🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าถามคนที่ชอบนั่งคาเฟ่ว่าฝั่งธนแถวไหนเดินสายกาแฟได้เพลินที่สุด ปิ่นเกล้า-วังหลังมักเป็นชื่อต้น ๆ — ย่านนี้อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามเกาะรัตนโกสินทร์พอดี เดินจากท่าเรือวังหลังหรือท่าศิริราชไม่กี่นาทีก็เจอคาเฟ่ซ่อนตัวอยู่ทั้งในซอยวัดระฆัง ซอยอรุณอมรินทร์ และตามตลาดวังหลัง เสน่ห์ของมันคือการผสมกันของสองโลก ฝั่งหนึ่งเป็นร้านริมน้ำที่นั่งรับลมเห็นยอดพระปรางค์วัดอรุณกับสะพานพระราม 8 เต็มตา อีกฝั่งเป็นคาเฟ่ห้องแถวเก่าและร้าน specialty coffee มินิมอลที่คนทำงานย่านศิริราชแวะก่อนเข้าเวร เดินไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนจากวิวแม่น้ำหลักล้านเป็นกาแฟคั่วเข้มแก้วโปรดได้ในย่านเดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยชื่อเสียงจริง — N10 Café คาเฟ่ริมน้ำในบ้านวังหลัง ริเวอร์ไซด์ ที่นั่งชั้นริมน้ำชมพระอาทิตย์ตกตรงยอดวัดอรุณ, เจปัง (Japang) ไอติมย่างเนยโฮมเมดที่เป็นเจ้าแรกในไทยและเริ่มต้นจากสาขาวังหลังแห่งนี้, Lazy Café คาเฟ่ specialty ในแกลเลอรี La-Z-Boy ที่นั่งทำงานยาว ๆ บนเก้าอี้ปรับเอนสบายที่สุด และ Second Cafe Wanglang คาเฟ่ลับชั้นสองเหนือร้านเกี๊ยวที่วิวริมเจ้าพระยาสวยจนคะแนนรีวิวพุ่ง ส่วนสายกาแฟจริงจังก็มี Kanin Cafe กับ Double Slash // Coffee Space ที่เลือกเมล็ดและคั่วเองได้ ปิดท้ายด้วย Coffee No.9 ที่ส่งกาแฟเข้าโรงพยาบาลศิริราชได้ เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกริมน้ำหรือในซอย
N10 Café (เอ็นเท็น คาเฟ่)
N10 Café (เอ็นเท็น คาเฟ่) คือคาเฟ่และร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยวัดระฆัง ย่านวังหลัง–ศิริราช อยู่ชั้น 1 ของโรงแรมบ้านวังหลัง ริเวอร์ไซด์ ชื่อ "N10" มาจาก North10 หรือท่าเรือหมายเลข 10 ของศิริราช จุดขายชัดเจนคือนั่งติดน้ำมองข้ามฝั่งไปเห็นวิววัดอรุณและฝั่งพระบรมมหาราชวัง เหมาะกับคนที่เดินตลาดวังหลังเหนื่อย ๆ แล้วอยากหาที่นั่งพักรับลมเย็น ๆ สายทำงานก็มา เพราะมีปลั๊กกับ WiFi เกือบทุกโต๊ะ และยังเสิร์ฟน้ำเปล่าฟรีให้ด้วย
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือลาเต้เย็นกับเจลลีน้ำผึ้งมะนาวกาแฟลาเต้ ที่ได้ทั้งความหอมกาแฟและความสดชื่นของมะนาว ชาเขียวลาเต้รสเข้มกำลังดี ส่วนของหวานมีบานาน่าทอฟฟี่ ดับเบิลช็อกโกแลตมัฟฟิน บลูเบอร์รีชีสเค้ก และฮันนีโทสต์เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม กาแฟอย่างอเมริกาโน่เริ่มราว 90 บาท รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเครื่องดื่มทำดี คาปูชิโน่เย็นกับทอฟฟี่นัทลาเต้อร่อยกว่าร้านเชนทั่วไป บริการพนักงานเป็นกันเอง
บรรยากาศแบ่งเป็นโซนในห้องแอร์ตกแต่งโทนสีแดงอบอุ่นเหมาะนั่งทำงาน โซนกลางมีพัดลม และโซนริมน้ำกลางแจ้งที่วิวเปิดโล่งเห็นเรือสัญจรและพระอาทิตย์ตก ใครมาช่วงเย็นจะได้วิวโรแมนติกที่สุด ราคาอยู่ราว 101–250 บาทต่อคน ข้อสังเกตจากรีวิวจริงคือเบเกอรีบางตัวราคาออกสูงเมื่อเทียบกับร้านอื่น เช่น ชีสเค้กแตะ 280 บาท
ร้านเปิดทุกวัน 09.00–20.00 น. เดินทางง่ายสุดคือลงเรือข้ามฟากมาท่าวังหลัง แล้วเดินต่อเข้าซอย ถ้าขับรถมาจอดได้ที่อาคารพรหมรังษี (อาคารจอดรถวัดระฆัง) ในซอยอรุณอมรินทร์ 18 แล้วโทรเรียกรถตุ๊กตุ๊กของร้านมารับฟรี ที่นิยมเพราะเป็นคาเฟ่ริมเจ้าพระยาที่วิวดี เงียบสงบกว่าฝั่งตรงข้าม และเหมาะทั้งมาถ่ายรูป นั่งชิล และนั่งทำงานยาว ๆ
