🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถามคนกรุงเทพว่าอยากพานั่งคาเฟ่ชิล ๆ ใจกลางเมืองแบบเดินถึงกันหมดต้องไปไหน หลายคนตอบ "ชิดลม-เพลินจิต" — ย่านนี้อยู่บนถนนเพลินจิตช่วงต่อจากราชประสงค์ ขนาบด้วยห้างหรูอย่าง Central Embassy, เซ็นทรัลชิดลม และเกษร วิลเลจ แต่ลึกเข้าไปในซอยต้นสน ซอยสมคิด ซอยหลังสวน และซอยร่วมฤดี กลับซ่อนคาเฟ่คาแรกเตอร์จัดไว้เพียบ เสน่ห์ของย่านนี้คือความหลากหลายในรัศมีเดินเดียว — ก้าวออกจากห้องแอร์ในห้างก็เจอบ้านไทยเก่าริมสระน้ำ เลี้ยวอีกซอยก็เป็นโรสเตอรี่กลิ่นกาแฟคั่วลอยมาทั้งร้าน สายกาแฟจริงจัง สายบรันช์ถ่ายรูป หรือสายขนมอบเบเกอรี ก็มีที่ลงตัวให้หมดในย่านเดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยชื่อเสียงและที่มาจริง ๆ — Erawan Tea Room ห้องน้ำชาไทยในแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เหนือศาลพระพรหมเอราวัณ ที่เสิร์ฟ Thai Afternoon Tea สำรับไทยและได้รับเลือกเข้ามิชลินไกด์, Sarnies Roastery โรสเตอรี่กาแฟจากแบรนด์สิงคโปร์ที่คั่วเองในร้านกลางซอยต้นสน เด่นด้วยเบลนด์ Mr. Darkside กับ Smooth Criminal, The Coffee Academics เชนกาแฟพิเศษจากฮ่องกงที่คัดอาราบิก้าท็อป 5% ของโลกมาชง เด่นด้วย Manuka Honey Coffee, Open House คาเฟ่-ร้านหนังสือศิลปะกว่าสองหมื่นเล่มชั้น 6 Central Embassy และ Samantao Heritage Coffee กาแฟโบราณใส่เนยในบ้านไทยริมน้ำของนายเลิศพาร์ค ส่วนสายบรันช์และเบเกอรีก็มี Luka, Kay's Boutique, Wondering Cafe & Bakeshop, DEAN & DELUCA และ iBERISTA ครบทุกรส — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกที่ไหน
Erawan Tea Room
ถ้าอยากกินอาหารไทยฝีมือดีในบรรยากาศหรู ๆ กลางย่านราชประสงค์ Erawan Tea Room คือชื่อที่คนรักอาหารไทยพูดถึงกันมานาน ร้านอยู่ชั้น 2 ของห้างเอราวัณ แบงค็อก (ในเครือโรงแรม Grand Hyatt Erawan) เดินเชื่อมจาก BTS ชิดลมได้สบาย ตกแต่งโดยดีไซเนอร์ Tony Chi โทนไม้สีเข้มกับผ้าไหม นั่งสบายแบบไทยร่วมสมัย มองเห็นศาลพระพรหมเอราวัณจากหน้าต่าง เหมาะกับมื้อพิเศษ พาผู้ใหญ่ไปทาน นัดเพื่อนจิบน้ำชา หรือต้อนรับแขกต่างชาติที่อยากลองอาหารไทยจริง ๆ ในที่นั่งดี ๆ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและรีวิวพูดถึงเยอะคือ "Thai Afternoon Tea" เซ็ตน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทย ที่เสิร์ฟแบบฝรั่งแต่ของในจานเป็นของว่างและขนมไทยสีสันจัด ทั้งคาวหวานครบ แล้วก็ ข้าวผัดเอราวัณ ไก่ห่อใบเตย เมี่ยงคำ และที่หลายคนติดใจคือ ชาลิ้นจี่ หอมหวานชื่นใจ ส่วนช่วงเย็นมีอาหารไทยแบบ all-you-can-eat สั่งทีละจานไม่อั้น เหมาะกับคนกินจุหรือมาเป็นกลุ่ม รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ารสชาติเข้มข้นกลมกล่อมแบบไทยแท้ เน้นวัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่น ขนมไทยทำสวยน่ากิน บริการดูแลดีแบบโรงแรม
เรื่องราคาบอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่ร้านราคาประหยัด เซ็ตน้ำชายามบ่ายและบุฟเฟต์อยู่ในช่วงประมาณ 500–1,000 บาทขึ้นไปต่อคน (มื้อเย็น all-you-can-eat ราว 950++) แต่ถ้าเทียบกับทำเล บรรยากาศ และฝีมืออาหารแล้วถือว่าคุ้มสำหรับมื้อพิเศษ ร้านได้เข้า Michelin Guide กรุงเทพฯ และเคยถูก Lonely Planet ยกให้เป็นหนึ่งในน้ำชายามบ่ายที่ดีที่สุดของโลก คะแนนรีวิวบน Google ก็สูงถึง 4.6 ซึ่งสะท้อนว่าทำได้สม่ำเสมอ ไม่ใช่ดีแค่บางวัน
