🔄 ตรวจสอบล่าสุด 26 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เลือกย่านนั่งคาเฟ่สักย่านในกรุงเทพฯ สามย่านน่าจะติดอันดับต้น ๆ เสมอ เพราะมันรวมทุกอย่างไว้ในรัศมีเดินถึง — ฝั่งหนึ่งคือสามย่านมิตรทาวน์ที่เปิดถึงดึก อีกฝั่งคือบรรทัดทองสายสตรีทฟู้ด แล้วแทรกอยู่ในซอยจุฬาฯ กับตึกเก่ารอบ ๆ คือคาเฟ่หลากสไตล์ที่เด็กจุฬาฯ คนทำงาน และนักท่องเที่ยวแวะกันไม่ขาด บางร้านเป็นสายมัทฉะจริงจังอย่าง YAMA Matcha กับ Experiment ที่แยกเกรดชาเขียวให้เลือก บางร้านเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตไทยอย่าง Cacao Everywhere by Larna House ที่ให้เราเลือกสายพันธุ์โกโก้เองได้ ส่วนสายขนมอบก็มี findfoundfounded ที่อบซาวร์โดว์สดทุกวัน และ Sun-kissed Bakeshop ที่แครอทเค้กกับคุกกี้ช็อก 100% ขายดีจนต้องรีบไป
ที่ทำให้สามย่านพิเศษคือร้านในลิสต์นี้มีของขึ้นชื่อชัดเจนคนละแบบ ไม่ได้ดังเพราะมุมถ่ายรูปอย่างเดียว Lhong Tou Cafe คือคาเฟ่จีนที่คนต่อคิวขึ้นเหล่าเต๊งไปจิบชาไทยหลงโถวกับซาลาเปาไข่เค็มลาวา จนกลายเป็นภาพจำของย่าน Labyrinth ชงกาแฟแบบ slow bar ในตึกแถวอายุ 70 ปี เมนูเด่นคือ Black Magic เอสเพรสโซแช่ลิ้นจี่ ส่วน PRYM Brunch & Bar เสิร์ฟบรันช์ตะวันตกในบ้านไม้โคโลเนียลอายุกว่าร้อยปีที่เคยเป็นบ้านของอดีตนายกฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ คะแนนรีวิวสูงระดับต้น ๆ ของย่าน อ่านจบแล้วเลือกร้านที่ถูกใจ แล้วหาวันว่างไปนั่งชิมให้ครบ
Lhong Tou Cafe (หลงโถว คาเฟ่) สาขาสามย่านมิตรทาวน์
ใครชอบบรรยากาศเยาวราชแต่ไม่อยากฝ่าคนแน่น ๆ ลองแวะ Lhong Tou Cafe (หลงโถว คาเฟ่) สาขาสามย่านมิตรทาวน์ คาเฟ่จีนร่วมสมัยที่ยกซิกเนเจอร์มาจากสาขาเยาวราชต้นตำรับ จุดที่คนพูดถึงกันมากคือที่นั่ง "เหล่าเต๊ง" ชั้นลอยไม้แบบเก๊ะจีนเก่า ปีนบันไดขึ้นไปนั่งจิบชาเหมือนหลุดเข้าไปในตึกแถวย่านจีนยุคก่อน เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้มุมถ่ายรูป มากันเป็นกลุ่มเพื่อน หรือนั่งกินติ่มซำเล่น ๆ ยามบ่าย
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ชาไทยหลงโถว" ชาเข้ม ๆ ตัดกับโฟมนมหอม ๆ แล้วโรยถั่วลิสงบดด้านบน ได้กลิ่นคั่วหอม ๆ เป็นลูกเล่นที่หลายรีวิวบอกว่าจำได้ไม่ลืม คู่กับ "ซาลาเปาไข่เค็มลาวา" ที่เสิร์ฟร้อน ๆ ผ่าออกมาไส้ไข่เค็มไหลเยิ้ม รสหวานเค็มมัน ราคาลูกละไม่กี่บาท สั่งง่ายไม่เปลืองมาก ส่วนของคาวก็มีติ่มซำ-ขนมจีบกุ้ง เกี๊ยวทอด ข้าวหมูกรอบพริกเกลือ และชุดข้าวต้มกุ๊ยแบบจัดเซ็ตพร้อมกับข้าวหลายอย่าง
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าหน้าตาอาหารจัดมาสวย สีสันสดใส ถ่ายรูปขึ้น อาหารออกไว และสาขานี้คนน้อยกว่าเยาวราชเลยนั่งสบายกว่า ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือราคากลาง ๆ ถ้าเทียบกับปริมาณถือว่าไม่ได้ถูกมาก และโต๊ะชั้นบนจะเล็กกว่าชั้นล่างนิดหน่อย มีเสาบ้าง แต่หลายคนบอกว่าไม่กระทบการกิน คนกลัวความสูงหรือขึ้นบันไดไม่ไหวก็นั่งชั้นล่างได้
ทำเลสะดวกมาก อยู่ชั้น G โซน North ฝั่งประตูนิติฯ ตรงข้าม 7-11 ในสามย่านมิตรทาวน์ เดินจาก MRT สามย่านเข้าห้างได้เลย เปิดทุกวันตามเวลาห้างประมาณ 10:00–22:00 น. ความนิยมมาจากคอนเซ็ปต์จีนเก่าที่ทำออกมาน่ารัก เมนูถ่ายรูปสวย บวกทำเลใจกลางเมืองที่แวะง่าย ใครมาเที่ยวสามย่านมิตรทาวน์แล้วอยากได้มื้อว่างหรือมื้อเช้าสไตล์จีนแบบมีลูกเล่น ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ลงตัว
