🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าถึงการกินที่ฉะเชิงเทรา ต้องเริ่มจากแม่น้ำบางปะกงที่ไหลผ่านกลางเมือง เพราะร้านเด็ด ๆ ส่วนใหญ่เกาะอยู่ริมน้ำสายนี้ ย่านเมืองเก่าใกล้วัดโสธรเต็มไปด้วยร้านอาหารไทยโบราณและร้านลับในซอยที่คนท้องถิ่นกินกันมาหลายสิบปี พอข้ามไปฝั่งท่าข้ามก็เจอร้านซีฟู้ดหลังใหญ่นั่งรับลมริมแม่น้ำ ส่วนตลาดบ้านใหม่ร้อยปีคือย่านเดินกินของอร่อยกับจิบกาแฟในห้องแถวไม้เก่า แล้วถ้าขับเลยออกไปทางพนมสารคามฝั่งสาย 304 ก็จะเข้าเขตสวนผลไม้และคาเฟ่เมล่อนกลางทุ่ง เมืองนี้เลยมีครบทั้งของคาวจัดจ้าน ของหวานเย็น ๆ และวิวน้ำให้นั่งยาว ๆ
หลายร้านในลิสต์นี้เป็นชื่อที่คนแปดริ้วการันตี อย่างประดิษฐ์โภชนา ร้านอาหารไทยโบราณริมน้ำที่อยู่คู่เมืองมานานจนห่อหมกปลาช่อนต้องรีบสั่งก่อนหมด หรือชัยครับ ร้านลับในซอยใกล้วัดโสธรที่ปลาทูทอดน้ำปลากินได้ทั้งตัวจนติดอันดับร้านดังของจังหวัด ฝั่งซีฟู้ดมีเอกเขนกริมแม่น้ำบางปะกงที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพริกไข่ปูและหลนเนื้อปู ส่วนสายของหวานก็มีบ้านเมล่อน เดสเสิรท คาเฟ่ธีมทะเลทรายกลางสวนเมล่อนที่บิงซูเมล่อนสดทำคนแห่ไปถ่ายรูปกันไม่ขาด ทั้งหมดเป็นร้านเปิดจริงที่ไปกินได้เลย เลื่อนดูทั้ง 10 ร้านแล้ววางแผนมื้อต่อไปได้เลย
ประดิษฐ์โภชนา
ถ้าถามคนแปดริ้วว่าร้านไหนคือของคู่บ้านคู่เมืองริมแม่น้ำบางปะกง ชื่อ "ประดิษฐ์โภชนา" จะโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ เสมอ ร้านไม้ชั้นเดียวโทนครีมหลังนี้อยู่คู่ถนนมรุพงษ์มากว่า 80 ปี เป็นตำรับคุณยายที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ใครมาไหว้หลวงพ่อโสธรเสร็จแล้วอยากหาข้าวมื้ออร่อย ๆ กินใกล้ ๆ ที่นี่เหมาะมาก เหมาะทั้งครอบครัวพาผู้ใหญ่มา และกลุ่มเพื่อนที่อยากสั่งหลายจานมาแชร์กัน
เมนูที่ต้องสั่งคือห่อหมกปลาช่อน พระเอกของร้านที่หลายคนบอกตรงกันว่า "ต้องรีบสั่ง" เพราะหมดไว ลูกค้าประจำหิ้วกลับทีละสิบยี่สิบห่อ เนื้อปลาสดแน่น เครื่องแกงหอมเข้มข้น ใบยอไม่ขม อีกจานที่คนชมเยอะคือปลากดนาฉู่ฉี่ รสกลมกล่อมไม่จัดจนเกินไป กับไข่เจียวปูฟูที่ฟูกรอบ เนื้อปูเต็มคำ ใครชอบของทานเล่นก็ต่อด้วยหมี่กรอบรสโบราณ หรือจะลองเนื้อแดดเดียวกับผัดเผ็ดหมูป่าก็ได้
บรรยากาศเป็นแบบบ้าน ๆ สบาย ๆ ครัวเปิดให้เห็นกันจะ ๆ ที่นั่งโปร่งโล่ง มีโซนริมน้ำลมโกรกเย็นสบาย จอดรถได้ที่ลานริมน้ำ ราคาอยู่ประมาณ 251–500 บาทต่อคนเมื่อสั่งกันหลายจาน ถือว่าสมเหตุสมผลกับวัตถุดิบปลาแม่น้ำกุ้งแม่น้ำสด ๆ
ข้อควรรู้คือร้านเปิดกลางวันถึงเย็นเท่านั้น (ราว 08.30–18.00 น. ทุกวัน) และห่อหมกมักหมดก่อนปิดร้าน ถ้าตั้งใจมากินจริง ๆ โทรจองห่อหมกไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่า มาช่วงสายถึงบ่ายต้น ๆ จะได้ของครบและไม่ต้องรอนาน
