🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
อุดรธานีเป็นเมืองที่เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่ต้องไปไกล ใจกลางเมืองมีสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม บึงน้ำใหญ่ที่มีเส้นทางเดิน-ปั่นจักรยานรอบหนองราว 3.2 กิโลเมตร แลนด์มาร์กคือเป็ดเหลืองยักษ์กลางน้ำที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ถัดมาไม่ไกลก็มี UD Town คอมมูนิตี้มอลล์เปิดโล่งติดสถานีรถไฟ ตลาดนัดกลางคืนที่ของกินสตรีทฟู้ดเพียบ และเซ็นทรัล อุดรธานี ที่ครบทั้งห้าง โรงหนัง ร้านอาหาร เดินเล่นช่วงเย็นแล้วต่อมื้อค่ำได้สบาย ส่วนสายมูก็มีศาลเจ้าปู่-ย่ากลางเมืองให้แวะไหว้แก้ชง ขอพร ครบในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร
ออกนอกเมืองหน่อยคือไฮไลต์ที่คนตั้งใจมาอุดรเพื่อสิ่งนี้ ทะเลบัวแดงที่หนองหานกุมภวาปี บัวแดงบานเต็มผิวน้ำช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ลงเรือชมยามเช้าตรู่ตอนแดดอ่อนจะสวยที่สุด คำชะโนดที่บ้านดุง เกาะป่าต้นชะโนดกลางน้ำที่ตามตำนานเชื่อว่าเป็นทางขึ้น-ลงของพญานาค จุดสายมูสำคัญที่คนทั้งประเทศตามมากราบ วัดป่าภูก้อนที่นายูง พระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีหินอ่อนสีขาวยาว 20 เมตร ท่ามกลางวิวภูเขาเขียวขจี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่บ้านผือ ลานหินและเพิงหินรูปทรงแปลกตาพร้อมภาพเขียนสีโบราณ และภูฝอยลมที่หนองแสง พื้นที่สีเขียวบนเขาอากาศเย็นเหมาะมาหน้าหนาว แต่ละที่มีเสน่ห์คนละแบบ จัดทริปสองสามวันได้คุ้มมาก
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม (เป็ดเหลืองยักษ์)
ถ้าจะหาที่เดินเล่นชิลล์ ๆ ใจกลางเมืองอุดรฯ หนองประจักษ์ศิลปาคมคือคำตอบแรกที่คนอุดรนึกถึง เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่กลางเมืองที่กลายเป็นสวนสาธารณะหลักของจังหวัด รอบหนองมีเส้นทางเดิน-วิ่ง-ปั่นจักรยานยาวราว 3.2 กิโลเมตร แยกเลนคนเดินกับเลนจักรยานชัดเจน เหมาะทั้งคนมาออกกำลังตอนเช้าหรือเย็น ครอบครัวพาเด็กมาวิ่งเล่น คู่รักมาเดินรับลม หรือนักท่องเที่ยวที่อยากแวะถ่ายรูปแบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท
ไฮไลต์ที่ทุกคนมาตามหาคือ "เป็ดเหลืองยักษ์" ลอยกลางน้ำ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอุดรไปแล้ว ข่าวดีคือหลังจากหายไปกว่า 4 ปี เจ้าเป็ดเหลืองตัวโตกลับมาประจำการอีกครั้งช่วงกลางปี 2568 คราวนี้มาพร้อมธงชาติติดอก และทยอยเติมเป็ดตัวเล็กในครอบครัวเข้ามาด้วย คนแห่กันไปถ่ายรูปเช็กอินกันแน่นเหมือนเดิม นอกจากเป็ดแล้วยังมีเกาะกลางน้ำที่มีสะพานเชื่อมให้เดินข้าม มีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนดอกไม้เป็นจุดถ่ายรูปอีกหลายมุม
เรื่องบรรยากาศ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าช่วงที่สวยและคึกคักที่สุดคือตอนเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก ลมเย็นสบาย คนเริ่มออกมาวิ่งและเต้นแอโรบิก ส่วนรอบ ๆ หนองมีร้านกาแฟ ร้านอาหารเช้า ร้านนวด และจุดเช่าจักรยาน (มีทั้งคันเดี่ยวและจักรยานคู่) ให้บริการครบ เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า ถ้าขับรถมามีค่าจอดประมาณ 30 บาท
