🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของย่านบางกะปิคือความหลากหลายที่กระจายอยู่รอบ ๆ ศูนย์กลางอย่างเดอะมอลล์บางกะปิ พอ MRT สายสีเหลืองเปิด สถานีบางกะปิกับลำสาลีก็กลายเป็นจุดนัดพบใหม่ที่ทำให้การตามล่าคาเฟ่ง่ายขึ้นเยอะ ฝั่งหมู่บ้านสัมมากรริมทะเลสาบเป็นโซนคาเฟ่บรรยากาศดีที่คนตั้งใจขับรถมานั่ง ส่วนคลองจั่น หัวหมาก และเสรีไทย-NIDA เต็มไปด้วยบ้านเก่ารีโนเวตเป็นร้านกาแฟสไตล์อบอุ่น ย่านนี้จึงเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบทั้งกาแฟ specialty จริงจังและขนมอบทำสดทุกวัน
ในลิสต์นี้มีทั้งร้านที่กลายเป็นตำนานและร้านมาแรง อย่าง Amatissimo Caffè ที่ขึ้นชื่อเรื่องครัวซองต์เนยฝรั่งเศสหอมกรุ่นจนกลายเป็นหมุดหมายของสายเบเกอรี่ Sol Bar & Bistro กับกาแฟส้มเย็นซิกเนเจอร์ที่คนต่อคิวถ่ายรูป De Whaeng Lumsalee คาเฟ่ตึกเก่าฟีลยุโรปติดสถานีลำสาลี ไปจนถึงข้ามันบ้านนอกคาเฟ่ที่ยกบรรยากาศเขาใหญ่มาไว้กลางรามคำแหง แต่ละร้านมีของขึ้นชื่อชัดเจน เลือกได้ตามอารมณ์ว่าวันนี้อยากได้กาแฟเข้ม ๆ ขนมหวาน หรือมุมนั่งทำงานเงียบ ๆ พร้อมแล้วก็จัดกระเป๋าออกไปตามชิมได้เลย
Amatissimo Caffè
ถ้าเป็นสายเนยเนยแล้วยังไม่เคยไป Amatissimo Caffè ต้องรีบหาโอกาสแวะ ร้านนี้เป็นคาเฟ่ครัวซองต์เนยฝรั่งเศสที่ทำมาตั้งแต่ปี 2012 สมัยที่ครัวซองต์ยังไม่เป็นกระแสในบ้านเรา เดิมอยู่หลังพาราไดซ์ พาร์ค แล้วย้ายมาปักหลักในซอย A6 หมู่บ้านสัมมากร รามคำแหง 112 คนแถวบางกะปิ-สัมมากรรู้จักกันดีว่าเป็นร้านขนมอบสไตล์ยุโรปที่ของอร่อยจริงและพี่เจ้าของใจดีเป็นกันเอง เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้กาแฟยามเช้ากับครัวซองต์ร้อน ๆ ออกจากเตา และคนที่ตามหาเบเกอรีคราฟต์ทำสด ๆ ทีละน้อยเพื่อเสิร์ฟให้กรอบที่สุด
เมนูต้องสั่งคือ French Butter Croissant ครัวซองต์เนยสดที่ใช้เนยชั้นดีจากแคว้นนอร์มังดี หอมเนยเต็มปาก กรอบนอกนุ่มใน รีวิวหลายเจ้าบอกตรงกันว่าชั้นเยอะ ฉีกออกมาเป็นเส้น ๆ อีกตัวที่ดังไม่แพ้กันคือ Monkey Croissant เคลือบน้ำตาลทรายแดง มีทั้งเวอร์ชันคาปูชิโนและช็อกโกแลตชิลี ส่วนสายกาแฟต้องลอง Dirty และเมนูช็อกโกแลตเข้ม ๆ อย่าง The OG ที่รีวิวบอกว่ารสจัดหนักแน่น นอกจากนี้ยังมีทาร์ตไข่เสิร์ฟอุ่น ๆ กรอบ ๆ กับครัวซองต์ไส้แปลก ๆ อย่างไส้กุนเชียงและไส้ไข่เค็มให้ลองเวียนกันไป
บรรยากาศร้านตกแต่งมินิมอลโทนขาว-ดำ นั่งสบาย แอร์เย็น มีที่นั่งพอประมาณและเป็นร้าน pet-friendly มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต ราคาอยู่ในกลุ่มพรีเมียมนิดหน่อย ครัวซองต์เนยราว 85–120 บาท เครื่องดื่มพิเศษ 150–200 บาท หลายคนบอกว่าแพงแต่อร่อยจริงจนยอมจ่าย เปิดอังคาร-อาทิตย์ 07:00–17:00 หยุดวันจันทร์ คะแนน Google อยู่ที่ 4.7 จากรีวิวหลักร้อย
ข้อควรรู้คือร้านอยู่ในหมู่บ้าน ที่จอดรถค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะวันหยุดที่คนแน่น จอดหน้าร้านได้ไม่กี่คันและริมซอย ต้องระวังอย่าจอดขวางหน้าบ้านชาวบ้าน ครัวซองต์ยอดนิยมมักหมดเร็วเพราะอบทีละน้อย ถ้าอยากได้ตัวเด็ด ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือโทรถามก่อนจะชัวร์กว่า
