🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้นึกถึงหมอชิต-จตุจักร คนส่วนใหญ่จะเห็นภาพตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในไทยก่อน แต่จริง ๆ แล้วรอบ ๆ ย่านนี้คือสนามของคนทำกาแฟตัวจริง พอ BTS หมอชิตกับ MRT จตุจักรเชื่อมกันตรงนี้ ทั้งตึกออฟฟิศริมวิภาวดี ตลาด อ.ต.ก. ตลาด JJ และตรอกซอกซอยแถวประชาชื่น-พหลโยธิน เลยกลายเป็นที่ลงหลักของคาเฟ่หลายแบบ บางร้านเป็นโรงคั่วเต็มตัวที่จริงจังกับเมล็ดและการสกัด บางร้านเป็นคาเฟ่ขนมที่อบเค้กกันสด ๆ ทุกวัน บางร้านเล็กแค่ไม่กี่ที่นั่งแต่คนต่อคิวซื้อกลับ บรรยากาศจึงหลากหลายมาก ตั้งแต่สายมินิมอลญี่ปุ่น วินเทจอินดัสเทรียล ไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม กินกาแฟเสร็จเดินช้อปต่อในตลาดได้เลย
ในลิสต์นี้มีร้านที่คอกาแฟกรุงเทพยกให้เป็นหมุดหมายของย่าน อย่าง Kaarom ที่บอกว่าจะใส่เมล็ดไทยลงไปในทุกเบลนด์และมีกาแฟนมเย็นเสิร์ฟพร้อมก้อนน้ำแข็งกลม ๆ เป็นซิกเนเจอร์ Brewery Brasserie คาเฟ่โทนขาว-ดำมินิมอลในซอยพหลโยธิน 18 ที่ดังเรื่อง Scotch Dirty กับกาแฟส้ม Compress Coffee คาเฟ่ลับในลานจอดรถข้าง MRT กำแพงเพชรที่ทำกาแฟดำได้ดีเกินตัว และ Peaktellers ในตลาด อ.ต.ก. ที่มีประสบการณ์ทำเบเกอรีกว่า 30 ปี อบเค้กฝรั่งหวานน้อยหลายสิบอย่าง ส่วน HEY! Beanstro ก็เป็นคาเฟ่ออลเดย์ใหญ่ ๆ ที่นั่งได้ยาวตั้งแต่เช้าจรดดึก เดินสกายวอล์กจาก BTS หมอชิตถึงเลย ใครชอบของน่ารักก็มี 2 Little Pigs กับลาเต้อาร์ตหน้าหมู และ Daisy Cafe คาเฟ่ดอกไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องทาร์ตเลมอน-ยูซุ เลื่อนลงไปอ่านทีละร้านได้เลย แล้วเลือกร้านที่ใช่สำหรับทริปกาแฟของคุณ
Kaarom Specialty Coffee (คาราอม สเปเชียลตี้ คอฟฟี่)
ถ้าเดินตลาดนัดจตุจักรจนเริ่มร้อนและหิวกาแฟ Kaarom Specialty Coffee (คาราอม) คือจุดพักที่คอกาแฟพูดถึงกันเยอะที่สุดร้านหนึ่งของย่านนี้ ตัวร้านอยู่ในห้าง Mixt Chatuchak ชั้น 1 โซน B ติดทางเข้าตลาด เดินจาก BTS หมอชิต หรือ MRT สวนจตุจักรเข้ามาไม่กี่นาที เป็นคาเฟ่สเปเชียลตี้แบบจริงจังที่คั่วเมล็ดเอง เหมาะกับคนที่อยากได้กาแฟคุณภาพในห้องแอร์เย็น ๆ มากกว่าจะไปยืนกินกลางแดด ใครเดินช้อปทั้งวันแล้วอยากหาที่นั่งชาร์จแบตทั้งตัวเองและมือถือ ที่นี่มี WiFi กับปลั๊กให้ด้วย
เมนูที่คนสั่งบ่อยและรีวิวชมเยอะคือ Dirty กาแฟช็อตเข้ม ๆ เทลงบนนมเย็นจนเป็นชั้นสวย ตัวเอสเปรสโซจากเมล็ดคั่วเองให้เครมาแน่นและกลิ่นหอม ใครชอบสายไทย ๆ ลอง Kaarom Yenn หรือกาแฟ Thai Blend ส่วนสายเปรี้ยวสดชื่นมี Yuzu Coffee ที่หลายคนติดใจ ของกินคู่กาแฟห้ามพลาดครัวซองต์เนยหอม ทั้งอัลมอนด์และแบบคุกกี้ช็อกโกแลตที่รีวิวบอกว่าตัวแป้งกรอบนอกนุ่มใน เป็นของเด่นพอ ๆ กับกาแฟเลย