ข้อควรรู้คือกลางวันแดดแรงและร้อนพอสมควรเพราะพื้นที่เปิดโล่ง แนะนำมาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า เปิดทุกวันตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำ ทำเลอยู่กลางเมืองเดินทางง่าย ใกล้พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรและตลาด เดินต่อเที่ยวที่อื่นได้สะดวก เป็นที่นิยมจนติดอันดับ 1 ของที่เที่ยวในอุดรธานีบนหลายแพลตฟอร์ม เพราะเข้าถึงง่าย ฟรี และมีเป็ดเหลืองที่หาถ่ายที่อื่นไม่ได้
ทะเลบัวแดง (หนองหานกุมภวาปี)
ทะเลบัวแดง หรือบึงหนองหานกุมภวาปี คือบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ทุกฤดูหนาวจะกลายเป็นทะเลสีชมพูสุดลูกหูลูกตา จริง ๆ แล้วดอกที่บานเต็มผิวน้ำเป็นบัวสายไม่ใช่บัวหลวง แต่พอบานพร้อมกันเป็นล้าน ๆ ดอกก็สวยจนเป็นที่พูดถึงทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่นี่เหมาะกับคนรักธรรมชาติ สายถ่ายรูป คู่รัก และครอบครัวที่ไม่กลัวตื่นเช้า ตัวบึงอยู่ที่ ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี ห่างจากตัวเมืองอุดรราว 45 นาที–1 ชั่วโมงไปทางตะวันออกเฉียงใต้
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการลงเรือชมยามเช้าตรู่ ช่วง 6 โมงถึงราว 10–11 โมง เป็นเวลาที่ดอกบัวบานเต็มที่และแดดยังอ่อน พอเรือพาออกไปกลางบึงจะเจอพรมดอกบัวสีชมพูทอดยาว มีนกน้ำบินผ่านเป็นระยะ หลายคนบอกว่าแสงแรกที่ตกกระทบกลีบบัวเป็นภาพที่จำไปทั้งปี ท่าเรือบ้านเดียมเป็นจุดลงเรือยอดนิยมที่สุดเพราะเรือเยอะ ใกล้หมู่บ้าน มีของกินเช้าและที่จอดรถสะดวก
ค่าเข้าชมฟรี จ่ายเฉพาะค่าเรือ เรือเล็กนั่ง 2 คนราว 300 บาท เรือใหญ่นั่งได้ราว 6 คนราว 500 บาท ใช้เวลาล่องประมาณ 45 นาทีถึงชั่วโมงครึ่ง มีค่าจอดรถเล็กน้อยราว 30 บาท ช่วงที่บัวสวยและบานหนาแน่นที่สุดคือเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ถ้ามานอกฤดูดอกจะน้อยหรือยังไม่บาน ควรเช็กสถานการณ์ดอกกับเพจท่าเรือก่อนเดินทาง
ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นภาพธรรมชาติที่หาดูได้แค่ปีละครั้งและกว้างใหญ่จริง ยิ่งช่วงที่ลิซ่ามาถ่ายรูปก็ยิ่งคนแน่นขึ้น ข้อควรรู้คือต้องตื่นเช้ามากเพราะดอกจะหุบช่วงเที่ยง บางรีวิวบ่นเรื่องการเชียร์ขายของและรับถ่ายรูปติดสินค้าอยู่บ้าง แนะนำตกลงราคาเรือให้ชัดก่อนลง เตรียมหมวกกับครีมกันแดด และมาวันธรรมดาจะสบายกว่าวันหยุด
UD Town (ยูดี ทาวน์)
ถ้ามาเที่ยวอุดรธานีแล้วอยากได้ที่เดินชิล ๆ ตอนเย็นที่จบครบในที่เดียว UD Town คือคำตอบที่คนอุดรพาเพื่อนต่างถิ่นมาแทบทุกคน เป็นศูนย์การค้าแบบ open-air ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟอุดรธานีบนถนนทองใหญ่ เดินจากตัวเมืองมาง่ายมาก จุดเด่นคือมันไม่ใช่ห้างปิดแอร์ทึบ ๆ แต่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีต้นไม้ มีน้ำพุเล็ก ๆ มีลานนั่งเล่น แล้วก็รวมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า คลินิกความงาม แบรนด์ดัง ๆ ไว้รอบ ๆ เหมาะทั้งสายกิน สายช้อป และคนที่แค่อยากออกมาเดินรับลมเย็น
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโซนตลาดเปิดช่วงเย็น (UD Night Market) ฝั่งใกล้สถานีรถไฟ ของกินแน่นมาก ทั้งสตรีทฟู้ด อาหารอีสาน ปิ้งย่าง อาหารญี่ปุ่น ไอศกรีม ไปจนถึงร้านนั่งชิลมีเครื่องดื่ม รีวิวต่างชาติใน Tripadvisor ชอบตรงที่ราคาไม่แพง ของเยอะ สะอาด แม่ค้าไม่ตื๊อ บรรยากาศเหมือนตลาดนัดกรุงเทพแต่โลคอลกว่า อีกอย่างคือมีอีเวนต์หมุนเวียนเกือบตลอด ทั้งคอนเสิร์ต ลานเต้น งานเทศกาลตามฤดู และโซนถ่ายรูปที่ตกแต่งเปลี่ยนธีมไปเรื่อย ๆ มาแต่ละครั้งเลยไม่ค่อยซ้ำ
