🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เพลินจิต-วิทยุ เป็นย่านที่ผสมความหรูของห้างใหญ่กับความเงียบสงบของถนนสถานทูตได้ลงตัว ฝั่งหนึ่งคือ Central Embassy กับ Central Chidlom ที่รวมคาเฟ่แบรนด์ดังไว้บนชั้นบน อีกฝั่งคือถนนวิทยุและซอยร่วมฤดีที่เต็มไปด้วยตึกออฟฟิศ คอนโดหรู และสถานทูต ทำให้คาเฟ่แถวนี้มีทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรักกาแฟ specialty และนักท่องเที่ยวที่แวะมาพักเท้า เดินจาก BTS เพลินจิตหรือ BTS ชิดลมก็ถึงหลายร้าน ส่วนซอยลึกอย่างร่วมฤดีเรียก Grab สั้น ๆ ก็สะดวก บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นคาเฟ่เมืองที่ดูดี นั่งสบาย และมีมุมถ่ายรูปแทบทุกร้าน
ในลิสต์นี้มีทั้งของจริงที่การันตีด้วยชื่อ École Ducasse ที่เปิดคาเฟ่ในสวนนายเลิศ เสิร์ฟทาร์ตสตรอว์เบอร์รีและเพสตรีฝรั่งเศสอบสดทุกเช้า, Café Claire ในโรงแรม Oriental Residence ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Afternoon Tea เซ็ตธีมหมุนเวียนสวย ๆ, Ksana matcha ที่ใช้มัทฉะ ceremonial grade นำเข้าจากญี่ปุ่น, Tempered ที่คั่วโกโก้พัทลุงเองทำเมนู single origin chocolate, ไปจนถึง Ninetails on Radio หลังตึก Rolex Center ที่กลางวันเป็นคาเฟ่กลางคืนกลายเป็นบาร์รูฟท็อป ฟีล glasshouse ทั้งหมดเป็นร้านที่คนแถวนี้กลับไปนั่งซ้ำ ลองไล่อ่านทีละร้านแล้วเลือกที่ถูกใจไปนั่งกันได้เลย
École Ducasse – Nai Lert Bangkok Café
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายกลางเพลินจิต-วิทยุ แล้วไปนั่งจิบกาแฟกับเพสตรีฝรั่งเศสในสวนเขียว ๆ ร้านนี้คือที่ที่หลายคนพูดถึง École Ducasse – Nai Lert Bangkok Café เป็นคาเฟ่ชั้นล่างของสตูดิโอสอนทำอาหารของเชฟ Alain Ducasse ที่ซ่อนอยู่ในสวนนายเลิศ (Nai Lert Park) ซอยสมคิด เดินจาก BTS เพลินจิตหรือชิดลมก็ถึง เหมาะกับคนสายคาเฟ่ที่จริงจังเรื่องขนม อยากได้บรรยากาศสงบมีวิวสวน และคนที่มองหามุมนั่งชิลกลางเมืองที่ไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Tarte aux Fraises ทาร์ตสตรอว์เบอร์รี (ราว 220 บาท) แป้งอบสดกรอบ ไส้ไม่หวานจัด และ Tarte Pistache (ราว 240 บาท) สายคาว Croque Monsieur/Madame กับเวอร์ชัน Truffle ก็เป็นตัวชูโรง ใครชอบครัวซองต์หรือ Pain au Chocolat ที่นี่อบสดทุกเช้า ส่วนสายกาแฟลองกาแฟ Dirty หรือเข้าคู่ขนมกับชาพรีเมียมก็เข้ากันดี รีวิวส่วนใหญ่ชมเนื้อแป้งและความประณีตของขนม ว่าอร่อยสมกับชื่อชั้นของ École Ducasse จริง
บรรยากาศเป็นตัวขายอีกอย่าง โซนในร้านแอร์เย็น กระจกบานใหญ่มองออกไปเห็นสนามหญ้าเขียวของสวนนายเลิศ ส่วนโซนนอกล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่น พาน้องหมามาได้ด้วย ราคาอยู่ในช่วงคาเฟ่พรีเมียม ประมาณ 251-500 บาทต่อคน หลายคนบอกว่าค่อนข้างสูงแต่จ่ายเพื่อคุณภาพและทำเลในสวนกลางเมืองที่หายาก