findfoundfounded coffee and selective store
ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวริมถนนพระราม 1 ฝั่งตรงข้ามโลตัสบรรทัดทอง เดินจากย่านสามย่านมานิดเดียวก็ถึง จุดสังเกตคือป้ายวงกลมสีแดงกับประตูไม้ที่ดูเหมือนบ้านมากกว่าร้าน findfoundfounded เป็นทั้งคาเฟ่ขนมปังซาวร์โดว์ที่อบสดทุกวันและร้านขายของจุกจิกมือสอง คนรีวิวบนวงในบอกตรงกันว่า "เหมือนร้านขายของที่ญี่ปุ่นมาก ๆ" มีของเก่าของสะสมวางให้เดินดูเพลิน ๆ ใครชอบคาเฟ่เงียบ ๆ ไม่เน้นถ่ายรูปจัดฉาก แต่ได้กาแฟดีกับขนมปังอบใหม่ ที่นี่เหมาะมาก เหมาะสุดกับการแวะช่วงสายวันธรรมดาที่คนยังไม่แน่น
พระเอกของร้านคือซาวร์โดว์ที่เจ้าของทำเองทุกวัน เสิร์ฟได้หลายแบบ ตั้งแต่ซาวร์โดว์เพลนกินคู่เนยกับแยมผลไม้ ไปจนถึงโอเพนโทสต์หน้าต่าง ๆ เมนูที่รีวิวยกให้เป็นตัวเด็ดคือโอเพนโทสต์ทรัฟเฟิล-เห็ด ที่หอมกลิ่นทรัฟเฟิลและขนมปังกรอบ กับอีกจานที่แปลกแต่ลงตัวอย่างแอนโชวี-ส้มเชื่อม ที่ได้รสเค็มของแอนโชวีตัดกับส้มเชื่อมหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เจ้าของปรับรสทีละจานเองค่อนข้างพิถีพิถัน ส่วนเครื่องดื่มเป็นกาแฟ specialty ที่หลายรีวิวชมว่าทำออกมาดีจริง มีทั้งเมนูกาแฟและนอนคอฟฟี่ให้เลือก
บรรยากาศข้างในตกแต่งสไตล์เรโทรแบบไม่จัดจ้าน ของแต่งร้านดูใช้งานจริงไม่ได้เซ็ตมาเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว มีมุมขายเสื้อผ้าและของสะสมแทรกอยู่ตามชั้น ที่นั่งไม่เยอะ รับได้ราว 11–40 ที่ มี Wi-Fi ฟรี เป็นร้านที่พาน้องหมาน้องแมวมาได้ ราคาถือว่าเข้าถึงง่ายสำหรับย่านนี้ เครื่องดื่มเริ่มหลักร้อยต้น ๆ จานขนมปังแล้วแต่หน้า โดยรวมมื้อเบา ๆ ต่อคนไม่หนักกระเป๋า รับบัตรเครดิตและมีเดลิเวอรีด้วย
ข้อควรรู้คือร้านเปิดอังคาร–ศุกร์ 08:00–16:00 และเสาร์–อาทิตย์ 10:00–18:00 ปิดวันจันทร์ สุดสัปดาห์ช่วงสายคนเริ่มเยอะ ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ แนะนำให้มาวันธรรมดาหรือมาเช้าหน่อย ซาวร์โดว์บางวันทำจำนวนจำกัด มาช้าอาจหมด ตัวร้านหาไม่ยากแต่อยู่ในตึกแถวที่กลมกลืนไปกับย่าน ลองสังเกตป้ายวงกลมแดงกับประตูไม้ ที่จอดรถแถวบรรทัดทองหายาก นั่ง MRT มาลงสามย่านแล้วเดินต่อสะดวกกว่า
PRYM Brunch & Bar
ถ้าใครเดินออกจาก MRT สามย่านแล้วอยากหามื้อบรันช์ในบรรยากาศที่ไม่เหมือนคาเฟ่ตึกแถวทั่วไป PRYM Brunch & Bar คือร้านที่อยากให้ลองสุด ๆ ตัวร้านซ่อนอยู่ในซอยทรัพย์ ย่านสี่พระยา เป็นบ้านทรงไทยโคโลเนียลสีขาวอายุร้อยกว่าปี (เดิมเป็นบ้านของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกฯ) รีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นร้านอาหารแบบ all-day ที่มีทั้งสวนต้นไม้ร่มรื่น โต๊ะในบ้าน และโต๊ะกลางแจ้ง เหมาะกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือพาครอบครัวมานั่งยาว ๆ แถมยัง pet-friendly ด้วย หลายรีวิวบอกตรงกันว่ามุมถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันและกลางคืน แสงดี บรรยากาศอบอุ่นแบบนั่งได้เป็นชั่วโมง
