🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของร้อยเอ็ดคือ "เที่ยวเมืองสบาย ๆ แต่ของเด่นกระจายไปทั่วจังหวัด" จุดเด่นหลายแห่งกระจุกอยู่กลางเมืองรอบบึงพลาญชัย สวนสาธารณะเกาะกลางน้ำที่เป็นปอดของเมือง เดินเล่นปั่นเรือถีบให้อาหารปลาได้ทั้งวัน ฝั่งหนึ่งของบึงมีหอโหวด 101 หอชมวิวทรงโหวดเครื่องดนตรีอีสานสูงเสียดฟ้าที่ขึ้นไปดูเมืองทั้งเมืองได้แบบ 360 องศา พอเย็นย่านกลางเมืองก็มีถนนคนเดินสาเกตนครกับวัดป่ากุงให้เดินกินเดินช้อป ส่วนใครชอบสายมูกับสายวิวก็ขับออกนอกเมืองไปไหว้พระมหาเจดีย์ชัยมงคลบนภูเขาที่หนองพอก แวะหลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิราม และไปนอนเล่นริมหาดทรายขาวที่บึงเกลือ ทะเลอีสานของจริง เที่ยวต่อกันได้ทั้งสายมู สายเมือง สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์
ในลิสต์นี้มีหมุดที่มาร้อยเอ็ดแล้วไม่ควรพลาด อย่างหอโหวด 101 หอชมวิวสูง 101 เมตรที่มีสกายวอล์กพื้นกระจกชั้น 34 มองเห็นบึงพลาญชัยและตัวเมืองทั้งเมือง พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่วัดผาน้ำทิพย์ฯ มหาเจดีย์สีขาวตกแต่งลายทองด้านละ 101 เมตร 6 ชั้น ออกแบบโดยกรมศิลปากร และหลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิราม พระพุทธรูปยืนปางประทานพรสูงที่สุดในไทยที่มองเห็นแต่ไกล นอกเมืองยังมีบึงเกลือหาดทรายขาวยาวเกือบกิโลที่คนเรียกทะเลอีสาน ปรางค์กู่และกู่กาสิงห์โบราณสถานศิลปะขอม กับทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งข้าวหอมมะลิชั้นดีที่วิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา เลื่อนอ่านรายละเอียดทีละจุดแล้วจัดเส้นทางของตัวเองได้เลย
หอโหวด 101 (หอชมวิวเมืองร้อยเอ็ด)
ถ้ามาร้อยเอ็ดแล้วไม่แวะหอโหวด 101 ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะนี่คือแลนด์มาร์กที่เห็นเด่นมาแต่ไกล เป็นหอชมเมืองทรง "โหวด" เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน สูง 101 เมตรเท่ากับเลขจังหวัด ตั้งอยู่กลางสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ติดบึงพลาญชัยใจกลางเมืองพอดี เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นเมืองร้อยเอ็ดทั้งเมืองในมุมที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ไม่ว่าจะมาคนเดียว มากับครอบครัว หรือคู่รักที่อยากเก็บวิวสวย ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือขึ้นลิฟต์ไปจุดชมวิว 360 องศาในห้องแอร์เย็น ๆ ที่ชั้น 31 มองเห็นบึงพลาญชัย ตัวเมือง และทุ่งนารอบ ๆ ได้รอบทิศ แล้วต่อด้วยสกายวอล์กพื้นกระจกใสชั้น 34 ที่หลายคนบอกว่าขาสั่นแต่ก็ฟินมาก ภาพมุมสูงตรงนี้คือที่คนรีวิวพูดถึงกันเยอะที่สุด ใครใจถึงตอนนี้ยังมีกิจกรรมซิปไลน์และโดดหอเพิ่มเข้ามาด้วย ส่วนใครชอบสายชิลก็เดินดูพิพิธภัณฑ์เมือง คาเฟ่ และร้านของฝากที่อยู่ในตัวอาคารได้สบาย ๆ
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 50 บาท นักเรียนนักศึกษาและผู้สูงอายุ 40 บาท เด็กเล็กกับผู้สูงอายุมาก ๆ เข้าฟรี ถือว่าจ่ายไม่แพงกับวิวที่ได้ เปิดให้ขึ้นชมราว 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวัน ทำเลอยู่กลางเมืองเลย เดินทางง่าย มีที่จอดรถเยอะตามที่หลายคนรีวิวไว้ ถ้าอยากได้แสงสวยแนะนำช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก เมืองจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นไฟกลางคืนสวยมาก
