🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ลำพูนเป็นเมืองที่เดินไปไหนก็เจอของกิน เพราะเมืองเก่าอยู่ติดกับวัดพระธาตุหริภุญชัยพอดี ร้านเด็ดส่วนใหญ่จึงกระจุกอยู่ในรัศมีเดินถึง รอบเช้ามีข้าวมันไก่กับบะหมี่เกี๊ยวเปิดรับนักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระ สายๆ ก็มีก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยที่เป็นของขึ้นชื่อประจำเมือง ของหวานก็มีเฉาก๊วยกับกล้วยทอดให้แวะ ส่วนใครอยากนั่งยาวๆ ก็มีร้านอาหารเหนือต้นตำรับและคาเฟ่ในตึกเก่าให้เลือก เสน่ห์ของลำพูนคือทุกอย่างอยู่ใกล้กัน กินครบหลายร้านได้ในวันเดียวแบบสบายๆ
จุดเด่นของเมืองนี้คือการเอาลำไยซึ่งเป็นของดีประจำจังหวัดมาใส่ในอาหารแทบทุกแนว ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยย่านเวียงยองเป็นเจ้าเก่าที่ตุ๋นน้ำซุปกับลำไยอบแห้งและเครื่องยาจีน ส่วนร้านอาหารเหนืออย่างดาวคะนองอยู่คู่เมืองมากว่า 60 ปี ขึ้นชื่อเรื่องแกงฮังเลลำไยและไส้อั่วเห็ดถอบ ครัววันดีเป็นตำรับคนไตยองที่มีปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊วลำไยเป็นจานเด่น ฝั่งของหวานก็มีเฉาก๊วยมุกดาในวัดพระธาตุฯ ที่ขายมานานจนกลายเป็นตำนาน และ Temple House คาเฟ่ในตึกเก่าที่ชั้นบนเป็นแกลเลอรีศิลปะ ทั้งหมดนี้คือร้านที่คนลำพูนยกให้ มาลองแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองเล็กๆ เมืองนี้ถึงน่ามากิน
ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย
ถ้าใครมาไหว้พระธาตุหริภุญชัยแล้วยังหาที่กินมื้อเช้า-เที่ยงไม่ได้ ลองเดินข้ามสะพานท่าสิงห์ (ขัวมุง) ไปฝั่งเวียงยอง แล้วตามกลิ่นหอม ๆ เข้าไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย ร้านเก่าแก่ประจำเมืองลำพูนที่อยู่คู่ย่านนี้มานาน ความพิเศษอยู่ตรงที่เขาเอาลำไย ของขึ้นชื่อประจำจังหวัด มาตุ๋นรวมกับกระดูกหมูและเครื่องยาจีน เคี่ยวกันนานกว่า 2 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปที่ไม่เหมือนก๋วยเตี๋ยวตุ๋นทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากกินอะไรพื้นถิ่นแท้ ๆ ที่หากินที่อื่นยาก
เมนูที่ต้องสั่งคือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย หมูตุ๋นนุ่มจนแทบละลายในปาก ส่วนน้ำซุปนั้นรีวิวหลายเสียงตรงกันว่าหวานอ่อน ๆ จากลำไยแบบไม่เลี่ยน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมลำไยลอยมาเต็ม ๆ ใครชอบแบบจัดเต็มลองก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่องโบราณ ที่มีทั้งหมูตุ๋น เลือด ถั่ว และเครื่องครบ ๆ ส่วนคนไม่กินเส้นสั่งเกาเหลาหมูตุ๋นได้ และยังมีข้าวซอยหมูตุ๋น ขนมจีบ ซาลาเปา ปิดท้ายด้วยน้ำลำไยเย็น ๆ ชื่นใจดี