ข้อควรรู้: ร้านเปิดทุกวันราว 07:00-18:00 น. (บางแหล่งระบุ 10:00-18:00 ควรเช็กก่อนไป) ช่วงวันหยุดคนเยอะ ขนมยอดนิยมบางตัวหมดเร็ว มาเช้าหน่อยจะได้ตัวเลือกครบ ที่จอดรถมีในบริเวณสวน เดินจาก BTS ได้สบาย เหมาะทั้งมานั่งเบรกยามบ่ายและซื้อเพสตรีกลับบ้าน
Ninetails on Radio
Ninetails on Radio คือคาเฟ่กลางวัน–บาร์รูฟท็อปกลางคืน ที่ซ่อนอยู่ในตึกแถวย่านถนนวิทยุ หลังตึก Rolex Center ติดกับ All Seasons Place เดินจาก BTS เพลินจิตมานิดเดียว เป็นสาขาที่แตกมาจากบาร์ Ninetails ย่านลาดพร้าวที่คนติดกันมานาน เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปที่อยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ กลางเมือง และสายชิลหลังเลิกงานที่อยากนั่งจิบยาว ๆ ไปจนดึก จุดขายจริง ๆ คือชั้น 4 ที่เป็นโซนกระจก glasshouse ฟีลห้องใต้หลังคา กลางวันแสงลอดกระจกเข้ามาสวยเหมือนภาพวาด กลายเป็นมุมยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็ขึ้นไปเก็บรูป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกลุ่มยำรสจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดแบบไทย ๆ กินคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ส่วนสายค็อกเทลรีวิวเชียร์ Margarita เป็นตัวชูโรง กลางวันมีทั้งกาแฟ โซดา ขนม และอาหารให้สั่งครบ ราคาเป็นมิตรมาก เครื่องดื่มเริ่มต้นราว ๆ 50 บาท เลยเป็นที่มาของวลี "วิวหลักล้าน จ่ายหลักร้อย" ที่รีวิวชอบพูดถึง ตกกลางคืนโซนบาร์ชั้น 4 จะมีดนตรีสดแนวซอฟต์ร็อกเบา ๆ บรรยากาศสบาย ๆ ไม่อึกทึก นั่งได้ทั้งกลุ่มเพื่อนและคู่
เรื่องบรรยากาศคนรีวิวชมกันเยอะ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจสีสันจัดจ้านแบบ mix and match มีป๊อปอาร์ตกระจายทั้งชั้น หลายคนบอกว่าเหมือนวาร์ปไปนั่งคาเฟ่ที่โคเปนเฮเกนหรือรูฟท็อปเกาหลี บนดาดฟ้ายังสูบบุหรี่ได้ด้วย ข้อสังเกตคือร้านอยู่บนตึกแถวชั้น 3–4 ต้องเดินขึ้นบันได และช่วงเย็น–เสาร์คนค่อนข้างแน่น ถ้าอยากได้มุมกระจกสวย ๆ ควรมาช่วงกลางวันแดดดี
เวลาเปิดคร่าว ๆ โซนคาเฟ่ 11.00–18.00 น. ต่อด้วยบาร์ 18.00–01.00 น. (บางช่วงเปิดทุกวัน แต่หลายแหล่งระบุปิดวันอาทิตย์ เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์กว่า) มีที่จอดรถที่ตึก All Seasons Place คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.6 จากรีวิวหลักร้อย ถือว่าเป็นคาเฟ่–บาร์ที่คุ้มค่ากับทำเลใจกลางเพลินจิต
Café Claire (Oriental Residence Bangkok)
ถ้าอยากได้อาฟเตอร์นูนทีในบรรยากาศบิสโทรฝรั่งเศสแบบเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่านเหมือนโรงแรมใหญ่ Café Claire ในล็อบบี้ชั้น 1 ของ Oriental Residence Bangkok บนถนนวิทยุคือตัวเลือกที่คนพูดถึงกันเยอะ ร้านนี้เป็นเหมือนห้องรับแขกสีขาวสว่าง โทนมินิมอลสะอาดตา รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่าเป็นมุมถ่ายรูปที่ลงอินสตาแกรมแล้วสวยจริง เหมาะกับคนที่อยากจิบชายามบ่ายแบบสุภาพ ๆ นัดเพื่อนสาว พาคุณแม่ หรือฉลองวันพิเศษเล็ก ๆ
