🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ริมเจ้าพระยาคือย่านคาเฟ่ที่มีเสน่ห์ที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะแต่ละร้านไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่ขายเรื่องราวของตึกเก่า ชุมชนจีนโบราณ และวิวแม่น้ำที่หาที่ไหนไม่ได้ ฝั่งตลาดน้อยกับเจริญกรุงเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ที่ถูกชุบชีวิตเป็นคาเฟ่อาร์ตี้ ฝั่งท่าเตียนหลังวัดโพธิ์มีร้านเล็ก ๆ ที่เปิดประตูออกไปเจอวัดอรุณเต็มตา ส่วนคลองสานและวังหลังฝั่งธนฯ คือบ้านไม้ริมน้ำบรรยากาศนิ่ง ๆ ที่นั่งรับลมได้ทั้งบ่าย หลายร้านนั่งเรือข้ามฟากหรือลง MRT สนามไชยแล้วเดินต่อนิดเดียวก็ถึง เลยกลายเป็นเส้นทางเดินกินคาเฟ่ที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบมาเก็บให้ครบในวันเดียว
ในลิสต์นี้มีทั้งร้านที่กลายเป็นหมุดหมายประจำย่านไปแล้ว อย่าง Hong Sieng Kong คาเฟ่ในคฤหาสน์จีนอายุกว่า 200 ปีริมน้ำตลาดน้อย ที่คนต่อคิวเพื่อมาถ่ายรูปและสั่ง Talad Noi Orange Coffee, Mother Roaster ที่คุณป้าบาริสตาคั่วและดริปกาแฟด้วยมือเองทุกแก้วในตึกไม้เก่า, บ้านอากงอาม่า บ้านไม้ยุครัชกาลที่ 7 ริมเจ้าพระยาที่ยังเสิร์ฟน้ำเก็กฮวยกับวุ้นมะพร้าวสูตรอาม่า ไปจนถึง The Jam Factory โปรเจกต์โกดังเก่าริมน้ำของสถาปนิกดวงฤทธิ์ บุนนาค ที่รวมร้านกาแฟ ร้านอาหารไทย และร้านหนังสือใต้ต้นโพธิ์ไว้ในที่เดียว ฝั่งของหวานก็มี Before Sunset ไอศกรีมโฮมเมดวิวพระอาทิตย์ตกหลังวัดอรุณ และคาเฟ่มัจฉะมาแรงอย่าง Feng Huang ที่เสิร์ฟมัจฉะในแก้วไวน์ เลื่อนอ่านทีละร้านได้เลย แล้วจดพิกัดที่อยากไปไว้ได้เลย
Hong Sieng Kong (ฮงเซียงกง)
ถ้ามาตลาดน้อยแล้วอยากได้คาเฟ่ที่ "ว้าว" ตั้งแต่ก้าวแรก ฮงเซียงกง (Hong Sieng Kong) คือชื่อที่คนพูดถึงมากที่สุดในย่านนี้ ร้านนี้คือโกดังและบ้านเก่าริมเจ้าพระยาอายุเป็นร้อยปีที่ถูกรีโนเวตเป็นคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซ ชื่อร้านมาจาก "ฮง" ชื่อคุณพ่อของเจ้าของ บวกกับ "เซียงกง" ย่านเก่าแก่ของตลาดน้อย เดินเข้าไปจะเจอข้าวของโบราณจีน-ไทย เฟอร์นิเจอร์เก่า กำแพงอิฐที่มีรากต้นไม้ใหญ่เลื้อยปกคลุม เหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีมากกว่าร้านกาแฟ เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป คู่รักมาเดต หรือใครที่อยากนั่งชิลริมน้ำแบบมีเรื่องราว
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือ Taladnoi Orange Coffee กาแฟส้มกลิ่นซิตรัสสดชื่นที่เป็นซิกเนเจอร์ของย่าน และ Coconut Blossom Coffee กาแฟผสมน้ำมะพร้าวกับน้ำตาลดอกมะพร้าว รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าช็อตกาแฟไม่เข้มเกินไป เลยได้กลิ่นหอมมะพร้าวเต็ม ๆ ละมุนกำลังดี อีกตัวที่พลาดไม่ได้คือ Sieng Kong Pudding Tea ชาไทยใส่ไซรัปขิง ท็อปพุดดิ้งเต้าหู้นุ่ม ๆ กับปาท่องโก๋จิ๋วกรอบ ส่วนของหวานยอดฮิตคือทาร์ตเบอร์รี/ราสป์เบอร์รีรสเปรี้ยวหวานกำลังดี กับเค้กส้มจัดจานสวย ๆ ที่ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม
เรื่องบรรยากาศแทบไม่มีใครติ โซนยอดนิยมคือที่นั่งกลางแจ้งริมแม่น้ำ ช่วงเย็นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่คนแย่งกันจองโต๊ะ บางช่วงสุดสัปดาห์มีดนตรีสดช่วงค่ำด้วย ข้อสังเกตจากรีวิวจริงคือราคาไม่ถือว่าถูก เครื่องดื่มเริ่มราว 120 บาท เฉลี่ยทั้งบิลประมาณ 200-400 บาทต่อคน เพราะร้านดังและทำเลดี บางคนบอกว่ามาเพราะที่ ไม่ใช่เพราะรสล้วน ๆ แต่ก็ยอมรับว่าวิวกับมุมถ่ายรูปคุ้มค่า
