🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิคือหนึ่งในย่านที่พลุกพล่านที่สุดของกรุงเทพฯ เป็นทั้งฮับรถตู้-รถเมล์ที่วิ่งไปทั่วกรุงและปริมณฑล มี BTS สายสีลม-สุขุมวิทตัดผ่าน แถมยังเป็นย่านโรงพยาบาลใหญ่อย่างราชวิถี รามาธิบดี เด็ก และพระมงกุฎเกล้า ทำให้มีคนหมุนเวียนตลอดทั้งวัน แต่พอเลี้ยวเข้าซอยรางน้ำหรือราชวิถีปุ๊บ บรรยากาศเปลี่ยนไปเลย เต็มไปด้วยคาเฟ่เล็ก ๆ สไตล์โฮมมี่ ร้านกาแฟ specialty ที่คั่วเมล็ดเอง และร้านออลเดย์เบรกฟาสต์ที่เปิดยาวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เหมาะทั้งคนมานั่งทำงาน คนรอญาติหน้าโรงพยาบาล หรือนักท่องเที่ยวที่แวะพักระหว่างต่อรถ
ในลิสต์นี้มีทั้งร้านที่กลายเป็นตำนานของย่านและร้านเปิดใหม่ที่คนแห่ไปเช็กอิน อย่าง Kay's Boutique Breakfast ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2016 บนถนนรางน้ำ จนกลายเป็นเชนคาเฟ่เบรกฟาสต์ที่มีหลายสาขาทั่วกรุง ด้วยเมนู French Toast ในตำนาน ส่วนสายมัทฉะห้ามพลาด Peace Oriental Teahouse ที่ King Power รางน้ำ ร้านชาญี่ปุ่นที่คนยกให้เป็นเบอร์ต้น ๆ เรื่องไอศกรีมมัทฉะเข้ม ใครชอบกาแฟจริงจังก็มี Little Giant ที่ใช้เมล็ดจาก Port Coffee ท่าเตียน และ Samran Samruad ที่คั่วเองในร้าน เลือกได้ตั้งแต่คั่วอ่อนยันเข้ม ลองไล่กินทีละร้านแล้วจะรู้ว่าย่านนี้เป็นสวรรค์ของคนติดคาเฟ่จริง ๆ
Kay's Boutique Breakfast (รางน้ำ)
ถ้าอยากได้มื้อเช้าสไตล์ฝรั่งสวย ๆ ใจกลางเมืองแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ Kay's Boutique Breakfast ในซอยรางน้ำคือชื่อที่คนพูดถึงกันมานาน ร้านนี้เกิดจากพี่น้องเจ้าของ K Maison Boutique Hotel ที่อยากมีคาเฟ่อาหารเช้าจริงจังในย่านที่แทบไม่มีร้านเบรกฟาสต์ดี ๆ เลย จุดขายคือมุมถ่ายรูป "อุโมงค์ดอกไม้-ผีเสื้อ" สีชมพูหวานที่ทำจากช่อหมีเป็นพัน ๆ ช่อ เลยกลายเป็นร้านที่สายถ่ายรูปกับคนชอบออลเดย์เบรกฟาสต์ต้องแวะ เหมาะกับคนที่อยากนัดเพื่อนกินมื้อสายชิล ๆ หรือมาก่อนไปทำธุระแถวโรงพยาบาลราชวิถี-รามาฯ-เด็ก
เมนูที่ทุกคนพูดถึงเป็นเสียงเดียวคือ Ultimate French Toast โทสต์โฮมเมดกรอบนอกนุ่มใน หอมเนยกับกลิ่นคาราเมล มากับกล้วย ครีมอัลมอนด์ และเบคอนกรอบด้านบน หลายรีวิวยกให้เป็นตัวชูโรงจริง ๆ ส่วนของคาวลองได้ Egg Benedict, The Hulk และ Truffle Aglio e Olio ที่พรีเซนต์สวยทุกจาน ความจริงใจคือรีวิวไม่ได้ชมหมด บางคนบอกว่าของคาวรสไม่จัด ต้องปรุงเกลือพริกไทยเพิ่มเอง และซอสทรัฟเฟิลกลิ่นเบากว่าที่คาดหวัง แต่ของหวานอย่างเฟรนช์โทสต์กับแพนเค้กแทบทุกคนเห็นตรงกันว่าอร่อย
ราคาเป็นแนวราคาฝรั่ง จานหลักส่วนใหญ่อยู่ราว 250–500 บาทต่อคน หลายรีวิวบอกตรง ๆ ว่าแพงเมื่อเทียบพอร์ชัน แต่ก็แลกกับบรรยากาศและมุมรูป บรรยากาศร้านเป็นคาเฟ่เล็ก โทนขาว-หินอ่อน โปร่งสบาย มีครัวเปิดให้เห็น บริการดูแลดี ข้อควรรู้คือร้านค่อนข้างเล็กและที่จอดรถมีแค่ 2–3 คัน มาช่วงวันหยุดคนเยอะ แนะนำนั่ง BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วเดินเข้าซอยราว 600 เมตรสะดวกกว่า