ข้อควรรู้นิดหน่อยคือวันหยุดยาวหรือเสาร์อาทิตย์คนเยอะ อาจต้องรอคิวลิฟต์บ้าง และจุดชมวิวด้านนอกค่อนข้างมีลม คนกลัวความสูงอาจต้องทำใจตอนยืนบนพื้นกระจก แต่โดยรวมเป็นที่เที่ยวที่คุ้มค่ามาก ใครผ่านร้อยเอ็ดแนะนำให้แวะสักครั้ง
บึงพลาญชัย
ถ้าใครมาร้อยเอ็ดแล้วถามคนพื้นที่ว่าไปเดินเล่นที่ไหนดี เกือบทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "บึงพลาญชัย" สวนสาธารณะเกาะกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ที่เปรียบเหมือนปอดและห้องนั่งเล่นของคนทั้งจังหวัด ตัวบึงกว้างมาก มีเกาะตรงกลางที่ตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีทางเดิน-ทางวิ่ง-ทางจักรยานวนรอบบึงระยะทางราว 2 กิโลเมตร เหมาะกับครอบครัว คนชอบออกกำลังกาย และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองแบบสบาย ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการปั่นเรือถีบเล่นกลางบึงและให้อาหารปลา (เรือเช่าราคาย่อมเยา) เดินข้ามสะพานไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่คนร้อยเอ็ดเคารพ แวะชมพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่กลางสวนดอกไม้ นาฬิกาดอกไม้ และน้ำตกจำลอง ส่วนเด็ก ๆ ก็มีสนามเด็กเล่นและสวนสุขภาพให้วิ่งเล่น ใครอยากเก็บวิวมุมสูงเดินไปอีกนิดจะเจอหอชมเมือง 101 ที่มองลงมาเห็นบึงทั้งหมด
เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าที่นี่สะอาด ดูแลดี ที่จอดรถเยอะ ไฟสว่างพอ ปลอดภัย และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ เต็มไปหมด หลายคนบอกว่าตอนเย็น-ค่ำบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ คนมาวิ่ง เล่นบาส ฟุตซอล นั่งเล่นริมน้ำรับลมเย็น บางรีวิวฝรั่งถึงกับเทียบว่าเป็นสวนระดับเดียวกับสวนลุมพินีที่กรุงเทพฯ
เรื่องค่าเข้า เดินเข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เปิด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงที่คนนิยมคือเช้าตรู่กับเย็น ทำเลอยู่ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด กลางเมืองพอดี ไปไหนก็สะดวก ข้อควรรู้เล็ก ๆ คือช่วงหน้าฝนน้ำในบึงอาจขุ่นบ้าง และถ้ามาให้อาหารปลาหรือปั่นเรือควรมาช่วงกลางวันถึงเย็นที่ร้านเช่าเรือเปิด พกร่มหรือหมวกมาด้วยถ้ามากลางวันแดดจัด
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม)
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม คือมหาเจดีย์สีขาวตกแต่งลายทองอลังการที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเขียวในแนวเทือกเขาภูพาน อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 80 กิโลเมตร ตัวเจดีย์ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นศิลปะร่วมสมัยที่ผสมผสานพระปฐมเจดีย์กับพระธาตุพนม กว้าง ยาว และสูงด้านละ 101 เมตร (รวมยอดทองคำสูงราว 109 เมตร) มีทั้งหมด 6 ชั้น รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ เหมาะสำหรับสายวัด สายไหว้พระเสริมดวง คนที่ชอบสถาปัตยกรรมงาม ๆ และครอบครัวที่อยากได้วิวภูเขากว้าง ๆ
