🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้นึกถึง "ตลิ่งชัน" คนกรุงส่วนใหญ่จะนึกถึงสองอย่างพร้อมกัน — สถานีรถทัวร์สายใต้ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ กับเครือข่ายคลองที่ยังมีเรือพายขายของอยู่จริง ย่านนี้พิเศษตรงที่อยู่ห่างใจกลางเมืองแค่ข้ามแม่น้ำ แต่พอเลี้ยวเข้าซอยริมคลองปุ๊บ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นสวนเขียว ๆ บ้านไม้เก่า และตลาดน้ำที่กลิ่นอาหารลอยมาตั้งแต่ไกล วันหยุดเสาร์-อาทิตย์คือช่วงที่ย่านนี้มีชีวิตที่สุด ตลาดน้ำตลิ่งชัน คลองลัดมะยม สองคลองวัดตลิ่งชัน และวัดสะพาน เปิดพร้อมกันจนเดินกินได้ทั้งวัน แล้วยังต่อเรือหางยาวชมสวนสองฝั่งคลองได้อีก ส่วนวันธรรมดาก็ยังมี The Circle ราชพฤกษ์ คาเฟ่ และวัดสายมูให้แวะแบบไม่ต้องแย่งที่จอดรถกับใคร
ในลิสต์นี้มีของจริงที่การันตีด้วยชื่อเสียงมายาวนาน — ตลาดน้ำตลิ่งชันคือตลาดน้ำใจกลางเมืองที่เก่าแก่และคนรู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพ คลองลัดมะยมเป็นตลาดน้ำสายกินตัวจริงที่ของคาว-หวาน-ผลไม้สวนแน่นทั้งตลาด บ้านศิลปินคลองบางหลวงคือบ้านไม้กว่าร้อยปีรอบเจดีย์โบราณที่มีโชว์หุ่นละครเล็กคณะคำนายให้ดูฟรี วัดจำปามีอุโบสถทรงวิลันดาอายุหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนวัดเทพพลก็เป็นหมุดสายมูที่คนมาขอพรสมเด็จพระเจ้าตากสินและสวดคาถาเงินล้านกันแน่นทุกสุดสัปดาห์ จัดวันว่างสักวัน ขับรถข้ามไปฝั่งตลิ่งชัน แล้วกิน-ไหว้-เดินเล่นริมคลองให้เต็มอิ่ม
ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ถ้าอยากสัมผัสตลาดน้ำแบบไม่ต้องขับรถออกนอกเมืองไกล ๆ \"ตลาดน้ำตลิ่งชัน\" ริมคลองชักพระ หน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน (เข้าทางถนนชัยพฤกษ์ ใกล้สายใต้ใหม่) คือคำตอบที่คนกรุงเทพนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เปิดมาตั้งแต่ปี 2530 จนกลายเป็นตลาดน้ำเก่าแก่ที่ยังเหลือกลิ่นอายวิถีชาวสวนริมคลองเอาไว้ เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปวันหยุดชิล ๆ มาเดินเล่นหาของกิน นั่งกินข้าวริมน้ำ แล้วต่อเรือชมสวนสองฝั่งคลอง พามาได้ทั้งครอบครัว นัดเพื่อน หรือพาเพื่อนต่างชาติมาดูบรรยากาศไทย ๆ ใกล้เมือง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ \"นั่งโป๊ะ/แพไม้ริมน้ำกินซีฟู้ด\" — สั่งกุ้งแม่น้ำเผา ปูม้า ปลาเผา มากินคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ บรรยากาศลมเย็นริมคลองที่หลายรีวิวบอกว่าฟินจนเป็นเหตุผลหลักที่กลับมาซ้ำ รอบ ๆ มีก๋วยเตี๋ยวเรือ ส้มตำ-ไก่ย่าง ขนมไทยโบราณหากินยาก และผัก-ผลไม้ชาวสวนสด ๆ ที่ชาวบ้านเก็บมาขายเอง อีกอย่างที่ควรลองคือ \"ล่องเรือหางยาว\" ชมสวนกล้วยไม้ สวนผลไม้ และวัดเก่าสองฝั่งคลอง มีทั้งรอบสั้น 1 ชั่วโมงราว 60 บาท และทัวร์ยาว 3 ชั่วโมงแวะไหว้พระชมสวนราว 99 บาท วันหยุดยังมีดนตรีไทยให้ฟังเพลิน ๆ
เรื่องงบสบายมาก เข้าตลาดฟรี ค่าอาหารต่อหัวประมาณ 100–250 บาทแล้วแต่จะสั่งซีฟู้ดหนักแค่ไหน ทำเลถือว่าเดินทางง่ายสำหรับตลาดน้ำ อยู่ฝั่งธนฯ ใกล้สายใต้ใหม่ เสาร์-อาทิตย์มีรถบัสไฟฟ้าฟรีของ กทม. วิ่งรับจาก MRT บางขุนนนท์ มีที่จอดรถกว้าง เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราว 08:00–17:00 น. คะแนนกูเกิล 4.2 จากรีวิวหลักพัน สะท้อนว่าเป็นจุดเที่ยววันหยุดที่คนยังแวะกันไม่ขาด
