🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าจะหาย่านที่นั่งคาเฟ่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ พร้อมพงษ์คือคำตอบที่เราพูดได้เต็มปาก เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ตรงที่มีคาเฟ่ให้เลือกหลากหลายมากในรัศมีเดินถึง ฝั่งหนึ่งคือ EmQuartier ห้างหรูติด BTS พร้อมพงษ์ที่รวมร้านบรันช์และโรสเตอรี่ดัง ๆ ไว้ในตึกเดียว อีกฝั่งคือซอยสุขุมวิท 31, 33, 35 และพร้อมศรีที่เต็มไปด้วยคาเฟ่บ้านเก่ารีโนเวต ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายของถนนสุขุมวิท เดินไม่กี่ก้าวก็เจอกาแฟ single-origin คั่วสด ครัวซองต์อบใหม่ แพนเค้กซูเฟล่นุ่มฟู ไปจนถึงเค้กโฮมเมดที่บรรจงทำทีละชิ้น เป็นย่านที่รวมทั้งความหรูของคาเฟ่ในห้างและความอบอุ่นของร้านในซอยไว้ในที่เดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่กลายเป็นหมุดหมายของคนรักคาเฟ่หลายร้าน อย่าง Roast ที่ EmQuartier ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรันช์จัดเต็มและกาแฟคั่วเองในร้าน D'ARK ที่ก่อตั้งโดยนักคั่วกาแฟรางวัลระดับสากลอย่าง Phillip Di Bella Sarnies คาเฟ่บรันช์สาย specialty coffee ที่ยกระดับมื้อเช้าด้วย Bacon & Egg Roll และ Ryoku คาเฟ่ญี่ปุ่นในบ้านอายุกว่า 50 ปีที่คนต่อคิวเพื่อแพนเค้กซูเฟล่นุ่ม ๆ ส่วนสายขนมอบมี Tiengna Viennoiserie ที่ครัวซองต์อัลมอนด์เป็นที่กล่าวขวัญ และ Honeyful คาเฟ่ที่เล่นกับน้ำผึ้งหลายชนิดจน Manuka Latte กลายเป็นเมนูที่ใครไปก็ต้องลอง ใครชอบนั่งคาเฟ่จริง อยากชวนให้มาไล่ชิมทีละร้าน รับรองว่าได้ทั้งกาแฟดีและขนมอร่อยกลับไปแน่นอน
Roast
ถ้าพูดถึงร้านบรันช์ในตำนานของกรุงเทพฯ ชื่อ Roast ต้องอยู่ในลิสต์ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2011 ในคอนเซ็ปต์ "Simple Things, Done Better" ทำของง่าย ๆ แต่ทำให้อร่อยกว่าที่คิด สาขา EmQuartier อยู่ชั้น 1 โซนตึก The Helix (ฝั่งอาคาร A) เดินจาก BTS พร้อมพงษ์ทางเชื่อมเข้าห้างได้เลย เหมาะกับคนที่อยากนั่งกินสบาย ๆ ทั้งวัน ไม่ว่าจะมาคนเดียวจิบกาแฟ มาเดตคู่ หรือยกแก๊งมานั่งคุยยาว ๆ ตั้งแต่มื้อเช้าสายไปจนค่ำ
เมนูที่ต้องสั่งคือ Strawberry Waffle วาฟเฟิลของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องตัวแป้งกรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมสตรอว์เบอร์รีสด วิปครีมโฮมเมด และไอศกรีมวานิลลาทำเอง รีวิวส่วนใหญ่ยกให้เป็นของหวานซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้ ใครชอบสายช็อกโกแลตก็มี Chocolate Lava Cake เนื้อหนึบ ลาวาไหลกำลังดี ส่วนสายคาวลอง Eggs Benedict ไข่ยางมะตูม, Truffle Alfredo เส้นครีมกลิ่นทรัฟเฟิล หรือ Seafood Risotto ก็ได้ และที่ห้ามลืมคือกาแฟ เพราะ Roast คั่วเมล็ดเองในเครือเดียวกับ Roots เมนูฮิตคือ Iced Espresso Latte ที่ใส่ก้อนเอสเพรสโซแช่แข็งมาให้ ยิ่งละลายยิ่งเข้ม
เรื่องรสชาติ เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่ากาแฟดีจริง อาหารทำออกมาเนี้ยบ รสไม่จัดจ้านแต่กลมกล่อมแบบ comfort food กินง่าย บรรยากาศร้านโปร่ง โต๊ะเยอะ แต่งร้านโทนอบอุ่นสไตล์คาเฟ่นั่งสบาย ราคาต่อจานประมาณ 250–400 บาท ถ้ากินเป็นมื้อพร้อมเครื่องดื่มตกราว ๆ 500 บาทขึ้นไปต่อคน ถือว่าเป็นราคาคาเฟ่ในห้างย่านพร้อมพงษ์
