🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าใครยังไม่เคยมาอุบล บอกเลยว่าเมืองนี้มีเสน่ห์แบบเงียบ ๆ ที่ค่อย ๆ ติดใจ ที่เที่ยวเด่นส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในเขตเมืองเก่าแถวทุ่งศรีเมือง เดินถึงกันได้สบาย ตื่นเช้ามาไหว้พระที่วัดทุ่งศรีเมืองชมหอไตรกลางน้ำไม้โบราณ ข้ามถนนมาเดินเล่นที่ทุ่งศรีเมืองที่เป็นหัวใจของเมืองและเป็นเวทีหลักของงานแห่เทียนพรรษา แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในอาคารศาลากลางหลังเก่าอายุร้อยปี พอตกเย็นค่อยไปตลาดโต้รุ่งราชบุตรกินสตรีทฟู้ดไทย-จีน-เวียดนาม หรือถ้าตรงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ก็มีถนนคนเดินรอบทุ่งศรีเมืองให้เดินช้อปเดินกินยาว ๆ ส่วนสายธรรมชาติในเมืองก็ยังมีหาดวัดใต้ริมแม่น้ำมูลให้นั่งชิลดูพระอาทิตย์ตก
เสน่ห์อีกอย่างของอุบลคือวัดที่ดีไซน์ไม่เหมือนใคร วัดสิรินธรวรารามภูพร้าวหรือวัดเรืองแสงแถบอำเภอสิรินธรคือภาพจำของจังหวัด ลายต้นกัลปพฤกษ์หลังอุโบสถจะเปล่งแสงเขียวฟ้าในความมืดจนกลายเป็นจุดถ่ายรูปกลางคืนที่คนพูดถึงมากที่สุด ส่วนวัดพระธาตุหนองบัวก็มีเจดีย์ศรีมหาโพธิ์สีขาวทองที่จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยาในอินเดีย องค์ใหญ่สง่างามถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันและกลางคืน นอกเมืองยังมีสวนสัตว์อุบลพื้นที่กว้างร่มรื่นเหมาะพาครอบครัวมาทั้งวัน และเซ็นทรัลพลาซาแถวแจระแมไว้หลบร้อนช้อปดูหนัง มาอุบลทีเดียวเก็บได้ทั้งวัด ทั้งตลาด ทั้งหาดริมมูล รับรองว่าคุ้มทริป
ทุ่งศรีเมือง
ถ้ามาอุบลฯ แล้วอยากเข้าใจหัวใจของเมืองนี้จริง ๆ ต้องแวะทุ่งศรีเมือง สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมืองตรงข้ามศาลากลางจังหวัดหลังเก่า (ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) ที่นี่คือลานกว้างสีเขียวที่คนอุบลผูกพันมาหลายชั่วอายุคน เดิมเป็น "นาทุ่งศรีเมือง" ที่ทำนาของเจ้าเมือง ก่อนถูกเปลี่ยนเป็นที่พักผ่อนของชาวเมืองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เหมาะกับทุกคนตั้งแต่คนมาเดินออกกำลังเช้า-เย็น ครอบครัวพาเด็กมาเล่น ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บภาพแลนด์มาร์กเมือง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือประติมากรรมเทียนพรรษาจำลองสีทองขนาดใหญ่ จุดถ่ายรูปประจำสวนที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยว่า "สวยงาม" และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเทียน รวมถึงอภิมหาเทียนพรรษาเฉลิมพระเกียรติที่สร้างขึ้นในโอกาสพิเศษ ใกล้กันยังมีศาลหลักเมืองให้แวะสักการะ และอนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ เดินวนรอบสวนชมต้นไม้ใหญ่ บ่อบัว และอนุสาวรีย์ต่าง ๆ ได้เพลิน ๆ ที่สำคัญคือทุ่งศรีเมืองเป็นลานหลักของงานแห่เทียนพรรษาอุบลฯ งานประเพณีที่คนทั้งประเทศรู้จัก
เรื่องบรรยากาศ คนรีวิวค่อนข้างตรงกันว่าช่วงกลางวันแดดแรงและเงียบกว่า แต่พอเช้าตรู่กับช่วงเย็นค่ำอากาศเย็นสบาย คนออกมาเดิน-วิ่งกันคึกคัก คืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์มีถนนคนเดินและตลาดโต้รุ่งทุ่งศรีเมืองให้เดินกินของพื้นบ้านสตรีทฟู้ดเพลิน ๆ เพลงเปิดเพราะ ๆ บรรยากาศครื้นเครง
