🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าจะหาย่านที่คอกาแฟกรุงเทพฯ ยกให้เป็นบ้าน ทองหล่อ-เอกมัย คือคำตอบที่เราพูดได้เต็มปาก สองฝั่งสุขุมวิทเส้นนี้อัดแน่นไปด้วยคาเฟ่ specialty มากที่สุดย่านหนึ่งของเมือง เดินเข้าซอยไหนก็เจอโรงคั่วเล็ก ๆ บาร์กาแฟใส่ใจทุกแก้ว ร้านครัวซองต์อบสด ไปจนถึงร้านบรันช์ที่นั่งยาวได้ทั้งเช้า บรรยากาศมีตั้งแต่ลอฟต์อิฐเปลือยติดแกลเลอรีศิลปะ บ้านเก่ารีโนเวต ไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์โปร่งโล่งอย่าง The Commons ทองหล่อ ซอย 17 ที่กลายเป็นจุดนัดพบของคนรักกาแฟและของอร่อย เสน่ห์ของย่านนี้คือทุกร้านมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง มาทีเดียวได้ทั้งกาแฟดี ของหวานเก่ง และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ครบในซอยเดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่เป็นหมุดหมายของคนรักกาแฟหลายเจ้า อย่าง Roots ที่ทำงานใกล้ชิดกับครอบครัวชาวไร่ทางภาคเหนือและคั่วเมล็ดเอง, Phil Coffee Company โรงคั่วที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2011 และเคยคว้ารองแชมป์ Thailand Roasting Championship 2018, Kurasu แบรนด์จากเกียวโตที่ชงมัทฉาด้วยผงจาก Morihan, PACAMARA ที่ทองหล่อ ซอย 25 ซึ่งมีทั้งคาเฟ่และ Specialty Coffee Lab ในหลังเดียว ไล่ไปถึง Ink & Lion ร้านกาแฟผสมแกลเลอรีที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2013, Roast ร้านบรันช์ออลเดย์ขวัญใจชาว The Commons และ House of Susan Croissant ที่อบครัวซองต์สดใหม่ทุกชิ้น ใครชอบจิบกาแฟดี ๆ อยากชวนให้มาไล่ชิมทีละร้าน รับรองว่าติดใจจนอยากกลับมาอีก
Roots Coffee (The Commons Thonglor)
ถ้าพูดถึงร้านกาแฟที่ "คอกาแฟตัวจริง" ในกรุงเทพฯ ต้องไปลองสักครั้ง Roots ที่ The Commons ทองหล่อ คือชื่อแรก ๆ ที่คนนึกถึง ร้านนี้เป็น specialty coffee roaster สัญชาติไทยที่บุกเบิกกาแฟไทยมาตั้งแต่ปี 2013 คั่วเมล็ดเอง ทำงานตรงกับเกษตรกรทางเหนือ และมีเจ้าของคือ "เต้-วรัตน์ วิจิตรวาทการ" แชมป์บาริสต้าของไทยที่เคยไปแข่งชั้นนำ เพราะฉะนั้นใครเป็นสายจริงจังกับรสกาแฟ หรืออยากชิมว่ากาแฟไทยคั่วดี ๆ เป็นยังไง ที่นี่เหมาะมาก
เมนูที่คนพูดถึงเยอะสุดคือ Espresso ที่บอกบาริสต้าได้ว่าอยากได้แบบ strong (เข้มจัด บอดี้แน่น) หรือ smooth (นุ่ม ดื่มง่าย) เขาจะเลือกตัวเมล็ดและดึงช็อตให้ตามที่ชอบ อีกตัวที่เป็นซิกเนเจอร์จริง ๆ คือ Cold Brew โดยเฉพาะ White Cold Brew (ใส่นม) ที่ลูกค้าประจำติดกันมาก สะอาด คลีน แต่มีมิติ ส่วนตัวที่สดชื่นแก้ร้อนกรุงเทพฯ ได้ดีคือ Orange Tonic หรือกาแฟส้ม — cold brew ผสมน้ำส้มสดกับโทนิก ซ่า ๆ เปรี้ยวหวานสดใส และถ้าอยากลองกาแฟ single origin จากเมล็ดที่ร้านคั่วเอง ก็มีหมุนเวียนให้เลือกตามรอบ รวมถึงเมนูสายไม่เข้มอย่าง Cacao Nibs ที่โรยคาคาวนิบส์เพิ่มเท็กซ์เจอร์
เสียงจากรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่ากาแฟ "อร่อยจริง" คุณภาพนิ่งเสมอทุกสาขา กลิ่นเมล็ดคั่วหอม และบาริสต้าใส่ใจ คุยรู้เรื่อง แนะนำเมนูให้ได้ ราคาขนมก็ทำได้ดี ส่วนราคากาแฟ Espresso เริ่มราว 100 บาท Orange Tonic ราว 120 บาท Iced Latte ราว 140 บาท ถือว่าระดับกลางค่อนไปทางสูงนิด ๆ แต่สมเหตุสมผลกับย่านทองหล่อ