บรรยากาศเป็นร้านโต๊ะธรรมดาแบบร้านพื้นถิ่น กินง่าย สบาย ๆ ราคาก็เบามาก ชามละประมาณ 50-60 บาท ของหวานของทานเล่นชิ้นละ 10-20 บาท จ่ายไม่กี่สิบบาทก็อิ่ม เหมาะทั้งมากันเองในครอบครัว มากับเพื่อน หรือนักท่องเที่ยวที่แวะมาไหว้พระแล้วอยากลองของเด็ดเมืองลำพูน
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 09:00-15:00 น. ปิดบ่ายสามจึงควรมาช่วงเช้าถึงเที่ยง ช่วงวันหยุดคนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นร้านที่คนลำพูนและนักรีวิวพูดถึงกันบ่อย ที่ตั้งอยู่ฝั่งเวียงยอง ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญชัยข้ามสะพานมานิดเดียว หาง่าย จอดรถสะดวก ใครผ่านลำพูนแล้วไม่ได้แวะถือว่าพลาดของดีประจำเมือง
เฉาก๊วยมุกดา
ถ้ามาไหว้พระธาตุหริภุญชัยแล้วแดดเริ่มแรง ร้านที่คนลำพูนชี้ให้แวะเป็นอันดับแรกคือ "เฉาก๊วยมุกดา" ล็อกเล็ก ๆ ใต้ต้นโพธิ์โซนหน้าวัด ใกล้ที่จอดรถ ป้ายเขียนชัดว่า "เฉาก๊วยที่อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์" ฟังดูมั่นใจ แต่พอได้ลองก็เข้าใจว่าทำไมร้านนี้ถึงอยู่คู่เมืองลำพูนมานาน เหมาะกับคนแวะไหว้พระแล้วอยากหาของหวานเย็น ๆ ดับร้อน หรือสายของหวานที่ตามรอยร้านในตำนานของจังหวัด
เมนูที่ต้องสั่งคือเฉาก๊วยนมสด จุดเด่นอยู่ที่เนื้อเฉาก๊วยหั่นชิ้นพอดีคำ หนึบเด้งสู้ฟันแบบที่หลายรีวิวพูดตรงกันว่า "หนึบจริง" ราดน้ำตาลโตนดเคี่ยวเองหอมกรุ่น โรยน้ำตาลทรายแดง เติมนมข้นและน้ำแข็งไสละเอียด รวมกันออกมาหวานมันกลมกล่อม คนชอบบอกว่าเย็นชื่นใจ ส่วนคนที่ติคือออกหวานนำ ใครไม่ชอบหวานมากบอกแม่ค้าให้ลดได้
เสน่ห์อีกอย่างที่คนพูดถึงเยอะคือแม่ค้าอารมณ์ดี ลีลาการขายสนุก คุยเก่ง จนกลายเป็นสีสันของร้าน ราคาราว 45 บาทต่อแก้ว ถือว่าสมเหตุสมผลกับความอร่อยและความตั้งใจ ร้านได้คะแนนรีวิวฝั่งวงในราว 4.1 จากเกือบสองร้อยรีวิว สะท้อนว่าเป็นที่นิยมจริงทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ข้อควรรู้คือร้านเปิดกลางวันถึงบ่าย ราว 09:00 ถึง 16:00-16:30 และเป็นล็อกขายแบบซื้อกลับเป็นหลัก ไม่มีที่นั่งเยอะ ช่วงวันหยุดคนเยอะอาจต้องรอคิว แนะนำให้มาช่วงเช้าถึงบ่ายอ่อน ๆ เพราะของหมดก่อนเวลาก็มี มาลำพูนทั้งทีลองสักแก้วแล้วจะรู้ว่าทำไมคนถึงพูดถึงไม่เลิก
ดาวคะนอง