ทำเลอยู่ในซอยวานิช 2 (ตรอกวานิช 2) ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เดินจาก MRT หัวลำโพงได้ หรือลงท่าเรือสี่พระยา/มาจาก River City ก็สะดวก เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ ร้านไม่รับจอง มาก่อนได้ก่อน ที่จอดรถแนะนำให้จอดที่ศาลเจ้าโจวซือกง (ราว 20 บาท/ชั่วโมง) หรือ River City ช่วงวันหยุดคนเยอะมาก ถ้าอยากได้โต๊ะริมน้ำควรมาช่วงสายหรือก่อนพระอาทิตย์ตกสักหน่อย
Mother Roaster
Mother Roaster คือร้านกาแฟในตำนานของย่านตลาดน้อย ซ่อนตัวอยู่ชั้นสองของอู่ซ่อมเครื่องยนต์เก่าในซอยเจริญกรุง 22 (ตรงข้ามศาลเจ้าโรงเกือก) เดินขึ้นบันไดไม้แคบ ๆ ไปก็เจอบาร์กาแฟไม้โปร่ง ๆ ที่มี "ป้าพิม" คุณยายบาริสต้าวัย 70 กว่ายืนคั่วเองดริปเองอยู่หลังเคาน์เตอร์ เป็นร้านสำหรับคอกาแฟตัวจริงและสายคาเฟ่ที่ชอบบรรยากาศดิบ ๆ มีเสน่ห์ ใครชอบมุมถ่ายรูปเท่ ๆ กลางย่านสตรีทอาร์ตริมเจ้าพระยา ที่นี่คือหมุดที่พลาดไม่ได้
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือ Single Snow White เอสเพรสโซช็อตเดียวจากเมล็ดซิงเกิลออริจิน (หลายคนบอกใช้เมล็ดฮอนดูรัส) ตีนมให้เป็นโฟมฟูนุ่ม กลิ่นหอม รสกาแฟเข้มกลมกล่อม อีกตัวที่แนะนำคือดริปเย็น (Drip on Ice) ที่เลือกได้ทั้งเมล็ดไทยและเมล็ดนอก ใครชอบเปรี้ยวซ่าลอง Dark Calamansi กาแฟดริปผสมมะนาวคาลามันซีกับน้ำผึ้ง หรือ Iced Latte on The Rok ที่ชงจากเครื่อง ROK Presso เสิร์ฟบนน้ำแข็งก้อนกลม จุดเด่นคือเมล็ดให้เลือกกว่า 30 ตัว และที่นี่ขายแต่กาแฟล้วน ๆ ไม่มีอาหาร
รีวิวส่วนใหญ่ชมรสกาแฟว่าฝีมือป้าแน่นจริง คั่ว-ดริปได้นิ่ง คุมรสดี ห้องไม้ชั้นบนกว้างโปร่งติดแอร์ มีทั้งโซนบาร์ไว้คุยกับบาริสต้า โซฟานุ่ม ๆ และโต๊ะไม้ยาวนั่งรวม บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง บางทีมีแมวจรเดินมาคลอเคลีย ราคาต่อแก้วอยู่ราว 80–160 บาท แล้วแต่เมนูและเมล็ด ข้อสังเกตคือชั้นล่างเป็นอู่รก ๆ ดูน่ากลัวนิดหน่อยตอนเดินเข้าครั้งแรก แต่ขึ้นไปข้างบนแล้วคนละเรื่อง
ทำเลอยู่กลางตลาดน้อย เดินจาก MRT หัวลำโพงได้ หรือจอดรถแถวลานตลาดน้อย/ริเวอร์ซิตี้ เปิดประมาณ 10:00–17:00 น. (บางช่วงปิดบางวัน เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์กว่า) ที่นี่รับเงินสดเป็นหลักและมีนโยบายคืนแก้วลดขยะพลาสติก ความนิยมมาจากเรื่องราวคุณยายบาริสต้า รสกาแฟที่จริงจัง และโลเคชันลับ ๆ กลางย่านเก่าที่ทั้งคนไทยและต่างชาติแวะมาไม่ขาด ช่วงวันหยุดคนเยอะ เผื่อเวลารอนิดหนึ่ง
My Grandparent's House (บ้านอากงอาม่า)
ใครชอบคาเฟ่ที่มีเรื่องเล่า ร้านนี้คือหมุดที่ต้องปักไว้ "My Grandparent's House" หรือชื่อไทยน่ารัก ๆ ว่า "บ้านอากงอาม่า" คือบ้านไม้ทรงปั้นหยาอายุเกือบร้อยปี (สร้างสมัยรัชกาลที่ 7 ราว พ.ศ. 2472) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านคลองสาน ที่ลูกหลานตระกูล "ทังสมบัติ" เจ้าของน้ำปลาตรารวงทองเก่าแก่ เปิดชั้นล่างของบ้านให้คนนอกได้เข้ามานั่งจิบเครื่องดื่ม เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากหนีความวุ่นวาย มานั่งรับลมแม่น้ำในบรรยากาศจีนโบราณข้าง ๆ ศาลเจ้าพ่อกวนอู