พระเอกของร้านคือชุด Afternoon Tea ที่หมุนเวียนธีมพิเศษตามซีซั่น เคยมีทั้งธีมชิงช้าสวรรค์ (Ferris Wheel) และล่าสุดธีม Alice in Wonderland ที่จับมือกับแบรนด์น้ำหอม Journal เสิร์ฟบนสแตนด์สวย ๆ พร้อมของหวานที่ตั้งชื่อตามตัวละครในเรื่อง สิ่งที่ทุกเซ็ตมีเหมือนกันคือสโคนอบสด เสิร์ฟกับแยมผลไม้และคลอตเต็ดครีม แซนด์วิชชิ้นเล็ก มาการอง และขนมหวานชุดปาติสเซอรี จับคู่กับชา TWG ให้เลือกหลายกลิ่น เสิร์ฟช่วง 14:30–17:30 ทุกวัน
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าขนมทำละเอียด สโคนอร่อย วัตถุดิบดี และบริการระดับโรงแรมห้าดาว หลายคนบอกว่าราคาสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปอยู่บ้าง เซ็ตสำหรับ 2 ท่านเริ่มราว 1,100 บาท ไปจนถึงราว 1,599++ บาทสำหรับเซ็ตธีมพิเศษ แต่มองว่าคุ้มกับคุณภาพและบรรยากาศ บางเซ็ตยังแถมของที่ระลึกกลับบ้านด้วย
ข้อควรรู้: ธีมพิเศษมักมีช่วงเวลาจำกัด (เช่นเป็นเดือน ๆ) ก่อนไปควรเช็กเมนูซีซั่นปัจจุบันและจองล่วงหน้า เพราะช่วงบ่ายวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ทำเลอยู่ใกล้ BTS เพลินจิต เดินต่อเข้าถนนวิทยุย่านสถานทูต ใกล้ Central Embassy จอดรถในตึกได้สะดวก เป็นมุมพักจิบชาที่เงียบสงบกลางย่านธุรกิจ
Ksana matcha
ถ้าเป็นสายมัทฉะตัวจริงแล้วยังไม่เคยแวะ Ksana Matcha ต้องบอกว่าพลาดของดีย่านเพลินจิต ร้านนี้เป็น matcha specialty ที่จริงจังกับใบชาสุด ๆ เขาชูมัทฉะเกรดพิธีชงชา (ceremonial grade) นำเข้าตรงจากญี่ปุ่น แถมทำเป็นไลน์ให้เลือกได้หลายคาแรกเตอร์ ไม่ใช่แค่มัทฉะหวาน ๆ แบบทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากดื่มมัทฉะแบบเข้าใจรสจริง ๆ หรืออยากหามุมนิ่ง ๆ หลบความวุ่นวายกลางเมืองสักพัก ตัวร้านอยู่ชั้น 2 ตึก One City Centre (OCC) เดินจาก BTS เพลินจิตแค่ 2–3 นาที เข้าถึงง่ายมาก
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Coastal Breeze Latte มัทฉะเกรด ceremonial ที่ให้กลิ่นวานิลลากับกลิ่นทะเลอ่อน ๆ ดื่มง่าย กลมกล่อม อีกตัวคือ Smokey Peaks Latte ที่เป็นโฮจิฉะเกรดพิธีชงชา ได้กลิ่นคั่ว น้ำตาลทรายแดง อัลมอนด์ หอมลึกกว่าโฮจิฉะทั่วไป ใครอยากได้รสมัทฉะแท้ ๆ แบบไม่ผสมนมลองสั่งเป็น Usucha หรือ Koicha ได้ ส่วนของกินคู่แนะนำ Yokan มัทฉะเนื้อหนึบ ๆ กับ Nerikiri ขนมวากาชิปั้นมือสวย ๆ ที่จับคู่กับชาได้ลงตัว รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่ามัทฉะ "smooth earthy และบาลานซ์ดี" อูมามิชัด ไม่ฝาดเกินไป
