🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเรื่องกินในมหาสารคามให้เพื่อนฟัง เราจะเริ่มที่ตัวตนของเมืองนี้ก่อน เพราะมหาสารคามคือเมืองตักสิลา เมืองการศึกษาของอีสานที่มีมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับราชภัฏเป็นหัวใจ พอเป็นเมืองนักศึกษา ของกินเลยถูกและหลากหลายแบบที่จังหวัดอื่นหายาก ไล่ตั้งแต่ย่านท่าขอนยางหน้า มมส ที่เรียงรายด้วยร้านอีสาน แจ่วฮ้อน ร้านริมน้ำ และคาเฟ่เปิดใหม่ มาจนย่านเมืองเก่าหลังมอเก่าที่ซ่อนร้านเส้นทำมือเจ้าเด็ดเอาไว้ เย็น ๆ ลมพัดสบาย กลิ่นเตาถ่านไก่ย่างลอยมาเป็นระยะ นั่งซดน้ำซุปแจ่วฮ้อนร้อน ๆ กับเพื่อนสักหม้อ นี่คือบรรยากาศที่ทำให้คนคิดถึงมหาสารคามไม่หาย
ในลิสต์นี้มีตั้งแต่ร้านที่คนทั้งเมืองพูดถึง อย่างสวนอาหารโต้งไก่ย่างที่ขึ้นชื่อเรื่องไก่ย่างหนังกรอบกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรร้าน หรือก๋วยจั๊บโบราณแม่อ้อยหลังมอเก่าที่ปั้นเส้นสดเองทุกวัน เส้นใหญ่เหนียวนุ่มจนเป็นที่ติดใจของเด็กหอมาหลายรุ่น ฝั่งสายอีสานแท้ก็มีลำชี 1 ตรงข้ามบิ๊กซีที่เด่นเรื่องก้อยเสือคั่วกับซอยจุ๊ และครัวไชยพารวยย่านสี่แยกวังยาวที่ทำต้มปลาช่อนกับลาบปลาตะเพียนทอดกรอบได้กลมกล่อม ส่วนใครสายชิลก็มีร้านริมน้ำท่าขอนยางอย่าง She's Cafe & Bistro และคาเฟ่โฮมมี่อย่าง Miso Home Cafe กับ Brotherhood ให้นั่งยาว ๆ ทุกร้านในนี้คนมหาสารคามการันตี ลองไล่กินทีละร้านแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองเล็ก ๆ นี้ถึงกินสนุกไม่แพ้ใคร
สวนอาหารโต้งไก่ย่าง
ถ้ามามหาสารคามแล้วถามคนพื้นที่ว่าไก่ย่างเจ้าไหนเป็นตำนาน หลายคนจะพามาที่ "สวนอาหารโต้งไก่ย่าง" ร้านเรือนไม้ร่มรื่นย่านตำบลแวงน่าง ทางไปศาลากลางใหม่ ใกล้แถบหนองหญ้าปล้อง ที่เปิดมายาวนานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นชื่อที่คนสารคามนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เวลาอยากกินไก่ย่างกับอาหารอีสานจริงจัง ร้านนี้เหมาะมากสำหรับมื้อแรกในจังหวัด มากันเป็นครอบครัวหรือมาเป็นกลุ่ม เพราะมีทั้งโซนซุ้มกลางสวน โต๊ะรวม และห้องแอร์สำหรับจัดเลี้ยง รองรับได้หลักร้อยที่นั่ง
พระเอกของร้านคือไก่ย่างสูตรหมักสมุนไพรของทางร้าน ย่างออกมาหนังกรอบ เนื้อนุ่มกำลังดี ไม่แห้งไม่เหนียว รีวิวหลายเสียงพูดตรงกันว่า "หนังกรอบสุด รสชาติเข้มข้น" จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรร้านแล้วลงตัว เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียวห่อใบตองหอม ๆ นอกจากไก่ย่างก็มีลาบปลาดุก อุเพี้ย (อ่อมพื้นท้องปลา) และตำลาว–ตำไทยที่ปรุงรสจัดจ้านถึงเครื่องแบบอีสานแท้ ใครชอบแซ่บนัวสั่งตำคู่กับไก่ย่างได้เลย