ข้อควรรู้ก่อนไป: ปัจจุบันตลาดเน้นเป็นตลาดบนบกริมน้ำเป็นหลัก ของขายส่วนใหญ่อยู่บนโป๊ะและริมคลอง ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายเต็มคลองแบบในรูปเก่า ๆ ใครคาดหวังภาพเรือขายของแน่นคลองอาจต้องปรับความคาดหวังนิดหน่อย และให้ระวังคนชวนเหมาเรือราคาแพงเกินจริงแถวทางเข้า แนะนำให้ซื้อตั๋วล่องเรือที่เคาน์เตอร์ของตลาดเองจะชัวร์กว่า ช่วงเที่ยงวันหยุดคนแน่นและแดดร้อน มาช่วงเช้าจะเดินสบายและของกินยังครบกว่า
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
ถ้าให้เลือกตลาดน้ำในกรุงเทพฯ ที่คน "สายกินตัวจริง" พูดถึงกันมากสุด ตลาดน้ำคลองลัดมะยมย่านตลิ่งชันคือชื่อต้น ๆ ที่ลอยขึ้นมา ที่นี่เกิดจากชาวบ้านริมคลองลัดมะยมรวมตัวกันเปิดมาตั้งแต่ปี 2547 เสน่ห์คือความเป็นตลาดชุมชนที่ยังไม่กลายเป็นที่เที่ยวจัดฉากเพื่อนักท่องเที่ยว ตัวตลาดใหญ่กว่าที่คิด แบ่งเป็นสองฝั่งถนนเชื่อมกันด้วยสะพานข้ามคลอง เดินวนได้หลายซอย เหมาะกับคนที่มาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ตั้งใจมา "กินยาว ๆ" ทั้งวัน มากกว่ามาถ่ายรูปเฉย ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือของกินที่แน่นทั้งตลาด มีตั้งแต่ของคาวจัดหนักอย่างหมูสะเต๊ะเจ้าสัวไม้โต ก๋วยเตี๋ยวเรือ-ลุยสวน หอยย่าง กุ้งเผาตัวใหญ่ ปลาเผาเกลือ (ปลาช่อน-ปลานิล) ขนมครกทะเล ไปจนถึงขนมไทยหายากที่หากินยากในเมือง เช่น ขนมโค ขนมตาโก้ ลูกชุบ ข้าวแช่ ขนมเล็บมือนาง และทองหยิบทองหยอดเจ้าเก่า ส่วนสายผลไม้ก็มีผลไม้สวนสด ๆ ราคาชาวบ้านวางขายทั้งตลาด รีวิวจริงหลายเสียงเตือนตรงกันว่า "มาทั้งทีอย่ากินอิ่มมาก่อน" เพราะเดินไม่ถึงครึ่งตลาดก็แน่นท้องแล้ว อีกอย่างที่คนชอบคือมีโต๊ะนั่งกินริมคลองเยอะมาก (ราว 600 ที่นั่ง) นั่งกินไปดูเรือพายไปได้สบาย
เรื่องค่าใช้จ่าย เข้าตลาดฟรี จ่ายแค่ค่าจอดรถ 20 บาท ของกินส่วนใหญ่ราคาหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ งบ 200-300 บาทต่อคนก็กินจุกแล้ว ใครอยากได้ประสบการณ์เต็มลองลงเรือล่องชมสวนได้ คนละ 100 บาท นั่งยาวราวชั่วโมงครึ่ง แวะไหว้พระและชมสวนกล้วยไม้ริมคลอง YouTuber สายกินระดับนานาชาติอย่าง Mark Wiens ยังเคยยกให้ที่นี่เป็นตลาดน้ำในกรุงเทพฯ ที่เขาชอบสุด เพราะไม่เป็นทัวริสต์ ราคาไม่แพง และของกินหลากหลายจริง
ทำเลอยู่ถนนบางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน ฝั่งราชพฤกษ์-สายใต้ใหม่ ขับรถมาสะดวกสุด หรือถ้าไม่มีรถ นั่ง MRT สายสีน้ำเงินลงบางขุนนนท์แล้วต่อรถได้ ข้อควรรู้คือเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. ไปสายเกินบ่ายสามร้านเริ่มทยอยเก็บ และมาเช้าเกิน 9 โมงบางร้านยังไม่เปิด ช่วงที่ร้านครบและบรรยากาศกำลังดีคือสายถึงเที่ยง เสาร์-อาทิตย์คนเยอะ ที่นั่งริมคลองสวย ๆ เต็มเร็ว มาก่อนเที่ยงจะได้มุมดีและเดินสบายกว่า
The Circle ราชพฤกษ์ (The Circle Ratchapruk)
เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์ (The Circle Ratchapruk) คือคอมมูนิตี้มอลล์เปิดโล่งบนถนนราชพฤกษ์ ฝั่งบางระมาด ตลิ่งชัน ใกล้แยกราชพฤกษ์-บรมราชชนนี ที่ชูคอนเซ็ปต์ "urban forest" หรือเมืองในป่า ลดพื้นที่ตึกแล้วเพิ่มต้นไม้กับลานสีเขียวเข้ามาแทน เดินแล้วร่มรื่นกว่าห้างปิดแอร์ทั่วไป เหมาะกับครอบครัวที่อยู่แถบราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-สายใต้ใหม่ คนทำงานแถวนั้น และสายคาเฟ่ที่อยากได้มุมถ่ายรูปท่ามกลางต้นไม้ จุดที่หลายคนชอบคือพาน้องหมาน้องแมวเข้ามาเดินเล่นได้ มีห้องน้ำสัตว์เลี้ยงและลานให้วิ่ง เป็นมอลล์สาย pet-friendly ที่คนเลี้ยงสัตว์ในย่านนัดเจอกันบ่อย