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือการได้เดินขึ้นชมทีละชั้น แต่ละชั้นตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นและสีทองวิจิตรจนรู้สึกเหมือนอยู่บนวิมานสวรรค์ มีลิฟต์บริการขึ้นไปได้เกือบทุกชั้น ยกเว้นชั้นบนสุดที่ต้องเดินเอง เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าวิวจากชั้นบนสวยมาก มองเห็นป่าเขาเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะวันฟ้าใส บรรยากาศบนนี้เงียบสงบ ลมเย็น เหมาะกับการนั่งพักทำใจให้สบาย ใครมาก็ไม่ค่อยพลาดถ่ายรูปกับองค์เจดีย์สีขาวตัดกับท้องฟ้า
เข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวันประมาณ 06.00–18.00 น. (บางช่วงระบุ 08.00–17.00) จุดที่ควรรู้คือต้องจอดรถบริเวณลานด้านล่างแล้วนั่งรถของทางวัดขึ้นไปยังตัวเจดีย์ด้านบน ทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน เป็นเขา ควรเผื่อเวลาเดินทางและวันฟ้าเปิดจะได้วิวคุ้มที่สุด แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เผื่อเวลาเที่ยวราว 1–2 ชั่วโมงกำลังดี
ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นแลนด์มาร์กคู่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่งดงามที่สุดองค์หนึ่งของภาคอีสาน และเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในพื้นที่ บน Google Maps ได้คะแนนสูงราว 4.7 จากผู้รีวิวกว่าพันคน หลายคนบอกว่ามาแล้วเกินคาด คุ้มกับการขับรถไกล ใครผ่านร้อยเอ็ดแนะนำว่าควรแวะให้ได้สักครั้ง
วัดบูรพาภิราม (หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี)
วัดบูรพาภิราม คือพระอารามหลวงกลางเมืองร้อยเอ็ด ที่ใคร ๆ ก็ต้องแวะ เพราะเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อใหญ่" หรือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี พระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่สูงที่สุดในไทย วัดเฉพาะองค์พระจากพระบาทถึงพระเศียรได้ 59 เมตร 20 เซนติเมตร รวมฐานแล้วเกือบ 68 เมตร สูงเทียบเท่าตึกหลายสิบชั้น เด่นจนมองเห็นแต่ไกลแทบทุกมุมเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากไหว้พระขอพร สายบุญ ครอบครัวที่พาผู้ใหญ่ไปทำบุญ หรือนักเดินทางที่อยากเก็บแลนด์มาร์กประจำจังหวัดให้ครบ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเดินเข้าไปยืนใต้องค์หลวงพ่อใหญ่แล้วแหงนมอง หลายรีวิวบอกตรงกันว่า "ใกล้ ๆ แล้วใหญ่จนถ่ายไม่เต็มเฟรม" ต้องถอยออกมาไกลถึงจะเก็บได้ทั้งองค์ ที่ฐานองค์พระยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เดินชม ด้านหลังมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระนอน (พระพุทธไสยาสน์) อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่คล้ายถ้ำเล็ก ๆ พร้อมพระประจำวันเกิดให้สักการะครบ เดินวนรอบเดียวได้ทั้งไหว้พระและถ่ายรูปสวย ๆ
บรรยากาศในวัดกว้างขวาง ร่มรื่น สะอาด รีวิวจริงชมเรื่องที่จอดรถสะดวกและพื้นที่เดินง่าย ไม่ต้องปีนบันไดเยอะ เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า มีแค่ตู้ทำบุญและร้านดอกไม้ธูปเทียนตามศรัทธา งบจริง ๆ แทบเป็นศูนย์ เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่ราว 05.00 ไปจนค่ำ ราว 19.00 น. ทำเลอยู่ถนนผดุงพานิช ต.ในเมือง ห่างจากตัวเมืองและสถานีขนส่งแค่ไม่กี่กิโลฯ ขับรถหรือนั่งสองแถวมาง่าย