ราคาเป็นกันเอง อยู่ราว ๆ 101–250 บาทต่อคน ไก่ย่างจานหลักประมาณ 140 บาท ถือว่าคุ้มกับปริมาณและรสชาติ บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ ปลอดโปร่ง สะอาด นั่งสบายทั้งกลางวันและช่วงเย็น ร้านเปิดทุกวัน 09:30–18:00 น. (สั่งเดลิเวอรีผ่าน GrabFood, LINE MAN, foodpanda ได้) ข้อควรรู้คือร้านปิดค่อนข้างเย็น ถ้าตั้งใจมากินมื้อเที่ยงหรือบ่ายจะกำลังดี ช่วงวันหยุดคนเยอะพอควรเพราะเป็นร้านดังประจำจังหวัด เผื่อเวลานิดหนึ่งจะสบายใจกว่า มาทั้งทีแนะนำให้สั่งไก่ย่างกับตำมาเป็นชุด แล้วค่อยเสริมลาบปลาดุกหรืออุเพี้ยตามชอบ รับรองว่าได้รสอีสานเต็มคำสมกับที่ใคร ๆ บอกว่ามาสารคามต้องแวะ
แจ่วฮ้อน (ท่าขอนยาง)
ถ้าถามคนมหาสารคามว่าพาเพื่อนต่างถิ่นไปกินอะไรดีให้ติดใจ ชื่อ "แจ่วฮ้อนท่าขอนยาง" จะโผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้เปิดมายาวนานกว่าสี่สิบปีตั้งแต่ปี 2527 จนกลายเป็นสวนอาหารขนาดใหญ่ริมถนนถีนานนท์ หน้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เหมาะกับคนที่อยากกินแจ่วฮ้อนแบบต้นตำรับในบรรยากาศร่มรื่น ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือมื้อเลี้ยงสังสรรค์ที่นั่งได้สบาย ๆ
พระเอกของร้านคือชุดแจ่วฮ้อนเนื้อโคขุน หม้อน้ำซุปสมุนไพรเข้มข้นที่หลายรีวิวชมว่าหอมเครื่องสมุนไพรชัด กลมกล่อม ซดแล้วอุ่นท้อง จิ้มกับน้ำแจ่วรสจัดแล้วเข้ากันดี เนื้อโคขุนสดหั่นมาให้ลวกเองในหม้อ นุ่มกำลังพอดี ใครชอบของย่างต้องสั่งคอหมูย่างหอม ๆ มาแกล้ม และส้มตำทะเลกรอบที่รสแซ่บถึงเครื่อง อีกจานที่ลูกค้าประจำชอบสั่งคือปลาลุยสวน สดและเครื่องสมุนไพรเยอะ
ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 101–250 บาทต่อคน ชุดแจ่วฮ้อนเริ่มราว 220–260 บาท ของกินเล่นหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าคุ้มสำหรับมื้อที่นั่งกินกันยาว ๆ ร้านเปิดทุกวันราว 10.00–23.00 น. มีทั้งโซนกลางแจ้งใต้ร่มไม้และห้องแอร์หลายห้องรองรับได้หลายร้อยที่นั่ง มีดนตรีสด ที่จอดรถกว้าง เดินทางง่ายเพราะอยู่ติดถนนใหญ่
ความนิยมไม่ได้มาเล่น ๆ ร้านได้รางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice หลายปีติด และยังถูกคัดเป็นเมนูถิ่นประจำจังหวัดจากกระทรวงวัฒนธรรม ข้อควรรู้คือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะมาก โต๊ะใหญ่ควรโทรจองล่วงหน้า และน้ำซุปค่อนข้างเผ็ดร้อน ใครไม่กินเผ็ดบอกพนักงานปรับได้
ญ้อภูไท ท่าขอนยาง
ญ้อภูไท ท่าขอนยาง คือสวนอาหารอีสานเจ้าเก่าแก่ของย่าน มมส ใหม่ ที่อยู่คู่ท่าขอนยางมากว่าสิบเจ็ดปี ตั้งอยู่ติดตลาดสดชัยภูผา ตรงข้ามธนาคารกรุงไทยสาขาท่าขอนยาง หาง่ายเพราะอยู่ติดถนนเส้นหลัก เหมาะมากสำหรับนักศึกษา ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่อยากหาที่นั่งกินข้าวสบาย ๆ ตั้งแต่กลางวันยาวไปจนดึก ใครแวะมามหาสารคามแล้วอยากลองรสมือพื้นบ้านแท้ ๆ ร้านนี้เป็นหมุดที่คนพื้นที่ชอบพามา