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวันประมาณ 05:00–22:00 น. มีที่จอดรถ พาสัตว์เลี้ยงเข้าได้ ทำเลอยู่กลางเมืองเดินทางง่ายมาก ข้อควรรู้คือถ้ามาหน้าสงกรานต์จะคนเยอะและเล่นน้ำกันสนุก ใครไม่ชอบแออัดเลี่ยงช่วงนั้น และอยากได้ภาพสวยกับอากาศดีแนะนำมาเช้าหรือเย็น
วัดทุ่งศรีเมือง (หอไตรกลางน้ำ)
ถ้ามาอุบลฯ แล้วมีเวลาแค่ที่เดียว หลายคนเลือกวัดทุ่งศรีเมือง เพราะมันคือวัดคู่บ้านคู่เมืองที่อยู่ใจกลางเมืองพอดี ติดทุ่งศรีเมืองเลย เดินถึงได้ง่าย ๆ พระเอกของที่นี่คือ "หอไตรกลางน้ำ" หอเก็บพระไตรปิฎกที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลังตั้งลอยอยู่กลางสระ สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 (ราวปี 2385) คนรุ่นเก่าเขาตั้งกลางน้ำเพื่อกันปลวกกันมดมากัดคัมภีร์ ตัวหอเป็นศิลปะผสมไทย-พม่า-ลาว หลังคาซ้อนชั้นทรงพม่าไล่ขึ้นไปจบที่ช่อฟ้าแบบไทย รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าเป็นหอไตรกลางน้ำที่สมบูรณ์และสวยที่สุดหลังหนึ่งของอีสานจริง ๆ
มาแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ ในวัดยังมีพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองให้กราบไหว้ขอพร และอุโบสถโบราณ (หอพระพุทธบาท) ที่ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุร่วมสองร้อยปี เล่าภาพวิถีชีวิตและภาพทหารยกทัพสมัยก่อน บานประตูลงรักปิดทองฝีมือช่างโบราณก็ยังอยู่ครบ ใครชอบงานไม้ งานแกะสลัก หรือสายประวัติศาสตร์-สถาปัตยกรรม จะเดินดูได้เพลินมาก ส่วนสายถ่ายรูป มุมหอไตรสะท้อนผิวน้ำกับซุ้มประตูวัดสีขาวแกะสลักคือมุมยอดฮิต
ค่าเข้าฟรี ไม่มีเก็บ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน รีวิวชมเรื่องความสะอาดและความสงบกันเยอะ ใช้เวลาเดินชมไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะแวะเป็นจุดแรกหรือจุดเช็กอินระหว่างเที่ยวในเมือง ทำเลดีมากเพราะอยู่กลางเมืองติดถนนหลวง ใกล้ทุ่งศรีเมืองและย่านของกินของฝาก เดินต่อได้สบาย
ข้อควรรู้: ที่นี่เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่งกายสุภาพหน่อย ถ้าอยากได้แสงสวยและเงาสะท้อนน้ำนิ่ง ๆ แนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แดดอ่อน ฟ้าใส ภาพจะออกมาคมและสะอาดตา หอไตรปกติชมได้จากภายนอกริมสระเป็นหลัก ส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นไปด้านใน เดินถ่ายรูปรอบสระก็เก็บความสวยได้ครบแล้ว
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)
ถ้าจะเลือกที่เที่ยวกลางคืนของอุบลฯ ที่ต้องไปให้เห็นกับตาสักครั้ง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่คนเรียกติดปากว่า "วัดเรืองแสง" คือคำตอบ วัดตั้งอยู่บนเนินเขาในตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร ก่อนถึงด่านช่องเม็กราว 3 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร พระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นอยู่บนยอดเนิน มองออกไปเห็นวิวกว้างของเขื่อนสิรินธรและแนวภูเขาฝั่งลาว เหมาะกับคนชอบถ่ายรูป สายมูที่อยากไหว้พระเงียบ ๆ และครอบครัวที่อยากพาเด็กมาดูของแปลกตา