เมนูที่คนสั่งบ่อยและพูดถึงเยอะคือ PRYM Signature Breakfast อาหารเช้าสไตล์อังกฤษจานใหญ่ที่มีไส้กรอกโฮมเมด ไข่คน เบคอนกรอบ ผักโขมผัดเห็ด แฮชบราวน์ มะเขือเทศย่าง ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ และขนมปังทาแยมโฮมเมด ฝั่งจานหนัก ๆ มี Seafood Pasta พาสต้าทะเล กับ Truffle Risotto ที่รีวิว Wongnai ชมว่าหอมทรัฟเฟิลกลมกล่อม (และเป็นเมนูมังสวิรัติด้วย) ส่วนของเรียกน้ำย่อยที่คนชอบคือ Tomato Burrata บูร์ราต้าเนื้อครีมกับมะเขือเทศสด ปิดท้ายด้วยทีรามิสุโฮมเมดที่ได้รสกาแฟเข้ม ๆ ตัดกับมาสคาโปนนุ่ม ๆ และต้องลอง "ชาหอมข้าว" ชาเขียวที่ส่งตรงมาจากเชียงราย รสนุ่มหอมแบบที่ไม่ค่อยเจอที่อื่น
เรื่องรสชาติรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าปรุงมาดีเกือบทุกจาน สลัดมะเขือเทศสดจริง หอยลายสดมาก และเพลตติ้งสวยน่าถ่าย บางคนติว่าราคาขยับสูงกว่าคาเฟ่บรันช์ทั่วไปนิดหน่อย โดยเฉลี่ยอยู่ราว ฿250–500 ต่อคน แต่ถ้าสั่งจานหลักหลายอย่างหรือมีเครื่องดื่ม/ค็อกเทลก็ขึ้นไปหลักห้าร้อยถึงพันได้ ด้วยคะแนน Google 4.8 จากรีวิวกว่า 322 รายการ ถือว่าเป็นร้านที่ลูกค้าให้คะแนนสูงมากในย่านนี้
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านเปิดทุกวัน 08.00–23.00 น. มาได้ทั้งมื้อเช้า บรันช์ ยันมื้อค่ำ-ดึก แต่ไม่มีที่จอดรถของตัวเอง แนะนำมา MRT สามย่าน ทางออก 1 เดินไม่ไกล หรือถ้าขับรถมาจอดได้ที่จามจุรีสแควร์หรือวัดหัวลำโพง ช่วงวันหยุดคนเยอะ ถ้าอยากได้โต๊ะมุมสวยควรจองล่วงหน้าผ่านเพจไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่า
Labyrinth (แล็บลิ้นน คาเฟ่)
Labyrinth (แล็บลิ้นน คาเฟ่) คือสโลว์บาร์เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างของตึกเก่า The Shophouse 1527 บนถนนพระราม 4 เยื้องคอนโด Ideo เดินจากสามย่านมิตรทาวน์แค่ไม่กี่นาที จุดสังเกตคือประตูเหล็กสีดำกับช่องแสงแคบ ๆ ที่ถ้าไม่ตั้งใจหาก็เดินผ่านได้ง่าย ๆ ข้างในเป็นปูนเปลือยดิบ ๆ โทนดำ พื้นกรวด แสงธรรมชาติลอดเข้ามาเป็นมุม ส่วนชั้น 2 เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ร้านนี้เหมาะกับสายกาแฟที่อยากนั่งจิบเงียบ ๆ คอคาเฟ่ที่ชอบมุมถ่ายรูปดิบเท่ และคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งคนเดียวหรือคุยกันเบา ๆ
เมนูที่ทุกคนพูดถึงคือ Black Magic (90 บาท) เอสเพรสโซที่เอาไปแช่ลิ้นจี่นานราว 14 ชั่วโมง แล้วท็อปด้วยฟองนมนุ่ม ๆ ได้กลิ่นลิ้นจี่หอมหวานลอยมาก่อนตามด้วยบอดี้กาแฟ รีวิวหลายคนบอกว่าเป็นรสที่ไม่เคยเจอที่ไหน เมนูนี้มีที่มาจากความตั้งใจให้เกียรติเจ้าของตึกเดิมที่ชอบลิ้นจี่ ใครไม่ดื่มกาแฟลองโกโก้ Koko Yen (80 บาท) หรือจะสั่ง Pour Over กาแฟซิงเกิลออริจินที่หมุนเวียนเมล็ดจากหลายแหล่ง (ราว 100–140 บาท) มาคุยกับบาริสต้าเรื่องเมล็ดก็ได้อรรถรสอีกแบบ ของกินทานเล่นมีขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวาทำเองด้วย
เรื่องรสชาติพูดกันตรง ๆ ว่าตัว Black Magic กับบรรยากาศคือพระเอก แต่บางรีวิวก็บอกว่าโกโก้เป็นแบบผงชง อร่อยใช้ได้แต่ไม่ได้หวือหวา ใครมาเพราะอยากลองของแปลกแนะนำให้พุ่งไปที่ซิกเนเจอร์กับกาแฟดริปจะคุ้มกว่า ราคาส่วนใหญ่อยู่หลักสิบถึงร้อยต้น ๆ ถือว่าจับต้องได้สำหรับคาเฟ่สเปเชียลตี้ย่านนี้