เมนูที่คนพูดถึงเยอะคือของอาม่าล้วน ๆ น้ำเก็กฮวยสูตรอาม่า (ราว 30 บาท) หวานละมุนกลิ่นเก๊กฮวยจริง ไม่หวานแหลม, วุ้นมะพร้าวน้ำหอมสูตรอาม่า (ราว 20 บาท) เนื้อนุ่มใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนเสิร์ฟมาในกระทงเล็ก ๆ น่ารักดี และเฉาก๊วยโบราณสูตรอาม่า (ราว 40 บาท) เหนียวหนึบราดน้ำตาลแดง เป็นของหวานเย็น ๆ ที่เข้ากับวันร้อน ใครหิวมีของคาวอย่างกระทงทอง ข้าวหน้าไก่ หมูสารอง ให้สั่งเพิ่มได้
เสียงรีวิวส่วนใหญ่ชอบที่บรรยากาศและวิวริมน้ำมากกว่าตัวอาหาร หลายคนบอกว่าได้นั่งรับลมเย็น ๆ เพลินจนไม่อยากลุก บ้านยังเก็บของเก่าและการจัดวางแบบดั้งเดิมไว้ดี ส่วนที่บ่นกันบ้างคือเครื่องดื่มบางตัวราคาสูงไปนิด (เครื่องดื่มแก้วละ 80–95 บาท) แต่ภาพรวมคะแนนบนวงในอยู่ที่ราว 3.8 จาก 35 รีวิว และฝั่ง Tripadvisor ก็ 4.1 ถือว่าคนส่วนใหญ่ประทับใจ พนักงานน่ารักเป็นกันเอง
ทำเลอยู่ที่ 253 ซ.สมเด็จเจ้าพระยา 3 เขตคลองสาน เดินเข้าซอยไปจนสุดติดศาลเจ้ากวนอู ใกล้สะพานพุทธ มาทางเรือข้ามฟากหรือรถก็ได้ มีที่จอดรถ เปิด 10.00–18.00 น. หยุดวันพุธ ข้อควรรู้คือร้านรับเงินสด เมนูบางอย่าง (เช่น ราดหน้าหมู) มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และที่นั่งริมน้ำมีจำกัด ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวยควรไปก่อนแดดร่ม
The Jam Factory
The Jam Factory คือคอมเพล็กซ์ริมเจ้าพระยาย่านคลองสาน (เจริญนคร) ที่สถาปนิกชื่อดัง ดวงฤทธิ์ บุนนาค รีโนเวตโกดังเก่ามาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์รวมร้านกาแฟ ร้านหนังสือ แกลเลอรี โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ และร้านอาหารไทยไว้ในที่เดียว เหมาะกับสายชิลล์ที่อยากนั่งทำงาน อ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือกินมื้อยาว ๆ ริมแม่น้ำแบบไม่ต้องรีบ ใครชอบมุมถ่ายรูปอินดัสเทรียลปนเขียวชอุ่มจะถูกใจมาก เพราะเดินทีเดียวได้ครบทั้งกิน ดื่ม ดูงานศิลป์ ในบรรยากาศเงียบสบายต่างจากห้างฝั่งตรงข้ามอย่าง ICONSIAM
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกาแฟจาก Brave Roasters ที่เสิร์ฟในโซนคาเฟ่ Li-Bra-Ry และวาฟเฟิลใบเตยลายตารางที่รีวิวบอกว่าหอมกรอบนอกนุ่มใน แต่ทำนานต้องใจเย็นรอ ส่วนมื้อหนักให้ข้ามไปร้าน The Never Ending Summer อาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่เน้นวัตถุดิบดี เมนูแนะนำมีไก่ผัดเม็ดมะม่วง ตำแตงโมปลาแห้ง ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ และแกงพะแนง รสจัดจ้านกลมกล่อม เสิร์ฟในครัวเปิดโล่งติดริมน้ำ คนรีวิวชมว่าอาหารสดใหม่ พนักงานบริการไว แต่หลายคนติตรงกันว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านทั่วไป
ไฮไลต์ที่ทำให้ที่นี่เป็นจุดเช็กอินคือต้นไทรอายุเกือบร้อยปีหน้าร้าน แผ่กิ่งปกคลุมสนามหญ้าให้ร่มเงาเย็นสบาย มีลมจากแม่น้ำพัดเอื่อย ๆ ใต้ต้นไม้คือร้านหนังสือก็องดิด (Candide) ที่คัดเล่มน่าอ่านมาให้พลิกดูก่อนซื้อ บรรยากาศโดยรวมเงียบ เหมาะนั่งทำงานยาว ๆ และมีมุมถ่ายรูปเยอะจนคนสายคาเฟ่กับสายอาร์ตติดใจ คะแนน Google อยู่ที่ราว 4.2 จากรีวิวหลักพัน ส่วนร้านอาหาร The Never Ending Summer ก็ได้คะแนนสูงต่อเนื่อง สะท้อนว่ายังเป็นที่นิยมจริง
ข้อควรรู้ก่อนไป: ตัวคอมเพล็กซ์เปิดทุกวัน 11.00–20.00 น. ส่วนร้าน The Never Ending Summer เปิดถึงราว 22.00 น. ช่วงเย็นริมน้ำคนเยอะ มื้อค่ำควรโทรจองโต๊ะวิวแม่น้ำล่วงหน้า ที่จอดรถมีจำกัดประมาณ 20 คัน หรือจะนั่งเรือข้ามฟากมาลงท่าคลองสานก็สะดวก งบต่อหัวเผื่อไว้หน่อยเพราะราคาออกแนวพรีเมียม แต่แลกกับทำเลริมเจ้าพระยาและบรรยากาศใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ถือว่าคุ้มค่าเดินทาง