ราคาอยู่ประมาณ 140–200 บาทต่อแก้ว ถือว่าสมกับการเป็นมัทฉะพรีเมียมนำเข้า ขนมญี่ปุ่นราว 140 บาท บรรยากาศร้านเป็นงานดีไซน์ผนังโค้งเว้าคล้าย Antelope Canyon โทนขาว-นวล นิ่ง สงบ ถ่ายรูปสวย คนเลยชอบมาถ่ายและนั่งชิลกัน คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากรีวิวหลายร้อย บอกได้ว่าเป็นร้านที่คนติดใจจริง
ข้อควรรู้นิดหน่อยคือร้านค่อนข้างเล็ก ที่นั่งจำกัด รีวิวหลายคนบอกว่ามากันเป็นกลุ่มใหญ่จะอึดอัด เหมาะมาคนเดียวหรือมาสองคนมากกว่า ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ เผื่อเวลารอไว้หน่อย ร้านเปิด 8 โมงเช้าถึงเย็น (จ.–ศ. ถึง 17:30 · ส.–อา. ถึง 18:30) แวะก่อนหรือหลังเดินช้อป Central Embassy หรือย่านวิทยุได้พอดี
Tempered
ถ้าเป็นสายช็อกโกแลตตัวจริง Tempered (Tempered Cooperatives) คือหมุดที่ต้องปักไว้ ร้านนี้ซ่อนอยู่ในตึกออฟฟิศห้าชั้นกลางซอยร่วมฤดี 2 ย่านเพลินจิต เดินจาก BTS เพลินจิตและ Central Embassy มาได้สบาย จุดขายคือเป็นโรงคั่วโกโก้ไทยเจ้าแรก ๆ ของบ้านเรา ทำช็อกโกแลตแบบ bean-to-bar เองตั้งแต่คัดเมล็ดโกโก้จากเกษตรกรไทย พอเดินขึ้นบันไดจะได้กลิ่นโกโก้คั่วลอยมาก่อนถึงร้านเลย เหมาะกับคนที่อยากได้คาเฟ่จริงจังเรื่องรสชาติ ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูป แต่มุมถ่ายรูปก็สวยจนต้องยกให้
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ Single origin chocolate ที่เลือกโกโก้ได้ตามแหล่ง อย่างเมล็ดจากพัทลุงที่รีวิวบอกว่าเข้มข้น หนักแน่น มีปลายรสเปรี้ยวอมนัตตี้แบบผลไม้ ราคาราว 150 บาท สาย coffee-chocolate ลอง Mocha Dirty ประมาณ 160 บาท กลมกล่อมขมหวานลงตัว ส่วนของอบก็เป็นพระเอกไม่แพ้กัน ครัวซองต์อัลมอนด์เนื้อกรอบเป็นชั้น ไส้อัลมอนด์ครีมเยิ้ม ราคาราว 140 บาท ขายดีจนหลายคนบ่นว่าบ่าย ๆ หมดแล้ว ใครอยากได้ควรมาช่วงเช้า
บรรยากาศเป็นลอฟท์ปูนเปลือยสไตล์เกาหลี ชั้นสองเป็นบาร์กาแฟกับเบเกอรี ชั้นสามกระจกสูงมองลงซอยร่วมฤดีได้ทั้งแนว แสงธรรมชาติสวย มีมุมสระน้ำเล็ก ๆ และวิวเมืองด้วย ข้อสังเกตจากรีวิวคือโซนแอร์ค่อนข้างจำกัด บางคนอยากให้พื้นที่แอร์กว้างกว่านี้ แต่โซนกึ่งเอาต์ดอร์ก็บรรยากาศดี พนักงานบริการเป็นกันเอง
คะแนน Google อยู่ราว 4.5 จากรีวิวหลายร้อย ถือว่าคนชอบเยอะ ร้านเปิด 08:00–18:00 ทุกวัน มาช่วงเช้าถึงสายจะได้ของอบครบและแดดสวยที่สุด ใครชอบกาแฟ specialty กับช็อกโกแลตแท้ ๆ ที่นี่ตอบได้ทั้งสองอย่างในที่เดียว
🛏️ ที่พักย่านเพลินจิต-วิทยุ เดินถึงคาเฟ่
อยากคาเฟ่ฮ็อปแบบสบาย ๆ พักย่านเพลินจิต-วิทยุ-ชิดลมคือทำเลทอง เดินถึงทั้ง Central Embassy สวนนายเลิศ และซอยร่วมฤดี ติด BTS เพลินจิตและชิดลม ไปต่อสยาม อโศก หรือสุขุมวิทได้ในไม่กี่นาที เรารวมโรงแรมและที่พักทำเลดีย่านนี้ไว้ให้เลือกจองตามงบและสไตล์
🔍 เช็คราคาที่พักย่านเพลินจิต-วิทยุ (Agoda)Holey Artisan Bakery (สาขาร่วมฤดี)
