🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถามคนชอบนั่งคาเฟ่ฝั่งกรุงเทพตะวันออกว่าย่านไหนมีร้านให้เลือกหลายแนวในรัศมีขับรถถึงกัน หลายคนตอบ "บางนา" — ย่านที่ยาวตั้งแต่ถนนบางนา-ตราดช่วงต้น ลัดเลาะเข้าซอยอุดมสุขกับสุขุมวิทฝั่งปลาย ต่อไปถึงแบริ่ง-ลาซาลและศรีนครินทร์ เสน่ห์ของมันคือความหลากหลายที่หาได้ในย่านเดียว — มีตั้งแต่โรงคั่วกาแฟพิเศษที่บาริสต้าคัดเมล็ดเอง คาเฟ่ในสวนร่มรื่นที่นั่งได้ทั้งบ่าย ไปจนคาเฟ่มินิมอลถ่ายรูปสวยใกล้เมกาบางนา ที่นี่คนทำงานออฟฟิศแถวบางนา-ตราด นักศึกษา และครอบครัวย่านชานเมือง หมุนเวียนกันมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ และนัดเจอเพื่อน หลายร้านมีที่จอดรถของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่คาเฟ่กลางเมืองส่วนใหญ่ให้ไม่ได้ จะขับรถมาเองหรือต่อ BTS แล้วเรียก Grab ก็สะดวกทั้งคู่
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยชื่อเสียงจริง ๆ — NANA Coffee Roasters Bangna สาขาของโรงคั่วกาแฟพิเศษชื่อดังที่ออกแบบเป็นอาคารสีขาวกลางสวน เด่นเรื่องเมนู Dirty และ WAKE UP ที่ผสมยูซุกับเฮาส์เบลนด์ ส่วนสายเมล็ดไทยก็มี Roots Coffee โรงคั่วที่คัดเมล็ดตรงจากเกษตรกรไทย เปิดสาขาในตึกภิรัชทาวเวอร์ที่ BITEC ติดเมกาบางนา ฝั่งคาเฟ่ในสวนมี Bougain Cafe & Crafts คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นแถวแบริ่งที่เลี้ยงเป็ด ไก่ นกยูง ให้นั่งดูเพลิน ๆ กับทาร์ตส้มโอและ Yuzu Cold Brew และ Shelterhood Brew & Chill คาเฟ่ลับในดงไม้ใกล้ BTS บางนาที่มีมุมอ่านหนังสือเงียบ ๆ สายถ่ายรูปก็มี Coffee Station ที่ทำธีมสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวสไตล์ Studio Ghibli ในซอยอุดมสุข 25, La Mesa Coffee Co. คาเฟ่สีชมพูสไตล์เม็กซิกันกับ Mayan Mocha กลิ่นส้มแต่งพริก, Gooseberry Coffee โทนขาวดำมินิมอลแถวแบริ่ง-ลาซาล และ Bangnanian คาเฟ่สไตล์เกาหลีใกล้เมกาที่คนบางนาแวะประจำ ปิดท้ายด้วย Early Bird Coffee & Dessert Bar เดสเสิร์ตบาร์ในซอยบางนา-ตราด 23 และ Dear December คาเฟ่โทนขาวย่านศรีนครินทร์-หนองบอนกับ Cocoa Thai Tea สูตรเฉพาะ เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกที่ไหน
NANA Coffee Roasters Bangna
ถ้าพูดถึงคาเฟ่กาแฟตัวจริงย่านบางนา NANA Coffee Roasters Bangna คือชื่อที่คอกาแฟต้องรู้จัก สาขานี้เป็นโรงคั่วและคาเฟ่โทนขาวสะอาดตา ออกแบบล้อมรอบด้วยสวนและต้นไม้ใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนบางนา-ตราดทางคู่ขนาน ใกล้เมกาบางนากับไบเทค ที่นี่เหมาะกับคนที่จริงจังเรื่องกาแฟพิเศษ มาทำงานเงียบ ๆ มาเดตชิล ๆ หรือพาคนรู้ใจมานั่งจิบกาแฟดี ๆ ในบรรยากาศที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมือง ทีมบาริสต้าของร้านมีดีกรีแชมป์ระดับประเทศหลายรายการ ทั้ง Brewers Cup และ Barista แชมป์ จึงไว้ใจเรื่องฝีมือชงได้เลย
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและพูดถึงเยอะคือ DIRTY (ราคาราว 150 บาท) ช็อตเอสเพรสโซเข้ม ๆ เทลงบนนมเย็นจัด ได้กลิ่นกาแฟชัดตัดกับความหวานมันของนม กับ Nitro Cold Brew ที่เนื้อนุ่มเป็นฟองละเอียดเหมือนเบียร์ ดื่มแล้วสดชื่น อีกตัวที่เป็นซิกเนเจอร์คือ WAKE UP (ราว 180 บาท) ที่ผสมยูซุ โซดา กับ House Blend ออกมาเปรี้ยวซ่าหอมส้ม สายไม่กินกาแฟก็มีโคจิ คอมบูชา และชาให้เลือก ส่วนของหวานที่ต้องลองคือ Lemon Tart กับ Caramel Tart (ราว 180 บาท) ทาร์ตอบสดเปลือกหอมเนย รสไม่หวานจนเกินไป เข้ากับกาแฟดำได้ดี
รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมเรื่องคุณภาพกาแฟ เมล็ดคั่วกลางได้กลิ่นถั่วและช็อกโกแลต พนักงานแนะนำเมนูดี ใส่ใจรายละเอียด พื้นที่กว้าง มีทั้งโซนแอร์และโซนสวนกลางแจ้งที่นั่งกับสัตว์เลี้ยงได้ จอดรถสะดวกด้านหลังร้าน ส่วนข้อสังเกตที่หลายคนพูดตรงกันคือราคาออกแนวพรีเมียมนิดหนึ่ง บางมุมที่นั่งไม่ค่อยสบายตัว และปลั๊กไฟมีไม่ทั่วถึง ถ้าตั้งใจมานั่งทำงานยาว ๆ ควรเผื่อใจเรื่องนี้ไว้
ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ 07:00-17:30 น. เสาร์-อาทิตย์ 08:00-17:30 น. คะแนนกูเกิลอยู่ที่ 4.6 จากรีวิวหลายร้อยรายการ ถือว่าเป็นหมุดหมายกาแฟที่คอคาเฟ่ย่านบางนาและฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาด แนะนำให้มาช่วงสายวันธรรมดาถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ส่วนวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ
Roots Coffee (Mega Bangna)
Roots คือโรงคั่วและคาเฟ่กาแฟ specialty สัญชาติไทยที่อยู่คู่วงการมาตั้งแต่ปี 2013 เป็นชื่อที่คอกาแฟแทบทุกคนรู้จัก เพราะเขาเอาจริงเรื่องเมล็ดไทยและการคั่วเองทุกล็อต สำหรับคนย่านบางนา จุดแวะที่เข้าถึงง่ายสุดตอนนี้คือสาขา Bitec บางนา ตั้งอยู่ชั้น G ของอาคาร Bhiraj Tower at BITEC (ยูนิต G101) เดินจาก BTS บางนาต่อสกายวอล์กเข้ามาได้สบาย ๆ ร้านนี้เหมาะกับสายกาแฟตัวจริงที่อยากได้แก้วคุณภาพระหว่างวัน คนทำงานแถวไบเทคที่หาที่นั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ และคนที่อยากลองรสเมล็ดไทยคั่วสดแบบที่หาดื่มยากตามคาเฟ่ทั่วไป
เมนูที่ควรสั่งคือกลุ่มกาแฟจากเมล็ดโรงคั่ว Roots เอง — Espresso กับ Latte ที่เลือกเมล็ดได้ตามวัน รสนุ่มกลมไม่หวานนำ เน้นให้รสกาแฟมาเต็ม, Cold Brew เย็น ๆ ดื่มง่าย และพระเอกประจำที่แฟน ๆ รอคือ Barista's Choice เมนูพิเศษหมุนเวียนรายเดือนที่บาริสต้าครีเอตเอง เคยมีทั้ง Pandan Sesame Cold Brew และ Little Garden Cold Brew ที่กลิ่นรสแปลกใหม่จนหลายคนพูดถึง ใครไม่ดื่มกาแฟก็มี Iced Matcha Latte กับ Hojicha Latte ให้เลือก เสริมด้วยครัวซองต์และเบเกอรีเข้าคู่
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกัน หลายคนบอกลาเต้ "นุ่มเนียนกำลังดี" บาริสต้าฝีมือดีและเป็นกันเอง บรรยากาศตกแต่งโทนครีมสะอาดตา มีโต๊ะราว 5-6 ตัว Wi-Fi และปลั๊กชาร์จครบ ตอนเช้าคนเยอะหน่อยแต่หลังสิบโมงเริ่มโล่ง นั่งชิลหรือนั่งคุยงานได้สบาย ข้อสังเกตที่รีวิวพูดตรงกันคือราคาแอบสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหนึ่ง ลาเต้ราว 130-150 บาท แต่ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าคุณภาพคุ้มกับที่จ่าย
ทำเลอยู่ในโซนอาคารสำนักงานของไบเทค เปิดประมาณ 07:30-17:30 เป็นคาเฟ่กลางวันมากกว่าร้านนั่งยาวตอนค่ำ ใครตั้งใจมาช่วงเย็นแนะนำเช็กเวลาก่อน ที่ Roots เป็นที่นิยมเพราะแบรนด์วางตัวเป็นผู้บุกเบิกกาแฟไทย specialty มายาวนาน คุมคุณภาพเมล็ดและการชงสม่ำเสมอทุกสาขา เลยกลายเป็นจุดหมายที่คอกาแฟย่านบางนาแวะกันไม่ขาด
Gooseberry Coffee Bearing-Lasalle