ที่วัดนี้ยอดนิยมเพราะเป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองและจุดถ่ายรูปที่จดจำง่าย ได้คะแนน Google ราว 4.4 จากรีวิวหลักหลายร้อย และติดอันดับต้น ๆ ของที่เที่ยวร้อยเอ็ดเสมอ ข้อควรรู้เล็กน้อย คือเป็นวัดในเขตศาสนสถาน ควรแต่งกายสุภาพ และช่วงเช้ากับเย็นแดดไม่แรง ถ่ายรูปองค์พระสวยกว่าตอนกลางวัน ถ้ามาร้อยเอ็ดครั้งแรก ที่นี่คือหมุดแรกที่ควรปักไว้
บึงเกลือ (ทะเลอีสาน)
ถ้าใครคิดว่าร้อยเอ็ดไม่มีทะเล ลองแวะ "บึงเกลือ" ที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า ทะเลอีสาน ดูสักครั้งแล้วจะเปลี่ยนใจ มันคือบึงน้ำจืดขนาดใหญ่มาก เนื้อที่ราว 7,500 ไร่ มีน้ำขังตลอดทั้งปี จุดที่ทำให้ได้ชื่อว่าทะเลก็คือหาดทรายขาวริมบึงทางทิศตะวันตกที่ทอดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เดินเล่นริมหาด มองออกไปเห็นน้ำกว้างสุดสายตา ลมพัดเย็น ๆ ฟีลคล้ายไปทะเลจริง ๆ ทั้งที่อยู่กลางอีสาน เหมาะกับครอบครัวพาเด็กมาเล่นน้ำ กลุ่มเพื่อนมานั่งชิล หรือใครอยากหามุมพักผ่อนเงียบ ๆ ใกล้ธรรมชาติ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือแพร้านอาหารลอยน้ำที่จอดเรียงรายริมบึง สั่งอาหารอีสานรสจัด ส้มตำ ปลาเผา ก้อย ลาบ กินไปชมวิวน้ำไป เด็ก ๆ ชอบเรือถีบกับเรือตัวหนอนปั่นเล่นในบึง ส่วนคนชอบเล่นน้ำก็ลงเล่นริมหาดทรายได้ บรรยากาศสบาย ๆ แบบบ้าน ๆ ไม่ได้หรูหรา แต่ได้ความเป็นกันเองและวิวธรรมชาติเต็ม ๆ ช่วงเย็นแดดร่มแสงสวยเป็นเวลาที่คนนิยมมากันมากที่สุด เพราะอากาศเริ่มเย็นและพระอาทิตย์ตกริมน้ำสวยมาก
เรื่องงบถือว่าเบามาก เข้าชมพื้นที่ฟรี ไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะค่าอาหารบนแพและค่าเช่าเรือถีบ/เรือเล่นน้ำตามจริง มาเป็นกลุ่มแชร์กันยิ่งคุ้ม ทำเลอยู่ตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดพอสมควรต้องขับรถมา เปิดให้เที่ยวทุกวันประมาณ 09.00–18.00 น. (แพอาหารบางเจ้าทยอยปิดตอนเย็น)
ข้อควรรู้นิดหน่อย ที่นี่เป็นแหล่งอนุรักษ์นกเป็ดน้ำด้วย ช่วงหน้าหนาวจะมีนกน้ำมาอาศัยให้ดู ควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงบึง ระดับน้ำและความกว้างของหาดเปลี่ยนตามฤดู หน้าแล้งหาดทรายจะกว้างและเล่นน้ำได้ดีกว่า แดดกลางวันค่อนข้างแรงเตรียมหมวกกับร่มมาด้วยจะสบายกว่าเยอะ
🛏️ ที่พักร้อยเอ็ด — นอนกลางเมืองริมบึงหรือใกล้หอโหวด
เที่ยวร้อยเอ็ดให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้เดินเล่นริมบึงพลาญชัยยามเย็น ขึ้นหอโหวด 101 ดูเมืองตอนพระอาทิตย์ตก กับมาไหว้หลวงพ่อใหญ่ตอนเช้าที่คนยังน้อย ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดรอบบึงพลาญชัย เดินถึงหอโหวด ถนนคนเดินสาเกตนคร และวัดป่ากุงได้สบาย มีทั้งโรงแรมกลางเมืองและที่พักสไตล์บูทีก เลือกทำเลให้ใกล้จุดที่อยากเที่ยวเช้าแรกจะคุ้มที่สุด ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักร้อยเอ็ด (Agoda)ถนนคนเดินสาเกตนคร
ถ้ามาร้อยเอ็ดแล้วบังเอิญตรงกับเย็นวันศุกร์หรือเสาร์ คนแถวนี้จะชวนให้แวะ "ถนนคนเดินสาเกตนคร" เป็นที่แรก ๆ เพราะเป็นถนนคนเดินสายวัฒนธรรมกลางเมืองที่ใหญ่สุดของจังหวัด ชื่อ "สาเกตนคร" มาจากชื่อเก่าของเมืองร้อยเอ็ดในตำนานอุรังคธาตุที่แปลว่าเมืองร้อยเอ็ดประตู เลยกลายเป็นชื่อตลาดที่คนท้องถิ่นภูมิใจ บรรยากาศที่นี่ชิล ๆ เดินสบาย เหมาะทั้งสายกิน สายช้อปของแฮนด์เมด และครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเดินเล่นยามเย็น
