🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเรื่องกินในขอนแก่นให้เพื่อนฟัง เราจะเริ่มที่เสน่ห์ของเมืองนี้ก่อน เพราะขอนแก่นเป็นเมืองที่อาหารสองโลกมาเจอกันแบบลงตัว ฝั่งหนึ่งคืออาหารอีสานแท้ที่หากินได้ทุกหัวมุม ลาบ ก้อย ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผาเตาถ่าน อีกฝั่งคือเมืองมหาวิทยาลัยที่มีร้านรุ่นใหม่ คาเฟ่ลอฟต์ และร้านตามสั่งเปิดดึกรอบ มข. ให้เลือกไม่หวาดไหว เดินเล่นย่านเมืองเก่าริมบึงแก่นนครตอนเย็น ลมเย็น ๆ กลิ่นเตาถ่านลอยมาเป็นระยะ แล้วนั่งซดเย็นตาโฟน้ำข้นสักชาม นี่คือบรรยากาศที่ทำให้คนกลับมาขอนแก่นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ในลิสต์นี้มีตั้งแต่ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมานาน ไปจนร้านที่มีเรื่องเล่าน่าสนใจ อย่างครัวสุพรรณิการ์ by คุณยายสมศรี ที่ยกสำรับอาหารไทยโบราณสูตรคุณยายมาเสิร์ฟในสวนร่มรื่น เมนูเด่นทั้งหมูชะมวง น้ำพริกไข่ปู พะแนงเนื้อลาย หรือ Roast8ry Khon Kaen คาเฟ่ของบาริสต้าดีกรีแชมป์ลาเต้อาร์ตชั้นนำ ที่ออกแบบร้านปูนเปลือยสองชั้นเท่ ๆ ริมถนนมิตรภาพ ส่วนสายอีสานก็ห้ามพลาดไก่ย่างระเบียบ เขาสวนกวาง ที่ใช้ไก่พื้นเมืองย่างเตาถ่าน หรือโต้งปลาเผา ที่เผาปลานิลทั้งตัวจิ้มแจ่วร้อน ๆ ทุกร้านในนี้คนขอนแก่นการันตี ลองไล่กินทีละร้านแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองนี้ถึงกินสนุก
เล้งเย็นตาโฟ
ถ้าพูดถึงเย็นตาโฟในขอนแก่น ชื่อแรกที่คนเมืองนึกถึงคือ "เล้งเย็นตาโฟ" ร้านเล็ก ๆ ในซอยข้าง 7-Eleven บนถนนกลางเมือง ที่อยู่คู่จังหวัดมาตั้งแต่ปี 2527 เปิดโดยคุณแม่ซกเตียง ชาวจีนที่มาปักหลักที่นี่ ผ่านมากว่าสี่สิบปีจนได้ดาวบิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ติดต่อกันหลายปี ร้านนี้เหมาะกับคนที่อยากกินเย็นตาโฟแบบจริงจัง รสเข้มข้น ไม่ใช่แค่สีแดง ๆ พอเป็นพิธี
เมนูที่ต้องสั่งคือเย็นตาโฟน้ำข้น น้ำซุปสีแดงสด รสกลม ๆ ออกเค็มหวานกำลังดี หลายคนบอกว่าแทบไม่ต้องแตะเครื่องปรุงเลย พระเอกจริง ๆ อยู่ที่ลูกชิ้นปลาและเกี๊ยวปลาที่ทำเองสด ๆ เนื้อเด้ง ไม่คาว ไม่ผสมแป้งจนแข็ง อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือเผือกทอด เสิร์ฟกรอบนอกนุ่มใน จิ้มกินเล่นหรือใส่ในชามก็เข้ากัน บางรีวิวติงว่าบางวันเผือกทอดแห้งไปนิด แต่ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่ากรุบกรอบหอมน่ากิน ใครไม่กินเส้นก็สั่งเกาเหลาได้
ราคาเป็นมิตรมาก ส่วนใหญ่ชามละไม่เกินร้อย เฉลี่ยราว 70 บาทต่อคน เผือกทอดกับเย็นตาโฟอยู่ที่ราว 80 บาท เกี๊ยวห่อไข่ทอดไม้ละ 30 บาท บรรยากาศเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าน ๆ มีทั้งโซนนอกร้านและห้องแอร์ ที่นั่งไม่เยอะ ช่วงพีคคนแน่น เพราะร้านขายดีจนเปิดเกือบทั้งวัน