ViVi The Coffee Place
ถ้าใครเดินวัดโพธิ์เสร็จแล้วอยากหามุมนั่งพักเท้าเงียบ ๆ ริมเจ้าพระยา ViVi The Coffee Place คือคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในซอยปานสุข หลังวัดโพธิ์พอดี เดินจากท่าเตียนแค่ไม่กี่นาที จุดขายที่ทุกรีวิวพูดตรงกันคือ "วิว" — นั่งหันหน้าออกแม่น้ำเห็นพระปรางค์วัดอรุณเต็ม ๆ ตรงข้ามฝั่ง เป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเก่า ๆ ริมน้ำ มาคนเดียวก็ได้ มาเป็นคู่หรือนั่งเล่นรอพระอาทิตย์ตกก็ดี ร้านมีทั้งโซนห้องแอร์ในตึกไม้เก่าและระเบียงเอาต์ดอร์ติดน้ำ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและรีวิวชมคือ เครปเค้กชาไทย (Thai Tea Crepe Cake) ที่เป็นเมนูยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของร้าน เนื้อเครปนุ่มหอมชาไทยไม่หวานจัด, ชีสเค้กไวต์ช็อกโกแลต และฝั่งเครื่องดื่มก็มี Mango & Passion Fruit Soda กับโซดาผลไม้เปรี้ยวสดชื่นรับอากาศร้อน ส่วนสายกาแฟลองคาปูชิโน (ราคาประมาณ 105 บาท) หลายรีวิวบอกกาแฟ "ใช้ได้-อร่อยกำลังดี" ไม่ได้หวือหวาแต่เข้ากับวิวริมน้ำ บลูเบอรี่ชีสเค้กก็เป็นอีกตัวที่มีคนพูดถึงว่าอร่อย
ราคาเครื่องดื่มอยู่ราว ๆ 95–120 บาท เค้กชิ้นละหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าสมเหตุสมผลกับทำเลริมน้ำใจกลางเมืองเก่า บรรยากาศร้านอบอุ่นตกแต่งน่ารัก ช่วงพีคจริง ๆ คือเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ที่คนมารอชมวัดอรุณตอนไฟเปิด ที่นั่งริมน้ำมีจำกัดและมาก่อนได้ก่อน ใครอยากได้มุมสวยควรมาแต่หัววัน
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านเปิดทุกวัน 10:00–20:00, ไม่มีที่จอดรถของร้านเอง (จอดที่วัดโพธิ์แล้วเดินเข้ามา หรือมามอเตอร์ไซค์/เรือสะดวกกว่า), หลายรีวิวระบุว่าเป็นเงินสดและห้องแอร์ค่อนข้างเล็ก วันธรรมดาช่วงสายจะเงียบสงบกว่ามาก เหมาะกับคนที่อยากนั่งฟังเสียงน้ำชิล ๆ จริง ๆ
🛏️ พักย่านไหนดี ถ้าอยากเที่ยวคาเฟ่ริมเจ้าพระยา
ถ้าอยากตื่นมาเดินเล่นเมืองเก่าตอนเช้าแล้วแวะคาเฟ่ได้สบาย เลือกพักย่านเจริญกรุง ตลาดน้อย หรือฝั่งริเวอร์ไซด์เจ้าพระยาไว้เป็นฐาน เพราะอยู่ใกล้ทั้งท่าเรือและ MRT สนามไชย เดินไปตลาดน้อยและท่าเตียนได้ในไม่กี่นาที ส่วนใครชอบบรรยากาศฝั่งธนฯ เงียบ ๆ ก็มีโรงแรมและที่พักริมน้ำแถวคลองสาน–วังหลังให้เลือก นั่งเรือข้ามฟากมาเที่ยวฝั่งพระนครได้ง่าย กดดูห้องว่างและราคาล่าสุดเทียบกันได้เลย จองล่วงหน้าช่วงไฮซีซันจะได้ราคาดีกว่า
Before Sunset
Before Sunset คือคาเฟ่ไอศกรีมโฮมเมดเล็ก ๆ ในซอยประตูนกยูง ย่านท่าเตียน ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "วิววัดอรุณ" เต็มหน้าต่างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวร้านอยู่ชั้น 2 มีแอร์เย็นสบาย ที่นั่งไม่เยอะและค่อนข้างแคบ เหมาะกับคนที่อยากนั่งจิบไอศกรีมเย็น ๆ มองพระอาทิตย์ตกหลังวัดอรุณช่วงเย็น มากกว่ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ ใครชอบมุมถ่ายรูปสวย ๆ บรรยากาศชิลล์ ๆ ริมน้ำ ที่นี่คือร้านที่หลายคนยกให้เป็นจุดดูซันเซ็ตในตำนานของฝั่งพระนคร