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกัน คือกาแฟเข้มจริง รสชัด และลายลาเต้อาร์ตสวย หลายคนบอกว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดในโซนตลาด บรรยากาศตกแต่งน่ารัก ถ่ายรูปขึ้น มีโซนนั่งและแอร์เย็นช่วยให้หลบความวุ่นวายของตลาดได้สบาย ราคาอยู่ในระดับคาเฟ่สเปเชียลตี้ทั่วไป กาแฟร้อนเริ่มราว 100 บาท เมนูพิเศษอย่าง Dirty ขยับขึ้นไปหน่อย โดยรวมต่อหัวประมาณ 100–250 บาท
ข้อควรรู้คือช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดนัดเปิดเต็มที่ คนจะแน่นและคิวยาว ถ้าอยากได้ที่นั่งชิล ๆ มาช่วงเปิดร้านสายหน่อยหรือเลี่ยงเที่ยงจะสบายกว่า ร้านเป็นแบบสั่งที่เคาน์เตอร์ เปิดทุกวันประมาณ 10:00 ถึงเย็น (วันหยุดยาวถึงราว 19:00) เป็นจุดนัดพบและพักกาแฟที่ลงตัวสำหรับทริปเดินจตุจักร
HEY! Beanstro (เฮ้ บีนสโตร)
HEY! Beanstro (เฮ้ บีนสโตร) คือคาเฟ่-บิสโทรสองชั้นที่ชั้นล่างอาคาร S-Oasis ริมถนนวิภาวดีรังสิต ห่างจาก BTS หมอชิตเดินสบาย ๆ จุดขายคือเล่นสองบทในร้านเดียว กลางวันเป็นคาเฟ่ specialty coffee นั่งทำงานชิล ๆ ใช้เมล็ดของแบรนด์ Hey! Coffee คั่วเอง กลางคืนสลับโหมดเป็นไวน์บาร์-บิสโทรจิบค็อกเทล ใครทำงานแถวจตุจักร-วิภาวดีแล้วอยากได้ที่นั่งยาว ๆ มีกาแฟดี มีอาหารจริงจัง ที่นี่ตอบได้ทั้งคู่ บรรยากาศแต่งโทนเรียบหรู กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ มีโซน outdoor ฟีลต่างประเทศที่หลายคนมาถ่ายรูป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ ข้าวกะเพราเนื้อย่างไข่ดาวกรอบ รีวิวจริงบอกว่าเสิร์ฟมาน่าทาน ไข่ดาวกรอบ เนื้อนุ่ม กะเพราไม่เผ็ดมาก เป็นเมนูไทยในร้านกาแฟที่ทำได้ดีเกินคาด อีกจานที่แนะนำคือ Gambas Al Aglio กุ้งผัดกระเทียมสไตล์สเปนเสิร์ฟกับขนมปัง สายอาหารฝรั่งมีหมูย่างซอสราดมันบดเนียน ๆ ที่รีวิวชมว่าหอมซอสอร่อย พาสต้า สลัด ของหวานอย่าง Panna Cotta และไอศกรีม รวมถึงไวน์ เบียร์ ค็อกเทลครบ ฝั่งกาแฟก็มีซิกเนเจอร์ Hey Coffee สูตรนมเฉพาะของร้าน และเมนูเย็นอย่าง Cold Brew ให้เลือก
เรื่องราคา อาหารจานหลักจัดอยู่ในช่วงราว 251-500 บาทต่อคน กาแฟและเครื่องดื่มหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและบรรยากาศ คะแนน Google อยู่ที่ 4.6 จากรีวิวหลายร้อย สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่กลับมาชม เปิดทุกวัน 07:00-23:00 นั่งได้ยาวถึงดึก มีดนตรีสดวันพุธและศุกร์ช่วงค่ำ จุดที่ควรรู้คือโซนคาเฟ่กาแฟชั้นล่างปิดเร็วกว่าโซนบาร์ ถ้าตั้งใจมาดื่มกาแฟช่วงเย็นควรเช็กเวลาก่อน และที่นี่จับมือกับพาสต้าอาม่าในสาขาเดียวกัน เลยได้ทั้งกาแฟดีและอาหารฟิวชั่นในที่เดียว จอดรถในอาคารได้ มีตราประทับจอดฟรี
Omise Cafe (โอมิเซะ คาเฟ่)
ใครเดินตลาดนัดจตุจักรจนเหนื่อยแล้วอยากได้กาแฟดี ๆ สักแก้ว Omise (โอมิเซะ / お店) คือร้านเล็ก ๆ ที่คอกาแฟชอบแวะ เป็นบูทสโลว์บาร์สไตล์ญี่ปุ่นมินิมอลในโครงการ 4 ฝั่งถนนกำแพงเพชร ร้านเล็กมากแบบยืนสั่งหน้าเคาน์เตอร์ ไม่เน้นที่นั่ง แต่ตกแต่งน่ารักด้วยกล้องฟิล์ม ถ้วยเซรามิก ตุ๊กตาแมว และแผ่นเสียง ใครชอบมุมถ่ายรูปบาริสต้าชงกาแฟมือ ๆ ที่นี่ถ่ายออกมาสวยทุกแก้ว เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากหยุดพักระหว่างช้อปมากกว่าจะมานั่งยาว ๆ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือมัทฉะลาเต้ รสนุ่ม ออกไปทางมิลกี้ หวานกำลังดี (รีวิวจริงบอกว่ามัทฉะค่อนข้างบางและออกนมนำ ใครชอบมัทฉะเข้ม ๆ ขมจัดอาจต้องบอกบาริสต้า) ส่วนสายกาแฟมีเอสเพรสโซ อเมริกาโน ลาเต้ และที่สนุกคือกลุ่มเอสเพรสโซโซดาผลไม้ เช่น Yuzu Espresso Soda, Coconut Espresso และ Orange Juice Espresso เปรี้ยวซ่าสดชื่นดีในวันที่จตุจักรร้อน ๆ ที่ขาดไม่ได้คือกาแฟดริปชงมือและเครื่องชงแบบโยกคันโยก เมล็ดคั่วมาดี กลิ่นหอมละมุน หลายรีวิวชมว่าลาเต้รสกาแฟแน่นคุ้มราคา
ราคาเริ่มประมาณ 50 บาท มัทฉะลาเต้ราว 65 บาท ลาเต้ราว 75 บาท เพิ่มนมโอ๊ตประมาณ 35 บาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับกาแฟสเปเชียลตี้กลางตลาด รับเงินสดและสแกนจ่าย เป็นแบบซื้อกลับเดินจิบต่อได้เลย จุดที่ทำให้ร้านยอดนิยมคือได้ทั้งกาแฟฝีมือจริงจังและบรรยากาศคาวาอี้แบบเกียวโตย่อส่วนในที่เดียว เลยกลายเป็นหมุดเช็กอินของคนเดินจตุจักรทั้งไทยและต่างชาติ
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเน้นเสาร์–อาทิตย์ตามจังหวะตลาดนัด (ประมาณ 10:00/11:00–19:00) วันธรรมดามักปิด ควรเช็กเพจ/ไอจี @omise.cafe ก่อนไปกันพลาด ร้านเล็กและคนเยอะช่วงบ่าย ถ้าอยากได้คิวสั้นและมุมถ่ายรูปสวย ๆ แนะนำมาช่วงสายราว 11:00–13:00
Brewery Brasserie (บริวเวอรี บราสเซอรี)
ใครเดินตลาดนัดจตุจักรหรือทำงานแถวพหลโยธิน-สวนจตุจักรแล้วอยากหาคาเฟ่เงียบ ๆ นั่งยาว Brewery Brasserie (บริวเวอรี บราสเซอรี) คือร้านที่คอกาแฟย่านนี้แวะกันเยอะ ตัวร้านอยู่ในซอยพหลโยธิน 18 ตรงข้ามคอนโด M SAP Resident เดินจาก MRT สวนจตุจักรหรือ BTS หมอชิตมาไม่ไกล จุดที่คนจำได้คือดีไซน์ตึกโทนขาวล้วนด้านนอก แต่พอเข้าไปข้างในกลับเป็นโทนดำสนิท เคาน์เตอร์ปูนเปลือยตัดกับเฟอร์นิเจอร์ดำ จัดมุมไว้หลายมุมให้นั่งทำงานหรือจิบกาแฟชิล ๆ ทั้งวัน เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบบรรยากาศมินิมอลและคนที่อยากได้ที่นั่งสงบมากกว่าร้านในตลาดที่คนพลุกพล่าน
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Scotch Dirty กาแฟช็อตเข้มเทบนนมเย็นแต่งกลิ่นสกอตช์อ่อน ๆ กับ Wake Me Up กาแฟผสมส้ม โน้ตกาแฟมานำแล้วตามด้วยส้มเปรี้ยวหวานสดชื่น เป็นสองตัวที่หลายคนสั่งซ้ำ ใครชอบหวานนุ่มมี In the Dark ดาร์กช็อกโกแลตท็อปครีมนม และ So Matcha มัทฉะเกรดญี่ปุ่นกับนม ส่วนคนหิวมีของคาวอย่างข้าวไข่ข้นแฮมเบคอนและสปาเกตตี และครัวซองต์อบใหม่กินคู่กาแฟได้สบาย รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟทำได้ดี ขนมอบหอม และร้านถ่ายรูปขึ้นเพราะแสงกับโทนสีตัดกันสวย
ราคาต่อคนอยู่ราว 100–300 บาท เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Scotch Dirty และ Wake Me Up อยู่ที่ราว 140 บาท ถือว่ากำลังดีสำหรับคาเฟ่นั่งยาวกลางจตุจักร รับเงินสดและสแกนจ่าย มีที่จอดรถหน้าร้านและลานจอดของ M SAP ด้านหลัง แต่ที่จอดมีจำกัด วันหยุดแนะนำมารถไฟฟ้าจะคล่องกว่า