ข้อควรรู้คือร้านรับเงินสดอย่างเดียว ทำเลอยู่ในซอยข้าง 7-Eleven ตรงข้ามธนาคารอิสลาม มองหาป้ายดี ๆ เพราะร้านไม่ใหญ่ เปิดตั้งแต่เช้าราวเจ็ดโมงยาวไปจนดึก เป็นมื้อแรกของวันในตัวเมืองหรือมื้อดึกหลังเที่ยวก็ลงตัว ใครมาขอนแก่นแล้วอยากชิมเย็นตาโฟระดับมิชลินในงบหลักสิบ ที่นี่คือหมุดที่ควรปักไว้
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮียจ่อย
ถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยในขอนแก่นที่คนพื้นที่ยกให้เป็นเบอร์ต้น ๆ ชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮียจ่อย" มักโผล่มาเป็นชื่อแรก ร้านนี้เปิดมายาวนานกว่า 30 ปี เริ่มจากรุ่นพ่อที่คิดค้นสูตรน้ำซุปเอง แล้วส่งต่อมาถึงรุ่นลูกที่ดูแลร้านในวันนี้ จุดที่ทำให้ร้านได้รางวัลบิบ กูร์มองด์จากมิชลินไกด์ประเทศไทยหลายปีติดต่อกัน คือความตั้งใจในเรื่องเนื้อ เขาเลือกใช้เนื้อวัวเลี้ยงปล่อยกินหญ้าตามธรรมชาติ แล้วเลาะแต่งให้ได้สัดส่วนเนื้อ เอ็น และไขมันลงตัวก่อนเคี่ยว เหมาะกับคนชอบกินเนื้อจริงจังและสายตามรอยร้านมิชลิน
เมนูที่ต้องสั่งคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย จะเลือกน้ำใสหรือน้ำข้นก็ได้ รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าน้ำซุปกลมกล่อม หอมกลิ่นเนื้อ ได้จากการเคี่ยวกระดูกและเนื้อคัดพิเศษหลายชั่วโมงกับเครื่องเทศสูตรร้าน เนื้อเปื่อยนุ่มจนหลายคนบอกว่าเคี้ยวแทบไม่ต้องออกแรง ไม่คาว ไม่เหนียว อีกจานที่แฟนร้านชอบสั่งคู่กันคือเนื้อรวมลวกจิ้มกับน้ำจิ้ม รวมลูกชิ้น เนื้อเปื่อย และเอ็น ใครอยากลองของทอด ๆ ก็มีเนื้อสะเต๊ะและหมูสะเต๊ะเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเข้ม
ราคาเป็นกันเองมาก ก๋วยเตี๋ยวเริ่มราว 50 บาท เกาเหลาเนื้อพิเศษและเมนูสะเต๊ะอยู่ราว 100–120 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 50–130 บาท บรรยากาศเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนแบบเรียบง่าย สะอาด มีที่จอดรถริมทาง ทำเลอยู่เลขที่ 127 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา ตรงข้ามค่ายศรีพัชรินทร์ ก่อนถึงประตูค่ายราว 200 เมตร
ข้อควรรู้คือร้านเปิดช่วงสายถึงบ่าย ประมาณ 09:00–15:00 น. และมักขายดีจนแน่นช่วงมื้อเที่ยง ถ้าไม่อยากรอนานควรมาก่อนเวลาเที่ยง ร้านไม่มีวันหยุดประจำตายตัวแต่จะปิดราว 4 วันต่อเดือนแบบไม่ระบุล่วงหน้านาน เผื่อใจไว้นิดถ้าตั้งใจมาไกล แต่ถ้าได้กินก็คุ้มค่าการเดินทาง
ครัวสุพรรณิการ์ by คุณยายสมศรี
ถ้าอยากกินอาหารไทยต้นตำรับแบบที่หากินยากขึ้นทุกที ครัวสุพรรณิการ์ by คุณยายสมศรี คือร้านที่ต้องมาให้ได้สักครั้งเมื่อมาขอนแก่น ร้านนี้คือครัวของคุณยายสมศรี จันทรา ที่ยกสูตรอาหารไทยภาคตะวันออกจากเมืองตราดมาทำที่ขอนแก่นมากว่า 30 ปี และได้รับการคัดเลือกเข้า Michelin Guide ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025 เหมาะมากสำหรับครอบครัว มื้อพิเศษ หรือใครที่อยากพาแขกบ้านแขกเมืองมากินของอร่อยในบรรยากาศดี ๆ