De Whaeng Lumsalee
ถ้าใครอยู่ย่านบางกะปิ–ลำสาลีแล้วอยากได้คาเฟ่นั่งชิลชิคๆ ที่เดินออกจาก MRT สายสีเหลืองสถานีลำสาลีแป๊บเดียวถึง De Whaeng Lumsalee คือร้านที่ต้องแวะ ตัวร้านเป็นตึกเก่าที่รีโนเวทใหม่ ผนังปูนเปลือยผสมอิฐส้ม มีต้นไม้กับดอกไม้ล้อมรอบให้ฟีลเหมือนหลุดไปคาเฟ่เล็กๆ ในยุโรปหรือเวียดนาม ข้างในเป็นสองชั้น แต่งวินเทจอบอุ่น มีผ้าปูโต๊ะลายตารางแดง-ขาว แสงเข้าสวยเป็นธรรมชาติ ริมกระจกยังเห็นวิวรถไฟฟ้าวิ่งผ่านด้วย เหมาะทั้งคนสายถ่ายรูป คนที่อยากนั่งทำงานเงียบๆ และคู่ที่อยากหามุมชิลใกล้บ้าน
เมนูที่คนพูดถึงกันเยอะคือทีรามิสุ อบสดในร้าน หอมกลิ่นกาแฟ หวานน้อยกำลังดี ตามด้วยสโคนมะนาว (ราคาราว 95 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อม Butter cake แยม และ clotted cream ตัดกันได้ลงตัว ส่วนสายเครื่องดื่มต้องลอง Matcha Latte (ราว 140 บาท) ที่รีวิวบอกตรงกันว่ารสเข้มหอม ไม่หวานนำ ดื่มแล้วสดชื่น มีทั้งเวอร์ชัน Strawberry Matcha และ Cocoa Strawberry หวานน้อยให้เลือก ใครชอบกาแฟก็มี Coconut Coffee ที่ใช้ก้อนน้ำมะพร้าวค่อยๆ ละลายลงในช็อตอเมริกาโน่ และลาเต้นมโอ๊ตที่หลายคนบอกว่าละมุน เบเกอรี่โฮมเมดอย่างบราวนี่ คุกกี้ช็อกโกแลตชิป และเค้กก็อบเองในร้าน
ราคาต่อคนอยู่ในช่วงประมาณ 101–250 บาท ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพและบรรยากาศ พนักงานได้คำชมเรื่องบริการที่เป็นมิตรและใส่ใจ จุดที่ทำให้ร้านดังเร็วคือทำเลติดสถานีจริงๆ กับมู้ดแอนด์โทนที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม เลยกลายเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ที่ชาวโซนรามคำแหง–เสรีไทยแวะเช็กอินกันไม่ขาด
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านค่อนข้างใหม่ เวลาเปิดอาจปรับได้บ้าง โดยทั่วไปเปิดจันทร์–ศุกร์ราว 10:00–18:00 และเสาร์–อาทิตย์เปิดเช้าขึ้นราว 09:00 ปิดเร็วประมาณหกโมงเย็น ใครวางแผนมาสายๆ ควรเผื่อเวลา และถ้ามาช่วงวันหยุดคนเยอะ แนะนำมาก่อนเที่ยงจะได้มุมสวยๆ สบายกว่า จอดรถได้แถวสวนสันติสุขซอยลาดพร้าว 91 หรือมารถไฟฟ้าจะสะดวกสุด
Brown Burgundy
Brown Burgundy คือโฮมคาเฟ่สองชั้นในซอยพระราม 9 ซอย 29 (รอยต่อห้วยขวาง-บางกะปิ) ที่รีโนเวตจากบ้านเก่ามาแต่งสไตล์วินเทจมิดเซนจูรี ชื่อร้านตั้งใจเล่นคำจาก "Brown" สีของกาแฟ กับ "Burgundy" สีของไวน์ เพราะกลางวันเป็นคาเฟ่ พอตกเย็นแปลงร่างเป็นไวน์บาร์เสิร์ฟ natural wine ที่คัดมาเอง เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบนั่งชิล ถ่ายรูป หรือหิ้วโน้ตบุ๊กมานั่งทำงาน โดยเฉพาะชั้นสองที่รีวิวบอกตรงกันว่าเงียบและสบายกว่า แถมเป็นร้าน pet-friendly มีที่เกี่ยวสายจูงหมาที่โต๊ะ พื้นกันลื่น พาน้องหมามาได้ทั้งโซนแอร์และโซนสวน
