🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เลือกย่านที่ใช้ชีวิตได้แบบไม่ต้องออกไปไหนไกล คนกรุงหลายคนยกให้ทองหล่อ-เอกมัยเป็นอันดับต้น ๆ เพราะแค่เดินเลียบสุขุมวิทช่วงซอย 55 ถึง 63 ก็เจอครบทั้งคอมมูนิตี้มอลล์เท่ ๆ ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ บาร์คราฟต์ ร้านอาหารญี่ปุ่นเรียงกันเป็นพรืด และคาเฟ่สัตว์ที่ให้ไปนั่งเล่นกับน้องหมาได้ทั้งบ่าย กลางวันย่านนี้คือที่นัดเจอเพื่อน ทำงาน จิบกาแฟ พอตกค่ำก็เปลี่ยนโหมดเป็นแหล่งกินดื่มที่คึกคักที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ จะมาเดินเล่นชิล ๆ ถ่ายรูป หรือลุยกินยาวถึงดึกก็ได้หมด เสน่ห์ของที่นี่คือทุกอย่างอยู่ใกล้สถานี BTS เดินถึงกันเกือบหมด
ในลิสต์นี้มีหลายที่ที่กลายเป็นหมุดหมายของย่านไปแล้ว อย่าง theCOMMONS Thonglor คอมมูนิตี้มอลล์โอเพ่นแอร์ 4 โซนที่คนทองหล่อนัดเจอกัน Donki Mall Thonglor ที่มี Don Don Donki เปิด 24 ชั่วโมงให้ช้อปของญี่ปุ่นกลางดึกได้ วัดธาตุทองพระอารามหลวงที่ตั้งอยู่หน้าสถานี BTS เอกมัยพอดี มีเจดีย์ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้แวะทำบุญใจกลางเมือง และ Gateway Ekamai ห้างธีมญี่ปุ่นเต็มรูปแบบที่มีแมวกวักยักษ์หน้าห้างเป็นจุดถ่ายรูปประจำย่าน ไล่ไปถึงคอมมูนิตี้มอลล์สายลอฟต์อย่าง Seenspace กับ Market Place ทองหล่อ คาเฟ่น้องหมา Dog in Town ตลาดออร์แกนิกสุดสัปดาห์ Bangkok Farmers' Market และสตรีทฟู้ดยามค่ำหน้าปากซอยทองหล่อ ใครชอบเที่ยวในเมืองแบบมีอะไรให้ทำตลอด อยากชวนให้มาไล่เก็บทีละจุด รับรองว่าครบทั้งกิน เดิน ถ่ายรูป และทำบุญในวันเดียว
theCOMMONS Thonglor
ถ้าให้นึกถึงที่นัดเจอเพื่อนแบบชิล ๆ ของคนทองหล่อ theCOMMONS คือชื่อแรกที่คนแถวนี้พูดถึง เปิดมาตั้งแต่ปี 2015 ในซอยทองหล่อ 17 ตัวมันเป็นคอมมูนิตี้มอลล์โอเพ่นแอร์ ไม่มีแอร์ ใช้ลมพัดผ่านธรรมชาติทั้งหมด โครงเหล็กเปลือยกับไม้โทนอุ่น ๆ ขั้นบันไดกว้าง ๆ ให้นั่งกินนั่งคุยได้ เหมาะกับคนที่อยากหนีห้างแอร์เย็นเฉียบมาเจอบรรยากาศกึ่งสวนหลังบ้าน มากันคู่ มาเป็นกลุ่ม หรือพาหมาพาเด็กมาก็ได้หมด
ที่นี่แบ่งเป็น 4 โซนไล่ขึ้นไปตามชั้น เริ่มที่ The Market ชั้นล่างสุดเป็นโซนอาหารรวมร้านเด็ด ๆ ทั้งไก่ทอดแนชวิลล์ อาหารอีสาน อาหารเมดิเตอร์เรเนียน เลือกหิ้วมานั่งกินตรงขั้นบันไดได้ ขึ้นมา Village เป็นชั้นร้านค้า บาร์ น้ำผลไม้สด กับไฮบอลบาร์สไตล์ญี่ปุ่น ส่วน Play Yard ชั้นถัดไปเป็นโซนกิจกรรมเด็กกับครอบครัว และบนสุด Top Yard เป็นลานหญ้าโล่ง ๆ มีต้นไม้ล้อมไว้ เป็นจุดที่ฮิตเอาหมามาวิ่งเล่นตอนเย็น ร้านที่คนพูดถึงบ่อยคือ Roast คาเฟ่ที่อยู่คู่ที่นี่มานาน
รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศเป็นกันเอง พื้นที่สีเขียว ร้านอาหารหลากหลายทั้งไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น เกาหลี และพาสัตว์เลี้ยงเข้าได้ มีจุดเด่นเล็ก ๆ ที่หลายคนชอบคือตู้เติมน้ำเย็น 20 บาท ที่รายได้เอาไปบริจาค ข้อสังเกตคือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะมากและที่จอดรถจำกัด ลองมาช่วงบ่ายอ่อน ๆ หรือเลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ตอนหัวค่ำจะสบายกว่า และเพราะเป็นโอเพ่นแอร์ หน้าร้อนกลางวันจะอุ่นหน่อย มาตอนเย็นลมเย็น ๆ กำลังดี