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือหมูชะมวง หมูสันคอตุ๋นนาน ๆ กับใบชะมวงที่ให้รสเปรี้ยวอ่อน ๆ ตัดกับความมันของเนื้อหมูได้ลงตัว รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเนื้อนุ่มเคี้ยวง่าย รสกลมกล่อมคล้ายแกงฮังเลแต่เบากว่า อีกจานที่เป็นซิกเนเจอร์คือน้ำพริกไข่ปู หอมกลิ่นไข่ปูชัด เนื้อน้ำพริกค่อนข้างเหลว เผ็ดน้อย กินกับผักสดเครื่องเคียงเพลินมาก ส่วนพะแนงเนื้อลาย ฉู่ฉี่กุ้งสด และม้าฮ่อของโบราณก็เป็นจานที่หลายคนแนะนำให้ลองเพราะหากินที่อื่นยาก
บรรยากาศเป็นจุดขายไม่แพ้อาหาร ร้านอยู่ในบริเวณ Supanniga Home มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น มีทั้งโซนนั่งกลางสวน โซนห้องกระจกแอร์เย็น และมุมเรือนไทย รีวิวหลายคนชมว่าตกแต่งสวย เงียบสงบ ลมเย็น เหมาะนั่งยาว ๆ มีที่จอดรถในร้านเพียงพอ ราคาต่อหัวอยู่ราว 251–500 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับวัตถุดิบและฝีมือ
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านอยู่ค่อนข้างลึกแถวโนนทัน ขับจากแยกโนนม่วงราว 10 นาที ควรเปิดแผนที่นำทาง อาหารปรุงสดทุกจานจึงใช้เวลารอพอสมควร ถ้ามากันหลายคนสั่งล่วงหน้าหรือทยอยสั่งจะสบายกว่า และมีคิดค่าข้าวกับน้ำดื่มแยกตามจริง เปิดทุกวัน 11.30–21.00 น.
ประไพร สนามบินขอนแก่น
ถ้าใครกำลังจะบินออกจากขอนแก่น แล้วอยากอัดอาหารอีสานมื้อเด็ดให้เต็มอิ่มก่อนขึ้นเครื่อง "ประไพร สนามบินขอนแก่น" คือร้านที่คนขอนแก่นพูดถึงกันมานานคู่กับสนามบิน ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าสนามบินก่อนถึงรั้วราว 300 เมตร เป็นร้านอีสานต้นตำรับที่ทำกินกันมาหลายสิบปี จนได้ติดป้าย Michelin Bib Gourmand ร้านอร่อยคุ้มราคาในมิชลินไกด์ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารพื้นบ้านรสจัด ๆ แบบบ้าน ๆ ไม่ต้องแต่งตัวก็เดินเข้าไปนั่งได้สบาย
เมนูที่ห้ามพลาดคือ "ปลาส้มทอด" ตัวโตเนื้อแน่น รสเปรี้ยวเค็มกำลังดี ทอดจนหอม กินกับเครื่องเคียงสมุนไพรสด ๆ จานนี้คนชอบสั่งมาแบ่งกันกินหลายคน ส่วน "แกงคั่วหอยขม" รสเข้มถึงเครื่องแบบอีสานแท้ "ผัดผักหวาน" กรอบหวานสดชื่น และ "ไส้กรอกอีสาน" เปรี้ยวนัวกินเพลิน ใครชอบของหมกลองหมกเห็ดขอนขาว ใครชอบรสแซ่บลองต้มยำปลาคังก็ไม่ผิดหวัง รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าอาหารรสจัดถึงใจ เครื่องแน่น และข้าวเหนียวร้อน ๆ อร่อยเข้ากันดี
บรรยากาศร้านเป็นแบบโต๊ะนั่งสบาย ๆ ไม่หรูแต่เป็นกันเอง ช่วงมื้อเที่ยงหรือวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ บางช่วงอาหารออกช้าหน่อยเพราะทำสด ใครรีบก่อนขึ้นเครื่องเผื่อเวลาไว้สักนิด ราคาต่อหัวประมาณ 101–250 บาท เมนูทั่วไปอยู่ที่ราว 50–300 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและคุณภาพ
ข้อควรรู้คือร้านปิดวันจันทร์ เปิดอังคารถึงอาทิตย์ราว 10:30–22:00 และจอดรถได้ริมถนนหน้าร้าน ด้วยทำเลติดทางเข้าสนามบิน บวกกับการการันตีจากมิชลิน ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะกินมื้อสุดท้ายก่อนกลับ หรือมื้อแรกทันทีที่ลงเครื่องของหลายคน
ไก่ย่างระเบียบ เขาสวนกวาง
ถ้าจะพูดถึงไก่ย่างเขาสวนกวางแบบต้นตำรับจริง ๆ ต้องมาที่ร้านไก่ย่างระเบียบ สาขาเขาสวนกวาง ร้านนี้อยู่ริมถนนมิตรภาพในอำเภอเขาสวนกวาง ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของไก่ย่างที่คนทั้งประเทศรู้จัก เป็นร้านเก่าแก่ที่ครอบครัวทำสืบกันมานาน และได้รับเลือกให้อยู่ในมิชลินไกด์ระดับ Bib Gourmand ของขอนแก่น เหมาะมากสำหรับคนที่ขับรถผ่านเส้นมิตรภาพแล้วอยากแวะกินของแท้ หรือคนที่ตั้งใจมาตามหาไก่ย่างต้นตำรับถึงถิ่น
พระเอกของร้านคือไก่ย่าง เขาใช้ไก่พื้นเมืองย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม ใช้กระทะครอบให้ความร้อนวนรอบตัวไก่ จึงสุกทั่วถึงทั้งตัว เนื้อแน่นแต่ยังนุ่มฉ่ำ หนังบางกรอบเกรียมหอมกลิ่นถ่าน หลายคนบอกว่าจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วของร้านแล้วลงตัวมาก สั่งคู่กับส้มตำลาวรสจัด ลาบหมูหรือลาบเป็ด แล้วปิดท้ายด้วยต้มแซบกระดูกอ่อนร้อน ๆ ก็เป็นสำรับอีสานที่ครบเครื่อง ใครมาวันเสาร์อาทิตย์มักได้คอหมูย่างเพิ่มด้วย
ราคาถือว่าคุ้มสมกับที่มิชลินยกให้ ไก่ย่างตกราวตัวละ 140–160 บาท ส้มตำเริ่มต้นจานละ 40 บาท ลาบและต้มแซบราว 60 บาท กินกันเป็นกลุ่มเฉลี่ยหัวละ 100–250 บาท บรรยากาศเป็นร้านอาหารตามสั่งแบบบ้าน ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องแต่งตัว เปิดทุกวันตั้งแต่ราว 9 โมงเช้าถึงบ่ายสามโมง จึงเหมาะกับมื้อกลางวันหรือมื้อสายมากกว่ามื้อเย็น
ข้อควรรู้คือร้านขายดีและไก่ย่างสด ๆ มักหมดเร็วในช่วงบ่าย ถ้าอยากได้ไก่ครบ ๆ ควรมาช่วงสายถึงเที่ยง และถ้ามาหลายคนสั่งไก่เผื่อไว้เลยจะดีกว่า ร้านนี้มีสาขาในเมืองขอนแก่นย่านถนนเทพารักษ์ด้วย แต่ถ้าอยากได้ฟีลต้นตำรับจริง ๆ สาขาเขาสวนกวางบนเส้นมิตรภาพคือที่ที่ควรมา
🛏️ จองที่พักในขอนแก่น
กินขอนแก่นให้สนุกต้องมีเวลาหลายมื้อ เลือกที่พักทำเลในเมืองใกล้บึงแก่นนครหรือริมถนนมิตรภาพ จะเดินทางไปร้านในลิสต์ได้สะดวก ทั้งโรงแรมใหญ่ติดห้าง บูทีคโฮเทลเงียบ ๆ และที่พักราคาประหยัดใกล้ มข. มีให้เลือกครบทุกงบ เช็กราคาและรีวิวที่พักล่วงหน้าก่อนเดินทางได้เลย
คุณแจง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเข้าวัง
ถ้าใครมาขอนแก่นแล้วอยากกินอะไรที่หากินยากในที่อื่น "คุณแจง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเข้าวัง" คือร้านที่ควรจดไว้ในลิสต์ ร้านนี้เอาปากหม้อแผ่นบางทำสดจานต่อจานมาใส่แทนเส้นก๋วยเตี๋ยว เป็นสูตรที่อยู่คู่ครอบครัวมากว่า 30 ปี และล่าสุดยังได้รางวัล Bib Gourmand จาก Michelin Guide ปี 2025 ด้วย ชื่อ "เข้าวัง" มาจากที่คุณแม่เคยทำปากหม้อกับสาคูไส้หมูถวายเข้าวังเป็นประจำทุกปี เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เล่าต่อกันมาจนถึงวันนี้