Holey Artisan Bakery สาขาร่วมฤดี คือร้านเบเกอรีสายทำมือที่คนตามหาขนมปังจริงจังในกรุงเทพฯ รู้จักกันดี ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของโครงการ The Quart Ruamrudee ในซอยร่วมฤดี ห่าง BTS เพลินจิตเดินไม่ไกล เป็นสาขาที่กว้างและนั่งสบายที่สุดสาขาหนึ่ง เหมาะกับคนที่อยากได้มื้อเช้า-บรันช์เงียบ ๆ นั่งทำงานยาว ๆ มี Wi-Fi หรือแค่แวะซื้อขนมปังหมักกลับบ้าน จุดเด่นของแบรนด์คือขนมปังที่ตั้งใจหมักแป้งแบบช้า ๆ ใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้แต่ละก้อน และใช้เนยนำเข้าจากฝรั่งเศส
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Sourdough loaf เนื้อในนุ่ม เปลือกกรอบ กลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ แบบขนมปังหมักจริง ส่วนสายครัวซองต์มีให้เลือกทั้งแบบเนยล้วน ช็อกโกแลต และอัลมอนด์ ชิ้นใหญ่ ชั้นแป้งเยอะ Cinnamon roll ก็เป็นอีกตัวที่หลายคนสั่งประจำ ใครหิวจริงจังลองแซนด์วิชที่ใช้ขนมปังโฮมเมดของร้านเอง ไส้แน่น หรือจะเป็นเมนูจานร้อนอย่าง Breakfast Pizza กับ Pumpkin Soup ก็มี รีวิวบน Wongnai หลายคนชมว่าครัวซองต์กับพายอร่อย และพอร์ชั่นใหญ่คุ้มค่า
เรื่องราคาอยู่ในช่วงคาเฟ่ย่านใจกลางเมือง ขนมปัง-ครัวซองต์เริ่มหลักร้อยต้น ๆ เมนูจานหนักอย่างพิซซ่าขึ้นไปถึงราว 400 บาท มีบางเสียงบอกว่าราคาสูงกว่าร้านทั่วไปนิดหน่อย แต่แลกกับคุณภาพวัตถุดิบและขนมปังที่อบสดใหม่ทุกวันก็ถือว่าสมเหตุสมผล บรรยากาศร้านแต่งไม้ กระจกใส โปร่ง นั่งสบาย
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเช้าตั้งแต่ 7 โมง จันทร์-เสาร์ถึงสามทุ่ม อาทิตย์ปิดเร็วกว่าคือหนึ่งทุ่ม ที่จอดรถในโครงการมีแต่ค่อนข้างจำกัด ถ้ามาช่วงบรันช์วันหยุดคนเยอะ เมนูยอดนิยมบางตัวหมดเร็ว มาเช้าหน่อยจะได้ตัวเลือกครบกว่า
Qottontale Cafe
Qottontale Cafe คือคาเฟ่ตึกส้มอิฐในซอยร่วมฤดี ที่รีโนเวทจากทาวน์โฮมเก่าอายุกว่า 30 ปี มาเป็นคาเฟ่ 2 โซนพร้อมดาดฟ้าถ่ายรูป ชื่อร้านล้อเสียงกับ "Cottontail" (หางกระต่าย) มีน้องกระต่าย Qotton เป็นมาสคอต คอนเซ็ปต์ "the rabbit hole in the concrete jungle" เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ทั้งมื้อเช้า-บรันช์ดี ๆ และมุมถ่ายรูปฟีลเกาหลี-เมืองนอกในย่านเพลินจิต เดินจาก BTS เพลินจิต ทางออก 4 มาไม่ไกล
เมนูมีครบทั้งคาวหวานและเครื่องดื่ม ฝั่งคาวมี breakfast/brunch/lunch อย่างสปาเกตตีซอสมะเขือเทศ ซีซาร์สลัด และเซ็ต Sunshine on Pan ฝั่งหวานที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือครัฟเฟิล (Croffle Cream Oreo), yogurt bowl กับกราโนล่า, บาโนฟฟี่ และแครอทเค้ก ส่วนเครื่องดื่มเด่นที่คนสั่งกันคือ Sunrise (กาแฟผสมส้มสด), มัทฉะลาเต้ และเมนู non-coffee ซิกเนเจอร์อย่าง Yuzu Aquamarine เสียงจากรีวิวจริงบอกว่ากาแฟทำได้ดี บาริสต้าฝีมือแน่น เครื่องดื่มรสกลมกล่อม และอาหารคุณภาพใช้ได้