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ราว 08:00 ปิดเย็น (บางช่วงปิดเร็วราวบ่ายสี่โมง) ที่นั่งด้านในมีจำนวนหนึ่ง วันเสาร์-อาทิตย์ช่วงตลาดนัดเปิดคนจะเยอะกว่าวันธรรมดา ถ้าอยากได้มุมสงบไว้นั่งทำงานแนะนำมาช่วงสายวันธรรมดา และเช็กเวลาทำการในเพจ Facebook ของร้านอีกครั้งก่อนออกเดินทางจะชัวร์สุด
Compress Coffee & Craft Creator (คอมเพรส คอฟฟี่)
คาเฟ่ลับที่คอกาแฟย่านจตุจักรชอบบอกต่อร้านนี้คือ Compress Coffee & Craft Creator (คอมเพรส คอฟฟี่) มันแอบอยู่ในลานจอดรถของอาคารใกล้ MRT กำแพงเพชร ทางออก 1 เดินย้อนเข้าลานจอดนิดเดียวก็เจอ ใครมารถไฟฟ้าหรือขับรถมาเองสะดวกทั้งคู่เพราะมีที่จอดในตึก จุดเด่นคือบรรยากาศอินดัสเทรียลปูนเปลือยตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ดิบ ๆ ดูเท่แบบไม่ต้องแต่งเยอะ แถมยังเป็นสตูดิโองานคราฟต์ที่มีเวิร์กช็อปยิงพรม ทอผ้า เจียระไนหินด้วย เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้มุมเงียบ ๆ นั่งพักก่อนหรือหลังเดินตลาดนัด และคนที่ชอบร้านเล็กไม่วุ่นวายมากกว่าคาเฟ่ในตลาดที่คนแน่น
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Americano คั่วกลาง หอม สดชื่น ดื่มง่ายไม่ขมเฝื่อน เหมาะกับคนชอบกาแฟดำหรือกาแฟไม่หวาน หลายรีวิวบอกตรงกันว่าร้านนี้ทำกาแฟได้ดีเกินตัวร้านเล็ก ๆ ใครชอบสายนมลองลาเต้ ส่วนสายเปรี้ยวสดชื่นมี Yuzu Soda กับเมนูผลไม้ และมี Dirty ให้คอกาแฟเข้มได้ลอง ของกินเล่นมีคุกกี้กับแซนด์วิชราคาเบา ๆ ราว 35 บาท ไว้รองท้องคู่กาแฟ บรรยากาศร้านเงียบสบาย เปิดเพลงคลอเบา ๆ นั่งทำงานหรือนั่งคุยยาว ๆ ได้
เรื่องราคาถือว่าจับต้องง่ายมากสำหรับกาแฟดี ๆ กลางจตุจักร เครื่องดื่มเริ่มราว 70 บาท เฉลี่ยต่อคนไม่เกินร้อยห้าสิบบาท รับเงินสดและสแกนจ่าย เป็นคาเฟ่เล็กที่นั่งได้ทั้งโซนในร้านและโซนนอกริมลานจอด ใครสายถ่ายรูปก็ได้มุมปูนดิบ ๆ เท่ ๆ ไปหลายมุม
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านปิดวันจันทร์ วันอังคาร-ศุกร์เปิด 08:00–16:30 ส่วนเสาร์-อาทิตย์เปิด 09:00–18:00 ตามจังหวะตลาดนัด ที่จอดรถอยู่ในอาคารสีครีม ปักหมุด MRT กำแพงเพชร ทางออก 1 ไว้แล้วเดินเข้าลานจอดจะหาง่ายสุด แนะนำเช็กเพจ/ไอจี @compressbkk อีกครั้งก่อนไปเผื่อมีปรับเวลาช่วงวันหยุด
🛏️ ที่พักทำเลดีย่านหมอชิต-จตุจักร
อยากตื่นเช้าเดินไปกินกาแฟร้านโปรดแบบสบาย ๆ แล้วเก็บคาเฟ่ได้หลายร้านในวันเดียว เลือกพักใกล้ BTS หมอชิตหรือ MRT จตุจักรจะคุ้มที่สุด เพราะเดินถึงตลาด JJ ตลาด อ.ต.ก. และตึกคาเฟ่ริมวิภาวดีได้ง่าย ทั้งยังนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองสะดวก เรารวมโรงแรมและที่พักทำเลดีย่านนี้ไว้ให้เทียบราคาแล้ว มีตั้งแต่งบประหยัดถึงระดับโรงแรมใหญ่ จองล่วงหน้าช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดนัดเปิดจะได้ราคาดีกว่า
Peaktellers Cafe (พีคเทลเลอร์ส) อ.ต.ก.