เมนูที่คนสั่งกันไม่ขาดคืออ่อมหวายรสเข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพรกลมกล่อม กับปลานิลลุยสวนที่ราดน้ำยำเครื่องเยอะถึงใจ ส่วนคนชอบกินร้อน ๆ ซดคล่องต้องสั่งแจ่วฮ้อน หม้อน้ำซุปสมุนไพรแซ่บนัวที่เริ่มราว 189 บาท กินกับเครื่องเคียงเพลิน ๆ ปิดท้ายด้วยเฉาก้วยน้ำผึ้งเย็น ๆ ดับร้อนได้ดี รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าอาหารจานใหญ่ รสจัดจ้านแบบอีสานแท้ อร่อยคุ้มราคา แม้บางคนติว่าบางวันคนเยอะอาจรอนานบ้าง
บรรยากาศเป็นจุดขายสำคัญ ฝั่งหนึ่งเป็นสวนอาหารร่มรื่น มีพัดลมทุกจุด ส่วนด้านในมีแพกลางน้ำให้นั่งชิลเป็นส่วนตัวทั้งกลางวันและกลางคืน ตกค่ำมีดนตรีโฟล์คซองสด ๆ ให้ฟังเพลิน ๆ อีกฝั่งของร้านยังเปิดเป็นหมูกระทะบุฟเฟต์ 99 บาทช่วงเย็น เอาใจสายกินไม่อั้น พนักงานได้คำชมเรื่องบริการเอาใจใส่อยู่บ่อย ๆ
ราคาเฉลี่ยอยู่ราว 101–250 บาทต่อคน ถือว่าจ่ายสบายสำหรับมื้อที่ได้ทั้งอาหารและบรรยากาศ มีที่จอดรถกว้าง รับบัตรเครดิต และมี Wi-Fi ฟรี เปิดตั้งแต่เช้ายันดึก ข้อควรรู้คือช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างแน่น ถ้ามากันหลายคนหรืออยากได้แพกลางน้ำ มาเร็วหน่อยจะได้ที่นั่งดี ๆ
ก๋วยจั๊บโบราณแม่อ้อย (หลังมอเก่า)
ถ้าให้แนะนำของกินที่คนมหาสารคามภูมิใจ ก๋วยจั๊บโบราณแม่อ้อย หลังมอเก่า ต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์เสมอ ร้านนี้อยู่คู่เมืองมานานเป็นสิบ ๆ ปี จุดขายที่ทำให้คนพูดถึงไม่หยุดคือ "เส้นก๋วยจั๊บทำเองปั้นมือทุกวัน" ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมแป้งมันนวดเองแล้วรีดเป็นแผ่น ตัดเส้นให้ใหญ่อ้วนกว่าก๋วยจั๊บทั่วไป เขาทำเส้นกันวันละหลายสิบกิโล ทำสดใหม่ ไม่ค้างคืน เพราะฉะนั้นทุกชามที่ยกมาเส้นจะหนึบนุ่มสู้ฟันแบบที่หากินยาก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินก๋วยจั๊บแบบมีตัวตน ไม่ใช่เส้นโรงงาน
เมนูต้องสั่งคือก๋วยจั๊บโบราณชามมาตรฐาน มาแบบจัดเต็มทั้งหมูเด้ง หมูยอ เลือดหมูชิ้นโต และเครื่องในแน่นชาม ใครชอบกินเยอะสั่งพิเศษได้ อีกอย่างที่หลายคนติดใจคือโครงไก่ตุ๋นในน้ำซุปจนเปื่อยนุ่ม สั่งเพิ่มมาแทะเล่นเข้ากันดี รสชาติจากรีวิวคนกินจริงพูดตรงกันว่าน้ำซุปนัว กลมกล่อม มีพริกเผาหอม ๆ ช่วยเพิ่มมิติ ส่วนเส้นนี่เองพระเอก เหนียวหนึบจนหลายคนบอกว่ามากินที่อื่นแล้วไม่เหมือน
บรรยากาศเป็นร้านท้องถิ่นเรียบง่าย อบอุ่นแบบบ้าน ๆ ไม่ได้หรูหราอะไร แต่นั่งสบายและเป็นกันเอง ราคาก็เบาสบายกระเป๋ามาก ชามนึงราว 50 บาท เครื่องแน่นคุ้มค่า ทำเลอยู่ถนนตัดใหม่ หลังมอเก่า ในเขตอำเภอเมือง หาไม่ยาก มีที่จอดรถริมถนนหน้าร้าน เปิดยาวตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มทุกวัน จะแวะมื้อเช้า มื้อเที่ยง หรือมาดึก ๆ ก็ยังทัน