Kanin Cafe (คานิน คาเฟ่) วังหลัง
ใครเดินเล่นตลาดวังหลังแล้วอยากหลบความวุ่นวายมานั่งจิบกาแฟริมน้ำ Kanin Cafe คือหมุดที่คนสายกาแฟพูดถึงเยอะ ร้านอยู่ตรงท่าเรือวังหลังพอดี เป็นห้องกระจกโทนดำมินิมอลที่มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยากับเรือข้ามฟากไปมา เดิมที่นี่คือร้านชานม Quicklee แล้วอัปเกรดตัวเองมาเป็น specialty coffee เต็มตัว จุดขายคือเลือกเมล็ดเองได้ มีเฮาส์เบลนด์ 3 ตัวให้เลือกตามอารมณ์ คือ Long Weekend (ดาร์กช็อก ฮาเซลนัทคั่ว กลิ่นสโมกกี้), 3000 Miles Away (ช็อกโกแลต อัลมอนด์ น้ำตาลทรายแดง) และ Perfect Getaway (คาราเมล แบล็กเบอร์รี กลิ่นชากุหลาบ) เลือกระดับคั่วอ่อน-กลาง-เข้มได้ บาริสต้ามีทั้งโซน slow bar และ speed bar เปลี่ยนเป็นนมทางเลือกอย่างนมถั่วเหลือง อัลมอนด์ หรือนมแลคโตสฟรีก็ได้
เมนูที่คนสั่งบ่อยมี Kanin คอฟฟี่, Dirty Tanline, เพอร์เฟค เกทอเวย์ และพวก Drink and Drive ส่วนของกินเล่นมีครัวซองต์ สโคน เค้ก ใครไม่ดื่มกาแฟก็มีโกโก้ (อเมริกัน/แอฟริกัน/กานา) ชามะนาว ชาศรีลังกา รีวิวจริงหลายคนชมกาแฟว่า "เข้มข้น รสละมุน" คาราเมลมัคคิอาโตได้คะแนนสูง บางคนบอกอร่อยกว่าเชนใหญ่ในราคาที่ถูกกว่าครึ่ง ส่วนโกโก้อเมริกัน "ทานง่าย หอมหวานดี" ข้อที่อยากบอกตรง ๆ คือมีคนติครัวซองต์ช็อกว่าแป้งแน่นไปและกลิ่นไม่หอมเท่าไหร่ เลยแนะนำให้มาเพื่อกาแฟเป็นหลัก
ราคาเครื่องดื่มเริ่มราว 60–80 บาท เมนูพิเศษ-เมล็ดพิเศษขยับขึ้นไป 120–140 บาท ต่อหัวจิบกาแฟเบา ๆ ไม่ถึงร้อย ถ้าสั่งของกินด้วยก็ขยับเป็นหลักร้อยต้น ๆ เปิดช่วงกลางวันประมาณ 07:30–17:30 (เสาร์-อาทิตย์เปิดสายขึ้นนิด) จุดที่ต้องวางแผนคือทำเล เพราะร้านอยู่ติดท่าเรือ จะมาง่ายสุดคือนั่งเรือข้ามฟากหรือมาธุระแถวศิริราช ที่จอดรถต้องไปฝั่งโรงพยาบาล สั่งของหน้าต่างเล็ก ๆ บางคนว่าไม่ค่อยสะดวกตอนคนเยอะ แต่พอได้แก้วกาแฟมานั่งริมน้ำตอนเช้า ลมเย็น ๆ บรรยากาศก็คุ้มที่ตั้งใจมา เหมาะกับคนชอบกาแฟคราฟต์ คนทำงานที่อยากหามุมเงียบ หรือมาเดินตลาดวังหลังแล้วแวะพัก
A River Never Sleeps Bar & Cafe
ร้านลับริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คนย่านวังหลัง–ศิริราชชอบบอกต่อ A River Never Sleeps เป็นทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ในที่เดียว ซ่อนตัวอยู่ปลายซอยวัดระฆัง เดินจากตลาดวังหลังหรือนั่งเรือข้ามฟากมาก็ถึง จุดขายคือโต๊ะ outdoor ริมน้ำที่มองเห็นสะพานพระราม 8 เต็ม ๆ และเห็นวัดพระแก้วฝั่งตรงข้าม ตกแต่งโทนขาวสะอาดตา ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม เหมาะกับคนที่อยากหามุมนั่งชิลริมเจ้าพระยา สายคาเฟ่ที่ชอบเก็บภาพ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งยาว ๆ ตั้งแต่บ่ายไปจนค่ำ
ร้านเล่นสองโหมดในวันเดียว กลางวันเป็นคาเฟ่จริงจัง มีกาแฟ ชา น้ำผลไม้สด และของหวาน พอช่วงเย็นสลับเป็นบาร์ มีค็อกเทลกับอาหารฟิวชั่นปนอาหารไทย–อีสานแบบจัดจ้าน เมนูต้องลองที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ ส้มตำปลาร้ากุ้งสด รสแซ่บถึงเครื่อง ยำมาม่าทะเล และหอยนางรมทรงเครื่องที่หลายคนบอกว่าตัวใหญ่จริง สั่งมาคู่หมูย่างช่วยตัดเผ็ดได้กำลังดี ฝั่งจานหนักก็มีทั้งสเต๊กและพาสต้าให้คนไม่กินเผ็ดเลือกได้