Peaktellers (พีคเทลเลอร์ส) คือคาเฟ่ขนมอบโฮมเมดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในตลาด อ.ต.ก. ฝั่งประตู 2 ถนนกำแพงเพชร เดิมเป็นร้านขายออนไลน์มาก่อน แล้วเพิ่งเปิดหน้าร้านจริงให้นั่งได้ จุดขายคือเค้กและขนมฝรั่งทำเองเกือบ 40 อย่างที่อบใหม่ทุกวัน เบเกอรีบ้านนี้บอกว่าทำขนมมากว่า 30 ปี เน้นหวานน้อย ใช้แป้งอัลมอนด์ เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบของหวานสไตล์ทาร์ต-ชีสเค้ก และคนที่เดินตลาด อ.ต.ก. อยู่แล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือสตรอว์เบอร์รีชีสทาร์ต (Pink Strawberry Cheese Tart) ที่หน้าตาสวยถ่ายรูปขึ้น, ทาร์ตอัลมอนด์หอม ๆ กรุบ ๆ, บราวนีและทาร์ตช็อกโกแลตสไตล์ฝรั่งเศส ไปจนถึงเค้กฝอยทองมะม่วงและเค้กข้าวเหนียวมะม่วงที่เป็นกลิ่นอายไทย ๆ ส่วนสายเปรี้ยวมี Key Lime Pie กับ Lemon Tart ให้เลือก รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าขนมสดใหม่ รสไม่หวานจัด แพ็กเกจน่ารัก และกาแฟสกัดจากเครื่อง La Marzocco ก็ใช้ได้ บรรยากาศร้านเป็นคาเฟ่คิ้วท์ ๆ มีต้นไม้ โต๊ะหินอ่อน ไฟแดงสไตล์จีนนิด ๆ และมุมถ่ายรูปหลายมุม
ราคาอยู่ราว 101–250 บาทต่อคน ขนมชิ้นเด่นส่วนใหญ่ราว 105–190 บาท เช่น Key Lime Pie 189 บาท ทาร์ตอัลมอนด์ 169 บาท ส่วนเครื่องดื่มอย่างมัทฉะลาเต้ราว 109 บาท เลือกเปลี่ยนเป็นนมอัลมอนด์/นมถั่วเหลือง/นมโอ๊ตได้ ทำเลเดินจาก MRT กำแพงเพชร ทางออก 2 เข้ามาในตลาด หรือมาจาก BTS สะพานควายต่อวินก็ได้ เปิดทุกวัน 07:30–18:30 มีที่จอดรถ และสั่งผ่าน Grab/Lineman ได้ด้วย
ข้อควรรู้สักนิด: ร้านนี้คะแนนรีวิวค่อนข้างก้ำกึ่ง บางรีวิวบ่นเรื่องสั่งเดลิเวอรีแล้วของไม่ค่อยตรงปกกับรูปโฆษณา และคำอธิบายขนาดชิ้นในแอปไม่ชัดจนงงตอนของมาถึง ถ้าอยากชัวร์แนะนำให้มาเลือกหน้าตู้ที่หน้าร้านเองจะเห็นของจริงและได้ขนมที่อบสด ๆ มากกว่า มาช่วงเช้า-สายขนมจะครบตู้ที่สุด
Traveller The Coffee Shop (ทราเวลเลอร์)
ใครเดินตึกแดงหรือตลาดนัดจตุจักรจนเมื่อย แล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟเย็น ๆ ร้านนี้คือคำตอบ Traveller The Coffee Shop เป็นคาเฟ่ไซส์มินิที่ซ่อนอยู่ในตลาดวินเทจข้างตึกแดง (อาคารบางซื่อจังชั่น/RFM) ตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ออกจาก MRT กำแพงเพชร ประตู 1 มาเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ร้านเล็กแค่ 2–3 โต๊ะ แต่ยัดของวินเทจสีสันสไตล์ยุโรปเก่าไว้เต็มร้าน หันไปทางไหนก็เป็นมุมถ่ายรูปหมด เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปและคนชอบเก็บภาพสวย ๆ มากกว่าจะมานั่งทำงานยาว ๆ
ลายเซ็นของร้านที่ทุกคนพูดถึงตรงกันคือ กาแฟเสิร์ฟในแก้วกระป๋องรีไซเคิล หน้าตาเก๋ไม่ซ้ำใคร ถือเดินถ่ายรูปต่อได้สบาย แถมเอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้ด้วย เมนูเน้นกาแฟเป็นหลัก ตัวที่รีวิวชมบ่อยคือ Americano (ราว 75 บาท) คอแข็งพอตัว หอมเข้มแต่ดื่มง่าย ไม่ขมจนเฝื่อน บอกบาริสต้าปรับความเข้มได้ ส่วนสายไม่กินกาแฟก็มี Matcha Latte กับชาไทยที่หลายคนบอกว่าหอมใช้ได้ และมีกาแฟผสมส้มซ่า ๆ ไว้ดับร้อน ขนมมีให้เลือกนิดหน่อยราว 3–4 อย่าง