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโซนร้านอาหารริมถนนสายอาหาร (Basil Street) ที่รวมร้านหลายสไตล์ทั้งไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ปิ้งย่าง ชาบู ของหวานและคาเฟ่สเปเชียลตี้ มีตั้งแต่ร้านดังอย่าง Greyhound Cafe, MAGURO, Bon Chon, Shabu ไปจนถึงร้านเบเกอรี-ขนมหวานน่ารัก ๆ และคาเฟ่ถ่ายรูปสวยหลายร้าน อีกหมุดสำคัญคือ Villa Market ซูเปอร์มาร์เก็ตของนำเข้าที่เปิดยาว เหมาะหิ้วของเข้าครัวหลังเดินเล่น รอบ ๆ ยังมีร้านเสื้อผ้า กระเป๋า ร้านสัตว์เลี้ยง ฟิตเนส และลานกิจกรรมให้เด็กวิ่งเล่น
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบต่อหัวขึ้นกับร้านที่เลือก คาเฟ่-ของหวานราว 80-200 บาท มื้ออาหารจริงจังประมาณ 150-400 บาท ที่จอดรถกว้าง แต่หลายรีวิวเตือนตรงกันว่าจอดฟรีมีจำกัดเวลา เกินแล้วคิดเพิ่ม ควรประทับตราที่ร้าน ตัวมอลล์เปิดราว 10:00 ส่วนโซนร้านอาหาร-คาเฟ่หลายร้านเปิดยาวถึงสี่ทุ่ม (บางร้านดึกกว่า) มาช่วงเย็นกำลังดี แดดร่มลมเย็น เพราะข้อสังเกตที่เจอบ่อยสุดคือกลางวันแดดแรงมาก เปิดโล่งจึงร้อนพอควร
ที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมต่อเนื่องคือบรรยากาศโปร่งสบาย ต้นไม้เยอะ พาสัตว์เลี้ยงได้ และรวมร้านกินดื่มหลากหลายไว้ในที่เดียวโดยไม่อึดอัดเหมือนห้างใหญ่ คะแนนกูเกิลแมประดับ 4.3 จากรีวิวหลักพัน ส่วนใหญ่ชมเรื่องความร่มรื่นและความหลากหลายของร้าน ข้อควรรู้คือทำเลอยู่ฝั่งธนค่อนข้างไกลใจกลางเมือง มารถส่วนตัวสะดวกสุด และเลี่ยงแดดเที่ยงถ้าไม่อยากเดินตากร้อน
สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ + ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ (ตลาดนัดตอนเย็น)
ถ้าใครนั่งรถทัวร์ลงภาคใต้หรือภาคตะวันตก ชื่อ "สายใต้ใหม่" คงคุ้นหูอยู่แล้ว — สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) ตรงหัวมุมถนนบรมราชชนนีตัดพุทธมณฑลสาย 1 คือสถานีรถทัวร์ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตัวอาคารคือ SC Plaza สี่ชั้นติดแอร์ แต่สิ่งที่ทำให้คนแถวฝั่งธนฯ แวะเวียนมาไม่ใช่แค่ตั๋วรถ คือ "ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์" ตลาดนัดเย็นขนาดมหึมาที่เกาะอยู่รอบสถานี เหมาะกับสายกินของถูก สายเดินเล่นหัวค่ำ มากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือยกครอบครัว และคนที่อยากหาอะไรอร่อย ๆ ลงท้องก่อนขึ้นรถออกต่างจังหวัด
ความเด็ดของที่นี่คือใหญ่จริงและของเยอะจริง หลายรีวิวบอกตรงกันว่าเดินวันเดียวแทบไม่หมด ร้านนับพันแผงแบ่งคร่าว ๆ เป็นโซนสตรีทฟู้ด โซนเสื้อผ้า-ของใช้ และโซนผลไม้-ซีฟู้ดที่โล่งลมเย็นสบาย ของกินไฮไลต์ที่คนพูดถึงเยอะคือร้านหมูกระทะและชาบูบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นราว 199–299 บาท, ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีโปร 1 แถม 1, เนื้อโคขุนเสียบไม้ของร้าน ต.เนื้อย่าง ไม้ละ 10 บาท ไปจนถึงร้านยำยั่ว เฝอเวียดนาม ชานมไข่มุก หมึกย่าง และขนมหวานคาเฟ่เล็ก ๆ เดินจิบเดินกินไปเรื่อย ๆ ราคาเป็นมิตรแบบตลาดนัดจริง จานละ 20–60 บาทก็อิ่ม