เวลาเปิดคือ 6:30–16:00 น. เกือบทุกวัน ยกเว้นวันอังคารปิดเที่ยง (6:30–12:00) ใครเป็นสายมื้อเช้าตัวจริงมาเช้าได้เลย คะแนน Google อยู่ราว 4.1 จากรีวิวหลักหลายร้อย สะท้อนว่าเป็นร้านยอดนิยมที่คนกลับมาถ่ายรูปและกินเฟรนช์โทสต์ซ้ำ ถ้ามาย่านนี้แล้วอยากได้มื้อเช้าที่ทั้งอิ่มทั้งได้รูปสวย ที่นี่คือหมุดแรกที่ควรปักไว้
Other Café (รางน้ำ)
ถ้าเดินเข้าซอยรางน้ำแล้วเห็นร้านผนังปูนเปลือยกับชั้นวางที่มีรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นดังตั้งโชว์ นั่นแหละ Other Café ร้านนี้เดิมเป็นร้านขายรองเท้ามาก่อน เจ้าของเลยจับคาแรกเตอร์นั้นมาทำเป็นคาเฟ่สายกาแฟ specialty ที่ตกแต่งสไตล์ minimal rustic ปูนขัดโทนเทา แสงธรรมชาติลอดผ่านบล็อกแก้ว มีงานเหล็กดัดห้อยกลางร้านเป็นซิกเนเจอร์ เหมาะกับคนสายคาเฟ่ที่ชอบร้านนิ่ง ๆ ถ่ายรูปสวย และคอกาแฟที่อยากลองเมนูแปลกจากที่อื่น อยู่ห่าง BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ราว 500 เมตร เดินได้สบายถ้าไม่ร้อนมาก
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Cold Brew Tropical Fruit (ราว 130 บาท) โคลด์บรูว์ผสมผลไม้เมืองร้อน เปรี้ยวอมหวานสดชื่น เหมาะกับอากาศกรุงเทพฯ มาก ส่วนกาแฟนมชื่อเก๋ตามรุ่นรองเท้าอย่าง Jordan เป็นกาแฟนมผสมชาไทย หอมกลิ่นชา เติมความหวานเองได้ตามชอบ, Dirty เอสเพรสโซ่เข้ม ๆ ราดนมเย็น และเมนู yuzu+โทนิกที่ซ่าติดปลายลิ้น ใครสายกาแฟดำจริงจังก็เลือกวิธีชงได้หลายแบบทั้ง Drip, Syphon, Chemex ส่วนของกินเล่นมีเบนเยต์ (แป้งทอดโรยน้ำตาลไอซิ่ง) กับครัวซองต์แฮมชีสที่รีวิวบอกว่ากรอบนอกนุ่มใน ชีสเยิ้มตอนเสิร์ฟใหม่
รีวิวจริงบน Wongnai ให้คะแนนราว 4.2 ชมเรื่องการตกแต่งกับบริการที่ดูแลดี กาแฟรสใช้ได้ แต่ก็มีติงตรง ๆ ว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ และที่นั่งในร้านมีจำกัด ช่วงคนเยอะอาจต้องรอโต๊ะ อีกข้อที่ควรรู้คือหลายรีวิวระบุว่าร้านรับเงินสดเป็นหลัก พกเงินสดไปเผื่อไว้จะสบายใจกว่า
ราคาต่อคนอยู่ราว 101–250 บาท เปิดทุกวันประมาณ 08:00–18:00 น. ทำเลถือว่าดีสำหรับคนแถวโรงพยาบาลราชวิถี-รามาฯ-พระมงกุฎ หรือคนที่มาต่อรถตู้แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วอยากหามุมนั่งพักจิบกาแฟก่อนเดินทางต่อ ที่ร้านดังเพราะได้ทั้งกาแฟ specialty มุมถ่ายรูปชิค ๆ และคอนเซ็ปต์รองเท้าที่ไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไปในย่าน จนต่อยอดไปเปิดสาขาที่ Mahanakhon และ The Mercury Ville ด้วย
Peace Oriental Teahouse (King Power รางน้ำ)
ถ้าคุณเป็นสายมัทฉะตัวจริง คนย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ มักจะพูดถึง Peace Oriental Teahouse สาขา King Power รางน้ำ เป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้ไม่ใช่คาเฟ่ชาเขียวทั่วไป แต่เป็นทีเฮ้าส์ที่เอาจริงเรื่องเกรดของใบชา คัดมัทฉะ โฮจิฉะ และชาจีน-ญี่ปุ่นมาชงแบบพิถีพิถัน ตั้งอยู่ชั้น 1 โซนโดมกระจกของ King Power รางน้ำ เดินจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ราว 550 เมตร เหมาะกับคนที่อยากหลบความวุ่นวายของย่านมานั่งจิบชาเงียบ ๆ หรือแวะพักหลังเดินช้อป