ที่ร้านนี้ยอดนิยมไม่ใช่เพราะกระแสชั่วคราว แต่เพราะความสม่ำเสมอของเส้นทำมือและน้ำซุปที่รสไม่เคยตก คนสารคามพามากินซ้ำ ส่วนคนต่างถิ่นที่ผ่านมาก็มักได้รับการบอกต่อให้แวะ ข้อควรรู้นิดหน่อยคือชื่อแม่อ้อยมีหลายสาขาในเมือง ถ้าจะมาสาขานี้ให้ยึดพิกัด "หลังมอเก่า ถนนตัดใหม่" ไว้ และช่วงพีคคนเยอะอาจต้องรอเส้นกันบ้าง เพราะเขาลวกสด ๆ ทีละชาม
เยาวราช
เยาวราชเป็นร้านบะหมี่และอาหารตามสั่งสไตล์จีนกลางเมืองมหาสารคาม ซ่อนตัวอยู่ในซอยกลางย่านถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน ใกล้ตลาดเมืองเก่า เหมาะกับคนที่อยากกินบะหมี่เส้นสดทำเองแบบเยาวราชแท้ ๆ ในบรรยากาศห้องแอร์เย็นสบาย จุดเด่นที่ทุกรีวิวพูดตรงกันคือเส้นบะหมี่ที่ร้านนวดและรีดเอง ออกมาเส้นเล็กเหนียวนุ่ม ไม่อมแป้ง ลวกแล้วไม่เละง่าย ใครเป็นสายบะหมี่ต้องมาลองสักครั้ง
เมนูที่ต้องสั่งคือบะหมี่ต้มยำรวม น้ำต้มยำเข้มข้นรสจัดจี๊ดจ๊าด มากับหมูแดง เกี๊ยวกรอบ และผักคะน้า อีกจานที่คนสั่งซ้ำคือบะหมี่หมูกรอบแห้ง หมูกรอบหนังกรอบเนื้อนุ่ม และข้าวกระดูกอ่อนหมูตุ๋นน้ำแดงที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม นอกจากนี้ยังมีปอเปี๊ยะสด ปอเปี๊ยะขาหมู ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ติ่มซำ แฮ่กึ๊น และหอยจ๊อ ให้สั่งแกล้มได้อีกเพียบ ลูกค้าหลายคนชมว่าหมูแดงรสดีเข้าขั้น และอาหารแต่ละจานมาแบบจัดเต็ม
ราคาเป็นมิตรมาก บะหมี่ส่วนใหญ่อยู่ราว 40–45 บาทต่อชาม จานข้าวต่อหัวยังไม่ถึ 100 บาท ของทานเล่นเริ่มต้นหลักสิบ ร้านสะอาด มีที่จอดรถ พนักงานหลายคน อาหารออกไวมาก จึงเหมาะกับมื้อด่วนตอนกลางวันหรือแวะกินสบาย ๆ ในวันธรรมดา
ความนิยมสะท้อนชัดจากคะแนนรีวิวที่ดีต่อเนื่อง ร้านติดอันดับต้น ๆ ของเมืองและมีลูกค้าประจำแน่นในวันศุกร์-เสาร์ ข้อควรรู้คือร้านหยุดทุกวันพุธ และช่วงพีคคนเยอะ อาจต้องรอคิวเล็กน้อย แนะนำมาก่อนเที่ยงหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะสบายกว่า
🛏️ หาที่พักในมหาสารคามไว้เป็นฐานก่อนออกตะลุยกิน
ร้านในลิสต์นี้กระจายอยู่สองย่านหลักคือตัวเมืองมหาสารคามกับท่าขอนยางหน้า มมส มีที่พักตั้งฐานสักคืนจะตะลุยกินได้สบายกว่ามาก เราคัดโรงแรมและที่พักทำเลดี เดินทางสะดวก ทั้งสายงบประหยัดสไตล์เด็กหอและโรงแรมนั่งพักผ่อนใกล้ร้านในลิสต์มาให้เลือกแล้ว กดจองผ่านลิงก์ได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักมหาสารคาม (Agoda)She's Cafe & Bistro
She's Cafe & Bistro คือร้านอาหารริมแม่น้ำชีในตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวแม่น้ำกว้าง ๆ กับบรรยากาศชิลแบบนั่งยาวได้ทั้งเย็นยันดึก เหมาะกับคนที่อยากหามื้อค่ำริมน้ำชมพระอาทิตย์ตก คู่รักที่อยากนั่งจิบไวน์เงียบ ๆ หรือกลุ่มเพื่อน-ครอบครัวที่มาฉลองวันเกิดวันครบรอบ ตัวร้านแบ่งโซนหลายแบบ ทั้งห้องกระจกติดแอร์ที่เป็นโซนบาร์ โซนชั้นบนเปิดโล่งรับลมเห็นน้ำชีเต็มตา สวนระเบียงนั่งรับลมเย็น และมุมโดมโซฟาส่วนตัว จุดที่คนแวะถ่ายรูปกันเยอะคือมุมฟลามิงโกสีชมพูริมน้ำที่ตกแต่งสะดุดตา