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดทุกวัน 10:00–22:00 ส่วนช่วง Afternoon Tea เสิร์ฟราว 11:00–17:00 ช่วงวันหยุดและมื้อค่ำคนเยอะ แนะนำให้จองล่วงหน้าจะสบายใจกว่า ถ้ามาช่วงน้ำชาควรเช็กก่อนว่ารอบไหนยังว่าง การแต่งตัวเรียบร้อยหน่อยจะเข้ากับบรรยากาศ และเพราะอยู่ในห้างติด BTS เลยเดินทางง่ายไม่ต้องลุ้นเรื่องที่จอดรถ
Sarnies Roastery
ถ้าใครเป็นสายกาแฟตัวจริงในย่านชิดลม-เพลินจิต Sarnies Roastery ในซอยต้นสนคือร้านที่ต้องแวะให้ได้สักครั้ง ที่นี่คือ "บ้านหลังใหญ่" และโรงคั่วของ Sarnies แบรนด์คาเฟ่สไตล์ออสซี่/เมลเบิร์นที่ดังมาตั้งแต่สาขาเจริญกรุง เขายกเครื่องคั่วเมล็ดมาตั้งไว้กลางร้านเลย คั่ว-ชง-เสิร์ฟเองครบจบในที่เดียว ตัวอาคารเป็นตึกขาวมุมกระจกใส โทนไม้สนอุ่น ๆ ล้อกับชื่อซอย "ต้นสน" พอดี เดินจาก BTS ชิดลมมานิดเดียว เหมาะมากทั้งสายนั่งทำงาน สายถ่ายรูป และคนที่อยากกินมื้อเช้ายาว ๆ แบบสบาย ๆ
เมนูที่คนพูดถึงเยอะคือกาแฟ single-origin คั่วสด กับเบลนด์ซิกเนเจอร์สองตัว Mr. Darkside (คั่วเข้ม บอดี้แน่น) กับ Smooth Criminal (คั่วกลาง-อ่อน โทนผลไม้เปรี้ยวสดชื่น) มีขายเป็นถุง 250 กรัมกลับบ้านด้วย ราคาราว 399-439 บาท ใครชอบแนวหวานมันลองเมนู Dirty Coffee ที่รีวิวชมว่ากลิ่นหอมและคุ้มราคา ส่วนของกินต้องสั่ง Spinach Mushroom Quiche ที่หน้าตาเป็นถ้วยทรงแปลกไม่เหมือนคีชสามเหลี่ยมทั่วไป รสชาติแน่นเนย กับขนมปังซาวร์โดว์โฮมเมดที่อบเองใช้แป้งนำเข้า หลายคนชมว่าทำได้ดีจริง มีออลเดย์เบรกฟาสต์ ครัวซองซาวร์โดว์ไส้ต่าง ๆ และเค้กช็อกโกแลตให้ตบท้าย
เรื่องราคา จัดเป็นคาเฟ่ระดับกลางค่อนบน เฉลี่ยราว 251-500 บาทต่อคน กาแฟแก้วละ 115-150 บาท ของกินจานหลักจานละ 280-330 บาท ข้อสังเกตจากรีวิวจริงคือบางคนบอกรสกาแฟ "มาตรฐานดี" แต่ไม่ได้หวือหวาจนตะลึง และอาหารบางจานราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบปริมาณ แต่จุดที่แทบทุกคนเห็นตรงกันคือบรรยากาศร้านดีมาก แสงสวย โปร่ง มีโซนในและนอกร้าน เหมาะนั่งยาว
ทำเลอยู่เลขที่ 34/1 ปิยะเพลส ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต เปิดทุกวันประมาณ 7:00-18:00 น. มีที่จอดรถและเดินจาก BTS ชิดลม/เพลินจิตได้สบาย ที่ร้านยอดนิยมเพราะรวมจุดเด่นไว้ครบ ทั้งกาแฟคั่วสดจากโรงคั่วในร้าน ขนมปังทำเอง บรรยากาศถ่ายรูปสวย และอยู่ใจกลางเมืองเดินทางง่าย ข้อควรรู้คือช่วงสุดสัปดาห์คนเยอะ โต๊ะริมกระจกเต็มไว ถ้าอยากได้มุมดี ๆ แนะนำมาเช้าหน่อย
The Coffee Academics
ถ้าใครเป็นสายกาแฟ specialty ตัวจริง ร้านนี้คือหมุดที่ควรปักไว้ในย่านหลังสวน The Coffee Academics เป็นแบรนด์คาเฟ่จากฮ่องกง (เปิดมาตั้งแต่ปี 2012) ที่เลือกสาขาแรกในไทยลงที่ Velaa Sindhorn Village คอมมูนิตี้มอลล์ไฮเอนด์บนซอยหลังสวน เดินจาก BTS ชิดลมราว 800 เมตร จุดขายคือเขาเป็นทั้งโรงคั่วและร้านที่มีทีม Q-grader คัดเมล็ดอาราบิก้าเกรดดีหมุนเวียนจากหลายประเทศ ใครชอบลองเมล็ดใหม่ ๆ หรืออยากได้ที่นั่งทำงานเงียบ ๆ มีปลั๊ก มี Wi-Fi ฟรี ที่นี่เข้าทาง