เสน่ห์อีกอย่างที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มพูดถึงคือความ "โลคอลจัด" — ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนแถวนั้น นักท่องเที่ยวยังน้อยเพราะอยู่ไกลตัวเมืองหน่อย เลยไม่แออัดเบียดเสียดเหมือนตลาดกลางคืนดัง ๆ ในเมือง บางช่วงมีเวทีดนตรีสดกลางตลาดให้บรรยากาศครึกครื้น เดินกินชิล ๆ ได้สบาย เข้าตลาดไม่เสียค่าเข้า จอดรถได้ที่ SC Plaza ชั้น G และชั้น M ส่วนลานจอดใหญ่เปิดราวหกโมงเย็น คิดชั่วโมงละ 10 บาท
ข้อควรรู้ก่อนไป ตลาดเปิดช่วงเย็นถึงดึก ประมาณ 16:00–00:00 น. ทุกวัน แต่ร้านจะเริ่มคึกและเปิดครบจริง ๆ ราวห้าโมงครึ่งเป็นต้นไป มาช่วงหัวค่ำกำลังดี ของยังครบและยังไม่ร้อนมาก ร้านบางร้านหยุดวันจันทร์ การเดินทางสะดวกสุดคือรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ หรือนั่งรถเมล์มาลงหน้าสถานี ส่วนใครมารอรถทัวร์ก็เดินออกมากินมื้อค่ำก่อนเดินทางได้พอดี
ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน + ถนนสายวัฒนธรรมเลียบทางรถไฟ
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของเมืองไปเดินตลาดน้ำเงียบ ๆ ร่มรื่น แบบไม่ต้องเบียดคน "ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน" (หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า ตลาดน้ำ 2 คลอง) คือที่ที่เพื่อนอยากชวนมาลอง ตลาดอยู่ด้านหลังวัดตลิ่งชัน คั่นกลางระหว่างคลองชักพระกับคลองวัดตลิ่งชันพอดี ต้นไม้เยอะ ลมพัดเย็นสบาย เขาแบ่งเป็นโซน ๆ เดินง่าย ไม่หลง เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศริมน้ำแท้ ๆ ครอบครัวพาผู้ใหญ่มาเดินก็สบาย หรือสายถ่ายรูปก็มีมุมริมคลองสวย ๆ ให้เก็บภาพเพียบ
ของกินที่นี่เป็นแนวอาหารชาวบ้านราคาเป็นมิตร รีวิวจริงพูดถึงก๋วยเตี๋ยวกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ขนมไทย ของหวาน และที่หลายคนติดใจคือกาแฟโบราณจากเรือ "ลุงตี๋" ที่ชงแบบช้า ๆ เข้มหวานกำลังดี นั่งจิบริมคลองได้เพลิน จุดที่ห้ามพลาดคือลงเรือหางยาวเที่ยวตลาดน้ำหลายแห่งในเที่ยวเดียว (โปรแกรม 3 ตลาด ออกรอบเดียวราว 09.30 น. ผู้ใหญ่ประมาณ 99 บาท เด็ก 60 บาท) กับการเดินต่อไปตามถนนสายวัฒนธรรมเลียบทางรถไฟที่เชื่อมไปตลาดน้ำตลิ่งชัน ใช้เวลาเดินแค่ราว 5–10 นาที ได้เที่ยวสองตลาดในทริปเดียว
เข้าตลาดฟรี ไม่เสียค่าเข้า มีที่จอดรถให้ฟรีด้วย งบต่อหัวสบายกระเป๋ามาก กินอิ่ม ๆ หลักร้อยต้น ๆ ก็พอ เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประมาณ 07:30–16:00 น. แนะนำมาช่วงเช้าถึงสาย ๆ อากาศยังไม่ร้อน ของยังครบ และทันรอบเรือพอดี ที่นี่ยอดนิยมเพราะให้ฟีลตลาดน้ำกึ่งชนบทใจกลางกรุง คนไม่แน่นเท่าตลาดน้ำตลิ่งชันที่อยู่ติดกัน เดินสบายกว่า ข้อควรรู้นิดเดียวคือมาวันธรรมดาจะปิด และของแต่ละร้านหมุนเวียนตามฤดูกาล มาเช้าจะได้เลือกเยอะกว่า
🛏️ หาที่พักฝั่งธน-ปิ่นเกล้า ใกล้ตลิ่งชัน
เที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชันให้สนุกต้องมาเช้า ๆ ก่อนแดดแรงและคนแน่น ถ้าบ้านอยู่ไกลหรือมาจากต่างจังหวัด การพักโรงแรมฝั่งธนหรือย่านปิ่นเกล้าสักคืนช่วยให้ตื่นมาถึงตลาดน้ำได้สบาย ไม่ต้องฝ่ารถข้ามแม่น้ำตอนเช้า ย่านนี้เชื่อมราชพฤกษ์-บรมราชชนนี-ปิ่นเกล้าได้ง่าย มีตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงที่พักริมน้ำเจ้าพระยา เทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com แล้วเลือกห้องที่คุ้มที่สุดก่อนวันเดินทาง
🔍 เช็คราคาที่พักย่านสายใต้-ตลิ่งชัน (Agoda)วัดเทพพล (สายมูตลิ่งชัน)
