🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้ากรุงเทพฯ มีย่านไหนที่เดินสั้น ๆ แล้วเจออาหารได้หลากสัญชาติที่สุด เพลินจิต-วิทยุน่าจะมาเป็นอันดับต้น ๆ ฝั่งหนึ่งเป็น Central Embassy กับตึกออฟฟิศพรีเมียมเรียงราย อีกฝั่งเลี้ยวเข้าถนนวิทยุกับซอยร่วมฤดีก็เข้าสู่ย่านสถานทูตที่เงียบร่มรื่น มีร้านฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น และมุมเล็ก ๆ ที่คนเรียกกันติดปากว่าลิตเติลอินเดียซ่อนอยู่ในซอย กลางย่านยังมีสวนนายเลิศ ผืนสวนเก่าแก่ที่อยู่คู่เพลินจิตมาเป็นร้อยปี ทำให้บรรยากาศกินข้าวแถวนี้มีทั้งความเป็นเมืองและความร่มเย็นในที่เดียวกัน เดินทางง่ายมากเพราะ BTS เพลินจิตพาดผ่านกลางย่าน ลงมาแล้วเดินต่อได้เกือบทุกร้านในลิสต์
ร้านในหน้านี้หลายร้านเป็นตำนานของย่านจริง ๆ Ma Maison เสิร์ฟอาหารไทยสูตรบ้านคุณหญิงสินกลางสวนบ้านปาร์คนายเลิศ และได้เข้ามิชลินไกด์ประเทศไทยปี 2026 หมี่น้ำปาร์คนายเลิศเป็นเมนูที่คนตามมากินถึงที่ Beirut อยู่ชั้นใต้ดินเพลินจิตเซ็นเตอร์เสิร์ฟอาหารเลบานีสแท้มาตั้งแต่ปี 1999 ฮัมมุสหลายสูตรกับชวารมาคือของขึ้นชื่อ ส่วนซอยร่วมฤดีคือแหล่งรวมของอร่อย ทั้ง L'Escargot Bistro บิสโทรฝรั่งเศสที่คนหลงบรรยากาศอบอุ่นและหอยเอสคาโก้ บ้านกลมกิ๊กที่ทำอาหารไทยเหมือนแม่ลงครัว และ Na Aroon อาหารไทยออร์แกนิกในอริยาศรมวิลล่าที่ไม่ใส่ผงชูรส เลื่อนลงไปดูทีละร้านได้เลย แล้วเลือกที่ถูกใจไปนั่งกินกัน
Ma Maison (มาเมซอง) บ้านปาร์คนายเลิศ
ถ้าอยากกินอาหารไทยตำรับบ้านเก่าในบรรยากาศสวนร่มรื่นกลางเพลินจิต Ma Maison (มาเมซอง) ที่บ้านปาร์คนายเลิศ คือหมุดหมายที่คนรักอาหารไทยพูดถึงกันมานาน ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ Nai Lert Park Heritage Home รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุร้อยปี ตัวร้านเป็นศาลากระจกใสตั้งอยู่กลางสนามหญ้า มองออกไปเห็นสวนเขียวทั้งวง เมนูที่นี่สืบสูตรมาจากคุณหญิงสิน ภรรยาของนายเลิศ จึงเป็นอาหารไทยชาววังที่ทำอย่างประณีต เหมาะกับมื้อพิเศษ พาผู้ใหญ่ พาแขกต่างชาติ หรือฉลองโอกาสสำคัญ
เมนูที่ต้องสั่งคือ "หมี่น้ำปาร์คนายเลิศ" เส้นหมี่ทอดกรอบเสิร์ฟในน้ำซุปต้มยำกลมกล่อม โรยผิวส้มให้กลิ่นหอมสดชื่น เป็นซิกเนเจอร์ที่แทบทุกโต๊ะสั่ง อีกจานที่ไม่ควรพลาดคือ "ห่อหมกข้าว-ห่อหมกปลา" เนื้อปลาแน่น รสเข้มข้น กินคู่ข้าวคลุกน้ำแกงนึ่งจนหอม ส่วนสายทานเบามี "ยำส้มโอกุ้งสด" เปรี้ยวหวานสดชื่น และช่วงหน้าร้อนจะมี "ข้าวแช่บ้านปาร์ค" ออกมาตามฤดูกาล รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ารสมือละเมียดละไม วัตถุดิบดี บางส่วนใช้ผักออร์แกนิกจากสวนของร้านเอง
ข้อสังเกตจากรีวิวจริงคือรสชาติออกแนวนุ่มนวลแบบชาววัง ไม่จัดจ้านเผ็ดร้อน คนที่ชอบรสหนักอาจรู้สึกว่าอ่อนไปนิด แต่ถ้าชอบอาหารไทยแท้ที่เก็บรายละเอียดจะถูกใจมาก ราคาต่อหัวอยู่ในช่วงมื้อพิเศษราว 600-1,400 บาท จองโต๊ะล่วงหน้าจะสบายใจกว่า โดยเฉพาะช่วงวันหยุด