ข้อควรรู้: ช่วงเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดคนเยอะมาก แม้ร้านจะใหญ่ก็อาจต้องรอคิว ใครไม่อยากเสี่ยงแนะนำมาช่วงสายวันธรรมดาหรือจองล่วงหน้า (ร้านรับจองวันอาทิตย์ถึงพฤหัสฯ) เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. ลาสต์ออเดอร์ราว 21:15 มีที่จอดรถในห้างและ Wi-Fi ให้นั่งทำงานได้
D'ARK EmQuartier
ถ้าเดินขึ้นมาชั้น G ของเอ็มควอเทียร์แล้วเจอร้านโทนดำเท่ ๆ มีโซน outdoor หันออกคอร์ตน้ำตกกลางห้าง นั่นคือ D'ARK ร้าน All-Day Dining ที่คนพร้อมพงษ์รู้จักกันดีในฐานะคาเฟ่กาแฟ specialty คั่วเอง บวกครัวอาหารฝรั่งสไตล์ comfort food ร้านนี้เหมาะกับคนที่อยากนั่งยาว ๆ จิบกาแฟทำงาน นัดเพื่อนบรันช์ หรือพาครอบครัวมากินมื้อสบาย ๆ ใจกลางสุขุมวิท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ พนักงานพูดอังกฤษคล่องและดูแลดี เลยเป็นจุดนัดที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชอบมา
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยสุดคือ Tiramisu โดยเฉพาะตัว dark espresso ที่รีวิวจริงให้ถึง 9/10 บอกว่า "ครีมเนียน ผงโกโก้หอม รสไม่หวานจัด" กินคู่กาแฟเย็นแล้วลงตัว ส่วนกาแฟเป็นเมล็ดคั่วเองหลายซิงเกิลออริจิน ราคาราว 150 บาท พนักงานช่วยแนะนำโปรไฟล์เมล็ดให้ได้ ใครชอบสายบรันช์ก็มี Banana Pancake, Acai Bowl และ Avocado Sourdough (ขนมปังซาวเออร์โดทาอโวคาโดบดกับเฟตา โรยเมล็ดทับทิม) ที่เป็นซิกเนเจอร์ ฝั่งจานหนักมีตั้งแต่ French-style Mussels, สลัดแซลมอน ไปจนถึงสเต๊ก ribeye ที่หลายรีวิวชมว่าทำออกมาดี
เรื่องบรรยากาศแทบไม่มีใครติ ดีไซน์คุมโทนดำ ถ่ายรูปออกมาคลีนดูแพง โซนนอกร้านมีต้นไม้ล้อมร่มรื่น วันที่อากาศไม่ร้อนหรือฝนตกเบา ๆ นั่งสบายมาก ข้อที่ควรรู้ก่อนมาคือราคา รีวิวจำนวนหนึ่งบอกตรง ๆ ว่า "รสชาติ 4 ดาว แต่ราคาเอาไป 2 ดาว" จานหลักหลายอย่างขยับขึ้นหลักหลายร้อย ถ้ามาเน้นกาแฟ ขนม กับบรันช์เบา ๆ จะคุมงบง่ายกว่า และช่วงพีคโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์คนเยอะและเสียงค่อนข้างดัง
ด้วยทำเลติด BTS พร้อมพงษ์ ออกจากสถานีเข้าห้างได้เลย บวกกาแฟคั่วเองคุณภาพ ขนมที่ทำได้สวยและอร่อยจริง กับบรรยากาศที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม เลยไม่แปลกที่ Google Maps ให้คะแนน 4.4 จากรีวิวหลักพัน ใครมาช้อปแถวเอ็มแล้วอยากพักจิบกาแฟดี ๆ หรือหามื้อบรันช์ในที่นั่งสบาย ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ลงตัว เปิดทุกวัน 09:00–22:00 (ศุกร์-เสาร์ปิดดึกกว่าเล็กน้อย)
Sarnies カフェ Sukhumvit
ถ้าพูดถึงคาเฟ่บรันช์สาย specialty coffee ในย่านพร้อมพงษ์ที่คนพูดถึงไม่ขาด Sarnies カフェ Sukhumvit เป็นชื่อที่โผล่ขึ้นมาเสมอ ร้านนี้เป็นสาขาในเครือ Sarnies แบรนด์คาเฟ่ออสซี่ที่เริ่มจากย่านเจริญกรุงตั้งแต่ปี 2018 แล้วมาเปิดสาขาสุขุมวิท 37 ในตึกแยกของตัวเอง สไตล์มินิมอลกลิ่นอายญี่ปุ่น ไม้โทนอ่อน หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ บรรยากาศนิ่ง ๆ สงบ เหมาะกับคนที่อยากนั่งยาว ทำงาน หรือนัดเพื่อนกินบรันช์สบาย ๆ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเป็นหนึ่งในที่กินมื้อสายที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เมนูหลากหลายและกาแฟอยู่ในระดับท็อปของเมือง