ไฮไลต์ที่ทำให้วัดนี้ดังไปทั้งประเทศคือภาพต้นกัลปพฤกษ์ขนาดใหญ่ด้านหลังอุโบสถ ที่ทำจากกระเบื้องเคลือบสารเรืองแสง (ฟลูออเรสเซนต์) กลางวันรับแสงแดดสะสมพลังงาน พอฟ้ามืดลงจะค่อย ๆ เปล่งแสงสีเขียวอมฟ้าเป็นรูปต้นไม้แห่งชีวิตเต็มผนัง งานนี้ออกแบบโดยช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ได้แรงบันดาลใจจากต้นไม้ในหนังเรื่อง Avatar รีวิวนักท่องเที่ยวพูดตรงกันว่าต้องรอจนฟ้ามืดสนิทถึงจะเห็นเรืองแสงชัดที่สุด และยิ่งเป็นคืนเดือนมืดยิ่งสวย เพราะเห็นทั้งต้นไม้เรืองแสงและดาวบนฟ้าพร้อมกัน
เรื่องค่าเข้าสบายกระเป๋ามาก เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าเข้า มีลานจอดรถให้ เปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าราว 6 โมงจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม ช่วงเวลาที่คุ้มที่สุดคือไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้เก็บทั้งวิวตอนกลางวันที่อุโบสถทองเปล่งประกาย ดูซุ้มประตูและเสาแกะสลักลายดอกบัว แล้วอยู่ต่อรอชมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงตอนค่ำในทริปเดียว
ข้อควรรู้คือทางวัดขอความร่วมมือให้แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และอย่าเดินเหยียบบนพื้นที่ทาสารเรืองแสงเพื่อรักษาความสวยงามไว้ ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะพอสมควร ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่ติดคนเยอะ ลองเลี่ยงไปช่วงหลังทุ่มหนึ่งที่คนเริ่มทยอยกลับ ด้วยความแปลกตาของภาพเรืองแสงที่หาดูที่อื่นได้ยาก บวกกับวิวบนเนินเขา วัดนี้เลยกลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปกลางคืนที่ดังที่สุดของอุบลราชธานี
วัดพระธาตุหนองบัว
ถ้ามาอุบลฯ แล้วอยากเห็นวัดที่ไม่เหมือนวัดทั่วไปในอีสาน วัดพระธาตุหนองบัวคือที่ที่หลายคนยกให้เป็นหมุดต้องแวะ จุดที่ทำให้คนตื่นตาตั้งแต่ขับรถเข้ามาคือ "พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์" องค์ใหญ่สีขาวตัดทอง ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาในอินเดีย ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูงราว 56 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2500 เพื่อฉลองพุทธศาสนาครบ 25 พุทธศตวรรษ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์เจดีย์แกะสลักลวดลายพระพุทธรูปและเรื่องราวชาดกละเอียดยิบ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะเส็งด้วย เหมาะกับคนชอบไหว้พระ สายถ่ายรูปสถาปัตยกรรม และครอบครัวที่อยากหาที่สงบ ๆ เดินเล่น
สิ่งที่ห้ามพลาดนอกจากองค์เจดีย์ คือพญานาคราชสองพี่น้องตัวใหญ่หน้าวัด "ท่านปู่กริชกรกต" กับ "ท่านย่ามณีเกตุ" ที่หลายคนเรียกพญานาคสีรุ้ง องค์สูงใหญ่สะดุดตา เป็นจุดที่คนแวะขอพรเรื่องโชคลาภกันเยอะ เดินเข้าไปด้านในยังมีพระพุทธไสยาสน์และพระประธานในอุโบสถให้กราบไหว้ รีวิวจริงในกูเกิลส่วนใหญ่ชมว่าวัดสะอาด ดูแลดี บรรยากาศร่มรื่นสงบ บางคนบอกว่าตอนเย็นใกล้ค่ำเปิดไฟแล้วองค์เจดีย์สวยอีกแบบ น่ามาเก็บภาพ
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายใจได้ เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า ทำเลอยู่ถนนธรรมวิถี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลฯ ห่างจากตัวเมืองไม่ไกล ขับรถหรือเรียกรถมาง่าย เปิดให้เข้าตั้งแต่เช้าราว 6 โมงถึงประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง ใครอยากเจอบรรยากาศคนน้อยแนะนำมาช่วงเช้า แดดยังไม่แรง เดินถ่ายรูปรอบเจดีย์ได้สบาย