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Grapefruit Yuzu Coffee (ราว 160 บาท) กาแฟกลิ่นส้มยูซุกับเกรปฟรุตที่สดชื่นเปรี้ยวกำลังดี, Matcha Latte สายมัทฉะห้ามพลาด, และของหวานทำเองอย่าง Banana Bread Miso Caramel (ราว 150 บาท) ที่รีวิว Wongnai ชมว่า "ขนมปังเนื้อแน่นมาก คาราเมลหอมแน่น" ส่วน Yuzu Rare Cheesecake (ราว 150 บาท) มีคนบรรยายว่า "ชีสเค้กเนื้อนุ่มเนียนละเอียดคล้ายพุดดิ้ง รสอมเปรี้ยวอร่อย" และยังมี Carrot Cake ให้ลองด้วย ใครสายอาหารก็มีบรันช์อย่าง Calamari, Burrata Salad และจานหนักอย่างซีบาส (ราคาขยับขึ้นไปหลักหลายร้อย)
บรรยากาศเป็นจุดขายจริง ๆ รีวิวหลายเจ้าบอกว่า "เหมือนมานั่งบ้านเพื่อนมากกว่าคาเฟ่" มีทั้งโซนแอร์ในบ้านและโซนสวนสีเขียว มุมถ่ายรูปเยอะ แสงธรรมชาติสวย ราคาส่วนใหญ่อยู่ช่วง 101-300 บาทต่อคน รับบัตรเครดิต Visa/Mastercard/Amex/JCB มีที่จอดรถหน้าร้านราว 4-5 คัน คะแนน Wongnai อยู่ที่ 4.2 จาก 105 เรตติ้ง สัดส่วนคนมาเป็นคู่และกลุ่มเพื่อนใกล้เคียงกัน
ข้อควรรู้: เวลาเปิดจันทร์-พฤหัส ประมาณ 09:00-19:00 ส่วนศุกร์-อาทิตย์เปิดยาวถึงราว 21:00 (ช่วงเย็นเน้นโหมดอาหาร-ไวน์) เวลาอาจปรับได้ แนะนำเช็กเพจก่อนไป ทำเลอยู่ในซอยเงียบ ถ้ามาจากฝั่งบางกะปิ (เดอะมอลล์บางกะปิ/แยกลำสาลี/MRT สายสีเหลือง) ขับไม่ไกล เหมาะเป็นมื้อสาย จิบกาแฟยาว ๆ หรือแวะมื้อค่ำจิบไวน์เบา ๆ
Sol Bar & Bistro
Sol Bar & Bistro เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ชั้น 2 ในซอยหัวหมาก 12 เขตบางกะปิ ที่คนแถวนี้และสายกาแฟบอกต่อกันเรื่องกาแฟส้มเย็นซิกเนเจอร์ ตกแต่งโทนส้ม-ดำเรียบ ๆ มีมุมอ่านหนังสือและโต๊ะทำงาน กลางวันเปิดเป็นคาเฟ่ พอตกเย็นวันศุกร์-เสาร์แปลงร่างเป็นบาร์ที่ชูสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทย เหมาะกับคนที่อยากนั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ นั่งทำงาน หรือแวะมาชิมเมนูเด็ด
เมนูที่ต้องสั่งคือ กาแฟส้มเย็น ซิกเนเจอร์ของร้าน เอสเพรสโซคั่วกลางค่อนเข้มผสมน้ำส้มคั้นสด รีวิวจริงบอกว่ารสเข้มอมเปรี้ยวหวานกำลังดี หอมชื่นใจ ตัดเลี่ยนได้เก่ง อีกตัวที่คนพูดถึงคือชาเบิกเนตร ชาสูตรพิเศษกลิ่นชาใต้เข้ม ๆ กลมกล่อม ส่วนสายไม่กินกาแฟก็มี Strawberry Soda เปรี้ยวหวานสดชื่น กับ Matcha เข้มข้น หลายรีวิวลงความเห็นตรงกันว่ารสดี แยกรสชาติชัดเจน
จุดที่คนชอบคือราคาเป็นมิตรมาก เครื่องดื่มเริ่ม 45 บาท ตัวเด่น ๆ อยู่ราว 90–100 บาท เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึงร้อย บรรยากาศชั้นสองโปร่งโล่ง มีระเบียงโอเพ่นแอร์ให้นั่งรับลม และหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นรถไฟฟ้าสายสีเหลืองวิ่งผ่าน เป็นมุมถ่ายรูปที่คนติดใจ ทำเลเดินทางง่าย ใกล้ MRT สายสีเหลือง มีที่จอดรถฝั่งตรงข้าม
ข้อควรรู้: ร้านเปิดกลางวันเป็นคาเฟ่ประมาณ 9 โมงถึงเย็น และปิดวันอาทิตย์ เวลาทำการปรับได้ตามช่วง เช็กเพจร้านก่อนไปจะชัวร์กว่า ช่วงเมนูใหม่ฮิต ๆ วัตถุดิบบางตัวอาจหมดเร็ว ใครอยากได้ที่นั่งริมกระจกหรือระเบียงแนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายอ่อน ๆ คนยังไม่แน่น
