วนสายอ่าวนางรวมหาดไร่เลย์ หาดนพรัตน์ธารา และอ่าวนางแลนด์มาร์คตอนค่ำ เพราะอยู่ใกล้กันหมด
สายธรรมชาติเก็บสระมรกตกับน้ำตกร้อนคลองท่อมไว้คู่กัน เพราะอยู่เส้นทางเดียวกันและมักเที่ยวรวมในทริปเดียว ส่วนวัดถ้ำเสือควรไปแต่เช้าเพื่อเลี่ยงแดดตอนปีนบันได 1,237 ขั้น และแวะวัดมหาธาตุวชิรมงคลที่อ่าวลึกเสริมถ้ามีเวลา
อยากเที่ยวกระบี่หลายวันให้สบาย เลือกพักโซนอ่าวนางจะออกเรือเที่ยวเกาะและเดินตลาดกลางคืนได้ง่าย ส่วนพักในเมืองสะดวกเรื่องร้านอาหารและถนนคนเดิน จองที่พักล่วงหน้าช่วงไฮซีซั่นจะได้ราคาดีกว่า
ดูที่พักกระบี่