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือของกินพื้นบ้านอีสานกับของกินเล่นที่มีให้เลือกเต็มไปหมด ทั้งอาหารคาว ขนม น้ำผลไม้สด และเครื่องดื่มสมุนไพร รีวิวจริงหลายเสียงชมว่ามีโซนแบ่งชัดเจนทั้งโซนอาหารและโซนเสื้อผ้า เดินง่ายไม่งง อีกมุมที่หลายคนชอบคือร้านแฮนด์เมดและเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นราคาเป็นกันเอง บางช่วงยังมีการแสดงดนตรีสดให้ฟังเพลิน ๆ ระหว่างเดิน เป็นตลาดที่คนร้อยเอ็ดมาเดินกันจริง ไม่ใช่แค่ตลาดนักท่องเที่ยว
เรื่องงบสบายมาก เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า เดินกินเดินช้อปหลักร้อยก็อิ่ม ทำเลอยู่ใจกลางเมือง บนถนนรัชชูปการ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด ใกล้ห้างโรบินสันและบึงพลาญชัย หาที่จอดรถรอบ ๆ ได้ไม่ยาก เปิดช่วงเย็นถึงค่ำราว 16:00–21:00 น. เน้นวันศุกร์-เสาร์ แนะนำให้มาช่วงหัวค่ำที่ร้านออกครบและอากาศกำลังเย็น
ข้อควรรู้นิดหน่อย คือวันและเวลาเปิดอาจสลับได้ตามฤดูและประกาศของผู้จัด บางช่วงมีการปรับโฉมและขยับทำเล ก่อนไปลองเช็กเพจเฟซบุ๊กของตลาดอีกที จะได้ไม่พลาด มาช่วงค่ำวันศุกร์-เสาร์เป็นจังหวะที่คึกคักและของครบที่สุด
วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)
ถ้าใครคิดว่าต้องบินไปถึงอินโดนีเซียเพื่อเห็นเจดีย์ทรงบุโรพุทโธ ลองแวะมาที่วัดป่ากุง อ.ศรีสมเด็จ ก่อนก็ได้ เพราะที่นี่มีมหาสถูปเจดีย์หินทรายขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธโดยตรง เรื่องมีอยู่ว่าหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเกจิสายกรรมฐานของร้อยเอ็ด เคยไปปฏิบัติศาสนกิจที่บุโรพุทโธเมื่อปี 2531 แล้วประทับใจในความยิ่งใหญ่ จึงเริ่มสร้างเจดีย์แห่งนี้ขึ้นในปี 2535
จุดที่คนชอบพูดถึงกันมากคือ ตัวเจดีย์ทำจากหินทรายธรรมชาติ ว่ากันว่าเป็นเจดีย์หินทรายขนาดใหญ่แห่งแรกของเมืองไทย ผนังรอบองค์เจดีย์แกะสลักเป็นภาพพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก เดินดูทีละช่องไปเรื่อย ๆ ได้เพลิน ๆ ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากอินเดีย ใครสายมูก็มักจะมากราบขอพรหลวงปู่ศรีที่นี่ด้วย เพราะท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของคนอีสานมานาน
บรรยากาศโดยรวมเป็นวัดป่า ร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากหามุมสงบ ๆ มากกว่าวัดที่คนพลุกพล่าน ช่วงที่สวยเป็นพิเศษคือตอนเช้ากับเย็นที่แดดไม่แรง สีของหินทรายจะตัดกับท้องฟ้าสวยมาก เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรม แนะนำให้แต่งกายสุภาพเพราะเป็นเขตวัด และเผื่อเวลาเดินชมรายละเอียดงานแกะสลักรอบเจดีย์สักหน่อย จะได้ไม่รีบจนพลาดของดี
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดมาทางอำเภอศรีสมเด็จไม่ไกล ขับรถมาเองสะดวกสุด มีลานจอดรถกว้าง เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าเข้า ถ้าวางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดแบบสายวัดสายมู ที่นี่เป็นหมุดที่ไม่ควรข้าม
ปรางค์กู่ (ปราสาทหนองกู่)