ราคาเข้าถึงง่าย อาหารเฉลี่ยจานละประมาณ 60–400 บาท เครื่องดื่มกาแฟราคาคาเฟ่ทั่วไป มากันสองคนสั่งกับแกล้มจิบเครื่องดื่มชมวิวไม่ถึงกับหนักกระเป๋า เสน่ห์ที่ทำให้ร้านนี้ติดลิสต์ร้านริมน้ำวังหลังคือบรรยากาศ หลายรีวิวชอบช่วงแสงเย็นทองที่ตกกระทบแม่น้ำ ลมเย็น ๆ กับเสียงน้ำกระทบฝั่ง นั่งดูเรือผ่านไปเรื่อย ๆ แล้วผ่อนคลายดี
ข้อควรรู้ก่อนไป โต๊ะริมน้ำมีจำนวนจำกัดและเต็มไว โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกและวันหยุด อยากได้แถวหน้าควรมาก่อนเวลาพีค เรื่องที่จอดรถแนะนำให้ใช้อาคารจอดรถวัดระฆังแล้วเดินเข้าซอย หรือมาทางเรือข้ามฟากจะสะดวกกว่า ร้านเปิดยาวตั้งแต่ 11:00 ถึงเที่ยงคืนทุกวัน เผื่อใครอยากต่อช่วงค่ำแบบชิล ๆ ริมเจ้าพระยา
เจปัง (Japang) ไอติมย่างเนยโฮมเมด — สาขาวังหลัง (ต้นตำรับ)
ถ้าเดินทะลุตลาดวังหลังเลาะริมน้ำไปทางวัดระฆัง จะเจอร้านเล็ก ๆ ที่คนต่อคิวกันแน่นชื่อ "เจปัง" — ต้นตำรับ "ไอติมย่างเนย" เจ้าแรก ๆ ของเมืองไทยที่ดังจนแตกสาขาไปทั่ว แต่หน้าร้านต้นตำรับยังเป็นห้องแถวเล็ก มีโต๊ะแค่ไม่กี่ตัว เหมาะกับคนที่มาไหว้พระวัดระฆัง-นั่งเรือข้ามฟากแล้วอยากหาของหวานเย็น ๆ กินแก้ร้อน หรือสายคาเฟ่ที่ตามล่าเมนูแปลกถ่ายรูปสนุก
พระเอกคือขนมปังที่เอามาย่างเนยสด ๆ จนกรอบนอกนุ่มใน หอมเนยฟุ้ง เลือกได้ทั้งขนมปังเนยสดสีทองและขนมปังชาโคลสีดำ แล้วโปะด้วยไอศกรีมโฮมเมดที่ปั่นเองเข้มข้น เมนูที่คนสั่งบ่อยคือไอติมชาเขียวกับช็อกโกแลต ราคา 69 บาท/ลูก หรือ 89 บาท/2 ลูก ตัวร้านมีไอติมให้เลือกหลายรส ทั้งนมสด นมอ้อย ชาไทย กะทิ และมะนาวอัญชัน มีเวอร์ชันโชกุปังย่างเนยพ่นไฟราคาขยับขึ้นไปอีกหน่อยสำหรับคนอยากลองของใหม่
เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าตัวไอติมทำได้ดี เข้มข้นทั้งชาเขียวและช็อกโกแลต ขนมปังนุ่มได้รสเนยเต็ม ๆ จุดที่หลายคนติดใจคือสัมผัสกรอบนอกนุ่มในตอนเนยยังร้อน ๆ ตัดกับไอติมเย็น ๆ แต่ก็มีบางรีวิวบอกว่าบางครั้งขนมปังเค็มไปนิด ขึ้นกับวันและมือคนทำ ถือเป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ ที่เผื่อใจไว้ได้
ที่นิยมเพราะเป็นเจ้าต้นตำรับจริง ใช้เนยและไอติมโฮมเมด แถมเลือกใช้น้ำตาลออร์แกนิกรับซื้อตรงจากเกษตรกร ช่วงพีคขายได้วันละเป็นร้อยชิ้น ทำเลอยู่ซอยวังหลัง 1 ทางเดินไปวัดระฆัง เปิดทุกวันราว 10.30–18.30 น. (เสาร์-อาทิตย์เปิดเร็วกว่านิด) มาทางเรือข้ามฟากท่าวังหลัง-ท่าพรานนกสะดวกสุด ถ้าขับรถมาฝากรถที่ลานวัดระฆังได้ ร้านเล็กที่นั่งน้อย แนะนำซื้อถือเดินเล่นริมน้ำจะฟินกว่า
Lazy Café (เลซี่ คาเฟ่) ปิ่นเกล้า
กินของคาวรอบ ๆ วังหลัง-ศิริราชมาเยอะแล้ว ลองขยับมาฝั่งถนนบรมราชชนนีหามุมนั่งจิบกาแฟยาว ๆ กันบ้าง "Lazy Café (เลซี่ คาเฟ่)" สาขาปิ่นเกล้าซ่อนตัวอยู่ชั้น 1 ของโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ La-Z-Boy เลยเซ็นทรัล ปิ่นเกล้ามาราว 900 เมตร ติดซอยโรงพยาบาลเจ้าพระยา จุดขายที่ทำให้คนพูดถึงเยอะคือชื่อร้านมันตรงกับของจริง — เขายกเก้าอี้ปรับเอนนอน La-Z-Boy มาวางให้นั่งจริง ๆ เลยกลายเป็นคาเฟ่สายทำงานที่นั่งได้ทั้งวันแบบหลังไม่เมื่อย เหมาะกับคนรักกาแฟ specialty คนหิ้วโน้ตบุ๊กมานั่งปั่นงาน และคนแถวปิ่นเกล้าที่อยากได้ร้านสงบ ๆ แอร์เย็น ๆ ไม่ต้องแย่งโต๊ะใคร