ถ้าใครเป็นสายมูแล้วอยู่แถวสายใต้ใหม่-ตลิ่งชัน วัดเทพพล (หรือที่คนเก่าแก่เรียกวัดใหม่บางพรม) คือวัดประจำย่านที่ต้องแวะ เป็นวัดเก่าริมถนนบางพรม ใกล้จรัญสนิทวงศ์ 35 เงียบสงบแบบวัดชานเมือง แต่ข้างในรวมพิกัดขอพรไว้เยอะจนหลายคนเรียกว่า "วัดรวมสายมูย่านตลิ่งชัน" เหมาะกับคนที่อยากหาที่ตั้งจิตเงียบ ๆ ไม่ต้องเบียดเสียดเหมือนวัดดังกลางเมือง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ เจดีย์ศรีเทพพล เจดีย์สีขาวลวดลายปูนปั้นสีทององค์ใหญ่ ข้างในประดิษฐานพระประธานและพระพุทธชินราชจำลอง สวยและถ่ายรูปได้ดี · จุดที่คนมากันเยอะสุดคือ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่คนนิยมมาขอเรื่องปลดหนี้ ค้าขายรุ่งเรือง และความก้าวหน้าเรื่องงาน · นอกจากนี้ยังมีศาลาหลวงปู่เทพโลกอุดร มณฑปหลวงพ่อโสธร และเจ้าแม่ตะเคียนที่สายขอเลขชอบมาบนบาน หลายคนมาพร้อม คาถาเงินล้าน ไว้สวดตรงจุดขอพรด้วย
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋า เข้าวัดฟรี มีแค่ค่าธูปเทียนดอกไม้และทำบุญตามศรัทธา เผื่อเงินค่าพวงมาลัยกับน้ำแดงถวายไว้นิดหน่อยก็พอ · วัดเปิดให้เข้าได้ตลอด ช่วงเช้า ๆ หรือวันพระคนจะเยอะหน่อย บรรยากาศคึกคัก ส่วนวันธรรมดาเงียบสงบดี เดินไหว้ครบทุกจุดราว 1 ชั่วโมงก็ทั่ว
ข้อควรรู้: วัดอยู่ในซอยย่านบางพรมซึ่งถนนค่อนข้างแคบ ถ้าขับรถมาช่วงวันหยุดที่จอดอาจแน่น แนะนำกดพิกัด Google Maps ไปเลยเพราะป้ายหาไม่ง่ายนัก · แต่งกายสุภาพตามมารยาทวัด และถ้าอยากได้บรรยากาศสงบจริง ๆ มาช่วงสายวันธรรมดาจะดีที่สุด
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง (Artist's House)
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องไปไกล "บ้านศิลปิน คลองบางหลวง" คือคำตอบที่หลายคนหลงรัก เป็นเรือนไม้เก่ากว่า 100 ปีของตระกูลช่างทองริมคลองบางกอกใหญ่ฝั่งธนฯ ที่ศิลปินนำมาปลุกชีพใหม่ให้เป็นแกลเลอรี คาเฟ่ และลานแสดงงานศิลป์ จุดที่ทุกคนต้องถ่ายรูปคือบ้านไม้กับองค์เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองโบราณที่ตั้งเด่นอยู่กลางลาน บรรยากาศอาร์ต ๆ มู้ดดี ๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้และสายน้ำ เหมาะกับสายชอบมุมเงียบ ๆ เก็บภาพสวย ครอบครัวพาเด็กมาเปิดโลกศิลปะ หรือคู่รักมานั่งชิลล์
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือโชว์หุ่นละครเล็กของคณะคำนาย เชิดบนลานไม้โล่งโดยมีเจดีย์เก่าเป็นฉากหลัง รีวิวหลายเสียงบอกว่าฝีมือการเชิดประณีตจนคุ้มค่ากับการเดินทางมาถึงที่นี่ ส่วนใหญ่จัดแสดงช่วงวันหยุด (ประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง) ใครอยากดูแนะนำให้มาเสาร์-อาทิตย์และเช็กรอบกับเพจก่อน ระหว่างรอก็เดินชมงานเพนต์ ภาพถ่าย หน้ากากโขน และหุ่นที่วางอยู่ทั่วบ้าน หรือลงมือทำเวิร์กช็อปเพนต์หน้ากาก ร้อยลูกปัด ทำเทียนเจล ราคาเบา ๆ
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า มีแค่โซนคาเฟ่ที่สั่งเครื่องดื่มหรือขนมได้ เริ่มต้นราว 30 บาท หลายคนชอบมานั่งจิบกาแฟริมระเบียงแล้วโยนอาหารปลาให้ปลาในคลองมารุมกินเป็นฝูง เป็นมุมพักผ่อนสโลว์ไลฟ์ที่ราคาประหยัดมาก เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 10:00-18:00 น. เสาร์-อาทิตย์ 09:00-19:00 น. ทำเลอยู่ซอยเพชรเกษม 28 เขตภาษีเจริญ ไปง่ายสุดคือนั่ง MRT สายสีน้ำเงินลงสถานีบางไผ่แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์ หรือใครชอบสายน้ำก็นั่งเรือชมคลองบางหลวงมาขึ้นที่ท่าได้