เมนูเด่นที่ควรสั่งคือ Bacon & Egg Roll เบคอนฟรีเรนจ์กรอบ ไข่คนนุ่ม หอมหวานหัวหอมคาราเมล ใส่มาในอิงลิชมัฟฟินปิ้ง เสิร์ฟกับผักดองญี่ปุ่นและเฟรนช์ฟรายมันหวาน อีกจานที่คนพูดถึงคือ Japanese Curry Omelette ออมเล็ตราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่นกลมกล่อม และสายหวานต้องลอง Sourdough Pancake แพนเค้กเนื้อเปรี้ยวอ่อนราดแอปเปิลมิโซะคาราเมล ใครชอบไข่เบเนดิกต์ก็มี Miso Kombu Eggs Benedict ที่ปรับรสแบบญี่ปุ่น ส่วนกาแฟใช้เมล็ดคั่วเองจาก Sarnies Roastery รีวิวยกให้เป็นพระเอกพอ ๆ กับอาหาร เบเกอรี่อย่างเบเกิลกับซาวร์โดว์ก็ทำเองและได้คำชมเยอะ
เรื่องราคาต้องทำใจว่าเป็นคาเฟ่ฝั่งพรีเมียม จานหลักราว ฿360–430 ต่อจาน ส่วนใหญ่จบมื้อราว ฿500–600 ต่อคน หลายรีวิวบอกว่าแพงไปนิดแต่บรรยากาศกับกาแฟคุ้ม ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือช่วงพีคเสาร์-อาทิตย์บริการช้าและร้านแน่น บางรีวิวเคยเจอวัตถุดิบไม่สดบ้างประปราย แนะนำให้มาช่วงวันธรรมดาหรือก่อนเที่ยงจะสบายกว่า ทำเลเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ราว 3 นาที จอดรถฟรีที่ EmQuartier ได้ 2 ชั่วโมง เปิดทุกวัน 7:00–22:30 (เมนูกลางวันถึงราว 17:00 รับออร์เดอร์สุดท้าย 16:45 แล้วต่อด้วยเมนูค่ำ) ลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติและสายนั่งทำงาน เมนูภาษาอังกฤษมีครบ สั่งง่ายแม้มากันต่างชาติ
Bottomless S33
ใครเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งแถวพร้อมพงษ์ ร้านนี้ต้องมีติดลิสต์ Bottomless Sukhumvit 33 เป็นตึกแดงสามชั้นสไตล์ลอฟต์อิฐเปลือยตัดดำ ตั้งเดี่ยว ๆ ในซอยสุขุมวิท 33 เป็นแบรนด์ในเครือ Bottomless Coffee Roasters ที่คั่วเมล็ดเอง เลยเหมาะทั้งคอกาแฟสายลึกที่อยากชิมเมล็ด single-origin และสายถ่ายรูปที่มาเก็บมุมสวย ๆ ชั้น 1–2 เป็นโซนนั่งหลักเฟอร์นิเจอร์ดำ ๆ มีสเต็ปนั่งแบบอัฒจันทร์ ส่วนชั้นบนเป็นรูฟท็อปกลางแจ้งล้อมด้วยต้นไม้ ลมดี
เมนูที่คนพูดถึงเยอะคือ Drip กาแฟ single-origin หมุนเวียนทั้ง Ethiopia, Brazil และ Colombia ราคาราว 150 บาท เลือกได้ทั้งร้อนและเย็น ใครชอบหวานซ่อนเปรี้ยวลองพวก Orange Espresso หรือ Dirty Coffee สายหวานจัดเต็มต้อง Fat Mountain (150 บาท) เป็นมิลค์สลัชชี่เนื้อเนียนสลับชั้นกับคาราเมลโฮมเมด ส่วนของกินเล่นยอดฮิตคือ Grilled Banana & Ice Cream (180 บาท) กล้วยหอมเบิร์นคาราเมลกับไอติมวานิลลา ถ้ามามื้อหนักหน่อยมี Brunch กับ Open Sandwich อย่าง Caprese และ H.O.C. ให้สั่ง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟสะอาด บาลานซ์ดี ไม่ขมจัด นมหอมมัน อเมริกาโนคลีน บอดี้กลาง ๆ
ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับคาเฟ่ specialty ทำเลเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ราว 7 นาที ใกล้ Emporium กับสวนเบญจสิริ มีที่จอดรถหน้าร้านแต่ค่อนข้างจำกัด เปิดทุกวัน 06:00–20:00 เปิดเช้ามากเหมาะกับคนชอบจิบกาแฟก่อนเริ่มงาน คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากรีวิวหลักร้อย หลายคนชมพนักงานแนะนำเมนูเก่งและบริการไว ข้อสังเกตเล็ก ๆ คือช่วงวันหยุดคนเยอะ โต๊ะริมหน้าต่างแสงสวยมักเต็มเร็ว ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปดี ๆ มาช่วงเช้าจะสบายกว่า