เมนูที่คนสั่งกันมากที่สุดคือ "ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อต้มยำไข่" แบบเครื่องเยอะ ในชามได้ปากหม้อหลายไส้ หมูยอ ลูกชิ้น หมูชิ้น มากับไข่ยางมะตูมต้มกำลังดี ราดน้ำต้มยำที่หลายรีวิวบอกว่ากลมกล่อม ไม่เค็มจัดไม่หวานจ๋อย กินง่าย อีกจานที่ห้ามพลาดคือปากหม้อสาคูไส้หมูและยำไข่มะตูม รสยำไม่ได้จัดจ้านมาก แต่เด่นที่ไข่มะตูมเนื้อนุ่ม ตัวปากหม้อแป้งบางแต่ไส้แน่นจุกๆ ทั้งกุ้ยช่าย แครอท กะหล่ำ ข้าวโพด คำเดียวมักจะไม่พอ
ราคาเป็นมิตร เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่า 100 บาท ปากหม้อเริ่มราว 50 บาท ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้นหมูราว 70 บาท ส่วนชามต้มยำไข่เครื่องเยอะอยู่ที่ราว 80 บาท ตัวร้านเป็นก๋วยเตี๋ยวบ้านๆ ทานง่าย โต๊ะนั่งเยอะ เห็นเขาทำปากหม้อสดๆ อยู่หน้าร้าน บรรยากาศคึกคักโดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่าย
ทำเลอยู่ที่ 246/4 ถนนหลังเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น เปิดประมาณ 09:00–16:00 ทุกวัน ข้อควรรู้คือหน้าร้านไม่มีที่จอดรถ ต้องจอดริมทางเอา และเป็นร้านขายช่วงกลางวันถึงบ่าย ถ้ามาสายเกินไปบางเมนูอาจหมด มาเช้าหน่อยจะได้ของครบและไม่ต้องรอนาน เป็นร้านที่คนต่างถิ่นและสายตามรอยมิชลินมักแวะ ส่วนใครชอบของแปลกที่ทำสดใหม่ทุกจาน รับรองว่าถูกใจ
มิตรภาพลาบก้อย
ถ้าพูดถึงร้านลาบในตำนานของขอนแก่น ชื่อ "มิตรภาพลาบก้อย" ต้องมาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้เปิดมานานหลายสิบปี เริ่มจากร้านข้างถนนเล็ก ๆ จนขายดีถึงขั้นซื้อที่ดินติดถนนมิตรภาพได้ ตอนนี้ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ปากซอยมิตรภาพ 32 ก่อนถึงเซ็นทรัล เป็นสาขาเดียวทั่วประเทศที่คนขอนแก่นและเด็ก มข. ยกให้เป็นหมุดหมายของสายเนื้อตัวจริง เหมาะมากกับคนที่อยากกินอาหารอีสานรสจัดแบบบ้าน ๆ มานั่งกินกับเพื่อน ๆ ตอนเย็นถึงดึก
จุดเด่นของที่นี่คือเน้นเนื้อล้วน ๆ มีเนื้อทุกสัดส่วนให้เลือก เมนูที่ต้องสั่งคือ ก้อยดิบ ที่หลายคนบอกว่าเนื้อเป็นเยลลี่ รสนัวเข้มข้น, เสือร้องไห้ เนื้อย่างหอม ๆ ไม่เหนียว, ต้มแซ่บเนื้อน่องลาย ที่ซดร้อน ๆ แล้วฟิน และ ตับหวาน ที่เป็นของเด็ดอีกจาน ส่วนของย่างอย่างคอหมูย่างกับเนื้อย่างก็สั่งคู่กันได้ รสชาติร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความ "นัว ข้นคลั่ก" เน้นปลาร้าและความกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวจี๊ด พระเอกตัวจริงที่หลายรีวิวพูดถึงคือน้ำจิ้มแจ่วที่จิ้มกับอะไรก็อร่อย
ราคาเป็นมิตรมาก เกือบทุกเมนูจานละประมาณ 100 บาท ตกหัวละราว ๆ 100–250 บาทก็อิ่มสบาย ร้านเป็นแนวกึ่งเปิดโล่ง โต๊ะเยอะ นั่งได้ทั้งในร้านและริมถนน รองรับกลุ่มใหญ่ได้ อาหารมาไว บรรยากาศคึกคักแบบร้านลาบอีสานแท้ ๆ เปิดตั้งแต่บ่ายสี่โมงยาวไปจนดึก เลยเหมาะทั้งมื้อเย็นและมื้อดึกหลังเลิกงาน