ที่นี่ดังในหมู่นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและชาว Gen Z เพราะให้กลิ่นอายชุมชนเก่าฝั่งธนฯ ที่ยังมีชีวิต ผสมศิลปะร่วมสมัยได้ลงตัว มุมถ่ายรูปเยอะ ราคาเป็นมิตร ข้อควรรู้คือเป็นบ้านไม้เก่า ทางเดินและบันไดค่อนข้างแคบ ควรเดินระวังและช่วยกันรักษาความเงียบสงบของพื้นที่ ช่วงวันหยุดคนเยอะและร้านอาจคึกคักกว่าวันธรรมดา ถ้าอยากได้บรรยากาศนิ่ง ๆ ลองมาวันธรรมดาช่วงสาย
วัดจำปา ตลิ่งชัน
วัดจำปาเป็นวัดเก่าแก่ประจำชุมชนริมคลองบางระมาด เขตตลิ่งชัน ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา เหมาะมากสำหรับสายมูที่อยากหามุมเงียบ ๆ ไหว้พระขอพร ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูปเหมือนวัดดังกลางเมือง ไฮไลต์ของที่นี่คืออุโบสถทรงวิลันดา (แบบฝรั่งฮอลันดา) อายุกว่า 200 ปี ที่ยังเก็บกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ครบ ผนังด้านนอกประดับด้วยถ้วยชามและตุ๊กตากระเบื้องเคลือบลายดอกตามพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนวิหารและระเบียงคดก็มีรายละเอียดงานช่างให้ค่อย ๆ เดินดูได้เพลิน ๆ
พระประธานในอุโบสถชื่อ "หลวงพ่อโชคดี" ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่คนเดินทางมาไกลถึงย่านพุทธมณฑลสาย 1 รีวิวหลายเสียงเล่าตรงกันว่ามาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน และการเงินกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะชื่อหลวงพ่อเป็นมงคลอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อช่วงที่คนในพื้นที่นับถือ และวัตถุมงคลรุ่นเก่าที่นักสะสมตามหา ใครชอบสายเสริมดวงเต็มสูตรก็แวะบ่อน้ำมนต์โบราณภายในวัด ประพรมน้ำมนต์เอาฤกษ์เอาชัยก่อนกลับได้
เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศชุมชนริมคลองที่ยังเป็นวิถีสวนเก่าแก่ ร่มรื่น เงียบสงบ เดินเล่นสบาย ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์จะเจอตลาดน้ำวัดจำปาเปิดช่วง 9 โมงถึงบ่าย 3 มีของกินพื้นบ้านและขนมไทยให้ลองเดินชิม ตัววัดเองเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เตรียมแค่เงินทำบุญตามศรัทธา มีที่จอดรถในวัดสะดวก ตัววัดเปิดให้สักการะทุกวันราว 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
ที่วัดเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นช่วงหลัง เพราะมีรายการทัวร์วัดทางทีวีพาไปกราบหลวงพ่อโชคดีจนคนตามรอยมาเรื่อย ๆ บวกกับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่ได้รางวัลและยังรักษาประเพณีตักบาตรเทโวฯ สืบทอดมากว่าร้อยปี ข้อควรรู้คือทำเลอยู่ลึกในซอยแถวบางระมาด มารถส่วนตัวหรือแท็กซี่สะดวกที่สุด และถ้าอยากได้บรรยากาศตลาดน้ำครบ ควรเลือกมาเสาร์-อาทิตย์ตอนเช้า
Tale of Three Dessert Story and Idea
ใครชอบคาเฟ่ที่เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในหนังสือนิทาน ร้าน Tale of Three dessert story and idea ปากซอยบรมราชชนนี 67 ย่านฉิมพลี-ตลิ่งชัน คือร้านที่ต้องลอง เป็นคาเฟ่ขนมหวานธีมเทพนิยายที่ตกแต่งด้วยไม้ กระจก และของกระดาษทำมือ ปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเต็ม ๆ มีมุมนั่งหลายมุมจนเดินถ่ายรูปได้แทบทั้งร้าน เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบถ่ายรูปสวย ๆ มานั่งชิลกับเพื่อน หรือมาเดตเงียบ ๆ ในวันที่ไม่อยากเจอคนแน่น
