🔄 ตรวจสอบล่าสุด 28 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของพัทลุงคือ "เที่ยวช้า ๆ แต่ได้ครบทุกฟีล" ฝั่งทิศตะวันออกของจังหวัดเป็นผืนน้ำทะเลสาบสงขลาที่ทอดยาว มีทะเลน้อย–คลองปากประที่คนตื่นเช้ามาล่องเรือชมแสงแรกลอดยอยักษ์กลางผืนน้ำ ดูฝูงนกนับร้อยชนิดกับควายน้ำที่ลงไปหากินกลางบึง ช่วงต้นปีทุ่งบัวแดงก็บานเต็มท้องน้ำสวยจนหลายคนเรียกว่าทะเลบัวแดงของภาคใต้ ส่วนแถบเมืองพัทลุงมีเขาอกทะลุภูเขาหินปูนช่องทะลุที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด มีมุมหน้าร้านสะดวกซื้อที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปไวรัลคล้ายฟูจิญี่ปุ่น แล้วเลยไปไหว้พระที่วัดคูหาสวรรค์เชิงเขา ปิดท้ายวันที่หาดแสนสุขลำปำริมทะเลสาบ ใครชอบสายธรรมชาติก็ขับเข้าเทือกเขาบรรทัดไปเล่นน้ำตกสระนางมโนราห์ แช่บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน หรือกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำเขาหัวช้างแบบเงียบ ๆ
ในลิสต์นี้มีหมุดที่มาพัทลุงแล้วไม่ควรพลาด อย่างทะเลน้อยที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญและเป็นภาพจำของจังหวัด เขาอกทะลุที่ทางราชการนำภาพเขากับเจดีย์บนยอดมาทำเป็นตราสัญลักษณ์จังหวัด บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิราว 60 องศาคู่กับธารน้ำเย็นในที่เดียว หลาดใต้โหนดตลาดนัดชุมชนใต้ดงตาลโตนดที่เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ และควนน้อยแกรนด์แคนยอนบ่อน้ำสีเขียวมรกตตัดหน้าผาดินแดงที่เป็นจุดถ่ายรูปมาแรง เลื่อนอ่านรายละเอียดทีละจุดแล้วจัดเส้นทางของตัวเองได้เลย
ทะเลน้อย–คลองปากประ (ยอยักษ์ ทะเลบัวแดง ควายน้ำ)
ถ้าจะเลือกที่เที่ยวหนึ่งเดียวของพัทลุงที่ต้องไปให้ได้ ทะเลน้อย–คลองปากประ คือคำตอบของหลายคน ที่นี่คือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของไทยและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศ บรรยากาศหลักคือการลงเรือหางยาวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แล่นออกไปกลางผืนน้ำเพื่อรับ "แสงแรก" ของวันที่ค่อย ๆ ลอดผ่านกรอบไม้ของ "ยอยักษ์" เครื่องมือจับปลาขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายในคลองปากประ ภาพดวงอาทิตย์กลมโตขึ้นหลังยอยักษ์คือช็อตที่คนถ่ายรูปทั้งประเทศตามมาเก็บ เหมาะกับคนรักธรรมชาติ สายถ่ายภาพ และครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาดูวิถีจริงของชาวบ้าน
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดมีสามอย่าง หนึ่งคือยอยักษ์ตอนพระอาทิตย์ขึ้น สองคือทุ่งบัวแดง (บัวสาย) ที่พร้อมใจบานเต็มบึงในช่วงราวมีนาคมถึงมิถุนายน เรือจะค่อย ๆ แทรกเข้าไปกลางดงบัวสีชมพูแดงจนสุดลูกหูลูกตา และสามคือฝูงควายน้ำที่ลงไปแช่และหากินหญ้ากลางบึง วิถีเลี้ยงควายปลักที่สืบทอดมากว่าสองร้อยปีจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางการเกษตรของโลก ระหว่างทางยังได้เห็นนกน้ำหลากชนิด ทั้งนกอีโก้ง นกกาบบัว นกกระยาง และนกอพยพในฤดูหนาว รวมแล้วในพื้นที่มีนกถูกบันทึกไว้เกือบสามร้อยชนิด
เรื่องงบไม่หนักอย่างที่คิด ส่วนใหญ่เป็นการเหมาเรือทั้งลำ ราคาประมาณ 450–1,200 บาทแล้วแต่เส้นทางและระยะเวลา เรือหนึ่งลำนั่งได้หลายคน ถ้ามากันเป็นกลุ่มเฉลี่ยแล้วถือว่าคุ้ม รอบยอดนิยมคือรอบเช้ามืด แนะนำให้ถึงท่าเรือราว 05:30–06:00 น. เพื่อให้ทันแสงแรกและอากาศยังเย็นสบาย ใช้เวลาล่องราว 2–3 ชั่วโมง ทำเลอยู่ที่ ต.พนางตุง/ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ห่างจากตัวเมืองพัทลุงไม่ไกล ขับรถมาเองสะดวก