ที่วัดนี้ยอดนิยมเพราะเป็นเหมือนศูนย์รวมใจของชาวอุบลฯ คะแนนกูเกิลแตะ 4.7 จากรีวิวหลักพัน ช่วงเข้าพรรษา-ออกพรรษามีงานบุญและต้นเทียนพรรษาแกะสลักสวยให้ชมด้วย ข้อควรรู้คือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่คลุมเข่า และสำรวมเสียงเวลาเข้าเขตอุโบสถ
ตลาดโต้รุ่งราชบุตร
ถ้าใครมาอุบลแล้วถามคนท้องถิ่นว่าตกเย็นไปหาของกินที่ไหนดี คำตอบที่ได้บ่อยที่สุดคือ "ตลาดโต้รุ่งราชบุตร" หรือที่คนอุบลเรียกติดปากว่า "ตลาดโต้รุ่งทุ่งศรีเมือง" ตลาดของกินกลางคืนเจ้าใหญ่ที่กางตัวอยู่ริมถนนราชบุตร–เขื่อนธานี ฝั่งทิศใต้ของทุ่งศรีเมืองกลางเมืองพอดี กลางวันเป็นลานโล่ง ๆ แต่พอบ่ายสี่โมงเป็นต้นไปแม่ค้าพ่อค้าก็ทยอยตั้งร้าน กลายเป็นแหล่งสตรีทฟู้ดที่รวมอาหารไทย จีน อีสาน และเวียดนามไว้ในที่เดียว เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งมาถึงเมืองและอยากกินมื้อค่ำแบบคนพื้นที่จริง ๆ
เสน่ห์ของที่นี่คือความหลากหลายและความเป็นอุบลแท้ ๆ อาหารเวียดนามคือพระเอกที่ห้ามพลาด ทั้งแหนมเนือง ปาเต (ขนมปังเวียดนามสอดไส้หมูยอกับตับบด) และขนมถ้วยหน้าหมูที่หากินยาก ส่วนสายของกินเล่นก็มีลูกชิ้นทอดร้านมิตรสัมพันธ์ที่คนต่อคิวกันเป็นประจำ กวยจั๊บญวน ส้มตำ ไก่ย่าง ไส้กรอกอีสาน ปิดท้ายด้วยน้ำเต้าหู้–เต้าทึงร้านแหม่มที่รีวิวบอกตรงกันว่าหอมถั่วและหวานกำลังดี เดินวนรอบเดียวก็ได้ครบทั้งคาวหวานแบบไม่ต้องย้ายที่
เรื่องงบสบายกระเป๋ามาก จานละราว 30–80 บาท มีคลิปรีวิวสายกินถึงขั้นพากันเดินกินทั้งตลาดด้วยงบ 500 บาทยังเหลือ ราคาเป็นราคาคนท้องถิ่นจริง ไม่ใช่ราคานักท่องเที่ยว มีที่นั่งกินในตลาดพอสมควรและที่จอดรถใกล้ ๆ แม้จะแน่นช่วงหัวค่ำ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.0 ดาว คนพูดถึงตรงกันว่า "ของถูกและอร่อย" บรรยากาศเป็นกันเอง
ข้อควรรู้ก่อนไป ตลาดเปิดทุกวันตั้งแต่ราวบ่ายสี่โมงเย็นยันสามทุ่มกว่า ๆ ช่วงพีคคือหัวค่ำหกโมงถึงสองทุ่ม แนะนำให้มาแต่หัวค่ำเพราะของเด็ดอย่างปาเตกับแหนมเนืองมักหมดไว เป็นตลาดกลางแจ้ง ถ้าหน้าฝนควรเตรียมร่มไว้หน่อย และถ้าขับรถมาเองเผื่อเวลาหาที่จอดสักนิดในช่วงคนเยอะ
🛏️ ที่พักในอุบลราชธานี จองง่าย เที่ยวสบาย
พักในตัวเมืองอุบลช่วยให้ตื่นเช้าไปไหว้พระที่วัดทุ่งศรีเมืองก่อนคนเยอะ และเดินทุ่งศรีเมืองกับตลาดโต้รุ่งราชบุตรตอนค่ำได้ไม่ต้องขับไกล แถวเมืองเก่าและรอบทุ่งศรีเมืองมีทั้งโรงแรมและที่พักเล็ก ๆ หลายราคา ถ้ามาช่วงงานแห่เทียนพรรษาต้นกรกฎาคมที่พักจะเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้า เทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
ผาแต้มคืออุทยานแห่งชาติริมแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม ตรงสุดชายแดนไทย-ลาว ชื่อ "ผาแต้ม" แปลตรงตัวว่าหน้าผาที่ถูกแต้มสี เพราะบนหน้าผาสูงเหนือแม่น้ำมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000–4,000 ปี ยาวต่อเนื่องกว่า 180 เมตร นับรวมได้กว่า 300 ภาพ ทั้งรูปคน ฝ่ามือ ปลาบึก เต่า ช้าง และลายเครื่องมือเครื่องใช้ ถือเป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เที่ยวถ่ายรูป แต่เป็นหลักฐานว่ามีคนอาศัยอยู่ริมโขงมานานหลักพันปี เดินดูแล้วรู้สึกได้จริงว่ากำลังยืนอยู่หน้าร่องรอยของคนยุคก่อน
จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดมีสามอย่าง อย่างแรกคือทางเดินเลียบหน้าผาที่พาไปดูภาพเขียนสีทีละกลุ่ม พร้อมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาวเปิดโล่งอยู่เบื้องล่าง อย่างที่สองคือเสาเฉลียง เสาหินรูปดอกเห็ดที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำมานานนับล้านปี อยู่ก่อนถึงตัวผาไม่ไกล แวะถ่ายรูปได้สบาย และอย่างที่สามคือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ผาแต้มได้ชื่อว่าเป็นจุดที่เห็นแสงแรกของวันก่อนพื้นที่อื่นในประเทศ ช่วงปีใหม่คนจะขึ้นมารอดูพระอาทิตย์ดวงแรกของปีกันแน่นมาก
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปผาแต้มราว 90–100 กิโลเมตร ขับรถผ่านอำเภอโขงเจียมไปทางริมโขง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง มีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเพราะจุดต่าง ๆ ในอุทยานอยู่ห่างกันพอควร อุทยานเปิดทุกวัน 06:00–18:00 น. ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ 400 บาท บวกค่ารถยนต์อีก 30 บาท แนะนำให้พกเงินสดไป เพราะด่านเก็บค่าเข้าแถบนี้รับบัตรไม่ค่อยได้
ทิปจากคนที่เคยไป ถ้าอยากเก็บไฮไลต์จริง ๆ ให้ออกจากที่พักแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นไปรอแสงแรกบนหน้าผา อากาศช่วงนั้นเย็นสบาย แสงสวย และคนยังไม่เยอะ พอสว่างแล้วค่อยเดินชมภาพเขียนสีตามทางเลียบผา แล้วแวะเสาเฉลียงตอนขากลับ สวมรองเท้าที่เดินถนัด พกน้ำติดตัว และเผื่อเวลาให้เต็มที่ เพราะมาไกลทั้งทีจะได้ไม่ต้องรีบ
หาดวัดใต้
หาดวัดใต้คือเกาะหาดทรายกลางแม่น้ำมูลที่อยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลฯ เดินจากตัวเมืองมาแค่ไม่กี่นาที ใกล้วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ต.ในเมือง ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กหน้าแล้งของคนอุบลไปแล้ว เพราะพอน้ำมูลลด หาดทรายขาว ๆ กับเกาะร่มรื่นจะโผล่ขึ้นมา แล้วชุมชนก็ทอดสะพานไม้ไผ่ยาวราว 250 เมตรข้ามไปบนเกาะ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศ "ทะเลในเมือง" แบบไม่ต้องขับไกล มากันเป็นครอบครัว คู่รัก หรือสายถ่ายรูปก็ลงตัวหมด
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือเดินสะพานไม้ไผ่ที่ปักลงดินกลางลำน้ำทีละต้นจนแน่น เป็นจุดถ่ายรูปที่หลายรีวิวบอกว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในอุบล อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือนั่งดูพระอาทิตย์ตกกลางแม่น้ำมูลช่วงเย็น ๆ แสงทองสะท้อนผิวน้ำสวยจริง รีวิวส่วนใหญ่แนะนำให้มาราวบ่ายสี่โมงเป็นต้นไป อากาศเริ่มเย็นแล้วได้ทั้งเล่นน้ำตื้น ๆ ทั้งรอชมตะวันลับขอบน้ำ บนเกาะยังมีเรือนแพร้านอาหารริมหาด สั่งกุ้งเต้น ปลาเผา อาหารตามสั่ง นั่งกินเท้าจุ่มทรายได้
เรื่องงบสบายกระเป๋ามาก เดินเข้าหาดไม่เก็บค่าเข้า จอดรถฝั่งชุมชนแล้วเดินข้ามสะพานได้เลย จ่ายเฉพาะค่าอาหารเครื่องดื่มที่สั่งจากร้านชาวบ้าน ซึ่งคนพื้นที่ก็ฝากให้ช่วยอุดหนุนร้านในชุมชนกันหน่อย ทำเลอยู่ใกล้สะพานเกรียงและทางลงหาดที่มีป้ายบอกชัด หาไม่ยาก
ข้อควรรู้สำคัญที่สุดคือที่นี่เปิดเป็นฤดูกาล ช่วงที่หาดและสะพานพร้อมจริง ๆ คือราวเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม หน้าแล้งน้ำลด พอเข้าหน้าฝนน้ำขึ้นเขาจะรื้อสะพานเก็บ มาผิดช่วงอาจเจอแค่แม่น้ำเต็มตลิ่ง อีกเรื่องคือกระแสน้ำมูลค่อนข้างแรงและความลึกเปลี่ยนเร็ว ก้าวเดียวอาจลึกขึ้นทันที ถ้าพาเด็กมาเล่นน้ำต้องดูใกล้ชิด เผื่อเวลามาตอนเย็นจะได้ทั้งหาด ทั้งอาหาร และพระอาทิตย์ตกในทริปเดียว
เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี
เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี หรือที่คนแถวนี้เรียกสั้น ๆ ว่า "เซ็นทรัลอุบล" คือศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดของจังหวัด เปิดมาตั้งแต่ปี 2556 บนพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ริมถนนเลี่ยงเมือง (ทางหลวง 231) ฝั่งตำบลแจระแม ใครมาเที่ยวอุบลแล้วอยากหลบร้อน ช้อปแบรนด์ดัง ดูหนัง หรือหาของกินครบในที่เดียว ที่นี่คือคำตอบ ตัวอาคารออกแบบเอาเอกลักษณ์ดอกบัวของจังหวัดมาเล่นกับสถาปัตยกรรม มีบ่อบัวรอบนอกหลายสายพันธุ์ เดินเข้าไปก็เจอบรรยากาศโล่ง สะอาด เป็นระเบียบ เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และคนมาคนเดียว
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือร้านค้ากว่า 200 ร้าน รวมห้างโรบินสัน ทอปส์ มาร์เก็ต PowerBuy SuperSports B2S และแบรนด์แฟชั่นอย่าง UNIQLO, Mango, Levi's, Charles & Keith หลายแบรนด์มาเปิดที่อุบลเป็นที่แรก ส่วนสายดูหนังมีเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 7 โรง ระบบดิจิทัล มีโซน Fun Planet ให้เด็ก ๆ เล่น และอควาเรียมโชว์ปลาหายากหลายร้อยชนิด เด็กชอบมาก โซนของกินก็แน่น ทั้ง MK, Sizzler, The Pizza Company, Sukishi, Shabushi, Yayoi, Starbucks ไปจนถึงฟู้ดคอร์ตที่มีอาหารอีสานพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดราคาเบา ๆ
เข้าห้างไม่เสียค่าเข้า งบขึ้นอยู่กับว่าจะกินจะช้อปแค่ไหน มื้อในฟู้ดคอร์ตหลักร้อยต้น ๆ ก็อิ่ม ที่จอดรถรองรับได้กว่า 1,500 คัน เวลาเปิดประมาณ 10.30–21.00 น. วันธรรมดา และ 10.00–21.30 น. เสาร์–อาทิตย์ (เช็กรอบหนัง/โปรของห้างก่อนได้) ทำเลอยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าฝั่งตะวันตกพอสมควร ขับรถหรือเรียกรถมาสะดวก ใกล้สนามบินแค่ไม่กี่นาที
รีวิวจากนักท่องเที่ยวพูดตรงกันว่าห้างสะอาด กว้าง เดินสบาย ร้านครบ พนักงานช่วยเหลือดี หลายคนบอกว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในเมืองถ้าอยากหลบแดดร้อนช่วงบ่าย ข้อควรรู้คือช่วงเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดยาวคนเยอะ ฟู้ดคอร์ตและร้านดังอาจต้องรอคิว ถ้าอยากชิล ๆ แนะนำมาช่วงวันธรรมดาตอนเปิดใหม่ ๆ จะเดินสบายกว่า
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
ถ้าอยากเข้าใจอุบลฯ แบบลึกจริง ๆ ที่นี่คือจุดเริ่มที่ดีที่สุด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ตั้งอยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ตึกสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีเหลืองนวลที่สร้างตั้งแต่ปี 2461 อายุร้อยกว่าปี ตัวอาคารเองสวยจนหลายคนมาถ่ายรูปด้านนอกก่อนเข้าด้วยซ้ำ เหมาะมากสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ สายวัฒนธรรมอีสานใต้ ครอบครัวที่อยากพาลูกมาเรียนรู้ หรือใครก็ตามที่อยากหลบแดดเที่ยงเข้ามาเดินชิล ๆ ในห้องแอร์เย็น ๆ