เรื่องงบสบายใจได้ ไม่มีค่าเข้า ที่จอดรถเยอะ เดินกินเดินเล่นด้วยเงินหลักร้อยก็อิ่มแล้ว เปิดประมาณ 10:00–22:00 ทุกวัน แต่ช่วงที่สนุกสุดคือหลังห้าโมงเย็นเป็นต้นไปที่ตลาดกลางคืนเริ่มคึก อากาศเริ่มเย็น คนเริ่มเยอะ ใครมาช่วงกลางวันอาจเจอร้านบางส่วนยังไม่เปิดและแดดค่อนข้างร้อนเพราะเป็นพื้นที่เปิด
ที่ UD Town ฮิตติดอันดับที่เที่ยวอุดรเพราะมันตอบได้หลายอย่างในที่เดียว กินอร่อย ช้อปได้ ถ่ายรูปสวย เดินสบาย แล้วก็อยู่ใจกลางเมืองเดินทางง่าย คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากรีวิวกว่าสี่พัน บอกได้ว่าทั้งคนอุดรและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ผ่านจริง ข้อควรรู้นิดเดียวคือวันหยุดหรือช่วงมีอีเวนต์ใหญ่คนจะแน่นและที่จอดเต็มเร็ว เผื่อเวลามาหน่อยจะสบายกว่า
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง)
บ้านเชียงคือหนึ่งในแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2535 (ค.ศ. 1992) ที่นี่เคยเป็นชุมชนเกษตรกรรมและรู้จักงานโลหะสำริดมาตั้งแต่ราวสามพันถึงห้าพันปีก่อน ของที่ทำให้คนทั่วโลกพูดถึงคือเครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีแดงบนพื้นนวล เป็นลายก้นหอย ลายเส้นโค้งที่เขียนด้วยมือ สวยจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของอุดรธานีไปแล้ว
เที่ยวที่นี่แบ่งเป็นสองจุดหลัก จุดแรกคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงที่จัดแสดงภาชนะดินเผา เครื่องมือสำริด ลูกปัด และโครงกระดูกที่ขุดพบจริงในพื้นที่ จัดเรียงเล่าเรื่องตั้งแต่ยุคแรกจนยุคปลายเข้าใจง่าย อีกจุดที่ห้ามพลาดคือหลุมขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีใน อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์ไม่ไกล ที่นั่นเขาเปิดหลุมขุดค้นไว้ให้เห็นโครงกระดูกและไหที่ฝังคู่กับคนตายอยู่ในดินตามตำแหน่งจริง เป็นภาพที่หาดูที่อื่นได้ยาก
การเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ขับรถไปทางอำเภอหนองหานประมาณ 50 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน 09:00–16:00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท ต่างชาติ 150 บาท ส่วนนักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้สูงอายุไทย และนักบวชเข้าฟรี ค่าเข้าถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็น
ทิปจากคนไปจริง เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวันเพื่อเดินทั้งพิพิธภัณฑ์และหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในให้ครบ ช่วงสายถึงบ่ายแดดแรงพอควร พกน้ำและสวมรองเท้าเดินสบายไว้ดีกว่า แล้วค่อยๆ อ่านป้ายบรรยายไปเรื่อยๆ จะอินกับเรื่องราวเมื่อหลายพันปีก่อนมากขึ้นเยอะ
ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี และศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน
ถ้ามาอุดรธานีแล้วอยากได้ทั้งบุญ ทั้งรูปสวย ๆ ในที่เดียว ศาลเจ้าปู่-ย่า คือหมุดที่คนท้องถิ่นจะชี้ให้ก่อนเลย เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่คู่เมืองที่ชาวอุดรเชื้อสายจีนนับถือกันมานาน ตั้งอยู่ริมสวนสาธารณะหนองบัวกลางเมือง เดินจากตลาดและที่พักย่านใจกลางได้สบาย เหมาะกับสายมูที่อยากขอพรเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องสอบ และคนที่อยากแก้ชงประจำปี ใครชอบเดินชมสถาปัตยกรรมจีนสวย ๆ ก็มาได้แบบไม่ผิดหวัง เพราะติดกันคือศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อาคารทรงจีนหลังใหญ่ที่ถ่ายรูปได้ทั้งวัน
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงเยอะคือการไหว้ขอพร เสี่ยงเซียมซี (หลายคนบอกว่าแม่นจนต้องกลับมาแก้บน) แก้ชง ให้อาหารปลาคาร์ฟในบ่อ และเดินเล่นในสวนคุณธรรมพันปีที่จัดสวนสไตล์จีนวิจิตรริมน้ำ อีกจุดที่สายแต่งตัวห้ามพลาดคือบริการเช่าชุดจีนหลายแบบหลายไซส์ ราคาเริ่มหลักร้อย ใส่เดินถ่ายรูปกับฉากอาคารจีนได้เหมือนหลุดไปอยู่เมืองจีน บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น มีศาลาชมวิวกลางน้ำให้นั่งพัก รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าพื้นที่กว้าง สงบ และไกด์อาสาใจดี ข้อสังเกตเล็ก ๆ คือช่วงบ่ายแดดค่อนข้างแรง ถ้าเลี่ยงได้แนะนำมาเช้าหรือเย็น
เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าชมฟรีทั้งศาลเจ้าและศูนย์วัฒนธรรม จ่ายเฉพาะค่าธูปเทียนเครื่องไหว้ ค่าเช่าชุด หรืออาหารปลาตามใจ เปิดทุกวันราว 09.00-18.00 น. (ส่วนศูนย์วัฒนธรรมเปิดถึงประมาณ 19.00 น.) ทำเลอยู่ถนนศาลเจ้าเนรมิต ต.หมากแข้ง อ.เมือง ใจกลางอุดรฯ มีที่จอดรถ เดินทางง่าย
ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างที่ทริปอุดรฯ ต้องการไว้ครบ ทั้งความศักดิ์สิทธิ์ที่คนเชื่อถือ มุมถ่ายรูปสถาปัตยกรรมจีน และกิจกรรมเบา ๆ อย่างให้อาหารปลากับเช่าชุดจีน คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ราว 4.6 จากผู้รีวิวหลายร้อยคน สะท้อนว่าทั้งคนอุดรและนักท่องเที่ยวต่างถิ่นต่างประทับใจ ถ้าวางแผนมาช่วงเดือนธันวาคมจะได้เห็นมังกรทองยาว 99 เมตรที่นำไปแสดงในงานทุ่งศรีเมืองด้วย เป็นจุดเริ่มต้นทริปในเมืองที่ลงตัวสุด ๆ
🛏️ ที่พักในอุดรธานี
เที่ยวอุดรหลายจุดแบบนี้ พักทำเลใจกลางเมืองใกล้หนองประจักษ์ UD Town หรือเซ็นทรัลจะสะดวกที่สุด ออกไปทะเลบัวแดง คำชะโนด หรือวัดป่าภูก้อนตอนเช้าแล้วกลับมาพักในเมืองได้สบาย มีตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดถึงระดับกลางให้เลือกเยอะ เทียบราคาและรีวิวจริงก่อนจอง โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ห้องเต็มเร็ว
วัดป่าภูก้อน
วัดป่าภูก้อน คือวัดป่าสายธรรมยุตที่ซ่อนตัวอยู่กลางขุนเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง-น้ำโสม รอยต่อสามจังหวัด อุดรธานี เลย และหนองคาย ห่างจากตัวเมืองอุดรขึ้นเหนือไปราว 125 กิโลเมตร ไฮไลต์ที่ทำให้คนทั้งประเทศตามมาคือพระวิหารหลังคาสีฟ้าครามวิจิตรที่ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระนอนหินอ่อนขาวคาร์ราราจากอิตาลี ยาว 20 เมตร แกะและเรียงซ้อนกันทีละก้อนอย่างประณีต เหมาะมากสำหรับสายบุญ คนที่อยากหามุมสงบ และคนรักธรรมชาติที่ไม่กลัวทางขึ้นเขา