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เจ๊จุ๊
ถ้ามาไหว้หลวงพ่อโสธรแล้วท้องเริ่มร้อง ร้านนี้คือที่ที่คนแปดริ้วชอบบอกต่อ "ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เจ๊จุ๊" เป็นเจ้าเก่าแก่ของฉะเชิงเทรา อยู่คู่ถนนศรีโสธรตัดใหม่มานานหลายสิบปี เป็นห้องแถวไม้บรรยากาศร่มรื่น โต๊ะเรียงหลายตัว ช่วงเที่ยงคนแน่นเกือบทุกวัน เหมาะมากสำหรับคนที่แวะมาทำบุญแล้วอยากหาของกินพื้นเมืองอร่อย ๆ ในราคาสบายกระเป๋า
พระเอกของร้านคือตัวปากหม้อที่เสิร์ฟแยกมาเป็นจาน นับได้ 8 ตัวต่อจาน มีไส้ให้เลือกหลายอย่างทั้งกุยช่าย หน่อไม้ เต้าหู้ กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ไปจนถึงไชโป๊หวาน โรยหมูกรอบกับกระเทียมเจียวหอม ๆ แป้งเหนียวนุ่มมาก ตักลงน้ำซุปร้อนแล้วยังไม่เละ จะกินแบบแห้งจิ้มน้ำจิ้ม หรือสั่งใส่ชามน้ำซุปก็ได้ตามใจ คนรีวิวหลายคนพูดตรงกันว่าน้ำซุปกลมกล่อม หวานฟัก หอมกระดูกหมูเคี่ยว และได้กลิ่นกระเทียมเจียวชัด
นอกจากปากหม้อ ที่ต้องลองอีกคือก๋วยเตี๋ยวเรือและต้มยำหมูเด้ง ลูกชิ้นทำเองเด้งสมชื่อ ใครชอบของหนัก ๆ มีข้าวคอหมูย่างกับข้าวไก่ย่างให้สลับด้วย ราคาต่อหัวต่ำกว่า 100 บาท จานปากหม้อเริ่มต้นหลักหกสิบขึ้นไป ถือว่าคุ้มสำหรับของทำสด ๆ ทีละจาน
ข้อควรรู้คือร้านเปิดทุกวันราว 09:00–16:30 น. (เสาร์-อาทิตย์อาจเริ่มสายและปิดเร็วกว่าวันธรรมดาเล็กน้อย) ของหมดก็ปิด มาช่วงบ่ายแก่ ๆ เสี่ยงพลาดเมนูที่อยากกิน ที่จอดรถมีริมถนนหน้าร้าน ช่วงเที่ยงอาจต้องรอคิวบ้างเพราะทำสดทีละจาน แต่รอแล้วได้กินของร้อน ๆ คุ้มค่าการแวะ
ชัยครับ
ถ้าใครมาไหว้หลวงพ่อโสธรแล้วอยากหามื้อดี ๆ แบบไม่ต้องแต่งตัว "ชัยครับ" คือร้านที่คนแปดริ้วชอบพากันมา เป็นบ้านเก่าที่เจ้าของแปลงเป็นร้านอาหารไทย มีทั้งโซนห้องแอร์ในตัวบ้านและโซนสวนด้านนอกที่ร่มรื่นมีต้นไม้กับบ่อปลา นั่งแล้วเหมือนไปกินข้าวบ้านเพื่อนมากกว่ามาร้าน เลยเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งคุยกันยาว ๆ ชื่อร้านมาจากชื่อเล่นของเฮียชัยเจ้าของร้าน ที่เลือกวัตถุดิบเองและเปิดมานานจนกลายเป็นร้านประจำของคนในเมือง
เมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือปลาทูสดทอดราดน้ำปลา ทอดมาจนกรอบกินได้ทั้งตัวตั้งแต่หัวยันก้าง ราดน้ำปลาหวานเค็มกำลังดี อีกจานที่คนพูดถึงเยอะคือยำปลาทูทอดใบบัวบก เปรี้ยวจัดจ้านตัดเลี่ยน กับมัสมั่นผัดแห้งกระดูกหมูอ่อนที่เนื้อนุ่มเครื่องแกงหอม ใครชอบรสจัดลองน้ำพริกไข่ปูกับไหลบัวผัดกะปิ ของพวกนี้เป็นเมนูที่รีวิวการันตีว่าอร่อยสมชื่อ
ราคาส่วนใหญ่ราว 70–240 บาทต่อจาน เฉลี่ยต่อหัวประมาณหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าคุ้มกับปริมาณและคุณภาพ บางรีวิวบอกตรง ๆ ว่าช่วงวันหยุดคนเยอะ อาจต้องรอนานเพราะครัวทำสด และที่จอดรถในซอยค่อนข้างจำกัด ใครมาช่วงพีคแนะนำให้เผื่อเวลา