ถ้าใครวนเวียนแถวแบริ่ง-ลาซาลแล้วชอบคาเฟ่ที่ดีไซน์จัดเต็ม Gooseberry Coffee สาขานี้คือร้านที่ต้องแวะ เป็นสาขาที่สามของแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยสถาปนิก (ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก เจ้าของ Gooseberry Design) เลยไม่แปลกที่ทั้งร้านคุมโทนขาว-ดำมินิมอลแบบตั้งใจ เล่นกับเส้น รูปทรง และแสงซ่อนตามมุมต่าง ๆ คอนเซปต์คือเอาปรัชญาตะวันออกแบบหยินหยางมาผสมวัฒนธรรมกาแฟตะวันตก เดินเข้าไปมุมไหนก็ถ่ายรูปสวย ตั้งแต่กำแพงหน้าร้านยันเคาน์เตอร์กาแฟ เหมาะกับคู่รัก กลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งชิล หรือสายคาเฟ่ฮอปที่ตามเก็บร้านดีไซน์เท่ ๆ และที่ถูกใจคนเลี้ยงสัตว์คือร้านเป็น pet-friendly พาน้องหมามาได้
เมนูที่ต้องสั่งคือซิกเนเจอร์ชื่อเดียวกับร้าน Gooseberry Coffee ใช้กาแฟคั่วกลางผสมเบอร์รีจากหลายประเทศ เติมไซรัปมะม่วงและโซดา ออกมาเป็นเครื่องดื่มซ่า ๆ เปรี้ยวหวานสดชื่นเหมือนม็อกเทล ส่วนสาย Dirty ห้ามพลาด Special Dirty กับ Es-Bomb ที่เป็นเอสเพรสโซกับนม รสนุ่มครีมมี่ กลมกล่อม เหมาะคนชอบกาแฟไม่เข้มมาก ใครไม่ดื่มกาแฟลอง Japan Wonder เบสส้มกับโซดา ท็อปมัทฉะ เลมอน และกลิ่นดอกไม้ เปรี้ยวหวานหอมสดชื่น สายฟิลเตอร์มีเมล็ดซิงเกิลออริจินให้เลือก เช่น Columbia Road Valley ที่ได้โน้ตกุหลาบ พีช ลิ้นจี่ ตบท้ายด้วยครัวซองต์อัลมอนด์ เนยหอม ด้านนอกกรอบด้านในนุ่ม
เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟคุณภาพดี รสสดใสมีมิติ บรรยากาศเงียบสงบ เปิดเพลงคลอเบา ๆ มีที่นั่งหลายมุมให้เลือก ราคาต่อหัวประมาณ 101-250 บาท เมนูส่วนใหญ่อยู่ราว 100-200 บาท ถือว่าสมเหตุผลสำหรับคาเฟ่สเปเชียลตี้ที่ลงทุนกับดีไซน์ขนาดนี้ ร้านอยู่เลขที่ 555/5 ถนนลาซาล-แบริ่ง (ลาซาล-แบริ่งตัดใหม่) บางนาใต้ เขตบางนา เปิดทุกวัน 07:00-19:00 น. มีที่จอดรถ จุดที่ควรรู้คือร้านเน้นกาแฟกับเบเกอรีเป็นหลัก ไม่ใช่ร้านอาหารจานหนัก ถ้าตั้งใจมาทำงานหรือนัดคุยงานช่วงสาย ๆ บรรยากาศกำลังดี แต่ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ ถ่ายรูปแบบไม่มีคนพลุกพล่าน แนะนำมาช่วงร้านเพิ่งเปิดจะสบายกว่า
Bangnanian
ถ้าอยู่แถวบางนาแล้วอยากหาคาเฟ่นั่งชิล Bangnanian (บางนาเนี่ยน) คือร้านที่คนแถวนี้พูดถึงกันเยอะ ตึกขาวสองชั้นสไตล์มินิมอลเกาหลี ตั้งอยู่ในซอยรัตน์วินิจ บางแก้ว ห่างจากเมกาบางนาแค่นิดเดียว จุดเด่นคือมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาหน้าร้าน โซนนั่งมีทั้งห้องแอร์ชั้นล่าง-ชั้นบน และโซนสวนกลางแจ้งด้านหลัง โทนขาวสะอาดตัดกับไม้ธรรมชาติ เหมาะกับคนชอบถ่ายรูป คนที่อยากหามุมนั่งทำงานเงียบ ๆ หรือกลุ่มเพื่อนที่มานั่งคุยยาว ๆ ที่จอดรถเยอะเป็นข้อได้เปรียบของร้านย่านนี้
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Cha-Thai หรือชาไทยเข้ม รสชาติเข้มแน่น หลายคนบอกว่าสั่งหวานน้อยแล้วลงตัวกว่า อีกตัวที่ห้ามพลาดคือ Nutella Banana Cake เนื้อเค้กนุ่ม กลิ่นกล้วยหอมชัด ราดนูเทลล่ากับครัมเบิลด้านบน กินคู่กับเครื่องดื่มกำลังดี ฝั่งของคาวมี Cream Cheese Garlic Bread ที่คนสั่งกันเยอะ ส่วนสายไม่กินกาแฟก็มีโกโก้เย็น มัทฉะ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "Bangna" (ยูซุผสมเลมอนเนด) ให้ลอง เบเกอรีทำเองในร้านได้คำชมเรื่องความสดและนุ่มค่อนข้างสม่ำเสมอ
เรื่องราคาถือว่าเป็นกันเอง เครื่องดื่มและขนมส่วนใหญ่อยู่ราว ฿75–115 เฉลี่ยต่อคนประมาณ ฿100–250 ข้อสังเกตที่อยากบอกตามตรงคือรีวิวเรื่องกาแฟค่อนข้างก้ำกึ่ง บางคนชอบ บางคนบอกลาเต้ยังไม่เข้าที่ ดังนั้นถ้ามาครั้งแรกแนะนำให้เริ่มจากชาไทย โกโก้ หรือเมนูยูซุที่คนพูดถึงในทางบวกมากกว่า ส่วนบรรยากาศนี่ได้คำชมเกือบทุกรีวิว โดยเฉพาะแสงบ่าย ๆ ช่วงประมาณบ่ายสามถึงห้าโมงที่เงาไม้ทาบผนังขาวสวยมาก