ข้อควรรู้สักนิด ช่วงเย็นคนเยอะและที่จอดรถหายากไปบ้าง เพราะติดถนนใหญ่ แต่ก็มีที่จอดทั้งหลังร้านและริมถนนพอสมควร ใครที่กินก้อยดิบหรือเนื้อดิบควรพิจารณาตามความสบายใจ แต่ถ้าอยากลองลาบก้อยรสต้นตำรับของขอนแก่นแบบที่คนท้องถิ่นการันตี ร้านนี้คือที่ที่ไม่ควรพลาด
โต้งปลาเผา
โต้งปลาเผาเป็นร้านปลาเผาเจ้าเก่าแก่ของขอนแก่น เปิดมายืนยาวกว่า 20 ปีจนกลายเป็นชื่อที่คนเมืองนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เวลาอยากกินปลานิลเผา จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ติดใจคนกินคือ ปลานิลเผาเกลือเตาถ่าน ที่ย่างกันสด ๆ ให้เห็นหน้าร้าน ตัวปลาอวบแน่น เนื้อหวานหอม และที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือใช้ปลาเลี้ยงคุณภาพดี เลยไม่มีกลิ่นโคลนกลิ่นคาวกวนใจเลย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินปลาเผาแบบสะอาด ๆ จริงจัง
นอกจากปลาเผาตัวเอก เมนูที่คนสั่งกันบ่อยก็มีไส้อ่อนย่างจิ้มแจ่วที่หอมเครื่องในย่างได้ที่ ลาบปลานิลรสจัดจ้านแบบอีสานแท้ และต้มยำพวงไข่ที่ซดคล่องคอ ใครชอบส้มตำก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งตำคอหมูคะน้ากรอบ ตำลาว ไปจนถึงไส้กรอกอีสานทอดกรอบ ๆ ชุดปลาเผาจะมาพร้อมผักสด ขนมจีน และน้ำจิ้มสองอย่างคือน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ กับน้ำจิ้มหวานถั่ว กินคู่กันแล้วลงตัว
บรรยากาศร้านเป็นแบบบ้าน ๆ สบาย ๆ มีทั้งโซนรับลมธรรมชาติด้านนอกและห้องแอร์ (ห้องแอร์บวกค่าบริการเพิ่มหัวละ 10 บาท) ที่จอดรถกว้างขวาง มาเป็นกลุ่มหรือครอบครัวได้สบาย ราคาก็เป็นกันเอง อาหารอีสานเริ่มราว 55-70 บาท ส่วนปลาเผามีหลายไซส์เริ่มราว 150 บาทขึ้นไปตามขนาด ตกหัวละประมาณ 100-250 บาท ปลาตัวเล็กสุดสองคนกินก็อิ่มจุกแล้ว
ร้านเปิดช่วงเย็นถึงดึก ประมาณ 16.00-23.00 น. ทุกวัน (หยุดเดือนละครั้งแบบไม่แน่นอน) ทำเลอยู่บนถนนศรีนวล ใกล้บึงแก่นนคร ใจกลางเมืองหาง่าย ข้อควรรู้คือช่วงค่ำคนเยอะและพนักงานไม่ได้มาก อาหารอาจมาช้าหน่อยในวันที่ลูกค้าแน่น เผื่อเวลาไว้สักนิดแล้วค่อย ๆ นั่งกินชิล ๆ จะฟินกว่า
แล้วแต่ กะเพราแท้
ถ้าใครเรียนหรือเคยวนเวียนแถวหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น น่าจะเคยได้ยินชื่อ "แล้วแต่ กะเพราแท้" ร้านเล็ก ๆ ในซอยอิงมอที่ขายอยู่อย่างเดียวจริง ๆ คือกะเพรา เปิดโดยสองเพื่อนซี้ อาร์มมี่ (จักรพล) กับ หมู (นพรัตน์) ที่ตั้งใจทำกะเพราแบบดั้งเดิม มีแค่พริก กระเทียม น้ำมัน เครื่องปรุงนิดหน่อย ไม่มีถั่วฝักยาว ไม่มีแครอท ไม่มีหอมใหญ่มากวน เลือกได้สามเนื้อหลักคือหมู ไก่ และเนื้อวัว ใครชอบกะเพราที่หอมใบจริง ๆ กลิ่นชัด ไม่ใช่ผัดรวมผักให้เต็มจาน ร้านนี้ตรงสเปกมาก