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกัน หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สวยและสงบที่สุดในอีสาน องค์พระนอนหินอ่อนขาวเนียนตากับฉากป่าเขียวรอบด้านสวยจนแทบหยุดหายใจ บางรีวิวเขียนว่า "เหมือนทุกอย่างที่เราจินตนาการว่าวัดไทยควรจะเป็น" สิ่งที่ห้ามพลาดคือเข้าไปกราบพระนอนในพระวิหาร เดินชมงานพุทธศิลป์รอบผนัง แล้วออกมายืนรับลมเย็นชมวิวภูเขาเขียวขจีโดยรอบ อีกจุดคือพระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายใจได้ ไม่มีค่าเข้าชม เป็นการทำบุญตามศรัทธา วิหารเปิดให้สักการะทุกวันราว 08:30-17:00 น. (เขตวัดเปิดเช้ากว่านั้น) ข้อควรรู้คือทางช่วงสุดท้ายขึ้นเขาค่อนข้างชันและลานจอดด้านบนจำกัด ถ้าไปวันหยุดคนจะเยอะและรถติดบนเขา แนะนำไปวันธรรมดาและช่วงเช้าจะเย็นสบายกว่า มีบริการผ้าถุง/ผ้าคลุมให้ยืมสำหรับคนแต่งตัวไม่เรียบร้อย และมีทางลาดรองรับผู้สูงอายุและรถเข็น
ที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมไม่ใช่แค่ความสวย แต่เป็นบรรยากาศสงบกลางป่าที่หาได้ยาก อากาศเย็น เงียบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการมานั่งสมาธิและทำใจให้นิ่ง มีร้านกาแฟและจุดพักให้แวะเติมพลังก่อนลงเขา ใครวางแผนเที่ยวอุดรสายมูหรือสายธรรมชาติ ที่นี่ควรอยู่ในลิสต์ แต่เผื่อเวลาเดินทางไว้เยอะหน่อยเพราะไกลและทางขึ้นใช้เวลา
คำชะโนด (วังนาคินทร์ / วัดศิริสุทโธ)
คำชะโนด หรือ วังนาคินทร์ (วัดศิริสุทโธ) คือเกาะป่าต้นชะโนดกลางน้ำที่อยู่ใน อ.บ้านดุง ทางเหนือของตัวเมืองอุดรธานี ตามตำนานเชื่อกันว่าเป็นทางขึ้น-ลงของพญานาคระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ ที่นี่จึงเป็นหมุดหมายของสายมูและคนที่อยากมากราบขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา ใครที่ชอบสถานที่ขรึมขลัง มีเรื่องเล่า และอยากได้บรรยากาศต่างจากวัดทั่วไป น่าจะถูกใจที่นี่มาก รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าพอข้ามสะพานเข้าเกาะแล้วรู้สึกได้ถึงความสงบและพลังบางอย่างที่อธิบายยาก
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเดินข้ามสะพานเข้าเกาะป่าชะโนด ไปกราบศาลพ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา และ "บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์" กลางเกาะที่หลายคนมาขอน้ำมนต์และอธิษฐาน อีกจุดที่คนชอบถ่ายรูปคือต้นมะเดื่อยักษ์และต้นชะโนดที่ขึ้นหนาแน่นจนร่มครึ้ม ก่อนเข้าเกาะต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่า ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น เงียบสงบ ได้ยินเสียงน้ำและใบไม้ ทำให้รู้สึกขลังกว่าที่คิด
เรื่องค่าเข้า ตัวเกาะไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้เข้าสักการะฟรี (มีตู้รับบริจาคบำรุงสถานที่) จอดรถก็ฟรี งบที่ใช้จริงมักหมดไปกับชุดบายศรี ดอกไม้ ธูปเทียน และของไหว้ที่มีร้านขายเรียงรายหน้าทางเข้า เผื่อไว้หลักร้อยก็พอสบาย เปิดทุกวันประมาณ 08:00-16:30 น. (บางช่วงเทศกาลอาจปรับเวลา) แนะนำมาช่วงเช้าจะคนน้อยและอากาศกำลังดี ส่วนวันหยุดยาวและวันพระคนจะแน่นมาก
ทำเลอยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรฯ ราว 100 กว่ากิโล ขับรถประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง เหมาะกับสายขับรถเที่ยวเองหรือมากันเป็นกลุ่ม ที่นี่ยอดนิยมขึ้นมากหลังเป็นกระแสในละครและข่าวสายมู คะแนนรีวิว Google สูงถึง 4.6 จากหลักหมื่นรีวิว ข้อควรรู้คือควรแต่งกายสุภาพ เตรียมใจเรื่องคนเยอะในวันหยุด และเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่อาจร้อนช่วงกลางวัน มาเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะสบายเท้ากว่า