ข้อควรรู้: สาขานี้เป็นบาร์โชว์เคสเล็ก ที่นั่งติดเคาน์เตอร์ไม่กี่ที่ คนส่วนใหญ่ซื้อแล้วถือไปนั่งโซนกลางของ The Commons ได้ ช่วงวันหยุดหรือเวลาคนเยอะอาจต้องรอคิวและหาที่นั่งเอง ร้านเปิดทุกวันประมาณ 07:00–17:00 น. อยู่ชั้น Market Floor ของ The Commons ทองหล่อ ซอย 17 (สุขุมวิท 55) เดินจาก BTS ทองหล่อเข้าซอยมาหน่อย แนะนำให้มาเป็นมื้อเช้า-สายเพื่อหลบคนและได้บรรยากาศสบาย ๆ
Roast (The Commons Thonglor)
ถ้าพูดถึงร้านบรันช์ในตำนานของทองหล่อ Roast คือชื่อแรก ๆ ที่คอกาแฟกับสายบรันช์นึกถึง ร้านเปิดมาตั้งแต่ปี 2011 เริ่มจากเป็นร้านกาแฟคั่วเองก่อนจะขยายมาเป็นออลเดย์อีทเทอรีเต็มตัว ตอนนี้อยู่ชั้นบนสุด (Top Yard) ของ The Commons ทองหล่อ ซอย 17 บรรยากาศเปิดโล่ง โปร่ง มีต้นไม้เขียว ๆ ล้อมรอบ เหมาะกับคนที่อยากนั่งยาว ๆ กินบรันช์สบาย ๆ คุยกับเพื่อน หรือมานั่งทำงานจิบกาแฟเงียบ ๆ ก็ได้ ใครชอบคาเฟ่สไตล์ฝรั่งที่จริงจังเรื่องอาหารและกาแฟพอ ๆ กัน ที่นี่ตอบได้หมด
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือ Eggs Benedict (มีทั้งแฮมและแซลมอนรมควัน) ไข่ดาวน้ำยางเยิ้ม ๆ ราดฮอลแลนเดส, เฟรนช์โทสต์เนื้อนุ่มฉ่ำ, แพนเค้กอเมริกันชิ้นหนา และ Roast Breakfast จานใหญ่ที่จัดเต็มทั้งไข่ ไส้กรอก เบคอน ส่วนใครมาเป็นมื้อเย็นก็มีสเต๊กกับเมนูจานหลักให้เลือก คู่กับกาแฟที่ร้านคั่วเองทุกเม็ด หลายรีวิวชมว่าลาเต้กับกาแฟซิงเกิลออริจินรสชาติดีจริง สมกับที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านกาแฟ ของหวานอย่าง Dutch Baby ก็เป็นอีกตัวที่แฟน ๆ ตามมาสั่ง
เรื่องรสชาติส่วนใหญ่ไปในทางบวก โดยเฉพาะกาแฟและบรรยากาศ แต่ก็มีบางรีวิวบ่นว่าช่วงคนเยอะบริการช้า รออาหารและกาแฟนานหน่อย และราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านบรันช์ทั่วไป (จานหลักหลายเมนูแตะ 280–400 บาท) แต่ด้วยคะแนน Google 4.5 จากรีวิวหลายพัน ก็ยืนยันว่าคนส่วนใหญ่ยังกลับมาซ้ำ ข้อดีอีกอย่างคือเป็นร้านที่ฝรั่งกับนักท่องเที่ยวคุ้นเคย เมนูภาษาอังกฤษมีครบ สั่งง่าย
ทำเลอยู่ใน The Commons ทองหล่อ ซอย 17 เดินจาก BTS ทองหล่อมาหน่อย หรือนั่งวินก็สะดวก เปิดทุกวัน 09:00–22:00 (ครัวรับออเดอร์สุดท้าย 21:15) ข้อควรรู้คือช่วงสุดสัปดาห์ตอนสาย ๆ คนเยอะมาก โต๊ะเต็มเร็ว ถ้าไม่อยากรอแนะนำให้มาก่อนเที่ยงหรือจองล่วงหน้า และถ้าหาที่นั่งด้านในไม่ได้ ก็ยกออเดอร์ไปนั่งโซนคอมมอนส์เปิดโล่งข้างนอกได้เหมือนกัน
One Ounce for Onion
ถ้าพูดถึงคาเฟ่รุ่นบุกเบิกของย่านเอกมัยที่ยังอยู่ยงมาจนถึงวันนี้ One Ounce for Onion คือชื่อที่สายกาแฟแทบทุกคนต้องรู้จัก ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่สุดซอยเล็ก ๆ ในเอกมัย 12 (เส้นที่ทะลุไปสุขุมวิท 71 ได้) ตัวร้านแชร์พื้นที่กับช็อปเสื้อผ้าแบรนด์ Onion ของ "เฮ้าส์" มือกีตาร์วง Slur เลยได้กลิ่นอายฮิปสเตอร์-อินดัสเทรียลลอฟต์แบบที่หาไม่ได้ในร้านเชน เหมาะกับคนที่อยากหลบความวุ่นวายมานั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ คนทำงานที่หิ้วโน้ตบุ๊กมาปักหลัก หรือคู่ที่อยากได้มุมสบาย ๆ ไม่พลุกพล่าน