ราคาเริ่มราว 60–75 บาท ขยับไปไม่เกินหลักร้อย ถือว่าน่ารักมากสำหรับทำเลใจกลางจตุจักร แสงในร้านสวยเป็นพิเศษ หลายรีวิวแนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ ๆ ราวสี่ห้าโมง จะได้แสงธรรมชาตินวล ๆ ถ่ายรูปขึ้น ส่วนเรื่องเปิด-ปิดต้องเช็กให้ดี เพราะร้านเน้นเปิดศุกร์ถึงอาทิตย์ราว 08:00–18:30 วันธรรมดาบางวันเปิดสั้นกว่าหรือปิด เช็กหน้าเพจ/ไอจีก่อนออกจากบ้านจะชัวร์สุด
ข้อสังเกตที่เจอในรีวิว คือพื้นที่นั่งในร้านน้อยและเป็นโซนเปิด ช่วงคนเยอะ ๆ บางทีมีกลิ่นบุหรี่จากนักท่องเที่ยวลอยมาบ้าง ใครไวเรื่องนี้อาจสั่งกลับหรือถือเดินจิบรอบตลาดวินเทจแทน แต่โดยรวมถ้าผ่านมาแถวตึกแดง-จตุจักรแล้วอยากได้กาแฟอร่อย ๆ ในแก้วน่ารัก ๆ พร้อมมุมรูปเก๋ ร้านนี้แวะได้ไม่ผิดหวัง
Behind the Bar (บีไฮนด์ เดอะ บาร์)
ใครเป็นสายกาแฟตัวจริงแถวหมอชิต–จตุจักร ร้านนี้ห้ามพลาด Behind the Bar เป็นคาเฟ่กาแฟพิเศษเล็ก ๆ หน้าคอนโด The Line จตุจักร–หมอชิต เดินจาก BTS หมอชิตหรือ MRT สวนจตุจักรมานิดเดียวก็ถึง ตัวร้านกะทัดรัดมาก มีที่นั่งแค่ 3–4 ที่ คนส่วนใหญ่ซื้อกลับแบบ grab and go แต่เสน่ห์อยู่ที่ฝีมือบาริสต้าที่ตั้งใจชงทุกแก้ว เหมาะกับคนทำงานแถวออฟฟิศ ttb ที่อยากได้กาแฟดี ๆ ตอนเช้า และสายคาเฟ่ฮอปปิงที่ตามหากาแฟจริงจังมากกว่ามุมถ่ายรูป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยสุดคือ Yuzu Long Black กาแฟดำผสมยูซุ กลิ่นส้มหอม ๆ ตัดกับโน้ตหวานนิด ๆ เปรี้ยวสดชื่น เป็นซิกเนเจอร์ที่หลายรีวิวบอกว่าต้องลอง ส่วน House Blend ใช้เมล็ดสามสัญชาติ ไทย–บราซิล–กัวเตมาลา และยังมี Single Origin ให้เลือก ใครชอบเข้ม ๆ สั่ง Iced Americano ได้รสคั่วกลางเปรี้ยวสว่างกำลังดี อีกตัวที่ฮิตคือ Cold Brew ขวดละ 100 บาท คู่กับครัวซองวาฟเฟิลอบใหม่ มีนมพืชให้เปลี่ยน และลดราคาถ้าพกแก้วมาเอง
รสชาติจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่า "กาแฟดีเกินตัวร้าน" เอสเพรสโซ่ 65 บาท หลายคนบอกว่าแน่นและกลมกว่าเชนใหญ่ บรรยากาศโทนขาวตัดกรมท่า เปิดเพลงชิล ๆ แนวฮิปฮอป ป้ายร้านเด่นเห็นแต่ไกล ราคาต่อแก้วไม่เกิน 100 บาท ถือว่าคุ้มกับคุณภาพ
ข้อควรรู้: ร้านเล็กมากและที่จอดรถหายาก แนะนำมาด้วย BTS/MRT จะสะดวกสุด เปิดเช้าตั้งแต่ 07:00 (เสาร์–อาทิตย์ 07:30) ปิดบ่าย 15:30 ทุกวัน เหมาะแวะมื้อเช้าก่อนเข้างานหรือก่อนลุยตลาดนัดจตุจักร
Daisy Cafe BKK (เดซี่ คาเฟ่)
ถ้าใครชอบคาเฟ่ขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่แบบไม่ตั้งใจเดินผ่านก็ไม่เจอ Daisy Cafe BKK (เดซี่ คาเฟ่) คือร้านแบบนั้น มันแอบอยู่บนชั้น 2 ของร้านดอกไม้ Flower in Hand by P ตรงพหลโยธิน ซอย 18/1 ฝั่งตรงข้ามช่อง 7 เดินจาก BTS หมอชิตหรือ MRT สวนจตุจักรมานิดเดียว ตัวอาคารแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านดอกไม้จริง ๆ ชั้น 2 เป็นคาเฟ่โทนขาว-เหลืองนวลมีดอกเดซี่ประดับทั่วร้าน ส่วนชั้น 3 เป็นเวิร์กช็อปจัดดอกไม้ เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ นั่งทำงานเงียบ ๆ หรือมาเดตเบา ๆ ตอนบ่าย
