🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าพูดถึงตลาดพลู คนกรุงเทพมักนึกถึงกุยช่ายร้อยปี ข้าวหมูแดง และของกินริมทางรถไฟก่อนเป็นอันดับแรก แต่ช่วงหลังมานี้ย่านเก่าฝั่งธนแถบตลาดพลู-วงเวียนใหญ่-คลองสานกลายเป็นแหล่งคาเฟ่ฮอปที่สายกาแฟและสายถ่ายรูปแวะเวียนกันไม่ขาด เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศย้อนยุค ตึกแถวไม้สองชั้น โรงพิมพ์เก่า และบ้านเก่าริมซอยเทอดไทที่ถูกชุบชีวิตใหม่เป็นร้านกาแฟ เดินจากสถานี BTS ตลาดพลู วงเวียนใหญ่ หรือกรุงธนบุรีไม่กี่ก้าวก็เจอคาเฟ่ที่ผสมกลิ่นอายเก่ากับเมนูใหม่ได้ลงตัว มีตั้งแต่ร้านกาแฟ slow bar จริงจัง คาเฟ่เค้กพรีเมียม ไปจนคาเฟ่ดาดฟ้าที่ขึ้นไปชมพระพุทธรูปองค์ใหญ่วัดปากน้ำได้ชัด ๆ จุดที่ทำให้ย่านนี้ต่างจากคาเฟ่ในเมืองคือมันยังกลมกลืนกับชุมชนเก่า จิบกาแฟเสร็จก็เดินต่อไปกินของอร่อยในตลาดได้ทั้งวัน
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยชื่อเสียงและกาลเวลาจริง ๆ — LYNX Coffee สาขาตลาดพลู คาเฟ่กาแฟ specialty ที่คนยอมจ่ายเพื่อพายมะพร้าวอ่อนและเค้กโฮมเมด, ประชา (บ้านประชา) ที่เปลี่ยนโรงพิมพ์แสงประชาอายุกว่า 70 ปีให้เป็นคาเฟ่ขายโกปี๊กับขนมไทยโบราณคู่แกลเลอรีศิลปะชั้นบน, สยามรัตนา เบคเฮาส์ เบเกอรีเจ้าเก่าวงเวียนใหญ่ตั้งแต่ปี 2507 ต้นตำรับขนมปังสังขยา และ Candide Books & Café ร้านหนังสือ-คาเฟ่ในเดอะแจมแฟกตอรีย่านคลองสานที่ขึ้นชื่อเรื่อง Library Waffle ส่วนสายกาแฟตัวจริงมี Gu Slow Bar Coffee ที่ชงมือล้วนทุกแก้วด้วยเมล็ด single origin จากโรงคั่วแชมป์, สายวิวมี Trok Talatphlu (Tt) ดาดฟ้าชมพระใหญ่วัดปากน้ำ และสายชิลมี Taste of Trees คาเฟ่สวนร่มไม้ กับ The Green Craft House บ้านเขียวที่มีน้องแมวกับมุมวาดรูปให้ใช้เวลายาว ๆ ปิดท้ายด้วย Jann Coffee ร้านกาแฟคั่วสดเจ้าประจำ และ Cafe Marquina คาเฟ่กาแฟ-บรันช์โทนหินอ่อนติด BTS วงเวียนใหญ่ที่นั่งทำงานสบายทั้งวัน — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มแก้วแรกที่ไหน
LYNX Coffee สาขาตลาดพลู
ถ้าพูดถึงคาเฟ่เจ้าดังของฝั่งธนฯ ย่านตลาดพลู ชื่อ LYNX Coffee ต้องมาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้อยู่คู่ย่านมา 7-8 ปีแล้ว ขึ้นชื่อเรื่อง "เค้กโฮมเมด + กาแฟ specialty" ที่เจ้าของลงมือทำเองและคัดวัตถุดิบแบบไม่กั๊ก สาขาตลาดพลูย้ายมาอยู่ตึกใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ตกแต่งโทนเหลืองอ่อนตัดไม้สไตล์เกาหลีมินิมอล มีสองชั้นและที่นั่งด้านนอก เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากนั่งชิล ๆ ถ่ายรูปสวย และคนชอบของหวานคุณภาพที่ยอมจ่ายแพงขึ้นนิดเพื่อความอร่อย
เมนูที่ต้องสั่งคือ "พายมะพร้าวอ่อน (Young Coconut Pie)" พระเอกของร้าน เป็นพายมะพร้าวอ่อนเลเยอร์หลายชั้น ทั้งวุ้นมะพร้าว เค้กนุ่ม ครีมมะพร้าว และฐานคุกกี้กรอบ ๆ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน กินเพลิน ส่วนสายเค้กก็มีเค้กสตรอว์เบอร์รีพรีเมียม, บาสก์ชีสเค้ก, ยูซุแรร์ชีสเค้ก หมุนเวียนหน้าใหม่ ๆ มาเรื่อย ฝั่งกาแฟเป็น specialty จริงจัง มีทั้ง House Blend และ Single Origin ให้เลือกเมล็ด เมนูที่คนชมเยอะคือ Dirty กับ Full Moon Latte
ราคาขนมอยู่ราว 180-200 บาท/ชิ้น กาแฟ 90-95 บาทขึ้นไป จัดเป็นคาเฟ่ราคากลาง ๆ ค่อนไปทางพรีเมียมนิดหน่อยตามคุณภาพ เปิดทุกวัน 09:00-18:00 น. ทำเลอยู่ปากซอยเทอดไท 20/1 ตรงข้ามโลตัสตลาดพลู เดินจาก BTS ตลาดพลูได้หรือต่อวินก็สะดวก