ทำเลอยู่ที่ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต เดินจาก BTS ชิดลมหรือเพลินจิตราว 400 เมตร เปิดทุกวันสองช่วง 11:00-14:30 และ 18:00-22:00 (ปิดรับออเดอร์ก่อนเวลาปิดราวครึ่งชั่วโมง) ที่ยอดนิยมเพราะเป็นทั้งของกินอร่อยตำรับเก่าและมุมสวนสวยหายากใจกลางเมือง แถมได้รางวัลการันตีจาก Michelin Guide ด้วย ใครมองหาที่กินอาหารไทยดี ๆ ในบรรยากาศคลาสสิกย่านเพลินจิต ที่นี่ตอบได้ครบทั้งรสและวิว
L'Escargot Bistro
ถ้าอยากกินอาหารฝรั่งเศสแบบบิสโทรแท้ ๆ ใจกลางเมืองโดยไม่ต้องแต่งตัวจัดเต็มเหมือนไฟน์ไดนิ่ง L'Escargot Bistro ในซอยร่วมฤดีคือร้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบ ๆ ใกล้ BTS เพลินจิต เดินจากสถานีแค่ไม่กี่นาที ตกแต่งอบอุ่นด้วยโต๊ะไม้ เก้าอี้หวาย และภาพวาดผนังสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศเป็นกันเองแบบร้านในปารีสจริง ๆ เหมาะกับคู่รักมื้อค่ำ มื้อธุรกิจสบาย ๆ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองอาหารฝรั่งเศสแบบไม่เกร็ง
เมนูที่ต้องสั่งคือหอยเอสคาโก้ (escargot) ตามชื่อร้าน เสิร์ฟหกตัวในเนยกระเทียมพาร์สลีย์ รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าหอมกระเทียม รสเค็มมัน เนื้อหอยแน่นไม่เหนียว ทางร้านแกะเปลือกออกให้เลยกินง่ายไม่เลอะ อีกจานที่คนชอบพูดถึงคือซุปหัวหอมอบชีส (French onion soup) ที่หวานหอมจากหัวหอมเคี่ยวนาน ๆ ราดชีสกรอบด้านบน สายเนื้อห้ามพลาด Côte de Bœuf สเต๊กชิ้นใหญ่เลาะกระดูก กับ Steak Frites เนื้อกับเฟรนช์ฟรายส์แบบคลาสสิก และ Cassoulet สตูถั่วขาวใส่เนื้อและไส้กรอกที่กินอิ่มหนักท้องแบบอาหารบ้าน ๆ ฝรั่งเศส
เรื่องราคาถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับอาหารฝรั่งเศสในย่านนี้ เฉลี่ยราว 800–1,600 บาทต่อคน แล้วแต่ว่าจะสั่งสเต๊กชิ้นใหญ่หรือแค่จานเดียวกับของทานเล่น มีเมนูไวน์ให้จับคู่ด้วย คะแนน Google อยู่ที่ 4.6 จากรีวิวหลักร้อย ซึ่งค่อนข้างสม่ำเสมอในเรื่องรสชาติและการบริการที่เป็นมิตร ร้านเปิดทุกวัน มื้อกลางวัน 11:00–14:30 และมื้อเย็น 17:30–21:30 (บางวันปิดครัวราว 21:30–22:30) ช่วงมื้อค่ำวันหยุดคนเยอะ แนะนำให้จองล่วงหน้า
ข้อควรรู้เล็กน้อย ร้านไม่ใหญ่มากและอยู่ในซอย ที่จอดรถจำกัด นั่ง BTS มาลงเพลินจิตแล้วเดินสะดวกกว่า พนักงานพูดอังกฤษได้และมีเมนูภาษาอังกฤษ เหมาะทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่คิดถึงรสชาติฝรั่งเศสแท้ ใครชอบอาหารฝรั่งเศสแบบอบอุ่นไม่เป็นทางการเกินไป ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวในย่านเพลินจิต-ร่วมฤดี
บ้านกลมกิ๊ก (Baan Glom Gik)
บ้านกลมกิ๊ก (Baan Glom Gik) คือร้านอาหารไทยรสมือแม่ในบ้านสองชั้นสีขาวกลางซอยร่วมฤดี 1 เดินจาก BTS เพลินจิตราว 7-8 นาที เจ้าของคือซูโม่กิ๊ก อดีตพิธีกรรายการ "กลมกิ๊ก" ที่หยิบสูตรอาหารของครอบครัวมาเปิดร้าน คอนเซปต์คือให้รู้สึกเหมือนมากินข้าวที่บ้านญาติ เหมาะกับมื้อครอบครัว มื้อพาผู้ใหญ่ หรือพาเพื่อนต่างชาติมาลองอาหารไทยแท้ ๆ ในย่านสถานทูตที่หาร้านรสจัดจริงได้ไม่ง่าย