เรื่องกาแฟจริงจังกว่าหน้าตาร้าน เป็น specialty coffee ที่มีทั้งบาร์เร็วและสโลว์บาร์ เมล็ดหลักเป็น House Blend บราซิล Santos คั่วกลาง รสออกช็อกโกแลต-นัตตี้ดื่มง่าย ส่วนเมล็ด seasonal สลับหมุนเวียน 3-4 ตัว มาจากหลายโรงคั่วดัง โทนฟลอรัล-ฟรุตตี้ให้สายเปรี้ยวหอมได้ลอง เพิ่มเงินอีกนิดเดียวก็เปลี่ยนเป็นเมล็ดพิเศษได้ เมนูที่คนสั่งบ่อยคือ Dirty ที่ช็อตเข้มตัดนมเย็น ลาเต้กับอเมริกาโนเลือกเมล็ดเอง ส่วนสายไม่กินกาแฟมี Matcha In Black กับมัทฉะลาเต้ที่รีวิวชมว่าเข้มจริง และมีครัวซองต์-คุกกี้-เค้กอบใหม่ไว้กินคู่ รีวิวส่วนใหญ่ไปทางชอบ บอกว่ากาแฟคุณภาพดี ที่นั่งสบายที่สุดเท่าที่เคยเจอ และที่จอดรถเยอะมากหน้าร้าน
ราคาอยู่กลาง ๆ แบบคาเฟ่ specialty เครื่องดื่มเริ่มราว 100 บาท (อเมริกาโน) ลาเต้ราว 110 Dirty 120 ส่วนมัทฉะขยับไป 150-170 บาท เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 100-250 บาท ข้อสังเกตตามตรงคือร้านอยู่ในโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ บางคนที่ไม่รู้มาก่อนอาจงงว่าทางเข้าอยู่ตรงไหน และโต๊ะมีจำนวนจำกัดเพราะพื้นที่แชร์กับโชว์รูม วันหยุดบ่าย ๆ อาจเต็มเร็ว เป็นคาเฟ่ที่เด่นเรื่องนั่งทำงานเงียบ ๆ มากกว่าจะเป็นร้านนั่งเม้ามอยเสียงดัง
ทำเลถือว่าหาง่ายถ้ามารถ — อยู่ริมถนนบรมราชชนนีขาออก เลยเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีที่จอดรถหน้าร้านรองรับได้หลายคัน เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 08:00-17:00 เสาร์-อาทิตย์ 08:00-18:00 เปิดเช้าตั้งแต่แปดโมงเลยแวะซื้อก่อนเข้างานได้สบาย ที่ร้านยอดนิยมในหมู่คนปิ่นเกล้าก็เพราะรวมสามอย่างที่หากันยากไว้ในที่เดียว ทั้งกาแฟ specialty คัดเมล็ด เก้าอี้นั่งสบายระดับ La-Z-Boy และที่จอดรถสะดวก ใครเบื่อคาเฟ่แน่น ๆ ในเมือง ลองข้ามมานั่งทิ้งตัวฝั่งธนดูสักครั้ง
🛏️ พักค้างย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง นั่งคาเฟ่ได้หลายร้านไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากนั่งให้ครบทั้ง 10 คาเฟ่แบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านปิ่นเกล้า-วังหลังสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่ติดท่าเรือและตลาดวังหลัง เดินถึงคาเฟ่ริมน้ำในลิสต์ได้เกือบหมด แถมข้ามเรือไปวัดอรุณ วัดโพธิ์ ท่าเตียนได้ในไม่กี่นาที ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกริมเจ้าพระยาแล้วค่อยไล่จิบทั้งวัน มีตั้งแต่โฮสเทลราคาหลักร้อยไปจนที่พักริมน้ำวิวสวย เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
สวงอยู่ที่วังหลัง ออร์แกนิคคาเฟ่ (Sawong at Wanglang)
เดินตลาดวังหลังจนเหนื่อยแล้วอยากหามุมเย็น ๆ นั่งพักจิบกาแฟ ลองมุดเข้าซอยอรุณอมรินทร์ 22 ตรงต้นโพธิ์ใหญ่ในตลาด แล้วมองหาตึกแถวเล็ก ๆ ที่ชื่อ "สวงอยู่ที่วังหลัง ออร์แกนิคคาเฟ่" นี่คือคาเฟ่ออร์แกนิกซ่อนตัวที่คนแถวศิริราชและนักศึกษาพยาบาลแอบมานั่งกัน เสน่ห์อยู่ที่ของตกแต่งวินเทจยุค 90 เต็มร้าน ทั้งของเล่นสมัยเด็ก ตุ๊กตาสะสม วิทยุเก่า เปิดเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ จนหลายคนเรียกว่าเหมือนพิพิธภัณฑ์ย่อม ๆ แถมมีน้องแมวเดินต้อนรับ เหมาะมากสำหรับสายคาเฟ่ที่อยากหนีความวุ่นวายของตลาด คนชอบถ่ายรูปฟิล์ม และคนรักสุขภาพที่มองหาของกินไม่ใส่สารเคมี