เมนูที่คอกาแฟพูดถึงบ่อยคือซีรีส์กาแฟดำซิกเนเจอร์ที่ใส่สารให้ความหวานต่างกันไป โดยเฉพาะ Manuka ที่ใช้น้ำผึ้งมานูก้านิวซีแลนด์ รสหวานละมุนกลมกล่อม ส่วน Agave จะมาคู่พริกไทยดำให้ความเผ็ดซ่าจาง ๆ ที่ลำคอ และ Jawa เสิร์ฟในแก้วไวน์กับน้ำตาลโตนดอินโดฯ กลิ่นมะพร้าวอ่อน ๆ ใครอยากลองของพิเศษมีบล็อกคั่วลิมิเต็ดที่ทำได้วันละไม่กี่แก้ว นอกจากกาแฟยังมีมัทฉะ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์แปลก ๆ อย่างตัวที่ใส่พริกแดง และเค้กอย่าง Chocolate Berry Cake ที่รีวิวบอกว่าเนื้อชุ่มช็อกโกแลตเข้มตัดกับเบอร์รี่เปรี้ยว ไม่หวานจัด ฝั่งของคาวมี all-day breakfast ครัวซองต์แซลมอน อะโวคาโดโทสต์ พิซซ่า และมีเค้กวีแกน/กลูเตนฟรีให้เลือกด้วย
บรรยากาศเป็นสไตล์โมเสกแบบฮ่องกงผสมต้นไม้เขียว ๆ มีโต๊ะยาวแบบ communal ดูดี ถ่ายรูปสวยทั้งในและนอกร้าน เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องคุณภาพเมล็ด ลาเต้อาร์ต และพนักงานที่แนะนำเมล็ดได้ดี ข้อที่ควรรู้คือราคาค่อนข้างพรีเมียม ตกประมาณ 250-500 บาทต่อคน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ราว 200 บาท บล็อกพิเศษแตะ 390 บาท บางรีวิวจึงรู้สึกว่าราคาสูงไปนิดเมื่อเทียบกับรส แต่ถ้ามาเพื่อกาแฟดี ๆ บรรยากาศนั่งสบาย หรือนัดคุยงานก็ถือว่าคุ้มกับทำเล เปิดทุกวัน 07:00-21:00 ใครพกแก้วมาเองลด 10% เป็นโบนัสเล็ก ๆ
Kay's Boutique
ถ้าพูดถึงคาเฟ่อาหารเช้าออลเดย์ที่คนกรุงพูดถึงกันมานาน Kay's Boutique คือชื่อแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมา และสาขา Central Embassy นี้คือทำเลที่ไปง่ายที่สุด เพราะอยู่บนชั้น 6 โซน Open House ห้องสมุด-โคเวิร์กกิ้งสุดสวยติดสวนเด็กเล่น ตัวร้านตกแต่งโทนขาวมินิมอลปล่อยแสงธรรมชาติเข้าเต็ม ๆ เหมาะกับคนที่อยากกินบรันช์ชิล ๆ นั่งยาว ถ่ายรูปสวย หรือมานัดเพื่อน-คู่เดต ใครพักแถวชิดลม-เพลินจิตหรือเดินห้างอยู่แล้วอยากได้มื้อเช้าดี ๆ ที่นี่ลงตัวมาก
พระเอกของร้านคือเฟรนช์โทสต์ที่อบขนมปังเองสดใหม่ทุกวัน เมนูต้องสั่งคือ Ultimate French Toast ขอบกรอบคาราเมลด้านนอกแต่ข้างในนุ่มฉ่ำเนย ราดด้วยกล้วย อัลมอนด์บัตเตอร์ เบคอน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มากับไอศกรีมวานิลลา ส่วน Royal French Toast Sandwich เป็นแซนด์วิชเฟรนช์โทสต์ขอบทองสอดไอศกรีมไว้ตรงกลาง รีวิวจริงบอกตรงกันว่าทั้งกรอบทั้งหอม ใครชอบสายคาวลอง Prince of Benny ซึ่งเป็น Egg Benedict ฐานกรอบ เนื้อผัดหอมใหญ่ ราดฮอลแลนเดสครีมมี่ และ Avo-kay-do Toast อะโวคาโดบดคลุกเครื่องวางบนซาวร์โดกับไข่ดาวน้ำ-กุ้ง ที่หลายคนบอกว่า "สดชื่นสุด ๆ"
ฝั่งเครื่องดื่มก็มีของเด่นอย่าง The Hulk มัทฉะเลเยอร์ช็อกโกแลตหอมกลมกล่อม และ B.O.M.B Bassy ช็อกโกแลตเบลเยียมแต่งด้วยกลิ่นทรัฟเฟิล ใครสายเฮลตี้ก็มีสมูทตี้และเฮลตี้โบวล์ให้เลือก ราคาเฉลี่ยราว 250–500 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและทำเลกลางเมือง มีเมนูภาษาอังกฤษ จานหวานเด่นจึงเหมาะกับชาวต่างชาติที่อยากลองบรันช์สไตล์ไทยร่วมสมัย
เปิดทุกวัน 10:00–22:00 ตามเวลาห้าง เดินจาก BTS เพลินจิตราว 300 เมตร หรือชิดลมราว 400 เมตร ข้อควรรู้คือช่วงสุดสัปดาห์และมื้อสายคนเยอะ โต๊ะริมกระจกวิวสวยหายไว แนะนำมาก่อนเที่ยงหรือโทรจองล่วงหน้า และจานเฟรนช์โทสต์ค่อนข้างหวานเอาใจสายของหวาน ถ้ามากันหลายคนสั่งแบ่งกันชิมจะคุ้มกว่า
Open House