เมนูต้องสั่งคือปีกไก่ทอดน้ำปลา หนังกรอบเนื้อฉ่ำ เค็มหวานกำลังกินเพลิน, แกงเขียวหวานลูกชิ้นมังกร ที่ลูกชิ้นเด้ง ๆ น้ำแกงเข้มข้นหอมกะทิ, คอหมูย่างจิ้มแจ่วที่ย่างได้นุ่มไม่แห้ง จิ้มแจ่วรสแซ่บ และปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง รีวิวจริงจากลูกค้าพูดตรงกันว่าอาหารปรุงแบบตั้งใจ รสกลมกล่อมจริงตามชื่อ หลายคนชมมัสมั่นและแกงเผ็ดเป็ดย่างว่าอร่อยติดใจ ส่วนที่ติดกันบ้างคือบางวันคนเยอะรออาหารนาน
บรรยากาศแบ่งเป็นโซนในบ้านติดแอร์กับโซนสวนนอกบ้านที่นั่งใต้ต้นไม้เขียว ๆ สบาย ๆ ราคาอยู่ในระดับกลาง จ่ายกันราว 300-500 บาทต่อคนถ้าสั่งแบ่งกันหลายคน เปิดสองรอบ กลางวัน 11.30-14.30 น. และค่ำ 18.00-22.00 น. (ศุกร์-เสาร์ถึง 23.00 น.) แนะนำให้โทรจองถ้ามาเป็นกลุ่มหรือช่วงมื้อค่ำวันหยุด
ที่ร้านยอดนิยมเพราะได้ทั้งชื่อเสียงเจ้าของ ทั้งรสชาติที่คนไทยและต่างชาติชิมแล้วชม คะแนน Google 4.4 จากรีวิวหลักหลายร้อย ข้อควรรู้คือซอยร่วมฤดีที่จอดรถจำกัด มา BTS สะดวกกว่า และเมนูบางอย่างเผ็ดจริงสำหรับคนไม่กินเผ็ด บอกพนักงานปรับได้
Beirut Restaurant (เบรุต) เพลินจิตเซ็นเตอร์
ถ้าใครเดินออกจาก BTS เพลินจิตแล้วอยากกินอาหารเลบานีสของแท้ Beirut Restaurant (เบรุต) สาขาเพลินจิตเซ็นเตอร์คือหมุดที่คนย่านนี้พูดถึงกันมานาน ร้านซ่อนอยู่ชั้น B1 ของอาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ริมถนนสุขุมวิท เป็นสาขาต้นตำรับของกลุ่มเบรุตที่ทำอาหารเลบานีสในกรุงเทพฯ มากว่ายี่สิบปี ผนังปูโมเสกเซรามิกลายตะวันออกกลาง บรรยากาศเงียบ ๆ เย็นสบาย เหมาะทั้งคนทำงานย่านเพลินจิต-วิทยุ ชาวต่างชาติจากย่านสถานทูต และคนที่อยากหลบความวุ่นวายมานั่งกินสบาย ๆ
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ ชวารมา (shawarma) โดยเฉพาะไก่ที่รีวิวจริงบอกว่า "อร่อยและเส้นคงเส้นคงวา" กินคู่กับฮัมมุสเนื้อเนียนที่ร้านทำหลายสูตร รวมถึง Beirut Hummus สูตรเฉพาะของร้าน ใครสายมังสวิรัติมี ฟาลาเฟล (falafel) กับจานเมซเซ่ให้เลือกเยอะ ส่วนคนชอบเนื้อแน่น ๆ ลอง คิบเบห์ (kibbeh) และ ขาแกะ ที่กินคู่ซอสกระเทียมแล้วเข้ากันดี รีวิวส่วนใหญ่ชมพิตากับฮัมมุสว่าสดใหม่ ซอสกระเทียมจัดจ้านถูกปาก
เรื่องราคาอยู่ราว 200–400 บาทต่อคนถ้าสั่งจานเดียว แต่ถ้ามากันเป็นกลุ่มสั่งเมซเซ่หลายอย่างพร้อมเครื่องดื่มก็ขยับไป 600–1,400 บาทต่อโต๊ะ ถือว่าคุ้มกับปริมาณและความเป็นของแท้ ร้านเปิดทุกวันประมาณ 11:00–22:00 น. มีเมนูภาษาอังกฤษ เป็นอาหารฮาลาล และมีตัวเลือกมังสวิรัติ/วีแกน จองโต๊ะหรือมาช่วงเย็นวันธรรมดาจะสบายกว่า
ข้อควรรู้ตามเสียงรีวิวจริง คือคุณภาพอาหารค่อนข้างคงที่และได้คำชมสม่ำเสมอ แต่บริการบางครั้งขึ้นอยู่กับวัน บางคนเจอพนักงานอัธยาศัยดี บางคนบอกว่าเฉย ๆ และมีบางรีวิวติว่าเนื้อบางจานแห้งไปนิด ถ้ามาครั้งแรกแนะนำเริ่มจากชวารมาไก่ ฮัมมุส และฟาลาเฟลก่อน แล้วค่อยลองขาแกะเป็นจานหลัก จะได้ภาพรวมว่าทำไมร้านนี้ถึงเป็นหมุดอาหารเลบานีสที่คนย่านเพลินจิตกลับมาซ้ำ