พระเอกของร้านคือเค้กโฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน ชิ้นไม่ใหญ่ เลือกได้หลายอย่าง เจ้าของบอกว่าตระเวนชิมเบเกอรีมาหลายที่แล้วเอามาปรับเป็นสูตรของตัวเอง ที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Coconut Cake กับ Strawberry Short Cake ที่เนื้อนุ่ม รสไม่หวานจัด มี Blueberry Cheesecake และเค้ก Nutella ให้ลองด้วย อีกตัวที่หลายคนแนะนำคือครีมบรูเล่ ที่ผิวคาราเมลแข็งกรอบ เคาะแล้วแตกเจอครีมเนียน ๆ ข้างใน เครื่องดื่มก็มีกาแฟคั่วอ่อนหอม ๆ Matcha Latte และชาผลไม้หลายแบบ ใครหิวจริงจังร้านมีเมนูจานเดียวอย่างสปาเกตตีและข้าวให้สั่งกินรองท้องก่อนตามด้วยของหวานได้
เรื่องราคาเป็นกันเอง อยู่ในช่วงราว 100-250 บาทต่อคน เครื่องดื่มเริ่มราว 110 บาท เค้กชิ้นละไม่กี่สิบถึงร้อยต้น ๆ ไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวัน 08:00-18:00 น. หยุดวันพุธ ทำเลอยู่ปากซอยบรมราชชนนี 67 ฝั่งขาออก มีที่จอดรถ มารถส่วนตัวสะดวกกว่ารถสาธารณะ และถ้าพาน้องหมามาก็นั่งโซนน้ำพุหน้าร้านได้
ที่ร้านนี้ฮิตในหมู่สายคาเฟ่ตลิ่งชันเพราะธีมเทพนิยายที่หาไม่ได้ง่าย ๆ บวกกับเค้กโฮมเมดฝีมือดีและบรรยากาศเงียบสบายไม่พลุกพล่าน คะแนนรีวิวอยู่ราว 4.2 ดาว คนชมเรื่องความน่ารักของร้านและรสเค้กตรงกัน ข้อควรรู้คือร้านไม่ใหญ่ ช่วงวันหยุดคนเยอะที่นั่งอาจเต็ม และเค้กบางตัวทำจำนวนจำกัดต่อวัน ถ้าอยากได้ตัวที่หมายตาไว้แนะนำมาช่วงสายถึงบ่ายต้น ๆ จะมีให้เลือกครบกว่า
ตลาดน้ำวัดสะพาน
ตลาดน้ำวัดสะพานเป็นตลาดน้ำเล็ก ๆ ริมคลองในเขตตลิ่งชัน ฝั่งราชพฤกษ์ ที่ยังเก็บกลิ่นอายชุมชนชาวสวนเอาไว้แบบเต็ม ๆ เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ คนไม่แน่นเท่าตลาดใหญ่อย่างตลิ่งชันหรืออัมพวา เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย มาเดินชิล ๆ ใต้ร่มไม้ริมน้ำ กินของอร่อยราคาบ้าน ๆ ในรีวิวหลายคนบอกตรงกันว่ามาที่นี่เพราะ "เงียบ สบาย ไม่ต้องเบียดคน" และได้บรรยากาศคลองจริง ๆ ไม่ใช่ตลาดจัดฉากเพื่อนักท่องเที่ยว เป็นมุมที่คนกรุงเองยังไม่ค่อยรู้จัก
ของกินที่คนพูดถึงบ่อยคือหอยทอดกรอบ ๆ กับก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำรสโบราณ นอกจากนั้นยังมีผัดไทย หมูสะเต๊ะร้อน ๆ ข้าวหน้าเป็ด และของหวานชาวสวน พวกกล้วยทอด-ขนมไทยที่ทอด/ทำกันสด ๆ บางเจ้าขายบนเรือพายเลย ราคาส่วนใหญ่จับต้องได้ จานละ 40-60 บาทก็มี กินอิ่มสองคนไม่กี่ร้อย เป็นเสน่ห์ของที่นี่ที่อร่อยแบบไม่ต้องจ่ายแพง
ไฮไลต์อีกอย่างคือนั่งเรือหางยาวชมวิถีชีวิตริมคลองบางกอกน้อย-บางน้อย ผ่านสวนผลไม้ บ้านไม้เก่า และวิถีชาวคลอง ตลาดน้ำวัดสะพานยังเป็นหนึ่งจุดในทัวร์เรือ 3 ตลาดยอดนิยมของย่านตลิ่งชัน (คลองลัดมะยม-วัดสะพาน-ตลิ่งชัน) หลายคนเลยแวะที่นี่เป็นช่วงหนึ่งของทริปล่องเรือเที่ยวครบในวันเดียว เดินทางสะดวกถ้ามารถส่วนตัว จอดที่วัดสะพานได้
ข้อควรรู้: เปิดแค่เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราว 8-9 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง มาช่วงสายจะได้ร้านครบและอากาศยังไม่ร้อนมาก เป็นตลาดเล็กจริง ๆ ร้านไม่ได้เยอะ ถ้าตั้งใจมาเดินทั้งวันอาจน้อยไป แต่ถ้าจับคู่กับตลาดน้ำตลิ่งชันหรือคลองลัดมะยมที่อยู่ใกล้กันจะกำลังดี ได้ทั้งของกิน บรรยากาศ และล่องเรือในทริปเดียว
จองทัวร์ล่องเรือ-กิจกรรมรอบกรุงเทพ ไม่ต้องต่อคิว