Luka Bangkok Sukhumvit 31
Luka Sukhumvit 31 คือสาขาใหม่ (2 ชั้น จุได้ 80+ ที่นั่ง) ของแบรนด์บรันช์ชื่อดังจากสีลม ย้ายมาปักหมุดในซอยสุขุมวิท 31 ย่านพร้อมพงษ์ จุดเด่นคือเป็นร้านแบบ Day to Night จริง ๆ กลางวันเป็นคาเฟ่บรันช์ + เค้ก + กาแฟ พอตกเย็นสลับโหมดเป็นดินเนอร์ที่มีเมนูพิเศษเฉพาะสาขานี้ บวกไวน์และค็อกเทล เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งยาว ๆ ตั้งแต่มื้อเช้าไปจนมื้อค่ำ มากันเป็นกลุ่ม หรือพาน้องหมามาด้วยก็ได้ (ร้านเป็น pet-friendly ทั้งร้าน)
คาแรกเตอร์อาหารคือ comfort food สากลที่ใส่กลิ่นเอเชีย เน้นวัตถุดิบ local/organic เท่าที่หาได้ (ผักจากเชียงใหม่ ปลาจากเกาะลันตา/ปราณบุรี ช็อกโกแลตจาก Kad Kakao) คุมครัวโดยเชฟ Praw - Pinpraw Dhanashoti เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Gangnam-Style Chicken and Waffle (ไก่ทอดกรอบคู่เวฟเฟิลรสกิมจิ ~280 บาท), Luka Shakshuka ไข่อบซอสมะเขือเทศกับชอริโซ (~320 บาท), Bacon & Butter French Toast (~270 บาท) และ Salmon Benedict หน้าเปิด (~340 บาท) ส่วนของหวานยอดฮิตคือ Carrot Cake (~135 บาท) ที่หลายรีวิวชมว่าเนื้อ moist อัดแน่นถั่วและผลไม้แห้ง ครีมชีสรสเข้มอมเปรี้ยวกำลังดี
เสียงจากรีวิวจริงค่อนไปทางบวก บอกว่าอาหารครีเอทีฟ วัตถุดิบดี รสชาติอร่อยแบบไม่จัดจ้าน (เผ็ดน้อย เหมาะกับลูกค้าต่างชาติที่มากันเยอะ) บรรยากาศแต่งสไตล์ industrial loft ปูนเปลือยตัดไม้ ไฟ warm light นั่งสบาย ข้อสังเกตที่เจอบ้างคือบางจานราคาออกแนวพรีเมียมและปริมาณไม่ได้ใหญ่มาก คนที่งบจำกัดอาจต้องเลือกสั่งหน่อย แต่โดยรวมถือว่าคุ้มกับคุณภาพและพื้นที่ที่สงบกว่าฝั่งถนนใหญ่
ทำเลอยู่เลขที่ 29 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา เดินทางง่ายสุดคือลง BTS พร้อมพงษ์แล้วเดินย้อนเข้าซอย หรือลง BTS อโศกแล้วต่อรถ หน้าร้านจอดได้ราว 5-6 คัน ถ้าเต็มจอดตึกปากซอยแล้วเดินเข้ามาได้ เปิดทุกวันช่วงกลางวันถึงดึก (ราว 08:00-23:00 น.) ใครชอบบรันช์ชิล ๆ ตอนกลางวัน หรืออยากได้ที่นั่งจิบไวน์เบา ๆ ตอนเย็นในย่านพร้อมพงษ์ ที่นี่ตอบได้ทั้งสองโหมดในร้านเดียว
🛏️ หาที่พักใกล้ย่านคาเฟ่
ถ้าตั้งใจมาเที่ยวคาเฟ่ย่านพร้อมพงษ์-สุขุมวิทหลายวัน เลือกที่พักให้ใกล้ BTS จะประหยัดเวลาและค่าเดินทางมาก · อยากเดินถึง EmQuartier และคาเฟ่ในซอยสุขุมวิท 31-39 ได้สบาย ลองพักย่านพร้อมพงษ์-ทองหล่อ หรือเลือกโรงแรมติดสถานี BTS สายสุขุมวิทเพื่อต่อไปย่านเอกมัย-อโศกได้ง่าย · เทียบราคาที่พักหลายเว็บก่อนจองทุกครั้ง ช่วงไฮซีซั่นห้องดี ๆ ทำเลติดรถไฟฟ้าเต็มเร็ว
Honeyful Cafe
ถ้าเดินออกจาก EmQuartier แล้วอยากหลบความวุ่นวายของพร้อมพงษ์สักพัก ลองข้ามมาซอยสุขุมวิท 24 หาตึกกระจกทรงรังผึ้งหกเหลี่ยมหน้าโรงแรม Ariston — นั่นคือ Honeyful Cafe คาเฟ่ที่เอา "น้ำผึ้ง" มาเป็นพระเอกของทุกเมนู เจ้าของร้าน (คุณยุ้ย) ตั้งใจคัดน้ำผึ้งหลายชนิดจากทั่วโลกมาเอง ตั้งแต่มานูก้าออสเตรเลีย ไปจนน้ำผึ้งดอกส้มดอกแอปเปิล ร้านนี้เหมาะกับสายคาเฟ่ที่เบื่อลาเต้เดิม ๆ อยากลองอะไรใหม่ คู่รักที่หามุมนั่งชิล หรือใครที่อยากหาที่นั่งทำงานเงียบ ๆ มีปลั๊ก-ไวไฟ ใกล้ BTS แค่ราว 300 เมตร