เมนูที่ต้องสั่งคือกะเพราเนื้อไข่ข้น เนื้อผัดมาแบบค่อนข้างแห้ง คำแรกได้กลิ่นเนื้อกับใบกะเพราเต็มปาก แล้วตัดด้วยไข่ข้นที่ราดมานุ่ม ๆ ทำให้คำที่เผ็ดจัดกลมกล่อมขึ้น สายชอบเครื่องเยอะก็เติมไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ออนเซน หรือฮอทดอกทอดได้ จุดที่หลายคนพูดถึงคือเนื้อ ก่อนผัดเขารีดมันออกก่อน เลยได้รสเนื้อที่สะอาด ไม่เลี่ยน หอมจริงตามชื่อร้าน รสจัดจ้านแบบอีสาน เผ็ดสมใจคนชอบเผ็ด ถ้าทานเผ็ดไม่เก่งบอกร้านให้ลดได้
เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้ร้านนี้ดังในโซเชียลคือภาชนะที่เสิร์ฟ เพราะลุ้นทุกจานว่าวันนี้จะมากับอะไร ครก เขียง ปิ่นโต กระทะ ไห หรือจานใส่อาหารสัตว์ก็เคยมี เป็นมุกที่ทำให้บรรยากาศร้านสนุก เหมือนมานั่งกินบ้านเพื่อนมากกว่าร้านอาหารทั่วไป โต๊ะเก้าอี้ก็ไม่ค่อยเข้าชุดกัน แต่นั่นคือคาแรกเตอร์ของร้าน เหมาะกับนักศึกษาและกลุ่มเพื่อนที่อยากกินอิ่ม จ่ายเบา และได้ถ่ายรูปสนุก ๆ
ราคาเริ่มต้นราว 39 บาท ส่วนเนื้อวัวและตับอยู่ที่ 49 บาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับวัตถุดิบที่อัดแน่น ข้อควรรู้คือกะเพราเนื้อวัวมักมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ร้านเปิดช่วงกลางวันประมาณ 11.00–15.00 น. แล้วพักเบรก ก่อนกลับมาขายอีกรอบเย็น 17.00–21.00 น. ทุกวัน เป็นร้านกะเพราจานเดียวเล็ก ๆ ที่เป็นที่พูดถึงของชาวขอนแก่นและนักศึกษาแถวนั้นมานานหลายปี
Roast8ry Khon Kaen
Roast8ry Khonkaen คือสาขาที่ 3 ของแบรนด์กาแฟ specialty ดังจากเชียงใหม่ ที่ขยับข้ามมาเปิดในตัวเมืองขอนแก่นเป็นที่แรกของภาคอีสาน เจ้าของคือคุณต๋อง-อานนท์ ฐิติประเสริฐ บาริสต้าดีกรีแชมป์โลก Latte Art ปี 2017 และแชมป์บาริสต้าระดับประเทศของไทยปี 2024 ร้านนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากชิมกาแฟฝีมือระดับแชมป์จริง ๆ ไปพร้อมกับสายคาเฟ่ฮอปที่ชอบถ่ายรูป เพราะตัวร้านเป็นตึกแถวสามคูหารีโนเวตเป็นลอฟต์ปูนเปลือยสองชั้น โทนเทา-ดำมินิมอล แสงธรรมชาติเข้าทั้งวัน บาร์เอสเพรสโซวางอยู่กลางร้านให้เห็นบาริสต้าทำงานชัด ๆ
เมนูที่หลายรีวิวพูดถึงบ่อยคือกาแฟซิกเนเจอร์ที่ชูฝีมือระดับแชมป์ ทั้งเมนูนมหอมโน้ตซิตรัสและเอสเพรสโซโน้ตผลไม้ ส่วนสายเย็นมี Shake Latte กับ Cold Brew/Nitro ที่ให้ความสดชื่น และยังมีเมนูเล่นสีอย่าง Camouflage Latte ลาเต้อาร์ตเคลือบชาเขียว ใครสั่งกาแฟร้อนก็มีลุ้นได้เห็นลาเต้อาร์ตลายกวางเหลียวหลังอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากกาแฟยังมีเบเกอรีโฮมเมดอบสดอย่างครัวซองต์และเค้กให้สั่งคู่กัน
ราคาเครื่องดื่มเริ่มราว 120 บาท เฉลี่ยทั้งบิลประมาณ 100-250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพเมล็ดคั่วสดและฝีมือชง ทำเลอยู่ติดถนนมิตรภาพฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัล เยื้องปากอุโมงค์ เปิดทุกวัน 08.00-17.00 น. มีที่จอดรถทั้งหน้าและหลังร้าน เดินทางง่าย