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดอังคาร–อาทิตย์ ราว 11:00–18:00 ปิดวันจันทร์ ที่นั่งมีไม่เยอะเพราะเป็นบาร์เล็ก และหลายรีวิวระบุว่ารับเงินสด เตรียมแบงก์ไปด้วยจะสะดวกกว่า ทำเลเดินจาก MRT สามย่าน ทางออก 2 ได้สบาย ที่ร้านดังเพราะมันรวมสามอย่างไว้ในที่เดียว กาแฟสโลว์บาร์ที่ตั้งใจทำ ตึกเก่ามีเรื่องเล่า และพื้นที่ศิลปะที่ทำให้แวะมาทีไรก็ได้อะไรใหม่ ๆ กลับไปเสมอ
YAMA MATCHA สาขา Block 28x
ถ้าเป็นสายมัทฉะแล้วเดินอยู่แถวสามย่าน-บรรทัดทอง ร้านที่คนรักชาเขียวพูดถึงกันบ่อยคือ Yama Matcha สาขา Block 28x ร้านนี้เริ่มจากขายออนไลน์มาก่อน แล้วค่อยเปิดหน้าร้านจริงในตึกสีแดงมุมถนนติดลานจอดรถตลาดสามย่าน เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ แต่งสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล กระจกใส แอร์เย็น มีที่นั่งให้แวะหลบร้อนจิบชาได้สบาย เหมาะกับคนที่อยากได้มัทฉะเข้ม ๆ จริงจัง มากกว่ามัทฉะหวานนม จุดที่ร้านเน้นคือใช้ชาเกรดอุจิ (Uji) มีทั้ง house blend และ samidori รวมถึงโฮจิฉะ เลือกฐานได้ทั้งนมสด นมโอ๊ต หรือมะพร้าว และปรับระดับความหวานเองได้
เมนูที่คนสั่งกันเยอะและรีวิวชมบ่อยคือ Matcha Coconut — มัทฉะตัดกับน้ำมะพร้าว ไม่ใส่ไซรัป ได้กลิ่นมะพร้าวหอม ๆ มาช่วยบาลานซ์ความขมของชา ดื่มง่ายและสดชื่น ส่วนสาย "ขอชาล้วน ๆ" ต้องลอง Clear Matcha ที่ได้รสชาแท้ไม่มีนมมากวน ใครชอบของหวานก็มี Matcha Banoffee (กล้วย+ซอสมัทฉะ โรยโอรีโอกรอบ) และพระเอกของร้านอย่าง Triple Matcha โรลเค้ก ที่เป็นเค้กโรล 3 ชั้น มัทฉะเข้มจัด หวานน้อย เนื้อเค้กนุ่มฟู หลายรีวิวบอกว่าขนมที่นี่อร่อยกว่าที่คิด รวมถึงซอฟต์เสิร์ฟที่ทำได้ดี
เรื่องราคาอยู่ในช่วงประมาณ 101–250 บาทต่อคน เครื่องดื่มมัทฉะเริ่มราว 135 บาท ขนมราว 175–185 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับคาเฟ่มัทฉะเฉพาะทาง ทำเลเดินจาก MRT สามย่านมาแค่ไม่กี่นาที หรือถ้าขับรถก็จอดในโครงการ Block 28x ได้ (มีค่าจอด) เปิดทุกวัน 09:00–18:00 ข้อควรรู้คือร้านไม่ใหญ่มาก ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนแน่นได้ และปิดค่อนข้างเร็ว ถ้าตั้งใจมากินขนมโรลเค้กควรมาก่อนบ่ายแก่ ๆ เพราะเมนูยอดนิยมหมดไว ที่ร้านดังเพราะคุมคุณภาพมัทฉะได้สม่ำเสมอ บรรยากาศถ่ายรูปสวย และอยู่ใจกลางย่านกินเที่ยวที่เดินต่อได้สบาย
🛏️ หาที่พักย่านสามย่าน-จุฬาฯ เดินทัวร์คาเฟ่ได้ทั้งวัน
อยากตื่นมาเดินคาเฟ่สามย่านแบบไม่ต้องรีบ พักในย่านนี้คุ้มที่สุด เพราะเดินถึง MRT สามย่าน สามย่านมิตรทาวน์ และบรรทัดทองได้ในไม่กี่นาที มีตั้งแต่โรงแรม 4 ดาวเชื่อมมิตรทาวน์ทางใต้ดิน ไปจนถึงห้องราคาประหยัดใกล้สถานี เทียบราคา Agoda, Booking.com และ Trip.com แล้วจองตรงได้เลย กลับจากนั่งคาเฟ่ทั้งวันก็เดินถึงที่พักสบาย ๆ
Experiment cafe สามย่าน
Experiment cafe คือคาเฟ่มัทฉะสายสเปเชียลตี้ที่ซ่อนอยู่ในซอยจุฬาฯ 50 หลังสามย่านมิตรทาวน์ เดินจาก MRT สามย่านมานิดเดียวก็ถึง ตัวร้านเป็นตึกโทนขาวมินิมอลแนวเกาหลี ผนังปูนเปลือยสีเทาอ่อน เพดานสูง กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติทั้งวัน มีชั้น 2 และชั้น 3 เป็นโต๊ะใหญ่นั่งทำงานสบาย ปลั๊กเยอะ ใครเป็นสายมัทฉะ สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง หรืออยากหามุมนั่งยาวอ่านหนังสือ-ทำงานแถวจุฬาฯ ร้านนี้ตอบได้หมด