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Clear Matcha กับ Pastel Matcha สองตัวนี้คือคนละคาแรกเตอร์กัน Clear Matcha จะได้กลิ่นชาแท้ ๆ อูมามิออกโทนถั่วคั่ว ส่วน Pastel Matcha เป็นมัทฉะลาเต้นมสดที่ละมุนขึ้น ดื่มง่ายกว่า ใครชอบเข้ม ๆ หลายคนบอกให้ลอง Matcha Extremist ไอศกรีมมัทฉะเข้มข้นเคลือบโกโก้ดำ ตัวนี้แหละที่หลายรีวิวยกให้เป็นพระเอกของร้าน ส่วนสายไม่ทานมัทฉะก็มี Clear Houjicha ชาโฮจิฉะคั่วหอม ๆ ให้เลือก
เสียงจากรีวิวจริงค่อนไปทางชม บอกว่ามัทฉะหอม เข้ม แต่ไม่ขมฝาดหรือเฝื่อนคอ ความหวานกำลังดี ได้รสชาแท้จริง ๆ บรรยากาศเป็นแนวมินิมอลญี่ปุ่น โต๊ะไม้ นั่งสบาย มีแอร์เย็น ปลั๊กไฟ และ Wi-Fi ฟรี เหมาะนั่งทำงานหรือนั่งเล่นยาว ๆ ข้อสังเกตที่หลายคนพูดถึงคือมี VAT และ service charge บวกเพิ่ม และช่วงวันหยุดคนเยอะพอสมควร ที่นั่งอาจต้องรอ
ราคาต่อหัวประมาณ 101-250 บาท เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อยู่ราว 145 บาท ส่วนของหวานพิเศษอย่าง Matcha Extremist ขยับไปถึง 285 บาท ถือว่าเป็นราคาของทีเฮ้าส์พรีเมียม ที่ร้านยังมีผงมัทฉะและใบชาขายกลับบ้านด้วย เวลาเปิดประมาณ 10:30-19:30 (บางวันเปิดถึง 20:00) ถ้าคุณมองหาที่จิบชาเขียวคุณภาพในย่านนี้ ร้านนี้คือหมุดที่ควรปักไว้
Chibi Chibi Cafe & Atelier
Chibi Chibi cafe & atelier คือคาเฟ่เล็ก ๆ ในซอยศรีอยุธยา 2 ปากทางถนนรางน้ำ เดินจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ราว 10 นาที เป็นร้านซ่อนตัวสไตล์ญี่ปุ่นผสมนิวยอร์ก โต๊ะไม้ยาวตัวใหญ่ ชั้นวางแผ่นเสียงกับซีดี มีหนังสือให้หยิบอ่าน ปลั๊กครบ Wi-Fi พร้อม จนกลายเป็นที่โปรดของสายนั่งทำงานทั้งวันและกลุ่มเพื่อนที่มา cafe hopping ย่านรางน้ำ ใครมองหามุมเงียบ ๆ นั่งพักหลังเดินโรงพยาบาลราชวิถี-รามาฯ-เด็ก หรือรอรถตู้แถวอนุสาวรีย์ ร้านนี้ลงตัว
เมนูที่ต้องสั่งคือ French Toast with Fruits & Honey (ราว 175 บาท) ขนมปังหมักข้ามคืนแบบโฮมเมด เนื้อในเบาโปร่งกว่าขนมปังทั่วไป ราดน้ำผึ้งแล้วโปะผลไม้เปรี้ยว ๆ อย่างเสาวรส กีวี บลูเบอร์รี ตัดหวานได้กำลังดี อีกจานที่รีวิวชอบพูดถึงคือ Soldiers ขนมปังจิ้มไข่ลวกกับชีสสมุนไพร ส่วนสายกินจริงจังมีพาสตาทำเอง คาโบนาราและสปาเกตตีชอริโซโฮมเมด กาแฟลาเต้ร้อนคนชมเยอะ และชาเบลนด์แบรนด์ Mali's Ateli ที่เจ้าของเบลนด์เอง เป็นลูกเล่นที่หาที่อื่นยาก
เสียงจากรีวิวจริงค่อนไปทางบวก หลายคนบอกว่าบรรยากาศน่ารัก อบอุ่น กาแฟดี ขนมอร่อย เหมาะนั่งยาว ๆ ส่วนอาหารจานหลักมีทั้งคนชมมากและคนบอกว่าพอได้ ขึ้นกับจาน ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือพนักงานน้อย ช่วงคนเยอะอาจต้องรออาหารสักหน่อย ราคาต่อคนประมาณ 150-300 บาท จ่ายเงินสดเป็นหลัก