ร้านอยู่ในซอยประชาสรรค์ ต.หน้าเมือง ไม่ไกลจากวัดโสธรนัก แต่ซ่อนอยู่ในซอยลึก สังเกตป้ายร้านชัยครับให้ดี เปิดทุกวัน 10:30–21:30 น. ครัวปิดก่อนเวลาปิดร้านเล็กน้อย ถ้าอยากได้เมนูพิเศษอย่างกุ้งอบวุ้นเส้นโทรจองล่วงหน้าไว้จะชัวร์กว่า
บ้านไม้ริมน้ำ แปดริ้ว
ถ้าอยากกินอาหารริมแม่น้ำบางปะกงในบรรยากาศที่เหมือนย้อนเวลากลับไปสี่สิบห้าสิบปี บ้านไม้ริมน้ำ แปดริ้ว คือร้านที่คนแปดริ้วชอบพามาอวดเพื่อนต่างจังหวัด ตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าอายุเกือบร้อยปี เดิมเคยเป็นโรงแรมเก่าแก่ของเมือง แล้วเจ้าของค่อย ๆ ปรับให้เป็นร้านอาหาร เก็บเฟอร์นิเจอร์ไม้ พื้นไม้ และกลิ่นอายเดิมไว้เกือบหมด เปิดเพลงเก่าคลอเบา ๆ มีทั้งโซนรับลมริมน้ำและโซนด้านในที่นั่งสบาย เหมาะกับคนที่มาเที่ยวเมืองเก่าฉะเชิงเทราเดินเล่นตลาดบ้านใหม่ 100 ปีแล้วแวะหาอะไรอร่อย ๆ กิน
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือกุ้งแม่น้ำตัวโต จะสั่งแบบเผาเตาถ่านที่เนื้อแน่นมีมันกุ้งหวาน ๆ หรือกุ้งแม่น้ำราดซอสมะขามที่ทอดคุมไฟแล้วราดซอสเปรี้ยวหวานก็ได้ทั้งคู่ อีกจานที่หมดไว้คือเนื้อปูผัดผงกะหรี่กับออส่วนหอยนางรมที่เลือกหอยตัวอวบ ผัดหอมกระทะ แป้งนอกกรอบในนุ่ม ส่วนต้มยำของที่นี่หลายคนชอบตรงที่ไม่เปรี้ยวจัดไม่เผ็ดโดด น้ำใสกลมกล่อม เนื้อปลากะพงสด ไม่มีกลิ่นคาว ใครชอบผักก็มีผักบุ้งบ้านไม้ไฟแรง ๆ และแกงเลียงกุ้งสดหวานน้ำผัก
ราคาถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณที่ให้มาเยอะ เมนูทั่วไปเริ่มราว 60 บาท ของทะเลจานใหญ่ขยับขึ้นไป 250–500 บาท ส่วนกุ้งแม่น้ำคิดตามน้ำหนักประมาณกิโลกรัมละ 1,400 บาท เฉลี่ยต่อคนตกราว 250–500 บาท รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอาหารอร่อยแทบทุกอย่าง วิวดี ลมเย็น เพราะร้านโปร่งไม่มีแอร์ บรรยากาศเลยสบาย ๆ
ข้อควรรู้คือร้านดังและคนเยอะ ช่วงวันหยุดหรือมื้อเย็นมักต้องรอคิวและที่จอดรถค่อนข้างจำกัด คนท้องถิ่นมักแนะนำให้มาช่วงร้านเพิ่งเปิดราว 11 โมงจะสบายกว่า เปิดทุกวัน 11:00–21:30 น. อยู่เลขที่ 19-21 ถนนพานิช ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เส้นเดียวกับตลาดบ้านใหม่ 100 ปี เดินเที่ยวต่อได้เลย
เอกเขนก แปดริ้ว
ถ้าขับรถเข้าเมืองฉะเชิงเทราจากฝั่งท่าข้าม ก่อนจะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ให้มองซ้ายมือไว้ดี ๆ จะเจอร้านใหญ่ริมน้ำที่คนแปดริ้วรู้จักกันดีอย่าง "เอกเขนก" ร้านนี้เปิดมายาวนานเกือบสิบปี เป็นร้านอาหารไทยซีฟู้ดขนาดใหญ่ มีที่นั่งหลายร้อยที่ ทั้งโซนแอร์ โซนริมน้ำเปิดโล่งรับลม และห้องส่วนตัวสำหรับจัดเลี้ยง ที่จอดรถกว้างขวาง เหมาะกับครอบครัวใหญ่ กลุ่มเพื่อน หรือใครที่อยากหามื้อริมน้ำใกล้ ๆ กรุงเทพแบบไม่ต้องขับไกล