ถ้าอยากเก็บโบราณสถานสายขอมแบบไม่ต้องขับไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ด "ปรางค์กู่" หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า "ปราสาทหนองกู่" คือหมุดที่ลงตัวมาก อยู่ในเขตวัดศรีรัตนาราม บ้านยางกู่ ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี ห่างตัวเมืองแค่ราว 10 กว่ากิโลเมตร ขับออกมาทางสนามบินร้อยเอ็ดแป๊บเดียวก็เลี้ยวเข้าซอยถึง เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ ชอบถ่ายรูปกับซากปราสาทเก่า และครอบครัวที่อยากแวะที่เที่ยวเงียบ ๆ ระหว่างทาง ตัวปรางค์สร้างด้วยศิลาแลงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อายุร่วมพันปี เป็นกลุ่มอาคารแบบที่เชื่อกันว่าคือ "อโรคยาศาล" หรือสถานพยาบาลของอาณาจักรขอมโบราณ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือปรางค์ประธานศิลาแลงที่ตั้งเด่นกลางลานวัด ล้อมด้วยกำแพงแก้วและมีซุ้มประตูโคปุระอยู่ด้านหน้า ถัดออกไปมีบรรณาลัยอาคารสี่เหลี่ยม และสระน้ำศิลาแลง (บาราย) ด้านหน้าทางเข้าที่หลายคนชอบหามุมถ่ายสะท้อนเงาปราสาท รีวิวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเป็นปราสาทขอมขนาดเล็กแต่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ภายในองค์ปรางค์มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้สักการะได้ เดินชมรอบ ๆ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว
บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ร่มรื่น เพราะอยู่ในเขตวัด ค่าเข้าฟรีไม่เก็บเงิน มีที่จอดรถสะดวก เปิดทุกวันประมาณ 08.00-18.00 น. ช่วงที่คึกคักเป็นพิเศษคืองานประเพณี "บุญสรงกู่" ที่ชาวบ้านจัดเป็นประจำทุกปีราวเดือนห้า (ขึ้น 15 ค่ำ) มีพิธีสรงน้ำและกิจกรรมท้องถิ่นให้ดู ใครอยากเห็นบรรยากาศคนเยอะ ๆ มาช่วงนั้นได้
ข้อควรรู้นิดหน่อย คือที่นี่เป็นโบราณสถานในเขตวัด ควรแต่งกายสุภาพและช่วยกันรักษาความสะอาด ตัวปราสาทไม่ได้ใหญ่โต ถ้าตั้งใจมาจุดเดียวอาจรู้สึกว่าเล็ก แต่ถ้าจัดเป็นจุดแวะระหว่างทริปเที่ยวร้อยเอ็ด รวมกับโบราณสถานขอมแห่งอื่น ๆ ในจังหวัดจะคุ้มค่าและได้อารมณ์สายประวัติศาสตร์เต็ม ๆ มาช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อนจะถ่ายรูปสวยและเดินสบายที่สุด
กู่กาสิงห์
ถ้าขับลงมาทางใต้ของร้อยเอ็ดแถวทุ่งกุลาร้องไห้ "กู่กาสิงห์" คือหมุดที่สายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด เป็นกลุ่มปราสาทศิลปะเขมรขนาดค่อนข้างใหญ่ที่ยังอยู่ในสภาพดี ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ บ้านกู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย เหมาะกับคนชอบโบราณสถาน ชอบเดินดูงานช่างเก่า หรืออยากแวะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ขอมของอีสานแบบไม่ต้องเบียดคน ใครมากับครอบครัวหรือมาสายชิลก็เดินสบาย เพราะลานกว้างและร่มรื่นในเขตวัด
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือปรางค์ 3 องค์ที่ตั้งเรียงบนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยมีปรางค์ประธานองค์กลางใหญ่สุด เคยเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ มีอาคารบรรณาลัย (วิหาร) ขนาบสองข้าง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ และคูน้ำรูปเกือกม้า ตัวงานสร้างจากศิลาแลงและอิฐ ตกแต่งด้วยหินทรายสลักลายกลีบบัว นางอัปสร ฤๅษี และปรางค์จำลองตามมุมหลังคาซ้อนชั้น เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน-บายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 เดิมสร้างเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูบูชาพระศิวะ ตอนขุดแต่งปี 2533 ยังเจอพระคเณศ ศิวลึงค์หินทราย และเครื่องประดับทองคำด้วย