เมนูที่ต้องสั่งคือไอศกรีมซิกเนเจอร์ Sweet Sunburn (140 บาท) ไอศกรีมกล้วยหอมราดคาราเมล-บรูเล่ผิวไหม้นิด ๆ โรยกล้วยกรอบและทุยล์ เสียงจากรีวิวจริงบอกว่า "อร่อยมากก" หอมกล้วยคาราเมลชัด หวานกำลังดีไม่เลี่ยน อีกตัวที่คนพูดถึงบ่อยคือ Creamcheese Lemon Pie (120 บาท) ครีมชีสรสเลมอนเปรี้ยวหวานสดชื่น ตัดด้วยซอลต์คาราเมลและครัมเบิลกรุบ ๆ ใครชอบแนวเปรี้ยวอมหวานจะถูกใจ นอกจากนี้ยังมีรสช็อกโกแลตเข้ม ๆ และ Coconut Affogato ที่หลายรีวิวแนะนำให้ลอง รสชาติโดยรวมเป็นแนวโฮมเมดทำเอง ไม่หวานจัด
ราคาอยู่ราว 120–140 บาทต่อสกู๊ป ถือว่าสมกับทำเลริมน้ำวิววัดอรุณ คะแนนกูเกิลอยู่ที่ 4.1 จากรีวิวหลายร้อยรายการ จุดที่ทำให้ยอดนิยมคือวิวล้วน ๆ ช่วงแดดร่มลมตกพระอาทิตย์ทอแสงทองลงแม่น้ำสวยจนหลายคนบอกว่าฮีลใจ จึงเป็นที่นัดของสายคอนเทนต์และคู่รัก
ข้อควรรู้: ที่นั่งวิวดีมีจำกัดและเต็มไว โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนซันเซ็ต ควรมาก่อนเวลาเพื่อจองที่ และต้องสั่งอย่างน้อยคนละ 1 ที่ถึงจะขึ้นไปนั่งชั้นบนได้ ร้านเปิดทุกวันช่วงบ่ายถึงค่ำ ราว 13:00–20:00 น. (บางวันเปิดบ่าย ~15:30–16:00) เดินจาก MRT สนามไชย ทางออก 1 ประมาณ 6 นาที หรือลงเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเตียนเดินต่ออีกนิดเดียว ถ้าขับรถมาจอดได้แถวถนนเชตุพนข้างวัดโพธิ์
Ha Tien Cafe (ฮาเตียน คาเฟ่)
ถ้าเดินเล่นแถวท่าเตียน ถ่ายรูปวัดโพธิ์เสร็จแล้วอยากหาที่นั่งพักจิบกาแฟเย็น ๆ Ha Tien Cafe (ฮาเตียน คาเฟ่) คือคาเฟ่วินเทจที่คนชอบบรรยากาศเก่าจะหลงรัก ร้านซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวเก่าบนถนนมหาราช ตรงข้ามวัดโพธิ์ ซอยเดียวกับร้าน The Deck หน้าร้านโทนดำเรียบ ๆ จนหลายคนรีวิวตรงกันว่า "เผลอเดินผ่าน เพราะดูเหมือนปิด" แต่พอเปิดประตูเข้าไปจะเจออีกโลกหนึ่ง ของแอนทีคที่เจ้าของสะสมมาเป็นสิบปี เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผนังปูนเปลือยของตึกร้อยปี ภาพกรอบทอง ไปจนถึงหัวกวางสตัฟฟ์ ชั้นล่างกลิ่นอายจีน ชั้นบนยุโรปวินเทจ และยังมีชั้นบนสุดเป็นมุมโปร่ง ๆ ให้ขึ้นไปถ่ายรูป เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปปิ้งและคนชอบเก็บภาพมุมเก่า ๆ
เมนูที่ต้องลองคือ Matoom Coffee (กาแฟมะตูม) กาแฟนมที่ใส่ไซรัปมะตูมทำเอง กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่หาดื่มยาก กับ Yuzu Espresso อเมริกาโน่ที่ตัดด้วยความเปรี้ยวสดของยูซุ ดื่มแล้วสดชื่นคลายร้อนพระนครได้ดี ฝั่งของหวานคนรีวิวชม Apple Crumble Cake แอปเปิลเปรี้ยวอมหวานโรยครัมเบิลกลิ่นอบเชย และ Macadamia Cheese Cake เนื้อชีสนุ่มหวานมันกินคู่ชาเขียวร้อนแล้วเข้ากัน หลายคนบอกว่ากาแฟที่นี่ "เข้มข้น ลงตัว" ชงมาดี ส่วนเค้กก็อร่อยใช้ได้
เรื่องราคา เครื่องดื่มเริ่มราว 95-130 บาท เค้กชิ้นละ 180-185 บาท ถือว่าสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปอยู่บ้าง แต่แลกกับทำเลใจกลางเมืองเก่าริมเจ้าพระยาและบรรยากาศแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็มองว่าพอรับได้ คะแนน Google อยู่ที่ 4.3 จากรีวิวหลายร้อยราย ความนิยมมาจากเอกลักษณ์ของร้านที่ถ่ายรูปสวยและกาแฟซิกเนเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านเปิด 10.00-18.00 น. ทุกวัน ที่นั่งค่อนข้างจำกัดและชั้นล่างค่อนข้างมืด ถ้ามาช่วงวันหยุดอาจต้องรอโต๊ะ รีวิวเรื่องบริการมีทั้งชมว่าเสิร์ฟไว และบางรายติว่าพนักงานเงียบ ๆ แนะนำมาช่วงเช้าถึงบ่ายอ่อน ๆ จะได้เดินวัดโพธิ์-ท่าเตียนต่อแบบสบาย ๆ และร้านรับเงินสดเป็นหลัก เตรียมเงินสดมาด้วยจะสะดวกกว่า