Woo Tender Bangkok (₩oo Tender)
ถ้าใครตามหาร้านเนื้อย่างเกาหลีที่ "จริงจังเรื่องเนื้อ" แบบส่งตรงคาแรกเตอร์มาจากโซล Woo Tender Bangkok คือสาขาแรกในไทยของแบรนด์ดังจากย่านคังนัม เปิดในโรงแรม The Quart Ruamrudee ซอยร่วมฤดี เดินจาก BTS เพลินจิตนิดเดียว จุดขายคือทุกโต๊ะเป็นห้องส่วนตัว มีเชฟเกาหลีมาย่างให้ถึงโต๊ะ เหมาะกับมื้อดินเนอร์ที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว ทั้งดินเนอร์ครอบครัว มื้อคุยงาน หรือวันพิเศษของคู่รัก
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือเนื้อพรีเมียมอย่าง Chateaubriand (ราว 1,390 บาท/100 กรัม) กับ Ribeye (ราว 990 บาท/100 กรัม) ที่เชฟย่างให้กำลังสวยแบบ medium-rare เสิร์ฟกับเกลือ ซอสงา และวาซาบิเพื่อให้รสเนื้อนำจริง ๆ ส่วนสายของเล่นห้ามพลาด Woo Tender Special ราดอูนิกับคาเวียร์ (ราว 2,000 บาท), Beef Tartare หมักกับชีสไข่แดงและสาลี่ (ราว 1,390 บาท) และ Beef Cutlet Sandwich ที่รีวิวบอกว่านุ่มละลายในปาก ปิดท้ายด้วยบิบิมบับหรือข้าวผัดกิมจิเนื้อให้อิ่มแบบเกาหลีแท้
เสียงจากรีวิวจริงชมเนื้อคุณภาพดี ย่างเนียน เครื่องเคียงและกิมจิทำเองรสถึง บริการระดับดูแลใกล้ชิด บรรยากาศห้องมินิมอลโทนเขียว-ทองสวยเป็นส่วนตัว แต่ก็มีบางเสียงที่บอกว่าเทียบกับราคาแล้วเนื้ออาจยังไม่ว้าวเท่าที่คาด ตรงนี้ควรตั้งงบไว้ก่อนว่าเป็นมื้อพรีเมียมหลัก 1,000 บาทขึ้นต่อคน
ราคาต่อหัวเริ่มราว 1,000 บาทขึ้นไป เปิดอังคาร–อาทิตย์ ช่วงเย็นเป็นต้นไป (ปิดวันจันทร์) มีที่จอดรถวาเลต์และควรจองล่วงหน้าเพราะห้องมีจำนวนจำกัดและนิยมเป็นรอบ ทำเลอยู่กลางย่านสถานทูตถนนวิทยุ-ร่วมฤดี ใกล้ Central Embassy เดินทางสะดวก เหมาะเป็นมื้อฉลองที่อยากได้ทั้งเนื้อดีและความเป็นส่วนตัวในที่เดียว
🛏️ พักย่านเพลินจิต-ชิดลม เดินถึงร้านและ Central Embassy
อยากตื่นมาเดินกินได้ทั้งวันโดยไม่ต้องนั่งรถไกล พักแถวเพลินจิต-ชิดลมคือทำเลที่ลงตัวที่สุด อยู่ติด BTS เพลินจิต เดินถึงซอยร่วมฤดี บ้านปาร์คนายเลิศ และ Central Embassy สบาย ๆ มีตั้งแต่โรงแรมหรูวิวเมืองไปจนถึงที่พักราคาคุ้มค่า เราคัดตัวเลือกน่าพักย่านนี้มาให้เทียบราคาและรีวิวก่อนจองในที่เดียว
🔍 เช็คราคาที่พักย่านเพลินจิต-วิทยุ (Agoda)ณ อรุณ (Na Aroon) อริยาศรมวิลล่า
ณ อรุณ (Na Aroon) เป็นร้านอาหารไทยออร์แกนิกที่ซ่อนตัวอยู่ในบูทีคโฮเทลอริยาศรมวิลล่า สุดซอยสุขุมวิท 1 ตัวร้านตั้งอยู่ในเรือนไทยเก่ายุค 1940 ล้อมด้วยสวนเขียวครึ้มกลางเมือง พื้นไม้สัก เพดานสูงโปร่ง เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ ชื่อร้านตั้งเพื่อระลึกถึงคุณย่าอรุณ วิศวกร ของเจ้าของโรงแรม จุดขายชัดเจนคือทำอาหารเพื่อสุขภาพที่ยังอร่อย เมนูเน้นมังสวิรัติกับซีฟู้ด ไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สีสังเคราะห์หรือสารกันบูด และเลือกวัตถุดิบออร์แกนิกจากโครงการหลวงเท่าที่หาได้ เหมาะกับคนรักสุขภาพ สายมังสวิรัติ และคนที่อยากหลบความวุ่นวายของสุขุมวิทมานั่งกินข้าวเงียบ ๆ