ข้างในจัดแสดงราว 10 ห้อง ไล่เรื่องตั้งแต่ภูมิศาสตร์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี เจนละ ขอม ไปจนถึงวัฒนธรรมไทย-ลาว ผ้าโบราณ เครื่องดนตรีพื้นบ้าน และพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ขุดพบในพื้นที่ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือประติมากรรมหินทราย "อรรธนารีศวร" รูปพระศิวะรวมกับพระอุมาเป็นองค์เดียว ซึ่งว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงใบเสมาหินและพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ รีวิวจริงหลายคนชมว่าป้ายอธิบายมีภาษาอังกฤษกำกับครบ เดินดูเข้าใจง่าย
บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน คนรีวิวบอกตรงกันว่าเหมือนได้พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่ "เป็นของเราคนเดียว" เดินชมสบาย ๆ ราว 1-2 ชั่วโมง ค่าเข้าชาวไทยเพียง 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท เด็กและผู้สูงอายุเข้าฟรี ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ดู ทำเลอยู่ใจกลางเมืองบนถนนเขื่อนธานี ติดทุ่งศรีเมืองและศาลหลักเมือง เดินต่อไปไหว้พระ ชมเมืองเก่าได้สะดวก
ข้อควรรู้ที่สำคัญ เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ บางช่วงเวลาทำการอาจปรับ แนะนำเช็กเพจเฟซบุ๊กของพิพิธภัณฑ์ก่อนไปสักนิด จะได้ไม่พลาด ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมเรื่องราวอีสานใต้ไว้ครบในที่เดียว แถมตัวอาคารเก่าก็เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวยอยู่แล้ว
สวนสัตว์อุบลราชธานี
ถ้าอยากพาครอบครัวออกไปเดินเล่นทั้งวันแบบไม่เบื่อ สวนสัตว์อุบลราชธานีคือหมุดที่คนอุบลแนะนำต่อกันมาตลอด ที่นี่วางตัวเองเป็น Jungle Park คือเอาสวนสัตว์ไปอยู่ในป่าจริง ๆ บนพื้นที่กว้างถึง 1,217 ไร่ ในเขตป่าสงวนดงฟ้าห่วน ต.ขามใหญ่ ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 8 กิโล สัตว์หลายตัวเลยอยู่ในคอกเปิดโล่ง มีคูน้ำกั้นแทนกรงเหล็ก เดินดูแล้วรู้สึกร่มรื่นเป็นธรรมชาติมากกว่าสวนสัตว์ทั่วไป เหมาะทั้งสายครอบครัวที่พาเด็กมาดูสัตว์ และสายถ่ายรูปที่ชอบมุมเขียว ๆ ต้นไม้ใหญ่
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงเยอะคือโซนสัตว์หลากหลาย ทั้งเสือโคร่ง สิงโต ยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปแคระ คาปิบารา อุรังอุตัง และนกอีกหลายชนิด มีโชว์ให้อาหารเสือ สิงโต และเพนกวินเป็นรอบ ๆ ระหว่างวัน อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือนั่งรถรางชมรอบสวนสัตว์ มีคนบรรยายให้ฟังไปด้วย หรือใครอยากเที่ยวเองตามจังหวะตัวเองก็เช่ารถกอล์ฟขับวนได้ เด็ก ๆ ชอบกันมาก เพราะได้ใกล้ชิดสัตว์มากกว่าเดินอย่างเดียว
เรื่องงบถือว่าสบายกระเป๋า ค่าเข้าผู้ใหญ่ไทยราว 130 บาท เด็ก 40 บาท เด็กต่ำกว่า 3 ขวบและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี ค่าจอดรถ 50 บาท รถราง 25 บาท ส่วนรถกอล์ฟเช่าประมาณ 300 บาทต่อรอบ 1 ชั่วโมงครึ่ง เปิดทุกวัน 08:30–16:30 น. (ปิดขายตั๋วช่วงบ่าย) แนะนำให้มาช่วงเช้าเพราะอากาศยังไม่ร้อนจัดและสัตว์ตื่นตัว เดินสบายกว่า
ข้อสังเกตจากรีวิวจริงคือพื้นที่กว้างมาก เดินเองทั้งวันอาจเหนื่อย ควรใช้รถรางหรือรถกอล์ฟช่วย บางคนบอกว่าชนิดสัตว์ไม่ได้เยอะเท่าสวนสัตว์ใหญ่ในกรุงเทพ และไม่มีช้าง แต่จุดขายจริง ๆ คือบรรยากาศป่าโปร่งและคอกเปิดที่สัตว์อยู่สบาย หลายคนถึงกับชมว่าเป็นสวนสัตว์ที่สัตว์ดูมีพื้นที่อยู่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง คะแนนรีวิวบน Google ยืนพื้นที่ 4.3 ก็พอเห็นว่าคนส่วนใหญ่ออกมาแล้วประทับใจ