N10 Cafe
ถ้าใครมาเดินตลาดวังหลัง กินของอร่อยจนแน่นท้องแล้วอยากหาที่นั่งพักรับลมริมเจ้าพระยา N10 Cafe คือคำตอบที่คนย่านนี้พูดถึงกันบ่อย มันคือคาเฟ่และร้านอาหารริมน้ำที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างของโรงแรมบ้านวังหลัง ริเวอร์ไซด์ ในซอยวัดระฆัง ชื่อ N10 มาจาก North 10 ซึ่งเป็นลำดับท่าเรือศิริราชที่อยู่ใกล้ ๆ เดินจากท่าเรือวังหลัง/ศิริราชทะลุตลาดมาแค่ 2-3 นาทีก็ถึง เหมาะกับสายที่อยากนั่งชิลชมวิว มาทำงานเงียบ ๆ หรือมาแฮงเอาต์กับเพื่อนแบบไม่เร่งรีบ จุดขายชัดมากคือวิว เพราะนั่งโซนนอกแล้วมองข้ามแม่น้ำไปเห็นฝั่งท่ามหาราช พระบรมมหาราชวัง และเรือวิ่งผ่านไปมาทั้งวัน
เมนูที่คนสั่งกันเยอะและอยากให้ลองคือ สตรอว์เบอร์รีชีสพาย เนื้อชีสหนานุ่มตัดกับความเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รี ราคาราว 160 บาท ส่วนสายไม่กินกาแฟมีโซดาสดชื่นให้เลือกหลายตัว ทั้ง Peach Soda กลิ่นพีชหอม ๆ และเสาวรสใบเตยโซดาที่เปรี้ยวกำลังดี เริ่มต้นราว 90 บาท ใครชอบกาแฟเย็นลองเป็น Cold Brew Passion Fruit ที่เอาโคลด์บรูมาเจอเสาวรสได้ความซ่าเปรี้ยวสดชื่น หรืออเมริกาโนเย็นแก้วเบสิกราว 90-100 บาทก็มี ขนมอื่นที่รีวิวชมบ่อยคือบานอฟฟี่รสกลมกล่อมหวานกำลังดี และเค้กมะคาเดเมียเนื้อนุ่ม
พูดกันตรง ๆ ตามเสียงรีวิวจริง จุดที่หลายคนติดใจคือบรรยากาศและวิวมากกว่ารสกาแฟ เพราะมีคอกาแฟหลายคนบอกว่ากาแฟค่อนข้างอ่อน ดื่มง่ายแต่ไม่เข้มจัด ใครชอบกาแฟหนัก ๆ อาจต้องสั่งเพิ่มช็อต ส่วนงานเบเกอรีกับเครื่องดื่มผลไม้ถือว่าทำได้ดีและคุ้มกับบรรยากาศที่ได้ ภายในร้านแบ่งเป็น 3 โซน คือโซน indoor ห้องแอร์เย็นสบายเหมาะนั่งทำงาน โซน private room เล็ก ๆ และโซน outdoor ริมน้ำที่ฮิตสุด ตอนเย็นลมเย็น ๆ แสงพระอาทิตย์ตกสวยจนหลายคนยกให้เป็นช่วงที่ดีที่สุดของวัน
เรื่องราคาอยู่ในระดับกลาง ๆ ต่อหัวประมาณ 101-250 บาท เครื่องดื่มเริ่มที่ 90 บาท ถือว่าจ่ายค่าวิวริมเจ้าพระยาที่หาไม่ค่อยได้แถวนี้ ร้านเปิดทุกวัน 09.00-20.00 น. มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต ข้อควรรู้คือที่จอดรถไม่มีในตัว ต้องไปจอดที่อาคารจอดรถวัดระฆัง (อาคารพรหมรังษี) ซอยอรุณอมรินทร์ 18 แล้วเดินเข้ามา หรือโทรให้รถตุ๊กตุ๊กของร้านมารับ-ส่งได้ ทางที่สะดวกและได้ฟีลสุดคือนั่งเรือมาลงท่าวังหลังแล้วเดินทะลุตลาดเข้ามา ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงโซนนอก ถ้าอยากได้บรรยากาศดีที่สุดแนะนำมาบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็น
Feng Huang Tea Bar (เฟิ่งหวง)
เฟิ่งหวง (Feng Huang Tea Bar) คือบาร์ชา–คาเฟ่มัจฉะเล็ก ๆ ในตึกแถวไม้สองชั้นย่านตลาดน้อย เจริญกรุง 22 ใกล้ริมเจ้าพระยา ที่เอาวัฒนธรรมการดื่มมัจฉะแบบญี่ปุ่นมาวางในบรรยากาศจีนโบราณ ชื่อ "เฟิ่งหวง" แปลว่าหงส์ สื่อถึงการเกิดใหม่ของตึกเก่า เหมาะกับสายมัจฉะตัวจริงที่อยากชิมชาคุณภาพแบบจริงจัง คนชอบถ่ายรูปมุมจีน ๆ และคนที่อยากหามุมเงียบจิบชาในเมืองเก่า ร้านเล็กแต่ตกแต่งใส่ใจ มีบาร์ไม้ชั้นล่างและโซนนั่งชั้นบน แถมยังมีชุดจีนให้ยืมใส่ถ่ายรูปฟรีด้วย