บด กด ชง (Bod Kod Chong) สาขาสัมมากร
ถ้าถามหาคาเฟ่ประจำย่านของชาวสัมมากร รามคำแหง หลายคนจะพยักหน้าให้ "บด กด ชง" ทันที ร้านตั้งอยู่ในหมู่บ้านสัมมากร ซอย 20 หันหน้าออกทะเลสาบพอดี ตัวร้านเป็นตึกโทนขาวประดับไม้เลื้อยเขียว ๆ เต็มด้านหน้า ดูสดชื่นสบายตาแบบที่รีวิวชอบเรียกว่า "เหมือนไปนั่งบ้านเพื่อน" เหมาะกับคนที่อยากหามุมเงียบ ๆ นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือกางโน้ตบุ๊กทำงานยาว ๆ เพราะแอร์เย็น เพลงคลอเบา ๆ และมีปลั๊กตามโต๊ะ แบ่งโซนนั่งทั้งในห้องแอร์และด้านนอกริมน้ำ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Reve vert เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้าน, บัตเตอร์เบียร์เย็น ๆ ชื่นใจ และพระเอกตัวจริงอย่างสโคนโฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน อบมาหอมเนย นอกนั้นก็มีสายกาแฟที่รีวิวชมว่ารสเข้ม เอาอยู่สำหรับคอกาแฟจริง ๆ ทั้งอเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ พ่วงด้วยเค้กและเบเกอรี่หมุนเวียน เช่น ทิรามิสุ ดับเบิลช็อกโกแลต เค้กดาร์กเบียร์ และเค้กแครอท ใครสายหวานไม่ค่อยผิดหวัง
ราคาถือว่ากลาง ๆ เข้าถึงง่าย กาแฟและเครื่องดื่มเริ่มราว 50–105 บาท สโคนราว 75 บาท เค้กชิ้นพิเศษขยับไปแถว ๆ 195 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 100–250 บาท บน Wongnai ร้านได้คะแนน 4.1 จากผู้ให้คะแนนราว 50 คน ส่วนใหญ่ชมบรรยากาศ ขนม และความเงียบสงบเหมาะทำงาน พนักงานก็เป็นกันเอง คอยแนะนำเมนูให้
เปิดทุกวันช่วงเช้าถึงเย็น (ราว 07:00–18:00 น. บางวันปิด 17:00) มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะได้แสงสวยและร้านไม่แน่น ข้อควรรู้อย่างเดียวคือที่จอดรถในซอยมีจำกัด ต้องจอดริมถนนหรือหาที่ในซอยใกล้ ๆ เผื่อเวลานิดหน่อยถ้าขับรถมา แต่พอนั่งได้ริมทะเลสาบแล้วบอกเลยว่าคุ้มค่าการหาที่จอด
🛏️ หาที่พักย่านบางกะปิ-รามคำแหง
อยากตื่นเช้ามาตะลุยคาเฟ่แบบไม่ต้องฝ่ารถติดจากใจกลางเมือง? เลือกพักย่านบางกะปิ-รามคำแหงหรือใกล้ลำสาลีไว้เป็นฐาน จะเดินทางไปสัมมากร คลองจั่น หรือเสรีไทยก็สะดวก แถมใกล้เดอะมอลล์บางกะปิและ MRT สายสีเหลือง เทียบราคาโรงแรมและที่พักทำเลดีได้เลย จองล่วงหน้าช่วยได้ทั้งราคาและห้องที่ถูกใจ
addict.co
addict.co (ADDICT.Coffee) เป็นโฮมคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยศรีบูรพา 10 ย่านบางกะปิ เดินจากสถานีแยกลำสาลี MRT สายสีเหลืองต่อรถเข้ามานิดเดียว จุดขายคือเขายกบ้านเก่าสไตล์ Mid-Century Modern มาทำใหม่ทั้งหลัง เก้าอี้ทรงโค้ง โคมไฟวินเทจ เฟอร์นิเจอร์ไม้ แผ่นเสียง ของแต่งบ้านเก่า ๆ ที่คัดมาจากร้านวินเทจข้างกัน จนได้ฟีลบ้านเพื่อนมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป เหมาะกับสายกาแฟที่อยากนั่งจริงจัง คนชอบมุมถ่ายรูป และคนแถวคลองจั่น-เสรีไทย-NIDA ที่อยากได้ที่นั่งเงียบ ๆ ตอนเช้า