จุดขายจริง ๆ ของร้านคือคำว่า "ออร์แกนิก" ที่ไม่ได้พูดเล่น กาแฟใช้นมข้นหวานที่ทำเอง ปลอดไขมันทรานส์ ขนมอบและเค้กก็เน้นวัตถุดิบสะอาด หวานน้อย เมนูที่คนสั่งบ่อยคือพิซซ่าโฮมเมดแป้งนุ่มหน้าแน่น (พิซซ่าหมูเดอลุกซ์ กับฮาวายเอี้ยน) พาสต้า ขนมปังน้ำผึ้งราดผลไม้สด เครปเค้ก และน้ำแข็งไสช็อกโกแลตใส่กล้วย ส่วนสายเครื่องดื่มมีสตรอว์เบอร์รีปั่น อิตาเลียนโซดา ชาเขียวเย็น และช็อกโกแลตร้อนฝรั่งเศส รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่าพิซซ่าทำเองอร่อยน่าประทับใจ เครปหวานน้อยไส้ครีมนุ่ม และของอบกินแล้วสบายตัวเพราะไม่หวานจัด พนักงาน (ซึ่งก็คือเจ้าของ) ใส่ใจและเป็นกันเองมาก
ราคาเป็นกันเอง เฉลี่ยราว 100–250 บาทต่อคน ตกประมาณหัวละ 150 บาท ถือว่าคุ้มสำหรับคาเฟ่ที่ได้ทั้งบรรยากาศและของกินดี ๆ ข้อควรรู้ตามตรงคือร้านเล็กและแคบ ที่นั่งไม่เยอะ เจ้าของทำเองคนเดียวเป็นหลัก เลยต้องใจเย็นรอสักหน่อยช่วงคนแน่น และมีบางรีวิวบอกว่าสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กรสยังเฉย ๆ ไม่ว้าว เป็นเรื่องของเมนูและความชอบส่วนตัวมากกว่า โดยรวมคนที่มาแล้วติดใจมักเป็นสายที่ชอบบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ มีทั้งชั้นล่างและชั้นบนติดแอร์ มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต และเป็นร้าน pet-friendly
ทำเลอยู่กลางตลาดวังหลัง ซอยอรุณอมรินทร์ 22 หลังต้นโพธิ์ใหญ่ เดินจากท่าเรือวังหลังหรือข้ามถนนมาจากโรงพยาบาลศิริราชแค่ไม่กี่นาที เปิดพุธ-ศุกร์ 11:30–19:30 และเสาร์-อาทิตย์ 10:30–19:30 (หยุดจันทร์-อังคาร) ไม่มีที่จอดรถ แนะนำนั่งเรือข้ามฟากมาหรือเดินจากในตลาดจะสะดวกสุด ที่ร้านนี้ยอดนิยมในหมู่คนวังหลังไม่ใช่เพราะหวือหวา แต่เพราะเป็นมุมสงบกลางตลาดที่วุ่นวาย ได้กินของออร์แกนิกราคาไม่แพง นั่งดูของสะสมยุค 90 เล่นกับน้องแมว แถมร้านยังขายการ์ดแมวเพื่อช่วยดูแลแมวจรอีกด้วย ใครเป็นสายคาเฟ่วินเทจถ่ายรูปสวยและรักสุขภาพ ไม่ควรเดินผ่านร้านนี้ไปเฉย ๆ
ร่ำรวย (Rumruay) วังหลัง
ถ้าเดินตลาดวังหลังจนเมื่อยขา แล้วอยากหาที่นั่งพักเย็น ๆ แบบไม่วุ่นวาย ร้าน "ร่ำรวย" คือคาเฟ่ห้องแถวเก่าที่ซ่อนอยู่ในซอยอรุณอมรินทร์ 18 ฝั่งวัดระฆัง เป็นร้านที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่าสิบปี ตกแต่งสไตล์ย้อนยุคด้วยประตูไม้บานเฟี้ยม โต๊ะไม้ ของเก่าวางตามมุม และผนังที่ติดรูปดารานักแสดงที่เคยแวะมาเต็มไปหมด เหมาะกับคนที่อยากหลบร้อนหลบฝูงชน นั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ มาเดี่ยวก็ได้ มาเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก ๆ ก็สบาย บรรยากาศแบบนี้หาไม่ค่อยได้แล้วในกรุงเทพ
พระเอกของร้านคือกาแฟอราบิก้าคั่วสด รสกลมกล่อม หอม ไม่เปรี้ยวจัด เมนูที่คนสั่งบ่อยคือลาเต้กับคาราเมลลาเต้ ส่วนสายไม่กินกาแฟมีชาเขียวลาเต้และชาไทยเย็นให้เลือก หลายรีวิวบอกว่าชาไทยรสเข้มกำลังดี เย็นชื่นใจตอนอากาศร้อน ของกินเล่นที่พลาดไม่ได้คือขนมปังปิ้งทาเนยราดนมข้นหวาน หอม ๆ หวาน ๆ กินคู่กาแฟลงตัว และที่แปลกกว่าคาเฟ่ทั่วไปคือมีติ่มซำร้อน ๆ อย่างขนมจีบกุ้งกับฮะเก๋าด้วย เมนูอาหารเลยมีให้เลือกเยอะกว่าร้านกาแฟปกติ
เรื่องราคาถือว่าเป็นกันเอง เฉลี่ยต่ำกว่า 100 บาทต่อคน เครื่องดื่มเย็นอย่างชาเขียวอยู่ราว 75 บาท จุดที่ควรบอกตรง ๆ คือมีรีวิวบางส่วนมองว่ากาแฟรสกลาง ๆ ไม่ได้หวือหวา และราคาเครื่องดื่มบางแก้วสูงไปนิดเมื่อเทียบกับย่าน ใครเน้นกาแฟสเปเชียลตี้จ๋า ๆ อาจรู้สึกธรรมดา แต่ถ้ามองที่บรรยากาศวินเทจกับบริการอบอุ่นของเจ้าของร้าน ส่วนใหญ่ก็ประทับใจกลับไป