ที่ร้านนี้เป็นที่พูดถึงเพราะรวมสองอย่างไว้ในที่เดียว คือกาแฟที่การันตีด้วยรางวัลชั้นนำ กับงานออกแบบที่ตั้งใจเล่าเรื่องทักษะบาริสต้าผ่านวัสดุจริงทั้งไม้ ปูน เหล็ก สเตนเลส และกระจก ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบสบาย ๆ แนะนำให้มาช่วงเปิดร้านตอนเช้า
ฟู้ดทัวร์ชิมหลายร้าน-คลาสทำอาหารอีสาน
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรืออยากลองลงมือทำส้มตำ ลาบ แกงอีสานด้วยตัวเอง ลองมองหาฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารในขอนแก่นและภาคอีสานผ่าน Klook หรือ GetYourGuide จองล่วงหน้าได้สะดวก มีทั้งทัวร์เดินกินตลาดและเวิร์กช็อปทำอาหารไทย-อีสานที่ได้ทั้งกินและความรู้ติดตัวกลับบ้าน
💡 รู้ก่อนไปกินที่ขอนแก่น
ในตัวเมืองเรียก Grab ได้สะดวก ส่วนร้านนอกเมืองอย่างไก่ย่างเขาสวนกวางอยู่ไกล แนะนำเช่ารถหรือจ้างรถเหมาไปกลับ ร้านในย่านเมืองเก่ารอบบึงแก่นนครเดินถึงกันได้หลายร้าน
ร้านสตรีทและก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่รับเงินสดหรือพร้อมเพย์ พกแบงก์ย่อยและเหรียญติดตัวไว้ ร้านนั่งทานและคาเฟ่ใหญ่ ๆ มักรับบัตรและสแกนจ่ายได้
ร้านดังอย่างครัวสุพรรณิการ์และไก่ย่างเขาสวนกวางคนแน่นช่วงเที่ยงเสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาว ไปก่อน 11.30 หรือหลังบ่ายสองจะนั่งสบายกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวบางเจ้าขายหมดช่วงบ่าย ไปเช้าหน่อยจะชัวร์
ร้านสตรีทและก๋วยเตี๋ยวไม่ต้องให้ทิป ส่วนร้านนั่งทานที่มีบริการเสิร์ฟ จะทิปเล็กน้อยหรือปัดเศษให้พนักงานก็ได้ ไม่บังคับ ถือเป็นน้ำใจ
ร้านสตรีทส่วนใหญ่เมนูเป็นภาษาไทย คนขายพูดอังกฤษได้น้อย ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปช่วยได้ ส่วนคาเฟ่อย่าง Roast8ry และร้านนั่งทานใหญ่มักมีเมนูภาษาอังกฤษและสื่อสารง่ายกว่า
อาหารอีสานเผ็ดจริง บอก 'ไม่เผ็ด' หรือ 'เผ็ดน้อย' ได้ ก้อยและลาบบางสูตรเป็นเนื้อดิบ ถ้าไม่ถนัดให้สั่งแบบสุก จะกินสบายใจกว่า
วางแผนกินขอนแก่นให้ครบใน 1-2 วัน
อยากกินให้คุ้ม จัดตามช่วงเวลาแบบนี้ มื้อเช้าเริ่มที่เย็นตาโฟหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮียจ่อยย่านศิลา ซดน้ำซุปร้อน ๆ แก้ง่วง สาย ๆ แวะคุณแจง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเข้าวัง กินปากหม้อต้มยำไข่เครื่องเยอะ มื้อกลางวันถ้าอยากนั่งสบาย ๆ ไปครัวสุพรรณิการ์ by คุณยายสมศรี สั่งหมูชะมวงกับน้ำพริกไข่ปูมากินในสวน
ช่วงบ่ายพักจิบกาแฟที่ Roast8ry Khon Kaen ลองลาเต้อาร์ตฝีมือแชมป์โลก แล้วเก็บแรงไว้มื้อเย็น สายอีสานไปมิตรภาพลาบก้อยหรือโต้งปลาเผาริมบึงแก่นนคร สั่งปลานิลเผาเกลือกับลาบมากินกับข้าวเหนียว ถ้าขับรถออกนอกเมืองได้ แนะนำไก่ย่างระเบียบ เขาสวนกวาง ไก่พื้นเมืองย่างเตาถ่านกับส้มตำ คุ้มค่าระยะทางแน่นอน
มากินขอนแก่นหลายมื้อ พักค้างสักคืนสองคืนสบายกว่าเยอะ จองที่พักทำเลในเมืองใกล้บึงแก่นนครและถนนมิตรภาพ เดินทางไปร้านในลิสต์ได้สะดวก
เช็กที่พักในขอนแก่น