เซ็นทรัล อุดรธานี (เซ็นทรัลพลาซา)
ถ้ามาอุดรธานีแล้วอยากได้ที่เดียวจบทั้งช้อป กิน ดูหนัง หลบร้อน เซ็นทรัล อุดรธานี คือหมุดหลักของคนเมืองเลย ห้างนี้อยู่ใจกลางเมืองบนถนนประจักษ์ศิลปาคม เปิดมานานและถูกรีโนเวตใหญ่ตั้งแต่ปี 2555 ตอนนี้มี 5 ชั้นบวกชั้นใต้ดิน ข้างในมีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops โรงหนัง Major Cineplex 8 โรง ร้านอาหาร และแบรนด์แฟชั่นอย่าง Uniqlo, H&M, Muji ครบในที่เดียว เหมาะมากสำหรับครอบครัว คนมาเที่ยวที่อยากพักร้อน หรือใครที่อยากเดินเล่นชิล ๆ ตอนเย็น
สิ่งที่คนรีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Food Park ฟู้ดคอร์ตชั้นล่างที่ของกินอีสานและอาหารตามสั่งราคาเป็นมิตร อิ่มสบายกระเป๋า ใครมากับเด็กก็มีโซน Kidzooona ให้วิ่งเล่น ส่วนสายหนังก็สบายใจได้เพราะโรงใหญ่ เก้าอี้นั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำ นอกจากนี้ลานกิจกรรมหน้าห้างยังมีอีเวนต์และตลาดนัดหมุนเวียนตลอดปี ช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือเคานต์ดาวน์จะคึกคักเป็นพิเศษ
เรื่องบรรยากาศ หลายคนบอกว่าวันธรรมดาค่อนข้างเงียบสบาย เดินได้เพลิน ไม่แออัด แต่เสาร์อาทิตย์กับวันหยุดยาวคนเยอะขึ้นชัดเจนเพราะเป็นที่รวมพลของชาวอุดรและนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้าห้างฟรีไม่มีค่าเข้า งบกินช้อปก็ปรับได้ตามใจ ฟู้ดคอร์ตเริ่มหลักสิบ-ร้อย ส่วนร้านในห้างก็มีตั้งแต่กลาง ๆ ขึ้นไป มีที่จอดรถเยอะถึงราว 2,000 คัน
ข้อควรรู้นิดหน่อย ห้างเปิด 10:30–21:00 ทุกวัน (เสาร์อาทิตย์เปิด 10:00) ติดกับโรงแรม Centara เดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก ส่วนโบว์ลิ่งเดิม Major Bowl Hit ปิดไปตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ใครตั้งใจมาเล่นโบว์ลิ่งโดยเฉพาะแนะนำเช็กก่อน แต่ถ้ามาช้อป กิน ดูหนัง หาของเข้าบ้าน หรือพาครอบครัวมาเดินเล่น ที่นี่จัดว่าตอบได้ครบที่สุดในอุดรแล้ว
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คือลานหินกว้างบนเทือกเขาภูพานที่ธรรมชาติกัดเซาะหินทรายมานานนับล้านปี จนเกิดเพิงหินและก้อนหินรูปทรงแปลกตาเรียงรายไปทั่วป่า แล้วคนโบราณก็เข้ามาใช้เพิงหินพวกนี้เป็นที่อยู่ ที่ประกอบพิธี ทิ้งภาพเขียนสีอายุราว 2,500–3,000 ปี กับใบเสมาหินสมัยทวารวดีไว้ให้เราได้เห็น ปี 2567 ยูเนสโกขึ้นทะเบียนที่นี่เป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย เหมาะมากสำหรับคนชอบเดินป่าเบา ๆ ผสมประวัติศาสตร์ ครอบครัว และสายถ่ายรูป
ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงคือ "หอนางอุสา" เพิงหินดอกเห็ดที่บนยอดมีห้องเล็ก ๆ ดัดแปลงเป็นศาสนสถาน เป็นจุดถ่ายรูปประจำตัวของภูพระบาท นอกนั้นยังมีถ้ำช้าง ถ้ำวัว-ถ้ำคนที่ยังเห็นภาพเขียนสีคนกับสัตว์ และกลุ่มหินตามตำนานนางอุสา-ท้าวบารส เดินตามเส้นทางที่ทำป้ายบอกไว้ชัด มีทั้งวงรอบสั้นและยาว ใช้เวลาเดินจริง ๆ ราว 1.5–3 ชั่วโมงแล้วแต่จะเก็บกี่จุด
บรรยากาศเป็นป่าโปร่งสลับลานหิน ร่มเงาหลัก ๆ มาจากก้อนหินเอง รีวิวนักท่องเที่ยวชมเรื่องความสะอาด ป้ายข้อมูลละเอียด เจ้าหน้าที่ใจดี และมีรถไฟฟ้าบริการรับส่งภายในอุทยาน ค่าเข้าคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท ถือว่าคุ้มมากกับสิ่งที่ได้เห็น เปิดทุกวัน 08.30–16.30 น.