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือกุ้งแม่น้ำเผา ตัวโต ๆ มันกุ้งเยิ้ม ๆ เป็นพระเอกของร้าน ส่วนสายปูห้ามพลาดน้ำพริกไข่ปูที่ทางร้านชูเป็นเมนูเด่น เสิร์ฟพร้อมผักสด (ราว 180 บาท) กับหลนเนื้อปูเนื้อแน่น ๆ ใครชอบยำต้องลองยำสามไข่ ที่รวมไข่ปู ไข่แมงดา และไข่ปลามาคลุกน้ำยำรสจัด (ราว 350 บาท) และถ้าชอบรสกะปิหอม ๆ สะตอกะปิกุ้งก็เป็นอีกจานที่เข้ากับข้าวสวยร้อน ๆ ดีมาก รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าวัตถุดิบสดใหม่ ปูให้เนื้อเยอะ รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง
เรื่องราคาจัดอยู่ในกลุ่มกลาง ๆ ค่อนไปทางพรีเมียมนิดหน่อยตามสไตล์ร้านซีฟู้ดริมน้ำ เฉลี่ยราว 250-500 บาทต่อคน ของทะเลตัวใหญ่อย่างกุ้งแม่น้ำคิดตามน้ำหนัก สั่งกันเป็นกลุ่มจะคุ้มกว่า เปิดทุกวันตั้งแต่ 10:30 ถึง 23:00 น. ช่วงเย็นบรรยากาศกำลังดี ลมเย็น ๆ พระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำสวยมาก แต่มีข้อสังเกตจากรีวิวว่าช่วงหัวค่ำริมน้ำอาจมียุงบ้าง พกยากันยุงไปด้วยจะสบายใจกว่า
ที่เอกเขนกยังดังมาตลอดเพราะรวมทั้งวิวริมแม่น้ำบางปะกง อาหารสดใหม่ และความเป็นร้านใหญ่ที่รองรับคนเยอะได้สบาย เหมาะทั้งมื้อครอบครัววันหยุด เลี้ยงสังสรรค์ หรือพาแขกต่างถิ่นมาชิมของดีเมืองแปดริ้ว ช่วงวันหยุดคนเยอะ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่า
🛏️ หาที่พักในฉะเชิงเทรา
กินครบทุกมื้อแล้วอยากค้างสักคืน เลือกที่พักในตัวเมืองฉะเชิงเทราใกล้วัดโสธรและตลาดบ้านใหม่ร้อยปีไว้ก่อน เดินทางไปร้านริมน้ำและคาเฟ่ได้สะดวก เช้าตื่นมาไหว้หลวงพ่อโสธรต่อแบบไม่ต้องรีบ เทียบราคาและรีวิวที่พักหลายแบบได้เลย
Red Cat Cafe
Red Cat Cafe คือคาเฟ่แมวแดงในตำนานของตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ฉะเชิงเทรา ตัวร้านเป็นเรือนไม้สองชั้นอยู่สุดทางตลาด หันหน้าออกแม่น้ำบางปะกงเต็ม ๆ ใครเดินเที่ยวตลาดเก่าจนเริ่มร้อนแล้วอยากหาที่นั่งพักเย็น ๆ ริมน้ำ ที่นี่เหมาะมาก เพราะเป็นคาเฟ่ติดแอร์ร้านเดียวในตลาด แถมยังมีโซนเปิดโล่งริมน้ำให้นั่งรับลมไปด้วย ในร้านตกแต่งธีมแมวเต็มไปหมด ทั้งหมอนแมว โปสการ์ดแมว ตุ๊กตาแมววางตามมุมต่าง ๆ น่ารักจนเด็ก ๆ และสายถ่ายรูปชอบ
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคืออเมริกาโน่ลำไย กาแฟดำผสมความหวานหอมของลำไย ดื่มแล้วสดชื่นไม่เหมือนที่อื่น คู่กับเค้กแบล็คฟอเรสต์ที่รีวิวจริงบอกว่า "อร่อย ไม่หวานมาก" ส่วนของหวานโฮมเมดอื่น ๆ ก็มีให้เลือกเยอะ ทั้งเค้กคุกกี้แอนด์ครีม ชีสเค้ก มูสมะม่วง และทริปเปิลช็อกโกแลตที่หลายคนชมว่าหอมครีมชีส ใครชอบของคาวลองครัวซองต์แฮมชีส เนื้ออบกรอบนอกนุ่มในกำลังดี เรียกว่ามาทั้งเครื่องดื่มและเบเกอรีโฮมเมดแบบครบในร้านเดียว