ถ้าถามคนลำพูนว่าอยากกินอาหารเหนือแท้ ๆ แบบกินกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ชื่อ "ดาวคะนอง" มักโผล่มาเป็นชื่อแรก ร้านนี้อยู่คู่เมืองลำพูนมากว่าห้าสิบปี จุดเริ่มต้นมาจากค่ายมวย ศ.ดาวคะนอง ที่แม่ครัวทำกับข้าวเลี้ยงนักมวยจนติดใจคนแถวนั้น แล้วค่อย ๆ กลายมาเป็นร้านอาหารเต็มตัว ตอนนี้มีหลายสาขา ทั้งสาขาในเมืองย่านถนนเจริญราษฎร์ และสาขาดอยติริมซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง เยื้องวัดดอยติ เหมาะมากสำหรับคนที่แวะผ่านลำพูนแล้วอยากหามื้อพื้นเมืองจริงจัง มากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนก็สบาย
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือลาบหมูคั่ว เพราะร้านมีสูตรพริกลาบเฉพาะตัวที่สืบทอดมาจากครูมวยคะนอง รสจัดหอมเครื่อง อีกจานที่พลาดไม่ได้คือแกงฮังเล เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม น้ำแกงกลมกล่อมออกหวานนัว เข้ากับข้าวเหนียวสุด ๆ ส่วนไส้อั่วก็หอมเครื่องแกงและเห็ดถอบตามฤดู กุ้งฝอยทอดกรอบเนื้อหวานกินเพลิน ใครมาเป็นกลุ่มแนะนำสั่งชุดขันโตกหรือออร์เดิร์ฟเมืองมาวางกลางโต๊ะ ได้ชิมหลายอย่างพร้อมน้ำพริกหนุ่มน้ำพริกอ่องในมื้อเดียว
รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ารสชาติพื้นเมืองแท้ ไม่ปรับให้จืดจนเสียเอกลักษณ์ บริการไว ราคาคุ้มมาก จานหลักเริ่มราว 30-60 บาท ต่อหัวตกประมาณ 100-250 บาท บรรยากาศเป็นร้านบ้าน ๆ โปร่งโล่งนั่งสบาย สาขาดอยติมีทั้งโซนแอร์ โซนพัดลม และห้องส่วนตัว ที่จอดรถกว้าง มีเมนูภาพประกอบภาษาอังกฤษให้ด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดและมื้อเที่ยงคนเยอะ อาจต้องรอโต๊ะบ้าง และบางสาขาเป็นโซนพัดลมเป็นหลัก ถ้าอยากนั่งห้องแอร์ลองเลือกสาขาดอยติจะสบายกว่า
ครัววันดี
ถ้าถามคนลำพูนว่าจะพาเพื่อนต่างถิ่นไปกินอาหารเหนือต้นตำรับที่ไหนดี ชื่อ "ครัววันดี" มักโผล่มาเป็นร้านแรก ๆ ร้านนี้อยู่คู่เมืองมากว่ายี่สิบปี เป็นร้านใหญ่โอ่โถงริมถนนลำพูน-สันป่าตอง ย่านริมปิง มีลานจอดรถกว้าง โต๊ะเก้าอี้เยอะ บรรยากาศร่มรื่นแบบร้านอาหารต่างจังหวัดรุ่นเก่า เหมาะกับมากันทั้งครอบครัวหรือยกแก๊งเพื่อนมานั่งสบาย ๆ ใครขับรถผ่านลำพูนแล้วอยากหาที่กินมื้อจริงจังสักมื้อ ที่นี่ลงตัวดี
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือแกงฮังเลลำไย เป็นลายเซ็นของร้าน รสหวานนำจากลำไยตัดกับเครื่องแกงเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่มไม่มันเลี่ยน รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่า "แกงเข้มข้นกลมกล่อม" กินกับข้าวร้อน ๆ แล้วเพลิน อีกจานที่ไม่ควรพลาดคือกุ้งฝอยทอด กรอบเหลืองเคี้ยวเพลิน ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊วใส่ลำไยที่หากินยากจากร้านอื่น และลาบหมูคั่วที่คั่วจนหอมเครื่อง ใครชอบลองของแปลกก็มีออร์เดิร์ฟเมืองเป็นชุดรวมของกินเล่นเหนือ ๆ ทั้งแคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริก
รสชาติโดยรวมออกแนวกลาง ๆ ไม่เผ็ดจัดไม่เค็มจัด เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ทานง่าย คนที่ไม่ถนัดรสจัดน่าจะถูกใจ ราคาต่อหัวประมาณ 101-250 บาท จานเดี่ยวเริ่มราว 60-100 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณ บริการเสิร์ฟไว อาหารมาเร็ว ห้องน้ำสะอาด มีที่จอดรถสบาย
ข้อควรรู้นิดหน่อย ช่วงเย็นบางวันยุงค่อนข้างเยอะเพราะร้านเป็นพื้นที่เปิดมีต้นไม้ พกยากันยุงไปด้วยจะอุ่นใจกว่า และวันหยุดยาวคนแน่น อาจต้องรอคิวบ้าง ร้านเปิดทุกวัน 09.00-21.00 น. โทรจองโต๊ะล่วงหน้าได้ถ้ามากันหลายคน
ป้าแต๋ว กล้วยทอดโค้งครูบา
ถ้าใครขับรถเข้าเมืองลำพูนแล้วเห็นรถจอดเรียงริมถนนแถวโค้งครูบา ถนนสันเหมืองใต้ ให้รู้ไว้เลยว่าเกือบทั้งหมดมาหยุดที่เพิงเล็ก ๆ ของ "ป้าแต๋ว กล้วยทอดโค้งครูบา" ร้านนี้ขายของทอดแป้งกรอบมากว่าสี่สิบปี จากเตาเดียวค่อย ๆ ขยายจนตอนนี้ตั้งกระทะทอดกันหลายใบ มีคนช่วยกันทั้งวัน เป็นของกินคู่เมืองที่คนลำพูนพาแขกบ้านแขกเมืองมาลองกันรุ่นต่อรุ่น เหมาะมากสำหรับคนที่แวะผ่านลำพูนแล้วอยากได้ของกินเล่นติดมือ หรือซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน
เมนูที่ต้องสั่งคือกล้วยทอด ทั้งกล้วยน้ำว้าและกล้วยสุกที่ทอดออกมากรอบนอกนุ่มใน แป้งบาง ๆ ติดมะพร้าวหอม ๆ ตามด้วยไข่นกกระทาทอดที่หลายคนบอกว่าทอดมาพองกรอบ กินเพลินจนหยุดไม่ได้ มันทอด เผือกทอด และฟักทองทอดก็มีให้เลือกครบในถุงเดียว รีวิวลูกค้าส่วนใหญ่ชมว่ากรอบจริง แป้งติดรสเค็มนิด ๆ ตัดกับความหวานของกล้วยได้กำลังดี ทอดสด ๆ ใหม่ทุกวันเลยกรอบอยู่ได้แม้ทิ้งไว้สักพัก
ราคาเป็นกันเองมาก เริ่มต้นถุงละ 20 บาท จัดมาคละ ๆ ทั้งกล้วย มัน เผือก ไข่นกกระทาได้สบายกระเป๋า บรรยากาศเป็นเพิงริมถนนแบบสตรีทฟู้ดจริง ๆ ซื้อกลับมากกว่านั่งกิน จอดรถริมถนนได้ ตัวร้านอยู่ตรงสามแยกใกล้วิทยาลัยเทคนิคลำพูน เปิดทุกวันราว 07.00–17.00 น. ของบางอย่างทอดหมดเป็นรอบ ๆ ถ้ามาช่วงบ่ายแก่อาจต้องรอชุดใหม่นิดหน่อย
ที่ร้านนี้ยอดนิยมไม่ใช่แค่เพราะอร่อย แต่เป็นความผูกพันแบบของกินในตำนานประจำจังหวัด ใครมาลำพูนแล้วไม่ได้แวะก็เหมือนมายังไม่ถึง ข้อควรรู้คือถ้าอยากได้เยอะ ๆ เช่นซื้อไปงานหรือแจกที่ทำงาน โทรสั่งล่วงหน้ากับป้าได้ จะได้ไม่ต้องยืนรอนาน และมาช่วงสายถึงบ่ายต้น ๆ ของจะครบที่สุด
🛏️ จองที่พักในลำพูน
อยากกินลำพูนให้ครบทั้งเช้าและเย็น เลือกพักในเมืองเก่าใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัยจะสะดวกสุด เดินไปกินข้าวมันไก่ บะหมี่เกี๊ยว และเฉาก๊วยได้ในระยะใกล้ ไม่ต้องขับรถ ลำพูนมีตั้งแต่โรงแรมเล็กในเมืองไปจนถึงที่พักริมแม่น้ำกวงบรรยากาศดี เช็กราคาและรีวิวเทียบกันก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักลำพูน (Agoda)โกฮัง บะหมี่-เกี๊ยว