พระเอกของที่นี่คือกาแฟ specialty ที่ใช้เมล็ดจาก Brave Roasters เลือกได้ว่าจะเอาเมล็ดตัวไหน ใครเป็นสายคลาสสิกก็ลาเต้หรืออเมริกาโน่เย็นได้เลย แต่ที่หลายคนพูดถึงคือเมนูทดลองแนวสดชื่น อย่าง Black Chinotto กาแฟโคลด์บรูว์ผสมส้มคิโนตโต้ ขมอมหวานเปรี้ยวจี๊ดเหมาะกับอากาศร้อน และตัวที่แปลกดีจนกลายเป็นที่จดจำคือกาแฟใส่หล่อฮั้งก้วย ได้ความหวานสมุนไพรอ่อน ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ฝั่งของกินก็มีวาฟเฟิลเนื้อนุ่มราดไอศกรีม โดนัทเนื้อดี (ช่วงหลังจับมือกับ Brassica) เบเกอรี พาสต้า และสลัด ของหวานเด็ดที่รีวิวชอบพูดถึงคือวาฟเฟิลกับไอศกรีมโยเกิร์ตมะนาวที่เปรี้ยวอมหวานตัดเลี่ยนได้ดี
เสียงจากรีวิวจริงค่อนไปทางบวก คำที่โผล่บ่อยในรีวิว Google คือ dirty coffee, โดนัท, วาฟเฟิล, บรรยากาศชิลล์ และพนักงานเป็นกันเอง หลายคนชมว่ากาแฟทำได้ดีจริงสมกับเป็นร้านสาย specialty ส่วนที่ติงกันบ้างคือเมนูอาหารช่วงหลังลดลงจากเดิม และที่จอดรถหายากเพราะอยู่กลางย่านที่พักอาศัย ราคาอยู่ในเกณฑ์คาเฟ่ย่านนี้ กาแฟเริ่มราว 70 บาท เครื่องดื่มพิเศษและของหวานราว 120–180 บาท
ข้อควรรู้ก่อนไป คือร้านหายากจริง ไม่มีป้ายใหญ่บอกทางตามปากซอย แนะนำเปิด Google Maps ปักหมุดให้ชัวร์ หรือเรียก Grab มาส่งหน้าร้านจะง่ายสุด เปิด 09:00–18:00 ทุกวัน ใครเป็นสายกาแฟตัวจริงและอยากได้คาเฟ่เงียบ ๆ มีคาแรกเตอร์ ที่นี่ยังเป็นหมุดที่ควรแวะของเอกมัย
Phil Coffee Company
ใครเป็นสายกาแฟตัวจริง ที่อยากดื่มแบบเน้นรสเมล็ดมากกว่าเน้นถ่ายรูป Phil Coffee Company คือชื่อที่คอกาแฟย่านทองหล่อ-เอกมัยพูดถึงกันบ่อยมาก ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2011 เริ่มจากการเป็นโรงคั่วเล็ก ๆ ก่อนจะมาเปิดคาเฟ่ ตัว "PHIL" มาจากชื่อพี่น้องผู้ก่อตั้ง และในภาษากรีกแปลว่า "ความรัก" จุดเด่นจริง ๆ คือเขาคั่วเมล็ดเองทุกสัปดาห์เป็นล็อตเล็ก เลยได้กาแฟที่สดใหม่ ไม่ค้างสต๊อก เหมาะกับคนที่อยากลองซิงเกิลออริจิน ดื่มเป็นแก้ว แล้วถ้าถูกใจก็ซื้อถุงกลับบ้านได้เลย
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือ Filter coffee (ดริป) กับซิงเกิลออริจินหมุนเวียน เคยมีทั้งจากเชียงราย เอธิโอเปีย รวันดา เคนยา และล็อตพิเศษอย่าง Panama Casa Ruiz ส่วนสายเข้ม ๆ ก็มีเอสเพรสโซและ cold brew รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเมล็ดดี ดริปออกมาใส สะอาด รสชาติชัดเป็นชั้น ๆ บาริสต้าคุยเรื่องกาแฟได้ละเอียดและแนะนำตัวที่เหมาะกับเราได้ ของกินมีไม่เยอะ เน้นเบา ๆ อย่างกราโนล่าโฮมเมด อาซาอิโบว์ล และเบเกอรี่ ใครมาคาดหวังของกินจัดเต็มอาจต้องปรับโหมด เพราะพระเอกของที่นี่คือกาแฟในแก้วจริง ๆ
ราคากาแฟเริ่มราว 100 บาทขึ้นไป ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับเมล็ดสเปเชียลตี้ที่คั่วเอง บรรยากาศร้านอยู่ในบ้านไทยยุค 70 หลบอยู่ในซอยตันเงียบ ๆ ผนังปูนเปลือย พื้นกระเบื้องเก่า เปิดเพลงยุค 90 มีต้นไม้ล้อมรอบ ให้ฟีลดิบ ๆ สบาย ๆ ไม่หวานแหวว นั่งทำงานหรือนั่งจิบเงียบ ๆ ได้ คนไม่แน่นเท่าคาเฟ่ดัง ๆ เลยได้ความสงบ