ข้อควรรู้: ที่จอดรถหน้าร้านแทบไม่มี รีวิวหลายคนบ่นเรื่องนี้ตรงกัน แนะนำจอดที่รับฝากรถแถวนั้นแล้วเดินเข้ามา และช่วงวันหยุดคนเยอะ เค้กบางหน้าหมดเร็ว ถ้าเล็งตัวไหนไว้ควรมาช่วงเช้า-บ่ายต้น ๆ จะได้ครบกว่า
ประชา (Pracha) บ้านประชา
ถ้าเดินตลาดพลูจนอิ่มกุยช่ายกับขนมโบราณแล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟเงียบ ๆ "ประชา - Pracha" หรือที่หลายคนเรียก "บ้านประชา" คือคำตอบที่คนย่านนี้พูดถึงกันบ่อยที่สุด ร้านซ่อนอยู่ในซอยเทอดไท 20 ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อพระเพลิง เดิมเป็นโรงพิมพ์เก่าชื่อ "แสงประชา" อายุราว 70 ปีที่ปิดตัวช่วงโควิด เจ้าของรุ่นหลานเลยรีโนเวตตึกแถวสองชั้นหลังนี้ใหม่ คงผนังปูนเก่า โครงไม้ และเพดานสูงโปร่งทะลุชั้นสองเอาไว้ แล้วเติมความเป็นคาเฟ่ + แกลเลอรีศิลปะ + พื้นที่ชุมชนเข้าไป เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอป สายถ่ายรูปวินเทจ และคนที่อยากหามุมนั่งทำงานเงียบ ๆ ในตึกเก่ามีเรื่องเล่า
เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ "โกปี๊" (Gopee) กาแฟโบราณคั่วสดชงกับนมข้น เน้นกลิ่นและความเข้มของกาแฟตัดกับความหวานมันของนมข้น สั่งหวานน้อยได้ ราคาราว 80 บาท กินคู่กับขนมไทย-จีนโบราณที่หากินยากอย่าง ขนมเปี๊ยะไส้ฟัก ขนมดอกจอก ขนมโก๋ และทองพับ หรือจะสั่งเซ็ต "สามสหาย" ที่จัดขนมอุ่น ๆ มาให้ลองหลายอย่างก็คุ้ม บางช่วงมีให้เลือกขนมคละ 3 ชิ้นในราคาประมาณ 60 บาท ใครไม่กินกาแฟก็มีชาไทยเฉาก๊วย มัทฉะครันชี และเมนู non-coffee อีกหลายอย่าง
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าบรรยากาศคือพระเอก ร้านกว้าง แสงธรรมชาติสวยทั้งวัน แอร์เย็น เงียบสงบ นั่งทำงานหรือนั่งชิลได้ยาว ๆ และมีมุมถ่ายรูปเยอะ ขนมโบราณกับโกปี๊ได้คำชมเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ้างคือเมนูกาแฟสกัด (เอสเพรสโซ/อาฟโฟกาโต) บางคนบอกช็อตออกจาง ๆ หรือติดขมไหม้ ถ้าเป็นสายกาแฟเข้ม ๆ แนะนำให้สั่งโกปี๊ซึ่งเป็นของถนัดร้านมากกว่า ราคาโดยรวมกันเองอยู่ในช่วง 60-95 บาทต่อเมนู
ทำเลอยู่ใกล้ BTS ตลาดพลู ออกทางออก 1 แล้วต่อมอเตอร์ไซค์วินประมาณ 20 บาท หรือเดินเล่นเข้าซอยมาก็ได้ถ้าไม่กลัวแดด เปิดวันพุธ-วันจันทร์ 10:30-19:30 น. ปิดวันอังคาร (โทร 062 290 2582) ที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมไม่ใช่แค่กาแฟ แต่เพราะเขาตั้งใจทำให้เป็นเหมือน "ห้องรับแขก" ของตลาดพลู มีนิทรรศการหมุนเวียนทุก ๆ สองเดือน เวิร์กชอปทำว่าว ทำของเล่นไม้กับช่างฝีมือในย่าน และจุดเช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบ ๆ ข้อควรรู้คือร้านมีที่จอดรถจำกัด ต้องไปจอดลานต้นซอย (มีค่าจอด) ถ้ามารถยนต์ แนะนำมาช่วงสายหรือบ่ายอ่อน ๆ จะได้บรรยากาศและแสงดีที่สุด
สยามรัตนา เบคเฮาส์ (Siamratana Bakehouse)
ถ้าพูดถึงเบเกอรีโบราณย่านวงเวียนใหญ่ที่อยู่คู่ฝั่งธนฯ มากว่า 60 ปี ชื่อ "สยามรัตนา เบคเฮาส์" จะลอยขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้เริ่มจากเป็นมุมขนมในซูเปอร์มาร์เก็ตเก่าแก่ตั้งแต่ปี 2507 แล้วค่อย ๆ ขยายมาเป็นคาเฟ่ + เบเกอรีเต็มรูปแบบบนถนนลาดหญ้า ใกล้วงเวียนใหญ่ (เดินจาก BTS วงเวียนใหญ่ราว 600 เมตร) เหมาะกับคนที่อยากกินขนมปังตำรับเก่าแก่แบบที่รสไม่เพี้ยนไปจากความทรงจำ และสายคาเฟ่ที่อยากหามุมนั่งชิล ๆ จิบกาแฟยาว ๆ เพราะชั้นบนทำเป็นโซน co-working ให้นั่งทำงานได้ด้วย