ถ้าอยากเที่ยวคลองและตลาดน้ำแบบมีไกด์พาไปหลายจุดในทริปเดียว ลองดูแพ็กเกจล่องเรือคลอง-ตลาดน้ำและทัวร์รอบกรุงเทพบน Klook และ GetYourGuide จองตั๋วล่วงหน้าได้ในแอป ไม่ต้องต่อคิวซื้อหน้างาน บางแพ็กเกจมีรถรับ-ส่งและไกด์อธิบายวิถีชาวคลองให้ เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถเองหรือเที่ยวครั้งแรกในย่านนี้ เทียบราคาและรีวิวก่อนกดจองได้เลย
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ย่านสายใต้ใหม่-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
Attractions here line the canals, so a car or Grab is far easier than public transport. The MRT Red Line stops at Taling Chan, but you'll still need a taxi or motorbike to reach most markets. Most floating markets have parking for around 20 baht.
Floating-market food stalls and boat-tour tickets are cash-only. Carry small notes (20–100 baht). ATMs are scarce once you're deep in the canal lanes, so withdraw before you arrive. Malls like The Circle Ratchapruk and cafes accept cards and QR PromptPay.
The four floating markets open only on weekends and public holidays, roughly 7am–5pm. Arrive before 10am to beat the heat, the crowds, and the parking crunch — and to catch the morning boat tours that cruise the orchard-lined canals.
At Taling Chan Floating Market you can buy a long-tail boat tour (around 99 baht) that loops past Wat Saphan and Khlong Lat Mayom markets. It saves you from driving around hunting for parking and is the most scenic way to see the gardens along both canal banks.
Wat Champa and Wat Thep Phon are active local temples, not tourist sites. Cover shoulders and knees, remove shoes before entering ordination halls, and keep your voice low. There's no entry fee — just leave a donation if you wish.
This is a local Thonburi neighborhood, so English menus and signage are rare outside the malls and cafes. Vendors are friendly; pointing at food and a smile go a long way. A translation app helps for temple etiquette and asking directions deep in the lanes.
วางแผนเที่ยวสายใต้-ตลิ่งชันให้คุ้มในวันเดียว
หัวใจของย่านนี้คือ "ตลาดน้ำ" ซึ่งส่วนใหญ่เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ฉะนั้นถ้าอยากเดินกินตลาดน้ำให้เต็มอิ่ม ต้องมาวันหยุด เริ่มเช้าหน่อยที่ ตลาดน้ำตลิ่งชัน (เปิด 07:00) ให้ได้กินซีฟู้ดและของริมน้ำก่อนแดดแรง แล้วซื้อตั๋วทัวร์เรือ (ราว ฿99) ช่วงสายเพื่อชมสวนสองฝั่งคลอง ตัวทัวร์เรือ 3 ตลาดจะแวะ ตลาดน้ำวัดสะพาน และ คลองลัดมะยม ให้ในเส้นเดียว ประหยัดเวลาขับรถวนหาที่จอด
ช่วงบ่ายค่อยขึ้นบกไปสายบุญ-สายอาร์ต — วัดจำปา และ วัดเทพพล อยู่ฝั่งบางระมาด-บางพรม ขับถึงกันไม่ไกล ส่วน บ้านศิลปินคลองบางหลวง มีโชว์หุ่นละครเล็กรอบบ่ายสองทุกวันยกเว้นวันพุธ จับเวลาให้ทัน แล้วปิดท้ายด้วยของหวานที่ Tale of Three Dessert หรือเดินชิลรับลมเย็นที่ The Circle ราชพฤกษ์ ซึ่งเปิดยาวถึงสี่ทุ่ม เป็นจุดจบทริปที่สบายที่สุด
เที่ยวตลิ่งชันทั้งวันแล้วไม่อยากขับรถกลับดึก? ย่านนี้เชื่อมราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-ใจกลางเมืองได้สบาย เลือกพักโรงแรมฝั่งธนหรือใกล้ปิ่นเกล้าสักคืน ตื่นมาเดินตลาดน้ำต่อแบบไม่ต้องรีบ เทียบราคา 3 เว็บแล้วล็อกห้องคุ้ม ๆ ไว้ก่อนได้เลย
🛏️ เช็กราคาที่พักฝั่งธน-ปิ่นเกล้า