ทำเลอยู่ที่สุขุมวิท ซอย 61 ฝั่งเอกมัย เดินจาก BTS เอกมัยประมาณ 600 กว่าเมตร แต่ซ่อนอยู่ในซอยเล็ก กดแผนที่ไว้จะหาง่ายขึ้น เวลาเปิดประมาณ 09:00–18:00 วันธรรมดา และ 10:00–17:30 เสาร์-อาทิตย์ (เวลาปรับได้ เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์) ข้อควรรู้คือร้านเล็ก ที่นั่งจำกัด ช่วงคนเยอะอาจต้องรอนิดหน่อย และที่นี่คือร้านสำหรับคนที่อยากดื่มกาแฟจริงจัง ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปฟุ้ง ๆ ถ้าชอบแนวนี้รับรองว่าถูกทาง
Bartels (Sukhumvit / ทองหล่อ)
ถ้าจะหาคาเฟ่ย่านทองหล่อ-เอกมัยที่ขายทั้งกาแฟดีและขนมปังอบเองสดทุกวัน Bartels (สาขาสุขุมวิท) คือร้านที่คนแถวนี้ติดกันมาก ร้านนี้ก่อตั้งโดยคู่สามีภรรยาชาวเดนมาร์ก-นอร์เวย์ Eva กับ Nicolai Bartels เริ่มจากสาขาแรกกลางสุขุมวิท ช่วงระหว่าง BTS ทองหล่อกับพร้อมพงษ์ คอนเซ็ปต์คือเบเกอรีสไตล์สแกนดิเนเวียที่อบขนมปังซาวร์โดเองทุกเช้า หมักแป้งยาว 24-48 ชั่วโมง ทำน้ำผลไม้สกัดเย็นสด ๆ และเสิร์ฟกาแฟ specialty ควบคู่กัน ใครที่อยากได้คาเฟ่นั่งยาว ๆ กินมื้อเช้า-บรันช์จริงจังพร้อมจิบกาแฟดี ที่นี่ลงตัวมาก
พระเอกของร้านคือแซนด์วิชซาวร์โด ขนมปังเปลือกกรอบ เนื้อในเหนียวนุ่มหอมกลิ่นหมัก ตัวที่คนสั่งบ่อยจนกลายเป็นซิกเนเจอร์คือ Grilled Tuna Melt ที่หลายคนบอกว่ากินครั้งเดียวแล้วติด กับเมนูไข่อย่างเอ้กเบเนดิกต์และอะโวคาโดโทสต์ ส่วนสายกาแฟก็มีตั้งแต่ flat white นมเนียน เอสเพรสโซช็อตกลม ไปจนถึงลาเต้เย็น และถ้าอยากได้อะไรสดชื่นไม่ใส่กาแฟก็มีน้ำผลไม้สกัดเย็นคั้นสดให้เลือกหลายสูตร ของหวานก็มีเพสตรีและเค้กอบเองหมุนเวียน รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าขนมปังคุณภาพดีจริง วัตถุดิบสด และรสชาติคงเส้นคงวาทุกครั้งที่มา
เสียงจากรีวิว Google ค่อนไปทางบวกมาก คำที่โผล่บ่อยคือ ขนมปังอร่อย แซนด์วิชแน่น กาแฟดี และพนักงานเป็นกันเอง หลายคนชอบที่ร้านโปร่งสบาย นั่งทำงานหรือนัดเพื่อนได้ ส่วนที่ติงกันบ้างคือช่วงเสาร์-อาทิตย์ตอนสายคนเยอะ โต๊ะเต็มเร็ว และราคาขยับสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหน่อยตามสไตล์เบเกอรีคราฟต์ แต่ด้วยคะแนน Google 4.5 จากรีวิวกว่า 1,700 รายการ ก็ยืนยันได้ว่าคนส่วนใหญ่กลับมาซ้ำ ราคากาแฟและเครื่องดื่มอยู่ราว 100-180 บาท แซนด์วิชจานใหญ่ขยับขึ้นไปอีกหน่อย
ทำเลอยู่ที่ 760/1 ถนนสุขุมวิท ช่วงระหว่างทองหล่อ (ซอย 55) กับพร้อมพงษ์ เดินจาก BTS ได้ทั้งสองฝั่ง เปิดทุกวัน 07:00–18:00 น. เป็นจุดนัดมื้อเช้าก่อนเริ่มวันหรือแวะพักระหว่างเดินเล่นย่านนี้ได้สบาย ข้อควรรู้คือที่จอดรถมีจำกัด แนะนำมาด้วย BTS จะง่ายสุด และถ้าอยากได้ขนมปังอบรอบเช้าหมาด ๆ มาช่วงเปิดร้านจะได้ของครบและคนยังไม่แน่น
🛏️ หาที่พักย่านทองหล่อ-เอกมัย
ถ้าตั้งใจมาคาเฟ่ฮอปย่านทองหล่อ-เอกมัยหลายวัน เลือกที่พักให้ใกล้ BTS จะประหยัดเวลาและค่าเดินทางมาก · พักแถวทองหล่อ (BTS ทองหล่อ) หรือเอกมัย (BTS เอกมัย) จะเดินไปคาเฟ่ในซอยและร้านอร่อยริมสุขุมวิทได้สบาย ทั้งยังนั่ง BTS เข้าสยาม-อโศกได้ในไม่กี่สถานี · ย่านนี้มีตั้งแต่โรงแรมบูทีกเก๋ ๆ ไปจนถึงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สำหรับพักยาว · เทียบราคาที่พักหลายเว็บก่อนจองทุกครั้ง ช่วงไฮซีซั่นห้องทำเลดีเต็มเร็ว
Kurasu Bangkok