ข้อควรรู้เล็กน้อย ช่วงบัวแดงสวยสุดคือต้นปีถึงกลางปี แต่ปริมาณบัวและระดับน้ำเปลี่ยนตามสภาพอากาศแต่ละปี ควรเช็กกับคนเรือหรือเพจในพื้นที่ก่อนเดินทาง พกหมวก แว่นกันแดด และเสื้อกันลมไว้เพราะกลางน้ำตอนเช้าลมแรง ใครเมาเรือเตรียมยาไว้ และอย่าลืมชาร์จแบตกล้องให้เต็ม เพราะแทบทุกช่วงของการล่องคือจังหวะกดชัตเตอร์
เขาอกทะลุ (จุดเช็กอินฟูจิไทยแลนด์)
ถ้าญี่ปุ่นมี "ฟูจิซัง" คู่ร้านลอว์สันที่คาวากุจิโกะ พัทลุงก็มีมุมของตัวเองที่คนแชร์กันทั่วโซเชียล นั่นคือเขาอกทะลุ ภูเขาหินปูนสูงราว 250 เมตร ที่ตั้งเด่นกลางเมือง เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดมานาน จุดที่ทำให้ไวรัลคือมุมหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นสาขาถนนบายพาส (ถนนมโนราห์) ซึ่งมีเขาอกทะลุตั้งเป็นฉากหลังพอดี ถ่ายออกมาแล้วให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ จนหลายคนเรียกติดปากว่า "ฟูจิเมืองไทย" เหมาะกับทุกคนที่ผ่านมาเที่ยวพัทลุงแล้วอยากได้รูปเก๋ ๆ สักใบโดยไม่ต้องออกแรง
ไฮไลต์จริง ๆ ของภูเขาลูกนี้คือ "ช่องโพรงทะลุ" ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 10 เมตร เกือบถึงยอดเขา ที่มองลอดเห็นอีกฝั่งได้ จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ใครที่เป็นสายลุยขึ้นได้ตามบันไดกว่า 1,066 ขั้น เสียงจากคนที่ไปมาบอกว่าทางขึ้นมีร่มเงาตลอด ไม่ร้อนเท่าที่คิด แต่ช่วงท้ายที่ต้องไต่เชือกขึ้นลานหินบนยอดค่อนข้างต้องใช้แรงแขนและความฟิต พอขึ้นถึงก็ได้วิวเมืองพัทลุงกับทุ่งนา-เขาหินปูนรอบทิศ 360 องศาเป็นรางวัล
เรื่องงบสบายมาก เพราะไม่มีค่าเข้า ถ่ายรูปหน้าเขาได้ทุกเวลา ส่วนคนที่จะเดินขึ้นยอดแนะนำมาช่วงเช้า 07:00–09:00 จะเย็นสบายและแดดไม่แรง ด้านล่างมีห้องน้ำบริการ และมีคาเฟ่อย่าง Café Amazon เชิงเขาให้นั่งพักได้ บริเวณวัดควรแต่งกายสุภาพ
ข้อควรรู้สำคัญ มุมเซเว่นยอดฮิตนั้นอยู่ตรงเชิงสะพานริมถนนใหญ่ที่รถลงสะพานพอดี มีรถวิ่งผ่านตลอด เวลาออกไปยืนถ่ายต้องระวังให้มาก อย่าเผลอยืนกลางถนนเพื่อจัดมุม และดูจังหวะรถให้ดีก่อนทุกครั้ง ที่นี่ติดอันดับสถานที่ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของพัทลุง ทั้งจากกระแสไวรัลและเพราะเป็นแลนด์มาร์กคู่เมืองที่ใคร ๆ มาก็ต้องแวะ
วัดคูหาสวรรค์ (ถ้ำคูหาสวรรค์)
วัดคูหาสวรรค์ หรือที่คนพัทลุงเรียกติดปากว่า "วัดสูง" เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัด ตั้งอยู่เชิงเขาหัวแตกใจกลางเมือง เดินจากตลาดมาแค่ 10-15 นาทีก็ถึง ไฮไลต์จริง ๆ อยู่ที่ "ถ้ำคูหาสวรรค์" ด้านหลังวัด ถ้ำกว้างราว 18 เมตร ยาว 28 เมตร เป็นเวิ้งโถงใหญ่ที่ข้างในเรียงรายไปด้วยพระพุทธรูปปูนปั้นและดินเหนียวกว่า 37 องค์ มีพระนอนองค์ใหญ่เป็นประธาน เหมาะกับคนชอบไหว้พระ สายประวัติศาสตร์ และคนที่อยากหามุมสงบ ๆ ในตัวเมือง
ที่หลายรีวิวพูดถึงเยอะคือ "ช้างผุด" หินงอกบนเพดานถ้ำที่มีรูปทรงคล้ายช้างโผล่ออกมาจากหิน บางคนเรียกหินลับแล เป็นจุดที่ทุกคนต้องเงยหน้าหา นอกจากนี้ผนังถ้ำยังมีลายพระหัตถ์และพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 5 สลักไว้ ส่วนใครชอบเดินสำรวจ มีบันไดลงไปชมบ่อน้ำด้านล่างถ้ำ และอีกบันไดพาขึ้นไปจุดชมวิวมองเห็นเมืองพัทลุงได้กว้าง ๆ