ทำเลอยู่ ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองอุดรธานี ห่างประมาณ 60–67 กม. ขับรถเองสะดวกสุด ข้อควรรู้คือควรมาช่วงเช้าเพราะกลางวันแดดแรงและร่มน้อย ใส่รองเท้าที่เดินหินได้ พกน้ำไปด้วย เลี่ยงหน้าฝนเพราะหินลื่น เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันจะได้เดินครบโดยไม่ต้องรีบ
ภูฝอยลม (แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ)
ภูฝอยลม คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศบนเทือกเขาภูพานน้อย อ.หนองแสง ทางใต้ของตัวเมืองอุดรธานี อยู่สูงราว 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเลยเย็นสบายเกือบทั้งปี ชื่อ "ฝอยลม" มาจากไลเคนเส้นฝอยที่เคยเกาะตามกิ่งไม้ใหญ่แถวนี้ ที่นี่เหมาะกับครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติ สายแคมป์ที่อยากกางเต็นท์รับลมหนาว และคนที่อยากหนีเมืองมาสูดอากาศบนเขาแบบไม่ต้องขับไกลเกินไป
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดมีหลายจุดในที่เดียว เริ่มที่สวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษา มหาราชินี ที่ขับรถเข้าไปจอดแล้วเดินชมสวนได้สบาย ๆ ต่อด้วยอุทยานโลกล้านปีที่มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ตัวใหญ่กระจายตามทาง เด็ก ๆ ชอบกันมาก และพิพิธภัณฑ์แสดงซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ในตู้กระจก ส่วนสายธรรมชาติมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติผ่านป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง สลับทุ่งหญ้า และจุดชมวิวผารับอรุณที่มองเห็นทิวเขาเล็ก ๆ ทอดยาวด้านล่าง รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่าวันธรรมดาเงียบสงบ ลมโชยเย็น ยืนมองวิวได้เพลิน ๆ
เรื่องค่าใช้จ่ายถือว่าเบามาก การเข้าชมพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีค่าเข้าหรือเก็บเพียงเล็กน้อยตามจุด มีค่าธรรมเนียมเพิ่มถ้าจะกางเต็นท์หรือพักบ้านพักค้างคืน บนเขามีร้านสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่มให้ไม่ต้องหิ้วมาเอง เปิดราว 06:00–20:00 ทุกวัน อยู่ห่างตัวเมืองอุดรประมาณ 50–60 กิโลเมตร ขับรถสบาย ๆ ราวชั่วโมงเดียว
ที่นี่ยอดนิยมเป็นพิเศษช่วงหน้าหนาว เพราะอากาศเย็นจัด มีหมอกยามเช้า ดอกไม้เมืองหนาวออกดอก และฟ้าใสเห็นดาวตอนกลางคืน ได้คะแนน 4.7 บน Google จากกลุ่มคนที่ไปจริง ข้อควรรู้คือถนนขึ้นเขาบางช่วงค่อนข้างชัน ควรเช็กสภาพรถก่อน และถ้าตั้งใจมาชมหมอกหรือพระอาทิตย์ขึ้นที่ผารับอรุณ ควรค้างคืนหรือออกจากเมืองแต่เช้ามืด พกเสื้อกันหนาวมาด้วยจะดีที่สุด
ตั๋ว ทัวร์ และกิจกรรมเที่ยวอุดรธานี