ร้านเปิดประมาณ 08:30–17:30 ปิดวันจันทร์ (บางช่วงอาจปรับเวลา เช็กเพจร้านก่อนไปจะชัวร์กว่า) ทำเลอยู่ในซอยเลยทางออกเมกาบางนามานิดเดียว มารถส่วนตัวสะดวกสุดเพราะมีลานจอด วันธรรมดาคนไม่แน่นเท่าเสาร์-อาทิตย์ ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่ต้องแย่งกัน ลองมาวันธรรมดาช่วงบ่าย จะได้ทั้งความเงียบและแสงสวยไปพร้อมกัน
Coffee Station (TRAIN Coffee Station)
ถ้าชอบคาเฟ่ที่เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดไปยืนรอรถไฟอยู่กลางโตเกียว ร้านนี้คือที่ที่ต้องลอง TRAIN Coffee Station (หรือชื่อเดิม IRL Coffee Bar Station) อยู่ปากซอยอุดมสุข 25 ติด 7-11 พอดี เป็นคาเฟ่ธีมรถไฟญี่ปุ่นที่ทำดีเทลจริงจังมาก หน้าร้านเป็นตู้โบกี้มีประตูเลื่อนอัตโนมัติสองข้าง ข้างในแต่งโทนเขียว-เงินเมทัลลิก มีราวจับ ห่วงโหน แผนที่รถไฟใต้ดินโอซากา-โตเกียว แถมมีเสียงประกาศสถานีแบบญี่ปุ่นเปิดคลอ ที่นั่งหันข้างเหมือนนั่งในตู้รถไฟจริง เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปป์ที่ชอบถ่ายรูป คนที่อิน Studio Ghibli (มุมแต่งสไตล์สไปริเต็ดอะเวย์) และคนแถวบางนา-อุดมสุขที่อยากได้มุมนั่งชิลใกล้ BTS
เมนูเครื่องดื่มตั้งชื่อตามสถานีรถไฟญี่ปุ่น ทั้งชินจูกุ ฮาราจูกุ ชิบูยะ ซัปโปโร ตัวที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Dirty Espresso ที่ได้กลิ่นกาแฟชัด รสเข้มแต่ไม่บาดคอ กับ Hojicha เย็น หอมคั่วชาแบบญี่ปุ่นนุ่ม ๆ ฝั่งของกินแนะนำ Blueberry Cheese Tart ตัวทาร์ตกรอบ ไส้ชีสแน่น ตัดกับบลูเบอร์รีเปรี้ยวอมหวาน, Croissant Almond เนยหอมไส้อัลมอนด์ และ Croissant Garlic Cream Cheese สายคาวก็มีให้ลอง ใครชอบหวานเย็นลอง Yokohama (Nutella Shake) หรือเบบี้คาสเทลลาจิ้มวิปครีม/นูเทลลาก็เด็ด
ราคาเครื่องดื่มเริ่มราว 90 บาท ถ้าเป็นเมนูพิเศษแต่งหน่อยก็ขยับไป 120-130 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 100-250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับบรรยากาศและของที่ได้ เปิดทุกวันช่วงสาย ๆ ราว 10:30-17:30 (เป็นคาเฟ่กลางวัน ไม่เปิดดึก) เดินทางง่ายมาจาก BTS อุดมสุข ทางออก 1 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์/รถ ขับรถมาเองก็มีที่จอดหลังร้าน
ที่ร้านดังเพราะธีมแน่นจริงและถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม เป็นร้านขนาดกะทัดรัด คนเยอะช่วงวันหยุดและบ่าย ๆ ข้อควรรู้คือร้านขอให้สั่งเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละแก้ว และโซนถ่ายรูปคนค่อนข้างหนาแน่นเวลาพีค ใครอยากได้มุมโล่ง ๆ แนะนำมาช่วงร้านเพิ่งเปิด มีตู้อาร์ตทอย/กล่องสุ่ม Popmart และของแต่งหมุนตามเทศกาลให้ดูเล่นด้วย
🛏️ พักค้างย่านบางนา นั่งคาเฟ่ได้ทั้งวันไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านบางนาสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่ใกล้เมกาบางนา BITEC และ BTS สายสุขุมวิท เดินทางไปคาเฟ่ดังในลิสต์ได้สะดวก ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่โรงคั่วกลางสวน แล้วค่อยไล่นั่งฝั่งอุดมสุข-แบริ่งช่วงบ่าย ตกค่ำก็เดินช้อปเมกาบางนาหรือกินข้าวต่อได้เลย มีตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดหลักร้อยใกล้ BITEC ไปจนโรงแรมทำเลดีติดห้าง เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