พระเอกของร้านคือ "ขนมปังสังขยา" เจ้าตำนาน มีทั้งไส้สังขยาไข่และสังขยาใบเตย ตัวแป้งนุ่ม ไส้แน่นหอม รสหวานมันกำลังดี หลายรีวิวบอกตรงกันว่าซื้อเป็นกล่อง (กล่องละ 10 ชิ้น) ไปฝากใครก็ไม่เคยพลาด อีกตัวที่คนตามมากินคือ "ขนมปังอบเนย" ที่ฉ่ำเนยจริงจัง กัดตรงไหนก็เจอเนยแบบชุ่ม ๆ เปลือกนอกหนึบ เนื้อในนุ่ม บางช่วงต้องสั่งจองตามรอบเวลาที่ร้านอบ (รอบเช้า–บ่าย) เพราะออกมาเท่าไรก็หมดไว นอกจากนี้ยังมีเค้ก คุกกี้ ครัวซองต์ พายมะพร้าว ไปจนถึงอาหารคาวอย่างข้าวผัด สปาเกตตี และกาแฟที่ชงจากเครื่องเอสเพรสโซสีทองตัวเก๋า
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตรมาก ขนมปังสังขยาชิ้นละราว 14–20 บาท ขนมปังอบเนยราว 25 บาท ส่วนเมนูกาแฟ–อาหารจานหลักอยู่ราว 60–145 บาท เฉลี่ยต่อคนไม่ถึงหลักร้อยถ้ามากินขนม บรรยากาศร้านโปร่งโล่ง ได้กลิ่นเบเกอรีหอม ๆ ตั้งแต่เดินเข้า มีที่จอดรถข้างร้านราว 10 คัน ไวไฟฟรี รับบัตร และมีเดลิเวอรีให้สั่งได้
ข้อควรรู้: ร้านปิดวันพุธ และเวลาเปิดที่หลายแหล่งระบุจะอยู่ช่วงราวสาย ๆ ถึงเย็น (ประมาณ 9–10 โมง ถึง 18–20 น.) แนะนำเช็กรอบอบขนมปังเนยกับเพจร้านก่อนถ้าตั้งใจมาเพื่อตัวนี้โดยเฉพาะ ที่ร้านดังข้ามรุ่นเพราะรสชาติที่นิ่งมาก ทำมากี่สิบปีก็ยังเป็นรสเดิม บวกกับการอัปเกรดเป็นคาเฟ่นั่งสบาย เลยกลายเป็นทั้งร้านซื้อกลับและที่นัดเจอเพื่อนของคนแถววงเวียนใหญ่–ตลาดพลู
Candide Books & Café (ก็องดิด)
ถ้าชอบบรรยากาศนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ จิบกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่ริมเจ้าพระยา ก็องดิด (Candide Books & Café) คือร้านที่ต้องมาสักครั้ง ร้านซ่อนตัวอยู่ในโครงการ The Jam Factory ย่านคลองสาน เป็นโกดังเก่าริมน้ำที่รีโนเวตเป็นคอมเพล็กซ์สายอาร์ต มีทั้งร้านหนังสืออิสระเจ้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ แกลเลอรี ร้านเฟอร์นิเจอร์ และคาเฟ่ "ไล-บรา-รี่" รวมอยู่ในพื้นที่เดียว เหมาะมากสำหรับคนรักหนังสือ สายทำงานเงียบ ๆ คู่รักที่อยากหามุมชิล หรือใครที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งทั้งบ่าย
เมนูที่ทุกคนพูดถึงตรงกันคือ Library Waffle วาฟเฟิลใบเตยซิกเนเจอร์ที่หลายรีวิวบอกว่า "อร่อยสมคำร่ำลือ" หอมกลิ่นใบเตย ขอบกรอบ ข้างในนุ่ม กินคู่กับ Matcha Latte หรือชาเขียวเย็นเข้ากันดี อีกตัวที่คนสั่งบ่อยคือบราวนี่โดนัท ส่วนกาแฟมีรีวิวว่า "ละมุน" ดื่มง่าย เป็นคาเฟ่ที่เน้นบรรยากาศมากกว่าจะเป็นร้านกาแฟจริงจังสายสเปเชียลตี้ ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท วาฟเฟิลและเครื่องดื่มหลักอยู่ราว 85–95 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับโลเคชันแบบนี้
จุดเด่นจริง ๆ คือบรรยากาศ ร้านโปร่ง โล่ง เพดานสูง รายล้อมด้วยชั้นหนังสือและสนามหญ้ากับต้นไม้ใหญ่ นั่งสบายได้ยาว ๆ รองรับได้ราว 40–50 ที่นั่ง หลายคนชมว่าเป็นมุมถ่ายรูปสวยและให้ฟีลอาร์ตกว่าคาเฟ่ทั่วไป ส่วนข้อสังเกตจากรีวิวจริงก็มี บางคนบอกว่าแสงในร้านค่อนข้างสลัว เก้าอี้บางตัวนั่งนานแล้วไม่ค่อยสบาย และเป็นแบบบริการตัวเอง (ไม่มีเสิร์ฟถึงโต๊ะ) บางรีวิวมองว่าราคากับปริมาณเค้กไม่คุ้มเท่าไหร่ ลองชั่งใจดูก่อนสั่งเยอะ
ทำเลอยู่ที่ 41/1 ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้คลองสานพลาซ่าและวงเวียนใหญ่ วิธีมาที่สะดวกสุดคือนั่งเรือข้ามฟากมาลงท่าคลองสาน หรือนั่งแท็กซี่ ไม่มี BTS/MRT ถึงตรง ตัวร้านซ่อนในซอยเล็ก หาทางเข้ายากนิดหน่อย มีที่จอดรถแบบเสียเงิน (จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก) เวลาเปิดล่าสุดคือทุกวันราว 11:00–20:00 น. แนะนำให้เช็กเวลากับเพจร้านอีกครั้งก่อนไป โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว
Trok Talatphlu (ตรอกตลาดพลู / Tt)
ใครชอบคาเฟ่ลับ ๆ ที่มีวิวหายากในย่านฝั่งธน Trok Talatphlu (ตรอกตลาดพลู) หรือที่หลายคนเรียกว่า Tt คือร้านที่ต้องจดไว้ ตัวร้านเป็นตึกเก่ารีโนเวตโทนขาว-เขียวสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่น 3 ชั้น ชั้นล่างเป็น At Talatphlu ขายของและอาหารเพื่อสุขภาพ ส่วนคาเฟ่จริง ๆ อยู่ชั้นบน ไฮไลต์ที่ทำให้คนตามมาถ่ายรูปไม่ขาดคือดาดฟ้าที่มองเห็นพระพุทธธรรมกายเทพมงคล (พระใหญ่) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เต็มองค์แบบชัด ๆ เหมาะกับสายคาเฟ่ สายคอนเทนต์ และคนที่อยากหามุมนั่งชิลเงียบ ๆ หนีความวุ่นวายในเมือง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Matcha Orange มัทฉะเข้มตัดกับความสดชื่นของส้ม และกรานิตายูซุ (Yuzu Granita) น้ำยูซุปั่นเกล็ดหิมะท็อปเนื้อผลไม้ จิบแล้วคลายร้อนได้ดีในวันแดดจัด ของกินเล่นที่หลายคนแนะนำคือมินิครัวซองต์อัลมอนด์คาราเมล หอมเนยกินเพลิน ส่วนเค้กก็มีคนชมว่าเนื้อนุ่มอร่อยจนลืมถ่ายรูป เครื่องดื่มผลไม้ปั่นอย่างมิกซ์เบอร์รียังได้คำชมเรื่องความสดชื่น แต่ก็มีบางรีวิวบอกตรง ๆ ว่าเครื่องดื่มบางแก้วรสเฉย ๆ มาที่นี่จึงควรมาเพื่อบรรยากาศและวิวเป็นหลัก แล้วค่อยเลือกเมนูเด่นตามที่คนแนะนำ
เรื่องราคาอยู่ระดับคาเฟ่ทั่วไป เครื่องดื่มและของหวานประมาณหลักร้อยต้น ๆ ต่อคน จุดที่ควรรู้คือถ้าจะขึ้นไปถ่ายรูป/ชมวิวบนดาดฟ้าโดยเฉพาะ มีค่าเข้า 50 บาท แต่ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้เต็มจำนวน ก็เลยไม่เสียเปล่าถ้าตั้งใจจะนั่งกินอยู่แล้ว พนักงานหลายรีวิวบอกว่าบริการดี ยิ้มแย้มและแนะนำเมนูได้
ทำเลอยู่แถวซอยเทอดไท 24 ตลาดพลู เขตธนบุรี เดินทางง่ายด้วย BTS ลงสถานีตลาดพลูแล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์ มีที่จอดรถในปั๊มเชลล์ฝั่งตรงข้าม เปิดทุกวันประมาณ 10:00–20:00 น. ช่วงที่สวยที่สุดคือใกล้พระอาทิตย์ตก (golden hour) แสงนุ่ม ถ่ายรูปพระใหญ่กับเจดีย์ขาวขึ้นสวยแทบไม่ต้องแต่งภาพ ส่วนช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงบนดาดฟ้า เผื่อใจเรื่องความร้อนไว้นิดหนึ่ง
🛏️ พักค้างย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ เดินคาเฟ่ฮอปได้ทั้งวัน
ถ้าอยากไล่นั่งคาเฟ่ให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างแถววงเวียนใหญ่-ตลาดพลูสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่-กรุงธนบุรีและ MRT อิสรภาพ เดินเล่นริมทางรถไฟตลาดพลูและข้ามไปฝั่งคลองสาน-เจริญนครได้สะดวก มีตั้งแต่โฮสเทลราคาหลักร้อยไปจนโรงแรมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตื่นเช้ามาเริ่มแก้วแรกที่กาแฟ slow bar หรือเบเกอรีเจ้าเก่าแล้วค่อยไล่คาเฟ่ฮอปทั้งวัน เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
Taste of Trees
Taste of Trees คือคาเฟ่หลังเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยมานะวิทยา ฝั่งธนบุรี ลงรถไฟฟ้า BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก 3 เดินผ่าน 7-Eleven เข้าซอยแล้วเลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึง ตัวร้านเป็นตึกแถวมีกำแพงสีขาว แต่พอเปิดเข้าไปจะเจอที่นั่งกลางแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่กับสนามหญ้าเล็ก ๆ หลายคนในรีวิวบอกตรงกันว่าให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟอยู่ที่บ้านตัวเอง ร่มรื่นและเงียบสงบทั้งที่อยู่ห่าง BTS แค่ราว 200 เมตร เหมาะกับคนชอบคาเฟ่บรรยากาศสวนมากกว่าคาเฟ่ห้องแอร์เนี้ยบ ๆ และเหมาะมาเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก เพราะที่นั่งในร่มมีจำกัดราว 20 ที่