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบขึ้นกับว่ากินอะไร ร้านในมาร์เก็ตเริ่มหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงร้านนั่งจริงจังหลักหลายร้อยต่อคน ทำเลอยู่ทองหล่อ ซอย 17 เดินจาก BTS ทองหล่อมาได้แต่ไกลนิด นั่งวินหรือแท็กซี่สะดวกกว่า เปิดยาวตั้งแต่สายถึงดึก ที่ทำให้ที่นี่ยังเป็นหมุดหมายของย่านมาเกือบสิบปีคือมันไม่ใช่แค่ที่กิน แต่เป็นที่ที่คนแถวนี้มานั่งเล่นจริง ๆ
Donki Mall Thonglor (ดองกิ ทองหล่อ)
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวสาย "ญี่ปุ่นจัด ๆ" ในย่านทองหล่อ-เอกมัย Donki Mall Thonglor คือหมุดแรกที่หลายคนนึกถึง มันคือศูนย์การค้าสไตล์ญี่ปุ่น 6 ชั้นที่มี Don Don Donki ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นสาขาแรกของไทยเป็นพระเอก เปิด 24 ชั่วโมง ของอิมพอร์ตจากญี่ปุ่นเรียงอัดแน่นตั้งแต่ขนม เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ของใช้ ไปจนผัก-ผลไม้-เนื้อสด เหมาะมากกับคนที่ชอบของญี่ปุ่น สายช็อปกลางดึก หรือมาเป็นครอบครัว เดินเล่นถ่ายรูปป้ายเพนกวินสีเหลืองสุดไอคอนิกก็ฟินแล้ว
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโซนอาหารพร้อมทานในดองกิ ชั้น 1–2 ทั้งซูชิ ซาชิมิ โดยเฉพาะแซลมอนที่รีวิวต่างชาติชมว่า "nice and fresh" ราคาน่ารักกว่าที่คิด อีกตัวที่คนพูดถึงเยอะคือมันหวานอบจากร้าน Sweet Potato Factory หน้าทางเข้า ร้อน ๆ นุ่ม หอมหวาน เริ่มราว 89 บาท รวมถึงไอศกรีมและของกินญี่ปุ่นจุกจิกที่ซื้อกลับบ้านได้เพลิน ๆ ขยับขึ้นชั้นบนยังมีร้านอาหารญี่ปุ่น ฮอลล์ ผับ-บาร์ และ D-Sports Stadium สนามกีฬาในร่มชั้น 5 จัดเป็นคอมเพล็กซ์ที่อยู่ได้ยาว ๆ
เรื่องค่าใช้จ่าย เข้าฟรี เดินดูเฉย ๆ ได้ไม่เสียตังค์ มีลานจอดรถใต้ดินหลายชั้น งบของกินเริ่มหลักร้อย ข้อสังเกตที่รีวิวพูดตรงกันคือของในดองกิ "แพงกว่าที่ญี่ปุ่น" โดยเฉพาะของอิมพอร์ต ถือว่าจ่ายค่าความสะดวกที่ไม่ต้องบินไปไกล แต่ถ้าจับจังหวะช่วงลดราคาก็ได้ของดีราคาเบาลงเยอะ อีกอย่างคือชั้นวางของแน่นและคนเยอะช่วงพีค เดินอาจเบียดนิดหน่อย แลกกับห้องน้ำสไตล์ญี่ปุ่นที่สะอาดสะอ้าน
ทำเลอยู่ปากซอยสุขุมวิท 63 (ทองหล่อ 10 / เอกมัย 5) เขตวัฒนา เดินทางง่ายจาก BTS เอกมัย ตัวดองกิเปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน ส่วนร้านค้า-ร้านอาหารโซนอื่นในมอลล์เปิดประมาณ 11 โมงถึงตี 1 ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมความเป็นญี่ปุ่นครบในตึกเดียว ทั้งช็อป กิน เที่ยว แถมดึกแค่ไหนก็ยังเปิด เป็นจุดแวะที่นักท่องเที่ยวและคนกรุงแวะเวียนไม่ขาด ด้วยคะแนนรีวิว Google 4.2 จากกว่า 6,800 รีวิว
วัดธาตุทอง (Wat That Thong)
ถ้าพูดถึงวัดที่อยู่ติดรถไฟฟ้าที่สุดในกรุงเทพฯ หลายคนจะนึกถึง "วัดธาตุทอง" ทันที เพราะลง BTS เอกมัย ออกทางออก 3 ปุ๊บ เดินไม่กี่ก้าวก็เจอกำแพงวัดพอดี เป็นพระอารามหลวงกลางย่านสุขุมวิท-ทองหล่อ-เอกมัยที่คนทำงานแถวนี้แวะเข้ามาไหว้พระขอพรกันได้ง่าย ๆ ไม่ต้องขับรถไปไกล เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหามุมสงบ ทำบุญสั้น ๆ ก่อนหรือหลังเลิกงาน