Kurasu คือคาเฟ่ specialty coffee จากเกียวโตที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดในไทยตั้งแต่ปี 2019 และตอนนี้ปักหลักอยู่หัวมุมซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 57) ในย่านทองหล่อ-เอกมัย เดินจาก BTS ทองหล่อมาตามสกายวอล์กถึงเลย ตัวร้านเป็นอาคารสีครีมเหลืองนวล ข้างในแต่งสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล โทนไม้อุ่น ๆ มีเคาน์เตอร์เปิดให้นั่งดูบาริสต้าชงสด พร้อมชั้นวางเมล็ดกาแฟกับอุปกรณ์ดริปจากญี่ปุ่นเรียงเต็มผนัง เหมาะกับสายกาแฟจริงจัง คนชอบมุมเงียบ ๆ นั่งทำงาน หรือคอคาเฟ่ที่อยากลองของแท้จากเกียวโต
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือฝั่งมัทฉะ ทางร้านใช้มัทฉะจาก Morihan ผู้ผลิตชาเก่าแก่ของเกียวโต เมนูต้องสั่งคือ Matcha Latte Espresso (เพิ่มช็อตกาแฟลงในมัทฉะลาเต้) กับ Dirty Matcha ส่วนสาย no-sugar ก็มี Matcha Latte แบบไม่ใส่ไซรัปให้ รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่ามัทฉะเนียนนุ่ม บาลานซ์ดี ไม่หวานเลี่ยน มีกลิ่นอูมามิตามหลัง ฝั่งกาแฟใช้เมล็ด single origin คัดจากโรงคั่วทั่วญี่ปุ่น โปรไฟล์ชัดและซับซ้อน ใครชอบเย็น ๆ มี Cold Brew ให้ และมีเมนูเฉพาะสาขานี้อย่าง Kumo Latte ที่ใช้ครีมมะพร้าวแทนนมแต่งกลิ่นใบเตยให้กลิ่นอายไทย ถ้าหิวลองสั่ง Anko Toast ขนมปังหนานุ่มปิ้งกับถั่วแดงกวนและเนยที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์
ราคาอยู่ช่วงประมาณ 100–250 บาทต่อคน Matcha Latte Espresso ราว 180 บาท เอสเพรสโซ 100 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับ specialty จากญี่ปุ่น พนักงานพูดอังกฤษได้คล่อง มีเมนูอังกฤษ ต่างชาติสั่งสบาย เปิดทุกวันราว 08:00–17:00 ข้อควรรู้คือพื้นที่นั่งไม่ได้เยอะมากและไม่มีที่จอดรถ มาด้วย BTS สะดวกสุด ใครติดใจซื้อเมล็ด ดริปแบ็ก และอุปกรณ์ชงกลับไปชงเองที่บ้านได้ ตามคอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่ากาแฟดีใคร ๆ ก็ชงได้ทุกที่
Kaizen Coffee Co.
ถ้าให้แนะนำคาเฟ่กาแฟจริงจังย่านเอกมัยสักร้าน Kaizen Coffee Co. คือชื่อต้น ๆ ที่คอกาแฟพูดถึงกันมานานตั้งแต่ปี 2015 ร้านเปิดโดยเพื่อนสามคนที่ไปซึมซับวัฒนธรรมกาแฟสไตล์ออสเตรเลียมา เดิมอยู่ในตึก Tai Ping Tower แล้วย้ายมาอยู่สุดถนนเอกมัย (ซอยสุขุมวิท 63) เป็นอาคารกระจกสองชั้นทรงกรีนเฮาส์ตรงข้าม C Ekkamai เหมาะมากกับสายที่อยากได้กาแฟดี ๆ บวกมื้อเช้า-บรันช์เต็มจาน ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปอย่างเดียว
เมนูที่ต้องสั่งคือ Flat White ที่หลายรีวิวบอกตรงกันว่าไมโครโฟมเนียนนุ่ม ช็อตกลมไม่ขม กับ Nitro Cold Brew กาแฟอัดไนโตรเจนที่ Kaizen เป็นเจ้าแรก ๆ ในไทยที่ทำ กดออกจากแท็ปเป็นฟองครีมเหมือนเบียร์ดำ ดื่มแล้วนุ่มลื่น ฝั่งอาหารห้ามพลาด Breakfast Burger เบคอน ชีส ไข่ดาว จัดเต็ม และของหวานซิกเนเจอร์อย่าง Matcha Lava Cheesecake ที่ผ่าออกมาแล้วไหลเยิ้มเป็นมัทฉะ ใครชอบบรันช์ลองเมนูไข่อย่าง Eggs Benedict แซลมอนรมควัน หรือ Miso Scrambled Eggs ก็ทำได้ดี
บรรยากาศร้านโปร่ง กระจกสูงจรดเพดาน โทนไม้โอ๊กกับอิฐเทาเข้ม นั่งสบาย แสงสวยทั้งวัน รีวิวส่วนใหญ่ชมว่า "ทุกอย่างลงตัว บรรยากาศดี อาหารดี กาแฟดี" ข้อสังเกตที่หลายคนพูดถึงคือราคาค่อนข้างพรีเมียม กาแฟเริ่มราว 130 บาท จานบรันช์อยู่ช่วง 295–395 บาท ถือว่าตามมาตรฐานคาเฟ่สเปเชียลตี้ย่านนี้ ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะและที่จอดรถจำกัด มาเช้าหน่อยจะสบายกว่า