ถ้าพูดถึงบะหมี่เกี๊ยวเจ้าเก่าของลำพูน ชื่อ "โกฮัง บะหมี่-เกี๊ยว" ต้องโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ เสมอ ร้านนี้อยู่คู่เมืองมายาวนานเกือบยี่สิบปี เป็นร้านหัวมุมเล็ก ๆ บนถนนอินทยงยศ ข้างศาลากลางจังหวัด เดินจากวัดพระธาตุหริภุญชัยมานิดเดียวก็ถึง เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งไหว้พระเสร็จแล้วท้องเริ่มร้อง อยากหาของอร่อยง่าย ๆ รองท้องแบบไม่ต้องคิดเยอะ
เมนูที่ต้องสั่งคือบะหมี่ปูหมูแดงกับบะหมี่เกี๊ยวปู จานนี้เนื้อปูมาเน้น ๆ หมูแดงหั่นชิ้นสวย วางมาดูน่ากินจริง ส่วนเส้นบะหมี่ของที่นี่เป็นพระเอกที่หลายคนพูดถึง รีวิวจริงบอกตรงกันว่าเส้น "เหนียว นุ่ม ลื่นคอ" ลวกมาได้กำลังดี เกี๊ยวก็สุกพอดีไม่เละ อีกจานที่พลาดไม่ได้คือซุปกระดูกหมู ได้กระดูกชิ้นโตหลายท่อน เนื้อติดกระดูกเยอะ น้ำซุปหวานกระดูกแบบธรรมชาติ หลายคนบอกว่าแทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย
เรื่องราคาเป็นมิตรกับกระเป๋ามาก ชามละราว 40-60 บาท ซุปกระดูกก็ราว 50 บาท จ่ายต่อหัวไม่ถึงร้อยก็อิ่มสบาย บรรยากาศเป็นร้านบ้าน ๆ ตามสไตล์ร้านเก่าแก่ ช่วงเที่ยงคนแน่นจนหาที่นั่งยาก ซึ่งก็เป็นเครื่องยืนยันว่าทำไมคนถึงติดใจกันมานาน รสชาติคงเส้นคงวา สะอาด บริการไว
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดทุกวันช่วงกลางวัน ประมาณ 09:00-16:00 ใครตั้งใจมากินมื้อเย็นอาจคลาดได้ แนะนำมาช่วงสายถึงบ่ายจะชัวร์กว่า ที่จอดรถเป็นริมถนนหน้าร้าน วันคู่วันคี่จอดสลับฝั่ง ถ้ามาเที่ยงวันธรรมดาเผื่อใจเรื่องที่นั่งไว้นิดหนึ่ง แต่บอกเลยว่าบะหมี่ปูชามนี้คุ้มค่าการรอ
เตี๋ยวตุ๋นบ้านสวน
ใครชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นแบบที่ช้อนแรกแล้วต้องหยุดคิดว่า "นี่มันหอมอะไรขนาดนี้" เตี๋ยวตุ๋นบ้านสวนคือร้านที่อยากให้แวะ ร้านนี้เป็นสาขาแรกของแบรนด์ที่มาเปิดในลำพูน จุดขายคือสูตรการตุ๋นต้นตำรับจากไต้หวัน เคี่ยวเนื้อกับสมุนไพรจีน-ไทยกว่า 18 ชนิดข้ามคืน ทำให้น้ำซุปออกมาหอมกลิ่นเครื่องยาแบบกลมกล่อม ไม่โขลกจมูก ส่วนเนื้อนั้นเปื่อยนุ่มจนหลายคนในรีวิวบอกตรงกันว่า "ละลายในปาก"
เมนูที่อยากให้สั่งคือเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย ซึ่งหยิบลำไยของดีประจำจังหวัดมาตุ๋นด้วย เลยได้ความหวานธรรมชาติติดปลายลิ้นที่ร้านอื่นไม่มี ใครสายเนื้อลองเตี๋ยวตุ๋นรวมเนื้อพรีเมียม ที่ใช้เนื้อออสเตรเลียเลยไม่มีกลิ่นสาบ มากันหลายคนสั่งเกาเหลาหม้อไฟรวมเนื้อมาแบ่งกันได้ น้ำซุปร้อน ๆ กับเครื่องเต็มหม้อคือฟินมาก ราคาเริ่มชามละ 65 บาท ส่วนเมนูตุ๋นพรีเมียมอยู่ที่ราว 100 บาท ถือว่าคุ้มกับวัตถุดิบที่ได้