เมนูต้องสั่งคือมัทฉะ ร้านใช้ผงจากแบรนด์ MATCHAZUKI แยกเป็นเกรด Ceremonial ที่นุ่มละมุนดื่มง่าย กับ Imperial ที่เข้มลึกหอมอูมามิชัดกว่า ส่วน Matcha Latte มีให้เลือกความเข้ม 3 ระดับ (classic / medium / excellent) คนรีวิวบอกตัว medium ได้รสถั่ว ๆ เข้มข้นกำลังดี ใครชอบเปรี้ยวสดชื่นลอง Yuzu Matcha ที่เอายูซุมาตัดกับชาเขียว ฝั่งของหวานก็ไม่แพ้กัน เค้กมะพร้าวเนื้อนุ่มฟูครีมหอม สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กครีมสดเบาหวานน้อยมีสตรอว์เบอร์รีสดแทรกทั้งชิ้น เลมอนทาร์ตก็มีคนบอกว่าอร่อยจนอยากสั่งซ้ำ วันไหนอยากได้อะไรอุ่น ๆ ก็มีช็อกโกแลตร้อนและครัวซองต์หลายไส้
จุดที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือเครื่องดื่มและขนมของร้านออกแนวหวานน้อย เน้นรสวัตถุดิบจริง เหมาะกับคนไม่ชอบหวานจัด บริการก็เป็นมิตร นั่งได้เพลิน ราคาประมาณ 101–250 บาทต่อคน มัทฉะเริ่มราว 120 บาท เค้ก 120–150 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับมัทฉะเกรดดีและเค้กชิ้นใหญ่
ข้อควรรู้: ร้านเปิดทุกวัน 07:00–18:00 น. มาเช้าได้กาแฟ-มัทฉะแก้วแรกแบบสบาย ๆ ช่วงสายถึงบ่ายวันหยุดคนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นมุมถ่ายรูปและนั่งทำงานยอดนิยมของย่าน ที่จอดรถมีแถวร้าน รับปั๊มจอดฟรี 1 ชั่วโมง ใครมาด้วย MRT ลงสามย่านแล้วเดินเข้าซอยจุฬาฯ 50 สะดวกสุด
Cacao Everywhere by Larna House
ถ้าเป็นสายช็อกโกแลตตัวจริง ร้านนี้คือที่ที่ต้องแวะสักครั้ง Cacao Everywhere by Larna House เป็นคาเฟ่คราฟต์ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยที่เปิดปลายปี 2024 ซ่อนอยู่ชั้นบนของหอศิลป์ Art4C ข้างสามย่านมิตรทาวน์ ตรงจุฬาซอย 15 เดินจาก MRT สามย่านแค่ 2 นาที คนทำคือบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย หนึ่งในผู้ปลุกปั้นวงการคราฟต์ช็อกโกแลตไทย เลยไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นเหมือนพื้นที่รวมเมล็ดโกโก้จากเกษตรกรทั่วประเทศมาให้ลอง
เมนูที่ต้องสั่งคือ Build Your Choco Drink (#BYCD) ที่ให้เราออกแบบแก้วของตัวเองตั้งแต่ต้น เลือกสายพันธุ์โกโก้ตามแหล่งปลูก (น่าน โคราช จันทบุรี หรือนครศรีธรรมราช) เลือกความเข้มตั้งแต่ 50% ไปจนถึง 100% เลือกชนิดนม น้ำตาล และอุณหภูมิร้อน-เย็นเอง สนุกแบบไม่ค่อยเจอที่ไหน ใครชอบเข้ม ๆ ลองตัว 70% เมล็ดน่านกับน้ำตาลทรายแดง รีวิวจริงบอกว่าหวานน้อย เข้มข้น เนื้อครีมมี่ จิบแรกก็ติดใจ อีกตัวที่คนพูดถึงคือ Dubai Mini Larna เค้กพิสตาชิโอ-คุนาฟา ไซซ์มินิแต่รสแน่น เคี้ยวเพลิน ส่วนของกินคู่กันมี Dark Chocolate Cheesecake กับ Cacao Nibs Brownie ที่หวานกำลังดี
ราคาเครื่องดื่ม BYCD เริ่มราว 80–160 บาท ช็อกโกแลตแท่ง 50-70% ราว 110 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 101–250 บาท บรรยากาศเป็นมินิมอลอบอุ่น มีนิทรรศการของ Art4C หมุนเวียนให้ดู เหมาะนั่งชิล อ่านหนังสือ หรือถ่ายรูป จุดที่คนชอบคือได้ความรู้เรื่องโกโก้ไทยไปด้วย ไม่ใช่แค่ดื่มเฉย ๆ