ที่ร้านยอดนิยมเพราะจับจุดคนเอกมัยได้พอดี คือกาแฟคุณภาพจริง ชงแบบใส่ใจรายละเอียด บวกอาหารทำสดในครัว ขนมปังและเค้กอบเอง เปิดทุกวัน 07:30–16:30 เดินทางง่ายจาก BTS เอกมัย ต่อวินหรือรถเข้าซอยอีกนิด เป็นจุดนัดมื้อเช้าหรือนั่งทำงานเงียบ ๆ หนีความวุ่นวายของสุขุมวิทได้ดี
Flat + White Cafe
ถ้าใครเล่นโซเชียลแล้วเคยเห็นคาเฟ่สีขาวล้วนที่มีบันไดโค้งสวยจนคนต่อคิวถ่ายรูปกันทั้งวัน นั่นแหละคือ Flat+White Cafe ร้านนี้เริ่มต้นจากตึก Tai Ping Tower ฝั่งเอกมัย ซอย 26-28 ก่อนจะย้ายมาอยู่ตึกเดี่ยวทรง "กล่องนม" สูง 5 ชั้น ในซอยธารารมณ์ 2 ที่เชื่อมระหว่างทองหล่อ 19 กับเอกมัย คอนเซ็ปต์ทั้งร้านเล่นกับภาพชั้นนมที่ค่อย ๆ ไหลลงบนกาแฟ ผนังเป็นคลื่นโฟมนมที่ออกแบบโดย Context Studio เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้ทั้งกาแฟดีและมุมถ่ายรูปสวยในที่เดียว
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือ Flat white ที่เป็นชื่อร้าน นมเนียนรสกลมกล่อม กับกาแฟไนโตรเจนที่เทออกมาเป็นฟองนุ่มเหมือนเบียร์ ใครชอบหวานสดชื่นต้องลอง Strawberry Melon Milk (ราคาราว 150 บาท) นมปั่นเย็นกลิ่นเมลอนหอม ๆ ส่วนสายของหวานพลาดไม่ได้กับแครอทเค้ก (170 บาท) ที่หลายรีวิวบอกว่าเนื้อชุ่มไม่แห้ง และเชคที่ใช้ไอศกรีม Guss Damn Good ของเด่นอีกอย่างคือ Dirty กับ Mel+Ple Iced Latte ที่ใส่ครีมเมเปิล ฝั่งของคาวมีตั้งแต่เฟรนช์โทสต์ผลไม้ ไปจนถึงเอ้กเบเนดิกต์และสปาเกตตีกุ้ง เผื่อใครอยากนั่งยาวกินมื้อจริง
บรรยากาศข้างในเพดานสูง แสงธรรมชาติเข้าเยอะ มีที่นั่งหลายชั้น แอร์เย็น มี Wi-Fi เลยเหมาะทั้งนั่งทำงานและนัดเพื่อน เสียงจากรีวิวจริงชมพนักงานว่าคุยเก่งอัธยาศัยดี กาแฟคุณภาพคุ้มราคา ราคาเครื่องดื่มอยู่ที่ราว 120-170 บาท ถือว่ามาตรฐานย่านทองหล่อ-เอกมัย ที่ร้านได้คะแนน Google 4.6 จากรีวิวเกือบ 400 รายการ การันตีความนิยม
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิด 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ปิดวันพุธ ครัวรับออเดอร์สุดท้าย 5 โมง กาแฟ 5 โมงครึ่ง ที่จอดรถหน้าร้านมีแค่ 2-3 คัน (จอดเพิ่มได้ที่ Park 19 Hotel) และตัวร้านเดินจาก BTS ทองหล่อค่อนข้างไกล แนะนำนั่งวินหรือขับรถมาเอง ถ้ามาช่วงเช้าคนจะยังไม่เยอะ ได้มุมถ่ายรูปบันไดสวย ๆ แบบสบาย ๆ
House of Susan Croissant
House of Susan Croissant คือบ้านสีขาวสไตล์คอตเทจหลังเล็กในซอยเอกมัย 24 (สุขุมวิท 63) ที่กลายเป็นหมุดหมายของคนสายครัวซองต์ จุดขายคือ "อบสดทุกชิ้น เมื่อสั่งถึงค่อยเข้าเตา" หน้าร้านมีกระจกให้เห็นครัวที่กำลังขึ้นรูปแป้งกันสด ๆ ใครเดินเข้ามาก็จะได้ครัวซองต์ที่ยังอุ่น ๆ หอม ๆ เนื้อกรอบนอกนุ่มใน เหมาะกับคนชอบเบเกอรีทำมือที่ไม่ได้อบทิ้งไว้ทั้งวัน รวมถึงสายคาเฟ่ที่อยากนั่งชิลในมุมเงียบ ๆ ของเอกมัย
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือมินิครัวซองต์ไส้แน่น โดยเฉพาะ "ไข่เค็มลาวา" ที่ไส้ไหลเยิ้มเค็มมัน กับ "ทรัฟเฟิลครีม" กลิ่นหอมเข้มสำหรับคนชอบรสจัด ส่วนสายหวานอมเปรี้ยวต้องลอง "ราสป์เบอร์รีลิ้นจี่" ที่รีวิวจริงบอกว่าครีมคัสตาร์ดเนียนนุ่ม รสหวานตัดเปรี้ยวกำลังดี อีกพระเอกคือ Frido หรือโครนัท (โดนัทที่ทำจากแป้งครัวซองต์) ทั้งไส้อัลมอนด์ครีมและเบคอนเห็ดครีม กัดแล้วได้เลเยอร์แป้งกรอบ ๆ พร้อมไส้แน่น ๆ เป็นเมนูหาทานยากที่หลายคนตั้งใจมาเพื่อสิ่งนี้