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ Manuka Latte ลาเต้เย็นที่ได้กลิ่นหอมหวานลึก ๆ จากน้ำผึ้งมานูก้า รีวิวหลายเสียงบอกว่า "หอมจริง หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน" อีกแก้วที่แนะนำคือ Honeyful Honey เสิร์ฟกับนมอัลมอนด์คั้นสด ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นเบา ๆ ส่วนสายของหวานห้ามพลาด Yuzu Cheesecake เนื้อชีสนุ่ม ราดซอสน้ำผึ้งดอกส้มกับยูซุ เปรี้ยวตัดหวานพอดี และ Orange Blossom Honey คั้นกับเลมอน-ยูซุ ที่หลายคนสั่งมาคู่กับชีสเค้กเพราะตัดเลี่ยนได้ดี
เรื่องรสชาติส่วนใหญ่ไปทางบวก คนชมว่าวัตถุดิบน้ำผึ้งพรีเมียมจริงและพนักงานเต็มใจอธิบายเมนูให้ บรรยากาศร้านโทนไม้อุ่น ๆ กระเบื้องรังผึ้งสีขาว หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ ถ่ายรูปสวย แต่มีข้อสังเกตที่เห็นซ้ำ ๆ ในรีวิว คือบางจานหน้าตาจริงไม่เป๊ะเท่ารูปในเมนู ราคาจัดว่าสูงไปนิดเมื่อเทียบปริมาณ และหลังรีโนเวตที่นั่งลดลงพอควร ช่วงวันหยุดคนเยอะ ควรเผื่อเวลา
ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 140–200 บาทต่อแก้วหรือจาน (ช่วง 101–250 บาท/คน) เปิด จันทร์–พฤหัส 09:00–20:00 และ ศุกร์–อาทิตย์ 09:00–21:00 (ควรเช็กเพจร้านก่อนไป เพราะบางช่วงเวลาปรับ) เดินทางง่ายสุดคือ BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 4 แล้วเดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 หรือถ้าขับรถมาจอดได้ที่โรงแรม Ariston ที่ทำให้ร้านนี้ติดอันดับคาเฟ่ยอดนิยมของย่าน คือคอนเซ็ปต์น้ำผึ้งที่หาที่อื่นยาก บวกมุมถ่ายรูปสวยและทำเลที่เดินจากห้างมาได้สบาย ๆ
Unbirthday Cafe
Unbirthday Cafe คือคาเฟ่ขนมเค้กโฮมเมดที่ซ่อนตัวอยู่ชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์ Mapengseng ในซอยสุขุมวิท 31 ทีมเบื้องหลังคือคนเดียวกับร้าน Dandelion Bake Studio เก่าย่านทองหล่อ เลยได้สูตรเค้กที่คนตามมากินต่อ ชื่อร้านมาจากแนวคิดว่าไม่ต้องรอวันเกิดก็กินเค้กดี ๆ ได้ ตัวร้านตกแต่งโทนขาว-ไม้ เป็นห้องกระจกมองเห็นสระว่ายน้ำ ได้ฟีลเหมือนงานเลี้ยงน้ำชาในวันเดอร์แลนด์ เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบถ่ายรูป มากันเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อน และคนที่ตามล่าเค้กอร่อยจริงจัง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Carrot Cake เนื้อแน่นชุ่ม อัดแครอตกับถั่วพิสตาชิโอ-แมคคาเดเมีย ราดครีมชีสฟรอสติงไม่หวานจัด อีกตัวที่สั่งกันเยอะคือ Pancake Tiramisu แพนเค้กช็อกโกแลตแผ่นใหญ่นุ่ม สอดไส้ดาร์กช็อก เลเยอร์ครีมมาสคาร์โปเนผสมเบลีย์ โรยผงโกโก้ ส่วนของหวานเย็น ๆ ก็มี Mango Passion Cheesecake รสเปรี้ยวหวานตัดเลี่ยน และเครื่องดื่มยอดฮิต Yuzu Orange Tea ส้มยูซุคั้นสดผสมชาซีลอน สดชื่นดี หลายรีวิวชมว่าเค้กที่นี่อร่อยจริง แต่บางคนบอกกาแฟกับขนมปังบางตัว (เช่น มะตูมชิโอแพน มัทฉะ) แค่พอใช้ ไม่ได้ว้าว
ราคาเค้กชิ้นละ 135–230 บาท เครื่องดื่ม 95–175 บาท เฉลี่ยต่อคนราว 200–400 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับคาเฟ่ย่านนี้ ทำเลเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 1 หรือ 7 ประมาณ 600 เมตร เปิดทุกวัน 07:30–19:00 (last order 18:30) มีที่จอดรถและลิฟต์ หลังรีโนเวตปลายปี 2025 ร้านโปร่งขึ้น ปลั๊กเยอะ นั่งทำงานได้