บรรยากาศในถ้ำเย็นสบาย เปิดไฟสว่างทั่วถึง ไม่มืดไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล มีหินงอกหินย้อยให้ดูประปราย เดินดูสบาย ๆ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว เข้าชมฟรี จอดรถฟรี เป็นที่เที่ยวที่คุ้มมากสำหรับงบศูนย์บาท เปิดให้เข้าช่วงกลางวันทุกวัน แนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แดดไม่แรง
ที่วัดนี้ยอดนิยมเพราะรวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ประวัติศาสตร์ ถ้ำธรรมชาติ และจุดชมวิวไว้ในที่เดียว แถมอยู่กลางเมืองเดินทางง่าย ข้อควรรู้คือพื้นในถ้ำบางช่วงอาจลื่นและบันไดค่อนข้างชัน ใส่รองเท้าที่เดินถนัด ๆ และแต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัด ถ้ามาเที่ยวพัทลุงครั้งแรก ที่นี่เป็นหมุดที่ไม่ควรพลาด
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน (บ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็น)
ถ้าขับรถผ่านอำเภอเขาชัยสน แล้วอยากแวะที่ที่ได้พักขาแบบจริงจัง บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน (หรือที่หลายคนเรียกว่าบ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็น) คือคำตอบที่ลงตัว ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน อุณหภูมิราว 60 องศา อยู่ในวงล้อมของเขาหินปูนกับต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม จุดเด่นคือมีทั้งบ่อน้ำร้อนสำหรับลงแช่ จุดแช่เท้าให้นั่งจุ่มเล่นสบาย ๆ และห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัวสำหรับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว แถมยังมีธารน้ำเย็นที่ไหลตลอดปีอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทำให้แช่ร้อนสลับเย็นได้ในที่เดียว เหมาะกับคนที่เที่ยวสายธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ ครอบครัวที่อยากพาผู้ใหญ่มาแช่น้ำแร่ผ่อนคลาย หรือคนที่แค่อยากหยุดพักระหว่างทางลงใต้
สิ่งที่ห้ามพลาดคือการลองแช่เท้าในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ความร้อนกำลังดีจนรู้สึกได้ว่าขาเบาขึ้น หลายคนเชื่อว่าน้ำแร่ที่นี่ช่วยเรื่องผิวพรรณและอาการเมื่อยล้า ใครอยากเต็มอิ่มก็จองห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัวคิดเป็นรายชั่วโมง ราคาราว 120 บาทต่อชั่วโมง ส่วนการลงแช่บ่อรวมและจุดแช่เท้าเก็บค่าเข้าเพียงประมาณคนละ 20 บาท เด็กเข้าฟรี จอดรถมีค่าเล็กน้อยตามขนาดรถ ช่วงหลังที่นี่ปรับโฉมใหม่ เพิ่มบริการนวดแผนโบราณและร้านกาแฟน้ำแร่ ทำให้มาแล้วได้ทั้งแช่ทั้งนั่งจิบกาแฟชิล ๆ
บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นเป็นธรรมชาติ มีลิงป่าออกมาให้เห็นบ้างแต่ไม่กวนนักท่องเที่ยว เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชอบที่ราคาย่อมเยา พนักงานสุภาพ และน้ำร้อนคุณภาพดี มีบางเสียงบอกว่าบ่อค่อนข้างตื้นเหมาะแช่เท้ามากกว่าแช่ทั้งตัว และอยากให้ดูแลความสะอาดห้องน้ำเพิ่มอีกหน่อย ถือเป็นข้อสังเกตที่เผื่อใจไว้ได้ เพราะเป็นแหล่งธรรมชาติชุมชนที่ดูแลโดยท้องถิ่น