หรือสายมูที่อยากหาที่ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมืองโดยไม่ต้องเบียดนักท่องเที่ยวเหมือนวัดโพธิ์-วัดอรุณ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือพระอุโบสถลายไทยที่ตกแต่งสวยประณีต ด้านในประดิษฐาน "พระสัพพัญญู" พระประธานปางมารวิชัย หลายรีวิวบนทริปแอดไวเซอร์ชอบงานกระจกโมเสกประดับผนัง กระจกสีดีไซน์สวย และเสียงกระดิ่งลมที่ทำให้บรรยากาศดูร่มเย็น อีกจุดสำคัญคือ "พระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์" เจดีย์ทองที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปจากทั่วโลก ถือเป็นจุดทำบุญที่คนตั้งใจมากราบไหว้กันโดยเฉพาะ
เรื่องค่าเข้า สบายใจได้เลยเพราะเข้าฟรี เดินชมรอบวัดและเข้ากราบพระได้ตามปกติ ขอแค่แต่งกายสุภาพ (งดเสื้อกล้าม กางเกง-กระโปรงสั้น) วัดเปิดทุกวันตั้งแต่ 05:00 ถึงประมาณ 21:30 ช่วงกลางวันจะเงียบสงบ เดินเล่นถ่ายรูปสบาย ส่วนช่วงเย็นมักคึกคักเพราะวัดนี้เป็นที่จัดงานศพของคนกรุงเทพฯ จำนวนมาก ใครมาเที่ยวเน้นถ่ายรูปแนะนำมาช่วงสาย ๆ จะโล่งกว่า
ที่วัดธาตุทองดังขึ้นมาในกลุ่มคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งมาจากเพลงแร็ป "ธาตุทองซาวด์" ของ YOUNGOHM ที่เล่าความหลังสมัยเรียนโรงเรียนวัดธาตุทอง ทำให้หลายคนอยากแวะมาดูของจริง ข้อดีที่สุดคือเดินทางสะดวกมาก มาด้วย BTS ได้เลยไม่ต้องหาที่จอดรถ (ที่จอดมีแต่ช่วงเย็นค่อนข้างเต็มเพราะคนมางาน) ถ้าช่วงไหนมี "งานวัดธาตุทอง" ยิ่งน่ามา เพราะมีของกินเพียบและบรรยากาศย้อนยุคให้เดินเล่นสนุก ๆ
Gateway Ekamai (เกตเวย์ เอกมัย)
ถ้าใครเป็นสายญี่ปุ่น แล้วยังไม่เคยลง BTS เอกมัยมาเดิน Gateway Ekamai ต้องบอกว่าพลาดของดีไปเยอะ ห้างนี้ตั้งใจทำธีมญี่ปุ่นทั้งตึก เดินออกจากสถานีเอกมัยก็เจอน้องแมวกวักตัวใหญ่ยิ้มต้อนรับอยู่หน้าห้างเลย กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องแวะเก็บภาพ ตัวห้างไม่ได้ใหญ่จนเดินเหนื่อย คนไม่แน่นเท่าห้างใหญ่ในเมือง รีวิวส่วนมากพูดตรงกันว่าบรรยากาศสบาย ๆ สะอาด เดินชิลได้เรื่อย ๆ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งกินข้าวเงียบ ๆ หรือพาครอบครัวมาเดินเล่นแบบไม่ต้องเบียดเสียด
ไฮไลต์จริง ๆ อยู่ที่โซน Japan Town ชั้น M ที่รวมร้านอาหารญี่ปุ่นไว้แน่นมาก หลายร้านเป็นแบรนด์ตรงมาจากญี่ปุ่น อย่าง Ramen Kourakuen ร้านราเมงที่มีสาขาเยอะที่สุดในญี่ปุ่น ชามนึงราว 150–200 บาท หรือจะเป็น Katsuya ทงคัตสึต้นตำรับที่มีเมนูคัตสึด้งเริ่มต้นหลักร้อยต้น ๆ ใครชอบบรรยากาศอิซากายะนั่งดื่มกับเพื่อนก็มี Nagiya ปิ้งย่างของทอดเมนูจานเล็กให้สั่งเพลิน ปิดท้ายด้วยน้ำแข็งไสญี่ปุ่นเนื้อละเอียดที่ Ebisu-An ชั้นล่างยังมีฟู้ดคอร์ทกับซูเปอร์มาร์เก็ตของ AEON ให้ช้อปวัตถุดิบญี่ปุ่นกลับบ้านอีก เรียกว่ามากินอาหารญี่ปุ่นที่นี่ที่เดียวจบ
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋า เข้าห้างฟรี ไม่มีค่าเข้า งบกินต่อมื้อประมาณ 150–400 บาทก็อิ่มสบาย ทำเลเดินทางง่ายสุด ๆ เพราะเชื่อมตรงกับ BTS เอกมัยทางออกที่ 4 และอยู่ติดสถานีขนส่งเอกมัย เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. ช่วงที่น่ามาที่สุดคือเวลาห้างมีอีเวนต์ Spirit of Japan ที่จัดเป็นประจำ มีของกินของขายธีมญี่ปุ่นมาออกบูทเต็มลานชั้น M สนุกเหมือนได้ไปเทศกาลที่ญี่ปุ่นย่อม ๆ