ทำเลร้านอยู่ในตรอกวังหลัง ตรงข้ามกำแพงวังหลัง เดินจากท่าเรือวังหลังหรือโรงพยาบาลศิริราชมาได้สบาย แวะต่อจากไหว้พระวัดระฆังได้พอดี เปิด 11.00–18.30 น. ปิดวันพุธ ข้อควรรู้คือร้านไม่มีที่จอดรถ แนะนำมาเรือหรือขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า มาช่วงบ่ายแก่ ๆ แดดร่ม ๆ จะได้บรรยากาศร้านเก่าริมน้ำแบบที่หลายคนหลงรัก
Second Cafe Wanglang
Second Cafe Wanglang คือคาเฟ่ลับเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ชั้น 2 ของร้านบะหมี่เกี๊ยวชื่อดัง "เกี๊ยวหนองบัว วังหลัง" ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลย เดินขึ้นบันไดด้านขวาของร้านไปได้เลยไม่ต้องผ่านโซนกินเกี๊ยวข้างล่าง พอขึ้นไปถึงจะเจอห้องเพดานสูงเล่นระดับ ตกแต่งมินิมอลโทนอุ่นสไตล์มูจิ ผสมไม้จริงกับไม้เทียม มีระเบียงเปิดรับลมแม่น้ำ จุดขายจริง ๆ คือเขาออกแบบให้ "เห็นวิวแม่น้ำทุกโต๊ะ" ไม่บังกัน เหมาะมากสำหรับคนอยากนั่งชิลริมน้ำ สายถ่ายรูป หรือหิ้วโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานยาว ๆ เพราะมีปลั๊กไฟแทบทุกโต๊ะและแอร์เย็นในโซนใน
เมนูที่คนพูดถึงเยอะคือเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ส่งวัตถุดิบตรงจากตราด อย่าง TDX ที่ใช้สละกับมะปี๊ดให้รสเปรี้ยวซ่าสดชื่น และ Trat Sritong Shakerato กาแฟผสมสับปะรด-น้ำมะพร้าวที่แปลกดี ส่วนของหวานเป็นขนมโฮมเมดทำเองหลายอย่าง ทั้งพุดดิ้งชาหอม ๆ โทสต์สังขยาเนื้อเนียน ไอติมกะทิที่ร้านบอกว่าเป็น "สูตรคุณพ่อ" และบราวนี่ไอศกรีม รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศกับวิวเป็นหลัก แต่ก็มีบางเสียงบอกตรง ๆ ว่าตัวเครื่องดื่มกับขนมบางเมนู "เฉย ๆ พอทานได้" คุณภาพอาจไม่สม่ำเสมอนัก ใครเน้นมาเก็บวิวกับมู้ดน่าจะแฮปปี้กว่ามาคาดหวังรสชาติจัดเต็ม
ราคาเครื่องดื่มและขนมอยู่ราว 60–140 บาท ถือว่ากำลังสบายสำหรับคาเฟ่วิวริมเจ้าพระยา ทำเลอยู่ในตรอกวัดระฆัง ศิริราช เขตบางกอกน้อย ใกล้ตลาดวังหลังและท่าเรือ มาเรือข้ามฟากจากฝั่งพระนครหรือเดินจากวังหลังได้สบาย เปิดทุกวัน 09:00–21:00 น. ถ้าขับรถมาเองให้ไปจอดที่ลานวัดระฆัง (เสียค่าจอดราว 20 บาท/ชม.) เพราะหน้าร้านจอดยาก ช่วงเย็นแสงสวยเป็นพิเศษ เหมาะถ่ายรูปและนั่งดูเรือวิ่งผ่านยาว ๆ จนค่ำ
Double Slash // Coffee Space (อรุณอมรินทร์)
ใครชอบกาแฟจริงจังในร้านที่เรียบ สะอาด นิ่ง ๆ ต้องลองแวะ Double Slash // Coffee Space สาขาอรุณอมรินทร์ ตรงเชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งบางยี่ขัน นี่คือสาขาแรกและเป็นบ้านของแบรนด์ ตัวร้านเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวกระจกใส แสงธรรมชาติเข้าทั้งวัน เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผนังปูนเปลือย ทุกอย่างถูกคัดมาให้ใช้งานจริงไม่ใช่แค่ตั้งโชว์ เจ้าของคือ วี-กรพงศ์ ที่มาจากสายงานออกแบบและเครื่องหนัง เครื่องหมาย // มาจากสัญลักษณ์ที่เขาใช้คั่นความคิดเวลาจดโน้ต เลยกลายเป็นคอนเซ็ปต์ของร้าน เหมาะกับคนชอบมุมเงียบ ๆ นั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือนั่งคุยสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Dirty ที่ช็อตเข้มตัดกับนมเย็น, Salted Caramel ที่หวานเค็มกลมกล่อม และ Afternoon Yuzu ที่สดชื่นกลิ่นส้มยูซุ ใครสายไม่กินกาแฟ มัจฉะที่นี่เข้มจริงอย่างที่หลายรีวิวบอก เป็นพาสเทลมัจฉะจากผง Peace Oriental บางรอบเสิร์ฟในชามเย็นช่วยรักษาความเข้มไม่ให้น้ำแข็งละลายจนจืด ส่วนกาแฟ ร้านไม่ได้คั่วเอง แต่เลือกใช้เมล็ดจากโรงคั่ว Hands & Heart ทั้งเบลนด์ Underdog และซิงเกิลออริจินไทยอย่าง Doi Saket หมุนเวียนตามฤดู ครัวซองต์เนยฝรั่งเศสชั้นกรอบฟูก็เป็นของที่หลายคนชมว่าอร่อย
ราคาเครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ราว 140–170 บาท ขนมเริ่มต้นหลักร้อย จัดอยู่ในกลุ่มคาเฟ่ specialty ไม่ได้ถูกแต่ได้คุณภาพ บนเว็บรีวิว Wongnai ได้คะแนนราว 4.2 และเจ้าของร้านยังเคยคว้ารองแชมป์ Thailand National Barista Championship 2023 มาแล้ว เลยพอเดาได้ว่าฝีมือชงไม่ธรรมดา IG ร้านก็มีคนตามเกือบหมื่น
ข้อควรรู้: ร้านเปิดราว 07:30–17:00 ตัวร้านไม่ใหญ่ โต๊ะมีจำกัด ช่วงเสาร์-อาทิตย์หรือบ่าย ๆ คนเยอะ ที่จอดรถจอดริมถนนได้แต่บางจังหวะหาที่ยาก แนะนำเช็กวันหยุดประจำสัปดาห์ในเพจก่อนไป เพราะบางช่วงมีปิดวันพุธ พกเงินสดติดตัวไว้เผื่อด้วย
Coffee No.9 (เก้าคอฟฟี่) วังหลัง–ศิริราช
ถ้าเดินเข้าตลาดวังหลังแล้วอยากได้กาแฟดี ๆ สักแก้วก่อนข้ามฟากไปศิริราช Coffee No.9 (เก้าคอฟฟี่) คือร้านที่คนวังหลังพูดถึงกันเยอะ เป็นร้านกาแฟ specialty เล็ก ๆ แบบ take away ซุกอยู่ในซอยวังหลัง บาร์กาแฟแต่งสวยมีสไตล์จนหลายคนบอกว่าให้ฟีลคาเฟ่ฮ่องกงกลางตลาด เหมาะกับคนทำงาน รพ.ศิริราช นักศึกษาแพทย์ คนรอเรือข้ามฟาก และสายกาแฟที่อยากได้แก้วคุณภาพในงบไม่ถึงร้อย จุดเด่นจริง ๆ คือเมล็ดที่เขาใช้เป็นของ UCC Coffee Roastery มีทั้ง house blend และตัว fruity floral (เอธิโอเปีย) ให้เลือก
เมนูต้องลองคืออเมริกาโนเย็นแก้วละ 55 บาท ที่รีวิวพูดถึงบ่อยมาก หลายคนสั่งแบบเอธิโอเปียได้กลิ่นผลไม้-ดอกไม้จาง ๆ ในราคาไม่ถึง 60 บาท ส่วน Black coffee / White coffee และ Cold Brew ก็เป็นไลน์หลัก เสริมด้วยเมนูนอนคอฟฟี่สีสวย ๆ และของหวาน ราคารวมอยู่ราว 50–120 บาท มีบัตรสะสมซื้อ 10 แถม 1 ด้วย เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่ากาแฟหอม นุ่ม ไม่หวานจัด ไม่ขมเกิน กลาง ๆ ดื่มง่าย มีคนถึงกับบอกว่า "จากอารีย์ยันศิริราช นี่คือกาแฟที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในเรตราคานี้"
ข้อควรรู้ที่ต้องบอกก่อนไปคือร้านนี้เป็น take away ล้วน ไม่มีที่นั่งในร้าน แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะเดินไปฝั่งท่าเรือวังหลัง (ท่า N10) มีที่นั่งริมน้ำให้จิบกาแฟชิล ๆ มองวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้สบาย ๆ ช่วงเช้าและวันหยุดคนเยอะพอควร เพราะเป็นทางผ่านขึ้นเรือ-เข้าโรงพยาบาล ใครรีบแนะนำให้สั่งล่วงหน้า หรือถ้าอยู่ในศิริราชก็สั่งเดลิเวอรีส่งเข้าโรงพยาบาลได้
ทำเลอยู่ที่ 394/3 ซอยวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ในตลาดวังหลัง เดินจากท่าเรือไม่กี่ก้าว เปิดจันทร์–ศุกร์ 07:00–16:30 เสาร์–อาทิตย์ 08:30–17:00 ที่ร้านดังเพราะรวมสามอย่างที่หาพร้อมกันยากในย่านนี้ คือเมล็ดคั่วคุณภาพ ราคามิตรภาพ และอยู่ตรงจุดที่คนวังหลัง-ศิริราชเดินผ่านทุกวัน บน Google ได้ราว 4.8 ดาว สะท้อนว่าลูกค้าประจำรักร้านนี้จริง
เดินกินทั่ววังหลัง-ปิ่นเกล้าแบบมีไกด์ หรือลงมือทำขนมไทยเอง