ข้อควรรู้ ร้านปิดวันจันทร์ เปิดอังคาร–อาทิตย์ราว 10:00–19:00 (อาทิตย์เปิดเช้ากว่าหน่อย) จอดรถฟรีได้ 2 ชั่วโมงที่สามย่านมิตรทาวน์ เมนูเน้นเครื่องดื่มกับของหวานเป็นหลัก อาหารคาวมีไม่เยอะ มาเป็นคาเฟ่ของหวานจะลงตัวที่สุด
*small Moment
ถ้าอยากหาที่นั่งกาแฟเงียบ ๆ แถวสามย่านแต่ไม่อยากเบียดกับคนเยอะ ลองเดินเข้าซอยจุฬา 50 มาหา *small Moment คาเฟ่ตึกแถวสองชั้นเล็ก ๆ ที่ตั้งใจเสิร์ฟ "a little time for happiness" จริงตามชื่อ ร้านนี้เหมาะกับสายนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือมาคนเดียวแบบสงบ ๆ เด็กจุฬาฯ กับคนทำงานแถวมิตรทาวน์แวะกันประจำ เดินจาก MRT สามย่านมานิดเดียว จอดรถได้ริมซอยหรือไปจอดฟรีที่สามย่านมิตรทาวน์แล้วเดินเข้ามา
พระเอกของร้านคือ House Blend ที่เบลนด์เมล็ดกาแฟไทยกับลาวคั่วเข้ม กลิ่นหอม บอดี้แน่น เมนูต้องสั่งคือ Classic Latte ใช้เฮาส์เบลนด์ตัวนี้ คนรีวิวบอกตรงกันว่าความขมกับนมบาลานซ์กันดี ดื่มง่าย ใครชอบเข้มหน่อยสั่งอเมริกาโน่ได้เลย ส่วนสายไม่กินกาแฟก็มีชาไทยรสจัดเต็ม กับช็อกโกแลตร้อนเอาไว้นั่งจิบยาว ๆ ราคาเป็นมิตรมาก เครื่องดื่มร้อนเริ่มราว 60 บาท ชาไทย 70–80 บาท ช็อกโกแลต/โกโก้เย็นแก้วใหญ่ราว 85 บาท เทียบกับคุณภาพถือว่าคุ้ม
บรรยากาศเป็นลอฟท์โทนน้ำตาล-ขาว ชั้นล่างเป็นบาร์เอสเปรสโซไว้สั่งเครื่องดื่ม ส่วนชั้นบนคือที่นั่งจริงจัง มีเก้าอี้ไม้ โซฟา โต๊ะเล็กโต๊ะใหญ่ ปลั๊กมีแทบทุกจุด หน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติจนหลายคนบอกว่าเหมือนนั่งคาเฟ่เมืองนอก คนรีวิวชมว่าเงียบ เป็นส่วนตัว นั่งทำงานได้สบายทั้งที่อยู่กลางย่านอาหารที่คนพลุกพล่าน มี Wi-Fi ฟรีด้วย
ข้อควรรู้นิดหน่อย ร้านเปิดเช้าถึงบ่าย ประมาณ 07:30–16:00 น. (เช็กวันหยุดในเพจก่อนไป) เมนูจะเน้นเครื่องดื่มเป็นหลัก ช่วงที่เพิ่งเปิดเบเกอรียังไม่เยอะ ถ้ามาหวังของกินจริงจังอาจต้องไปต่อร้านข้าง ๆ แต่ถ้าอยากได้กาแฟดี ๆ ที่นั่งสบาย เงียบ ราคาไม่แพง ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับมุมสามย่าน
Sun-kissed Bakeshop
Sun-kissed Bakeshop คือคาเฟ่เบเกอรี่โฮมเมดเล็ก ๆ มุมตึก Block 28X ปากซอยจุฬา 5 เดินจาก MRT สามย่านและตลาดสามย่านมาได้สบาย เจ้าของเปิดร้านนี้ต่อยอดมาจาก "Bake and Bloom" ที่ขายแบบซื้อกลับย่านนางลิ้นจี่มากว่า 5 ปี คราวนี้เลยทำครัวใหญ่ขึ้นแล้วมีที่นั่งให้ลูกค้าได้นั่งกินขนมจริงจัง เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ขนมอบสดใหม่ทำเองทุกวัน บรรยากาศสว่าง ๆ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ในคราวเดียว ใครทำงานหรือเรียนแถวจุฬา–สามย่านแล้วอยากหามุมเงียบนั่งชิลกับเค้กดี ๆ ที่นี่ตอบได้
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ Carrot Cake (ราว 140 บาท) เนื้อเค้กนุ่มไม่แห้ง มีลูกเกดกับเมล็ดฟักทองให้เคี้ยวเพลิน หน้าครีมชีสบาง ๆ ไม่หนัก แต่งด้วยวอลนัทกรุบ ๆ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่า "นุ่ม ไม่แห้ง หวานกำลังดี" อีกตัวที่ห้ามพลาดคือ Soft-bake Cookie รส Salted Dark Chocolate (ราว 85 บาท) ใช้ช็อกโกแลตแท้ 100% โรยซีซอลต์นิด ๆ ตัดความหวาน ได้กลิ่นเนยชัด ส่วนสายชอบขนมไม่หวานจัดมีเค้กมะพร้าวที่รีวิวชมว่า "รสชาติดี ไม่หวานไม่เลี่ยน" บราวนี่ ทีรามิสุ และครัวซองต์ก็หมุนเวียนทำสดมาเรื่อย ๆ