ข้อควรรู้นิดหน่อยคือชั้นบน ๆ ของห้างค่อนข้างเงียบ มีร้านว่างอยู่บ้าง ถ้ามาเดินช้อปของแบบจุใจอาจไม่ใช่ที่นี่ แต่ถ้ามาเพื่อกินอาหารญี่ปุ่น ถ่ายรูปแมวกวัก หรือพาเด็กมาเล่นโซนกิจกรรม รับรองว่าคุ้มค่าการเดินทาง คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.2 จากคนรีวิวหลักหมื่น ถือว่าเป็นห้างที่คนชอบบรรยากาศญี่ปุ่นให้ใจกันเยอะจริง ๆ
Seenspace Thonglor
ถ้าอยากได้คอมมูนิตี้มอลล์เล็ก ๆ ที่คูลแบบทองหล่อจริง ๆ ไม่ใหญ่จนเดินเหนื่อย Seenspace ทองหล่อ ซอย 13 คือที่ที่หลายคนนึกถึง ตัวตึกเป็นสไตล์ลอฟต์โทนขาว-ดำ ปูนเปลือย มีทั้งโซนในร่มและกึ่งเอาต์ดอร์ เดินขึ้นลงไม่กี่ชั้นก็เจอครบทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านไอศกรีม บาร์คราฟต์เบียร์ และร้านเสื้อผ้า/ของแต่งบ้านน่ารัก ๆ มุมถ่ายรูปเยอะมาก ใครชอบเก็บภาพฟีลมินิมอลเท่ ๆ มาที่นี่ถูกใจแน่ เหมาะกับสายแฮงก์เอาต์ที่อยากหนีความวุ่นวายของถนนใหญ่เข้ามาอยู่ในมุมสงบกว่า
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงบ่อยคือร้านกาแฟ Brave Roasters ที่เมนูเยอะ และบาร์ Space Oddity ที่มีคราฟต์เบียร์หลายแทป ป้ายนีออนเท่ ๆ มีวงดนตรีสดเล่นเรียกบรรยากาศ ส่วนชั้นล่างมีร้านดังอย่าง Lucky Hotpot บุฟเฟต์ชาบู, ลาวต้มลาว และร้านอาหารแซ่บ ๆ อีกหลายร้าน ใครชอบช้อปแวะร้าน Tost & Found ที่รวมแฟชั่น เครื่องเขียน น้ำหอม ของแต่งบ้านไว้ในที่เดียว เสาร์-อาทิตย์มักมีเวิร์กช็อปสนุก ๆ อย่างจัดดอกไม้ วาดรูป และช่วงค่ำมีดีเจ/ดนตรีสดทำให้คึกคักขึ้น
เรื่องงบ ตามสไตล์ทองหล่อราคาจะสูงกว่ามอลล์ทั่วไปนิดหน่อย รีวิวหลายคนบอกตรงกันว่า "ของกินอร่อยแต่ราคาไม่ถูก" เข้าตัวมอลล์ไม่เสียค่าเข้า จ่ายตามที่กิน/ดื่ม คาเฟ่หรือมื้อเบา ๆ ราว 150-350 บาทต่อคน ถ้านั่งบาร์ดื่มก็ขยับขึ้นไปอีก ที่จอดรถมีวาเลต์คิด 50 บาท/3 ชั่วโมง หรือมา BTS ลงสถานีทองหล่อแล้วต่อวินก็สะดวก
ทำเลอยู่ในซอยทองหล่อ 13 (เขตวัฒนา) ลึกเข้าจากถนนใหญ่ จึงเงียบและชิลกว่า เปิดประมาณ 10-11 โมงเช้า ส่วนบาร์ชั้นบนลากยาวถึงตี 2 ที่นี่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยและชาวต่างชาติที่อยู่แถวนี้ เพราะคอมแพกต์ คนไม่แน่นเท่า The Commons และได้ฟีลคูล ๆ ครบในที่เดียว ข้อควรรู้คือร้านแต่ละร้านเวลาเปิด-ปิดไม่เท่ากัน ถ้าจะมากินร้านไหนเป็นพิเศษ เช็กเวลาร้านนั้นก่อนออกจากบ้านจะชัวร์กว่า
🛏️ หาที่พักย่านทองหล่อ-เอกมัย / สุขุมวิท
อยากตื่นมาเดินเล่นทองหล่อ-เอกมัยได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องนั่งรถข้ามเมือง? ย่านสุขุมวิทรอบ BTS ทองหล่อและเอกมัยมีโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักทำเลติดรถไฟฟ้าให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่บูทีคน่ารักไปจนถึงโรงแรมหรูริมสุขุมวิท เดินถึงคอมมูนิตี้มอลล์ คาเฟ่ และบาร์ได้เลย เทียบราคาหลายเว็บแล้วจองตรงในที่เดียว
Market Place ทองหล่อ (เดิม J Avenue)