เมนูที่ต้องลองคือกาแฟ pour over / slow bar ที่ทางร้านคั่วเมล็ดเอง มีทั้งบราซิล Santos คั่วกลาง และอาราบิก้า-โรบัสต้าไทยคั่วเข้ม พร้อมเมล็ดพิเศษหมุนเวียนให้เลือก ใครไม่สายดำก็มี Matcha Latte และอเมริกาโน่ส้มให้ลอง ฝั่งของกินเป็นบรันช์ง่าย ๆ กับเบเกอรีโฮมเมด เบเกิลครีมชีสจับคู่กับลาเต้เป็นคอมโบที่ลูกค้าพูดถึงบ่อย
รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟรสจัด หอมชัด คาแรกเตอร์แน่น บางคนบอกเข้มจนต้องตั้งใจดื่ม ถือเป็นร้านสำหรับคนชอบกาแฟรสเข้มมากกว่าสายหวานละมุน ขนมอบอร่อย บริการเป็นกันเองและใส่ใจ แสงธรรมชาติตอนเช้าสวยจนถ่ายรูปติดทุกมุม แถมมีน้องแมวเดินต้อนรับ ราคาอยู่ในช่วง ฿฿ (ราว 101–250 บาท) เครื่องดื่มเริ่มต้นหลัก 70–80 บาท ถือว่าเป็นมิตรกับกระเป๋า
ร้านเปิดทุกวัน 07:00–17:00 (เดลิเวอรีผ่าน Grab และ Lineman ราว 07:30–16:30) ข้อควรรู้คือที่นั่งมีจำกัดราว 10 ที่ ช่วงเช้าวันหยุดคนแน่น จอดรถเป็นริมถนนในซอย มาถึงเช้าหน่อยจะได้มุมสวยและที่นั่งสบาย ๆ
Ric Cafe & Art Toys
ถ้าเป็นสายสะสม Art Toy แล้วอยากได้คาเฟ่ที่นั่งจิบกาแฟไปด้วย ส่องตู้โชว์ตัวหายากไปด้วย Ric Cafe & Art Toys ย่านเสรีไทยคือที่ที่ต้องปักหมุด ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่กลางปี 2024 แล้วกลายเป็นจุดเช็กอินของคนแถวบางกะปิ-คันนายาวอย่างรวดเร็ว จุดขายชัดมาก คือเป็นคาเฟ่ธีม Art Toy เต็มรูปแบบ ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านอัดแน่นด้วยของสะสม ทั้ง Farmer Bob หลายไซซ์ตั้งแต่ตัวเล็กยันตัวยักษ์ Labubu, Dimoo, Molly, CryBaby, Rico ไปจนถึงงานคอลแล็บหายากอย่าง Instinctoy X Farmer Bob เหมาะกับคนที่อยากถ่ายรูปมุมน่ารัก ๆ พาเพื่อนหรือพาเด็กมานั่งเล่นชิล ๆ
ลูกเล่นที่ทำให้ร้านนี้สนุกกว่าคาเฟ่ทั่วไปคือ "ตู้คีบกล่องสุ่ม" ซื้อเครื่องดื่ม-ขนมครบ 100 บาท ได้เหรียญคีบฟรี 1 เหรียญ ส่วนลูกค้าใหม่มักได้ส่วนลดแก้วแรกและเหรียญคีบแถมให้ลองเล่น เลยกลายเป็นความบันเทิงเล็ก ๆ ระหว่างนั่งกินที่หลายคนติดใจ เมนูเครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาแฟ มัทฉะ สมูทตี้ โซดาผลไม้ (สตรอว์เบอร์รี แอปเปิล ลิ้นจี่) ฝั่งของหวานมีเค้ก มูสหน้านิ่ม และไอศกรีม
เรื่องรสชาติ เสียงจากรีวิวจริงค่อนไปทางบวก หลายคนชมว่าเครื่องดื่มบาลานซ์ดี ส่วนเค้กกับขนมได้คำชมเรื่องรสละมุนและหน้าตาน่ากิน มีรีวิวบางเสียงบอกว่าอเมริกาโน่ค่อนข้างอ่อน ไม่เข้มจัด และมองว่าไอศกรีมกับเค้กน่าสั่งกว่ากาแฟ ใครชอบกาแฟเข้ม ๆ อาจต้องสั่งเพิ่มช็อต ราคาต่อแก้วอยู่ในช่วงราว 60–120 บาท ถือว่าเป็นกันเองสำหรับคาเฟ่ที่ได้ทั้งบรรยากาศและของเล่นให้คีบ พนักงานหลายรีวิวบอกว่าเป็นมิตร แนะนำเมนูให้ดี มีที่จอดรถหน้าร้าน
ทำเลอยู่ริมถนนเสรีไทย เลยซอยเสรีไทย 71 ไปนิด แถวโครงการ Bangkok Boulevard (คันนายาว) มาจากเดอะมอลล์บางกะปิหรือแยกลำสาลีไม่ไกล เปิด 9.00–19.30 น. ปิดทุกวันพุธ ข้อควรรู้คือร้านไม่ใหญ่มากและช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ ถ้าอยากได้แสงสวยถ่ายรูปสบาย ๆ แนะนำมาช่วงเช้าถึงบ่ายอ่อน จะได้มุมโล่งกว่า
Loop Coffee