ฝั่งเครื่องดื่มมีให้เลือกหลายแนว กาแฟใช้เมล็ดบราซิลคั่วกลาง ตัวที่คนสั่งบ่อยคือ Orange Espresso (ราว 140 บาท) ที่ท็อปด้วยส้มเชื่อมทำเอง รสเปรี้ยวอมหวานสดชื่น และ Rose Latte (ราว 160 บาท) กลิ่นกุหลาบหอมเตะจมูก ใครชอบชาเขียวก็มีมัทฉะลาเต้ ราคารวม ๆ ขนมเริ่มต้นหลักสิบปลาย ๆ ถึงร้อยต้น ๆ เครื่องดื่มราว 140–160 บาท ถือว่าสมเหตุผลกับคุณภาพวัตถุดิบที่ร้านย้ำว่าใช้เนยแท้ ไม่ใส่สารกันบูด ไม่มีทรานส์แฟต และมีเมนูน้ำตาลน้อยให้เลือก
จุดที่ทำให้ร้านนี้ฮิตในหมู่นักรีวิวคือบรรยากาศ ตกแต่งสไตล์มินิมอลโทนขาว–ไม้ธรรมชาติ กระจกบานโค้งใหญ่รับแสงธรรมชาติเต็ม ๆ มีโต๊ะไม้ เก้าอี้หวาย และแจกันดอกไม้เล็ก ๆ วางประดับ ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม ข้อควรรู้คือร้านขนาดกะทัดรัด ช่วงสุดสัปดาห์หรือบ่าย ๆ คนค่อนข้างเยอะ ที่นั่งอาจเต็มเร็ว เปิดจันทร์–ศุกร์ 08:00–17:00 น. และเสาร์–อาทิตย์ 09:00–18:00 น. จอดรถได้ที่ลาน Block 28 ประทับตราที่ร้านฟรี 1 ชั่วโมง แนะนำให้แวะช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ ขนมยอดนิยมบางตัวหมดเร็ว
ABBA Café & All-day Dining
ABBA Café & All-day Dining คือคาเฟ่ออลเดย์ไดนิ่งเปิดใหม่ใจกลางสามย่าน ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 4 ตรงข้ามจามจุรีสแควร์ ติดวัดหัวลำโพง เดินจาก MRT สามย่าน ทางออก 1 แค่ไม่กี่ก้าว เปิดช่วงปลายปี 2025 โดยเจ้าของที่เคยไปเรียนแฟชั่นมาจากอังกฤษ เลยไม่แปลกที่หน้าตาร้านจะเนี้ยบแบบ Quiet Luxury ผสม Warm Minimal โทนขาวสะอาดตา มีทั้งโซนในห้องแอร์และสวนหย่อมด้านนอกที่มีต้นโอลีฟต้นใหญ่เป็นพระเอก เหมาะกับคนที่อยากหามุมเงียบ ๆ นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือจิบกาแฟชิล ๆ กลางเมือง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยและอยากให้ลองคือ "สปาเกตตีขี้เมาทะเล" ที่หลายคนบอกว่ารสจัดจ้านถูกปาก กับ "ครัวซองต์" เนื้อหอมเนยที่ทำสด ส่วนของขึ้นชื่อจริง ๆ ของร้านคือโฟกัสเซีย (เช่น Mushroom Forest ท็อปเห็ดรวม) ที่ได้กลิ่นน้ำมันมะกอกหอม เนื้อนุ่ม นอกจากนี้ยังมีพิซซ่า, ข้าวผัดมันเนื้อ Picanha Gold, Teriyaki Salmon Steak Bowl ที่เสิร์ฟคู่สปาเกตตีเส้นหมึกดำ และข้าวกุ้งคั่วพริกเกลือตัดกับไข่ข้น ฝั่งเครื่องดื่มมีกาแฟ Dirty, คาปูชิโน, Sunset Bloom และเมนูเบอร์รีให้เลือกหลายตัว
เรื่องราคาอยู่ราว ๆ 100–500 บาทต่อคน จานหลักส่วนใหญ่ราว 220–360 บาท (เช่น Salmon Dillycado 330, Teriyaki Salmon Bowl 360) บางรีวิวบอกว่าราคาค่อนข้างสูงสำหรับคาเฟ่ แต่ก็แลกกับบรรยากาศและงานครัวที่ตั้งใจ ตามคอนเซ็ปต์ร้านที่ว่า "Simple Things Done Beautifully" รับบัตรเครดิต มีที่จอดรถ และโซนนอกพาน้องหมามาได้
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดทุกวัน 06:30–23:00 แสงธรรมชาติสวยถ่ายรูปขึ้นทุกมุม มีปลั๊กไฟแทบทุกโต๊ะ แต่มีกติกานั่งได้ 2 ชั่วโมงต่อบิลเพื่อหมุนโต๊ะ ช่วงบ่ายคนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นจุดเช็กอินใหม่ของสายคาเฟ่ฮอปสามย่าน ใครอยากได้มุมสวนหรือโต๊ะริมกระจกแนะนำให้มาเช้าหน่อยจะสบายกว่า