Market Place ทองหล่อ คือคอมมูนิตี้มอลล์โฉมใหม่ที่เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) รีโนเวตจาก J Avenue ของเดิมที่คนทองหล่อผูกพันมานาน ทุ่มงบราว 2,000 ล้านบาทยกเครื่องใหม่หมดแล้วเปิดเฟสใหม่ช่วงปลายมีนาคม 2026 จุดขายคือคอนเซ็ปต์ "Day-to-Night" ใช้ชีวิตได้ครบตั้งแต่กาแฟแก้วเช้ายันสังสรรค์มื้อค่ำในที่เดียว คัดร้านมาแบบ curated กว่า 45 แบรนด์ที่เข้ากับ DNA ย่านทองหล่อ เหมาะกับสายคาเฟ่ คนทำงานแถวนั้น ครอบครัวที่มาจ่ายตลาด และกลุ่มเพื่อนที่อยากแฮงเอาต์ชิล ๆ ใกล้บ้าน
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือต้นไม้ใหญ่กับโทนสีเขียวที่ทำให้เดินสบายไม่ร้อน มีมุมถ่ายรูปอย่างบันไดสีขาว-เหลืองและหน้าร้านที่แต่งมาให้ลงรูปสวย แม่เหล็กของที่นี่ยังเป็น Villa Market ซูเปอร์มาร์เก็ตของนำเข้าที่คนย่านนี้คุ้นเคย บวกคาเฟ่บรันช์อย่าง Bartels, Eggday, LoafyCo, Antico Fornaio ร้านอาหารทั้ง Butler, Elder Burger, Maki Baki, Kimukatsu ของหวานเยอะทั้ง Karamizu, Souri, Pralet ไปจนถึง MIL Social Club ที่ลากยาวถึงค่ำ มีทั้ง Boots, iStudio, OWN DAYS, KX Pilates และคลินิกความงามให้แวะครบ
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบกินดื่มตามแต่ละร้าน คาเฟ่-ของหวานราว 150–250 บาท มื้ออาหารจานหลักประมาณ 250–400 บาทขึ้นไป ทำเลอยู่กลางทองหล่อ ซอย 15 (เขตวัฒนา) เข้าจากปากซอยทองหล่อราว 3 นาที หรือฝั่งเอกมัยราว 5 นาที มีที่จอดรถกว่า 180 คัน จอดฟรี 30 นาทีแรกและมีจุดชาร์จรถ EV เปิดทุกวัน 10:00–22:00 (บางร้านเปิดดึกกว่า)
ที่นิยมเพราะรวมความสะดวกของซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านดัง คาเฟ่ และที่นั่งร่มรื่นไว้จุดเดียว เดินทางง่ายในย่านที่รถติด ข้อควรรู้คือ BTS ทองหล่ออยู่ปากซอยใหญ่ ต้องต่อวินหรือนั่งรถเข้าซอยอีกหน่อย ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะและที่จอดเต็มเร็ว ถ้าอยากชิลแนะนำมาช่วงเช้า-สาย แล้วค่อยอยู่ยาวถึงค่ำ
Dog in Town Ekkamai (คาเฟ่หมา เอกมัย)
ถ้าเป็นทาสหมาแล้ววันไหนคิดถึงน้องจนใจจะขาด Dog in Town สาขาเอกมัยคือที่ที่ต้องแวะ เป็นคาเฟ่น้องหมารุ่นบุกเบิกของกรุงเทพฯ ซ่อนตัวอยู่กลางซอยเอกมัย 6 มากันได้ทั้งครอบครัว คู่รัก หรือสายเดี่ยวที่อยากมานั่งกอดน้องคลายเหงา จุดที่คนพูดถึงกันเยอะคือน้องหมาทุกตัวตั้งชื่อตามสถานีรถไฟฟ้า ทั้งทองหล่อ ชิดลม สาทร อโศก นานา ฟังแล้วยิ้มตามทุกที พันธุ์ก็มีให้กอดหลากหลาย ทั้งไซบีเรียน ฮัสกี้ คอร์กี้ โกลเด้น ชิบะ ชเนาเซอร์ ไปจนเวสตี้ตัวเล็ก
เสน่ห์ที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่หมาทั่วไปคือมีทั้งโซนในห้องแอร์เย็นสบายและสนามหญ้ากลางแจ้งให้น้องวิ่งเล่นได้เต็มที่ พนักงานน่ารักคอยพาน้องมาทักทาย และจะมีช่วงปล่อยน้องออกมาวิ่งเป็นรอบ ๆ ใครอยากเล่นแบบจัดเต็มแนะนำให้ซื้อขนมหมาเพิ่มถุงละราว 100 บาท รับรองว่าน้องรุมล้อมแน่นอน หลายรีวิวบอกตรงกันว่าน้องเฟรนด์ลี่มาก ใจดี ไม่ขี้เซา และพนักงานดูแลน้องดี ส่วนเรื่องกินก็มีเมนูเบา ๆ ทั้งกาแฟ สมูทตี้ แซนด์วิช เบอร์เกอร์ ไว้รองท้องระหว่างเล่นกับน้อง
ค่าเข้าอยู่ที่ราว 350 บาทต่อคน แลกเครื่องดื่มได้ 1 แก้ว นั่งเล่นได้ไม่จำกัดเวลา ทำเลอยู่ในซอยเอกมัย 6 (สุขุมวิท 63) เดินจาก BTS เอกมัยมาหน่อย หรือขับรถมาจอดแถวนั้นได้ เปิดทุกวัน 11:00–20:00 น. คะแนนกูเกิลอยู่ที่ 4.3 จากรีวิวหลักพัน สะท้อนว่าคนรักหมาติดใจกันเยอะ