ข้อควรรู้: ร้านสาขารางน้ำมีข่าวว่ากำลังปรับตัวไปทางออนไลน์ ก่อนไปแนะนำให้เช็กสถานะล่าสุดจากเพจ Facebook หรือโทรถามที่ 098-743-8905 กันพลาด เวลาเปิดที่เคยแจ้งไว้คือจันทร์-ศุกร์ 10:00-20:00 เสาร์-อาทิตย์ 9:00-21:00 (บางช่วงหยุดอังคาร) ที่ร้านดังเพราะเป็นคาเฟ่ทำงานย่านรางน้ำที่หายากทั้งเงียบ ทั้งอาหารโฮมเมดตั้งใจทำ และมีคาแรกเตอร์ zakka ญี่ปุ่นที่คนถ่ายรูปติดใจ
Samran Samruad Coffee Roaster
ถ้าเดินออกจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งเซ็นจูรี่แล้วเลี้ยวเข้าซอยราชวิถี 9 จะเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่คั่วเมล็ดเองในร้านชื่อ "สำราญ สำรวจ" (Samran Samruad Coffee Roaster) ร้านนี้เหมาะกับสายกาแฟที่อยากลองเมล็ดหลายแบบในที่เดียว เพราะเจ้าของวางตัวเป็นเหมือนคนพา "สำรวจ" รสกาแฟ มีทั้งคั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม และเบลนด์ไทย-โคลอมเบียให้เลือก ใครทำงานแถวโรงพยาบาลราชวิถี รามาฯ เด็ก หรือพระมงกุฎ แล้วอยากได้แก้วดี ๆ ก่อนเข้างานหรือช่วงพักเที่ยง ที่นี่แวะง่ายมาก
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Sunrise ที่เอาน้ำส้มผสมน้ำมะนาว น้ำผึ้ง แล้วท็อปด้วยช็อตเอสเพรสโซ่ ได้รสเปรี้ยวสดชื่นตัดกับกาแฟ เป็นแก้วที่เหมาะกับอากาศร้อน ๆ ส่วนสาย fizzy ก็มีกาแฟโซดาซ่า ๆ ให้ลอง ใครชอบทางคลาสสิกก็มีลาเต้เย็น อเมริกาโน่ และ dirty coffee ให้สั่ง เมล็ดที่รีวิวชอบพูดถึงมีทั้งตัวคั่วกลางโทน dark choc & nutty และตัวคั่วกลาง-อ่อนโทน fruity & choc เลือกได้ว่าอยากดื่มแนวไหน มีเค้กและขนมหลายอย่างให้จับคู่ด้วย
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟหอม สดชื่น รสเมล็ดชัด และบาริสต้าตั้งใจชงดี บรรยากาศร้านโทนสีนุ่มสบายตา มีมุมโชว์เครื่องปั้นดินเผา-เซรามิกเพิ่มความน่ารัก แต่ก็มีบางเสียงที่บอกว่ารสกลาง ๆ ไม่ได้ต่างจากร้านทั่วไปมาก และที่นั่งค่อนข้างจำกัด เพราะเป็นร้านโรสเตอร์เล็กที่เน้นซื้อกลับหรือแวะเร็ว ๆ ราคาเครื่องดื่มอยู่ในช่วงหลักหน่วยถึงต่ำกว่าร้อยบาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับทำเลใจกลางเมือง
ทำเลถือว่าสะดวกมากสำหรับย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่เป็นฮับรถตู้-รถเมล์และมี BTS อยู่ใกล้แค่ราว 350 เมตร ออกทางออกฝั่งเซ็นจูรี่แล้วเดินเข้าซอยราชวิถี 9 นิดเดียว เวลาเปิดตามข้อมูลร้านคือช่วงเช้าถึงบ่าย (ประมาณ 10:30–16:30 วันธรรมดา และถึงราว 17:00 เสาร์-อาทิตย์ บางช่วงเปิดเช้ากว่านั้น) ข้อควรรู้คือร้านเล็ก ที่นั่งไม่เยอะ ถ้าอยากได้มุมนั่งชิลควรมาช่วงที่คนไม่แน่น และถ้าอยากสั่งเค้กเป็นพิเศษโทรจองล่วงหน้าที่เบอร์ร้านได้
🛏️ ที่พักย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ-รางน้ำ