อยากชิมให้ลึกกว่าจิบกาแฟเอง ลองจองฟู้ดทัวร์เดินกินย่านเมืองเก่า-ริมเจ้าพระยา มีไกด์พาทะลุตลาดวังหลังและตรอกเก่าฝั่งธน ชิมของกินขึ้นชื่อหลายร้านในทริปเดียวโดยไม่ต้องเดาว่าร้านไหนเด็ด หรือถ้าอยากได้ประสบการณ์ลงมือทำ มีคลาสทำอาหารไทยและขนมไทยหลายเจ้าในกรุงเทพให้เลือก ตั้งแต่พาเดินเลือกวัตถุดิบในตลาดจริงไปจนทำเสร็จได้กินเอง จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide เทียบรอบและราคาได้สะดวก
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง กรุงเทพฯ
วังหลังอยู่ติดท่าเรือ ข้ามเรือด่วนเจ้าพระยาหรือเรือข้ามฟากจากท่าพระจันทร์-ท่ามหาราชมาขึ้นท่าวังหลัง/ท่าศิริราชได้ในไม่กี่นาที ค่าเรือไม่กี่บาทและได้วิวแม่น้ำฟรี ในซอยตลาดรถเข้ายาก เดินหรือนั่ง Grab สะดวกกว่าขับเอง
คาเฟ่ห้องแถวและร้านในตลาดวังหลังหลายร้านรับเงินสดหรือสแกนจ่าย (PromptPay) เป็นหลัก บัตรต่างชาติอาจใช้ไม่ได้ ควรพกแบงก์ย่อยติดตัว ส่วนคาเฟ่ริมน้ำร้านใหญ่ขึ้นมักรับ QR และบัตรได้
ถ้าอยากได้มุมวิววัดอรุณและสะพานพระราม 8 สวย ๆ ที่ N10 Café หรือ Second Cafe Wanglang มาช่วงบ่ายสามถึงเย็นจะได้แสงทอง คนเยอะวันหยุด ไปก่อนพระอาทิตย์ตกหรือโทรจองโต๊ะริมน้ำไว้จะได้มุมดี
คาเฟ่ specialty อย่าง Kanin, Double Slash, Lazy Café พอมีเมนูอังกฤษและพนักงานสื่อสารได้ ส่วนร้านห้องแถวเก่าเป็นเมนูไทยเป็นหลัก ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปเมนูช่วยสั่งได้ คนขายเป็นกันเอง
ร้าน specialty ส่วนใหญ่ปรับความหวานได้และมีนมทางเลือก (นมถั่วเหลือง อัลมอนด์ นมไร้แล็กโตส) บอกบาริสต้าได้เลยถ้าแพ้นมวัวหรืออยากหวานน้อย ส่วนกาแฟไทยโบราณอย่างชาเย็น-กาแฟโบราณจะหวานเข้มตามสไตล์ดั้งเดิม
ย่านนี้ติดโรงพยาบาลศิริราชและตลาดวังหลังที่คนเยอะตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเที่ยง การจราจรแน่นและที่จอดหายาก เผื่อเวลาเดินทางไว้หน่อย บางร้านอย่าง Coffee No.9 ส่งกาแฟเข้าโรงพยาบาลได้ถ้ามาเยี่ยมคนไข้
วางแผนนั่งคาเฟ่วังหลัง-ปิ่นเกล้าให้เพลินในวันเดียว
เคล็ดลับคือไล่ตามทำเลและช่วงเวลาแสง เริ่มสายหน่อยด้วยกาแฟแก้วแรกที่ Kanin Cafe หรือ Coffee No.9 ใกล้ท่าวังหลัง เพราะเปิดเช้าและอยู่ติดตลาดเดินชิมของกินไปด้วยได้ ถ้าหิวของหวานแวะ เจปัง (Japang) สั่งขนมปังย่างเนยท็อปไอศกรีมชาเขียว-ช็อกโกแลตเป็นมื้อเบรก ส่วนใครอยากนั่งทำงานยาว ๆ ในห้องแอร์เย็น ๆ Lazy Café ฝั่งบรมราชชนนีมีเก้าอี้ La-Z-Boy ปรับเอนกับที่จอดรถสะดวก เหมาะเป็นฐานช่วงกลางวัน
ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นค่อยขยับไปสายริมน้ำ จองที่นั่งโซน outdoor ของ N10 Café หรือ Second Cafe Wanglang ไว้ดูพระอาทิตย์ตกตรงยอดวัดอรุณ เป็นช่วงที่วิวสวยที่สุดของย่าน ถ้าอยากต่อยาวถึงค่ำแบบมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ A River Never Sleeps เปิดถึงเที่ยงคืนและเห็นสะพานพระราม 8 ไฟประดับสวย ทั้งสองร้านริมน้ำคนเยอะช่วงเย็นวันหยุด โทรจองโต๊ะหรือไปก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้มุมดี เวลาเปิด-ปิดอาจปรับได้ เช็กกับร้านก่อนไปจะชัวร์
มานั่งคาเฟ่หลายร้านในวังหลัง-ปิ่นเกล้าแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักย่านนี้ไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — อยู่ติดท่าเรือข้ามไปเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ วัดอรุณ วัดโพธิ์ได้ง่าย ตื่นมาก็เริ่มแก้วแรกริมน้ำได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง เทียบราคา 3 เว็บ