Loop Coffee เป็นคาเฟ่สายกาแฟ specialty ที่เพิ่งเปิดใหม่ในย่านบางกะปิ ปักหมุดอยู่ต้นถนนนวมินทร์ ซอย 30 ใกล้แยกบางกะปิ ฝั่งคลองจั่น ถ้าใครวนหาคาเฟ่แถวเดอะมอลล์บางกะปิหรือ MRT สายสีเหลืองแล้วอยากได้ที่นั่งจริงจังกับกาแฟที่ตั้งใจชง ร้านนี้เข้าทางมาก ตัวร้านเป็นสไตล์ลอฟท์ ผนังปูนเปลือยโทนเทา แซมด้วยต้นไม้กระถางใหญ่ ชั้นวางหนังสือ และมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงเปิดคลอเบา ๆ หลังบาร์เป็นเครื่องชงสเตนเลสตัวใหญ่ที่ใช้รีดกาแฟออกมาเข้มจริงจัง เหมาะทั้งสายมานั่งชิลถ่ายรูปและสายมาปักหลักทำงานยาว ๆ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือลาเต้เย็น ตัวนี้รสเข้มหวานกำลังดี ดื่มง่าย ส่วนสายชาเขียวห้ามพลาด Matcha Yuzu รีวิวจริงบอกว่าตัวยูซุช่วยตัดความเข้มของมัทฉะได้พอดี ไม่เฝื่อน ไม่หวานเลี่ยน อีกตัวที่ถูกพูดถึงคือ Matcha Coconut สายกาแฟเข้ม ๆ ลองสั่งดริป single origin ได้ ทางร้านจริงจังถึงขั้นมีการ์ดข้อมูลเมล็ดกาแฟให้อ่านก่อนสั่ง ฝั่งของกินเบเกอรีก็น่าลอง โดยเฉพาะชิโอะปัง (Shio Pan) เนื้อนุ่มหอมเนย เค็ม ๆ มัน ๆ กินคู่กาแฟลงตัว มีทั้งครัวซองต์ พานโอโชโกลาต์ และเดนิชผลไม้หมุนเวียน
ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 80–140 บาทต่อแก้ว ถือว่าคุ้มสำหรับกาแฟ specialty ในย่านนี้ เสียงจากรีวิวชมเรื่องกาแฟดี บริการเจ้าของร้านเป็นกันเอง แนะนำเมนูให้ได้จริง และบรรยากาศไม่อึดอัด มีชั้นลอยชั้น 2 ที่เงียบและเป็นส่วนตัว เหมาะกับคนที่มาเปิดโน้ตบุ๊กทำงานหรืออ่านหนังสือนาน ๆ จุดที่หลายคนชอบมากคือมีที่จอดรถหลังร้าน ซึ่งหายากในย่านบางกะปิที่รถแน่น
ข้อควรรู้: ร้านเปิดจันทร์–ศุกร์ 08:00–16:00 และเสาร์–อาทิตย์ 09:00–17:00 โดยปิดวันพุธ ช่วงนี้ยังเป็นร้านเปิดใหม่ เมนูและเวลาอาจปรับได้ เช็กหน้าเพจ IG @loopcoffee.th ก่อนไปจะชัวร์กว่า เดินทางง่ายจากแยกบางกะปิ เสรีไทย และ MRT สายสีเหลืองสถานีบางกะปิ/ลำสาลี เหมาะเป็นจุดแวะจิบกาแฟก่อนหรือหลังเดินเดอะมอลล์บางกะปิ
Bones Design Studio & Cafe
Bones Design Studio & Cafe คือคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ของแบรนด์ Bones ปลายซอยโยธินพัฒนา 3 ติดเลียบทางด่วนรามอินทรา แถวคลองจั่น บางกะปิ จุดขายคือทุกอย่างในร้าน ตั้งแต่บาร์กาแฟ โต๊ะ เก้าอี้ ยันของแต่งร้าน มาจากงานออกแบบของสตูดิโอเองทั้งหมด เดินเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในโชว์รูมอินทีเรียมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป ใครชอบงานมินิมอล สแกนดิเนเวียน ผนังปูนเปลือย โทนน้ำตาล-เบจอุ่น ๆ แสงธรรมชาติเยอะ ๆ ร้านนี้ตรงสายมาก และเหมาะกับคนที่อยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมเดินดูเฟอร์นิเจอร์จริงไปในตัว