บรรยากาศคือจุดขาย โซนล่างเป็นคาเฟ่โทนไม้อุ่น ๆ ขายเสื้อผ้าแบรนด์เล็กด้วย ส่วนโซน Rooftop ด้านบนมีมุมแชะเยอะ วิวเมือง และแสงสวยทั้งเช้าและเย็น หลายรีวิวชมว่าดาดฟ้าถ่ายรูปขึ้นมาก ให้ฟีล Korea อบอุ่น ราคาส่วนใหญ่อยู่ช่วง 101–250 บาทต่อคน กาแฟราว 120 บาท ขนมเริ่มหลักสิบถึงร้อยกว่า
ร้านเปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 08:00–18:00 เสาร์-อาทิตย์ 09:00–18:00 ข้อควรรู้คือที่จอดรถหน้าร้านจำกัด แนะนำจอดที่ร่วมฤดีวิลเลจแล้วเดินเข้ามา ช่วงวันหยุดหรือเวลาแสงสวยคนถ่ายรูปเยอะพอสมควร มาช่วงเช้าจะได้มุมสบายกว่า
Coffee Beans by Dao (สาขาร่วมฤดี)
Coffee Beans by Dao สาขาร่วมฤดี คือร้านเค้กในตำนานของกรุงเทพฯ ที่คนทำงานย่านเพลินจิต–วิทยุรู้จักกันดี ตั้งอยู่ในร่วมฤดีวิลเลจ ซอยร่วมฤดี ห่างจาก BTS เพลินจิตกับ Central Embassy แค่เดินไม่ไกล เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งชิลกินเค้กจริงจัง มาฉลองวันเกิด นัดเจอเพื่อน หรือพาครอบครัวมามื้อกลางวัน เป็นร้านสองชั้น นั่งสบาย แอร์เย็น บรรยากาศเงียบกว่าห้างเยอะ
ตัวชูโรงคือเค้กที่คนพูดถึงกันมานาน โดยเฉพาะ Coconut Pandan Cake ที่หลายรีวิวยกให้เป็นเบอร์ต้น ๆ เนื้อเบา นุ่ม กลิ่นใบเตยหอม ไม่หวานแหลม ส่วนสายทุเรียนต้องลองเค้กทุเรียน (ราว 190 บาท) กับพายที่มีให้เลือกหลายหน้า ใครชอบช็อกโกแลตมีคนเชียร์ Brownie Pudding อยู่บ่อย ๆ นอกจากของหวานยังมีอาหารจานหลักทั้งไทยและฝรั่งให้สั่งกินก่อน เช่น กุ้งพริกไทยดำ ข้าวผัดปลาขิง หรือส้มตำกุ้งสด แล้วค่อยปิดท้ายด้วยเค้ก
เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าเค้กรสชาติคงเส้นคงวา อร่อยแบบไม่เปลี่ยน เนื้อเนียนนุ่ม ครีมไม่เลี่ยน พนักงานยิ้มแย้ม บริการไว ส่วนข้อสังเกตคือช่วงมื้อกลางวันวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ที่จอดรถมีแต่บางทีเต็ม ควรเผื่อเวลานิดหน่อย ราคาต่ออยู่ประมาณหลักร้อยถึงห้าร้อยกว่าต่อคน ถือว่าสมกับคุณภาพเค้กและทำเลกลางเมือง
เปิดทุกวัน 10:00–21:00 น. ใครมาเที่ยวย่านสถานทูต ถนนวิทยุ–ร่วมฤดี หรือแวะสวนนายเลิศ แล้วอยากหาร้านเค้กที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานาน ร้านนี้เป็นหมุดที่ควรปักไว้
NICK Coffee-Food-Mood-Drinks
ถ้าอยากได้บรันช์ฝรั่งทำสดใหม่ในย่านเพลินจิต-วิทยุ ที่ไม่ต้องเดินเข้าโรงแรมหรู NICK Coffee-Food-Mood-Drinks ในซอยร่วมฤดีคือร้านที่คนแถวนี้พูดถึงกันเยอะ ตัวร้านซ่อนอยู่ในอาคาร Woodberry Common เป็นคาเฟ่ออลเดย์ไดนิ่งสไตล์ตะวันตก เจ้าของชื่อนิคตั้งใจรวมกาแฟดี บรรยากาศสวย กับอาหารทำสดจริงจังไว้ในที่เดียว เหมาะกับคนทำงานแถวสถานทูต คนที่มาเดินเซ็นทรัลเอ็มบาสซี หรือใครที่อยากนั่งกินมื้อเช้ายาว ๆ แบบสบาย ๆ