ราคาเริ่มต้นย่อมเยาราว 35 บาทสำหรับมินิครัวซองต์ ไปจนถึงหลักร้อยต้น ๆ สำหรับ Frido ไส้พรีเมียม เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 100–250 บาท ร้านเปิดเช้าตั้งแต่ 07:00 ไปจนถึงราว 18:30 (เสาร์ปิดเร็วกว่าเล็กน้อย) เดินทางง่ายจาก BTS เอกมัย แล้วเข้าซอยเอกมัย 24 ร้านอยู่หลังที่สองทางขวา มีที่จอดรถหน้าร้าน คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ 4.1 จากผู้รีวิวกว่า 60 ราย และเพจ Instagram มีผู้ติดตามหลักหมื่น สะท้อนว่าเป็นร้านที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นจริง
ข้อควรรู้: เพราะอบสดเมื่อสั่ง บางช่วงต้องรอคิวประมาณ 10–30 นาที ถ้ามาวันหยุดหรือช่วงบ่ายคนเยอะควรเผื่อเวลา ที่นั่งชั้นล่างมีจำกัด และร้านรับเฉพาะเงินสด แนะนำให้มาเช้าหน่อยจะได้ของครบและไม่ต้องรอนาน เมนูบางตัวเป็นซีซันนัลหมุนเวียน เช็กเพจก่อนมาได้เลย
PACAMARA Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab (Thonglor 25)
PACAMARA Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab สาขาทองหล่อ 25 คือเรือธงของแบรนด์กาแฟ specialty สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากเชียงใหม่ ตัวร้านเป็นบ้านสองชั้นสีขาวตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยทองหล่อ 25 (สุขุมวิท 55) แบ่งเป็นโซนคาเฟ่กับ Specialty Coffee Lab ที่เปิดสอนคลาสกาแฟจริงจัง เหมาะกับคนรักกาแฟที่อยากดื่มของดีคั่วเอง สายนั่งทำงานยาว ๆ และคนที่อยากหามุมเงียบ ๆ หลบความวุ่นวายของทองหล่อ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกลุ่ม signature dirty อย่าง Murasaki Dirty ที่ใช้เผือกญี่ปุ่นนวลหอม กับ Monburan Caffe Latte ที่ได้แรงบันดาลใจจากเค้กมงต์บลังค์ ผสมเกาลัดคั่วญี่ปุ่นกับครีมเกาลัด หวานละมุนกำลังดี เบสกาแฟทั้งหมดมาจากเฮาส์เบลนด์ที่ร้านคั่วเอง รสเข้มแน่นเต็มแก้วตามรีวิว ใครชอบของแปลกลองสั่ง Snow Cold Brew ที่เป็นกาแฟเจลลี่ราดนมเกล็ดน้ำแข็งแล้วเทช็อตเอสเพรสโซทับ ส่วนสายของหวานมี Very Berry แพนเค้กชาเขียวที่รีวิวบอกว่าเนื้อนุ่มหนึบบาลานซ์ดีมาก
เรื่องราคา เครื่องดื่มเอสเพรสโซเริ่มราว 95 บาท สโลว์บาร์ราว 120 บาท แพนเค้กราว 220 บาท ถือว่าอยู่ในเรตคาเฟ่ specialty ย่านทองหล่อ บรรยากาศชั้นล่างเปิดโล่งมีเคาน์เตอร์กาแฟใหญ่ แสงธรรมชาติเข้าผ่านกระจกบาน ส่วนชั้นบนเป็นโซนโซฟานั่งสบาย เงียบ มีปลั๊กให้ เหมาะนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือยาว ๆ มีที่จอดรถหน้าร้านราว 5-6 คัน
ที่ร้านนี้ยอดนิยมเพราะเป็นทั้งคาเฟ่ที่จริงจังเรื่องคุณภาพเมล็ดและเป็นสถาบันสอนกาแฟในตัว ผู้ก่อตั้งเป็นเทรนเนอร์กาแฟที่ได้รับการรับรองระดับสากล ข้อควรรู้คือร้านอยู่ลึกในซอยต้องเดินเข้าไปหน่อย เสาร์-อาทิตย์ช่วงสายคนเยอะที่จอดเต็มเร็ว และเวลาเปิดหลักคือช่วงกลางวันถึงเย็น แนะนำเช็กเวลาก่อนไปถ้าตั้งใจมาเย็น ๆ
🍢 อยากชิมหลายคาเฟ่ในทริปเดียว? ลองฟู้ดทัวร์หรือคลาสทำอาหาร