Shelterhood Brew & Chill
คาเฟ่ลับที่คนบางนาชอบกระซิบบอกต่อ — Shelterhood Brew & Chill ซ่อนตัวอยู่ในซอยวัดบางนาใน เดินจาก BTS บางนาแป๊บเดียวก็ถึง ตัวร้านเล็ก ๆ อบอุ่นเหมือนไปบ้านเพื่อน มีโซนสวนต้นไม้เขียวครึ้มกับห้องแอร์ให้เลือกนั่ง หลายคนบอกว่าให้ฟีลเหมือนไปแคมป์กลางป่าทั้งที่อยู่กลางเมือง มุมไหนก็ถ่ายรูปสวย แถมมีน้องแมวเดินมาทักทายเป็นระยะ เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากหามุมเงียบ ๆ นั่งอ่านหนังสือหรือเปิดโน้ตบุ๊กทำงาน เพราะมีปลั๊กกับ Wi-Fi ฟรี และมุมหนังสือให้หยิบอ่านเพลิน ๆ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Shelterhood Signature Coffee กาแฟซิกเนเจอร์ของร้านที่หอมและบอดี้แน่น ใครชอบแนวหวานมันลองสั่ง Peanut Butter Latte ส่วนสายไม่กินกาแฟมี Earl Grey Milk Tea กับมัทฉะที่รีวิวชมว่าเข้มกำลังดี อยากกินจริงจังขึ้นมาหน่อยก็มี Smashed Avocado Poached Egg Toast ขนมปังอะโวคาโดบดไข่ลวก และของหวานยอดฮิตอย่าง Banoffee Pie ปิดท้าย มัฟฟินของร้านก็มีคนบอกว่านุ่มฟูหอมเนย
รสชาติจากเสียงรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกัน คือกาแฟคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ รสกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวจนเกินไป หลายรีวิวชมว่าเจ้าของดูแลเองใส่ใจทุกแก้ว ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 50–100 บาทต่อแก้ว ถือว่าสบายกระเป๋าสำหรับคาเฟ่ที่บรรยากาศดีขนาดนี้ คะแนนใน Google Maps สูงถึงระดับ 4.9 ดาว
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิด 07:00–16:00 ทุกวัน ที่นั่งในร้านมีจำกัด เหมาะกับมาเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก 2–3 คนมากกว่ามากันเยอะ ๆ ที่จอดรถมีแต่ไม่เยอะ ช่วงวันหยุดคนแน่น แนะนำนั่ง BTS มาจะสะดวกกว่า ใครชอบน้องแมวอย่าลืมทักทายแบบสุภาพ เพราะน้อง ๆ คือไฮไลต์ที่ทำให้ที่นี่อบอุ่นกว่าคาเฟ่ทั่วไป
La Mesa Coffee Co.
La Mesa Coffee Co. คือคาเฟ่กาแฟพิเศษกลางย่านอุดมสุข เปิดโดย Gary กับ Michelle คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันจากรัฐนิวเม็กซิโก ที่ตระเวนชิมและคัดเมล็ดกาแฟไทยจากไร่อยู่หลายปีก่อนจะลงหลักปักฐานเปิดร้านนี้ จุดที่คนพูดถึงกันมากคือผนังสีชมพูอมโอลด์โรสตัดกับเฟอร์นิเจอร์โครงเหล็กดำและพื้นปูนขัด ได้กลิ่นอายทะเลทรายสไตล์ New Mexican Adobe ที่หายากในกรุงเทพฯ ใครชอบกาแฟจริงจังแบบ specialty ชอบมุมถ่ายรูปสวย หรือมองหาที่นั่งทำงานเงียบ ๆ ทั้งวัน ร้านนี้เข้าทาง
เมนูที่ต้องสั่งคือ Mayan Mocha (ราว 140 บาท) ช็อกโกแลตเย็นที่ใส่กลิ่นส้มและพริกไทยไทยนิด ๆ ให้ปลายลิ้นจี๊ดขึ้นมาแบบไม่เหมือนมอคค่าทั่วไป ส่วนสายกาแฟดำลองถาม Lobo Blend (บราซิล+ไทย โทนช็อกโกแลตเข้ม ส้ม น้ำตาลทรายแดง) หรือ Barrio Blend (ไทย+เอธิโอเปีย โทนช็อกโกแลตดำ เฮเซลนัท) เค้กและคุกกี้อบสดในร้านโดยฝีมือ Michelle ของเด่นคือ Flourless Chocolate Cake เนื้อแน่นหนึบ กับ Caramel Banana Bread ราดคาราเมลโฮมเมด
เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าเจ้าของเอาใจใส่เรื่องกาแฟจริง บาริสต้าทำดี ร้านกว้างนั่งสบาย แสงธรรมชาติเข้าเยอะ พนักงานบริการน่ารัก หลายคนติด Pumpkin Spice Latte ว่าทำได้ดี ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือราคาออกจะสูงสำหรับย่านนี้ ทางเข้าเป็นซอยแคบ ที่จอดรถน้อยต้องจอดริมถนน บางรีวิวบอกกาแฟบางแก้วเปรี้ยวกว่าที่คาด และผนังชมพูดูเหมือนทำมาเพื่อถ่ายรูปมากกว่ากลมกลืนกับโทนอินดัสเทรียล แอร์ค่อนข้างเย็น พกเสื้อคลุมไปด้วยจะสบายกว่า
เปิดราว 07:30–16:00 (ปิดวันอาทิตย์) อยู่ลึกเข้าซอยสุขุมวิท 68 ไปไม่กี่สิบเมตร เดินจาก BTS อุดมสุขได้สบาย ชั้นบนมีโซน co-working คิดวันละ 100 บาท เหมาะกับสายนั่งยาว ที่คนแวะเวียนกันไม่ขาดเพราะเป็นคาเฟ่เมล็ดดีที่หาได้ไม่บ่อยในฝั่งบางนา
Early Bird Coffee & Dessert Bar
คาเฟ่ของหวานที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยบางนา-ตราด 23 ห่างเซ็นทรัลบางนานิดเดียว เดินทางสะดวกและมีที่จอดรถเยอะ Early Bird เป็นร้านขนาดกำลังดี โทนสีน้ำตาลอุ่นๆ ไฟส้มนวลตา มีโซนในห้องแอร์กับโซนนอกที่นั่งชิลล์ได้ เหมาะกับคนชอบนั่งทำงานยาวๆ มาเดต หรือแวะกินเค้กถ่ายรูปวันสบายๆ ตู้เค้กตั้งอยู่หน้าร้านให้เลือกได้เลยตั้งแต่เดินเข้า จุดเด่นจริงๆ คือของหวานโฮมเมดที่ทำใหม่และหมุนเวียนตามฤดูกาล
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ Mango Parfait ของหวานประจำหน้ามะม่วง เนื้อมะม่วงเน้นๆ มากับ mango sorbet เปรี้ยวหวานเย็นชื่นใจ ตัดกับคัสตาร์ดมะพร้าว กราโนล่า และลูกเดือยกับสาคูที่เคี้ยวเพลิน เค้กตามฤดูก็ห้ามพลาด อย่าง Mandarin cake (เค้กเนยซอสส้ม ส้มเชื่อมไม่หวานจัด ตัดกับบลูเบอร์รีสด) และ Lemon Meringue Tart ฐานนุ่ม ไส้เลมอนเปรี้ยวกำลังดี เมอแรงก์ไม่หวานเลี่ยน สายเครื่องดื่มหลายคนชมชาไทยลาเต้เย็นว่าหอม หวาน มัน แต่ไม่กลบรสชา ส่วน Hot Latte กาแฟเมล็ดของร้านเข้มกำลังดีไม่ขมเกิน และ Berry Tea ชาผลไม้หอมๆ ดื่มสบาย
ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 101–250 บาทต่อคน เครื่องดื่มเริ่มราว 70–110 บาท เค้กชิ้นละ 95–150 บาท ถือว่าสมราคาคาเฟ่กรุงเทพย่านนี้ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.3 จากผู้รีวิวหลายร้อยคน ส่วนใหญ่ชมเรื่องของหวานทำเองอร่อยและบรรยากาศนั่งได้นาน
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดอังคาร–อาทิตย์ ราว 08.00–17.30 น. ปิดวันจันทร์ เค้กเด่นๆ มักหมดเร็ว บางวันของเริ่มหมดช่วงเที่ยง ถ้าเล็งชิ้นไหนไว้แนะนำมาเช้าหน่อย โซนนอกสูบบุหรี่ได้ ภายในร้านค่อนข้างสลัวนิดในสายตาบางคน แต่บรรยากาศอบอุ่นกำลังดีสำหรับนั่งจิบกาแฟยาวๆ
Bougain Cafe & Crafts
ถ้าเบื่อคาเฟ่ห้องแอร์ในห้างแล้วอยากหนีมานั่งชิลแบบมีต้นไม้กับน้องเป็ดเดินผ่านหน้า Bougain Cafe & Crafts คือคำตอบที่คนย่านแบริ่ง-บางนารู้กันดี เป็นบ้านสีขาวสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอลซ่อนอยู่ในซอยสันติคาม 13 (หรือซอยแบริ่ง 14) มีบ่อบัว สนามหญ้า แล้วก็ฟาร์มเล็ก ๆ ที่เลี้ยงเป็ดกับไก่ซิลกี้เดินเล่นจริง ๆ ใครชอบบรรยากาศปลีกวิเวกแบบชานเมือง มานั่งทำงานยาว ๆ หรือพาครอบครัวมาถ่ายรูปวันหยุด ที่นี่เหมาะมาก มีทั้งที่นั่งในร้านสองชั้นและโซนเอาต์ดอร์ริมบ่อ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือ Yuzu Cold Brew (~120 บาท) โคลด์บรูว์ผสมยูซุ ได้กลิ่นส้มหอม ๆ ตัดกับกาแฟเข้ม ดื่มแล้วสดชื่น ส่วนสายกาแฟร้อนลอง Caffe Latte หรือ Flat White ที่เขาคัดเมล็ดมาคั่วเอง เบเกอรีก็เป็นโฮมเมดเกือบทั้งหมด ทาร์ตส้มโอ/เลมอนทาร์ตเปรี้ยวหวานกำลังดี Custard Cake กับ Banoffee เนื้อนุ่ม และครัวซองต์อัลมอนด์ที่หลายรีวิวบอกว่าหอมเนยอบใหม่ ราคาขนมราว 60-150 บาท เครื่องดื่มประมาณ 90-145 บาท ถือว่าคุ้มกับบรรยากาศ