เรื่องราคาถือว่าสบายกระเป๋า เครื่องดื่มและเค้กเริ่มราว 55 บาท เฉลี่ยต่อคนไม่ถึง 100 บาท บรรยากาศคือจุดขายตัวจริง นั่งจิบกาแฟมองเรือแล่นผ่าน ลมแม่น้ำพัดเย็นสบาย เงียบ ผ่อนคลาย เป็นมุมหนีความวุ่นวายที่คนกรุงเทพฯ ขับรถมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้ คะแนนกูเกิล 4.4 จากรีวิวหลายร้อยสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ประทับใจทั้งกาแฟ ขนม และวิว
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประมาณ 8:30 ถึงเย็น วันธรรมดาปิด ช่วงคนเยอะอาจรอนานหน่อยเพราะร้านไม่ใหญ่ จอดรถแถววัดจีนประชาสโมสร (มองหาป้าย AIS Fiber) แล้วเดินเข้าตลาดเลี้ยวขวาไปจนสุดทางริมน้ำ จะเจอร้านแมวแดงรออยู่
บ้านเมล่อน เดสเสิรท
ถ้าขับรถสาย 304 ฉะเชิงเทรา–กบินทร์บุรี แถวกิโลเมตรที่ 120 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม แล้วเห็นตึกสีส้มสดมีกระบองเพชรกับลูกเมล่อนยักษ์ตั้งอยู่หน้าร้าน นั่นเองบ้านเมล่อน เดสเสิรท คาเฟ่ฟาร์มเมล่อนธีมทะเลทรายที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ไปแล้ว ร้านปลูกเมล่อนเองในโรงเรือนหลังร้าน เลยเอามาทำทั้งของกินคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม เหมาะมากสำหรับครอบครัวพาเด็กมาเที่ยว สายถ่ายรูป และคนที่ขับรถผ่านอยากแวะพักจิบของเย็น ๆ ระหว่างทาง
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือบิงซูเมล่อน น้ำแข็งไสนมเมล่อนนุ่ม ๆ ราดซอสเมล่อนเลม่อน วางเมล่อนสดหั่นชิ้นไว้ด้านบน รีวิวหลายคนบอกตรงกันว่าเมล่อนหวานฉ่ำมาก ราคาราว 155 บาท ถ้วยกำลังดีแบ่งกินได้ 2-3 คน ส่วนพาร์มาแฮม&เมล่อนเป็นเมล่อนสดคู่แฮมเค็ม ๆ ตัดกันลงตัว เมล่อนสดลูกโตซื้อกินที่ร้านหรือหิ้วกลับบ้านได้ และยังมีสมูทตี้เมล่อนปั่นเย็นชื่นใจ ใครชอบของคาวลองสปาเกตตีเบคอนพริกแห้งหรือปานิปุริเมล่อนก็ได้
คนที่มากินส่วนใหญ่ชมว่าของหวานกับเครื่องดื่มทำได้ดีกว่าของคาว มีรีวิวพูดตรง ๆ ว่ามาเพราะเมล่อนล้วน ๆ และติดใจของหวานมากกว่าพาสตา ส่วนบรรยากาศร้านกว้าง นั่งได้ทั้งในห้องแอร์และนอกร้าน กลางวันเห็นสวนเมล่อนกับน้องแพะแคระให้เด็ก ๆ ดู กลางคืนเปิดไฟสวนกระบองเพชรอีกอารมณ์ ที่จอดรถกว้าง แวะง่าย ราคาเฉลี่ยราว 400 บาทต่อคน
ร้านเปิดทุกวัน 10:30 น. เป็นต้นไป (บางช่วงปิดวันพุธ แนะนำเช็กเพจก่อนไป) ด้วยคะแนนกูเกิล 4.8 จากรีวิวกว่า 3,400 รายการ บวกกับมุมถ่ายรูปธีมทะเลทรายที่หาที่อื่นยาก ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะยอดนิยมของคนเดินทางสาย 304 ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดคนเยอะ อาจต้องรอคิวบ้าง และเมล่อนสดมีจำนวนจำกัดตามรอบเก็บ มาช่วงบ่าย ๆ ได้นั่งชิลสบายกว่า
Homnoir หอมนัวร์ somtum & cafe