อยากไล่คาเฟ่ทั้งซอยรางน้ำและราชวิถีแบบไม่ต้องรีบ พักแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ-ราชเทวีคือเลือกที่คุ้ม เดินถึง King Power และซอยรางน้ำ ต่อ BTS ไปสยาม-สุขุมวิทได้เร็ว แถมเป็นฮับรถตู้ที่วิ่งไปทั่วกรุงและต่างจังหวัด เช็กราคาห้องช่วงที่คุณจะไป แล้วจองล่วงหน้าไว้ก่อนได้เลย
Double U Coffee and Bakery (รางน้ำ)
Double U Coffee and Bakery คือคาเฟ่เบเกอรีสองชั้นในซอยรางน้ำ ตรงข้าม Ideo Mobi รางน้ำ ห่างจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ เดินไม่กี่นาที เป็นร้านที่คนย่านนี้แวะซ้ำบ่อยเพราะได้ทั้งกาแฟดี ขนมอบสด และมีมื้อเช้าสไตล์ฝรั่งให้นั่งกินยาว ๆ เหมาะกับคนทำงานแถวโรงพยาบาลราชวิถี-รามาฯ-พระมงกุฎที่อยากหามุมสงบ ๆ นั่งอ่านหนังสือหรือทำงาน หน้าร้านสีน้ำเงินกรมท่าเด่นสะดุดตา ข้างในโทนน้ำตาลอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ อารมณ์คล้ายคาเฟ่เกาหลี มีที่จอดรถในซอยข้าง ๆ ด้วย
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือ Coconut Latte กาแฟคั่วกลางท็อปมะพร้าวคั่ว หอมกลิ่นมะพร้าวคั่วชัด ตัดกับกาแฟได้ลงตัว ใครสายกาแฟลอง Coffee Malt Latte ที่มีกลิ่นมอลต์นัว ๆ ส่วนของกินแนะนำครัวซองต์เนยสด เปลือกกรอบร่วนไส้เนยหอม ข้าวไก่เทริยากิสำหรับคนหิวมื้อหนัก และแพนเค้กกับเฟรนช์โทสต์ที่หลายรีวิวชมว่าทำออกมาดี ขนมส่วนใหญ่เป็นโฮมเมด เมล็ดกาแฟคัดจากหลายแหล่ง งานลาเต้อาร์ตก็ทำได้สวย
ราคาเป็นกันเอง เครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ราว 70–90 บาท ครัวซองต์ราว 69 บาท เบเกอรีและมื้ออาหารไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพ หลายเสียงบอกว่า "คุ้มเกินราคา" พนักงานบริการดี เป็นกันเอง มี Wi-Fi ฟรีและปลั๊กเยอะ นั่งทำงานได้สบาย ชั้นบนโปร่งสว่างเหมาะถ่ายรูป
คะแนน Google อยู่ที่ 4.7 จากรีวิวหลายร้อย ถือว่าคนย่านรางน้ำ-อนุสาวรีย์ชัยฯ ให้การตอบรับดีมาก ข้อควรรู้คือร้านเปิดเช้า 07:30 ปิดบ่าย 16:30 ทุกวัน ใครอยากได้มื้อเช้าเงียบ ๆ มาช่วงเปิดใหม่จะได้ที่นั่งชิลกว่า ช่วงสายวันหยุดคนค่อนข้างแน่น
Let's Say Cafe : 24 Hours
ถ้าใครทำงานดึก อ่านหนังสือโต้รุ่ง หรือแค่หาที่นั่งยาว ๆ แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ ร้าน Let's Say Cafe : 24 Hours ในซอยราชวิถี 3 (ตรงข้ามสวนสันติภาพ เดินจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ราว 400 เมตร) คือชื่อที่คนย่านนี้พูดถึงกันมานาน จุดขายอยู่ที่คำว่า "24 ชั่วโมง" — เปิดยาวข้ามคืน มีทั้งโซนคาเฟ่ โซนบอร์ดเกมชั้นบน มีปลั๊กไฟทุกโต๊ะ ไวไฟฟรี แอร์เย็น เหมาะกับสายฟรีแลนซ์ เด็กมหา'ลัย และคนทำงานโรงพยาบาลแถวราชวิถี-รามาฯ-พระมงกุฎที่เลิกงานดึก
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ "เค้กมันหวานญี่ปุ่น" ราดวิปครีม เนื้อนุ่มหวานกำลังดี กินคู่กับฮอตอเมริกาโนหรือฮันนี่โทสต์ก้อนโต ส่วนใครหิวจริงจังที่นี่มีอาหารจานเดียวปริมาณเยอะทั้งข้าวราดแบบไทยและพาสต้าสไตล์ฝรั่ง อิ่มได้จริงในราคาไม่แรง เครื่องดื่มเริ่มราว 60-80 บาท อาหารจานหลักขยับขึ้นไปหน่อย เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 100-250 บาท