คะแนนกูเกิลอยู่ที่ราว 4.4 จากรีวิวหลายร้อยรายการ ส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศร่มรื่น มุมถ่ายรูปสวย พนักงานใจดี และน้องเป็ดน้องไก่ที่เป็นไฮไลต์เรียกเสียงฮือฮา ข้อสังเกตที่เจอบ้างคือบางคนรู้สึกว่ากาแฟค่อนข้างไปทางบางและออกขมนิด ถ้าชอบเข้ม ๆ อาจต้องบอกบาริสต้า และคาเนเล่บางครั้งเสิร์ฟมาเย็นตรงกลาง ที่นั่งในร้านไม่ได้เยอะมาก ช่วงวันหยุดคนแน่นได้
ทำเลอยู่ห่าง BTS แบริ่งราว 900 เมตร ขับรถมาเองสะดวกกว่าเพราะมีที่จอดหน้าร้าน 4-5 คัน เปิดจันทร์-ศุกร์ 08:00-18:00 และเสาร์-อาทิตย์ 08:00-19:00 มีไวไฟฟรีกับปลั๊กไฟเยอะ รับบัตร และเป็น pet-friendly พาน้องหมามาได้ ใครมาแถวบางนา-สำโรงแล้วอยากได้คาเฟ่ที่ไม่ใช่สายห้าง แวะมาลองสักครั้งไม่ผิดหวัง
Dear December Cafe
Dear December Cafe คือคาเฟ่มินิมอลโทนขาว-ไม้สไตล์ญี่ปุ่นในซอยศรีนครินทร์ 58 (ขอบย่านบางนา-ศรีนครินทร์) ที่ตั้งใจให้ทุกวันอบอุ่นเหมือนเดือนธันวาคมตลอดทั้งปี เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบมุมถ่ายรูปสะอาดตา คนที่อยากนั่งชิลอ่านหนังสือเงียบ ๆ คนรักสัตว์ (ร้าน pet-friendly พาหมาแมวเข้าได้) และคู่ที่อยากหามุมนั่งเล่นไม่ไกลเมือง ตัวร้านเป็นซุ้มกำแพงโค้งสีขาวดูคล้ายสตูดิโอถ่ายรูป แทรกงานไม้และสวนเล็ก ๆ สไตล์ญี่ปุ่นด้านนอก
เมนูต้องสั่งคือ Cocoa Thai Tea ที่รวมโกโก้กับชาไทยได้กลมกล่อมเข้มข้น และ Ujicha Latte (มัทฉะอูจิฉะนำเข้าจากญี่ปุ่น) ที่รีวิวจริงบอกว่าเข้มขมกำลังดีมีลาเต้อาร์ตสวย ใครชอบกาแฟลอง Biscoff Caramel Macchiato หอมหวานมันมีเศษคุกกี้เคี้ยวกรุบ ส่วนของหวานมีเค้กโฮมเมดเนื้อนุ่มกับครัวซองต์อบใหม่ เสียงจากรีวิวชมว่ากาแฟใช้เมล็ด House Blend คั่วกลาง-เข้มหอมเข้ม บลูเบอร์รี่ชีสพายหวานกำลังดี และพนักงานบริการดีเป็นกันเอง ข้อสังเกตที่บางคนพูดถึงคือกาแฟบางแก้วอาจติดกลิ่นไหม้นิดหน่อย
ราคาส่วนใหญ่อยู่ช่วง 100-150 บาทต่อแก้ว (เครื่องดื่มพิเศษราว 135-150 บาท) ถือว่าสมเหตุผลกับบรรยากาศและคุณภาพ ทำเลเดินทางสะดวกมาก ลง BTS ศรีอุดม สายสีเหลือง ทางออก 3 เดินไม่กี่สิบเมตรถึงปากซอย หรือขับรถมาเองก็มีที่จอดส่วนตัว (ช่วงวันหยุดเต็มเร็ว มาเช้าหน่อยดีกว่า) เปิดอังคาร-ศุกร์ 09.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 09.00-18.30 น. ปิดวันจันทร์
ที่คนชอบมาเช็กอินเพราะร้านสวยถ่ายรูปขึ้นทุกมุม เครื่องดื่มทำใส่ใจ บรรยากาศสงบเย็นสบาย และคอนเซ็ปต์ "เดือนแห่งความสุข" ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน ข้อควรรู้: ที่นั่งไม่ได้เยอะมาก (ราว 11-40 ที่นั่ง) วันหยุดคนเยอะ และร้านปิดทุกวันจันทร์ เช็กเวลาก่อนไปจะชัวร์กว่า
🍜 อยากชิมให้ลึกกว่าเดิม? จองฟู้ดทัวร์กรุงเทพหรือคลาสทำอาหารไทย
ถ้าอยากเข้าใจเสน่ห์ของกินกรุงเทพให้ลึกกว่าการเดินเอง ลองจองฟู้ดทัวร์มีไกด์พาเดินชิมทีละร้านในย่านดัง ทั้งสตรีทฟู้ดตำนานและคาเฟ่ลับที่หาเองยาก ไกด์ท้องถิ่นจะเล่าประวัติย่านและพาลัดเลาะจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมักพลาด หรือใครอยากลงมือทำเองก็มีคลาสทำอาหารไทยและทำขนมในกรุงเทพให้เลือก ทั้งเดินตลาดสดและทำกับมือ เรารวมตัวเลือกฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook และ GetYourGuide ที่จองง่าย จ่ายออนไลน์ และรีวิวดีไว้ให้แล้ว