ทำเลอยู่หมู่ 3 ตำบลเขาชัยสน ห่างจากตัวเมืองพัทลุงราว 25 กิโลเมตร ไปทางหาดใหญ่ ขับรถสะดวก เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ราว 5 โมงเช้าไปจนถึงประมาณ 2 ทุ่มทุกวัน เหมาะกับการแวะช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนเกินไป ข้อควรรู้คือไม่ควรแช่นานเกิน 10-15 นาทีต่อรอบ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจหรือความดัน ควรแช่เท้าแทนการลงทั้งตัว ที่นี่ติดอยู่ในคำขวัญประจำอำเภอ จึงเป็นหมุดหมายที่คนพัทลุงและนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติแวะกันไม่ขาด
น้ำตกสระนางมโนราห์
น้ำตกมโนราห์ คือน้ำตกขนาดกลางหลายชั้นกลางป่าชุ่มชื้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ฝั่ง ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง เป็นที่เที่ยวแบบมาทั้งครอบครัวได้สบาย ๆ เพราะเดินจากลานจอดรถเข้าไปไม่ไกล ทางก็ไม่ชันมาก ใครอยากได้น้ำตกที่ลงเล่นได้จริง ไม่ใช่แค่มายืนถ่ายรูป ที่นี่ตอบได้ดี น้ำใสไหลเย็นลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ มีทั้งแอ่งตื้นให้เด็กแช่ขำ ๆ และแอ่งลึกกว่าสำหรับคนที่อยากลงไปแช่จริงจัง
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือสไลเดอร์ที่ทำไว้ให้ลื่นไถลลงสู่แอ่งน้ำ เล่นสนุกแบบสวนน้ำกลางป่า กับสะพานแขวนที่เดินข้ามชมลำธารและต้นไม้สองฝั่งได้เพลิน ๆ จุดที่ห้ามพลาดคือหาแอ่งน้ำใสสักแอ่งแล้วลงไปแช่ฟังเสียงน้ำ บรรยากาศร่มครึ้ม อากาศเย็นสบายแทบทั้งปี เป็นเสน่ห์ที่รีวิวส่วนใหญ่ชมตรงกันว่า "น้ำใส เย็นจริง มากี่ทีก็ชื่นใจ" ข้อสังเกตคือบางแอ่งลึกและหินลื่น เด็กเล็กควรมีผู้ใหญ่ดูใกล้ชิดเสมอ
เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า มีที่จอดรถกว้าง และมีร้านขายอาหารกับเครื่องดื่มอยู่บริเวณน้ำตก จะซื้อกินที่นั่นหรือหิ้วของมาปิกนิกริมธารเองก็ได้ ทำเลอยู่ในเส้นทางเดียวกับน้ำตกไพรวัลย์และน้ำตกนกรำ เผื่อใครอยากเที่ยวต่อหลายจุดในวันเดียว เปิดทุกวันประมาณ 08:30–15:30 น. ควรมาช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะปิดบ่ายแก่
ที่นี่เป็นน้ำตกยอดนิยมของพัทลุงเพราะเล่นน้ำได้ตลอดปี เดินทางง่าย และเหมาะกับทุกวัย ใครมาพัทลุงแล้วอยากได้วันพักผ่อนแบบเย็นกายเย็นใจ พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำ กางเสื่อกินข้าวกลางป่า ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ลงตัว ข้อควรรู้เพิ่มเติม: หน้าฝนน้ำอาจไหลแรง ให้ดูป้ายเตือนและเลี่ยงลงแอ่งลึกช่วงน้ำหลาก
🛏️ ที่พักพัทลุง — นอนกลางเมืองหรือริมทะเลสาบลำปำ
เที่ยวพัทลุงให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้ตื่นเช้ามืดทันแสงแรกที่ทะเลน้อยโดยไม่ต้องขับไกลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และมีเวลาขับเข้าเทือกเขาบรรทัดไปเล่นน้ำตกสระนางมโนราห์กับแช่บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนแบบไม่ต้องรีบ ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองพัทลุงและแถวลำปำริมทะเลสาบ เดินทางไปเขาอกทะลุ วัดคูหาสวรรค์ และทะเลน้อยได้สะดวก มีทั้งโรงแรมกลางเมืองและที่พักวิวนาวิวเขาเงียบ ๆ เลือกทำเลให้ใกล้จุดที่อยากเที่ยวเช้าแรกจะคุ้มที่สุด ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักพัทลุง (Agoda)หลาดใต้โหนด (ตลาดใต้โหนด)