ใครกำลังมองหาร้านส้มตำที่ได้ทั้งความแซ่บนัวและบรรยากาศนั่งสบาย Homnoir หอมนัวร์ somtum & cafe ที่บางพระลงตัวทั้งสองอย่างในที่เดียว ร้านนี้เป็นลูกผสมระหว่างร้านอาหารอีสานรสจัดกับคาเฟ่สไตล์มินิมอลสีขาวสะอาดตา เหมาะกับคนที่อยากกินตำเผ็ด ๆ แล้วต่อด้วยกาแฟหรือเค้กในห้องแอร์เย็น ๆ มากันเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รักก็ลงตัว เพราะมีทั้งโซนกระจกติดแอร์และมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม
เมนูที่คนพูดถึงกันมากคือตำข้าวโพดหมูกรอบ ราคาราว 109 บาท ข้าวโพดหวานคลุกน้ำตำเข้มข้น หมูกรอบทอดมาแบบกรอบไม่แข็ง อีกจานที่เจ้าของบอกว่าขายดีคือตำหลวงพระบาง กลิ่นหอมเครื่องปลาร้าจัดเต็ม สายอีสานแท้น่าจะถูกใจ ส่วนใครชอบไก่ก็มีปีกไก่ทอดน้ำปลากรอบ ๆ โรยใบมะกรูด ลาบเหนือคั่วรสแบบคนเหนือกินจริง และยังมีตำซั่วเส้นเล็กกากหมู ยำหอยนางรมทรงเครื่อง ปิดท้ายด้วยกาแฟ สมูทตี้ และเบเกอรี่อย่างเค้กหม้อแกงเผือก รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าตำมือถึง รสนัวกลมกล่อม ปลาร้าไม่ฉุนเกินไป
ราคาต่อคนอยู่ราว 150–300 บาทถ้าสั่งกินกันหลายจานก็ขยับขึ้นได้ ถือว่าคุ้มกับคุณภาพอาหารและบรรยากาศ จุดเด่นที่หลายคนชอบคืออาหารออกเร็ว พนักงานบริการดี และมีที่จอดรถกว้าง ทำเลอยู่ ต.บางพระ ในซอยคลองลัดยายหรั่ง 1 ทางไปวัดบางปรง อ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิด 10:00–21:00 น. หยุดทุกวันอังคาร ข้อควรรู้คือเมนูอีสานหลายอย่างใส่ปลาร้า ใครไม่ทานบอกพนักงานล่วงหน้าได้ และช่วงมื้อเที่ยงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ มาเร็วหน่อยจะได้ที่นั่งสบาย ๆ
ครัวปลาเถื่อน ศุขประยูร 12
ถ้าใครมองหาร้านปลาแม่น้ำตัวจริงของแปดริ้ว ครัวปลาเถื่อนคือชื่อที่คนท้องถิ่นพูดถึงกันปากต่อปาก ร้านซ่อนตัวอยู่ปลายซอยศุขประยูร 12 ในตัวอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เลาะเข้าไปจนสุดทางก็จะเจอเรือนไม้โปร่งโล่งริมแม่น้ำบางปะกง ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน มองออกไปเห็นสายน้ำกว้างไหลเอื่อย เป็นบรรยากาศแบบที่นั่งกินข้าวเพลินจนลืมเวลา เหมาะทั้งมื้อครอบครัววันหยุด มื้อรวมญาติ หรือจะพาคนรู้ใจมานั่งชมพระอาทิตย์ตกก็ลงตัว
หัวใจของร้านอยู่ที่ความสดของวัตถุดิบ ปลาและกุ้งส่งตรงจากแม่น้ำบางปะกงแบบเป็นๆ มีปลาให้เลือกกว่า 70 ชนิดตามฤดูกาล ทั้งปลาม้า ปลาเนื้ออ่อน ปลาค้าว ปลาบู่ ไปจนถึงปลาแปลกๆ ที่หากินยากในเมือง จานที่พลาดไม่ได้คือปลาม้าทอดกระเทียมตัวโต เนื้อแน่นหวานหอมกระเทียมเจียวกรอบ และกุ้งแม่น้ำบางปะกงสดเผา เปลือกแดงสวยมันกุ้งเยิ้มกำลังดี ตักจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดแล้วเข้ากันอย่าบอกใคร