เมนูที่แทบทุกรีวิวพูดถึงคือ Daisy Tart หรือทาร์ตเลมอนยูซุ ไส้เลมอนเคิร์ดผสมส้มยูซุ ฐานทาร์ตกรอบ แต่งหน้าเป็นรูปดอกเดซี่ด้วยมูสเลมอนกับครีม คนชอบรสเปรี้ยวสดชื่นบอกว่าอร่อยถูกใจ จุดขายของที่นี่คือเบเกอรีอบสดใหม่ทุกวันและคุมหวานน้อย ใครไม่ชอบของหวานจัดน่าจะถูกจริต นอกจากทาร์ตยังมีเค้กลิ้นจี่โรสเบอร์รี่หอม ๆ เค้กมะพร้าว และสตรอว์เบอร์รีเอิร์ลเกรย์ ฝั่งเครื่องดื่มมีทั้งกาแฟและไม่ใช่กาแฟ ตัวที่หลายคนเชียร์คือ Dalgona Elderflower กาแฟสูตรพิเศษกลิ่นเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ กับมัทฉะมะพร้าวน้ำหอมที่กลิ่นมัทฉะออกโทนถั่ว ดื่มง่าย
เรื่องราคาอยู่ระดับคาเฟ่ขนมเฉพาะทาง เฉลี่ยหัวละราว 200–300 บาท (เครื่องดื่ม+ขนม 1 อย่าง) Wongnai จัดอยู่ช่วง 251–500 บาท บรรยากาศร้านเล็กแบบห้องใต้หลังคาอบอุ่น กลิ่นดอกไม้ผสมกลิ่นกาแฟและขนมอบ แสงธรรมชาติเข้าสวย เลยกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของย่านจตุจักร พนักงานก็ได้รีวิวดีเรื่องแนะนำเมนู
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดจันทร์–ศุกร์ราว 9:00–17:30 เสาร์–อาทิตย์ 10:00–18:00 (บางช่วงเปิดเช้ากว่านั้น) ที่นั่งบนชั้น 2 มีจำกัด วันหยุดคนเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวยควรไปช่วงเปิดร้าน รถจอดที่ลานเต่าบินใกล้ ๆ คิดชั่วโมงละ 20 บาท หรือมารถไฟฟ้าสะดวกกว่า สั่งผ่าน Grab กับ LINE MAN ก็ได้ถ้าไม่อยากนั่งกินที่ร้าน
2 Little Pigs Cafe (ทู ลิตเทิล พิกส์)
ถ้าใครทำงานแถวหมอชิต-จตุจักร หรือขับรถผ่านวิภาวดีช่วงแยกลาดพร้าว-ห้วยขวางบ่อย ๆ แล้วอยากได้คาเฟ่เงียบ ๆ ไว้นั่งทำงานหรือหลบความวุ่นวาย "2 Little Pigs Cafe" (ทู ลิตเทิล พิกส์) คือร้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกใหญ่ ในซอยยศเส 2 ติดกับร้านอัญชัน คาเฟ่ จุดขายชัดเจนคือลาเต้ร้อนที่ดึงลายอาร์ตเป็นหน้าลูกหมูตัวกลม ๆ น่ารักจนหลายคนถ่ายรูปก่อนยกดื่ม ตัวร้านตกแต่งโทนขาวอบอุ่น เป็นทั้งคาเฟ่และเบเกอรีโฮมเมดในตัว เหมาะกับสายคาเฟ่ คู่รัก ครอบครัวพาเด็กมา และคนที่ตามหาที่นั่งสงบ ๆ มากกว่าร้านที่คนพลุกพล่าน
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือลาเต้ร้อนหน้าหมู (ราว 85 บาท) ที่รีวิวจริงบอกว่ากาแฟสดชื่น "เน้นกาแฟ ดื่มแล้วหายง่วง" ใครชอบหวานเย็นก็มีอิตาเลียนโซดาสตรอว์เบอร์รี ชาคาราเมลเย็น และคากิโกริอัญชันลิ้นจี่ที่ใช้นมสดแท้ หอมและไม่หวานจนเลี่ยน ฝั่งของหวานมีทั้งบาสก์เบิร์นชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก วาฟเฟิล บราวนี และครัวซองต์แฮมชีส เป็นเบเกอรีอบเองที่กินคู่กาแฟได้สบาย ๆ ราคาต่อหัวส่วนใหญ่อยู่ราว 100-250 บาท ถือว่ากำลังดีสำหรับคาเฟ่นั่งยาว
เสน่ห์ที่ทำให้ร้านนี้ติดใจสายทำงานคือโซนกึ่งใต้ดิน (Quiet Place) ที่แยกออกมาเงียบกว่าโซนหน้าร้าน มีรีวิวพูดตรงกันว่า "ตกแต่งร้านน่ารัก แยกบริเวณเงียบ เหมาะกับการนั่งทำงาน มีสมาธิ" มี Wi-Fi ปลั๊กไฟ รับบัตรเครดิต และมีที่จอดรถ ซึ่งหายากในย่านนี้ ข้อควรรู้คือร้านเปิดถึงเย็นเท่านั้น ไม่ใช่คาเฟ่กลางคืน วันจันทร์-ศุกร์เปิด 09:00-18:00 ส่วนเสาร์-อาทิตย์เปิดสาย 10:30-18:00 และเพราะร้านอยู่ลึกหลังตึกในซอย แนะนำให้ปักหมุดให้ดีก่อนมา จะได้ไม่วนหา ใครมองหามุมสงบ กาแฟดี และของหวานอบใหม่ใกล้จตุจักร ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ลงตัว