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยมีข้าวแช่ชาววังช่วงหน้าร้อน ผัดขี้เมาทะเล ปูนิ่มซอสพริกไทย และสปาเกตตีหอยเชลล์ซอสเพสโต ส่วนของผัดไทยหลายคนบอกว่าเป็นจานที่ประทับใจที่สุดจานหนึ่งในย่านนี้ รสชาติโดยรวมออกแนวไทยแท้ที่ปรุงมาอย่างประณีต ไม่จัดจ้านจนกลบวัตถุดิบ คนที่ชอบรสจัดอาจต้องบอกให้เพิ่มความเผ็ดเอง แต่คนที่อยากได้รสกลมกล่อมสะอาด ๆ จะถูกใจ
บรรยากาศคือจุดที่ได้คะแนนเต็มจากแทบทุกรีวิว เหมือนหลุดเข้าไปในสวนกลางป่าเล็ก ๆ ทั้งที่อยู่ห่าง BTS เพลินจิตแค่ราว 600 เมตร เงียบ ร่มรื่น เหมาะกับมื้อโรแมนติกคู่รัก มื้อครอบครัว หรือนัดคุยงานแบบสงบ ราคาต่ออยู่ในช่วงกลางค่อนสูงราว 251-500 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพวัตถุดิบและทำเลในเรือนไทยแบบนี้
ข้อควรรู้: ร้านไม่ใหญ่ที่นั่งจำกัด ช่วงมื้อเย็นหรือวันหยุดควรจองล่วงหน้า เปิดตั้งแต่เช้าราว 6:30 น. มีทั้งมื้อเช้า กลางวัน ถึงค่ำ เดินเข้าสุดซอยสุขุมวิท 1 นิดหนึ่งแต่คุ้มกับความสงบที่ได้ ใครมองหาร้านอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่บรรยากาศดีจริงในย่านเพลินจิต ที่นี่คือตัวเลือกที่คนพูดถึงกันมานาน
Kinlenn Eatery & Play
ถ้าใครเดินเล่นแถวซอยร่วมฤดี ย่านเพลินจิต แล้วอยากหาร้านอาหารไทยที่ไม่จำเจ Kinlenn Eatery & Play คือร้านที่หลายคนพูดถึง คอนเซ็ปต์ร้านชัดมากคือ "FOOD SHOULD BE FUN!" อาหารไทยรสจัดจ้านแบบดั้งเดิม แต่มาในหน้าตาโมเดิร์นจัดจานสวย เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยจริงจังแต่ได้บรรยากาศชิลล์ ๆ ถ่ายรูปได้ ตัวร้านอยู่ในโครงการ Woodberry Common เดินจาก BTS เพลินจิตแค่ราว 300 เมตร มาง่ายมาก ทำเลนี้เป็นสาขาหนึ่งในสามของแบรนด์ (อีกสองที่คืออารีย์กับเขาใหญ่)
เมนูที่รีวิวจริงพูดถึงบ่อยคือ ผัดไทยกุ้งสด เส้นเหนียวนุ่มกุ้งตัวโต, หมูสามชั้นคั่วกระเทียมพริกเกลือ ที่กรอบนอกนุ่มใน และข้าวผัดปลาสลิดหอม ๆ ส่วนของหวานที่หลายคนติดใจคือชีสเค้กองุ่น หลายรีวิวชมว่า "อร่อยทุกเมนู" และรสไม่หวานจนเกินไป เชฟทำได้ดีทั้งของคาวและของหวาน จุดเด่นคือการจัดจานที่มีลูกเล่นแปลกใหม่ กินเล่นก็ได้ กินจริงจังก็ดี สมชื่อร้าน
บรรยากาศเป็นร้านสองชั้น ดีไซน์โมเดิร์นผนังโทนฟ้าอมเขียว กระจกโค้งใหญ่ตัดขอบไม้อ่อน ๆ ดูสบายตา เป็นมุมนั่งชิลล์ที่เหมาะทั้งมากับเพื่อน คุยงานเบา ๆ หรือมื้อครอบครัว ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 100-500 บาทต่อจาน จานเด่นอย่างผัดไทยกุ้งสดและหมูสามชั้นอยู่ที่ 225-250 บาท ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพและทำเลกลางเมือง
ข้อควรรู้: บางรีวิวบอกว่าช่วงคนเยอะอาหารออกช้าอยู่บ้าง มาช่วงพีคควรเผื่อเวลานิดหน่อย ร้านเปิดทุกวัน 11:00-22:00 (ศุกร์-เสาร์ถึง 23:00) คะแนน Google อยู่ราว 4.4 มีคนพูดถึงต่อเนื่อง เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารไทยฟิวชันในบรรยากาศน่านั่งใกล้ BTS เพลินจิต