บรรยากาศเงียบสงบแบบโบราณสถานต่างจังหวัด ไม่พลุกพล่าน รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าได้บรรยากาศย้อนยุค เห็นเค้าความงามและความยิ่งใหญ่เดิม ส่วนยอดปรางค์บางองค์พังทลายไปตามกาลเวลาแต่โครงสร้างหลักยังครบ กรมศิลปากรบูรณะไว้ดี ที่นี่ไม่เก็บค่าเข้า เปิดให้ชมช่วงกลางวันทุกวัน มีลานจอดรถในวัด
ข้อควรรู้คืออยู่ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดพอสมควร ขับมาทางหลวง 214 มุ่งเกษตรวิสัยแล้วเลี้ยวเข้าหมู่บ้านอีกราว 10 กิโลเมตร ควรมาช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อนจะถ่ายรูปสวยและไม่ร้อน แต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัด แถมแถวนี้เป็นชุมชนทุ่งกุลาร้องไห้ที่ขึ้นชื่อข้าวหอมมะลิและผ้าไหม เที่ยวปราสาทเสร็จเดินดูวิถีชุมชนต่อได้สบาย
ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้ คือทุ่งราบกว้างใหญ่ในตำนานของอีสาน พื้นที่กว่า 2 ล้านไร่พาดผ่าน 5 จังหวัด และฝั่งร้อยเอ็ดที่คนนิยมแวะกันมากที่สุดอยู่แถบอำเภอเกษตรวิสัยกับสุวรรณภูมิทางใต้ของจังหวัด ชื่อฟังดูเศร้า เพราะเล่ากันว่าสมัยก่อนเป็นที่ราบแห้งแล้งกันดารจนแม้แต่ชาวกุลาเร่ร่อนยังเดินข้ามไม่ไหว แต่ทุกวันนี้พลิกกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ขึ้นชื่อที่สุดของประเทศ ดินเค็มปนทรายกับอากาศที่นี่ทำให้ข้าวหอมเป็นพิเศษจนได้ขึ้นทะเบียน GI เหมาะกับสายโรดทริปที่อยากเห็นวิวทุ่งนาแบบสุดลูกหูลูกตา และคนที่อยากซื้อข้าวหอมมะลิแท้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ไฮไลต์อยู่ที่ทิวทัศน์ทุ่งนากว้างจนขอบฟ้าจรดพื้น ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือปลายฝนต้นหนาว ราวพฤศจิกายน–ธันวาคม ตอนข้าวออกรวงเหลืองทองทั้งทุ่ง หลายคนในรีวิว Pantip เล่าว่าขับรถตามเส้นทางเกษตรวิสัยแล้วจอดถ่ายรูปริมคันนาได้เรื่อย ๆ เช้าตรู่จะเจอหมอกบาง ๆ ลอยเหนือทุ่ง ส่วนตอนเย็นแสงทองตกกระทบรวงข้าวสวยมาก สิ่งที่ห้ามพลาดคือถ่ายรูปวิวทุ่งกว้าง แวะกุฉินารายณ์/ร้านข้าวชุมชนเพื่อซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาแท้ และถ้ามาช่วงเก็บเกี่ยวก็จะได้เห็นวิถีชาวนาจริง ๆ
ที่นี่เป็นทุ่งเปิดโล่ง ไม่มีค่าเข้า ไม่มีประตูปิด มาได้ตลอดทั้งวัน แต่ช่วงที่เหมาะสุดคือเช้าและเย็นเพราะแดดกลางวันแรงและร้อนมาก ทำเลอยู่นอกตัวเมืองร้อยเอ็ดพอสมควร ควรขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถมา เพราะจุดถ่ายรูปกระจายตามคันนาและถนนชนบท ไม่ใช่จุดเดียวรวมศูนย์ เพจ "ทุ่งกุลาร้องไห้ ณ เกษตรวิสัย" บน Facebook อัปเดตบรรยากาศทุ่งและกิจกรรมในพื้นที่อยู่เรื่อย ๆ ลองเช็กก่อนไปได้
ที่ยอดนิยมเพราะมันคือภาพจำของอีสานจริง ๆ ทุ่งกว้าง ฟ้าใส ข้าวหอม และเรื่องเล่าในตำนานที่ทำให้คนอยากมาเห็นกับตา ข้อควรรู้คือมาที่นี่เน้นวิวและบรรยากาศ ไม่ใช่สถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ควรเตรียมน้ำ หมวก ครีมกันแดด และเติมน้ำมันให้พอ เพราะปั๊มและร้านค้าค่อนข้างห่าง ถ้ามาหน้าข้าวเขียวหรือข้าวทองจะได้วิวคุ้มที่สุด
🎫 ตั๋ว ทัวร์ และกิจกรรมเที่ยวร้อยเอ็ด