ทัวร์ชิมกาแฟ-สตรีทฟู้ด และคลาสทำอาหารในกรุงเทพ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรือลองลงมือทำอาหารไทย-ขนมเองสักครั้ง? กรุงเทพมีฟู้ดทัวร์เดินกินย่านตลาดและเวิร์กช็อปทำอาหาร-ทำขนมให้เลือกหลายแบบ บางทัวร์พาตระเวนชิมสตรีทฟู้ดและของกินเด็ดทีละจุด มีคนคอยเล่าเรื่องอาหารให้ฟัง บางคลาสสอนทำเมนูไทยและของหวานตั้งแต่เลือกวัตถุดิบจนเสิร์ฟ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide เลือกวันเวลาได้ ไม่ต้องลุ้นหน้างาน เหมาะทั้งสายกินและสายอยากได้ประสบการณ์ติดตัวกลับบ้าน
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านหมอชิต-จตุจักร กรุงเทพฯ
ย่านนี้เชื่อม BTS หมอชิตกับ MRT จตุจักร/กำแพงเพชร เดินถึงตลาด JJ ตลาด อ.ต.ก. และตึกคาเฟ่ริมวิภาวดีได้สบาย วันหยุดรถติดและที่จอดเต็มง่าย เรียก Grab หรือใช้รถไฟฟ้าจะคล่องตัวที่สุด
คาเฟ่ในตึกหรือร้านใหญ่รับบัตรและสแกนจ่ายได้ แต่ร้านเล็กในตลาดบางร้านสะดวกเงินสดมากกว่า พกแบงก์ย่อยและตั้งแอปสแกนจ่าย (PromptPay/QR) ไว้จะจ่ายง่ายทุกร้าน
เสาร์-อาทิตย์และช่วงบ่ายคนแน่นมาก โดยเฉพาะร้านในตลาดนัด ถ้าอยากได้ที่นั่งชิลและถ่ายรูปสวยให้ไปช่วงร้านเพิ่งเปิดตอนเช้า หรือมาวันธรรมดา ร้านเล็กอย่าง Behind the Bar ที่นั่งน้อย คนมักซื้อกลับ
บางร้านเปิดไม่ทุกวัน เช่น Omise เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และ Compress Coffee ปิดวันจันทร์ ดูเวลาทำการในเพจร้านอีกครั้งก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยว
คาเฟ่ specialty และร้านที่เน้นนักท่องเที่ยวมักมีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ บาริสต้าหลายคนพอสื่อสารอังกฤษได้ ถ้าร้านเล็กในตลาดไม่มีเมนูอังกฤษ ชี้รูปหรือบอกชื่อเมนู เช่น Latte, Dirty, Matcha ก็สั่งได้ไม่ยาก
ร้านสายกาแฟอย่าง Kaarom, Behind the Bar และ Brewery Brasserie มีทั้งเมล็ดเบลนด์และ single origin ให้เลือก ถ้าชอบรสไหนบอกบาริสต้าได้เลย หลายร้านยินดีแนะนำเมล็ดและวิธีชงที่เหมาะกับรสที่คุณชอบ
วางแผนตะลุยคาเฟ่ย่านหมอชิต-จตุจักรให้คุ้มวัน
ถ้าอยากเก็บหลายร้านในวันเดียว วางเส้นทางตามทำเลจะคุ้มที่สุด เริ่มสายหน่อยที่ HEY! Beanstro ในตึก S-Oasis ริมวิภาวดี เพราะเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าและเดินสกายวอล์กจาก BTS หมอชิตถึงเลย จากนั้นแวะ Brewery Brasserie ในซอยพหลโยธิน 18 คาเฟ่โทนขาว-ดำเงียบ ๆ เหมาะนั่งจิบกาแฟต่ออีกแก้ว แล้วค่อยขยับเข้าโซนตลาด
ช่วงบ่ายค่อยลุยฝั่งตลาด — Peaktellers อยู่ในตลาด อ.ต.ก. ประตู 2 เหมาะพักกินเค้กฝรั่งหวานน้อย ส่วน Kaarom กับ Omise อยู่ในโซนตลาดนัดจตุจักร ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์จะได้ทั้งคาเฟ่และเดินช้อปในตลาด JJ ต่อ ส่วน Compress Coffee ข้าง MRT กำแพงเพชรปิดวันจันทร์ และ Omise เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เช็กวันให้ดีก่อนออกเดินทางจะได้ไม่เก้อ
มาเที่ยวคาเฟ่ย่านหมอชิต-จตุจักรหลายวัน อยากตื่นเช้ามากินกาแฟร้านโปรดแบบไม่ต้องรีบ? เลือกที่พักทำเลดีใกล้ BTS หมอชิตและตลาดจตุจักร เดินทางสะดวก กลับมาพักง่าย
ดูที่พักย่านหมอชิต-จตุจักร