ทำเลอยู่ย่านสนามกีฬา ซอย 6 อ.เมืองลำพูน บรรยากาศร้านโปร่ง โต๊ะนั่งสบายไม่อึดอัด เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00–16.00 น. เหมาะทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน คนแถวนั้นบอกว่าคิวแน่นแทบทุกวัน ใครอยากนั่งสบาย ๆ ลองเลี่ยงช่วงเที่ยงพีค ๆ จะดีกว่า เป็นร้านที่ถ้าผ่านลำพูนแล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวตุ๋นจริงจังสักชาม ที่นี่ตอบได้ดีมาก
ข้าวมันไก่ไทยแลนด์
ถ้าถามคนลำพูนว่ามื้อเช้าง่าย ๆ ต้องไปกินที่ไหน ชื่อ "ข้าวมันไก่ไทยแลนด์" หลังวัดพระธาตุหริภุญชัยมักโผล่ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้เป็นห้องแถวเล็ก ๆ เปิดมานานจนกลายเป็นร้านในตำนานของคนหละปูน เหมาะกับคนที่อยากกินข้าวมันไก่แบบเรียบง่าย อร่อยจริง ไม่ต้องหรูหรา และอยากแวะกินก่อนหรือหลังไปไหว้พระธาตุ
เมนูต้องสั่งคือข้าวมันไก่ต้ม เนื้อไก่นุ่มฉ่ำ เคี้ยวง่าย ไม่เหนียว ใครชอบหนังกรอบ ๆ มันหน่อยก็ลองข้าวมันไก่ทอด หรือสั่งแบบรวมต้ม-ทอดมาในจานเดียวก็ได้ ตัวข้าวมันหุงมาหอม เม็ดสวยร่วนไม่แฉะ พระเอกที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือน้ำจิ้มซีอิ๊ว-เต้าเจี้ยวออกหวานนำ ตัดด้วยมะนาวและขิงให้กลมกล่อม เผ็ดไม่มาก กับน้ำซุปกระดูกหมูที่ต้มจนเข้มข้นหวานน้ำต้มกระดูก ใครชอบของแนมก็มีเครื่องในไก่และตีนไก่ตุ๋นยาจีนให้สั่งเพิ่ม
ราคาเป็นกันเองมาก เริ่มต้นจานละไม่กี่สิบบาท จานพิเศษหรือเนื้อไก่ล้วนก็ยังอยู่ในหลักไม่เกินร้อย คุ้มจนเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนแวะเวียนมาไม่ขาด บรรยากาศร้านเป็นห้องแถวธรรมดา โต๊ะไม่เยอะ ช่วงเช้าคนเข้าออกตลอด แต่ของมาไว ไม่ต้องรอนาน น้ำซุปกับน้ำจิ้มเติมได้
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเช้าตั้งแต่ราวหกโมงเช้าถึงช่วงบ่าย ๆ และมักขายหมดก่อนเวลาปิดถ้ามาสาย อยากกินชัวร์แนะนำมาช่วงเช้าถึงเที่ยง ที่จอดรถเป็นริมถนนหน้าร้าน ช่วงพีคอาจต้องวนหาที่หน่อย แต่แลกกับข้าวมันไก่จานอร่อยราคาเบา ๆ ถือว่าคุ้มที่จะแวะ
Temple House Lamphun
Temple House Lamphun คือคาเฟ่และแกลเลอรีศิลปะที่เกิดจากการชุบชีวิตตึกเก่าใจกลางเมืองเก่าลำพูน ตั้งอยู่บนถนนอินทยงยศ เยื้องวัดพระธาตุหริภุญชัย เดินจากองค์พระธาตุมาแค่ไม่กี่ก้าว ชั้นล่างเป็นคาเฟ่โปร่ง ๆ เพดานสูง มุมนั่งสบาย ส่วนชั้นบนเป็นแกลเลอรีที่หมุนเวียนงานศิลปะ ภาพถ่าย และของคราฟต์ท้องถิ่นมาจัดแสดงและวางขาย เหมาะกับคนที่ไหว้พระธาตุเสร็จแล้วอยากหามุมเย็น ๆ นั่งพัก สายคาเฟ่ที่ชอบบรรยากาศเงียบมีรสนิยม และคนที่อยากเดินดูงานศิลป์ไปจิบกาแฟไป