ข้อควรรู้ก่อนมา ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะและร้านค่อนข้างแคบ บางรีวิวบอกว่าน้องดูเหนื่อย ๆ และเสียงดังพอสมควร ถ้าอยากเล่นกับน้องแบบสบาย ๆ ลองเลี่ยงมาวันธรรมดาหรือช่วงร้านเพิ่งเปิดจะได้บรรยากาศดีกว่า และอย่าลืมว่าเครื่องดื่ม-อาหารเป็นพระรอง พระเอกตัวจริงคือน้องหมานั่นเอง
Park Lane Ekamai (พาร์คเลน เอกมัย)
พาร์คเลน เอกมัย (Park Lane) เป็นคอมมูนิตี้มอลล์เล็ก ๆ ในซอยสุขุมวิท 61 ที่อยู่มานานจนกลายเป็น "ที่ประจำ" ของคนแถวทองหล่อ-เอกมัย ตัวอาคารสีขาวสไตล์อิตาเลียนโมเดิร์น ออกแบบสวยจนเคยคว้ารางวัล International Property Awards เอเชียแปซิฟิกมาแล้ว เดินเข้าไปจะรู้สึกโล่ง ๆ ร่มรื่น ไม่อึดอัดเหมือนห้างใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากหนีรถติดมานั่งกินข้าวชิล ๆ มากกว่ามาเดินช็อปจริงจัง พื้นที่ราว 5 ไร่ แบ่งเป็น 3 ชั้น มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ สปา คลินิก ร้านทำผม และซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu สไตล์ญี่ปุ่นไว้ซื้อของกลับบ้าน
จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดคือร้านอาหารญี่ปุ่น ที่นี่รวมร้านดี ๆ ไว้เยอะเกินตัว ทั้งยากิโทริ Toritama ที่ย่างไก่ด้วยถ่านโอ๊คได้ทุกส่วน, ซูชิบาร์ Taiyou, Orihara Shoten ที่เป็นซาเกะบาร์มีสาเกพรีเมียมให้เลือกเป็นร้อยตัว ไปจนถึงพิซซ่าเตาอิตาเลียน Pizzeria Mazzie (ราว 270–500 บาท) ที่ใช้แป้งหมักเองไม่ใส่ยีสต์สำเร็จ ใครชอบของหวานก็มีคาเฟ่และเบเกอรีหลายร้าน บรรยากาศร้านส่วนใหญ่เงียบ ๆ นั่งสบาย คุยงานได้ ไม่วุ่นวายเท่าฝั่งทองหล่อ
อีกพระเอกคือ Playtime สวนสนุกในร่มขนาดกว่า 2,000 ตร.ม. บนชั้น 3 คอนเซ็ปต์ Play & Learn มีทั้งโซนปีนป่าย แทรมโพลีน บ่อทราย ซิปไลน์ แยกโซนเด็กเล็กกับเด็กโต พ่อแม่ฝากลูกเล่นแล้วไปนั่งกินกาแฟหรือนวดผ่อนคลายต่อได้ พ่อแม่หลายคนรีวิวว่าเดินจาก BTS เอกมัยมาง่าย เด็กเล่นได้ยาวเป็นชั่วโมง คุ้มค่าเที่ยว
ทำเลอยู่ปากซอยสุขุมวิท 61 เดินจาก BTS เอกมัยราว 4–5 นาที (มีทางออกทั้งฝั่งซอย 61 และซอย 63) เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. เข้าฟรี มีอาคารจอดรถฝั่งซอย 61 แต่ต้องมีใบเสร็จถึงจะจอดได้ ข้อสังเกตคือที่นี่เป็นมอลล์เล็กและ "อายุเยอะ" หน่อย บางคนบอกว่าดูเก่ากว่ามอลล์ใหม่ ๆ แต่ยังสะอาดและร้านเด็ดยังอยู่ครบ เสน่ห์จริง ๆ ของพาร์คเลนคือร้านอาหารญี่ปุ่นแน่น ๆ กับมุมเด็กเล่น ไม่ใช่ความหรู มาเอกมัยทั้งที แวะกินมื้อเย็นแล้วให้ลูกเล่น Playtime ต่อ ลงตัวพอดี
Bangkok Farmers' Market @ Gateway Ekamai
ใครชอบตลาดนัดออร์แกนิกบรรยากาศชิล ๆ ต้องลอง Bangkok Farmers' Market ที่ลานหน้า Gateway Ekamai เพราะลงจาก BTS เอกมัยแล้วเดินถึงเลย ไม่ต้องต่อรถ ตลาดนี้เป็นเจ้าเก่าแก่ของวงการของกินดีมีคุณภาพในกรุงเทพฯ รวมเกษตรกรตัวจริงกับร้านโฮมเมดเล็ก ๆ มาออกบูทขายตรงถึงมือคนซื้อ เหมาะมากกับสายรักสุขภาพ คนชอบทำอาหาร และครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเดินเล่นวันหยุด
ของเด่นที่หลายคนในรีวิวบอกห้ามพลาดคือ ขนมปังโฮมเมด/ขนมปังฝรั่งเศสอบสด เนยถั่วบดเอง ชีสอิตาเลียน โยเกิร์ตกรีกทำมือ ไข่ไก่อารมณ์ดี ผัก-ผลไม้ตามฤดูกาล อะโวคาโดสด ๆ และฟาลาเฟลที่มีคนพูดถึงบ่อย นอกจากของกินยังมีสบู่ เครื่องสำอางธรรมชาติ เครื่องประดับแฮนด์เมด งานคราฟต์ และอีโคโปรดักต์ให้เดินเลือกเพลิน ๆ บางรอบมีดนตรีสดกับเวิร์กช็อปงานศิลปะ-กิจกรรมสำหรับเด็กด้วย เดินกินเดินช้อปได้สบาย ๆ ทั้งบ่าย