ถ้าอยากเห็นพัทลุงในแบบที่คนท้องถิ่นเขาใช้ชีวิตจริง หลาดใต้โหนด (ตลาดใต้โหนด) ที่บ้านจันนา ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน คือที่ที่ควรปักหมุดไว้ คำว่า "หลาด" คือตลาด ส่วน "โหนด" คือต้นตาลโตนด รวมแล้วก็คือตลาดนัดที่ตั้งอยู่ใต้ดงต้นตาลโตนดร่มรื่นจริง ๆ เปิดเฉพาะวันอาทิตย์วันเดียวต่อสัปดาห์ จุดเริ่มต้นมาจากบ้านเกิดของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ที่ครอบครัวเปิดพื้นที่ให้เป็นลานชุมชน แล้วค่อย ๆ โตเป็นตลาดสีเขียวเพื่อสุขภาพภายใต้สโลแกน "ของกิน ของใช้ งานศิลป์ บ้านบ้าน" เหมาะกับคนที่เบื่อตลาดนัดทั่วไปแล้วอยากได้บรรยากาศบ้าน ๆ จริงใจ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือของกินพื้นบ้านใต้ที่หากินยากในเมือง ทั้งของคาว ของหวาน และขนมโบราณอย่างขนมปาดา ขนมจู้จุน ข้าวยำ ข้าวเหนียวหมู ของทอดสารพัด รวมถึงผักสด ผลไม้ และของปลอดสารจากสวนชาวบ้านที่ขายกันราคาย่อมเยา หลายรีวิวชมเรื่องการจัดการขยะ ร้านส่วนใหญ่ใช้ใบตอง กระทง ภาชนะธรรมชาติแทนโฟมและพลาสติก เดินกินไปเรื่อย ๆ ใต้ร่มตาลก็ได้อารมณ์ย้อนยุค บางช่วงยังมีการแสดงพื้นบ้านอย่างมโนราห์และหนังตะลุงให้ดูเพลิน ๆ ด้วย
เรื่องบรรยากาศถือเป็นจุดขายตัวจริง ตลาดอยู่บนพื้นที่สวนเก่าราว 10 ไร่ มีต้นตาล ต้นมะพร้าว ลำคลอง และมุมถ่ายรูปวินเทจแบบวัสดุธรรมชาติกระจายอยู่ทั่ว เดินสบาย ไม่แออัด เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า งบต่อหัวก็เบามาก ของกินส่วนใหญ่ห่อ/จานละสิบกว่าถึงสี่สิบบาท พกเงินสดไปไม่กี่ร้อยก็อิ่มและได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้าน มีที่จอดรถและมุมนั่งกินให้
ข้อควรรู้คือที่นี่เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ราว 08:00–15:00 น. ควรมาช่วงเช้าถึงสาย เพราะของอร่อยหลายอย่างหมดไว และแดดสายเริ่มร้อน ที่ตั้งอยู่นอกเมืองพัทลุงพอสมควร อยู่ฝั่ง อ.ควนขนุน เส้นทางไปทางอุทยานฯ เขาปู่-เขาย่า แนะนำขับรถหรือเช่ารถมาเอง เปิดแผนที่ปักหมุดไว้ก่อนจะหาง่ายสุด แล้วเผื่อเวลาเที่ยวต่อแถวควนขนุนในวันเดียวกันได้เลย
นาโปแก
นาโปแก คือศูนย์เรียนรู้วิถีชาวนาที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาเขียวขจีของ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง บนเส้นทางเดียวกับที่จะไปอุทยานนกน้ำทะเลน้อย ชื่อ "นาโปแก" เป็นภาษาใต้ แปลว่า "นาของปู่ย่าตายาย" หรือนาของบรรพบุรุษ จุดเด่นคือทางเดินสะพานไม้ทอดยาวคดเคี้ยวข้ามผืนนา มีขนำ (กระท่อมปลายนา) เป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านของฝากกระจายอยู่ตามทาง วิวเป็นต้นข้าวเขียว ๆ กับฉากเขาด้านหลัง เหมาะกับคนที่อยากหนีเมืองมานั่งชิล สายถ่ายรูป ครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้ และคนที่อยากสัมผัสวิถีชาวนาแบบลงมือทำจริง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือควายเผือก 2 ตัวที่ให้นักท่องเที่ยวป้อนหญ้าได้ใกล้ ๆ และควายฟางข้าวตัวใหญ่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่หน้าทางเข้า เป็นสัญลักษณ์ที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปด้วย ใครอยากได้ประสบการณ์เต็ม ๆ ก็มีกิจกรรมดำนา เกี่ยวข้าว ไถนา และดูแปลงข้าวพันธุ์พื้นเมืองอย่างข้าวสังข์หยด ข้าวไข่มดริ้น ข้าวดอกยอม ส่วนสายคาเฟ่มีร้านกาแฟ "น๊อกท่อง" ที่รีวิวจริงบอกว่ากาแฟเข้ม นั่งจิบชมวิวทุ่งนาได้เพลิน ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นแดดร่ม ของกินก็มีทั้งขนมไทย ไอศกรีม ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ราคาเริ่มต้นราว 35 บาท