เมนูที่นี่จัดว่าหลากสไตล์มาก ตั้งแต่อาหารไทย ไทยโบราณ จีน อิตาเลียนฟิวชัน ไปจนซีฟู้ดจัดเต็ม เมนูที่คนพูดถึงบ่อยมียำปลาดุกฟู ปลาหมึกชุบแป้งทอด ข้าวอบสับปะรด ขาหมูเยอรมัน และพวกซีฟู้ดอย่างหอยเชลล์ตัวโต กุ้งแม่น้ำเผา หอยนางรม กับเมนูชีสอย่างกุ้งมังกรอบชีส ส่วนสายคาเฟ่ก็มีเค้กให้เลือกหลายตัว ทั้งบลูเบอร์รีชีสเค้ก นิวยอร์กชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก เสิร์ฟคู่กาแฟ เลมอเนด ชาเขียว หรือช็อกโกแลตร้อน
เรื่องรสชาติ รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอาหารอร่อยและบรรยากาศดีจริง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงตกกระทบน้ำสวยจนหลายคนบอกว่ามาแล้วต้องนั่งรอชมพระอาทิตย์ตก กลางคืนมีดนตรีสดเล่นเรียกบรรยากาศ ราคาต่ออยู่ราว 101-250 บาทต่อคนสำหรับมื้อทั่วไป แต่ถ้าสั่งซีฟู้ดหรือมากันเป็นโต๊ะใหญ่ก็ขยับขึ้นได้ มีไวน์และเบียร์รวมแบรนด์นำเข้าให้เลือก รับบัตรเครดิต (มีชาร์จเพิ่ม)
ร้านเปิดทุกวันช่วงบ่ายแก่ ๆ ลากยาวถึงเที่ยงคืน ข้อควรรู้คือที่จอดรถหน้าร้านมีจำกัด หลายคนไปจอดที่วัดเจริญผลใกล้ ๆ แต่ต้องเช็กเวลาปิดวัดด้วย และเพราะร้านอยู่ในซอยติดน้ำ แนะนำเปิดแผนที่นำทางไว้จะหาง่ายกว่า ใครมาช่วงเย็นวันหยุดควรโทรจองโต๊ะริมน้ำล่วงหน้า เพราะโซนวิวสวยเต็มเร็ว
ลำชี 1
ถ้าถามคนมหาสารคามว่าหิวลาบก้อยตอนตีสามต้องไปไหน ชื่อ "ลำชี 1" จะโผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ เพราะร้านนี้อยู่คู่เมืองมานานหลายสิบปี ตั้งอยู่ตรงข้ามบิ๊กซีมหาสารคามพอดี หาง่ายมาก และที่เด็ดคือเปิด 24 ชั่วโมง จะแวะมื้อเที่ยง มื้อเย็น หรือดึกดื่นหลังเลิกงานก็มีคนนั่งกินตลอด เหมาะกับสายเนื้อที่อยากกินของสด ๆ แบบอีสานแท้ มากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็สบาย เพราะร้านกว้าง โต๊ะเยอะ มีทั้งโซนโล่งรับลมและห้องแอร์ จอดรถในลานได้สะดวก
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ "ก้อยเสือคั่ว" ที่ปาดจากเนื้อวัวสด ๆ กับ "ซอยจุ๊" จิ้มน้ำจิ้มแจ่วร้อน ๆ ตามด้วยลาบ-ก้อยรสจัด เนื้อย่าง และแจ่วฮ้อนหม้อร้อนไว้ล้อมวงกินกันหลายคน ใครชอบครบเครื่องลองสั่งต้มขม ปลา 3 รส หรือแกงส้มชะอมกุ้งเพิ่มก็ได้ จุดขายหลักที่รีวิวพูดถึงตรงกันคือความสดของเนื้อ เพราะร้านเลือกเนื้อมาทำสด ใครเป็นสายเนื้อดิบ-เนื้อก้อยน่าจะถูกใจ
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตร อาหารจานหลักเริ่มราว 60-80 บาท ต่อหัวประมาณ 101-250 บาทก็อิ่มสบายทั้งโต๊ะ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.3 จากรีวิวกว่า 600 รายการ สะท้อนว่าลูกค้าส่วนใหญ่กลับมาซ้ำ ความนิยมมาจากทั้งทำเลที่หาง่าย เปิดไม่มีวันหยุด และรสมือก้อยลาบที่อยู่คู่คนสารคามมานาน จนกลายเป็นหมุดที่นักท่องเที่ยวสายกินมักแวะ