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยสุดคือ "ผักโขมอบชีส" (ราว 150 บาท) ที่รีวิวบน Pantip ยกให้เป็นตัวต้องสั่ง ผักโขมนุ่มหอมกระเทียมกับเนย เค็มกำลังดีจากชีส ส่วนสายกาแฟลอง Ice Caramel Macchiato (ราว 100 บาท) รสกาแฟเข้มไม่หวานจัด ฟองนมเนียน ใครหิวจริงมีแซนด์วิชเห็ดชีสขนมปังโฮลวีตปิ้งกรอบ พาสต้าเบคอนพริกแห้ง เบอร์เกอร์ BBQ และพิซซ่าโฮมเมดให้เลือก ปิดท้ายด้วย Chocolate Lava ราดไอศกรีม ราคาเครื่องดื่มอยู่ราว 70–110 บาท อาหารจานหลัก 90–220 บาท คิดราคาแบบ net ไม่บวกเพิ่ม
จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือพอตกเย็นจะกลายร่างเป็นบาร์เล็ก ๆ มีเบียร์สดและคราฟต์เบียร์นอกให้เลือกหลายตัว เลยเป็นทั้งที่นั่งทำงานจิบกาแฟตอนกลางวันและที่นั่งชิลจิบเบียร์ใต้ต้นไม้ตอนค่ำในร้านเดียว ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านปิดทุกวันจันทร์ เปิดเช้าตั้งแต่ 7 โมง (เสาร์-อาทิตย์เริ่ม 9 โมง) ที่จอดรถในซอยหายาก แนะนำมา BTS สะดวกกว่า บางรีวิวติว่าช่วงคนเยอะบริการอาจช้าและบางจานปรุงรสยังไม่จัดเท่าที่ควร แต่โดยรวมคนชอบฝีมือเจ้าของร้านและบรรยากาศสวนเขียว ๆ ที่หาได้ยากในย่านวงเวียนใหญ่-ตลาดพลู
Gu Slow Bar Coffee (กุสโลว์บาร์คอฟฟี่)
ใครเป็นสายกาแฟตัวจริงที่อยากดื่มแบบช้า ๆ ได้คุยกับคนชงไปด้วย Gu Slow Bar Coffee ย่านวงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก เป็นร้านที่ควรแวะสักครั้ง ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2019 เป็น slow bar เต็มรูปแบบจริง ๆ คือ "ไม่มีเครื่องเอสเพรสโซ" และไม่มีเครื่องสตีมนม ทุกแก้วชงมือล้วน ทั้ง Drip, AeroPress, Syphon, Moka Pot, Cold Brew และยังมีช็อตจากเครื่อง ROK ให้ลอง เพราะแบบนี้คนที่ชอบกาแฟดำ กาแฟ single origin หรืออยากรู้จักเมล็ดใหม่ ๆ จะสนุกกับร้านนี้เป็นพิเศษ ส่วนคนที่ตั้งใจมากินลาเต้ร้อน ๆ อาจต้องเผื่อใจไว้นิดหนึ่ง
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Cold Brew กับตัว "Brightest Day" ซึ่งเป็นโคลด์บรูว์ผสมมะนาวกับอบเชย สดชื่นแปลกลิ้นดี ใครชอบกาแฟดำเข้ม ๆ ลอง House Blend ที่เบลนด์เมล็ดไทย บราซิล เอธิโอเปีย หรือจะให้บาริสต้าจัด single origin ตามวันก็ได้ คนที่อยากได้นมหน่อยก็มีไอซ์ลาเต้และมอคค่าเย็น เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่ากาแฟ "ดีในราคาที่ไม่แพง" คนชงเอาใจใส่ อธิบายเมล็ดและวิธีชงให้ฟังแบบไม่กดดัน
บรรยากาศเป็นร้านเล็ก เคาน์เตอร์ไม้ตั้งสตูลให้นั่งหันหน้าเข้าหาบาริสต้า ตั้งใจออกแบบให้คุยกันได้ง่าย ๆ หลายคนบอกว่าเจ้าของเป็นกันเอง ชวนคุย นั่งชิลริมถนนใหญ่ได้สบาย ราคาเครื่องดื่มอยู่ประมาณ 50–170 บาท จัดว่าคุ้มสำหรับกาแฟ specialty ชงมือ บนคะแนน Google 4.7 จากรีวิวหลักร้อย ถือว่าเป็นร้านที่คอกาแฟแถบฝั่งธนฯ ให้การยอมรับ
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิด 08:00–17:00 และ "ปิดวันอังคาร" อย่าเพิ่งไปวันนั้น ที่จอดรถหน้าร้านไม่มี แต่ฝากจอดที่ห้าง Platform (โรบินสันเดิม) แถวนั้นได้ฟรี 3 ชั่วโมง ร้านเน้นกาแฟชงมือ ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปฟุ้ง ๆ ใครมาเพราะอยากดื่มกาแฟดี ๆ แบบไม่รีบจะถูกใจที่สุด
Jann Coffee (จันคอฟฟี่)