เมนูเด่นที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือกาแฟที่เลือกคาแรกเตอร์เมล็ดได้ กับ Matcha Series ที่หลายคนบอกว่าหอม เนียน กลมกล่อม สายมัทฉะไม่ควรพลาด ฝั่งเบเกอรีมีครัวซอง มัฟฟิน สโคน และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Brown Cloud (กาแฟกับไซรัปโฮมเมดและโฟมนม) กับ Black Yuzu ที่เอาช็อตเอสเพรสโซมาเจอส้มยูซุ ใครชอบสดชื่นลองสตรอว์เบอร์รีพีชโซดาที่รีวิวชมว่าหวานกำลังดี หอมผลไม้จริง ราคาเริ่มต้นกำลังสบายกระเป๋า อเมริกาโน 90 บาท ลาเต้ 100 บาท เครื่องดื่มพิเศษและครัวซองไส้ขยับขึ้นไปช่วง 120-180 บาท เฉลี่ยราวหลักร้อยต้น ๆ ต่อคน
บรรยากาศเป็นแบบชิลสบาย ไม่ได้เน้นเป็นคาเฟ่แฟชั่นถ่ายรูปอย่างเดียว เพดานสูง กระจกบานใหญ่รับแสง ช่วงสายแสงสวยเป็นพิเศษ ชั้นสองมีโซนแกลเลอรีให้เดินชมและซื้อเฟอร์นิเจอร์กลับบ้านได้ ร้านเป็น pet-friendly มีที่จอดรถหน้าร้าน คอนเซ็ปต์ร้านคือ "Everyday Coffee for Everyone" กาแฟดื่มง่ายทุกวัน ไม่ได้ทำมาเอาใจสายสเปเชียลตี้อย่างเดียว
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านปิดวันจันทร์ อังคาร-ศุกร์เปิด 07:30-16:30 เสาร์-อาทิตย์ 08:30-17:30 บางรีวิวเจอครัวซองที่เสิร์ฟไม่อุ่นและเนื้อในค่อนข้างแห้งไปนิด ถ้าอยากได้ตอนกรอบ ๆ ลองบอกพนักงานอุ่นให้ก่อนได้ ตัวร้านอยู่ปลายซอยลึกพอสมควร แนะนำปักหมุด Google Maps ไปเลยจะง่ายที่สุด โดยรวมเป็นคาเฟ่ที่กำลังฮิตในย่านนี้เพราะรวมกาแฟดี งานดีไซน์สวย และมุมถ่ายรูปไว้ในที่เดียว
ข้ามันบ้านนอกคาเฟ่ (Khao Man Baan Nok)
ข้ามันบ้านนอกคาเฟ่ คือฟาร์มคาเฟ่กลางเมืองในซอยรามคำแหง 125/1 ย่านหัวหมาก-บางกะปิ ที่ยกกลิ่นอายเขาใหญ่มาไว้ใกล้ ๆ คนกรุง เป็นบ้านหลังที่สองของ "บ้านนอกคอกนาเขาใหญ่" ที่คุณตุ้ย สาริศา เกตุทอง ทำร่วมกับคุณเปิ้ล วีนัส มีวรรณ เจ้าของร้านตำแหลกบ้านนอก จุดเด่นคือแบ่งเป็นสองโซนชัดเจน คือโซนคาเฟ่และโซนร้านอาหาร มีต้นจามจุรีใหญ่เป็นไฮไลต์ให้ร่มเงาทั้งวัน แปลงผักปลอดสารที่ปลูกเอง และทางเดินไม้ที่จัดให้เหมือนเดินอยู่บ้านนอกจริง ๆ เหมาะกับคนที่อยากนั่งชิลถ่ายรูป มากับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนในวันหยุด
ฝั่งร้านอาหารมีเมนูจานหลักให้สั่งอิ่ม ตั้งแต่ข้าวมันไก่ ขนมจีนน้ำยาปลากะพงที่มาเป็นเซ็ตพร้อมไข่ต้มและผักเคียง ไปจนพิซซ่าเปปเปอโรนีแป้งบางกรอบ เบคอนแฮมชีสโชกุปังที่ทางร้านอบแป้งโฮมเมดเอง และเซ็ตไส้กรอกเยอรมัน ส่วนฝั่งคาเฟ่คือพระเอกเรื่องเครื่องดื่มและของหวาน ลาเต้ร้อน ชาไทย อเมริกาโน่มะพร้าว รวมถึงเค้กอย่างเค้กมะพร้าวอัญชัน ชีสเค้กผลไม้รวม เครปเค้กสตรอว์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ตปั่น หลายรีวิวบอกตรงกันว่าเครื่องดื่มทำมาหวานน้อย ดื่มง่าย และเค้กเนื้อนุ่มน่าทาน
เรื่องราคาจัดอยู่ในระดับกลาง เครื่องดื่มเริ่มราว 95 บาท อาหารเริ่มราว 120 บาท เค้กชิ้นละ 150-165 บาท เฉลี่ยแล้วสบายกระเป๋ากว่าคาเฟ่สายรูปหลายที่ ทำเลอยู่ในซอยรามคำแหง 125/1 หัวหมาก บางกะปิ เดินทางง่ายจากเดอะมอลล์บางกะปิ แยกลำสาลี และ MRT สายสีเหลืองสถานีบางกะปิ/ลำสาลี มีที่จอดรถ Wi-Fi ฟรี พาสัตว์เลี้ยงเข้าได้ และรับบัตรเครดิต โซนคาเฟ่เปิดทุกวัน 08:00-20:00 น. ส่วนโซนร้านอาหารเปิดสายกว่าราว 10:00-22:00 น.