ข้อควรรู้สักนิด รสชาติของร้านเน้นแบบอีสานบ้าน ๆ จริงใจ บางรีวิวบอกว่าบางเมนูรสกลาง ๆ ไม่จัดจ้านเท่าที่คาด เช่นเนื้อแดดเดียวที่บางครั้งทอดมาค่อนข้างแห้ง แนะนำให้โฟกัสที่ก้อย ซอยจุ๊ และเมนูเนื้อสดซึ่งเป็นของถนัดร้านจะคุ้มกว่า ใครชอบเผ็ดบอกพนักงานเพิ่มพริกได้ตามใจ มาเป็นกลุ่มแล้วสั่งแจ่วฮ้อนล้อมวงคือบรรยากาศที่ลงตัวที่สุด
Miso Home Cafe
ถ้าใครอยากได้ฟีลเกาหลีแบบไม่ต้องบินไกล Miso Home Cafe คือคาเฟ่เล็ก ๆ ในบริเวณบ้านของเจ้าของที่หลายคนยกให้เป็นคาเฟ่เกาหลีที่สุดของมหาสารคาม เพราะเจ้าของเป็นคนเกาหลีจริง ตั้งแต่ชื่อร้าน ป้ายเมนู ไปจนถึงการตกแต่งจึงให้กลิ่นอายเกาหลีแบบเนียน ๆ ตัวร้านเป็นบ้านสีขาวหลังใหญ่ ตกแต่งโทนขาวคลีนผสมลายหินอ่อนและไม้ ผนังเป็นกระจกเกือบทั้งหลังจึงได้แสงธรรมชาติเยอะ มุมไหนก็ถ่ายรูปสวย เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบเก็บภาพและคนที่อยากหามุมนั่งชิลเงียบ ๆ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยสุดคือมาการอง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ลูกใหญ่ ไส้แน่น หวานกำลังดีไม่เลี่ยน ส่วนเครื่องดื่มสไตล์เกาหลีและนมสตรอว์เบอร์รีก็ได้รีวิวดีต่อเนื่อง ใครเป็นสายกาแฟ อเมริกาโนเย็นที่นี่ใช้เมล็ดนำเข้า ชงแบบไม่ใส่น้ำตาล ได้กลิ่นและความเข้มเต็ม ๆ นอกจากนี้ยังมีเบเกอรีให้เลือกคู่กับเครื่องดื่ม เป็นร้านที่มีทั้งของหวานและกาแฟให้ครบในที่เดียว
ราคาถือว่าเป็นกันเอง เครื่องดื่มและขนมส่วนใหญ่อยู่ในหลักไม่เกิน 100 บาทต่อแก้ว/ชิ้น (ราว ๆ 50–80 บาท) อเมริกาโนอยู่ที่ประมาณ 80 บาท คุ้มกับทั้งคุณภาพและบรรยากาศ ร้านอยู่ที่บ้านโนนเดื่อ หมู่ 10 ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองราว 3 กิโลเมตร อยู่ทางไปแก่งเลิงจาน เปิดประมาณ 10:00–18:00 น.
ที่ร้านดังในหมู่วัยรุ่นและนักศึกษา มมส เพราะรวมจุดเด่นที่คนชอบไว้ครบ ทั้งความเป็นเกาหลีของแท้ มุมถ่ายรูปสวย และเมนูที่อร่อยจริง ข้อควรรู้คือร้านปิดบางวันพุธและเวลาเปิด-ปิดอาจขยับได้บ้าง ก่อนไปลองเช็กเพจหรือไอจีร้านสักนิดจะชัวร์กว่า ที่จอดรถมีในบริเวณบ้าน ช่วงวันหยุดคนอาจเยอะหน่อยเพราะเป็นร้านยอดนิยม
Brotherhood : Bake House & Cafe
ถ้าเป็นเด็ก มมส. หรือเคยแวะมหาสารคามแถวหน้าป้ายมหาวิทยาลัย ชื่อ Brotherhood : Bake House & Cafe น่าจะคุ้นหู ร้านนี้อยู่คู่ย่านนี้มาหลายปีและหลายรุ่น เป็นคาเฟ่โทนน้ำตาลอบอุ่นแบบโฮมมี่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน ตัวร้านปลูกไม้เลื้อยคลุมซุ้มจนเขียวร่มรื่น แบ่งเป็นโซนสวนด้านนอกกับห้องแอร์เย็นฉ่ำที่หลายคนบอกว่าแสงสวยมาก โดยเฉพาะช่วงห้าโมงเย็นที่แดดเอียงเข้าร้านกำลังดี เหมาะกับสายนั่งทำงาน อ่านหนังสือ และคนที่ชอบความเงียบ ๆ ส่วนตัว