ข้อควรรู้: ร้านรับเฉพาะเงินสด เสาร์-อาทิตย์คนเยอะ โต๊ะเต็มเร็ว ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ แนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่ไม่แน่นมาก และร้านเปลี่ยนธีมตกแต่งตามเทศกาล (เช่น คริสต์มาส) มาแต่ละครั้งบรรยากาศไม่ซ้ำ
Ryoku Cafe りょくカフェ
Ryoku Cafe (りょくカフェ เรียวกุ คาเฟ่) คือคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ปลุกบ้านเก่าอายุราว 50 ปีให้กลายเป็นเรือนกระจกสีขาวกลางสวนร่มรื่น ซ่อนตัวอยู่ปลายซอยสุขุมวิท 35 เดินจาก BTS พร้อมพงษ์และห้าง EmQuartier ไม่กี่นาที จุดขายคือบรรยากาศเงียบสงบแบบโอเอซิสกลางเมือง มีทั้งโซนในบ้านที่แสงธรรมชาติสวยและโซนสวนนอกบ้าน เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายสุขุมวิทมานั่งชิล ถ่ายรูป จิบกาแฟยาว ๆ และเป็นร้าน pet friendly พาน้องหมาน้องแมวมาได้ ใครชอบคาเฟ่ฟีลมินิมอลญี่ปุ่นจะถูกใจที่นี่
พระเอกของร้านคือ Souffle Pancake สูตรโอซาก้าที่ทำจากเชฟญี่ปุ่น เนื้อแพนเค้กฟูสูง นุ่ม ละมุน หลายคนในรีวิวบอกตรงกันว่า "นุ่ม ฟู ละมุน" จานเด่นที่ต้องสั่งคือ Choc-A-Holic (ช็อกโกแลตแน่น ๆ) และ Strawberry & Mascarpone ที่สตรอว์เบอร์รีสดราดซอสมาสคาร์โปเน เปรี้ยวหวานตัดกันกำลังดี ฝั่งคาวมี The Chicken Pancake ให้เลือกด้วย ส่วนเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นก็เด่นไม่แพ้กัน ทั้ง Hot Matcha Latte รสมัทฉะแท้ Hojicha Latte และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Dirty Coffee กับเครื่องดื่มที่แช่กลีบดอกไม้ในก้อนน้ำแข็ง สวยจนหลายรีวิวยกให้เป็นตัวชูโรง
ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 100–400 บาท แพนเค้กซิกเนเจอร์ประมาณ 339 บาท เครื่องดื่มราว 145–175 บาท ถ้ามาเป็นมื้อบรันช์เต็ม ๆ พ่วงพาสต้าและของหวานก็ขยับขึ้นได้ มีเมนูจานหลักอย่าง Spaghetti Mentaiko กุ้งย่าง และ Pappardelle Beef Ragu ให้กินอิ่มจริงจัง คะแนน Google 4.7 จากรีวิวกว่า 2,500 รายการสะท้อนว่าคนชอบทั้งของกิน บรรยากาศ และบริการที่เป็นกันเอง
ข้อควรรู้: ร้านเปิดทุกวัน 08:00–20:00 น. มีที่จอดรถในร้าน รับบัตรเครดิต และมีเมนูมังสวิรัติบางส่วน ช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ คนเยอะและคิวยาวได้ แนะนำมาช่วงเช้าจะได้มุมสวย ๆ และแพนเค้กไม่ต้องรอนาน ใครเดินทาง BTS ลงพร้อมพงษ์แล้วเดินเข้าซอย 35 มาเรื่อย ๆ จะเจอร้านอยู่ลึกเข้าไปท้ายซอย
Tiengna Viennoiserie
ถ้าเป็นสายครัวซองต์ตัวจริง ร้านนี้คือชื่อที่ต้องมีในลิสต์ Tiengna Viennoiserie เป็นสาขากรุงเทพฯ ของ "เถียงนา Coffee and Bakery Farm" ที่เริ่มมาจากจังหวัดตาก แล้วยกความเป็นเบเกอรี่ฝรั่งเศสมาลงที่ซอยพร้อมศรี 1 (สุขุมวิท 39) ตัวร้านเป็นอาคารกระจกบานใหญ่ แสงธรรมชาติเข้าทั้งวัน นั่งสบาย เปิดโล่ง เหมาะกับคนที่อยากกินครัวซองต์ดี ๆ ตอนเช้าหรือสายวันหยุด มากกว่ามานั่งทำงานยาว ๆ เพราะคนเยอะและของหมดเร็ว
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ Plain Croissant ที่ใช้เนยฝรั่งเศส เปลือกนอกบางกรอบแตกเป็นขุย ข้างในนุ่มหอมเนยชัด หลายรีวิวบอกตรงกันว่าชั้นแป้งทำมาดีจริง บางคนถึงขั้นเทียบว่าสูสีของที่เคยกินที่ฝรั่งเศส ใครชอบเปรี้ยวสดชื่นลอง Yuzu Croissant ส่วนสายหวานต้อง Nutella Banana Croissant ที่ไส้แน่นกล้วยหอม คู่กับ Tiengna Signature Iced Coffee แก้วซิกเนเจอร์รสกาแฟเข้มกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีพวก Ispahan, Matcha และ Flan ให้ลองอีกหลายอย่าง