อยากเที่ยวอุบลราชธานีให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
เที่ยวอุบลหลายจุดทั้งในเมืองและวัดนอกเมืองอย่างวัดเรืองแสงภูพร้าว ถ้าจองทัวร์หรือกิจกรรมออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างาน มีไกด์พาไป ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วเอง เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่อุบลราชธานี
ในเขตเมืองเก่ารอบทุ่งศรีเมืองเดินถึงกันได้สบาย ส่วนวัดและที่เที่ยวนอกเมืองให้เรียก Grab หรือเช่ารถ รถสาธารณะไปวัดเรืองแสงและสวนสัตว์ไม่ค่อยสะดวก จ้างรถเที่ยวเป็นวันคล่องตัวกว่า
ตลาดโต้รุ่งราชบุตร ถนนคนเดิน และร้านสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยมาเดินกินจะสะดวกกว่า ส่วนห้างและร้านในเมืองรับบัตรและสแกนจ่ายได้
วัดเรืองแสงภูพร้าวต้องไปช่วงค่ำถึงจะเห็นลายเรืองแสงเต็มตา ตลาดโต้รุ่งเปิดบ่ายสี่ยันดึก ถนนคนเดินเปิดเฉพาะเย็นศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ วางเวลาให้ตรงจะได้ไม่พลาดไฮไลต์
ต้นกรกฎาคมรอบวันเข้าพรรษาคือช่วงงานแห่เทียนที่ทุ่งศรีเมืองคึกคักที่สุดของปี มีต้นเทียนแกะสลักให้ชม แต่คนเยอะและที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า
วัดทุ่งศรีเมือง วัดพระธาตุหนองบัว และวัดเรืองแสงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่คลุมเข่า และถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารโบสถ์วิหาร
ป้ายและเมนูภาษาอังกฤษมีบ้างตามวัดดังและห้าง แต่ตลาดและร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปสั่งอาหารได้สบาย คนอุบลใจดีและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดี
วางแผนเที่ยวอุบลให้ลงตัว
ทริปในเมืองที่ลงตัวที่สุดคือเริ่มเช้าที่วัดทุ่งศรีเมือง ชมหอไตรกลางน้ำไม้โบราณตอนแดดยังไม่แรง แล้วเดินข้ามมาที่ทุ่งศรีเมืองและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่อยู่ติดกัน เก็บได้สามจุดในเช้าเดียวเพราะอยู่ในย่านเมืองเก่าเดียวกัน ระวังนิดเดียวคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เช็กวันก่อนไปจะได้ไม่เสียเที่ยว ช่วงสายต่อไปวัดพระธาตุหนองบัวที่อยู่ในตัวเมืองเหมือนกัน ถ่ายรูปเจดีย์ทรงพุทธคยาสีขาวทองได้สบาย
พอตกเย็นค่อยขยับไปวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง) แถบอำเภอสิรินธร เพราะไฮไลต์คือลายเรืองแสงหลังอุโบสถที่ต้องรอให้ฟ้ามืดถึงจะเห็นเต็มตา ไปถึงก่อนค่ำจะได้ชมวิวทิวเขาฝั่งลาวตอนกลางวันด้วย ส่วนมื้อค่ำในเมืองให้ไปตลาดโต้รุ่งราชบุตรที่เปิดตั้งแต่บ่ายสี่ยันดึก หรือถ้าตรงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ก็มีถนนคนเดินรอบทุ่งศรีเมืองให้เดินกินต่อ ใครมีเวลาเหลือค่อยเผื่อวันพาครอบครัวไปสวนสัตว์อุบลแถวขามใหญ่ หรือหาดวัดใต้ริมแม่น้ำมูลช่วงเย็น ๆ
อยากตื่นเช้าไปไหว้พระที่วัดทุ่งศรีเมืองก่อนคนเยอะ หรือเดินถนนคนเดินรอบทุ่งศรีเมืองตอนค่ำแบบสบาย ๆ จองที่พักในตัวเมืองอุบลไว้ก่อนช่วยให้เที่ยวรอบเมืองสะดวกขึ้นเยอะ ทั้งโรงแรมในเขตเมืองเก่าและที่พักใกล้ทุ่งศรีเมืองมีให้เลือกหลายราคา
เช็กที่พักในอุบลราชธานี