เรื่องค่าเข้า สบายกระเป๋ามาก เพราะเข้าชมฟรี จ่ายเฉพาะค่าอาหารเครื่องดื่มที่อยากกิน ส่วนกิจกรรมเรียนรู้แบบหมู่คณะตามฐานต่าง ๆ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ใครอยากค้างคืนซึมซับบรรยากาศก็มีขนำปลายนาให้พักราว 1,500–1,800 บาท เปิดทุกวัน จันทร์–พฤหัส ราว 08.30–18.00 น. ศุกร์–อาทิตย์ 08.00–19.00 น. (บางแหล่งระบุปิดวันอังคาร แนะนำโทรเช็กก่อนไปที่ 062-591-6632)
ที่นี่ดังเพราะเป็นจุดเช็กอินสายธรรมชาติที่หาได้ยาก คือได้ทั้งวิวสวย ได้เรียนรู้วิถีชาวนา และเด็ก ๆ ก็สนุกกับการป้อนควาย รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าบรรยากาศสงบ อากาศดี เหมาะแวะพักระหว่างทางไปทะเลน้อย ข้อควรรู้คือแดดกลางทุ่งค่อนข้างแรงตอนเที่ยง ควรพกหมวกหรือร่ม และมาช่วงเช้าหรือเย็นจะถ่ายรูปสวยและสบายตัวกว่า
ควนน้อยแกรนด์แคนยอน
ควนน้อยแกรนด์แคนยอน คือจุดเช็คอินสายธรรมชาติที่กลายมาเป็นที่เที่ยวลับขึ้นชื่อของพัทลุง เดิมที่นี่เป็นบ่อดินลูกรังเก่าที่ขุดจนเจอน้ำใต้ดิน พอฝนตกสะสมก็กลายเป็นบ่อน้ำกว้างสีเขียวมรกตล้อมรอบด้วยสันดินและหน้าผาดินสีแดงส้ม ภาพตัดกันระหว่างน้ำเขียวกับดินแดงทำให้ดูคล้ายแกรนด์แคนยอนย่อม ๆ เหมาะมากกับคนชอบถ่ายรูป สายแลนด์มาร์ก และครอบครัวที่อยากหามุมแปลกตาแบบไม่ต้องเดินทางไกล
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือมาช่วงแดดเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แสงทองจะกระทบผิวน้ำจนสีฟ้าอมเขียวสวยขึ้นอีกระดับ ส่วนคนที่ขยันตื่นเช้าจะได้เจอหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผืนน้ำ บรรยากาศนิ่งเงียบเหมือนอีกโลกหนึ่ง รีวิวจริงหลายคนบอกตรงกันว่า "ไปช่วงอาทิตย์ตกกระทบน้ำสวยมาก" และเป็นมุมถ่ายรูปชิค ๆ ที่โล่งสบายไม่อึดอัด รอบ ๆ มีร้านอาหารและฟิชชิ่งปาร์คให้แวะนั่งชิลริมน้ำ ปั่นเรือเป็ด หรือตกปลาต่อได้
เรื่องงบสบายมาก เพราะตัวจุดชมวิวไม่มีค่าเข้า เดินถ่ายรูปฟรี จ่ายเฉพาะค่าอาหารหรือกิจกรรมที่อยากเล่นเท่านั้น ทำเลอยู่แถวตำบลแพรกหา/พนมวังก์ อำเภอควนขนุน ขับจากตัวเมืองพัทลุงไม่ไกล สังเกตป้ายแถวซีซีสเต็กเฮาส์แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกราว 2-3 กิโลเมตร เปิดทุกวัน ช่วงเช้าถึงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด
ข้อควรรู้สำคัญ น้ำในบ่อลึกมาก (มีรายงานว่าลึกหลายสิบเมตร) จึงห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด ควรถ่ายรูปอยู่บนสันดินและดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด พื้นเป็นดินลูกรังถ้าฝนตกจะลื่นและแฉะ แนะนำใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปด้วยเพราะบางมุมไม่มีร่มเงา ที่นี่ยอดนิยมเพราะถ่ายรูปออกมาสวยเกินคาด เข้าฟรี และเป็นมุมอันแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนที่เที่ยวทั่วไปในพัทลุง
อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง
อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง (ชื่อทางการ "อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ") อยู่ที่ ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด พัทลุง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่กลายมาเป็นจุดแคมป์ปิ้งเงียบ ๆ ที่คนพัทลุงและสายธรรมชาติชอบมากันช่วงหลัง เสน่ห์ของที่นี่คือผืนน้ำกว้างที่มีเทือกเขาบรรทัดเป็นฉากหลัง พอช่วงน้ำลดก็จะโผล่ทุ่งหญ้าเขียว ๆ ริมอ่างให้กางเต็นท์ได้สบาย เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งรับลม นอนดูดาว มากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแบบไม่เร่งรีบ