เที่ยวหลายจุดในวันเดียวอย่างทะเลบัวแดง คำชะโนด หรือวัดป่าภูก้อนที่อยู่ไกลกัน จองทัวร์แบบมีไกด์และรถรับ-ส่งไว้ล่วงหน้าจะสบายกว่ามาก ไม่ต้องขับเอง ไม่ต้องหาที่จอด และบางที่เป็นแพ็กเกจล่องเรือ-เข้าชมพร้อมเลย เทียบโปรแกรมและราคาผ่าน Klook หรือ GetYourGuide จองง่ายไม่ต้องต่อคิวหน้างาน
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่อุดรธานี
ที่เที่ยวในเมืองอย่างหนองประจักษ์ UD Town และเซ็นทรัลเดินถึงกันได้หรือเรียก Grab สะดวก แต่ไฮไลต์นอกเมือง (ทะเลบัวแดง คำชะโนด วัดป่าภูก้อน) อยู่ห่าง 1-2 ชั่วโมงและรถสาธารณะมีน้อย เช่ารถหรือจ้างรถพร้อมคนขับคล่องที่สุด
ตลาดนัดกลางคืน UD ร้านสตรีทฟู้ด ค่าเรือทะเลบัวแดง และของไหว้ที่คำชะโนดส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยไว้ ส่วนห้างอย่างเซ็นทรัลและร้านใหญ่จ่ายบัตรหรือสแกนได้
ทะเลบัวแดงสวยที่สุดตอน 6-8 โมงเช้าและเรือบริการช่วงเช้าเป็นหลัก คำชะโนดและวัดป่าภูก้อนช่วงเช้าถึงสายอากาศดีคนยังไม่แน่น ส่วนหนองประจักษ์เย็น ๆ ลมเย็นแสงสวย
คำชะโนด วัดป่าภูก้อน และศาลเจ้าปู่-ย่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่-เข่า ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด และทำตัวสำรวมจะดีที่สุด
ป้ายและเมนูภาษาอังกฤษมีบ้างตามห้างและร้านใหญ่ แต่ตามตลาดและที่เที่ยวนอกเมืองส่วนมากเป็นภาษาไทย โหลดแอปแปลภาษาไว้ ชี้รูปสั่งอาหารได้ คนอุดรเป็นกันเองและช่วยเหลือดี
ที่เที่ยวหลายแห่งเข้าฟรีหรือเก็บค่าจอด-ค่าธูปเล็กน้อย การให้ทิปไม่บังคับ แต่ปัดเศษให้คนขับเรือหรือไกด์ได้ตามน้ำใจ และเตรียมเหรียญ-แบงก์ย่อยไว้สำหรับทำบุญตามจุดต่าง ๆ
วางแผนเที่ยวอุดรให้คุ้มทั้งทริป
จัดวันแรกในเมืองให้เดินสบาย เริ่มเช้า-สายที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคมถ่ายรูปกับเป็ดเหลืองยักษ์และปั่นจักรยานรอบหนอง แวะไหว้ศาลเจ้าปู่-ย่าและศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน บ่ายพักร้อนที่เซ็นทรัล อุดรธานี แล้วช่วงเย็นไป UD Town ต่อด้วยตลาดนัดกลางคืนเดินชิมสตรีทฟู้ด ทั้งหมดนี้อยู่ในรัศมีใจกลางเมือง ขยับรถไม่กี่นาที
กันอีกหนึ่งวันไว้สำหรับไฮไลต์นอกเมืองที่อยู่คนละทิศ ถ้ามาหน้าหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ทะเลบัวแดงที่กุมภวาปีต้องไปให้ถึงท่าเรือก่อน 7-8 โมงเช้าเพราะดอกบัวบานเต็มที่ตอนแดดอ่อนและเรือบริการช่วงเช้าเป็นหลัก ส่วนคำชะโนดที่บ้านดุงและวัดป่าภูก้อนที่นายูงอยู่ไกลกัน 1.5-2 ชั่วโมงจากตัวเมือง ควรเลือกไปทางใดทางหนึ่งต่อวันจะไม่เหนื่อยเกินไป เช่ารถหรือจ้างรถพร้อมคนขับจะคล่องตัวที่สุดเพราะที่เที่ยวกระจายตัว
เที่ยวอุดรหลายจุดแบบนี้ จองที่พักทำเลใจกลางเมืองไว้สักคืนสองคืนจะสะดวกที่สุด ออกไปทะเลบัวแดง คำชะโนด หรือวัดป่าภูก้อนตอนเช้าแล้วกลับมาพักผ่อนในเมืองได้สบาย เช็กห้องว่างและราคาช่วงที่จะไปไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะหน้าหนาวที่คนเยอะ
เช็กที่พักในอุดรธานี