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Clear Matcha ที่ใช้ใบ Yame ดื่มง่าย หอม ไม่ขม, Houjicha Latte กลิ่นคั่วหวานนุ่ม, Yuzu Matcha ที่ได้เปรี้ยวอมหวานตัดกับมัจฉะเข้ม ๆ และซิกเนเจอร์คือมัจฉะที่เสิร์ฟมาในแก้วไวน์แดง ดูเก๋และเป็นภาพจำของร้าน ใครชอบสายเข้มมีบเลนด์อย่าง FH01 (Uji ผสม Yame) ให้ลอง ส่วนของกินเล่นต้องคายะโทสต์ ขนมปังปิ้งเนยกับคัสตาร์ดมัจฉะหรือชาไทยทำเอง นอกจากมัจฉะยังมีชาจีนสกัดเย็นแบบ cold brew ทั้งมะลิ อู่หลง และดอกหอมหมื่นลี้ ที่ดองข้ามคืนจนได้รสกลมไม่ฝาด
รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องคุณภาพชาเกินราคา บาริสต้าใจดีคอยแนะนำตามความชอบ และบอกว่าร้านชงมารสไม่หวานจัดอยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งหวานน้อยก็ได้ ข้อสังเกตที่หลายคนพูดตรงกันคือบางแก้ว เช่นชาใส อาจรสเบาบางสำหรับคนชอบเข้ม ฉะนั้นถ้าชอบหนัก ๆ ให้บอกพนักงานหรือเลือกเป็นลาเต้/เบลนด์เข้มแทน ราคาเริ่มราว 130 บาทขึ้นไปต่อแก้ว ถือว่ากลาง ๆ สำหรับมัจฉะเกรดพิธีการ
ทำเลอยู่เลขที่ 946 ถนนเจริญกรุง ปากซอย 22 เดินจากตลาดน้อยและริมเจ้าพระยาได้สบาย เปิดราว 09:00–18:00 ร้านเล็กที่นั่งจำกัด ช่วงวันหยุดคนเยอะอาจต้องรอ และที่สำคัญคือรับเงินสดเท่านั้น ไม่มีที่จอดรถ แนะนำมารถสาธารณะหรือเดินเที่ยวย่านเก่าต่อ ใครชอบมัจฉะจริงจังในบรรยากาศที่หาไม่ได้ทั่วไป ที่นี่คือร้านที่ควรแวะ
Ports Coffee
ถ้าเดินเล่นย่านท่าเตียน ริมเจ้าพระยาแถววัดโพธิ์–วัดอรุณ แล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟดี ๆ Ports Coffee คือร้านที่คอกาแฟตัวจริงพูดถึงกันเยอะ ร้านอยู่ในตึกแถวเก่าบนถนนมหาราช ใกล้ MRT สนามไชย รีโนเวตเป็นคาเฟ่มินิมอลโทนไม้สีอ่อนกลิ่นอายญี่ปุ่น มีบาร์ให้นั่งดูบาริสต้าชงตรงหน้า และชั้นลอยเล็ก ๆ ไว้นั่งเงียบ ๆ จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ถ่ายรูปทั่วไปคือ เขาคั่วเมล็ดเองที่โรงคั่วตึกข้าง ๆ (โรงคั่วแห่งแรกของย่านท่าเตียน) เจ้าของคือ พล ภัคพล ที่ขยับจากบาริสต้ามาเป็นนักคั่ว ตั้งใจชูรสหวานธรรมชาติของเมล็ด ไม่เน้นคั่วเข้มแบบเดิม ๆ
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือกาแฟนมอย่าง Dirty กับ Einspanner รสนุ่มกลมกล่อม ใครชอบกลิ่นผลไม้ลองเมล็ด seasonal blend (โคลอมเบีย/เอธิโอเปีย/กัวเตมาลา) ส่วนสายดื่มง่ายเลือก house blend (บราซิล–ลาว) โทนนัตตี้ช็อกโกแลต เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนสั่งคือ Sesame Latte งาดำหอมมัน และ Orangano อเมริกาโนผสมส้มรสสดชื่น ของกินคู่กาแฟห้ามพลาดครัวซองต์กับคาเนเล่ (มีออริจินอลกับชาเขียว) ที่อบใหม่ทุกวัน ขอบกรอบหอมคาราเมล ไส้นุ่ม
ราคาเป็นกันเองเมื่อเทียบกับคุณภาพ เครื่องดื่มราว 100–130 บาท เบเกอรีชิ้นละ 75–85 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 101–250 บาท บรรยากาศร้านอบอุ่น เงียบกำลังดี พนักงานคุยกาแฟเก่งและพูดอังกฤษได้ เลยมีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะตลอด (เคยมีดาราต่างประเทศอย่าง Robert Downey Jr. มาเยือนด้วย) ร้านเปิด 09:00–18:00 ข้อควรรู้คือร้านเล็กที่นั่งจำกัด ช่วงวันหยุดคนเยอะ และบางช่วงปิดวันพุธ เช็กเพจร้านก่อนไปจะชัวร์กว่า จอดรถลำบากนิดหน่อย แนะนำมา MRT สนามไชยแล้วเดินต่อ หรือจอดแถวซอย Museum Siam
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองทัวร์กิน–คลาสทำอาหารริมเจ้าพระยา