Witch's Oyster Tavern
Witch's Oyster Tavern เป็นบาร์แอนด์เรสเทอรองต์สไตล์บริติชผับซ่อนตัวอยู่ในซอยร่วมฤดี เดินจาก BTS เพลินจิตแค่ไม่กี่นาที ตัวร้านเป็นทาวน์เฮาส์สามชั้น แต่งโทนเข้มมีธีมแม่มดนิด ๆ ผสมกลิ่นอายยุโรป มีขวดไวน์เรียงเป็นฉาก ชั้นบนเป็นบาร์บรรยากาศดี มีดนตรีสดกับค็อกเทลทำมือ เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งชิลกับเพื่อน สังสรรค์กลุ่ม หรือมาจิบเบียร์ฟังเพลงตอนค่ำในย่านเพลินจิต-วิทยุที่ร้านแนวนี้ไม่ได้มีเยอะ
ของขึ้นชื่อตามชื่อร้านคือหอยนางรมสด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มให้บีบมะนาว เป็นเมนูที่คนสั่งมาแกล้มเครื่องดื่ม อีกจานที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ BBQ Beef Brisket เนื้ออกวัวรมควัน กับพิซซ่าที่หลายคนบอกว่าอบได้ดี โดยเฉพาะหน้า Parma Ham และ Toto Pizza ส่วนพาสต้าอย่างสปาเกตตีก็มีคนชมว่าอร่อย ใครมาเป็นกลุ่มมักสั่ง Meat Board หรือ Nachos มาแชร์กัน
ตามรีวิวจริงเสียงค่อนข้างผสม จุดที่คนชอบตรงกันคือบรรยากาศกว้าง โปร่ง นั่งสบาย บริการเป็นกันเอง และพิซซ่า-พาสต้าทำได้ดี ส่วนที่บางคนบ่นคือ BBQ Brisket ที่เจอทั้งคนชอบและคนผิดหวัง เลยแนะนำว่าถ้ามาครั้งแรกให้เริ่มจากหอยนางรม พิซซ่า กับค็อกเทลก่อน ราคาต่อหัวประมาณ 500-1,000 บาท จานเดี่ยวหลายอย่างอยู่ราว 150-400 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับย่านนี้
ทำเลอยู่ในหมู่บ้านร่วมฤดี มีที่จอดรถ เปิดตั้งแต่บ่ายยาวไปถึงดึก (จันทร์-เสาร์ราวบ่ายโมงถึงตี 3 อาทิตย์เริ่มบ่ายสาม) เหมาะกับสายค่ำ-ดึกมากกว่ามื้อกลางวัน ข้อควรรู้คือช่วงมีดนตรีสดคนจะเยอะและเสียงดังหน่อย ถ้าอยากได้โต๊ะชั้นบนช่วงสุดสัปดาห์ควรโทรจองไว้ก่อน
Little Sunshine Cafe
Little Sunshine Cafe เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยวิทยุ 1 ใต้อพาร์ตเมนต์สุทธวงษ์เพลส เดินจาก BTS เพลินจิตมานิดเดียว เจ้าของร้านคือคุณป๋วยที่เคยเป็นนักกำหนดอาหารอยู่อเมริกาแล้วมาต่อคอร์สทำขนมที่ Le Cordon Bleu เลยได้อาหารสไตล์ฟิวชันญี่ปุ่นที่ปรุงแบบใส่ใจสุขภาพจริง ๆ ไม่ใส่ผงชูรส ใช้น้ำมันรำข้าวกับน้ำมันมะกอก วัตถุดิบคัดมาดี ร้านเหมาะกับคนที่อยากกินอาหารอร่อยแบบสบายท้อง สายคาเฟ่ที่มองหาที่นั่งเงียบ ๆ และคนที่ชอบเมนูแปลกใหม่ที่ไม่เจอทั่วไป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือข้าวหมูมิโสะรสกลมกล่อม พาสต้าต้มยำที่เปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านแบบไทย พาสต้าไส้กรอกใบโหระพาที่หอมกลิ่นโหระพาชัด และของหวานอย่างเค้กช็อกโกแลตไวน์แดงที่เข้มข้นไม่หวานเลี่ยน อีกจานที่หลายคนสั่งประจำคือพาสต้าน้ำพริกอ่องสูตรอาม่าที่เอาเส้นไปผัดกับหมูและเครื่องแกง รสชาติจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าปรุงมาลงตัว ไม่หนักเครื่องปรุง กินแล้วรู้สึกว่าสดใหม่ ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 100–500 บาทต่อคน พาสต้าจานหลักประมาณ 195–380 บาท ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพวัตถุดิบ
บรรยากาศร้านโทนขาวไม้อ่อน มีดอกไม้สดวางประดับ อบอุ่นเหมือนไปบ้านเพื่อน มีทั้งโต๊ะบาร์สูง มุมนั่งรวมสำหรับกลุ่ม และมุมเงียบ ๆ ไว้นั่งทำงาน ที่นั่งไม่เยอะ คนจึงนิยมจองล่วงหน้าเพราะร้านเต็มเร็ว เปิดวันอังคารถึงอาทิตย์ 08:00–16:00 น. ปิดวันจันทร์ ข้อควรรู้คือร้านเล็กและค่อนข้างฮิตในหมู่คนย่านสถานทูต ควรโทรจองก่อนไปโดยเฉพาะช่วงมื้อกลางวันสุดสัปดาห์ และเช็กเรื่องช่องทางจ่ายเงินล่วงหน้าเผื่อต้องเตรียมเงินสด
ที่ร้านยอดนิยมเพราะรวมความอร่อยกับแนวคิดกินดีเข้าด้วยกันได้แบบไม่น่าเบื่อ คนที่ตามเพจก็ชอบดูคลิปเจ้าของทำอาหารเพราะได้ทั้งสูตรและเกร็ดโภชนาการ ใครแวะย่านเพลินจิต–วิทยุแล้วอยากหามื้อสบาย ๆ ในซอยเงียบ ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่น่ามาลอง
YOKA YOKA
ถ้าใครมองหาร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ แถวเพลินจิตที่คนญี่ปุ่นเองก็แวะ Yoka Yoka คือชื่อที่หลายคนพูดถึง ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในร่วมฤดีวิลเลจ ซอยร่วมฤดี เดินจาก BTS เพลินจิตมาไม่ไกล ชื่อ "โยกะโยกะ" มาจากภาษาถิ่นฟุกุโอกะที่แปลว่า "ดี/อร่อย" เชฟทำอาหารสไตล์คิวชู-ฟุกุโอกะแบบต้นตำรับ จุดที่น่าสนใจคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความแท้ได้ดีในตัวมันเอง เหมาะกับคนที่อยากกินญี่ปุ่นจริงจัง มากันเป็นคู่ ครอบครัว หรือกลุ่มเล็ก ๆ ก็ได้
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือซาซิมิและซูชิของสด รีวิวหลายเสียงชมว่าปลาสดคุณภาพดี ใครชอบจานร้อนก็มีสเต๊กวากิว ราเมงน้ำซุปเข้มข้นสไตล์คิวชู และของเด็ดที่คออาหารเฉพาะทางชอบสั่งคือโมสึนาเบะ หม้อไฟเครื่องในวัวสไตล์ฟุกุโอกะ รวมถึงเมนทัยโกะ (ไข่ปลาปรุงรส) ที่เป็นของขึ้นชื่อประจำถิ่น เตมากิและอุนางิ นิกิริก็เป็นเมนูที่ลูกค้าประจำสั่งซ้ำบ่อย โทนรสชาติโดยรวมคือญี่ปุ่นแท้ ไม่ปรับให้หวานตามลิ้นไทยมากนัก
บรรยากาศร้านแบ่งเป็นหลายชั้น ชั้นล่างตกแต่งไม้โทนอบอุ่นนั่งสบาย ส่วนชั้นบนเป็นโซนซาเกะบาร์ผนังอิฐ เสาปูนดิบ ดูมีสไตล์ มีห้องส่วนตัวสำหรับจัดกลุ่ม และมีที่จอดรถ เรื่องราคาถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพ เริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงจานพรีเมียมราว 800 บาท จัดอยู่ในกลุ่มคุ้มค่าเมื่อเทียบกับของสดที่ได้
ร้านเปิดทุกวัน 11:00–23:00 น. มีเมนูภาษาอังกฤษ สั่งได้ทั้งมื้อกลางวันแบบเซ็ตและมื้อค่ำ ข้อควรรู้เล็กน้อยคือช่วงมื้อค่ำหรือสุดสัปดาห์คนแน่น บริการอาจช้าลงบ้าง แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้าจะสบายใจกว่า คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากรีวิวหลักหลายร้อย สะท้อนว่าเป็นร้านที่คนกลับมาซ้ำ เหมาะเป็นหมุดหมายมื้อญี่ปุ่นดี ๆ กลางย่านเพลินจิต-วิทยุ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองฟู้ดทัวร์หรือคลาสทำอาหารไทย