ใครชอบบรรยากาศนั่งชิล ๆ อ่านหนังสือ จิบกาแฟ แล้วมองวิวเมืองไปด้วย Open House ชั้น 6 ของ Central Embassy คือที่ที่ต้องลองสักครั้ง ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ร้านเดียว แต่เป็นพื้นที่ใหญ่ที่รวมร้านกาแฟย่อยหลายเจ้า ร้านหนังสือ Open House Bookshop by Hardcover ที่มี Book Tower สูงเด่น มุมโคเวิร์กกิ้ง Co-Thinking Space และโซนนั่งกินข้าวอยู่ในที่เดียว ออกแบบโดยทีมสถาปนิกจากโตเกียว เปิดโล่ง เพดานสูง แสงธรรมชาติเข้าเต็มจากกระจกบานใหญ่ เหมาะกับคนทำงานฟรีแลนซ์ นักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงครอบครัวที่พาเด็กมา (มีโซน Playground ให้เด็กเล่นด้วย)
ร้านกาแฟในโซนนี้มีให้เลือกหลายเจ้า เด่น ๆ คือ Coffeeology บาร์แฮนด์ดริปสายจริงจังที่คอกาแฟชอบมาก กับ OKONOMI คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นเฟอร์นิเจอร์ไม้อุ่น ๆ ที่หลายรีวิวบอกว่านั่งแล้วเหมือนหลุดไปคาเฟ่ลับในเกียวโต เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือมัทฉะ (ที่ OKONOMI ราว 160 บาท) และ Matcha Yuzu ราว 130 บาท ส่วนครัวซองและของหวานก็มีหลายร้านให้ลอง อยากกินจริงจังก็มี Peppina พิซซ่าเตาฟืน Bonchon และ Paris Miki ให้เลือก รสชาติโดยรวมรีวิวให้ผ่าน แต่หลายคนติงตรงกันว่า "ราคาค่อนข้างสูง" สมกับเป็นห้างหรู ถ้ามาเอาบรรยากาศเป็นหลักจะคุ้มกว่ามาเอาอิ่ม
เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมคือมุมอ่านหนังสือที่สวยเหมือนห้องสมุดเมืองนอก นั่งได้ฟรีไม่มีค่าเข้า มีปลั๊กไฟกระจายทั่ว โต๊ะทำงานและโซฟานุ่ม ๆ ให้เลือกนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือได้ทั้งวัน วันเสาร์-อาทิตย์บางช่วงมีดนตรีสดเล่นเบา ๆ คนเลยค่อนข้างเยอะช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าอยากได้ที่นั่งดี ๆ แนะนำมาช่วงสาย ๆ วันธรรมดา
ทำเลเดินทางง่ายมาก ติด BTS เพลินจิต ทางออกห้างเชื่อมตรงเข้าได้เลย จอดรถฟรี 2 ชั่วโมง เปิดทุกวัน อาทิตย์-พฤหัส 10:00–22:00 ศุกร์-เสาร์ 10:00–24:00 (ร้านกาแฟย่อยบางเจ้าเปิด-ปิดไม่พร้อมกัน เผื่อเวลานิดถ้ามาเจาะร้านใดร้านหนึ่ง) ข้อควรรู้คือหนังสือบางเล่มเป็นของตกแต่งหยิบอ่านไม่ได้ และช่วงพีคที่นั่งเต็มเร็ว แต่โดยรวมเป็นจุดนัดพบกลางเมืองที่ลงตัวทั้งกิน อ่าน และทำงาน
🛏️ พักค้างย่านชิดลม นั่งคาเฟ่ได้หลายร้านไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากไล่นั่งให้ครบทั้ง 10 คาเฟ่แบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านชิดลม-เพลินจิตสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่รอบ BTS ชิดลมและเพลินจิต เดินถึงห้าง Central Embassy, เซ็นทรัลชิดลม และเกษร วิลเลจ ได้สบาย ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่โรสเตอรี่ในซอยแล้วค่อยไล่นั่งทั้งวัน มีตั้งแต่โรงแรมหรูใจกลางเมืองไปจนที่พักราคาคุ้มในซอยเงียบ เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
🔍 เช็คราคาที่พักย่านชิดลม-เพลินจิต (Agoda)DEAN & DELUCA
DEAN & DELUCA สาขาปาร์คเวนเชอร์ คือคาเฟ่-เดลี่สไตล์นิวยอร์กที่ขึ้นชื่อมานานในกรุงเทพฯ ตัวร้านอยู่ชั้น G ของตึก Park Ventures Ecoplex ติด BTS เพลินจิตทางออก 2 เดินจากสถานีถึงหน้าร้านไม่กี่สิบเมตร เหมาะมากสำหรับคนทำงานแถวเพลินจิต-วิทยุ-ชิดลม ที่อยากหาที่นั่งจิบกาแฟตอนเช้า ประชุมงานเบา ๆ หรือนั่งทำงานคนเดียวเงียบ ๆ บรรยากาศตกแต่งโทนขาวสะอาดตา มีนาฬิกาบอกเวลาหลายเมืองทั่วโลกเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มีที่นั่งทั้งในร้านและโซนด้านนอกริมทางเดินตึก