ถ้ามีเวลาน้อยแต่อยากชิมให้ครบหลายร้าน ฟู้ดทัวร์มีไกด์พาเดินกินเป็นทางเลือกที่สบายกว่าไล่หาเอง โดยเฉพาะทัวร์เดินกินย่านสุขุมวิทที่ไกด์จะพาแวะร้านดังและเล่าเรื่องอาหารให้ฟัง ไม่ต้องลุ้นว่าร้านไหนอร่อย · ใครอยากลงมือทำเอง คลาสทำอาหารไทยหรือเวิร์กช็อปกาแฟก็สนุก ได้เรียนกับมือโปรแล้วได้กินฝีมือตัวเอง · จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้ มีให้เลือกหลายแบบทั้งครึ่งวันและเต็มวัน เทียบราคาและรีวิวก่อนจอง
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย กรุงเทพฯ
หลายคาเฟ่อยู่ในซอยลึกของทองหล่อ-เอกมัยที่ BTS ไปไม่ถึงตรง ๆ · ลง BTS ทองหล่อหรือเอกมัยแล้วเดินเข้าซอยถึงหลายร้าน หรือเรียก Grab สะดวกสุดและเห็นราคาก่อนกด · ในซอยเดียวกันแนะนำเดินเอา เพราะร้านอยู่ใกล้กันและรถมักติดช่วงเย็น
คาเฟ่ specialty ในย่านนี้ส่วนใหญ่รับบัตรและพร้อมเพย์ (QR) ได้ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะเหมือนสตรีทฟู้ด · แต่ร้านเล็ก ๆ หรือรถเข็นหน้าปากซอยบางเจ้ายังรับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้บ้างก็อุ่นใจ
เสาร์-อาทิตย์และช่วงบ่ายคนเต็มร้าน โดยเฉพาะร้านบรันช์อย่าง Roast และร้านที่นั่งจำกัด · ไปช่วงเช้าวันธรรมดาจะได้ที่นั่งสบายกว่าและบรรยากาศเงียบ · ร้านครัวซองต์อย่าง House of Susan อบเป็นรอบ มาเช้าหน่อยจะได้ของครบไม่ต้องรอ
คาเฟ่ในไทยไม่มีธรรมเนียมทิปบังคับ จ่ายตามบิลได้เลย · บางร้านที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะอาจมีค่าบริการรวมในบิลแล้ว ลองดูใบเสร็จก่อน · ถ้าประทับใจบาริสต้าจะหยอดเศษเงินทอนลงกล่องทิปไว้ก็ถือเป็นน้ำใจ
คาเฟ่ย่านทองหล่อ-เอกมัยรับลูกค้าต่างชาติเยอะ เมนูส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษและบาริสต้าหลายคนสื่อสารอังกฤษได้ · ศัพท์กาแฟอย่าง flat white, single origin, cold brew ใช้ได้ตรงตัว สั่งง่ายไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา
ร้านในย่านนี้ดีไซน์สวยและคนนิยมมาถ่ายรูป ส่วนใหญ่ถ่ายได้ตามปกติ · แต่ช่วงร้านแน่นควรถ่ายเร็ว ๆ ไม่จับจองมุมนาน เผื่อที่ให้คนอื่น และถ้าจะถ่ายติดลูกค้าโต๊ะอื่นหรือพนักงาน ขออนุญาตก่อนจะสุภาพกว่า
💡 วางแผนคาเฟ่ฮอปทองหล่อ-เอกมัยให้คุ้มในวันเดียว
ย่านนี้ร้านอยู่ใกล้กันจนเดินไล่ได้สบาย ถ้าจัดเส้นทางดี ๆ วันเดียวก็แวะได้หลายร้าน · โซน The Commons ทองหล่อ ซอย 17 เริ่มเช้าด้วยกาแฟ Roots แล้วต่อบรันช์ยาว ๆ ที่ Roast ได้ในตึกเดียว เดินไม่ต้องย้ายที่ · โซนทองหล่อตอนใน แวะ Kurasu จิบมัทฉาเกียวโต แล้วเลยไป PACAMARA ทองหล่อ ซอย 25 ลองกาแฟ Dirty กับเมนูเผือก Murasaki · โซนเอกมัย รวม Phil Coffee, One Ounce for Onion (เอกมัย ซอย 12), Ink & Lion (เอกมัย ซอย 2) และ Kaizen ปิดท้ายของหวานที่ House of Susan Croissant เอกมัย ซอย 24 · ร้านกาแฟ specialty หลายเจ้าเสิร์ฟดริปทีละแก้วใช้เวลาหน่อย ถ้าไม่รีบจะได้อรรถรสกว่า และร้านครัวซองต์อย่าง House of Susan อบสดเป็นรอบ บางช่วงต้องรอ เผื่อเวลาไว้นิดหนึ่ง
เที่ยวกินดื่มย่านทองหล่อ-เอกมัยให้สบาย เลือกที่พักทำเลดีติด BTS เดินไปคาเฟ่และร้านอร่อยได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ดูที่พักย่านทองหล่อ-เอกมัย →