ค่าเข้าฟรี ส่วนงบขึ้นอยู่กับว่าซื้ออะไร ของในตลาดนี้เป็นของคัดคุณภาพเลยราคาจะสูงกว่าตลาดทั่วไปนิดหน่อย พกสักหลักร้อยถึงหลักพันก็เดินได้สบาย รีวิวจริงในกูเกิลให้คะแนนราว 4.1 จากผู้รีวิวกว่าร้อยคน หลายเสียงชมว่าเป็นตลาดที่ผลักดันวงการออร์แกนิกของไทยจนซูเปอร์มาร์เก็ตหันมาขายของออร์แกนิกตามไปด้วย และเป็นพื้นที่ให้ผู้ผลิตรายเล็กกับสตาร์ทอัพได้เติบโต
ข้อควรรู้ก่อนไป: ตลาดนี้ไม่ได้เปิดทุกสุดสัปดาห์ รอบที่เป็น Farmers Market ของกินจริง ๆ มักจัดสุดสัปดาห์ที่สองและสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน (เสาร์-อาทิตย์ ราว 10:00-19:00 น.) สัปดาห์อื่นอาจสลับเป็นตลาดเสื้อผ้า เลยควรเช็กเพจเฟซบุ๊กของตลาดก่อนออกเดินทางทุกครั้ง จะได้ไม่พลาดรอบที่อยากมา
Sukhumvit Soi 38 Street Food (ทองหล่อ)
ถ้าลงจาก BTS ทองหล่อแล้วหิวข้าวแบบไม่อยากเดินไกล ตลาดสตรีทฟู้ดปากซอยสุขุมวิท 38 คือคำตอบที่ง่ายที่สุด มันคือกลุ่มแผงอาหารริมทางที่ตั้งอยู่ตรงปากซอย 38 ใต้สถานีรถไฟฟ้าพอดี ออกจากทางออก 4 เดินลงบันไดเลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากลองสตรีทฟู้ดไทยแบบไม่ต้องไปไกลถึงเยาวราช คู่รักหามื้อค่ำง่าย ๆ หรือคนทำงานย่านทองหล่อที่แวะกินก่อนกลับบ้าน จุดเด่นคือมีโต๊ะนั่งใต้หลังคา นั่งกินสบาย ไม่ต้องยืนเบียดกลางถนน
พระเอกที่ทุกรีวิวพูดถึงตรงกันคือ ข้าวเหนียวมะม่วง เจ้าใกล้ปากทางที่หลายคนยกให้อร่อยที่สุดที่เคยกินในกรุงเทพ มะม่วงสุกหวานฉ่ำ ข้าวเหนียวมูนกะทิเข้มข้น ส่วนของคาวก็มีให้เลือกเพียบ ทั้งผัดไทยกุ้งสด สะเต๊ะหมูย่างไม้, โรตีกล้วยไข่ราดนม, ข้าวมันไก่, ข้าวหมูแดง, ข้าวขาหมู, ก๋วยจั๊บ, ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ไปจนถึงปลาหมึกย่างและส้มตำ ราคาย่อมเยามาก ส่วนใหญ่จานละ 40–60 บาท สั่งหลายอย่างมาแชร์กันได้สบายกระเป๋า
เรื่องที่ควรรู้และเราอยากบอกตามตรง ตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดยักษ์เหมือนภาพในตำนานเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว เพราะพื้นที่เดิมส่วนใหญ่ถูกรื้อไปสร้างคอนโดตั้งแต่ราวปี 2016 แผงที่เหลือย้ายมารวมกันใต้อาคารแถวสถานีแทน ตอนนี้เหลือราว ๆ สิบกว่าแผง ใครมาคาดหวังตลาดกลางคืนสุดอลังการอาจจะเซอร์ไพรส์นิดหน่อย แต่ถ้ามาด้วยใจที่อยากกินของอร่อยใกล้รถไฟฟ้า รสชาติยังดีและสะอาดเหมือนเดิม คะแนนรีวิวเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.9 ดาว
ตลาดเริ่มตั้งแผงตั้งแต่ห้าโมงเย็นเป็นต้นไป แต่คนรีวิวแนะนำให้มาหลังหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม เพราะแผงเปิดครบ ไฟติดสว่าง บรรยากาศคึกคักกว่า เปิดยาวไปถึงดึก จุดที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมไม่เปลี่ยนคือทำเลติด BTS ทองหล่อแบบเดินถึงใน 1 นาที เป็นจุดเริ่มต้นชิมสตรีทฟู้ดไทยที่ง่ายที่สุดสำหรับคนเพิ่งมากรุงเทพครั้งแรก เตรียมเงินสดไปด้วย เพราะหลายแผงยังไม่รับโอน-บัตร
ทัวร์ & กิจกรรมรอบทองหล่อ-เอกมัย (จองง่ายผ่าน Klook / GetYourGuide)