เมนูที่หลายคนสั่งประจำคือ Caramel Macchiato กับ Iced Macchiato รีวิวส่วนใหญ่บอกว่ากาแฟหอมกลิ่นคาราเมล หวานกำลังดีไม่หวานแหลม ฝั่งของกินเด่นที่เป็นจุดขายคือเพสตรีและขนมอบสไตล์เดลี่ เช่น Almond Croissant, Scone Set, Red Velvet รวมถึงแซนด์วิชและแรปที่หยิบกินกลางวันได้เร็ว ๆ หลายคนชมว่าครัวซองต์ด้านนอกกรอบด้านในนุ่ม ส่วนของบางอย่างก็มีคนบอกว่าธรรมดาไปบ้าง ลองเลือกที่เป็นตัวชูโรงจะคุ้มกว่า
เรื่องราคา อยู่ในกลุ่มพรีเมียมตามสไตล์แบรนด์ เครื่องดื่มและขนมประมาณ 100-250 บาทต่อคน ครัวซองต์เริ่มราว 115 บาท สโคนเซ็ตและเค้กแถว ๆ 190-205 บาท ระบบเป็นบริการตัวเอง สั่งและจ่ายที่เคาน์เตอร์ หยิบขนมจากตู้เอง แล้วหาที่นั่งได้เลย ช่วงพักเที่ยงวันธรรมดาคนค่อนข้างเยอะเพราะรายล้อมด้วยออฟฟิศ มีทั้งคนทำงาน นักศึกษา และชาวต่างชาติ
ข้อควรรู้ก่อนไป สาขานี้ขนาดไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับสาขาในห้าง ตู้ขนมและของวางโชว์อาจดูน้อยกว่าที่อื่น ช่วงเร่งด่วนอาจต้องรอคิวหน่อย เปิดราว 07:00-18:00 ทุกวัน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ปิดเร็วกว่าเล็กน้อย ที่นี่ยอดนิยมเพราะทำเลดีมากติดรถไฟฟ้า แบรนด์มีชื่อ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่อยากได้กาแฟกับขนมอบดี ๆ แบบเดินถึงง่าย
Samantao Heritage Coffee
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของย่านเพลินจิต-ชิดลมแบบเดินไม่กี่ก้าวจาก BTS ก็ได้ Samantao Heritage Coffee (สมันเตา) คือคำตอบที่หลายคนนึกไม่ถึงว่าจะมีอยู่จริงกลางเมือง ร้านซ่อนตัวอยู่ในบ้านปาร์คนายเลิศ (Nai Lert Park Heritage Home) เป็นเรือนไม้ทรงไทยภาคกลางหลังเล็ก ตั้งอยู่ริมสระน้ำเก่าแก่ที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นล้อมรอบ ชื่อ "สมันเตา" มาจากชื่อเรือของนายเลิศ เศรษฐบุตร เจ้าของเดิมของที่นี่ ใครที่ชอบบรรยากาศย้อนยุค กาแฟโบราณ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ที่ไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป ร้านนี้เหมาะมาก เป็นที่นั่งจิบกาแฟยามเช้าแบบสบาย ๆ หรือพาผู้ใหญ่มานั่งคุยกันก็ลงตัว
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและพูดถึงเยอะคือ "กาแฟร้อนโบราณใส่เนย" ที่ได้กลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ตัดกับความมันนุ่มของเนยกำลังดี ส่วนสายขนมปังต้องลอง "ขนมปังนึ่งสังขยา" เนื้อนุ่มเด้ง สังขยาหอมใบเตย และถ้ามาช่วงเช้าแนะนำ "เซ็ตอาหารเช้าไทย" ที่มีไข่ลวก ขนมปังปิ้ง หรือจะเป็นไข่กระทะแบบครบเครื่อง ก็เป็นเมนูที่หลายรีวิวยกให้เป็นพระเอก ปิดท้ายด้วย "ชาไทย" เย็น ๆ หรือโอเลี้ยงแก้วโต ๆ ก็เข้ากับบรรยากาศร้านดี
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศริมน้ำที่ร่มรื่นและความน่ารักของเรือนไทย หลายคนบอกว่ามานั่งแล้วชิลเหมือนหลุดออกจากเมือง บางรีวิวให้คะแนนเครื่องดื่มและขนมอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้หวือหวา แต่จุดขายคือสถานที่และความสงบมากกว่า ส่วนเรื่องบริการมีทั้งคนที่ชมว่าพนักงานเป็นกันเอง และบางคนรู้สึกว่ายังดูแลได้ทั่วถึงกว่านี้ในช่วงคนเยอะ ที่นั่งค่อนข้างจำกัด ช่วงวันหยุดอาจต้องรอคิวบ้าง