ถ้าอยากเก็บของอร่อยกรุงเทพฯ ให้ครบในเวลาจำกัด ฟู้ดทัวร์แบบมีไกด์พาเดินชิมทีละร้านช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ ไม่ต้องมานั่งหาเองว่าร้านไหนเด็ด เมนูไหนต้องสั่ง หรือใครอยากได้ประสบการณ์ลงมือทำ คลาสทำอาหารไทยก็สนุกและได้สูตรกลับบ้านไปทำต่อ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย เลือกรอบเวลาและจุดนัดพบที่สะดวก แล้วค่อยกลับมาปิดท้ายด้วยร้านโปรดในย่านเพลินจิต-วิทยุ
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านเพลินจิต-วิทยุ
เกือบทุกร้านในลิสต์อยู่รอบสถานี BTS เพลินจิต ลงมาแล้วเดินเข้าซอยร่วมฤดีหรือบ้านปาร์คนายเลิศได้ ระยะที่ไกลขึ้นหน่อยเรียก Grab สั้น ๆ สะดวกกว่าโบกแท็กซี่ริมถนนวิทยุที่รถติดช่วงเย็น
ร้านในห้างและร้านนั่งบรรยากาศดีส่วนใหญ่รับบัตรและ QR PromptPay แต่ร้านเล็กในซอยหรือร้านจานเดียวบางที่รับเงินสดสะดวกกว่า พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้บ้างอุ่นใจกว่า
เพลินจิต-วิทยุเป็นย่านออฟฟิศ มื้อเที่ยงวันธรรมดา 12.00–13.00 น. คนแน่นมาก ถ้าอยากได้โต๊ะเร็วให้ไปก่อน 11.30 น. หรือหลังบ่ายโมง ส่วนร้านยอดนิยมมื้อเย็นควรจองล่วงหน้า
อาหารไทยหลายร้านปรุงเผ็ดตามรสคนไทย ถ้ากินเผ็ดไม่ไหวบอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดได้ ส่วนร้านเลบานีส ฝรั่งเศส เกาหลี และญี่ปุ่นในย่านนี้รสไม่จัด เหมาะกับคนที่อยากพักลิ้นจากอาหารเผ็ด
เพราะเป็นย่านสถานทูตและออฟฟิศต่างชาติ ร้านส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานสื่อสารอังกฤษได้พอสมควร ร้านต่างชาติอย่าง Beirut, L'Escargot และ Woo Tender คุยง่ายเป็นพิเศษ
สายกินเจ-มังสวิรัติหรือกินคลีน Na Aroon เสิร์ฟไทยออร์แกนิกไม่ใส่ผงชูรสและทำเมนูมังสวิรัติได้ ส่วนสายฮาลาล Beirut เป็นอาหารเลบานีสที่หลายเมนูเหมาะกับคนมุสลิม แนะนำสอบถามร้านอีกครั้งก่อนสั่ง
วางแผนกินย่านเพลินจิต-วิทยุให้คุ้มวัน
ถ้ามีเวลาครึ่งวัน จัดมื้อกลางวันสบาย ๆ ที่ Ma Maison กลางสวนบ้านปาร์คนายเลิศ (จองล่วงหน้าดีกว่า โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) แล้วเดินย่อยเข้า Central Embassy ต่อ พอตกเย็นค่อยเลี้ยวเข้าซอยร่วมฤดี ที่นี่เดินไม่กี่ก้าวเจอหลายสไตล์ในซอยเดียว — L'Escargot Bistro สายฝรั่งเศส, Woo Tender สายปิ้งย่างเกาหลีพรีเมียม, Witch's Oyster Tavern สายหอยนางรมกับค็อกเทลดนตรีสด หรือบ้านกลมกิ๊กถ้าอยากได้อาหารไทยรสมือแม่
มื้อเบา ๆ ราคาย่อมเยาลองแวะ Beirut ชั้น B1 เพลินจิตเซ็นเตอร์ สั่งฮัมมุสกับชวารมาแชร์กันในกลุ่ม หรือ Little Sunshine Cafe กับ Kinlenn สำหรับสายคาเฟ่ฟิวชัน ส่วนใครกินคลีน Na Aroon ในอริยาศรมวิลล่าเสิร์ฟไทยออร์แกนิกไม่ใส่ผงชูรส เที่ยงวันธรรมดาร้านแถวออฟฟิศคนแน่น ถ้าเลี่ยงได้ให้ไปก่อน 11.30 หรือหลังบ่ายโมง
กินทั้งวันแถวเพลินจิต-วิทยุแล้วอยากพักใกล้ ๆ เดินถึงร้านและ Central Embassy สบาย เรารวมโรงแรมน่าพักย่านเพลินจิต-ชิดลมไว้ให้เลือกแล้ว
ดูโรงแรมน่าพักย่านเพลินจิต-ชิดลม