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Fish & Chips ปลาชุบแป้งทอด ข้างนอกกรอบข้างในนุ่ม กินง่ายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับ Mushroom & Truffle Soup ที่ได้กลิ่นทรัฟเฟิลอ่อน ๆ เสิร์ฟคู่ขนมปังซาวโดว์กระเทียม ส่วนสายแซนด์วิชมี Tuna Melt กับ Four Cheese บนขนมปังซาวโดว์ที่หลายคนบอกว่าหอมและนัวใช้ได้ ใครสายเฮลตี้ก็มี Acai Bowl ผลไม้รวม และถ้ามาเช้าก็มีชุดเบรกฟาสต์แบบนอร์วีเจียนกับฝรั่งเศส หลายรีวิวยกให้สแครมเบิลเอ้กที่นี่ทำได้ดีเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยกาแฟที่มีให้เลือกหลายตัว ทั้ง Yuzu Espresso, Affogato ไปจนถึงคาปูชิโนร้อนธรรมดา ๆ
ราคาอยู่ในช่วงคาเฟ่ฝั่งพรีเมียม จานหลักราว 300-450 บาท กาแฟ 120-200 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 400-600 บาท บรรยากาศเป็นงานไม้โทนขาวอบอุ่น พื้นที่ไม่ได้ใหญ่มากแต่นั่งสบาย เหมาะทั้งนัดเพื่อนและคุยงาน คะแนน Google อยู่ที่ 4.7 จากรีวิวหลายร้อย ถือว่าคนติดใจกันเยอะทั้งที่เปิดมาตั้งแต่ต้นปี 2023 แบบไม่ได้โปรโมตหวือหวา
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเช้าตั้งแต่ 07:00 ปิดบ่าย 4 โมง (เสาร์-อาทิตย์ยาวถึง 6 โมงเย็น) ช่วงบรันช์วันหยุดคนแน่น มีที่จอดรถในอาคารชั่วโมงแรกฟรี หลังจากนั้นคิด 15 บาทต่อชั่วโมง เดินจาก BTS เพลินจิตมาได้ แต่ซอยร่วมฤดีค่อนข้างลึก แนะนำเผื่อเวลาเดินหรือดูแผนที่ก่อนไป
Audrey Cafe Glamour (Central Embassy)
ถ้าใครเดินขึ้นชั้น 5 Central Embassy แล้วสะดุดตากับร้านที่ตกแต่งโทนทองกับดำสไตล์ฝรั่งเศสวินเทจ นั่นแหละ Audrey Cafe Glamour ร้านในเครือ Audrey ที่เปิดสาขานี้มาตั้งแต่ปี 2014 จุดขายคือของหวานสไตล์ฝรั่งเศสวินเทจ เค้กหลากหลาย และอาหารฟิวชันไทย-ยุโรป ในบรรยากาศหรูแบบถ่ายรูปสวยทุกมุม เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ทั้งของกินอร่อยและพื้นหลังสวย ๆ มานั่งชิลกับเพื่อนหรือครอบครัวกลางเมือง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยมีทั้งเค้กเครปชาไทย (Thai Tea Crepe Cake) ที่เป็นซิกเนเจอร์ของหวาน หมูกรอบเต๋า (Crispy Pork Cube) ซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิล และพวกพาสต้าครีมกุ้ง ลาซานญ่าแซลมอน ฝั่งของหวานคนชมเรื่องหน้าตาสวยและรสไม่หวานจัด ส่วนอาหารคาวเป็นฟิวชันไทย-ยุโรปที่กินง่าย ไม่เผ็ดจัด บางช่วงร้านมีแพ็กเกจบุฟเฟต์ให้เลือกเมนูได้เกือบทั้งร้าน หลายคนบอกว่าคุ้มถ้ามากันหลายคน
เรื่องราคาอยู่ในช่วงประมาณ 251-500 บาทต่อคนสำหรับมื้อทั่วไป จัดว่าเป็นราคากลาง ๆ สำหรับทำเลในห้างหรูใจกลางเพลินจิต ทำเลเดินจาก BTS เพลินจิตหรือชิดลมมาได้สบาย เชื่อมสกายวอล์กเข้าห้างตรง ๆ เปิดตามเวลาห้างประมาณ 10:00-22:00 (last order ราว 21:30) วันหยุดคนเยอะ ช่วงเย็นควรเผื่อเวลาหรือจองไว้