ด้านราคาถือว่าจับต้องได้สำหรับทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ เครื่องดื่มและขนมเริ่มต้นหลักสิบ เซ็ตอาหารเช้าอยู่ราว ๆ ร้อยต้น ๆ เฉลี่ยต่อคนประมาณ 60–150 บาท ร้านเปิดทุกวัน 07.00–17.00 น. เดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ห่างจาก BTS เพลินจิตและชิดลมแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ข้อควรรู้คือต้องเดินผ่านเข้าไปในบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศ และเสน่ห์อย่างหนึ่งคือมีจุดให้อาหารปลาริมสระน้ำ ใครมาเที่ยวย่านนี้แล้วอยากได้คาเฟ่ที่ทั้งสวย สงบ และมีกลิ่นอายไทยโบราณจริง ๆ สมันเตาเป็นหมุดที่ไม่ควรพลาด
Luka
Luka คือมื้อบรันช์กลางวันของ Siri House บ้านเก่ายุค 1950s ในซอยสมคิดที่แสนสิริเอามาทำเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ผสมร้านอาหาร ศิลปะ และของแต่งบ้าน ตอนกลางวันโถงและสวนริมสระเป็นของ Luka สายกาแฟ-บรันช์ พอตกค่ำพื้นที่หลักจะเปลี่ยนมือเป็นร้าน Quince แทน ความเด่นของที่นี่คือบรรยากาศ บ้านไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่ มีสระน้ำ นั่งเอาต์ดอร์ได้สบาย เงียบและเป็นส่วนตัวกว่าคาเฟ่ในห้างแถวชิดลม เหมาะกับคนอยากนั่งจิบกาแฟยาว ๆ ตอนสาย คุยงานเบา ๆ หรือพาเพื่อนต่างชาติมากินบรันช์ในมุมที่ดูดีถ่ายรูปสวย
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Açaí Bowl ที่ปั่นอาซาอีกับมะพร้าวและนมกล้วยจนได้รสนวล ๆ ละมุน, Kra Prow Pizza พิซซ่าแป้งบางหน้ากะเพรา, กับกาแฟอย่าง Flat White และดริปที่หลายรีวิวบอกว่าเข้มกลมกล่อมใช้ได้จริง ของกินสายเฮลตี้-ฝรั่งก็มี เบรกฟาสต์เบอร์ริโต กราโนล่าโฮมเมดกับโยเกิร์ตกรีก อะโวคาโดซาวร์โดว์โทสต์แบบ DIY และสลัด เสียงจากรีวิวจริงชมว่าบรรยากาศดี บริการเอาใจใส่ กาแฟดี แต่ก็มีติว่าเมนูตัวเลือกค่อนข้างน้อยไม่หวือหวา และราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยย่านนี้นิดหน่อย
ราคาตกประมาณ 330–840 บาทต่อคน กาแฟเริ่มหลักร้อยต้น ๆ (พิคโคโล ~90 บาทขึ้นไป) ถือว่าเป็นเรตคาเฟ่ใจกลางเมืองที่จ่ายค่าทำเลและบรรยากาศพอสมควร ทำเลอยู่ที่ 14/2 ซอยสมคิด เดินจาก BTS ชิดลมราว 400 เมตร หรือเพลินจิตราว 600 เมตร Luka เปิดช่วงกลางวันทุกวัน 8:00–17:00
ที่นิยมเพราะมันคือหนึ่งในหมุดบรันช์ที่คนแถวเพลินจิต-ชิดลมและกลุ่มชาวต่างชาตินึกถึงเวลาอยากหนีความวุ่นวายมานั่งชิล ๆ ในสวน ข้อควรรู้ก่อนไป ที่นั่งโซนสวยมีจำกัด วันหยุดคนเยอะควรมาเช้าหรือจองล่วงหน้า ที่จอดรถมีไม่มาก และช่วงบ่ายแก่ ๆ บางวันเหลือแค่กาแฟกับของหวาน ส่วนใครอยากกินมื้อค่ำในบ้านหลังเดียวกันให้มองหา Quince ที่เปิดต่อตอนเย็น
Wondering Cafe & Bakeshop
ใครเดินเล่นแถวชิดลม-เพลินจิตแล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟกินครัวซองต์ดี ๆ ร้าน Wondering Cafe & Bakeshop สาขาเซ็นทรัลชิดลม (ชั้น 1 ติดทางออก BTS ชิดลม) เป็นเบเกอรีคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสที่ตกแต่งโทนครีม-ขาวสว่าง มินิมอลน่ารัก เดินขึ้นมาจากสถานีก็ถึงเลย เหมาะกับสายขนมอบ คนชอบเค้ก และคนที่อยากนัดเพื่อนหรือแฟนมานั่งชิล ๆ กลางห้างแบบไม่ต้องดั้นด้นไปไกลถึงสาขาใหญ่ย่านนางลิ้นจี่
เมนูที่คนพูดถึงเยอะคือ Plain Butter Croissant ที่ทางร้านบอกเองว่าขายไปแล้วเป็นแสน ๆ ชิ้น ผิวนอกกรอบ กลิ่นเนยหอมเด่นตั้งแต่ยังไม่กัด ใครชอบรสถั่วลองต่อด้วย Almond Croissant ไส้ครีมอัลมอนด์โรยอัลมอนด์สไลซ์ ส่วนของหวานที่เป็นซิกเนเจอร์คือ Macadamia Maple Sticky Bun หอมเมเปิลหวานมันแบบเคี้ยวเพลิน สายเค้กไม่ควรพลาด Chocolate Fudge Cake เข้มช็อกโกแลตและ Toffee Cake หวานนุ่ม ปิดท้ายด้วยซอฟต์ไอศกรีมเนื้อเนียนได้อีก
รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมเรื่องเท็กซ์เจอร์แป้งที่ทำออกมาดีและกลิ่นเนยที่ชัด หลายคนบอกว่ารสชาติคุ้มกับราคา บรรยากาศนั่งสบายเหมาะทั้งคู่รักและกลุ่มเพื่อน ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือถ้าซื้อขนมอบกลับบ้านแนะนำอุ่นก่อนกินจะได้ความกรอบกลับมาเต็ม ๆ และสาขาเซ็นทรัลชิดลมจะเล็กกว่าสาขาใหญ่ ช่วงพีคที่นั่งอาจเต็มไว
ราคาขนมอบเริ่มประมาณ 75–85 บาทต่อชิ้น เค้กและเมนูพิเศษขยับขึ้นไป เฉลี่ยต่อคนราว 250–500 บาท ทำเลอยู่ชั้น 1 เซ็นทรัลชิดลม ติด BTS ชิดลม เปิดตามเวลาห้างราว 10:00–19:00 ทุกวัน ที่ยอดนิยมเพราะได้ครัวซองต์อบสดสไตล์ฝรั่งเศสในทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางง่าย แวะก่อนหรือหลังช้อปปิ้งได้พอดี
iBERISTA
ถ้าเดินช้อปแถวราชประสงค์แล้วอยากหามุมจิบกาแฟดี ๆ แบบไม่ต้องออกแรงหา iBERISTA ชั้น 3 เกษร วิลเลจ คือคำตอบที่ลงตัว ร้านนี้เป็นคาเฟ่จากเครือ iberry Group ที่ตั้งใจจริงจังเรื่องกาแฟเป็นพิเศษ มากับคอนเซ็ปต์ "Make Life Less Complicated" จุดขายคือเมล็ดคั่วเบลนด์เฉพาะของร้านที่คัดมาจากแหล่งดังทั้งอเมริกาและแอฟริกา เหมาะกับคนที่เดินเหนื่อยจากการช้อป สายทำงานที่อยากหาที่นั่งเงียบ ๆ ในห้าง หรือคอกาแฟที่อยากลองเบลนด์ที่ไม่เหมือนเชนทั่วไป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ iBerista Iced Latte ที่ท็อปด้วยไอศกรีมนมฮอกไกโดของ iberry เอง หอมมันกลมกล่อม ส่วนสายกาแฟดำลองได้ทั้ง Iced Black Tangerine (กาแฟดำผสมน้ำส้มคั้นสดทำเอง) และ Americano Coconut ที่ใช้สูตรน้ำมะพร้าวแทนความหวานจากน้ำตาล ใครชอบชาก็มี Iced Hojicha Latte กลิ่นคั่วหอม ๆ และคาปูชิโนร้อนฟองนุ่มเป็นพื้นฐานที่ทำได้ดี ตัวเบลนด์ร้อนใช้สูตร Atlantic (เคนยา กัวเตมาลา โคลอมเบีย เอธิโอเปีย บราซิล) ส่วนเมนูเย็นใช้เบลนด์โทนซิตริก-ช็อกโกแลต อย่าลืมแวะดูตู้เบเกอรีอบสดใหม่ทุกวันที่วางคู่กัน
บรรยากาศเป็นคาเฟ่ในห้างหรูแบบโล่งสบาย แอร์เย็น มีที่นั่งราว 11–40 ที่ เหมาะนั่งพักหรือคุยงานเบา ๆ ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 90–150 บาทต่อแก้ว บวก service charge 10% เฉลี่ยทั้งบิลราว 101–250 บาทต่อคน รับบัตรเครดิต รีวิวบนเว็บไทยให้คะแนนราว 3.7 ส่วนใหญ่ชมเรื่องกลิ่นและรสกาแฟที่หอมเข้ม บางเสียงบอกว่าราคาขยับขึ้นมานิดตามทำเลในห้าง
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดทุกวัน 07:30–20:00 อยู่ชั้น 3 ฝั่งโซนร้านอาหาร เดินจาก BTS ชิดลม ผ่านสกายวอล์กเข้าห้างได้สบายราว 300 เมตร ช่วงสุดสัปดาห์คนเดินห้างเยอะ แต่ที่นั่งในร้านยังพอหาได้ ถ้าอยากได้มุมเงียบแนะนำช่วงเช้าวันธรรมดา
🍢 อยากชิมหลายร้านมีไกด์พาไป หรือลงมือทำขนม-อาหารไทยเอง
ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรืออยากเข้าใจวัฒนธรรมกาแฟและของกินไทยให้ลึกกว่าแค่สั่งมาชิม ลองจองฟู้ดทัวร์แบบมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินชิมทีละร้าน เล่าที่มาของแต่ละเมนูให้ฟัง ช่วยสั่งและพาลัดเลาะซอยที่หาเองยาก หรือจะลงคลาสทำขนมไทย-อาหารไทยลงมือทำเองแล้วได้สูตรกลับบ้านก็สนุกอีกแบบ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย เลือกรอบเวลาและภาษาที่สะดวก เหมาะทั้งไปเดี่ยว ไปคู่ และไปเป็นกลุ่ม