เสียงจากรีวิวจริงชมว่าบรรยากาศเงียบสงบ นั่งได้นานไม่มีใครไล่ กาแฟราคาย่อมเยา และเป็นร้านที่พาสัตว์เลี้ยงมาได้ ส่วนข้อควรรู้ที่หลายคนติงตรงกันคือแอร์บางมุมไม่ค่อยเย็น เก้าอี้บางตัวนั่งนาน ๆ แล้วเมื่อย และที่จอดรถในซอยมีจำกัด วันหยุดคนเยอะต้องรอ อีกเรื่องที่ควรเช็กก่อนไปคือรอบเปิด 24 ชั่วโมงจริง ๆ มักเป็นช่วงศุกร์-อาทิตย์ วันธรรมดาอาจปิดเร็วกว่านั้น แนะนำโทรถามหรือดูเพจก่อนบึ่งไปตอนตีสอง
ที่ร้านยังฮิตในหมู่คนชอบบอร์ดเกม ถ้าอยากจองโต๊ะเล่นยาว ๆ โทรจองก่อนบ่ายสี่โมงได้ รวม ๆ แล้ว Let's Say Cafe ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปสวยหรู แต่เป็นที่นั่งทำงาน-นั่งชิลราคาเป็นมิตรที่หาได้ยากในย่านนี้ โดยเฉพาะช่วงดึกที่ร้านอื่นปิดหมดแล้ว
LIBARY BKK
LIBARY BKK คือคาเฟ่ที่แอบมีสองบุคลิกในร้านเดียว กลางวันเป็นคาเฟ่และ co-working สไตล์มินิมอลกึ่งลอฟต์ ผนังชั้นวางหนังสือสีขาว เงียบและเป็นส่วนตัวมาก เหมาะกับสายนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมเงียบ ๆ มีปลั๊กและ Wi-Fi ครบ พอตกค่ำร้านก็สลับโหมดเป็นมิวสิคบาร์ ไฟโทนแดง-น้ำเงิน มีดนตรีสดและดีเจ กลายเป็นที่นั่งชิลจิบเครื่องดื่มยาว ๆ กับเพื่อน ใครที่อยากได้ที่เดียวจบทั้งทำงานตอนบ่ายและปาร์ตี้เบา ๆ ตอนดึก ที่นี่คือคำตอบ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกาแฟกลุ่ม Ice Latte และเมนูซิกเนเจอร์อย่างกาแฟส้มเย็น ที่รสไม่หวานจัด ดื่มง่าย ส่วนสายของหวานมี Flower Cake หน้าตาสวยถ่ายรูปขึ้น เข้ากับมุมถ่ายในร้านที่มีป้ายนีออน LIBARY และโฟโต้บูธหน้าร้านที่ถ่ายได้ทั้งรูปและคลิป พอเปลี่ยนเป็นบาร์ตอนกลางคืนก็มีค็อกเทลเสิร์ฟคู่กับดนตรี รีวิวส่วนใหญ่ชมบรรยากาศและทำเลว่าดี ความเห็นเรื่องกาแฟมีทั้งคนบอกโอเคและคนที่รู้สึกเฉย ๆ เลยแนะนำให้มาเพื่อบรรยากาศและมุมถ่ายรูปเป็นหลัก
ทำเลเด่นมาก อยู่ในตึก 515 Victory Complex ริมถนนพญาไท ออกจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ทางออก 4 เดินผ่าน 7-Eleven นิดเดียวก็ถึง มาด้วยรถก็มีที่จอดฟรี 2 ชั่วโมง ราคาอยู่ระดับคาเฟ่ทั่วไป ไม่แพงเกินไป คาเฟ่เปิดกลางวันประมาณ 09:00–18:00 ส่วนมิวสิคบาร์เปิดช่วงเย็นถึงเที่ยงคืน (วันบาร์ประมาณอังคาร–อาทิตย์) แนะนำเช็กเวลากับเพจร้านก่อนไปช่วงกลางคืน เพราะรอบเปิดบาร์อาจปรับตามวัน จองโต๊ะช่วงมีดนตรีสดได้ที่เพจหรือไลน์ร้าน
Little Giant
Little Giant เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ชั้นล่างของตึกแถวหน้าโครงการราชวิถี ซิตี้ รีสอร์ท ราชวิถีซอย 1 เดินจาก BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาราว 650 เมตร ร้านตกแต่งโทนไม้อบอุ่น มีโลโก้คิ้วต์ ๆ แปะบานกระจกใสหน้าร้านเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิต ที่นั่งไม่เยอะ บรรยากาศสงบแบบโฮมมี่ เหมาะกับคนที่อยากหลบความวุ่นวายของฮับรถตู้-รถเมล์แถวอนุสาวรีย์มานั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ หรือกางโน้ตบุ๊กทำงาน คนแถวโรงพยาบาลราชวิถี-รามาฯ-เด็ก-พระมงกุฎก็แวะง่าย เพราะเปิดตั้งแต่เช้าตรู่