เมนูเด่นยังมีอีกหลายอย่างให้สั่งวนไป ทั้งปลาบู่นึ่งซีอิ๊วเนื้อนุ่ม แกงส้มปลากับหน่อไม้ดองรสแซบกลมกล่อม ฉู่ฉี่ปลาชะโอน ทอดมันกุ้งเด้งๆ และปลาหมึกแดดเดียวทอดหอมๆ ฝีมือปรุงออกแนวรสจัดจ้านแบบครัวบ้านๆ ที่ปรุงสดทุกจาน ราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับความสดและขนาดของวัตถุดิบ คนแปดริ้วถึงพากันมาซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เบื่อ
ครัวปลาเถื่อนเปิดทุกวันตั้งแต่สาย 10:30 ถึงค่ำ ช่วงวันหยุดคนค่อนข้างแน่น โทรจองโต๊ะริมน้ำไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่า เป็นอีกหมุดหมายที่อยากชวนให้แวะ ถ้าได้มาเยือนฉะเชิงเทราแล้วอยากกินปลาแม่น้ำสดๆ ในบรรยากาศริมบางปะกงที่สบายใจ ร้านนี้ตอบรับความตั้งใจนั้นได้อย่างอบอุ่น
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เจ๊ติ๋ม
ถ้าขับรถผ่านพนมสารคามแล้วอยากกินของพื้นถิ่นที่หากินยากในที่อื่น ร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เจ๊ติ๋ม คือหมุดที่คนแถวนี้พาเพื่อนต่างถิ่นมาลองเป็นอันดับแรก ร้านอยู่ในย่านตลาดเก่าท่าเกวียน ตรงปากทางเข้าวัด เป็นเรือนไม้สองชั้นแบบโบราณที่ให้อารมณ์ตลาดสมัยก่อน เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2510 ส่งต่อกันมาถึงรุ่นที่สองแล้ว จุดเด่นคือ "ปากหม้อ" แป้งบางนุ่มที่เจ๊ติ๋มผัดไส้เองทุกอย่าง แล้วเสิร์ฟลงชามทีละชิ้นต่อหน้า เป็นภาพที่หาดูได้ยากในร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไป
เมนูที่ต้องสั่งคือก๋วยเตี๋ยวปากหม้อรวมเครื่อง ที่มีไส้ให้เลือกถึง 7 แบบ ทั้งถั่วงอก หน่อไม้ กุ้ยช่าย ถั่วฝักยาว ข้าวโพด เต้าหู้ผัด และไส้หวาน เติมหมูเด้งกับลูกชิ้นลงไปอีกหน่อยก็เต็มชามกำลังดี คนที่เคยมารีวิวมักพูดตรงกันว่าน้ำซุปกระดูกหวานกลมกล่อมแบบเบา ๆ ไม่จัดจ้านกลบรสแป้ง ตัวแป้งปากหม้อบางนุ่มเป็นพระเอกของชาม ส่วนหมูเด้งเนื้อแน่นเด้งสมชื่อ เป็นรสชาติบ้าน ๆ ที่กินง่ายและอิ่มสบายท้อง
ราคาเป็นกันเอง ส่วนใหญ่อยู่ราว 70-100 บาทต่อชามตามเครื่องที่เพิ่ม ถือว่าคุ้มกับปริมาณและของที่ทำสด บรรยากาศเป็นร้านท้องถิ่นเรียบง่าย ช่วงเที่ยงคนเยอะแต่หมุนเวียนไว เพราะเป็นกึ่งบริการตัวเอง ร้านเปิดทุกวันช่วงสาย ๆ ถึงบ่าย ราว 10:00-15:00 น. ใครตั้งใจมากินควรมาก่อนบ่ายเพราะของหมดเร็วในบางวัน
ที่ร้านนี้ติดอันดับร้านที่คนนึกถึงเวลาพูดถึงปากหม้อพนมสารคาม เพราะเป็นเจ้าดั้งเดิมที่ยังคงสูตรและวิธีเสิร์ฟแบบเดิมไว้ได้ตลอดหลายสิบปี เหมาะกับคนที่อยากชิมของกินประจำถิ่นแท้ ๆ มากกว่าร้านแต่งสวย ข้อควรรู้คือร้านอยู่ในซอยตลาดเก่า ที่จอดรถมีจำกัด แนะนำให้หาที่จอดแถวตลาดแล้วเดินเข้ามา
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารฉะเชิงเทรา
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีคนพาไป ลองมองหาฟู้ดทัวร์เดินกินย่านเมืองเก่าและตลาดริมน้ำ หรือคลาสทำอาหารไทยที่ได้ลงมือทำเองตั้งแต่ตำน้ำพริกไปจนผัดเมนูริมน้ำ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้สะดวก มีไกด์พาตระเวนชิมและเล่าเรื่องของกินท้องถิ่นให้ฟัง เหมาะกับคนมาฉะเชิงเทราครั้งแรกที่อยากกินตามคนท้องถิ่น
💡 รู้ก่อนไปกินที่ฉะเชิงเทรา
ร้านในฉะเชิงเทรากระจายตามทำเล ทั้งในเมืองริมน้ำ ฝั่งท่าข้าม และพนมสารคามที่อยู่ไกลออกไป มีรถเช่าหรือขับรถมาเองจะคล่องที่สุด ในตัวเมืองเรียก Grab ได้บ้างแต่ไม่ชุกเท่ากรุงเทพ ย่านตลาดบ้านใหม่ร้อยปีเดินเที่ยวกินได้สบาย
ร้านสตรีท ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ และตลาดเก่ารับเงินสดเป็นหลัก พกแบงก์ย่อยไว้สะดวกกว่า ส่วนร้านซีฟู้ดใหญ่และคาเฟ่ส่วนมากสแกนจ่าย QR (พร้อมเพย์) ได้ บัตรเครดิตไม่ใช่ทุกร้านที่รับ
เสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาวคนกรุงเทพมาไหว้พระเที่ยวเยอะ ร้านดังและคาเฟ่ช่วงเที่ยงถึงบ่ายคิวยาว มาก่อน 11 โมงหรือหลังบ่ายสองจะสบายกว่า เมนูยอดฮิตอย่างห่อหมกมักหมดเร็ว สั่งไว้ตั้งแต่แรก
ร้านอาหารไทยและสตรีทไม่บังคับทิป จะทอนเศษเหรียญไว้ให้ก็ได้ตามสะดวก ร้านซีฟู้ดหรือคาเฟ่ที่มีบริการเสิร์ฟ ทิปเล็กน้อยราว 20–50 บาทถือว่าน่ารักแล้ว
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่เมนูเป็นภาษาไทย พนักงานพูดอังกฤษได้พอประมาณ เปิดแอปแปลภาษาหรือชี้รูปอาหารช่วยได้มาก คาเฟ่และร้านซีฟู้ดใหญ่บางร้านมีเมนูรูปภาพให้เลือกง่ายขึ้น
อาหารไทยแถบนี้รสจัดได้ใจคนชอบเผ็ด บอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อยได้ถ้าไม่ถนัด เมนูซีฟู้ดอย่างน้ำพริกไข่ปูและกุ้งแม่น้ำเป็นของขึ้นชื่อ ลองสั่งแบ่งกันชิมหลายอย่างจะคุ้มกว่า
วางแผนมื้อในฉะเชิงเทราให้คุ้มทั้งวัน
ถ้ามาแบบเดย์ทริป จัดเส้นทางตามทำเลจะกินได้หลายร้านไม่ต้องวนรถ เริ่มเช้าด้วยไหว้หลวงพ่อโสธร แล้วแวะมื้อกลางวันแถวเมืองเก่า อย่างประดิษฐ์โภชนาริมน้ำหรือชัยครับร้านลับในซอยที่อยู่ใกล้วัดโสธร สั่งห่อหมกปลาช่อนกับปลาทูทอดน้ำปลาไว้ก่อนเพราะหมดไว ของหวานบ่าย ๆ ถ้าอยู่ในเมืองแวะ Red Cat Cafe ที่ตลาดบ้านใหม่ร้อยปีจิบอเมริกาโน่ลำไยเดินตลาดเก่าต่อได้ แต่ถ้าขับออกไปทางพนมสารคามให้เก็บบ้านเมล่อน เดสเสิรท ไว้ตัดบิงซูเมล่อนสด ๆ มื้อเย็นค่อยปิดท้ายด้วยซีฟู้ดริมน้ำฝั่งท่าข้ามอย่างเอกเขนก สั่งน้ำพริกไข่ปูกับกุ้งแม่น้ำเผานั่งรับลมแม่น้ำบางปะกง ส่วนสายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเจ๊จุ๊กับเจ๊ติ๋มเหมาะเป็นมื้อเบา ๆ ระหว่างทาง กินคล่องคนละจานสองจานสบายกระเป๋า
เที่ยวกินฉะเชิงเทราหลายมื้อแล้วไม่อยากขับรถกลับดึก หาที่พักในตัวเมืองใกล้วัดโสธรและตลาดบ้านใหม่ไว้สักคืน เช้าตื่นมาไหว้พระต่อสบาย ๆ
ดูที่พักในฉะเชิงเทรา