เที่ยวทองหล่อ-เอกมัยให้สนุกขึ้นด้วยทัวร์และกิจกรรมจองล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นฟู้ดทัวร์ชิมสตรีทฟู้ดสุขุมวิท เวิร์กช็อปทำอาหารไทย ทัวร์คาเฟ่ฮอปปิ้ง หรือตั๋วเข้าจุดเที่ยวยอดนิยมทั่วกรุงเทพฯ จองผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ไว้ก่อน มีไกด์พาเที่ยวหลายจุด ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วหน้างาน วางแผนทริปได้ลื่นกว่าเดิม
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย กรุงเทพฯ
ทองหล่อ-เอกมัยอยู่บน BTS สาย Sukhumvit ลงสถานี Thong Lo หรือ Ekkamai วัดธาตุทองและ Gateway Ekamai อยู่หน้าสถานี Ekkamai เลย ส่วนจุดที่อยู่ลึกในซอยทองหล่อ เรียก Grab หรือวินมอเตอร์ไซค์ต่อสะดวกและเร็วกว่าเดินตากแดด
คอมมูนิตี้มอลล์และห้างส่วนใหญ่รับบัตรและสแกนจ่ายได้ แต่แผงสตรีทฟู้ดหน้าปากซอยทองหล่อและบางร้านในตลาดนัดรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อย ๆ ไว้จะคล่องที่สุด
คอมมูนิตี้มอลล์กับคาเฟ่ดังจะแน่นช่วงบ่าย-เย็นวันหยุด ถ้าอยากได้ที่นั่งสบาย ๆ มาช่วงสายหรือบ่ายต้น ส่วน Donki Mall เปิด 24 ชั่วโมง เลยเหมาะมาช่วงดึกที่คนน้อยลง คาเฟ่น้องหมาอย่าง Dog in Town แนะนำเช็กรอบ/จองล่วงหน้าช่วงสุดสัปดาห์
วัดธาตุทองเป็นพระอารามหลวง เข้าได้ฟรีแต่ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้น และถอดรองเท้าก่อนเข้าพระอุโบสถตามธรรมเนียม
ร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งในย่านนี้คิดค่าบริการ (service charge) มาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทิปเพิ่ม แต่ถ้าบริการดีจะทิ้งเศษเหรียญหรือ ฿20–50 ไว้ก็ได้ตามใจ ไม่มีกฎตายตัว
ทองหล่อ-เอกมัยเป็นย่านอินเตอร์ คาเฟ่ ห้าง และร้านอาหารส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานสื่อสารอังกฤษได้ ป้าย Gateway Ekamai และ Donki Mall ก็มีอังกฤษ-ญี่ปุ่นกำกับ เที่ยวเองได้ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา
วางแผนเที่ยวทองหล่อ-เอกมัยให้คุ้มในวันเดียว
ย่านนี้เล่นง่ายเพราะทุกอย่างเรียงตามแนว BTS สาย Sukhumvit เริ่มเช้าด้วยการทำบุญที่ วัดธาตุทอง ซึ่งอยู่ติดทางออกสถานี BTS เอกมัยพอดี แล้วเดินเข้า Gateway Ekamai ที่อยู่หน้าสถานีเลย ถ่ายรูปแมวกวักหน้าห้างและเดินเล่นโซน Japan Town ต่อ ถ้ามาตรงสุดสัปดาห์ที่ 2 หรือสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน จะเจอ Bangkok Farmers' Market ที่ลานหน้า Gateway พอดี ได้เดินช้อปของออร์แกนิกและขนมปังโฮมเมดเพลิน ๆ
ช่วงบ่ายขยับมาฝั่งทองหล่อ แวะ theCOMMONS Thonglor นั่งชิลที่ลานหญ้า Top Yard จิบกาแฟหรือคราฟต์เบียร์ แล้วต่อด้วย Seenspace หรือ Market Place ทองหล่อ ที่อยู่ไม่ไกลกัน ใครเป็นสายน้องหมาเผื่อเวลาให้ Dog in Town Ekkamai สักชั่วโมงสองชั่วโมง ปิดท้ายค่ำ ๆ ที่ Donki Mall Thonglor ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมง ช้อปของญี่ปุ่นและกินซูชิสดดึกแค่ไหนก็ได้ หรือไปจบมื้อสตรีทฟู้ดหน้าปากซอยทองหล่อก็เข้าทาง
เที่ยวทองหล่อ-เอกมัยทั้งวันแล้วอยากพักใกล้ ๆ ไม่ต้องเดินทางไกล? ย่านสุขุมวิทมีโรงแรมและที่พักทำเลดีติด BTS ให้เลือกเยอะ เทียบราคาแล้วจองตรงได้เลย
ดูที่พักทำเลดีในกรุงเทพฯ