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านบางนา กรุงเทพฯ
ย่านบางนากว้างและร้านกระจายหลายถนน ถ้าไม่ขับรถ ต่อ BTS สายสุขุมวิทลงสถานีบางนาหรืออุดมสุข ส่วนฝั่งศรีนครินทร์ใช้ BTS สายสีเหลือง แล้วเรียก Grab ต่อสะดวกกว่าโบกแท็กซี่ ข้อดีของย่านนี้คือคาเฟ่หลายร้านมีที่จอดรถของตัวเอง ขับรถมาเองก็สบาย
คาเฟ่ส่วนใหญ่ในย่านบางนารับ QR PromptPay และบางร้านรับบัตร แต่ร้านเล็กและเดสเสิร์ตบาร์บางแห่งสะดวกรับเงินสดมากกว่า พกแบงก์ย่อยไว้นิดหน่อยจะคล่องตัว ถ้าใช้ PromptPay ต้องมีแอปธนาคารไทยหรือให้เพื่อนคนไทยช่วยสแกน
ร้านฮิตอย่าง NANA Coffee Roasters, Coffee Station และ La Mesa ช่วงบ่ายวันหยุดคนแน่นและที่จอดเต็ม ไปตอนร้านเพิ่งเปิดช่วงเช้าหรือวันธรรมดาจะสบายกว่า และบางร้านปิดบางวัน (La Mesa หยุดจันทร์ และคาเฟ่ในสวนบางแห่งหยุดกลางสัปดาห์) เช็กวันก่อนไป
คาเฟ่ในสวนหลายร้านอย่าง Bougain เลี้ยงเป็ด ไก่ นกยูง หรือมีหมาแมวเดินเล่น บรรยากาศน่ารักและเหมาะพาเด็ก แต่ใครแพ้ขนสัตว์หรือกลัวสัตว์เผื่อใจไว้หน่อย และช่วยกันไม่ให้อาหารสัตว์ตามใจ เพื่อให้ร้านดูแลง่าย
คาเฟ่รุ่นใหม่อย่าง NANA Coffee Roasters, Roots, La Mesa และ Coffee Station มักมีเมนูภาษาอังกฤษหรือมีรูป และพนักงานพอสื่อสารได้ ส่วนร้านเล็กบางแห่งเป็นเมนูไทย ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปช่วยสั่งได้ คนขายเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยว
หลายร้านถ่ายรูปสวยจนเป็นจุดเช็กอิน ถ่ายบรรยากาศได้ตามสบาย แต่ถ้าจะถ่ายติดลูกค้าคนอื่นหรือถ่ายในมุมส่วนตัว ขออนุญาตก่อนจะสุภาพกว่า และบางร้านมีโซนเงียบสำหรับคนนั่งทำงาน-อ่านหนังสือ ลดเสียงลงนิดหน่อยจะเกรงใจกัน
วางแผนคาเฟ่ฮอปปิ้งย่านบางนาให้คุ้มในวันเดียว
เคล็ดลับคือจัดกลุ่มร้านตามโซน เพราะย่านบางนากว้างและร้านกระจายตามถนนหลายเส้น เริ่มเช้าฝั่งบางนา-ตราด ได้เลย เพราะ Shelterhood Brew & Chill เปิดตั้งแต่ราว 07:00 เหมาะนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือเงียบ ๆ ก่อนคนเยอะ แล้วขยับไป NANA Coffee Roasters Bangna โรงคั่วกลางสวนบนถนนบางนา-ตราด สั่ง Dirty หรือ WAKE UP เป็นแก้วเด็ดของวัน ใครเริ่มฝั่งห้างก็แวะ Roots Coffee ที่ BITEC ติดเมกาบางนา และ Bangnanian คาเฟ่สไตล์เกาหลีใกล้เมกาได้สบาย
ช่วงบ่ายขยับไปฝั่ง อุดมสุข-สุขุมวิท และ แบริ่ง — Coffee Station ธีมรถไฟญี่ปุ่นในซอยอุดมสุข 25 และ La Mesa Coffee Co. คาเฟ่สีชมพูในสุขุมวิท 68 อยู่ไม่ไกลกัน ส่วนสายคาเฟ่ในสวนไปต่อที่ Gooseberry Coffee และ Bougain Cafe & Crafts แถวแบริ่ง-ลาซาลที่นั่งรับลมเย็นยาว ๆ ได้ (La Mesa หยุดวันจันทร์ เช็กวันก่อนไป) ปิดท้ายแก้วเย็น ๆ ที่ Dear December ย่านศรีนครินทร์-หนองบอน หลายร้านมีที่จอดรถของตัวเอง ขับรถไล่เป็นโซนสะดวกกว่า แต่ช่วงเย็นถนนบางนา-ตราดและศรีนครินทร์รถติด เผื่อเวลาเดินทางไว้หน่อย
มานั่งคาเฟ่ไล่ชิมหลายร้านในย่านบางนาแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักในย่านไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — อยู่ใกล้เมกาบางนา BITEC และ BTS สายสุขุมวิท ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่โรงคั่วกลางสวนแล้วไล่นั่งทั้งวันได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านบางนา เทียบราคา 3 เว็บ