ราคาต่อชิ้นอยู่ราว 95–190 บาท ถือว่าตามมาตรฐานครัวซองต์พรีเมียมย่านนี้ คะแนน Google 4.6 จากรีวิวเกือบ 800 และยังได้ Wongnai Users' Choice มาการันตี บริการก็เป็นอีกจุดที่คนชม พนักงานทักทายเป็นกันเอง สั่งง่ายไม่งง
ข้อควรรู้คือเมนูยอดฮิตอย่าง Pain au Chocolat หรือตัวที่อบจำกัด มักหมดก่อนเที่ยง บางอย่างหมดตั้งแต่ช่วง 10 โมง ถ้าอยากได้ครบควรมาเช้าหน่อย ร้านเปิด 07:00–17:00 ทุกวัน เดินจาก BTS พร้อมพงษ์มาได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินไกลนั่งวินหรือแท็กซี่เข้าซอยสะดวกกว่า มีที่จอดรถและ Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต
MORGEN COFFEE
ใครชอบคาเฟ่กาแฟดี ขนมอบสด พื้นที่เงียบ ๆ ไว้นั่งเช้า ๆ ก่อนเข้างาน Morgen Coffee ในซอยพร้อมศรี 1 (สุขุมวิท 39) หลัง EmQuartier เป็นร้านที่หลายคนติดใจ ตัวร้านเป็นคาเฟ่มินิมอลพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เพดานสูง ผนังคอนกรีตเปลือยตัดกับกระเบื้องขาวและไม้สีอ่อน มีกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติเต็ม ๆ ตอนเช้าแสงสวยจนหลายคนบอกว่ามาถ่ายรูปได้ฟิน เหมาะทั้งสายนั่งทำงานคนเดียว สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง และคนที่อยากหามุมเงียบ ๆ จิบกาแฟแถวพร้อมพงษ์โดยไม่ต้องเจอความวุ่นวายของสุขุมวิท
พระเอกของร้านคือ Morgen Classic Financier (ราว 60 บาท) ขนมฟินองซิเยร์อบสด เนื้อนุ่ม หอมเนย หวานกำลังดี รีวิวหลายเจ้าพูดตรงกันว่าอร่อยและคุ้มราคา อีกตัวที่คนชอบคือ Lemon Madeleine (ราว 65 บาท) เนื้อดี หอมมะนาวสดชื่น ส่วนกาแฟชูเมล็ด Brazilian Arabica ที่รสกลมกล่อมสมดุล ไม่เปรี้ยวจัด ดื่มง่าย ใช้เมล็ดจาก PORTS Coffee ย่านเยาวราช และมีเมล็ดให้เลือกถึง 4 เบลนด์ พร้อมเมนูนอนคอฟฟี่และแซนด์วิชให้เลือกด้วย ใครสายลาเต้แนะนำให้มาเช้าหน่อย เพราะรีวิวบางคนบอกว่า cream latte หมดเร็ว
เรื่องราคาถือว่าจับต้องได้ ขนมส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 100 บาท กาแฟราว 100–120 บาท ตามมาตรฐานคาเฟ่ specialty ย่านสุขุมวิท ทำเลเดินจาก BTS พร้อมพงษ์มาได้สบาย ๆ อยู่ในซอยจึงค่อนข้างเงียบ มีที่จอดข้างร้าน 1–2 คัน เปิดทุกวัน จันทร์–ศุกร์ราว 07:00–18:00 น. และเสาร์–อาทิตย์ราว 08:00–18:00 น. มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต และเป็นร้านที่พาน้องหมามาได้
ที่ร้านยอดนิยมเพราะคอนเซ็ปต์ตรงไปตรงมา กาแฟดี ขนมอบเองอร่อย พื้นที่สวยและสงบ ข้อควรรู้คือร้านเล็ก ช่วงวันหยุดหรือเช้าวันธรรมดาคนค่อนข้างเยอะ โต๊ะอาจเต็มเร็ว ใครอยากได้มุมแสงสวยแนะนำมาช่วงเปิดร้าน และเช็กวันเวลาเปิดในเพจอีกครั้งก่อนไป เพราะบางช่วงร้านปรับเวลาปิดเร็วกว่าปกติ
🍴 ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำขนม-กาแฟในกรุงเทพฯ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรืออยากลงมือทำเอง ลองจองฟู้ดทัวร์และเวิร์กช็อปผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย · มีทั้งทัวร์ชิมสตรีทฟู้ดและคาเฟ่ฮ็อปปิ้งในกรุงเทพฯ ที่มีไกด์ท้องถิ่นพาเดิน คลาสทำขนมไทยและเบเกอรี รวมถึงเวิร์กช็อปชงกาแฟสำหรับสายคาเฟ่ · จองล่วงหน้าออนไลน์สะดวกกว่าและมักได้ราคาดีกว่าหน้างาน เลือกรอบที่ตรงกับแพลนเที่ยวได้เลย