สิ่งที่ห้ามพลาดคือมุมถ่ายรูปริมอ่างที่มีภูเขาเป็นแบ็กกราวด์ เช้า ๆ ถ้าโชคดีจะเจอหมอกลอยเหนือผิวน้ำสวยมาก หลายคนมากางเต็นท์ค้างคืนเพื่อรอแสงเช้า บางคนก็ลงเรือหางยาวล่องชมธรรมชาติรอบอ่าง ดูวิถีชาวบ้านเลี้ยงวัวเลี้ยงควายริมน้ำ จากรีวิวจริงคนส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าบรรยากาศเงียบสงบ น้ำใส อากาศดี เหมาะปิ้งย่างชิล ๆ และเป็นมุมพรีเวดดิ้ง/ถ่ายรับปริญญายอดนิยม
เรื่องงบ ที่นี่ไม่มีค่าเข้า เปิดให้เข้าฟรี กางเต็นท์เองได้ ใช้เวลาเดินเล่นถ่ายรูปราว 1-2 ชั่วโมง หรือจะค้างคืนก็ได้ ทำเลอยู่ติดแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ขับรถจากตัวเมืองพัทลุงมาทางตะโหมด เปิดให้เข้าได้ทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น ไม่มีเวลาปิดตายตัวเพราะเป็นพื้นที่ธรรมชาติเปิดโล่ง
ข้อควรรู้สำคัญ: ในพื้นที่ไม่มีร้านค้า ต้องเตรียมน้ำ อาหาร และอุปกรณ์มาเองให้พร้อม โดยเฉพาะถ้าจะค้างคืน ช่วงที่สวยสุดคือหน้าแล้งที่น้ำลดเห็นทุ่งหญ้าเขียว เก็บขยะกลับด้วยเพราะเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ และเส้นทางช่วงท้ายเป็นถนนชนบท ควรเช็กสภาพอากาศก่อนไปโดยเฉพาะหน้าฝน
หาดแสนสุขลำปำ
หาดแสนสุขลำปำคือสวนสาธารณะริมทะเลสาบสงขลาที่อยู่ห่างตัวเมืองพัทลุงแค่ 7-8 กิโลเมตร ขับรถไม่กี่นาทีก็ถึง เลยกลายเป็นที่พักผ่อนประจำของคนเมืองลุงไปแล้ว เหมาะกับคนที่อยากหามุมนั่งชิลรับลม พาครอบครัวมาปิกนิกตอนเย็น หรือมาเดินออกกำลังกายใต้ทิวสนริมน้ำ ใครแวะมาเที่ยวพัทลุงแล้วอยากเห็นวิวทะเลสาบน้ำจืดกว้าง ๆ ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ง่ายและสบายที่สุด
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "ศาลาลำปำที่รัก" ศาลากลางน้ำที่มีสะพานทอดยาวออกไป เดินไปนั่งรับลมชมวิวทะเลสาบได้เต็มตา ถัดมาคือ "เกาะลอยลำปำ" ที่ปรับโฉมใหม่ มีสะพานเดินเล่นกลางน้ำเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตในช่วงหลัง ริมฝั่งยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์โจงกระเบน (ที่นี่เคยเป็นที่ประทับแรมเมื่อครั้งเสด็จพัทลุง) และประติมากรรมฝูงปลาลำปำกับปลาโลมาอิรวดีที่กลางวงเวียน ถ่ายรูปสวยทุกมุม
บรรยากาศตามรีวิวจริงคือลมเย็นสบาย พื้นที่กว้าง ที่จอดรถเยอะ สะอาด มาได้ทั้งเช้าและเย็น แต่ช่วงที่คนนิยมที่สุดคือเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก รอบ ๆ มีร้านอาหารทะเลและอาหารพื้นบ้านริมน้ำให้เลือกหลายเจ้า รวมถึงร้านในลำปำรีสอร์ทที่นั่งกินวิวทะเลสาบได้ ตรงท่าเรือลำปำยังเป็นจุดลงเรือไปเที่ยวในทะเลสาบได้อีก
ข้อดีคือเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบหลัก ๆ หมดไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่ม เปิดประมาณ 08:00-20:00 ทุกวัน ข้อควรรู้คือทุกวันนี้ "หาดทราย" แทบไม่เหลือแล้ว เปลี่ยนเป็นแนวเขื่อนและลานริมน้ำมากกว่า ใครคาดหวังหาดทรายแบบทะเลอาจต้องปรับภาพในใจ แต่ถ้ามาเพื่อวิว ลม และความสบายริมทะเลสาบ ที่นี่ตอบได้สบาย ๆ
🎟️ ทัวร์ล่องเรือทะเลน้อย & ตั๋วกิจกรรมพัทลุง