ที่คนพูดถึงเยอะเพราะร้านให้ฟีลได้เที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องขับออกต่างจังหวัด บรรยากาศร่มรื่น มุมถ่ายรูปเยอะจนหลายคนบอกว่าเลือกไม่ถูก ถ้าตั้งใจมานั่งยาว ๆ แนะนำมาช่วงเช้าหรือก่อนบ่ายที่แดดยังไม่แรงและคนยังไม่แน่น วันหยุดคนค่อนข้างเยอะ เผื่อเวลาหน่อยจะได้เลือกมุมสวย ๆ ได้ตามใจ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว? ลองฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหาร
ถ้าอยากเก็บของกินกรุงเทพให้ครบในเวลาจำกัด ฟู้ดทัวร์แบบมีไกด์พาเดินชิมช่วยได้เยอะ ตั้งแต่สตรีทฟู้ดถึงคาเฟ่เด็ด หรือใครอยากลงมือทำเองก็มีคลาสทำอาหารไทยและเวิร์กช็อปกาแฟ-ขนมให้เลือก จองผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้ล่วงหน้า เลือกทริปที่ตรงใจแล้วเก็บพลังไว้ตะลุยคาเฟ่บางกะปิต่อได้เลย
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านบางกะปิ (เดอะมอลล์บางกะปิ · แยกลำสาลี · คลองจั่น · เสรีไทย-NIDA · MRT สายสีเหลือง บางกะปิ/ลำสาลี) กรุงเทพฯ
ร้านย่านลำสาลี-คลองจั่นหลายแห่งอยู่ใกล้สถานีบางกะปิและลำสาลี ลงรถไฟฟ้าแล้วต่อ Grab หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างสั้น ๆ ได้ ส่วนฝั่งสัมมากรและเสรีไทยควรใช้รถหรือ Grab เพราะไกลจากสถานีพอสมควร
คาเฟ่ส่วนใหญ่รับ PromptPay และโอนผ่านแอปได้ แต่ร้านเล็กหรือแผงข้างทางบางที่ยังรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะสะดวกกว่า
ร้านดังอย่าง Amatissimo, De Whaeng และ Sol Bar คนแน่นช่วงบ่ายวันหยุด ถ้าอยากได้ที่นั่งสบาย ๆ และถ่ายรูปได้เต็มที่ แนะนำมาช่วงเปิดร้านตอนเช้าหรือวันจันทร์-ศุกร์
หลายคาเฟ่ย่านนี้หยุดวันพุธ เช่น De Whaeng Lumsalee และ Ric Cafe & Art Toys ส่วน Bones Cafe เปิดอังคาร-อาทิตย์ ดูเพจ Facebook หรือ Instagram ร้านก่อนไปจะชัวร์ที่สุด
คาเฟ่สายกาแฟ specialty ส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษหรือชื่อเมนูสากลอยู่แล้ว พนักงานหลายร้านพอสื่อสารได้ ถ้าติดขัดแค่ชี้เมนูหรือรูปก็สั่งได้สบาย
คาเฟ่ไทยไม่ได้บังคับทิป แต่ถ้าประทับใจบริการจะหยอดกล่องทิปหรือปัดเศษเงินทอนไว้ก็ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ ที่ร้านยินดี
วางแผนตะลุยคาเฟ่บางกะปิให้คุ้มในวันเดียว
ถ้ามีเวลาครึ่งวัน แนะนำให้จับกลุ่มร้านตามโซนเพื่อไม่ต้องวิ่งข้ามย่านไปมา ช่วงเช้าเริ่มที่ฝั่งสัมมากรก่อน แวะ Amatissimo Caffè รับครัวซองต์เนยฝรั่งเศสร้อน ๆ กับกาแฟ Dirty แล้วเดินเล่นต่อที่ บด กด ชง สาขาสัมมากร ริมทะเลสาบ สั่งสโคนโฮมเมดที่ทำสดทุกวันกับเมนู Reve vert ที่ขายดีจนหมดไว
ช่วงบ่ายค่อยขยับมาฝั่งลำสาลี-คลองจั่นที่เดินทางง่ายด้วย MRT สายสีเหลือง เริ่มที่ De Whaeng Lumsalee คาเฟ่ตึกเก่าติดสถานีลำสาลี ต่อด้วย Sol Bar & Bistro แถวหัวหมากที่ต้องลองกาแฟส้มเย็นซิกเนเจอร์ ปิดท้ายวันด้วย ข้ามันบ้านนอกคาเฟ่ รามคำแหง 125 ที่เปิดยาวถึงค่ำ นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ฟีลเขาใหญ่กลางกรุงได้สบาย ๆ
ตั้งใจเที่ยวคาเฟ่บางกะปิหลายวันหรืออยากพักใกล้เดอะมอลล์บางกะปิ? เลือกโรงแรมทำเลดีย่านรามคำแหง-ลำสาลี ไว้เป็นฐานเดินทาง จะไปคาเฟ่ตอนเช้าหรือช้อปปิ้งตอนเย็นก็สะดวก
ดูที่พักย่านบางกะปิ