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านพร้อมพงษ์ กรุงเทพฯ
คาเฟ่เกือบทุกร้านในลิสต์อยู่ในรัศมีเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ (Phrom Phong) ทางออกที่ติด EmQuartier · Roast กับ D'ARK อยู่ในห้างเดินจากสถานีถึงเลย ส่วนร้านในซอยสุขุมวิท 31-33-35 เดินต่ออีก 5–10 นาที · ถ้าขี้เกียจเดินหรือมีสัมภาระ เรียก Grab สะดวกและคิดราคาตามมิเตอร์ในแอป ไม่ต้องต่อรอง
คาเฟ่ในห้างอย่าง Roast และ D'ARK รับบัตรเครดิตและพร้อมเพย์ได้สบาย · ร้านเล็กในซอยส่วนใหญ่มีพร้อมเพย์ (QR) แต่บางร้านสะดวกรับเงินสดมากกว่า พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะอุ่นใจกว่า · ร้านขนมอบบางร้านมียอดขั้นต่ำต่อการรูดบัตร เช็กหน้าเคาน์เตอร์ก่อนได้
ร้านดังอย่าง Roast และ Ryoku คิวยาวมากช่วงสายวันเสาร์-อาทิตย์ · ไปก่อน 11 โมงหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้โต๊ะง่ายกว่า · คาเฟ่เปิดเช้าอย่าง Bottomless S33 (เปิด 7 โมง) เหมาะหนีคิวมื้อบรันช์ · เช็กวันหยุดประจำสัปดาห์ก่อนไปด้วย เช่น Ryoku ปิดวันอังคาร หลายร้านในซอยก็มีวันหยุดของตัวเอง
คาเฟ่ในไทยไม่มีธรรมเนียมทิปบังคับ จ่ายตามบิลได้เลย · คาเฟ่ที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะบางร้านอาจมีค่าบริการ (service charge) รวมในบิลแล้ว ลองดูใบเสร็จก่อน · ถ้าประทับใจบริการจะทิ้งเศษเงินทอนหรือหยอดกล่องทิปไว้ก็ได้ ถือเป็นน้ำใจ
ย่านพร้อมพงษ์มีชาวต่างชาติและ expat อยู่เยอะ คาเฟ่ส่วนใหญ่จึงมีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ สั่งง่ายไม่ต้องกังวล · พนักงานหลายร้านพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ · ถ้าอยากได้กาแฟไม่หวานหรือหวานน้อย บอก less sweet หรือ no sugar ได้เลย บาริสต้าเข้าใจ
เสน่ห์ของคาเฟ่ย่านนี้คือร้านในซอยหลายแห่งเป็นบ้านเก่าอายุหลายสิบปีที่รีโนเวตใหม่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เช่น Ryoku ที่ปรับบ้านอายุกว่า 50 ปีเป็นคาเฟ่ · เหมาะถ่ายรูปและนั่งชิล แต่บางร้านพื้นที่จำกัดและมีกติกาเรื่องการถ่ายรูป-สัตว์เลี้ยง ลองสังเกตป้ายหน้าร้านหรือถามพนักงานก่อน
💡 วางแผนนั่งคาเฟ่พร้อมพงษ์ให้คุ้มในวันเดียว
ถ้ามีเวลาวันเดียว ลองจับกลุ่มร้านตามทำเลจะเดินได้สบายกว่าวิ่งข้ามซอย · โซน EmQuartier-สุขุมวิท เริ่มมื้อบรันช์ที่ Roast หรือ D'ARK ในห้าง แล้วเดินออกมาต่อกาแฟ single-origin ที่ Bottomless S33 ในซอยสุขุมวิท 33 ได้ในย่านเดียว · โซนสุขุมวิท 31 รวม Luka, Unbirthday Cafe และ Ryoku ไว้ใกล้กัน เหมาะสายเค้กกับแพนเค้กซูเฟล่ แต่ Ryoku คิวยาวช่วงสุดสัปดาห์ เผื่อเวลาไว้หน่อย · ปิดท้ายสายขนมอบที่ Tiengna Viennoiserie หรือ MORGEN COFFEE ย่านพร้อมศรี · ร้านในห้างอย่าง Roast คนแน่นช่วงสายวันเสาร์-อาทิตย์ ไปก่อน 11 โมงจะได้โต๊ะง่ายกว่า
เที่ยวกินเที่ยวคาเฟ่ย่านพร้อมพงษ์-สุขุมวิทหลายวันให้สบาย เลือกที่พักทำเลดีติด BTS เดินถึงคาเฟ่และ EmQuartier ได้ง่าย
ดูที่พักย่านสุขุมวิท →