ที่ร้านนี้ยอดนิยมเพราะรวมสามอย่างที่คนกรุงชอบไว้ในที่เดียว ของหวานถ่ายรูปสวย บรรยากาศหรู และทำเลกลางเมืองที่ไปง่าย คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ 4.0 จากรีวิวหลักร้อย ข้อควรรู้คือช่วงพีคคนแน่นและบางโต๊ะวิวดีกว่าโต๊ะอื่น ถ้าอยากได้มุมสวยลองบอกพนักงานตอนเข้าร้าน
ทัวร์ชิมและคลาสทำขนม-กาแฟในกรุงเทพฯ
อยากได้มากกว่านั่งจิบกาแฟ ลองจอยฟู้ดทัวร์หรือคลาสเวิร์กช็อปในกรุงเทพฯ ผ่าน Klook และ GetYourGuide ทั้งทัวร์ชิมของกินหลายร้านแบบมีไกด์พาเดิน คลาสทำขนมเบเกอรี ลาเต้อาร์ต ไปจนถึงเวิร์กช็อปมัทฉะและของหวานสไตล์ญี่ปุ่น ได้ลงมือทำเองและเก็บสูตรกลับบ้าน เหมาะทั้งไปคนเดียว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านเพลินจิต-วิทยุ
ลง BTS เพลินจิตหรือชิดลมแล้วเดินถึงหลายร้านและ Central Embassy ได้เลย ซอยลึกอย่างร่วมฤดีเรียก Grab สั้น ๆ ก็ถึง หลีกเลี่ยงการขับรถมาเองเพราะที่จอดในซอยจำกัดและรถติดช่วงเร่งด่วน
คาเฟ่ในย่านนี้ส่วนใหญ่รับบัตรเครดิตและสแกนจ่ายได้ แต่พกเงินสดไทยติดตัวไว้บ้างเผื่อร้านเล็กหรือร้านในซอย จะได้ไม่สะดุด
คาเฟ่ถ่ายรูปและ Afternoon Tea คนเยอะช่วงบ่ายเสาร์-อาทิตย์ มาช่วงร้านเพิ่งเปิดหรือจองล่วงหน้าจะได้ที่นั่งดี ๆ โดยเฉพาะเซ็ต Afternoon Tea ที่ Café Claire ควรจองก่อน
Afternoon Tea เซ็ตธีมหมุนเวียนและเมนูซิกเนเจอร์บางอย่างมีจำนวนจำกัดต่อวัน โทรหรือทักเพจร้านจองไว้ก่อนจะชัวร์กว่า โดยเฉพาะไปเป็นกลุ่ม
ย่านนี้เป็นย่านสถานทูตและออฟฟิศต่างชาติ พนักงานหลายร้านสื่อสารภาษาอังกฤษได้และมีเมนูอังกฤษ นักท่องเที่ยวสั่งได้สบายไม่ต้องกังวล
ร้านที่มี service charge อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทิปเพิ่ม แต่ถ้าบริการดีจะทิปเล็กน้อยก็ได้ ไม่ได้บังคับ ปัดเศษหรือทิ้งเหรียญไว้ก็ถือว่างาม
วางแผนคาเฟ่ฮ็อปย่านเพลินจิต-วิทยุ
อยากได้ครบทั้งกาแฟ ของหวาน และมุมถ่ายรูปในวันเดียว จัดเป็นเส้นเดินได้เลย เริ่มเช้าที่ École Ducasse ในสวนนายเลิศ ตอนเพสตรีเพิ่งออกจากเตา จากนั้นเดินหรือเรียก Grab สั้น ๆ ไปฝั่งร่วมฤดี แวะ Tempered จิบกาแฟ specialty กับ single origin chocolate หรือ Holey Artisan Bakery ซื้อ sourdough กับครัวซองต์ติดมือ
ช่วงบ่ายถ้าอยากนั่งยาว จอง Afternoon Tea ที่ Café Claire ในโรงแรม Oriental Residence รอบเสิร์ฟ 14:30-17:30 ควรจองล่วงหน้าเพราะเซ็ตธีมพิเศษมักเต็มเร็ว ปิดท้ายตอนเย็นที่ Ninetails on Radio หลังตึก Rolex Center ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากคาเฟ่เป็นบาร์รูฟท็อป ได้ทั้งวิวและเครื่องดื่มในที่เดียว ส่วน Ksana matcha กับ Audrey Cafe Glamour ใน Central Embassy เหมาะแวะระหว่างช้อปปิ้ง
มาคาเฟ่ฮ็อปย่านเพลินจิต-วิทยุแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักทำเลดีติด BTS เพลินจิต-ชิดลม เดินถึงคาเฟ่และ Central Embassy ได้สบาย
ดูที่พักย่านเพลินจิต-ชิดลม