พระเอกของร้านคือกาแฟ ใช้เมล็ดจาก Port Coffee ย่านท่าเตียน มีให้เลือกทั้งบเลนด์ Medium (Brazil+Laos) และ Little (Ethiopia) เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Dirty ที่ช็อตเข้ม ๆ ราดลงบนนมเย็น กับอเมริกาโนที่หอมกลมกล่อม สายไม่กินกาแฟก็มีเมนู Non-Coffee และมัทฉะให้เลือก จับคู่กับเบเกอรีโฮมเมด เมนูลับที่หลายคนป้ายยากันคือ Day Dreaming เค้กกล้วยหอมท็อปไอศกรีมวานิลลา เนื้อฉ่ำ หวานกำลังดี
ราคาย่อมเยา อเมริกาโนเย็นราว 85 บาท มอคค่าราว 100 บาท เครื่องดื่มส่วนใหญ่หลักไม่ถึงร้อยต้น ๆ เสียงจากรีวิวจริงชมว่ากาแฟดี ขนมอร่อย พนักงานเป็นกันเอง และราคาคุ้มค่า เป็นร้านเปิดใหม่ที่คนย่านนี้เริ่มบอกต่อ ด้วยความที่เป็นสโลว์บาร์เล็ก ๆ ทำทีละแก้ว ช่วงคนเยอะอาจต้องรอนิดหน่อย
ข้อควรรู้: ร้านเล็ก ที่นั่งจำกัด ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่หรือช่วงเสาร์-อาทิตย์อาจเต็มเร็ว เปิด จันทร์-ศุกร์ 07.00-16.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 07.30-17.00 น. มีที่จอดรถในโครงการราชวิถี ซิตี้ รีสอร์ท และมีบริการ LINE MAN สำหรับสายเดลิเวอรี
Peak-A-Boo Bar
Peak-A-Boo Bar คือคาเฟ่-บาร์รูฟท็อปบนชั้น 5 ของตึก Victory Mall กลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดเด่นคือคาแรกเตอร์สองบุคลิกในร้านเดียว กลางวันเป็นคาเฟ่โทนขาว-เขียวมินต์สบายตา ผนังปูนเปลือย ตกเย็นแปลงร่างเป็นบาร์ลอยฟ้ามีวงดนตรีสด เหมาะกับสายชิลที่อยากได้วิวอนุสาวรีย์แบบเห็นรถไฟฟ้า BTS วิ่งผ่านกลางเมือง มากันเป็นกลุ่มเพื่อน หรือแวะพักหลังเดินย่านราชวิถี-รางน้ำ
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ "Peak a Boo" (109 บาท) นมสดอุ่นผสมไซรัปมินต์ โรยดาร์กช็อกโกแลตขูดด้านบน รีวิวจริงบอกว่ารสเบา หอมมินต์ กลิ่นคล้ายนมหอม ๆ ตัดหวานด้วยช็อกโกแลตขม ใครชอบสายมินต์มีให้ลองต่อทั้ง Mint Affogato และเครื่องดื่มโทนสดชื่นอย่าง Sunset Boulevard กับ Chuen Jai ส้ม-โรสแมรี ฝั่งของกินเล่นเข้าบาร์มีหมูสามชั้นทอด ยำสันคอหมูย่าง และครัวซองต์ไข่เค็มลาวา ตกค่ำก็มีค็อกเทล ช็อต และบักเก็ตให้สั่งแชร์กัน
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตร รีวิวหนึ่งเล่าว่ามากันแปดคนหารกันตกคนละไม่ถึง 500 บาท และมีโปรบักเก็ตซื้อ 1 แถม 1 ให้ลุ้น บรรยากาศฝั่งเอาต์ดอร์วิวดี ถ่ายรูปสวย มีเกมดื่มอย่าง Jenga และ Shot Spinner ให้เล่นเพลิน ๆ ส่วนเสียงติที่เจอบ่อยคือแอร์โซนในไม่ค่อยเย็น เพลงบางคืนเป็นเพลงไทยล้วนไม่ถูกใจทุกคน และบางช่วงเสิร์ฟช้า