Jann Coffee (จันคอฟฟี่) คือคาเฟ่กาแฟสดเล็ก ๆ ริมถนนเทอดไท เยื้องวัดขุนจันทร์ ย่านตลาดพลู ฝั่งธนฯ เป็นร้านสไตล์โฮมมี่อบอุ่น เน้นกาแฟคั่วสดที่คั่วเอง เหมาะกับสายกาแฟที่อยากจิบเครื่องดื่มดี ๆ แบบสงบ ๆ ไม่ต้องแย่งที่นั่งเหมือนคาเฟ่ใหญ่ ใครชอบเดินเที่ยวตลาดพลู ไหว้พระวัดขุนจันทร์ แล้วหาที่นั่งพักจิบกาแฟตอนเช้า ที่นี่ลงตัวมาก ทางร้านเองก็ชอบใช้แฮชแท็ก "จิบกาแฟเดินชมวัด" ซึ่งบอกคาแรกเตอร์ของร้านได้ดี
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ คาปูชิโน่เย็น กับ ชาไทยเย็นนมสด/นมข้น ส่วนตัวชูโรงจริง ๆ คือกาแฟคั่วสดที่กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เดินเข้าร้าน รีวิวจริงบอกว่า "กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งออกมาจากในร้าน" และตัวกาแฟหอมเข้มใช้ได้ คาปูชิโน่เย็นรสกลมกล่อม มีคนติว่าตอนแรกออกขมนำนิดหน่อย แต่ปรับไซรัปนิดเดียวก็เข้าที่ นอกจากกาแฟ ร้านยังมีมัทฉะจากเมืองอุจิ ประเทศญี่ปุ่น โกโก้เข้ม ๆ และของกินเล่นอย่างครัวซองต์กับขนมปังปิ้งให้สั่งคู่กัน
เรื่องราคาสบายกระเป๋ามาก เครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ในช่วงไม่ถึงหลักร้อย จัดเป็นคาเฟ่ราคาน่ารักของย่านนี้ บรรยากาศร้านเป็นแบบเรียบง่ายเป็นกันเอง ที่นั่งไม่เยอะ (ราว ๆ ไม่ถึง 10 ที่) มี Wi-Fi ฟรี มีที่จอดรถ พาน้องหมาน้องแมวมาได้ รับบัตรเครดิต และมีเดลิเวอรีถ้าอยากสั่งกลับบ้าน เหมาะทั้งมานั่งคนเดียวชิล ๆ มาเป็นคู่ หรือมานั่งคุยงานเงียบ ๆ
ข้อควรรู้: ร้านเปิดกลางวันเป็นหลัก ราว 9:30–15:30 น. วันธรรมดา (ศุกร์ปิดเร็วกว่าเล็กน้อย) ส่วนเสาร์–อาทิตย์เปิดสายขึ้นมาช่วงสาย ๆ ถึงบ่าย ใครตั้งใจมาควรเช็กเวลากับเพจร้านก่อน เพราะร้านเล็กแบบนี้บางทีปรับเวลาตามช่วง ทำเลจอดรถไม่ได้กว้างมาก แต่แลกกับการได้กาแฟคั่วสดหอม ๆ ในย่านเมืองเก่าเงียบ ๆ ก็ถือว่าคุ้มสำหรับคนรักกาแฟ
Cafe Marquina (คาเฟ่ มาคิวนา)
ถ้าเดินคาเฟ่ฮอปย่านวงเวียนใหญ่แล้วอยากได้ร้านที่นั่งสบาย ติดรถไฟฟ้าแบบไม่ต้องเข้าซอย Cafe Marquina คือร้านที่เข้าถึงง่ายที่สุดในลิสต์นี้ ตัวร้านอยู่ชั้น 1 ของโรงแรม Cascade ริมถนนกรุงธนบุรี ลง BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก 4 เดินตรงมาทางตึก KX แค่ราว 100 เมตรก็ถึง ชื่อร้านมาจากหินอ่อน Black Marquina ร้านเลยเล่นโทนขาว-ดำ-เทากับลายหินอ่อนทั้งร้าน มีทั้งโซนในแอร์และที่นั่งกลางแจ้งริมสระน้ำของโรงแรม เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากนั่งทำงานเงียบ ๆ ทั้งวัน คนที่มากันเป็นกลุ่มกินบรันช์วันหยุด และคนที่อยากได้มุมถ่ายรูปสะอาดตาแบบมินิมอล
ทางร้านวางตัวเป็นทั้ง speed bar และ slow bar คือมีทั้งกาแฟเอสเพรสโซเครื่องเร็ว ๆ และกาแฟชงมือให้เลือก เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Marquina Dirty (ราว 145 บาท) กาแฟช็อตเข้มราดบนนมเย็น ตัดกันมันกำลังดี กับ Ground Chocolate (ราว 105 บาท) ช็อกโกแลตเข้ม ๆ สำหรับคนไม่กินกาแฟ สายหวานมีสตรอว์เบอร์รีมัทฉะลาเต้ (ราว 150 บาท) ที่สีสวยถ่ายรูปขึ้น ส่วนคนหิวจริงมีเมนูบรันช์และของคาวอย่าง Fried Chicken Waffle (ราว 260 บาท) ขนมเค้ก โดนัท และเบเกอรีให้สั่งคู่กาแฟ ราคารวมต่อคนถ้ามากินกาแฟกับขนมจะอยู่ราวร้อยต้น ๆ แต่ถ้าสั่งจานบรันช์ใหญ่ ๆ ก็ขยับขึ้นไปหลายร้อย
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าจุดเด่นคือบรรยากาศกับทำเล ร้านสวย นั่งสบาย แอร์เย็น ติด BTS เดินจากสถานีไม่ถึงสองนาที พนักงานบริการดี ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ้างคือเป็นคาเฟ่ในโรงแรม บางคนรู้สึกว่าราคาฝั่งอาหารจานหลักสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไป และมีบางรีวิวบ่นเรื่องรสชาติเมนูข้าวบางจานยังไม่นิ่ง ถ้ามาที่นี่แนะนำโฟกัสที่กาแฟ ขนม และเมนูบรันช์ซิกเนเจอร์ที่คนชมมากกว่า จะคุ้มกว่าสั่งจานคาวเยอะ ๆ