เที่ยวพัทลุงหลายจุดในวันเดียวจะง่ายขึ้นมากถ้าจองทัวร์หรือเหมาเรือล่วงหน้า โดยเฉพาะล่องเรือทะเลน้อย–คลองปากประที่ต้องออกตั้งแต่เช้ามืด มีไกด์ท้องถิ่นพาไปจุดยอยักษ์ ทุ่งบัวแดง และจุดดูควายน้ำให้ทันแสงสวยที่สุด ลองเทียบแพ็กเกจล่องเรือ ทัวร์เที่ยวรอบจังหวัด และตั๋วกิจกรรมพัทลุงผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้ จองออนไลน์ไว้ก่อนช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวหาเรือหน้างาน และวางแผนเชื่อมหลายจุดในทริปเดียวได้ลงตัวกว่า
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่พัทลุง
ที่เที่ยวพัทลุงกระจายหลายอำเภอและ Grab ค่อนข้างน้อยนอกตัวเมือง เช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ไว้จะคล่องที่สุด โดยเฉพาะไปทะเลน้อย บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน และน้ำตกที่กงหรา
ค่าเหมาเรือทะเลน้อย ตลาดหลาดใต้โหนด ร้านริมทางและของกินพื้นบ้านส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะสะดวกกว่าพึ่งบัตรหรือสแกนจ่ายอย่างเดียว
แสงแรกผ่านยอยักษ์ ฝูงนก และควายน้ำสวยที่สุดช่วง 6–8 โมงเช้า ควรนัดเรือไว้ล่วงหน้าและไปถึงท่าก่อนฟ้าสว่าง ทุ่งบัวแดงบานสวยสุดราวต้นปี กุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
วัดคูหาสวรรค์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าเขตโบสถ์หรือถ้ำ และสำรวมเสียงระหว่างชม
นอกตัวเมืองร้านอาหารและตลาดส่วนใหญ่มีเมนูภาษาไทยเป็นหลัก ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปช่วยสั่งได้ คนพัทลุงเป็นกันเองและยินดีช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
อาหารพัทลุงเป็นอาหารปักษ์ใต้รสจัดและเผ็ดร้อน ถ้าทานเผ็ดไม่เก่งบอกร้านให้ลดพริกได้ และลองของขึ้นชื่ออย่างข้าวยำ แกงไตปลา และอาหารทะเลริมทะเลสาบที่ลำปำ
วางแผนเที่ยวพัทลุงให้คุ้มใน 1–2 วัน
ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว แนะนำให้ตื่นเช้ามืดไปล่องเรือทะเลน้อย–คลองปากประก่อน เพราะแสงแรกผ่านยอยักษ์กับฝูงนกสวยที่สุดช่วง 6–8 โมงเช้า เหมาเรือได้ราว 450–1,200 บาทต่อลำนั่งกันได้หลายคน ถ้ามาช่วงต้นปี (ราวกุมภาพันธ์–มีนาคม) จะได้เห็นทุ่งบัวแดงบานเต็มผืนน้ำพอดี จากนั้นค่อยวกกลับเข้าเมืองมาแวะเขาอกทะลุกับวัดคูหาสวรรค์ที่อยู่ใกล้กัน ปิดท้ายเย็น ๆ ที่หาดแสนสุขลำปำริมทะเลสาบสงขลา นั่งกินอาหารทะเล-อาหารพื้นบ้านรับลมเย็น
มีสองวันค่อยกระจายไปสายธรรมชาติ เช้าขับเข้าเทือกเขาบรรทัดไปเล่นน้ำตกสระนางมโนราห์ที่กงหรา แล้วแวะแช่เท้า-อาบน้ำแร่ที่บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน (เข้า 20 บาท ห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว 120 บาทต่อชั่วโมง) ถ้าตรงกับวันอาทิตย์อย่าพลาดหลาดใต้โหนดที่ดอนทราย ควนขนุน เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ตกแต่งย้อนยุคใต้ดงตาลโตนด ของกินเริ่มต้นห่อละ 10–40 บาท ส่วนสายแคมป์ก็ขับไปกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำเขาหัวช้างที่ตะโหมดแบบเงียบ ๆ ได้เลย
เที่ยวพัทลุงให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้ตื่นเช้ามืดไปทันแสงแรกที่ทะเลน้อย และมีเวลาขับเข้าเทือกเขาบรรทัดไปเล่นน้ำตกกับแช่บ่อน้ำร้อนแบบไม่ต้องรีบ ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองพัทลุงและแถวลำปำ เดินทางไปทะเลน้อย เขาอกทะลุ และวัดคูหาสวรรค์ได้สะดวก เลือกทำเลให้ใกล้จุดที่อยากเที่ยวเช้าแรกจะคุ้มที่สุด ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักพัทลุง (Agoda)