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกลุ่มเค้กและของหวานโฮมเมด อย่างแครอตเค้กและทาร์ตเบอร์รีอัลมอนด์ ที่หลายรีวิวบอกว่าอร่อยและทำสด ส่วนของคาวเป็นอาหารฝรั่งเบา ๆ ผสมวัตถุดิบเหนือ เช่น สเต๊กไข่ เอ้กเบเนดิกต์ แซนด์วิช และพาสต้าที่เล่นกับรสท้องถิ่นอย่างพาสต้าปลาส้ม ซึ่งรีวิวบอกว่ารสกลมกล่อม เด็กกินได้ ด้านกาแฟใช้เมล็ดท้องถิ่นให้เลือก ความเห็นค่อนข้างหลากหลาย บางคนชอบ บางคนบอกว่ารสกลาง ๆ ค่อนไปทางจืด ถ้าเป็นสายกาแฟเข้มอาจต้องบอกบาริสต้าเพิ่ม
บรรยากาศคือจุดที่ทุกรีวิวตรงกันว่านั่งสบาย ตกแต่งสวยมีศิลปะ อากาศเย็น มีหลายมุมถ่ายรูป ราคาอยู่ราว 100–250 บาทต่อคน ถือว่ากลาง ๆ สำหรับคาเฟ่เมืองเล็ก บางรีวิวรู้สึกว่าราคาแอบสูงเมื่อเทียบกับรสชาติ และช่วงคนเยอะอาหารอาจออกช้าหน่อย เปิด 08:00–17:00 ปิดทุกวันอังคาร ข้อควรรู้คือโต๊ะค่อนข้างชิดกันในวันคนแน่น ถ้าอยากได้มุมสบาย ๆ ไปช่วงเช้าจะดีที่สุด ด้วยทำเลติดวัดพระธาตุ คอนเซปต์คาเฟ่บวกแกลเลอรีที่ไม่เหมือนใคร และของหวานที่คนบอกต่อ เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดที่คนมาลำพูนมักแวะ
ไส้อั่วยายปี๋
ถ้าพูดถึงของฝากที่คนลำพูนภูมิใจที่สุด ชื่อ "ไส้อั่วยายปี๋" ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้ทำไส้อั่วขายมากว่า 50 ปี สืบสูตรจากรุ่นยายปี๋มาถึงรุ่นปัจจุบัน จุดที่ทำให้คนจำได้คือไส้อั่วของที่นี่เป็นแท่งตรงยาว ไม่ขดเป็นวงเหมือนเจ้าอื่น ตัดแบ่งกินง่าย เหมาะมากสำหรับคนที่แวะเที่ยวเมืองลำพูนแล้วอยากได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือใครที่ตามหาไส้อั่วเหนือแท้ ๆ รสไม่จัดจ้านเกินไป
เมนูที่ต้องสั่งคือไส้อั่วทำสดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ใช้เนื้อหมูสันคอผสมสามชั้นเล็กน้อย เครื่องสมุนไพรแน่นทั้งตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด หอมเครื่องเทศแบบพื้นเมือง คนที่เคยกินบอกตรงกันว่าไม่มันเลี่ยน เนื้อแน่นถึงเครื่อง รสกลมกล่อมไม่เค็มจัด กินเรื่อย ๆ ได้ไม่เบื่อ หลายคนเทียบว่าอร่อยกว่าไส้อั่วทั่วไปที่เคยลอง นอกจากไส้อั่วยังมีแคบหมู หมูยอ และน้ำพริกหนุ่มขายเป็นชุดของฝากด้วย
ราคาอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 550 บาท หรือซื้อแบ่งเป็นชิ้น 2 ชิ้นราว 110 บาท จับต้องได้ ทำเลร้านอยู่ที่ถนนรอบเมืองนอก เยื้องกับจวนผู้ว่าฯ ไม่ไกลจากวัดพระธาตุหริภุญชัย เดินทางสะดวก แวะระหว่างไหว้พระได้พอดี เปิดตั้งแต่เช้า 07:30 ถึงประมาณ 18:00 น.