ข้อควรรู้: ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เช้าราว 07:00 ถึง 21:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 20:30) ส่วนคืนวันศุกร์-เสาร์เปิดยาวถึงดึกและมีค็อกเทลเสิร์ฟช่วงค่ำ ใครอยากได้บรรยากาศกลางวันแบบคาเฟ่ทำงานให้มาช่วงเช้า-บ่าย ส่วนสายชิลกลางคืนค่อยมาคืนสุดสัปดาห์ จอดรถได้ที่โรงแรม Cascade และตึก KX ฝั่งข้าง ๆ หรือนั่ง BTS มาสะดวกกว่าเพราะอยู่ติดสถานีเลย
The Green Craft House
ถ้าวันไหนอยากหนีความวุ่นวายมานั่งชิล ๆ แบบไม่ต้องรีบ The Green Craft House คือบ้านไม้สีเขียวหลังเล็กที่ซ่อนอยู่ในตรอกย่านคลองสาน เดินจาก BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก 3 เข้าซอยกรุงธนบุรี 1/3 ไปราว 400-550 เมตรก็ถึง เป็นโฮมคาเฟ่สายคราฟต์ที่เจ้าของ (พี่โจ) เปิดบ้านตัวเองให้คนแวะมานั่งกินดื่ม วาดรูป ระบายสี เพ้นท์ขวด อ่านหนังสือ เล่นบอร์ดเกมหรือ PS4 ได้สบาย ๆ ที่คนติดใจที่สุดคือน้องแมวประจำร้านเกือบ 8 ตัว (บวกน้องหมาอีกตัว) ที่เดินป้วนเปี้ยนมาคลอเคลีย เหมาะมากสำหรับสายอาร์ต คนชอบแมว คู่ที่อยากหามุมเงียบ ๆ หรือใครที่อยากนั่งทำงานอดิเรกเพลิน ๆ ทั้งบ่ายยันค่ำ
เมนูเป็นโฮมเมดทำเองทั้งคาวหวานและเครื่องดื่ม เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือพาสต้า โดยเฉพาะ เฟตตูชินีมาลา (ราว 180 บาท) ที่ได้ความซ่าชา ๆ ของมาลา เส้นนุ่ม หมูสุกกำลังดี กับสปาเกตตี้เบคอนเผ็ด ส่วนของกินเล่นแนะนำวาฟเฟิลราดไอศกรีม เค้กกล้วยคาราเมล และพาสต้าเพสโต้ไก่ ฝั่งเครื่องดื่มมีทั้งกาแฟและนอนคอฟฟี่ น้ำเสาวรสเป็นตัวที่หลายคนสั่งซ้ำ ส่วนมัทฉะลาเต้ (ราว 80 บาท) รสกลาง ๆ ราคาต่อหัวประมาณ 101-250 บาท จัดว่าสบายกระเป๋าสำหรับคาเฟ่ที่นั่งได้ทั้งวัน
ตามตรงเรื่องรสชาติมีทั้งคนชมและคนติ หลายรีวิวบอกว่าอาหารอร่อยแบบบ้าน ๆ อบอุ่นเหมือนไปกินที่บ้านเพื่อน แต่ก็มีบางรีวิวบ่นว่าบางจานเค็มไปนิด และมัทฉะพอผสมนมแล้วรสชาค่อนข้างจาง ดังนั้นถ้ากินเค็มน้อยลองบอกพี่เขาก่อนได้ บรรยากาศเป็นบ้านไม้เก่ามีต้นไม้เขียว ๆ รอบตัว มีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง ใช้พัดลมเป็นหลักไม่ได้แอร์เต็มพื้นที่ ช่วงกลางวันอาจร้อนนิดถ้าเป็นหน้าร้อน
เสน่ห์ที่ทำให้ร้านนี้บอกต่อกันปากต่อปากคือความเป็นกันเองสุด ๆ ทั้งเจ้าของร้าน คุณแม่ คุณป้า และเหล่าน้องแมวที่ทำให้รู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติมากกว่ามาคาเฟ่ ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านไม่มีที่จอดรถในตัว มอเตอร์ไซค์จอดหน้าร้านได้ รถยนต์ไปจอดอาคารสินสาธรราว 50 บาท/ชม. เวลาเปิดช่วงนี้คือพุธ-อาทิตย์ 11.00-21.00 น. (ปิดจันทร์-อังคาร) แต่ร้านเคยปรับวันหยุดมาแล้ว แนะนำเช็กหน้าเพจหรือไอจีก่อนออกเดินทางจะชัวร์สุด
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว — จองฟู้ดทัวร์ฝั่งธน-ตลาดพลู
ถ้าอยากชิมของเด่นฝั่งธนหลายร้านในทริปเดียวแบบมีคนพาเดิน ลองจองฟู้ดทัวร์หรือคลาสทำอาหารผ่าน Klook และ GetYourGuide ดู — มีทั้งทัวร์ชิมสตรีทฟู้ดและคาเฟ่ย่านเมืองเก่าที่มีไกด์ท้องถิ่นพาลัดเลาะ พาชิมทีละร้านพร้อมเล่าเรื่องชุมชน ไปจนถึงคลาสทำอาหารไทยและขนมไทยที่ได้ลงมือทำเอง เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมการกินของย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่มากกว่าแค่แวะถ่ายรูป จองล่วงหน้าออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ
ย่านตลาดพลูเป็นชุมชนเก่าซอยแคบ ที่จอดรถน้อยและรถติดง่าย วิธีง่ายสุดคือนั่ง BTS สายสีลมมาลงสถานีตลาดพลู วงเวียนใหญ่ หรือกรุงธนบุรี แล้วเดินหรือต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้าซอย คาเฟ่หลายร้านอยู่ในซอยเทอดไท 20-24 หรือใช้ Grab ก็สะดวกถ้ามากันหลายคน
คาเฟ่สมัยใหม่ส่วนใหญ่รับ QR PromptPay และบางร้านรับบัตร แต่ของกินสตรีทและร้านขนมเจ้าเก่าในตลาดมักรับเงินสดอย่างเดียว ค่าขึ้นดาดฟ้าบางร้าน (เช่น Trok Talatphlu ราว 50 บาท) ก็จ่ายสด แลกแบงก์ย่อยและพกเหรียญติดตัวไว้จะสะดวกกว่า
เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดคาเฟ่ดังอย่าง LYNX, Trok Talatphlu และ The Green Craft House คนแน่นและอาจต้องรอโต๊ะ ถ้าอยากนั่งสบาย ๆ แนะนำมาวันธรรมดาหรือช่วงร้านเพิ่งเปิดตอนสาย และเช็กวันหยุดประจำสัปดาห์ก่อน เพราะหลายร้านปิดวันจันทร์หรืออังคาร ส่วน Candide ปิดเสาร์-อาทิตย์
ร้านอาหารและคาเฟ่ในไทยไม่บังคับทิป คาเฟ่ใหญ่บางร้านมีชาร์จเซอร์วิส 10% อยู่ในบิลแล้ว ถ้าบริการดีจะปัดเศษหรือหยอดกล่องทิปเล็กน้อยก็เป็นน้ำใจที่ร้านยินดี ไม่มีใครคาดหวังเปอร์เซ็นต์ตายตัวแบบต่างประเทศ
คาเฟ่รุ่นใหม่อย่าง LYNX, Candide, Trok Talatphlu และ Gu Slow Bar มักมีเมนูอังกฤษหรือรูปประกอบ พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ ส่วนร้านเก่าแก่และร้านขนมในตลาดอาจมีแต่เมนูไทย ชี้รูปหรือใช้แอปแปลภาษาช่วยได้ คำว่า 'ไม่หวาน/หวานน้อย' (mai wan / wan noi) มีประโยชน์มากเพราะของหวานย่านนี้ค่อนข้างหวาน
จุดเด่นของย่านนี้คือพระพุทธธรรมกายเทพมงคล (พระใหญ่) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มองเห็นได้จากดาดฟ้าคาเฟ่อย่าง Trok Talatphlu ชัดมาก ช่วงเย็นแดดร่มหรือพระอาทิตย์ลงเป็นเวลาถ่ายรูปที่สวยสุด แต่งกายสุภาพหากตั้งใจแวะไหว้พระที่วัดต่อด้วย
วางแผนคาเฟ่ฮอปย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ใน 1 วัน
ทริปคาเฟ่ฮอปฝั่งธนจัดได้สบาย ๆ ในวันเดียว เริ่มเช้าแถวคลองสาน-เจริญนครก่อน แวะ Candide Books & Café ในเดอะแจมแฟกตอรีนั่งจิบกาแฟกับ Library Waffle ใต้ต้นไม้ใหญ่ (ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ ปิดเสาร์-อาทิตย์ เช็กวันก่อนไป) แล้วต่อด้วย Cafe Marquina ที่ชั้น 1 โรงแรม Cascade ติด BTS วงเวียนใหญ่ จัดกาแฟกับบรันช์ในร้านโทนหินอ่อน หรือถ้าเป็นสายกาแฟแท้ ๆ ขยับไปวงเวียนใหญ่ที่ Gu Slow Bar Coffee ให้บาริสต้าชงมือ single origin ให้ดูตรงหน้า
ช่วงบ่ายเข้าโซนตลาดพลู เดินซอยเทอดไท 20 แวะ ประชา (บ้านประชา) สั่งโกปี๊คู่ขนมไทยโบราณแล้วขึ้นไปดูแกลเลอรีศิลปะชั้นบน เดินต่อนิดเดียวถึง LYNX Coffee จัดพายมะพร้าวอ่อนกับกาแฟ specialty ปิดท้ายตอนแดดร่มที่ Trok Talatphlu (Tt) ซอยเทอดไท 24 ขึ้นดาดฟ้าถ่ายรูปพระพุทธรูปองค์ใหญ่วัดปากน้ำตอนพระอาทิตย์ลง (ร้านมีค่าขึ้นดาดฟ้าราว 50 บาท ใช้เป็นส่วนลดค่าเครื่องดื่มได้) ใครชอบนั่งยาว ๆ แบบสบาย ๆ เลือก Taste of Trees สวนร่มไม้ หรือ The Green Craft House บ้านเขียวมีน้องแมวกับมุมวาดรูปก็ฟินไปอีกแบบ
มาเที่ยวคาเฟ่ฝั่งธนทั้งทีพักค้างสักคืนจะได้ไล่ชิมไม่ต้องรีบ ที่พักย่านวงเวียนใหญ่-ตลาดพลูส่วนใหญ่อยู่ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่-กรุงธนบุรีและ MRT อิสรภาพ นั่งรถไฟฟ้าข้ามไปฝั่งเมืองสะดวก มีตั้งแต่โฮสเทลราคาหลักร้อยไปจนโรงแรมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
🔍 เช็คราคาที่พักย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ (Agoda)