อยากเที่ยวร้อยเอ็ดหลายจุดแบบไม่ต้องวางแผนเองหรือขับรถออกนอกเมืองเอง ลองดูตั๋วและทัวร์เที่ยวแบบมีไกด์รับส่งผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้ มีทั้งทริปเที่ยวในเมือง บัตรเข้าที่เที่ยว และแพ็กเกจรับส่งสนามบินที่จองล่วงหน้าได้ ไม่ต้องต่อคิวหน้างาน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวสบาย ๆ และเก็บได้ครบทั้งหอโหวด มหาเจดีย์ และทุ่งกุลาร้องไห้ในทริปเดียว
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ร้อยเอ็ด
ของเที่ยวกลางเมืองร้อยเอ็ดเดินถึงกันได้ แต่พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บึงเกลือ และทุ่งกุลาร้องไห้อยู่นอกเมืองคนละทิศ รถสาธารณะมีจำกัด วิธีที่สะดวกสุดคือเช่ารถหรือเช่ามอเตอร์ไซค์ Grab ในร้อยเอ็ดมีน้อยมาก ควรจัดรถให้พร้อมก่อนออกนอกเมือง
วัด ของกินที่ถนนคนเดินสาเกตนครและวัดป่ากุง รวมถึงค่าเช่าเรือถีบที่บึงพลาญชัยส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยไว้จ่ายค่าเข้าหอโหวด ค่าจอดรถ ของกินริมทาง และตู้บริจาคในวัด ตู้เอทีเอ็มหาง่ายในตัวเมืองแต่ตามจุดเที่ยวนอกเมืองมีน้อย
กลางวันร้อยเอ็ดแดดแรง ขึ้นหอโหวด 101 ช่วงเย็นจะได้เห็นเมืองและบึงพลาญชัยตอนพระอาทิตย์ตกที่สวยกว่า ส่วนถนนคนเดินสาเกตนครมีเฉพาะเย็นและวัดป่ากุงเปิดศุกร์-อาทิตย์ ถ้าตั้งใจมาเดินต้องวางแผนให้ตรงวัน
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลและวัดบูรพาภิราม (หลวงพ่อใหญ่) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมาไหว้พระจริง ปิดไหล่ปิดเข่า ถอดรองเท้าตรงจุดที่มีป้าย และสำรวมเสียงในเขตวิหารและองค์เจดีย์
นอกจุดท่องเที่ยวใหญ่ ป้ายและเมนูภาษาอังกฤษมีน้อย พกแอปแปลภาษาไว้ช่วย หรือชี้รูปเอาที่ตลาดและร้านอีสานก็สื่อสารได้ คนร้อยเอ็ดส่วนใหญ่ใจดีและอดทนกับนักท่องเที่ยว
ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดีที่ขึ้นชื่อ ถ้าขับลงใต้ไปเกษตรวิสัย-สุวรรณภูมิ แวะซื้อข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาเป็นของฝากได้ เป็นของขึ้นชื่อที่หาที่อื่นไม่เหมือน
วางแผนทริปร้อยเอ็ดให้คุ้มที่สุด
ร้อยเอ็ดเที่ยวง่ายเพราะของเด่นในเมืองกระจุกอยู่รอบบึงพลาญชัย เดินเล่นริมบึง ปั่นเรือถีบ แล้วข้ามไปขึ้นหอโหวด 101 ดูวิวเมือง 360 องศากับสกายวอล์กพื้นกระจกได้ในย่านเดียว เหลือไปไหว้หลวงพ่อใหญ่ที่วัดบูรพาภิรามซึ่งอยู่ในเมืองเหมือนกัน จัดครึ่งวันก็เก็บได้ครบ พอเย็นต่อด้วยถนนคนเดินสาเกตนคร (เฉพาะเย็น) หรือวัดป่ากุงที่เปิดศุกร์-อาทิตย์ เดินกินของอีสานเพลิน ๆ ได้
ถ้ามีเวลามากกว่าหนึ่งวันค่อยขับออกนอกเมือง สายมูกับสายวิวไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่วัดผาน้ำทิพย์ฯ อ.หนองพอก ซึ่งอยู่บนภูเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มหาเจดีย์สีขาว 6 ชั้นเดินขึ้นชมวิวป่าเขาได้ ส่วนสายเล่นน้ำพักผ่อนไปบึงเกลือ ทะเลอีสาน ที่ อ.เสลภูมิ มีหาดทรายขาวกับแพร้านอาหารลอยน้ำ และสายประวัติศาสตร์กับสายทุ่งนาขับลงใต้ไปเกษตรวิสัยเก็บกู่กาสิงห์ ปรางค์กู่ และทุ่งกุลาร้องไห้ที่วิวกว้างสุดลูกหูลูกตาในที่เดียว วางแผนเที่ยวนอกเมืองให้ไปทางเดียวกันจะประหยัดเวลาที่สุด
เที่ยวร้อยเอ็ดวันเดียวก็สนุก แต่ถ้าค้างสักคืนกลางเมืองจะได้เดินเล่นริมบึงพลาญชัยยามเย็น ขึ้นหอโหวดดูเมืองตอนพระอาทิตย์ตก แล้วเช้าค่อยขับออกไปไหว้พระมหาเจดีย์หรือไปนอนเล่นริมหาดบึงเกลือ ลองเทียบราคาและรีวิวที่พักในร้อยเอ็ดก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักร้อยเอ็ด (Agoda)