พระเอกของที่นี่คือเค้กและเบเกอรี่โฮมเมดที่ทำเองในร้าน เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือเค้กสตรอว์เบอร์รีนมสด ปังเนยสด และไดฟุกุที่หลายคนยกให้เป็นของต้องลอง เนื้อขนมนุ่มละมุน หวานกำลังพอดีไม่เลี่ยน ส่วนเครื่องดื่มก็ทำมาเข้มข้นใช้ได้ เมนูลิ้นจี่กุหลาบโซดาหอมกลิ่นกุหลาบสดชื่น สายคาเฟ่ที่มาเพราะกาแฟก็มีให้เลือกหลายตัว เรียกว่ามาคนเดียวจิบกาแฟทำงาน หรือมากันเป็นกลุ่มสั่งเค้กมาแชร์กันก็ลงตัวทั้งคู่
ราคาเป็นกันเองสไตล์ย่านมหาลัย ส่วนใหญ่ตกราว 100–200 บาทต่อคน บนเว็บรีวิวร้านได้คะแนนค่อนข้างดี (Google 4.4 ดาว) จุดที่คนพูดถึงตรงกันคือบรรยากาศร่มรื่นถ่ายรูปสวย โต๊ะให้เลือกหลายแบบ และมีปลั๊กให้เสียบชาร์จสะดวกสำหรับคนนั่งยาว ๆ
ทำเลอยู่ในซอยตรงข้ามคอนโดกัลปพฤกษ์ ถนนหน้าป้าย มมส. (ฝั่งคอนโดอาจารย์) ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย เปิดทุกวัน 10:30–20:00 น. ข้อควรรู้คือเป็นซอยเล็กในย่านมหาลัย แนะนำกดพิกัดแผนที่ไปจะหาง่ายกว่า และช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้มุมแสงสวยลองมาก่อนบ่ายแก่ ๆ จะสบายกว่า
ครัวไชยพารวย
ปิดท้ายลิสต์ที่ครัวไชยพารวย ร้านอาหารพื้นบ้านที่ทำให้คนสารคามและคนผ่านทางต้องเลี้ยวเข้ามานั่ง ร้านอยู่ริมทางหลวง 213 แถวสี่แยกวังยาว ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง ขับมาไม่ไกลจากตัวเมือง จุดเด่นคือเป็นร้านไทบ้านแท้ ๆ ที่นั่งกินข้าวเหมือนกลับไปบ้านยายกลางทุ่งนา มีซุ้มไม้ริมน้ำ วิวทุ่งเขียว ๆ ตกแต่งสไตล์ย้อนวันวาน เหมาะกับครอบครัวพามาทั้งบ้าน กลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งชิลรับลม หรือใครที่คิดถึงอาหารอีสานรสมือแม่ที่หากินยากขึ้นทุกที
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือต้มปลาช่อนสไตล์ลาว น้ำซดร้อน ๆ รสแซ่บนัวกลมกล่อม กับลาบปลาตะเพียนทอดกรอบที่ทอดจนหนังกรอบ เนื้อในยังฉ่ำ ไม่อมน้ำมัน อีกจานที่เป็นของเด่นหากินยากคือลาบปูนา เสิร์ฟมาพร้อมผักพื้นบ้านกองโต กลิ่นสมุนไพรชัด และส้มตำผักพื้นบ้านที่ใช้ปลาร้าสูตรของร้านเอง ใครชอบปลาก็มีปลาส้มทอดและปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมที่รีวิวจริงชมว่ากรอบนอกนุ่มในกินได้ทั้งหัว
คนที่มากินบอกตรงกันว่าวัตถุดิบสด ผักล้างสะอาด ไม่มีกลิ่นฉุน เพราะร้านเน้นของจากสวนแถวบ้าน รสชาติจัดจ้านกำลังดีแบบอีสานแท้ พนักงานยิ้มแย้มแนะนำเมนูให้ บริการไว ราคาก็สบายกระเป๋า ส่วนใหญ่ตกหัวละ 101-250 บาท จานใหญ่คุ้มค่า บนวงในร้านได้คะแนน 4.6 จากคนรีวิว สะท้อนว่าคนกลับมาซ้ำเพราะรสไม่เปลี่ยน
ข้อควรรู้ก่อนมา ร้านเปิดช่วงกลางวันถึงเย็น ราว ๆ 09.30-17.30 น. และหยุดทุกวันจันทร์ มาเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อบ่ายแก่ ๆ นั่งรับลมริมน้ำจะกำลังดี ช่วงวันหยุดคนเยอะ โทรจองโต๊ะหรือมาก่อนเที่ยงจะสบายกว่า
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว ลองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหาร
ถ้าอยากชิมอาหารอีสานหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรืออยากลงมือทำส้มตำ ลาบ แจ่วฮ้อนเอง ลองดูฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook กับ GetYourGuide ได้ มีทั้งทัวร์ชิมสตรีทฟู้ดแบบเดินกินตามตลาดและเวิร์กช็อปทำอาหารไทย-อีสานในภาคอีสาน เหมาะกับสายอยากเข้าใจรสมือถิ่นให้ลึกกว่าแค่ไปนั่งกิน
💡 รู้ก่อนไปกินที่มหาสารคาม
มหาสารคามเป็นเมืองเล็ก ร้านส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองกับย่านท่าขอนยางหน้า มมส Grab มีแต่รถไม่เยอะ เช่ารถมอเตอร์ไซค์หรือขับรถเองสะดวกสุด หลายร้านอยู่ห่างกันไม่กี่นาที
ร้านเส้น ร้านสตรีท และร้านอีสานเล็ก ๆ หลายร้านรับเงินสดอย่างเดียวหรือพร้อมเพย์ ตู้ ATM ในเมืองมีพอ แต่พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้จะคล่องกว่า
ช่วงเย็นวันศุกร์-เสาร์และตอน มมส เปิดเทอม ร้านดังย่านท่าขอนยางคนเยอะ ถ้าไม่อยากรอ ลองมาช่วงบ่ายแก่หรือก่อนหกโมงเย็น ร้านเส้นบางร้านขายหมดเร็วช่วงบ่าย
อาหารอีสานอย่างลาบ ก้อย ส้มตำ ซอยจุ๊ เผ็ดจริงจัง ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งบอกร้านว่า เผ็ดน้อย หรือ ไม่เผ็ด ได้เลย ส้มตำสั่งแบบไม่ใส่พริกก็มี
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่เมนูเป็นภาษาไทย ร้านคาเฟ่และร้านริมน้ำพอมีอังกฤษบ้าง เปิดรูปอาหารหรือใช้แอปแปลภาษาช่วยชี้สั่งได้ คนที่นี่ใจดีและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดี
ร้านท้องถิ่นและร้านสตรีทไม่มีธรรมเนียมทิป จ่ายตามบิลได้เลย ร้านนั่งโต๊ะหรือคาเฟ่ที่มีบริการ จะทิปเล็กน้อยหรือปัดเศษให้ก็ได้ แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ
วางแผนกินมหาสารคามให้คุ้มใน 1-2 วัน
ถ้ามีเวลาวันเดียว เราจัดให้แบบนี้ มื้อกลางวันเริ่มที่ก๋วยจั๊บโบราณแม่อ้อยหลังมอเก่า เส้นสดปั้นมือชามละ 35-55 บาท หรือเยาวราชย่านเมืองเก่าที่ทำบะหมี่เส้นสดเอง สั่งบะหมี่ต้มยำรวมกับข้าวกระดูกอ่อนหมูตุ๋นน้ำแดงคู่กัน ตกบ่ายแวะคาเฟ่พักขาสักร้าน Miso Home Cafe ย่านแวงน่างทางไปแก่งเลิงจาน หรือ Brotherhood หน้าป้าย มมส ที่มีเค้กโฮมเมดกับไดฟุกุ
มื้อเย็นค่อยจัดหนัก ถ้ามากันหลายคนแนะนำแจ่วฮ้อนท่าขอนยางหรือสวนอาหารโต้งไก่ย่าง สั่งไก่ย่างหนังกรอบราวตัวละ 140 บาท กับลาบ ก้อย ส้มตำ แชร์กันคุ้มมาก สายลาบก้อยแท้ ๆ ห้ามพลาดลำชี 1 ตรงข้ามบิ๊กซี ก้อยเสือคั่วกับซอยจุ๊จานละ 60-80 บาท ส่วนใครอยากนั่งชิลริมน้ำให้ปิดท้ายที่ She's Cafe & Bistro ย่านท่าขอนยาง ร้านส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลกัน ขับรถหรือเรียก Grab ไม่กี่นาทีก็ถึง
กินครบทั้ง 10 ร้านแล้ว เหลือแค่หาที่พักทำเลดีไว้เป็นฐาน เราคัดโรงแรมและที่พักในมหาสารคามทั้งย่านตัวเมืองและท่าขอนยางหน้า มมส มาให้เลือกแล้ว เดินทางสะดวก ใกล้ร้านในลิสต์
ดูที่พักแนะนำในมหาสารคาม