ถ้าไม่อยากเสียเวลาหาทางเองในซอยเมืองเก่า ลองจองฟู้ดทัวร์เดินกินย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อย–เยาวราชผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ที่มีไกด์ท้องถิ่นพาตระเวนชิมหลายร้านในทริปเดียว ทั้งคาเฟ่ ของหวาน และสตรีทฟู้ด พร้อมเล่าประวัติชุมชนจีนริมน้ำให้ฟังครบ หรือถ้าอยากลงมือทำเอง ก็มีคลาสเรียนทำอาหารไทยและขนมไทยริมเจ้าพระยาให้เลือก เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากได้ทั้งประสบการณ์กินและเรื่องราวของย่านในคราวเดียว จองออนไลน์ล่วงหน้าได้เลย
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านริมเจ้าพระยา กรุงเทพฯ
คาเฟ่ส่วนใหญ่ในลิสต์อยู่ใกล้สถานี MRT สนามไชย (ฝั่งท่าเตียน–พระนคร) เดินต่อ 350–600 เมตรถึง ส่วนตลาดน้อยและคลองสานเรียก Grab สะดวกกว่าขับเอง เพราะซอยเล็กและที่จอดจำกัด อีกทางที่สนุกคือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาหรือเรือข้ามฟากมาลงท่าใกล้ ๆ
คาเฟ่ตึกเก่าและร้านเล็กในตลาดน้อย–ท่าเตียนหลายร้านรับเงินสดหรือสแกนจ่าย (QR PromptPay) เป็นหลัก บัตรต่างชาติอาจใช้ไม่ได้ทุกที่ ควรพกแบงก์ย่อยและเตรียมแอปสแกนจ่ายไว้ เผื่อร้านที่ไม่รับบัตรเครดิต
ร้านดังอย่าง Hong Sieng Kong คิวยาวมากช่วงบ่ายเสาร์–อาทิตย์ และต้องต่อคิวสั่งก่อนเข้านั่ง ถ้าอยากได้ที่นั่งสวย ๆ ริมน้ำให้ไปช่วงร้านเพิ่งเปิดหรือวันธรรมดา ส่วนคาเฟ่วิวพระอาทิตย์ตกอย่าง Before Sunset ควรไปก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกสักหน่อยเพื่อจองที่ชั้นบน
หลายร้านมีวันปิดไม่ตรงกัน เช่น Hong Sieng Kong และ Ha Tien ปิดวันจันทร์ Ports Coffee ปิดวันพุธ ส่วน Mother Roaster เปิดเฉพาะวันพฤหัส–อาทิตย์ แนะนำเช็กเพจเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมร้านก่อนไปทุกครั้ง กันเสียเที่ยว
คาเฟ่ในย่านนี้คุ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมนูส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษหรือมีรูปประกอบ พนักงานหลายร้านสื่อสารภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ ถ้าติดขัดลองชี้เมนูหรือใช้แอปแปลภาษาช่วย สั่งง่ายไม่ต้องกังวล
คาเฟ่ไทยส่วนใหญ่ไม่บังคับทิปและมักไม่มีชาร์จบริการ ถ้าบริการดีหรือบาริสตาดูแลดีจะทิปเล็กน้อยหรือหยอดกล่องทิปก็ได้ ถือเป็นน้ำใจ ไม่ใช่ธรรมเนียมบังคับเหมือนบางประเทศ
วางแผนเดินกินคาเฟ่ริมเจ้าพระยาให้ครบในวันเดียว
แบ่งเป็นสองโซนแล้วเดินจะสนุกกว่า โซนแรกฝั่งพระนคร–ตลาดน้อย เริ่มเช้าที่ตลาดน้อยตอน Hong Sieng Kong กับ Feng Huang เพิ่งเปิด (สองร้านนี้เปิดราว 8.30–10.00 น.) คนยังไม่แน่น ถ่ายรูปตึกเก่าได้สบาย แล้วค่อยเดินเลียบเจริญกรุงไป Mother Roaster ที่เปิดเฉพาะวันพฤหัส–อาทิตย์ จากนั้นนั่งเรือหรือ Grab ข้ามมาฝั่งท่าเตียน เก็บ Ports Coffee, Ha Tien Cafe และ ViVi ช่วงบ่าย
เก็บ Before Sunset ไว้ปิดท้ายตอนเย็น เพราะร้านเปิดประมาณ 16.00 น. และไฮไลต์คือวิวพระอาทิตย์ตกหลังวัดอรุณจากชั้นสอง ถ้าจะไป Hong Sieng Kong หรือ Mother Roaster ควรเช็กวันหยุดร้านก่อน (Hong Sieng Kong ปิดวันจันทร์) ส่วนฝั่งคลองสาน–วังหลังอย่างบ้านอากงอาม่า The Jam Factory และ N10 เหมาะกับสายชิลยาว ๆ นั่งรับลมริมน้ำได้ทั้งบ่าย แนะนำให้เผื่อเวลาต่อคิวร้านดังช่วงเสาร์–อาทิตย์
เที่ยวคาเฟ่ริมเจ้าพระยาให้คุ้ม จองโรงแรมแถวเจริญกรุง ตลาดน้อย หรือฝั่งริเวอร์ไซด์ไว้ก่อน จะได้เดินเล่นย่านเมืองเก่าตอนเช้าและกลับมาพักง่าย ไม่ต้องฝ่ารถติดข้ามเมือง
ดูโรงแรมริมเจ้าพระยา