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านชิดลม-เพลินจิต กรุงเทพฯ
คาเฟ่ในห้าง (Central Embassy, เซ็นทรัลชิดลม, เกษร วิลเลจ) เดินจาก BTS ชิดลมหรือเพลินจิตถึงเลย มีสกายวอล์กเชื่อม ส่วนร้านในซอยอย่างต้นสน สมคิด หลังสวน ใช้ Grab หรือเดินต่อสั้น ๆ ปักหมุด Google Maps ชื่อร้านไว้ก่อนเพราะบางซอยป้ายไม่ชัด
คาเฟ่ในห้างและเชนอย่าง The Coffee Academics, DEAN & DELUCA, Open House, Erawan Tea Room รับบัตรและสแกนจ่าย (PromptPay) ได้สบาย ส่วนคาเฟ่เล็กในซอยหรือร้านกาแฟโบราณอย่าง Samantao ควรพกเงินสดหรือแบงก์ย่อยไว้เผื่อ
บรันช์ยอดนิยมอย่าง Luka และ Kay's Boutique หลัง 11 โมงถึงบ่ายคนแน่นสุด ลองไปก่อนเที่ยงหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ · Thai Afternoon Tea ที่ Erawan Tea Room ช่วงบ่ายเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า · คาเฟ่ในห้างช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะกว่าวันธรรมดามาก
คาเฟ่กาแฟแก้วเดียวหรือสั่งที่เคาน์เตอร์ไม่ต้องทิป · ส่วนร้านที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะอย่าง Erawan Tea Room, Luka หากพอใจบริการ คนไทยมักทิ้งเศษเงินทอนหรือราว 20–50 บาทไว้ · ร้านในโรงแรมและบางคาเฟ่อาจมีชาร์จเซอร์วิสในบิลอยู่แล้ว เช็กท้ายบิลก่อน
คาเฟ่ย่านชิดลม-เพลินจิตส่วนใหญ่เป็นย่านอินเตอร์ มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานพูดอังกฤษได้ โดยเฉพาะ Sarnies, The Coffee Academics, DEAN & DELUCA, Open House และ Erawan Tea Room · ร้านกาแฟโบราณอย่าง Samantao อาจเป็นเมนูไทยเป็นหลัก ชี้รูปหรือใช้แอปแปลช่วยสั่งได้
Open House ชั้น 6 Central Embassy มีโซนโคเวิร์กกิ้ง 'the greenhouse' หลังชั้นหนังสือ เหมาะนั่งทำงานเงียบ ๆ · The Coffee Academics และ Sarnies ก็มีปลั๊กและ Wi-Fi นั่งยาวได้ · ช่วงพีคของบรันช์-ของหวานบางร้านอาจขอความร่วมมือไม่ให้นั่งนานเกิน เช็กป้ายหน้าร้านก่อน
วางแผนนั่งคาเฟ่ย่านชิดลมให้ครบในวันเดียว
เคล็ดลับคือไล่ตามโซน เพราะคาเฟ่ในย่านนี้กระจุกอยู่สองฝั่ง เริ่มเช้าสายกาแฟจริงจังที่ Sarnies Roastery ในซอยต้นสน หรือ Samantao Heritage Coffee ในบ้านไทยริมน้ำของนายเลิศพาร์ค ที่บรรยากาศเงียบสงบเหมาะมื้อเช้าก่อนคนเยอะ ตามด้วยบรันช์สาย ๆ ที่ Luka ในซอยสมคิด หรือ Kay's Boutique ที่ขึ้นชื่อ French Toast — สองร้านนี้หลัง 11 โมงคนแน่น ไปก่อนเที่ยงจะสบายกว่า
ช่วงบ่ายขยับเข้าฝั่งห้าง แวะ Open House ชั้น 6 Central Embassy นั่งอ่านหนังสือศิลปะจิบกาแฟยาว ๆ หรือ The Coffee Academics ที่หลังสวนลองกาแฟ Manuka Honey ส่วนของหวานปิดท้ายแวะ Wondering Cafe & Bakeshop ที่เซ็นทรัลชิดลมหยิบครัวซองต์กับ Macadamia Maple Sticky Bun หรือ iBERISTA ที่เกษร วิลเลจ ถ้าอยากได้น้ำชายามบ่ายแบบหรู จอง Thai Afternoon Tea ที่ Erawan Tea Room ล่วงหน้าไว้จะชัวร์กว่า เพราะที่นั่งช่วงบ่ายเต็มเร็ว
นั่งคาเฟ่หลายร้านในชิดลมแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักย่านชิดลม-เพลินจิตไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — เดินจาก BTS ชิดลมและเพลินจิตถึงคาเฟ่ดังได้เกือบหมด ตื่นมาก็เริ่มมื้อเช้าที่โรสเตอรี่ในซอยได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านชิดลม-เพลินจิต เทียบราคา 3 เว็บ