ทำเลเดินทางง่ายมาก ลง BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ทางออก 4 มองเห็นป้ายร้านได้จากสถานี เปิดทุกวัน ช่วงคาเฟ่ 10:00-17:00 และช่วงบาร์ 18:00-01:00 ข้อควรรู้คือหลายแหล่งระบุว่าจ่ายเงินสด เผื่อเงินสดมาให้พอ และถ้าอยากได้ที่นั่งริมวิวรับลมช่วงพระอาทิตย์ตกควรมาก่อนดึก
ทัวร์ชิมคาเฟ่และคลาสทำกาแฟในกรุงเทพฯ
อยากลองหลายร้านในทริปเดียวแบบมีคนพาไป ลองมองหาฟู้ดทัวร์และคาเฟ่ฮอปปิงในกรุงเทพฯ ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มีทั้งทัวร์ชิมของกินย่านเก่า คลาสชงกาแฟ และเวิร์กช็อปทำขนมที่ได้ลงมือทำเอง เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมกาแฟไทยลึกกว่าแค่นั่งจิบเฉย ๆ จองออนไลน์ล่วงหน้าสะดวกและมักได้ราคาดีกว่าหน้างาน
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
ลง BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วเดินเข้าซอยรางน้ำหรือข้ามไปราชวิถีได้เลย ที่จอดรถในซอยจำกัด แนะนำจอดที่ King Power รางน้ำ หรือ Victory Mall แล้วเดินต่อ ระยะสั้น ๆ เรียก Grab ก็สะดวก
คาเฟ่ในห้างและร้านใหญ่รับบัตรและ QR PromptPay แต่ร้านเล็กในซอยบางร้านสะดวกเงินสดหรือ QR มากกว่า พกเงินสดย่อยติดตัวไว้จะไม่ติดขัด
ร้านดังอย่าง Kay's และ Peace คนเยอะช่วงสาย-บ่ายวันเสาร์-อาทิตย์ อยากได้โต๊ะสบาย ๆ มาช่วงเปิดร้านตอนเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ วันธรรมดาจะสบายกว่า
ถ้ามาดึกหรืออยากนั่งทำงานยาว Let's Say Cafe ราชวิถี 3 เปิดถึงตี 4 ส่วน Peak-A-Boo ชั้น 5 Victory Mall กลางคืนเปลี่ยนเป็นบาร์วิวอนุสาวรีย์ เหมาะสายชิลกลางคืน
ร้านคาเฟ่แนวใหม่และร้านในห้างส่วนใหญ่มีเมนูภาพหรือภาษาอังกฤษ พนักงานพอสื่อสารได้ ถ้าไม่แน่ใจ ชี้รูปเมนูหรือเปิด Google Translate ช่วยได้ ชื่อเมนูซิกเนเจอร์มักเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว
สายมัทฉะไป Peace, สายกาแฟคั่วเองไป Samran Samruad กับ Little Giant, สายเบรกฟาสต์-บรันช์ไป Kay's กับ Chibi Chibi เลือกร้านให้ตรงกับที่อยากกินจะคุ้มที่สุด เพราะแต่ละร้านเด่นคนละแนว
วางแผนไล่คาเฟ่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้คุ้มวัน
ถ้าอยากไล่หลายร้านในวันเดียว เริ่มเช้าที่ Kay's Boutique Breakfast รางน้ำ กับ French Toast แล้วเดินเข้าซอยรางน้ำต่อได้เลย ทั้ง Other Café และ Peace Oriental Teahouse ที่ King Power อยู่ในระยะเดินถึงกัน สายมัทฉะกับสาย specialty จบได้ในโซนเดียว
ช่วงบ่ายค่อยข้ามฝั่งมาราชวิถี แวะ Little Giant กับ Samran Samruad ที่คั่วเมล็ดเอง แล้วปิดท้ายค่ำที่ Peak-A-Boo Bar ชั้น 5 Victory Mall ที่กลางวันเป็นคาเฟ่ กลางคืนเปลี่ยนเป็นบาร์วิวอนุสาวรีย์ ส่วนใครนอนดึกหรือมานั่งทำงานยาว ๆ Let's Say Cafe ราชวิถี 3 เปิดถึงตี 4 รองรับได้สบาย
มาไล่คาเฟ่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ หลายวัน จองที่พักแถวรางน้ำ-ราชเทวีไว้ก่อน เดินทางต่อ BTS และรถตู้สะดวก อยู่ใกล้ทั้งซอยรางน้ำและ King Power
เช็กที่พักย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