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองฟู้ดทัวร์ + คลาสทำขนม-กาแฟ
ถ้ามีเวลาจำกัดแต่อยากชิมให้ครบ ฟู้ดทัวร์ของกรุงเทพฯ ช่วยได้มาก มีไกด์พาเดินชิมหลายร้านในย่านเดียว เล่าที่มาของแต่ละเมนูให้ฟัง ไม่ต้องเสียเวลาหาคิวเอง หรือถ้าอยากลงมือทำเองก็มีคลาสทำกาแฟ ขนมไทย และเวิร์กช็อปคาเฟ่ให้จองล่วงหน้า จองผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย เลือกแบบมีไกด์เดินชิม หรือแบบลงมือทำเองตามสไตล์ที่ชอบ
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านสามย่าน กรุงเทพฯ
คาเฟ่เกือบทุกร้านในลิสต์เดินจาก MRT สามย่านถึงในไม่กี่นาที โดยเฉพาะร้านในสามย่านมิตรทาวน์และซอยจุฬาฯ ถ้านั่ง Grab รถติดช่วงเย็นและหาที่จอดยาก รถไฟฟ้าสะดวกกว่ามาก
คาเฟ่ในห้างและร้านใหญ่รับบัตรและสแกนจ่าย (PromptPay) ได้ แต่ร้านเล็กในซอยหรือแผงข้างทางบรรทัดทองหลายเจ้ารับเงินสดอย่างเดียว พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะคล่องตัวกว่า
เสาร์-อาทิตย์และช่วงบ่ายคนแน่นที่สุด ร้านดังอย่าง Lhong Tou และ PRYM อาจต้องรอคิว ถ้ามาช่วงร้านเพิ่งเปิดหรือวันธรรมดาจะได้ที่นั่งสบายและถ่ายรูปง่ายกว่า
คาเฟ่ไทยไม่มีธรรมเนียมทิปบังคับ บางร้านมีกล่องรับทิปวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ ถ้าบริการดีจะหยอดเศษเหรียญหรือปัดเศษบิลก็ได้ ตามสะดวก ไม่ต้องรู้สึกว่าจำเป็น
คาเฟ่ย่านนี้รับลูกค้าเด็กจุฬาฯ และต่างชาติเป็นปกติ เมนูส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ พนักงานหลายร้านสื่อสารอังกฤษได้พอสมควร ชี้เมนูหรือบอกชื่อเครื่องดื่มก็สั่งได้ไม่ยาก
แต่ละร้านมีของถนัดต่างกัน ร้านมัทฉะอย่าง YAMA และ Experiment ลองเมนูชาเขียวซิกเนเจอร์, Cacao Everywhere ลองคราฟต์ช็อกโกแลตไทย, findfoundfounded สั่งซาวร์โดว์ ส่วน Lhong Tou ห้ามพลาดชาไทยหลงโถวกับซาลาเปาไข่เค็มลาวา
วางแผนทัวร์คาเฟ่สามย่านให้คุ้มในวันเดียว
ร้านส่วนใหญ่ในลิสต์นี้เกาะกลุ่มกันรอบสามย่านมิตรทาวน์ ซอยจุฬาฯ 5/50 และบรรทัดทอง เดินถึงกันได้สบาย จัดทริปเดียวชิมหลายร้านได้ไม่ยาก แนะนำให้เริ่มสายหน่อยที่ findfoundfounded ฝั่งตรงข้ามโลตัสบรรทัดทอง สั่งซาวร์โดว์อบสดกับกาแฟ specialty เป็นมื้อเช้า แล้วเดินเข้าโซน Block 28 (ซอยจุฬาฯ 5) ต่อที่ YAMA Matcha สาย Matcha Coconut กับ Sun-kissed Bakeshop ที่แครอทเค้กและคุกกี้ช็อก 100% ขายดี
ช่วงบ่ายขยับมาฝั่งสามย่านมิตรทาวน์ แวะ Cacao Everywhere by Larna House ที่ Art4C ลองเมนู Build Your Choco เลือกสายพันธุ์โกโก้ไทยเอง ต่อด้วย Labyrinth บนพระราม 4 สั่ง Black Magic เอสเพรสโซแช่ลิ้นจี่ในบรรยากาศ slow bar เก็บ Lhong Tou Cafe ในมิตรทาวน์ไว้ปิดท้าย ขึ้นเหล่าเต๊งจิบชาไทยหลงโถวกับซาลาเปาไข่เค็มลาวา ถ้าอยากนั่งยาวกินจริงจังเป็นมื้อ ค่อยจอง PRYM Brunch & Bar แยกอีกวันเพราะอยู่ฝั่งสี่พระยาและคิวแน่นช่วงสุดสัปดาห์
เที่ยวคาเฟ่สามย่านหลายวันให้สนุกกว่าเดิม แนะนำหาที่พักย่านสามย่าน-จุฬาฯ ไว้เป็นฐาน เดินไป MRT สามย่าน บรรทัดทอง และสามย่านมิตรทาวน์ได้ในไม่กี่นาที ตื่นเช้ามาก็เริ่มทัวร์คาเฟ่ได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ดู 10 โรงแรมน่าพักย่านสามย่าน-จุฬาฯ