ข้อควรรู้คือช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวของมักหมดเร็ว หลายรีวิวแนะนำให้มาช่วงเช้าหน่อย เพราะหลังเที่ยงบางวันไส้อั่วขายหมดแล้ว ของบางส่วนแพ็กแช่แข็งพร้อมอุ่นไมโครเวฟ เหมาะหิ้วกลับไกล ๆ ที่ร้านดังมานานเพราะรสชาติคงเส้นคงวาและทำสดจริง จึงกลายเป็นหมุดหมายของฝากประจำเมืองลำพูนที่คนแวะซ้ำไม่เลิก
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารเหนือ
ถ้าอยากชิมหลายร้านในทริปเดียวโดยมีคนพาไป ลองมองหาฟู้ดทัวร์เมืองเหนือผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ที่มีไกด์พาเดินกินรอบเมืองเก่า เล่าที่มาของแต่ละเมนูให้ฟัง หรือใครอยากลงมือเองก็มีคลาสทำอาหารเหนือให้หัดทำแกงฮังเลและน้ำพริกหนุ่มแบบต้นตำรับ ได้ทั้งกินทั้งความรู้ติดตัวกลับบ้าน จองล่วงหน้าออนไลน์ได้สะดวก
💡 รู้ก่อนไปกินที่ลำพูน
ร้านเด็ดส่วนใหญ่อยู่รอบวัดพระธาตุหริภุญชัยในรัศมีเดินถึง เรียก Grab ในลำพูนมีบ้างแต่รถน้อยกว่าเชียงใหม่ เช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ไว้สักคันจะคล่องตัวกว่า โดยเฉพาะถ้าจะข้ามไปเวียงยอง
ร้านสตรีท ร้านก๋วยเตี๋ยว และแผงของหวานหลายเจ้ารับแต่เงินสด บางร้านมี QR พร้อมเพย์แต่ไม่ใช่ทุกที่ พกแบงก์ย่อยไว้จ่ายสะดวกกว่า เพราะของส่วนใหญ่ราคาหลักสิบ
ข้าวมันไก่ บะหมี่เกี๊ยว และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยเปิดเช้าและเลิกช่วงบ่าย มาสายเสี่ยงของหมดหรือต้องต่อคิว ถ้าอยากชิมให้ครบ จัดร้านเช้าไว้ก่อนเที่ยงจะปลอดภัยที่สุด
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่มีเมนูภาษาไทยเป็นหลัก ร้านคาเฟ่อย่าง Temple House พอสื่อสารอังกฤษได้ ถ้าไปร้านสตรีท ลองชี้รูปหรือเปิดชื่อเมนูที่แปลไว้ในมือถือ คนขายลำพูนใจดีและช่วยเหลือดี
ร้านสตรีทและร้านก๋วยเตี๋ยวไม่มีธรรมเนียมทิป จ่ายตามราคาได้เลย ส่วนร้านนั่งโต๊ะหรือคาเฟ่ ถ้าประทับใจบริการจะทอนเศษเหรียญทิ้งไว้ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล
หลายร้านเด็ดอยู่ติดหรือในวัดพระธาตุหริภุญชัย ถ้าจะแวะไหว้พระระหว่างกิน แต่งตัวให้เรียบร้อย ปิดไหล่ปิดเข่า จะได้เข้าได้สบายใจไม่ต้องเช่าผ้าคลุม
วางแผนกินลำพูนให้คุ้มในวันเดียว
ลำพูนกินครบได้ในวันเดียวถ้าวางลำดับดีๆ เริ่มเช้าที่ข้าวมันไก่ไทยแลนด์หลังวัดพระธาตุฯ หรือบะหมี่เกี๊ยวโกฮังบนถนนอินทยงยศ ทั้งสองร้านเปิดเช้าและเลิกบ่าย มาสายเสี่ยงหมด พอสายๆ ค่อยไปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยที่เวียงยอง (เปิดราว 9 โมงถึงบ่าย 3) แล้วเดินเข้าวัดพระธาตุฯ ต่อด้วยเฉาก๊วยมุกดาแก้วเย็นๆ ดับร้อน
ช่วงบ่ายแวะกล้วยทอดป้าแต๋วโค้งครูบาซื้อติดมือ แล้วไปนั่งชิลที่ Temple House (ปิดวันอังคาร) ส่วนมื้อเย็นเน้นอาหารเหนือเต็มโต๊ะ เลือกดาวคะนองหรือครัววันดี สั่งแกงฮังเลลำไย ไส้อั่ว และลาบหมูคั่วมาแชร์กัน ก่อนกลับอย่าลืมแวะไส้อั่วยายปี๋ซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือ
มากินลำพูนหลายร้านแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักในเมืองเก่าใกล้วัดพระธาตุฯ ไว้สักคืน เดินกินเช้า-เย็นได้สบาย ไม่ต้องขับรถไกล
หาที่พักในลำพูน
